Brother by Ren Ti Gu Jia (นิยายแปล) (Yaoi) (END)

ตอนที่ 39 : Brother - 39

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    19 มี.ค. 62

Brother – 39

 

 


ฝุ่นได้รับคำดูหมิ่น แต่ตอบแทนด้วยดอกไม้ของเธอ

–Rabindranath Tagore, Stray Birds

 

 

 

          เพื่อนร่วมงานของเขาแทบจะไม่รู้วันเกิดสวี่ผิง ยกเว้นหัวหน้าบรรณาธิการหวังเจ๋อตง

          เขาเรียกสวี่ผิงไปที่ห้องทำงานและมอบเนคไทให้เป็นของขวัญ

          มันคือเนคไทผ้าไหมสีแดงที่มีลายเป็นแนวทแยงอย่างสวยงามเกินความคาดหมายของสวี่ผิง บรรจุภัณฑ์ที่ประณีตและป้ายที่ถูกเขียนด้วยภาษาอิตาลี

          สวี่ผิงรู้ว่าหวังเจ๋อตงไม่ชอบผูกไทที่มีสีสัน เลยเลือกที่จะใส่เฉพาะสีดำและน้ำเงินเท่านั้น

          เมียของฉันเลือกน่ะ เป็นงานฝีมือของอิตาลี ชื่ออะไรสักอย่างยาวๆว่า ลาฉันจำไม่ได้แล้วเขาเกาหนังศีรษะที่มีผมอยู่ประปราย ฉันอยากให้เธอซื้อสีน้ำเงิน แต่เธอบอกว่าสีแดงสวยกว่า เธอก็รู้ว่าเมียฉันไม่ฟังใครเวลาไปซื้อของ เพราะงั้นฉันก็เลยต้องตามใจเธอ นายยังหนุ่มยังแน่น มันอาจจะเหมาะกับนายนะ

          สวี่ผิงรู้ว่าหวังเจ๋อตงเป็นคน เชื่อฟังภรรยาเมื่อภรรยาของเขาอยากได้สิ่งเล็กๆน้อยๆนี้เขาก็ยอมให้

          สวี่ผิงหยิบมันขึ้นมาทาบกับลำตัวด้วยรอยยิ้ม

          ถ้าพวกเราไปทานข้าวเย็นด้วยกันเป็นไง?

          สวี่ผิงส่ายหัว คุณก็รู้เรื่องน้องชายของผม ผมออกไปตอนกลางคืนไม่ได้ครับ

          หวังเจ๋อตงพยักหน้า เขาไม่ได้หวังว่าสวี่ผิงจะเห็นด้วย เขามีเรื่องที่สำคัญกว่าที่จะต้องบอกเพิ่ม

          เมียของฉันนัดกับคุณฟ่าง นายจะได้เจอในวันศุกร์หน้า พวกเราจะบอกสถานที่ให้เอง

          สวี่ผิงชะงัก ใครคือคุณฟ่างครับ?

          หวังเจ๋อตงลูบฝ่ามือของตัวเอง ฉันบอกนายไปครั้งก่อนว่าฉันแนะนำเธอให้กับนักบัญชีที่บริษัทของเมียฉันไง

          สวี่ผิงเผยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว

          หวังเจ๋อตงมองเขา นายมีชุดดีๆหรือยัง? ฉันหาให้นายได้นะถ้านายยังไม่มี

          ผมมีแล้วครับสวี่ผิงพยักหน้า

          ถ้าอย่างนั้นก็ดี นายก็ไปจัดการตัวเองซะ ตัดผม ขัดร้องเท้า ทำให้ผู้หญิงประทับใจในการเจอกันครั้งแรก

          สวี่ผิงไม่อยากจะเถียงอีกแล้ว

          หวังเจ๋อตงยกกล่องเนคไทขึ้นติดตัวสวี่ผิงและพูดอย่างพอใจ แล้วก็สวมไทนี้ เมียของฉันตาดีจริงๆ นายผิวขาวแล้วชุดสูทสีดำก็เข้ากับไทอันนี้จริงๆ

         

 

 

          สวี่ผิงมารับน้องชายช้า

          คุณเฟิงโทรหาสวี่ผิงก่อนที่เขาจะเลิกงานและบอกเขาว่ามีเรื่องด่วนที่ต้องจัดการต้องออกไปก่อน เขาฝากสวี่เจิ้งไว้ที่ร้านจักรยานข้างๆกัน

          เคยเกิดเรื่องคล้ายกันนี้ขึ้นมาก่อน สวี่ผิงจึงไม่กังวลมากนัก

          เขาออกจากสำนักพิมพ์ตรงเวลา เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ของเขาเป็นหญิงวัยกลางคนที่กำลังคุยเกี่ยวกับสามีและลูกๆอยู่ สวี่ผิงไม่ได้ออกความเห็นอะไร มีไม่กี่คนที่ชวนเขาไปต่อหลังเลิกงาน แต่ไม่ใช่กับสวี่ผิง ชีวิตของเขาเรียบง่าย ธรรมชาติที่ซ้ำซากอาจจะน่าเบื่อสำหรับใครหลายคน แต่สวี่ผิงพบว่าในความน่าเบื่อนั้นมีความมั่นคง และความมั่นคงนั้นทำให้เขาพอใจ

          ท้องฟ้ามืดครึ้มเมื่อเขาขึ้นรถบัส สีตะกั่วเทาซีดทับถมลงมาทีละชั้น แมลงปอบินวนไปมาวุ่นวายใกล้กับพื้นดิน รถบัสแน่นไปด้วยผู้โดยสารที่กำลังจะกลับบ้าน อากาศชื้นก็เต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อและสิ่งสกปรก

          เมื่อใหญ่และหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ เกษตรกรละทิ้งพื้นที่เพาะปลูกของพวกเขาและเข้ามาในเมืองเพื่อค้นหาชีวิตของตัวเอง อาคารหลังใหม่กำลังถูกสร้างอยู่ทั่วทุกหนแห่ง สัญญาณรถเครนสีเหลืองมีอยู่ทั่วทุกมุม

          เอี๊ยด! รถบัสหยุดลงที่ป้ายจอด คนด้านหลังสวี่ผิงลุกขึ้นและลงจากรถไป เด็กผู้ชายที่สวมชุดนักเรียนพยายามจะแทรกตัวมายังที่นั่ง สวี่ผิงขวางทางเขาเขาไว้ และชายแก่ที่ถือกระเป๋าก็ได้ที่นั่งไป เด็กชายตัวสูงคนนั้นมองสวี่ผิงและสถบเสียงดัง เชี่ย!”

          ทันใดนั้นสายฟ้าก็พาดผ่านท้องฟ้าไป สองสามวินาทีต่อมาเสียงฟ้าร้องก็ดังก้องกังวานไปทั่วโลก

          ฝนห่าใหญ่เริ่มตกลงมา

          คนขับรถเหยียบเบรกกะทันหันจนผู้โดยสารถูกเทไปด้านหน้า

          คนขับรถโผล่หัวออกไปท่ามกลางสายฝน

          ดูเหมือนว่าจะเกิดปัญหารถติดที่แออัดเกินไปในถนนสายนี้ ไม่มียานพาหนะคันใดเคลื่อนที่ได้

          คนขับรถใจร้อนดับเครื่องและลงไปตรวจดู

          ไม่นานเขาก็กลับมาด้วยสภาพเปียกโชก เขาเช็ดหน้าและตะโกนว่า ข้างหน้ามีอุบัติเหตุ คนถูกรถชนตาย เลือดเต็มไปหมด

          หลังจากเกิดความเงียบขึ้นสึกครู่ รถบัสทั้งคันก็เต็มไปด้วยเสียงอึกทึกและพูดคุยกัน ผู้โดยสารหลายคนชะโงกหน้าออกไปดู

          พวกเขามองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากพายุแหละหมอก

          เสียงไซเรนรถพยาบาลกำลังใกล้เข้ามา รถตำรวจและรถพยาบาลขับสวนทางการจราจรอีกฝั่งหนึ่งไป

          สวี่ผิงจับราวบนหัวอย่างแน่นหนา ขนแขนเขาลุกชันไปทั่ว

         

 

         

          สวี่ผิงถือกระเป๋าบังหัวไว้ รีบเดินจากป้ายรถบัสไปยังร้านซ่อมนาฬิกา

          ฝนที่กำลังตกลงมาอย่างหนักใส่หลังของสวี่ผิงทำให้เขาเจ็บ

          น้ำฝนบนพื้นรวมตัวกันเป็นแอ่งเล็กๆ รองเท้าหนังที่เหยียบผ่านไปทำให้พวกมันกระเด็นขึ้นสู่อากาศ

          มีคนอยู่ไม่กี่คนบนถนน ร้านค้าส่วนใหญ่ก็ดังบานประตูหน้าต่างลงหมดแล้ว น้ำที่หยดลงมาจากหลังคาเริ่มหยดเร็วขึ้นจนกลายเป็นสายไหลลงสู่พื้น ใบของต้นยูคาลิปตัสทั้งสองข้างถนนพลิ้วไหวกลางสายฝนและสายลม

          น้องชายของเขายืนอยู่หน้าร้านซ่อมนาฬิกา ถือแผ่นพลาสติกใสไว้เป็นที่กำบังจากสายฝน เสื้อผ้าของเขาเปียกชุ่มแนบติดลำตัวไปทุกส่วน

          สวี่ผิงยังคงถือกระเป๋าบังศีรษะไว้ หยุดลงหน้าน้องชาย

          ทำไมนายอยู่คนเดียว?

          คนอื่นกลับแล้วสวี่เจิ้งตอบ

          ประตูของร้านซ่อมจักรยานถูกดึงลงมา แม้แต่ป้านที่แขวนอยู่นอกร้านก็ถูกเก็บ

          สวี่ผิงมองดูน้องชายที่ถือแผ่นพลาสติกด้วยสองมือ เขาดูเหมือนกับเพิ่งขึ้นมาจากสระว่ายน้ำ แม้แต่ผมก็เปียก

          ไม่มีใครให้ร่มนายไว้เลยเหรอ?

          สวี่เจิ้งส่ายหัว

          สวี่ผิงรู้สึกโกรธที่น้องชายของเขาถูกทิ้งอยู่หน้าประตูเหมือนสุนัขจรจัดไม่มีแม้แต่ที่หลบฝน! แต่ความโกรธก็ถูกแทนที่ด้วยความเศร้าโศก

          เขาจับมือน้องชาย มันเย็นมาก

          เรากลับบ้านกันเถอะเขาดึงน้องชายให้ตามมา

          สวี่เจิ้งเลื่อนแผ่นพลาสติกไปยังศีรษะสวี่ผิง

          สวี่ผิงหันกลับไป ร่างกายส่วนใหญ่ของน้องชายเผชิญกับสายฝน และเขาแทบจะลืมตาท่ามกลางสายฝนไม่ได้

          สวี่ผิงมองน้องชายของเขา ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้สักคำ

          ลมพัดมุมด้านหนึ่งของแผ่นพลาสติกขึ้น สวี่เจิ้งรีบกดมันลงมาทันที

          สวี่ผิงจับมือน้องชาย

          เขาดึงแผ่นพลาสติกออกจากมือน้องชายและเขวี้ยงมันทิ้ง ในไม่ช้าลมก็พัดมันหายไป

          ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ท่ามกลางสายฝน สวี่เจิ้งมองเขาอย่างทึมทื่อ

          เขายิ้มเป็นประกาย

          รถแท็กซี่ผ่านมายังอีกฟากของถนน สวี่ผิงยื่นมือออกไปโบก

         

 

 

          จริงๆแล้วสวี่ผิงตั้งใจจะออกไปฉลองวันเกิดของตัวเองกับสวี่เจิ้งข้างนอก แต่มันกลับถูกกลบหายไปในพายุ

          ทั้งคู่เปียกโชกอย่างสมบูรณ์ คนขับแท็กซี่ก็พึมพำไปตลอดทางว่าทำรถของเขาเปียกได้อย่างไร

          นอกเหนือจากบ้านที่สวี่ชวนทิ้งไว้ให้ลูกๆแล้ว ในบัญชีธนาคารก็มีตังน้อยกว่าสองแสนหยวน เขาวางแผนว่าจะเอาไปซื้อที่เพิ่ม แต่อาการป่วยของเขาก็ต้องใช้เงินมากกว่าครึ่งที่เขาออมไว้ เงินเดือนของสวี่ผิงก็ไม่ได้สูงมาก และเขาต้องดูแลน้องชาย เพราะอย่างนั้นเขาจึงต้องฉลาดใช้เงิน เขาไม่เคยนั่งแท็กซี่ไปหรือกลับจากที่ทำงานเลย

          พระอาทิตย์ตกดินตอนที่พวกเขาถึงบ้านพอดี แต่ฝนยังไม่หยุด

          เขาพาน้องชายไปที่ห้องน้ำ เปิดน้ำอุ่นให้อาบขณะที่เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าและทำอาหาร

          อาหารเย็นวันนี้ไม่ค่อยหนัก มีแค่เต้าหู้ ผักเขียว และซุปไข่ใส่สาหร่าย ไม่มีเนื้อเพราะสวี่ผิงไม่มีเวลาไปซื้อ

          เสียงฟ้าร้องยังดังอยู่ข้างนอก โทรทัศน์ก็ไม่ได้ถูกเปิด

          สวี่ผิงรู้สึกว่าน้องชายแอบมองเขา แต่พอเขาเงยหน้าขึ้น สวี่เจิ้งก็จะหันไปทางอื่น

          เขาวางเต้าหู้ลงในถ้วยของสวี่เจิ้ง

          สวี่เจิ้งก้มหัวลงกินข้าวในถ้วยของตัวเอง

          สวี่ผิงหัวเราะ นายรู้ไหมว่าวันนี้วันอะไร?

          สวี่เจิ้งเงยหน้าขึ้นช้าๆ

          วันนี้วันเกิดพี่ พี่สามสิบห้าแล้ว

          ไม่มีเค้ก ไม่มีเทียน สวี่เจิ้งหลุบสายตาลงและพยักหน้า

          สวี่ผิงลุกขึ้นและล้างถ้วยและตะเกียบของเขา เขากินน้อยและเร็วกว่าน้องชาย เขาลูบหัวของสวี่เจิ้งเมื่อเดินผ่าน

 

 

 

          ความคิดของน้องชายเขาล่องลอยไปที่ไหนสักแห่งในคืนนี้ จ้องมองนาฬิกาบนกำแพงทุกครั้งและก็ดูตื่นเต้น สวี่เจิ้งดูเหมือนเด็กมัธยมที่กำลังจะไปเดทเป็นครั้งแรก

          สวี่ผิงเห็นทั้งหมดแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร

          มันยังไม่สี่ทุ่มด้วยซ้ำตอนที่สวี่ผิงเริ่มหาว

          น้องชายของเขายังคงดูโทรทัศน์อยู่

          เขาลุกขึ้นจะบอกราตรีสวัสดิ์แต่สวี่เจิ้งจับเขาไว้

          ไม่เหนื่อยเหรอ?สวี่ผิงก้มลงถามเสียงนุ่ม พี่จะไปนอนแล้ว

          สวี่เจิ้งจับข้อมือของพี่ชายแน่น ดูทีวีกับผมก่อนเกอเกอ

          สวี่ผิงมองหน้าของเขานิดหน่อยก่อนจะนั่งลง

          ช่องท้องถิ่นมันจะฉายภาพยนตร์ต่างประเทศเวลาสี่ทุ่มในคืนวันศุกร์ ไม่ว่าจะเป็นของอิตาลีหรือฝรั่งเศส หรือเมืองโบราณที่เต็มไปด้วยดอกไม้ ทั้งหมดล้วนแต่เป็นสถานที่ที่ไม่เคยฝันถึง ความเศร้าโศกและความสุขสันต์ ความรักและความเกลียดชัง วิธีการแพนกล้อง เสียงดนตรีเนิบๆ ทั้งลึกลับและสละสรวย ทั้งหมดนี้เป็นเหมือนเพลงกล่อมสวี่ผิง

          สวี่เจิ้งดันศีรษะของพี่ชายลงบนตัก

          ในเสี้ยววินาทีนั้น ดวงตาของสวี่ผิงเบิกขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นที่คุ้นเคยและมืออันอบอุ่นที่ลูบคอของเขา นิ้วหยาบๆถูเบาๆไปตามผิวหนัง เขารู้สึกสงบและผ่อนคลายจนหลับไป

         

 

 

          สวี่ผิงตื่นขึ้นมาเพราะน้องชายตอนเกือบจะเที่ยงคืน

          สวี่ผิงขยี้ตา หนังจบแล้วเหรอ?

          สวี่เจิ้งส่ายหัว

          ผมมีของขวัญให้เกอเกอ

          สวี่ผิงยิ้ม ไม่แปลกใจเลย

          ไหน?

          หลับตาก่อน

          สวี่ผิงใช้เนคไทของเขาเป็นผ้าปิดตาและปล่อยให้น้องชายนำทางไป เขารู้สึกถึงนิ้วขนาดใหญ่ของน้องชายที่จับนิ้วมือของเขาแน่น พาเขาไปยังรอบๆโต๊ะและเก้าอี้ เขายิ้ม

          น้องชายของเขาพาเขามายังห้องนอนและปลดผ้าปิดตาออก

          สวี่ผิงลืมตาขึ้น

          บนโต๊ะของน้องชายมีนาฬิกาสีโอ๊คถูกแกะสลักเป็นรูปบ้าน ตรงกลางคือหน้าปัดและรอบๆมีต้นไม้และดอกไม้ ด้านซ้ายของหน้าปัดคือรถบัสสีน้ำเงิน พื้นหลังเป็นตึกสูง ด้านซ้ายของหน้าปัดคือคนสองคนที่จับมือกันอยู่

          สวี่ผิงหันไปหาน้องชายอย่างประหลาดใจ

          จากนั้นหน้าต่างก้านบนหน้าปัดก็เปิดออก มีนกสีขาวโผล่ออกมาร้องสิบสองครั้งก่อนเพลงจะดังขึ้น ล้อรถบัสเริ่มหมุน ดวงอาทิตย์ลอยขึ้นเหนืออาคารและคนทั้งคู่ก็เริ่มเดินจากทางขวาไปทางซ้ายแล้วก็ขึ้นรถบัส จากนั้นทั้งหมดก็กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเหมือนตอนก่อนจะเริ่ม

          นายทำเอง?สวี่ผิงถาม

          สวี่เจิ้งพยักหน้า

          เขาชี้ไปยังสองคนที่จับมือกัน เกอเกอ ผม

          นี่คือความลับเล็กๆของน้องชาย

          เขาสัมผัสหน้าปัดนาฬิกาและเลื่อนไปที่คนตัวเล็กๆด้านข้าง ใบหน้านั้นแกะยากและยังคงมีเศษไม้เหลืออยู่ คนตัวเตี้ยกว่าอยู่ในชุดสูทสีดำและเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว คนสูงกว่าอยู่ในชุดเสื้อยืดสีน้ำเงินและกางเกงยีนส์

          สวี่ผิงหัวเราะออกมา เขาไม่เคยบอกน้องชายว่าการให้นาฬิกาเป็นของขวัญวันเกิดมันเป็นลางไม่ดี แต่เขาไม่สน จริงๆแล้วนี่คือของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุดที่เขาเคยได้รับเลย

          ขอบใจนะ พี่ชอบมันมากสวี่ผิงพูดทั้งรอยยิ้ม

          สวี่เจิ้งวางนาฬิกาในอ้อมแขนของพี่ชายอย่างตั้งใจ

          ผมมีของขวัญอันอื่นอีกเขากระซิบ

          ครั้งนี้สวี่ผิงแปลกใจ

          น้องชายเขาดูประหม่าเล็กน้อย

          หลับตา

          สวี่ผิงทำตาม แต่ไม่ได้ยินเสียงอะไรเป็นเวลานาน

          ด้วยความอยากรู้เขาจึงลืมตาขึ้นเล็กน้อย

          เกอเกอโกหก!” สวี่เจิ้งโอดครวญ

          สวี่ผิงหัวเราะคิกคัก ก็ได้ ก็ได้ พี่ขอโทษ พี่จะหลับตาตอนนี้แหละ

          แต่น้องชายเขาไม่เชื่อเขา สวี่เจิ้งเอาเนคไทที่ใช้ก่อนหน้านี้มาปิดตาเขา

          สวี่ผิงยืนรออยู่ในความมืดกับนาฬิกาที่น้องชายมอบให้ ดังนั้นเขาจึงต้องถือเองด้วยมือทั้งสอง มือของเขาเริ่มเมื่อยเล็กน้อย

          ความมืดทำให้เขาจิตนาการภาพแปลกๆ เขารู้สึกราวกับว่ากำลังยืนเปลือยอยู่ท่ามกลางทุ่งหิมะและใครบางคนที่ไร้รูปร่างกำลังสัมผัสเขาด้วยความรัก

          จากนั้นเขาก็รู้สึกถึงฝ่ามือหยาบกร้านของน้องชายบนใบหน้า เขาได้กลิ่นลมหายใจของน้องชายเป็นกลิ่นที่เขาจะไม่มีทางเข้าใจผิดแม้จะมีคนเป็นสิบล้านคน

          เขารู้สึกว่าน้องชายลูบดวงตาของเขาภายใต้เนคไท ลูบจมูก ลูบแก้ม ลูบใบหูของเขา

          ลมหายใจร้อนจากน้องชายสัมผัสผิวของเขา

          สวี่ผิงสูดลมหายใจในความมืดเล็กน้อย

          เขาเอียงศีรษะไปด้านขวาเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าเขาพยายามจะหลีกเลี่ยงหรือเข้าหา

          ลำคอของเขาขาวสะอาดและยาวเรียว การเอียงไปด้านข้างนั้นเพิ่มความงามลึกลับที่ยากจะอธิบาย

          เขาเรียกขึ้นเบาๆ เสี่ยวเจิ้ง

          น้องชายของเขาจูบเขา

          เวลาเหมือนหยุดหมุน

          ในความมืด เขารู้สึกถึงสัมผัสของริมฝีปากน้องชายบนริมฝีปากของเขา บรรยากาศที่อบอุ่น ลมหายใจหอบชื้น นอกจากนี้ยังดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความรักที่อยู่ภายในความมืดอย่างชัดเจน แต่ความสุขในความมืดนั้นดูเหมือนเป็นสิ่งชั่วคราว สวี่ผิงคิดว่าเขาคงตกอยู่ในความฝันกับชายนิรนามเหมือนคืนก่อนๆ ความปรารถนาที่เขาไม่เคยได้รับมัน

          สวี่ผิงไม่รู้ว่าน้องชายเขาจูบเขานานเท่าไหร่ มันเป็นจูบที่ยาวนานและอ่อนโยน แต่มันก็ทำให้รู้สึกเหมือนเชือกสั้นๆที่หวานละมุน เขาหมกมุ่นอยู่กับมันและดูเหมือนตกอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์ที่ทำให้เขาเคลิบเคลิ้มจนแยกไม่ออกว่าจริงหรือปลอม

          หลังจากที่น้องชายของเขาค่อยๆเปิดที่ปิดตาของเขาออกอย่างช้าๆ โลกก็กลับมาสว่างเหมือนเดิมภายใต้แสงไฟ นาฬิกาแต่ละเรือนส่งเสียงติ๊กต๊อกไปเรื่อยๆ เสียงภาพยนตร์จากโทรทัศน์ก็ยังคงดังมาจากห้องนั่งเล่น

          เกอเกอ

          สวี่ผิงยังคงเป็นสวี่ผิง สวี่เจิ้งก็ยังคงเป็นสวี่เจิ้ง

          น้องชายของเขาจับใบหน้าของเขาเพื่อนจะจูบอีกครั้ง แต่สวี่ผิงก้าวถอยหลัง

          เขาเงียบ อุ้มนาฬิกาเรือนหนักไว้ในมือ

          ขอบใจมากนะสำหรับของขวัญวันเกิดเขาจ้องจุดบนกำแพง ฝันดี

 

 

 

-------------------------------------------------------

โอ๊ยยยยย อิคนพี่ไม่ยอมใจอ่อน เดี๋ยวจับตีก้นเลย!!

น้องทำให้ตั้งเยอะ TT

เจอคำผิดแปลผิดสะกิดด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

เจอกันตอนต่อไปค่ะ

13/3/19

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

458 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 13:53
    สู้เค้านะลูกกก
    #448
    0
  2. #355 ohjesus (@rhmourwa) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 13:38
    อีกนิดเดียวน้อง!!
    #355
    0
  3. #318 papark (@papark) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 04:29
    เกือบละมุนแล้ว คนพี่ยังคงกลัวใช่ไหม ฮือ
    #318
    0
  4. #268 choyu9 (@choyu9) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 03:08
    ฮื่อออออ น้องจะรู้ตัวมั้ยว่าทำอะไรอยู่ มีแค่ครรักกันที่ทำแบบนี้
    #268
    0
  5. #257 luzia atiria (@opung) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 22:45
    ขอบคุณที่แปลค่าา ตอนนี้มีความหม่นๆปนหวานติดๆ
    #257
    0
  6. #256 D-Dindin (@DeenaDDindin) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 13:47
    เป็นตอนที่งดงามมาก ทั้งการใช้คำใช้ภาษา บรรยายบรรยานกาศ ความรู้สึกของตัวละคร ของขวัญวันเกิดดีมากจริงๆ รักน้องเจิ้งนะ พี่ผิงใจอ่อนได้แล้ว เหลือกันอยุ่แค่สองคนแล้วนะ แถมยังจะโดนจับแต่งงานอีก รีบหน่อยยยยย /ขอบคุณไรท์มากนะคะที่แปลตอนนี้ออกมาสละสลวยขนาดนี้ ประทับใจ ละมุนหวานอยู่ในอกเลย
    #256
    1
    • #256-1 minimona (@minimona) (จากตอนที่ 39)
      19 มีนาคม 2562 / 14:30



      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 มีนาคม 2562 / 14:33
      #256-1
  7. #254 z.tian (@hanwonhyuk) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 11:10
    เมื่อไรสองพี่น้องจะมีความสุขจริงๆสักทีนะ สงสารจัง
    #254
    0