Brother by Ren Ti Gu Jia (นิยายแปล) (Yaoi) (END)

ตอนที่ 45 : Brother - 45

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 376
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    25 มี.ค. 62

Brother – 45

 

 

 

ฉันจะลุกขึ้นและไปเดียวนี้ ไปที่อินนิสฟรี

สร้างกระท่อมหลังเล็กๆที่นั่นด้วยดินโคลน

ฉันจะทำแปลงถั่วเก้าแถว มีรังให้ผึ้งสักอัน

และอยู่คนเดียวภายใต้เสียงผึ้ง

–William Butler Yeats, The Lake Isle of Innisfree

 

 

 

          สวี่ผิงตื่นขึ้นมาด้วยเนื้อตัวเปลือยเปล่าบนเตียงมองดูท้องฟ้าด้านนอกหน้าต่าง เมฆสีขาวลอยไปเรื่อยๆ ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใส เขาได้ยินเสียงนกพิราบจากระเบียงของเพื่อนบ้านก่อนที่พวกมันจะกระพือปีกบินหนีไป

          อากาศร้อนจนเขามีเหงื่อออก มันเหนียวเหนอะหนะและแย่ไปหมด

          สิบโมงเช้าของวันจันทร์ น้องชายของเขาไปทำงานที่โรงงานแล้ว สวี่ผิงยังคงหลับอยู่ตอนเขาออกไป เขาเหนื่อยแทบตาย นอกจากจะกินกับเข้าห้องน้ำแล้ว พวกเขาทั้งสองไม่ได้ลุกออกจากเตียงเลยตลอดวันหยุด ในตอนท้ายของการทำรักกัน สมองของเขาเลอะเลือน และเขาก็ไม่สามารถคิดอะไรได้ เขารู้แค่ว่าต้องทำตามความพอใจของตัวเอง และเขาก็ทนไม่ได้ที่จะออกห่างจากร่างของน้องชาย ราวกับว่าเขาติดยาเสพติด

          สวี่ผิงลุกขึ้นนั่งนวดขมับที่ปวดของตัวเอง ขาหนีบของเขาชาและปวด เขาไม่อยากขยับ

          น้องชายของเขาน่าจะพูดอะไรบางอย่างกับเขาตอนที่เขาหลับอยู่และจูบที่ปากด้วย เขาพึมพำตอบกลับเบาๆ แต่เขาก็จำไม่ได้ว่าเขาพูดว่าอะไร

          เขาเดินช้าๆออกไปห้องนั่งเล่นเพื่อหาโทรศัพท์โดยพยายามไม่สนใจอาการปวดหัว หลังจากที่ได้รับการยืนยันว่าสวี่เจิ้งไปถึงโรงงานเรียบร้อยแล้วเขาจึงสบายใจขึ้น

          หลังจากวางสาย เขาก็พบว่าเครื่องตอบรับอัตโนมัติเต็มไปด้วยข้อความ มีสายเข้ากว่าสิบสองสาย ส่วนใหญ่มาจากหัวหน้าบรรณาธิการหวังเจ๋อตง มีเพียงหนึ่งสายที่มาจากหมายเลขอื่น

          ไม่อยากจะฟังข้อความของหวังเจ๋อตง เขาโทรกลับไปยังเบอร์ใหม่และพบว่ามันเป็นเบอร์ของแผนกต้อนรับในโรงพยาบาล พนังงานต้อนรับหญิงถามเขาว่าต้องการทราบห้องไหน เขาเงียบก่อนจะบอกว่าเขาโทรผิด

          สวี่ผิงนั่งเปลือยกายอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นสักพัก แสงอาทิตย์ส่องผ่านเข้ามาทั่วห้องนั่งเล่น เขาไม่เคยเดินไปรอบๆบ้านโดยไม่ใส่เสื้อผ้า แต่ความรู้สึกจากแสงแดดที่ทอดผ่านผิวเปลือยของเขาทำให้เขารู้สึกแปลกใหม่ ราวกับมีมือเล็กๆที่มองไม่เห็นมากมายเกามือเขา

          มันเงียบไปหมดทั้งชั้นบนและชั้นล่าง เพื่อนบ้านเขาไปทำงานหรือไปโรงเรียนกันหมด แม้แต่น้องชายของเขาก็ไม่อยู่

          เป็นครั้งแรกที่เขาอยู่บ้านคนเดียว และมันรู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบถูกทิ้งร้างอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์

          เขาลุกขึ้นแล้วเข้าไปอาบน้ำเย็น น้ำเย็นทำให้เขาขนลุก แต่ก็ทำให้เขามีสติขึ้นมาเล็กน้อย

          เขาสวมชุดของตัวเองทีละชิ้นทีละชิ้น ติดกระดุมและหวีผมอยู่หน้ากระจก

          หลังจากที่เขาแต่งตัวเรียบร้อยแล้วเขาก็นั่งลงข้างๆโทรศัทพ์อีกครั้ง

          ทันทีที่เขากดปุ่มเล่นเสียง เขาก็ได้ยินเสียงคำรามของหวังเจ๋อตงผ่านเครื่องออกมาทันที

          สวี่ผิง นายยังอยากทำงานอยู่ไหม!? นายไม่มาทำงานก็ไม่โทรมาแจ้ง! นายเป็นคนเดียวที่ไม่ได้เข้าประชุมตอนเช้าด้วย! นายรู้ไหมว่าต้องส่งแบบร่างวันนี้!?  อย่าคิดเลยว่านายจะได้โบนัสอีกเดือน! โทรกลับมาเดี๋ยวนี้!”

          สวี่ผิงกดปุ่มข้าม

          สามข้อความถัดไปก็เป็นแบบเดียวกัน หวังเจ๋อตงใช้ประโยคและสำนวนต่างๆเพื่อระบายอารมณ์ไม่ดีของเขา ขู่ว่าจะหักค่าจ้างและโบนัสของสวี่ผิงเพื่อให้สวี่ผิงต้องทุกข์ทรมานในเดือนนี้

          สวี่ผิงไม่สะดุ้งเลยสักนิด

          ข้อความที่ห้ามาจากโรงพยาบาล มันเป็นข้อความสั้นๆที่แนะนำให้เขาไปโรงพยาบาลเพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการผ่าตัด

          สวี่ผิงไม่ฟังส่วนที่เหลือ

          เขากดลบทุกอย่างและถือกระเป๋าออกไป

 

 

 

 

          ก่อนอื่นเขาไปที่ธนาคาร สาขาของธนาคารICBCยุ่งเสมอไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดของวัน คิวยาวเหยียดและเครื่องปรับอากาศก็ไม่ทำงานทำให้ทุกคนหงุดหงิด ชายชราที่อยู่หน้าแถวโต้เถียงกับพนักงานธนาคารด้วยเรื่องอะไรสักอย่าง เขาถ่มน้ำลายและพูดจารุนแรงมาก คนที่อยู่ข้างหลังเขายืนไขว้แขนเข้าด้วยกัน หรือไม่ก็ใช้หนังสือพิมพ์ของตัวเองขึ้นพัด เสียงน่ารำคาญเกิดขึ้นไปทั่ว

          สวี่ผิงต้องรอเกือบหนึ่งชั่วโมงก่อนจะถึงคิวของเขา พนักงานเป็นคนเดียวกับที่พูดคุยกับชายชราก่อนหน้านี้ น้ำเสียงและอารมณ์ของเธอก็แย่ สวี่ผิงมองผ่านกระจกเพื่อสบตาเธอ

          ทุกๆคนพบเจอกับสถานการณ์ที่โชคร้ายและหลีกเลี่ยงไม่ได้

          สวี่ผิงถอนเงินออกจากบัญชีหนึ่งหมื่นหยวนจากเงินเกือบๆสองแสนหยวน ห่อมันไว้ในถุงพลาสติกสีดำและยัดเข้าไปในกระเป๋าเก็บเอกสารก่อนจะเดินออกไป

          เขาเรียกแท็กซี่และมุ่งหน้าตรงไปยังโรงพยาบาลประชาชน

          เขานั่งอยู่ในห้องของแผนกระบบทางเดินอาหาร ตรงข้ามของเขาคือคุณหมอจางผู้ที่วินิจฉัยเรื่องมะเร็งของเขาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

          คุณหมอสังเกตสีหน้าของสวี่ผิงผ่านกรอบลายดอกไม้ของแว่นตาของเขา เขาถอดแว่นออก วางมันลงบนโต๊ะแล้วประสานมือเข้าด้วยกัน ปกติแล้วเราจะไม่พูดคุยเรื่องแผนการรักษากับผู้ป่วย ผลลัพธ์จะออกมาดีกว่าถ้าหากผู้ป่วยไม่ทราบรายละเอียด

          สวี่ผิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง พ่อแม่ของผมเสียไปแล้ว น้องชายของผมก็มีปัญหาทางสมอง เขาไม่รู้อะไรเลยครับ ผมไม่มีญาติคนอื่น

          คุณหมอจางพยักหน้า

          คุณมีอะไรจะถามผมไหม?

          อย่างเช่นอะไรครับ?สวี่ผิงสงสัย

          ปกติแล้วผู้ป่วยมักจะมีช่วงเวลาที่ลำบากกว่าจะยอมรับได้ว่าตัวเองเป็นมะเร็ง พวกเขาทุกคนหวังว่ามันจะเป็นผลปลอมและขอให้ตรวจวินิจฉัยอีกหลายครั้ง บางคนถึงขั้นไปตรวจที่โรงพยาบาลอื่นอีกรอบ

          สวี่ผิงพยักหน้า

          เขาก้มหน้าเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะตะโกนถามขึ้นมา หมอครับ มะเร็งเป็นโรคทางพันธุกรรมหรือเปล่า?

          คุณหมอตอบหลังจากเงียบไปชั่วคราว แม้ว่าจะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์ แต่ก็เป็นข้อสันนิษฐานน่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งตับ ญาติของพวกเขาก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นมะเร็ง

          ริมฝีปากของสวี่ผิงกระตุกขึ้นด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น

          แต่โอกาสสูงกว่าไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นนะ ปัจจัยสำคัญหลังจากการคลอดก็คือจิตใจ สิ่งแวดล้อม และการบริโภคอาหาร งานที่เหนื่อยล้าและเครียดมากเกินไป มื้ออาหารที่ไม่ปกติและอื่นๆก็ล้วนเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งได้

          สวี่ผิงก้มหน้าลง

          สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากให้ผู้ป่วยเข้าใจคือมะเร็งไม่ได้หมายถึงความตาย ยังมีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ป่วยจะฟื้นตัวหลังจากทำการผ่าตัดในเวลาที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าสิ้นความหวังหรือศรัทธาครับ

          สวี่ผิงพยักหน้าเล็กน้อย

          จะเป็นการดีที่สุดหากเราจะนัดวันที่ผ่าตัด หลังจากนั้นก็เป็นการทำเคมีบำบัด คุณอาจจะต้องนอนพักที่โรงพยาบาลเขาหยุดพูด ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดและเคมีบำบัดไม่ใช้ราคาถูก ผมบอกได้ว่ามากกว่าหนึ่งแสน

          ผมเข้าใจครับ

          คุณหมอถอนหายใจอย่างโล่งอก

          หากคุณเห็นด้วย เราจะทำการตรวจสอบอีกครั้งในวันนี้ หลังจากการวินิจฉัยเราจะส่งคุณไปแผนกมะเร็งวิทยาของเราเพื่อทำการนัดวันผ่าตัดให้เร็วที่สุด

          สวี่ผิงเงยหน้าขึ้นมองอย่างแปลกใจ คุณไม่ได้รับผิดชอบการผ่าตัดเหรอครับ?

          คุณหมอจางส่ายหัวขณะกรอกเอกสารบางอย่าง ศัลยแพทย์เป็นหมออีกคน ได้โปรดวางใจ คุณหมอจ้าวได้ไปศึกษาด้านเนื้องอกในประเทศเยอรมนีมาและมีประสบการณ์รักษามาหลากหลายวิธีการ เทคนิคของเขายอดเยี่ยม

          สวี่ผิงรู้สึกเวียนหัวและหายใจลำบาก

          เขาคว้ามุมโต๊ะไว้ คุณหมอจ้าวเต๋อเชิง?

          คุณหมอเงยหน้าขึ้น คุณรู้จักเข้าเหรอ? เขาค่อนข้างมีชื่อเสียงในเมืองนี้นี่นะ

          สวี่ผิงนึกถึงดอกไม้ที่ดูเหมือนผ้าห่มหิมะนั้น เขานึกถึงพ่อของเขาที่นอนมีสายยางติดตัว อ่อนแอและอ่อนแรงบนเตียง เขานึกถึงไฟสัญญาณสีแดงที่อยู่ตรงหน้าห้องผ่าตัดและโถงเดินในโรงพยาบาล เขาจำหมอที่ใส่แว่นตาเดินถอดหน้ากากออกมาบอกเขาว่า ผมเสียใจด้วยได้

          เขาเผยปากออกเพื่อกอบเอาลมหายใจเข้าจนกระทั่งเขาสามารถรวบรวมคำตอบด้วยรอบยิ้มที่น่าสังเวชได้ ทำไมผมจะจำไม่ได้? พ่อของผมตายภายใต้ใบมีดของเขา

         

         

 

------------------------------------------

เจ้าหมอเลวคนนั้นนี่เอง ย้ายโรงพยาบาลก็ดีนะผิงผิง อย่าไปฝากชีวิตกับคนนั้นเลย

เจอคำผิด+แปลผิดสะกิดเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ

เจอกันตอนต่อไปค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

458 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 14:21
    เอิ่มมมมม กำ
    #451
    0
  2. #295 choyu9 (@choyu9) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 22:10
    แล้วต้อวมาเจอหมอคนเดียวกับที่ผ่าตัดพ่ออ่ะนะ เวรกำ
    #295
    0
  3. #294 แมวหง่าว001 (@graycat-nangrai) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 14:57
    ผิงผิงหนูไปรพ.อื่นลูกกก
    #294
    0
  4. วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 14:25
    ย้ายรพพพพพพ!!!
    #293
    0
  5. #292 z.tian (@hanwonhyuk) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 14:12
    แงงง อยาให้ผิงผิงหายอ่ะ หรือไม่ก็ขอใฟ้หมอวินิจฉัยผิด
    #292
    0