Brother by Ren Ti Gu Jia (นิยายแปล) (Yaoi) (END)

ตอนที่ 22 : Brother - 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 812
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    28 ก.พ. 62

Brother – 22

 

จากนั้นพวกเขาก็เริ่มปีน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไปทางทิศตะวันออก แล้วมันก็มืดมิด พวกเขาอยู่ในพายุ ม่านฝนหนาราวกับว่ากำลังบินผ่านน้ำตก จากนั้นพวกเขาก็ออกมา คอมพีหันศีรษะไปแล้วยิ้ม ชี้ไปข้างหน้านั่น ตรงหน้านั้นเขามองเห็นทุกอย่างราวกับมองเห็นได้ทั้งโลก มันกว้าง สูง และขาวโพลนใต้พระอาทิตย์อย่างไม่น่าเชื่อ มันคือมุมที่สูงที่สุดของยอดเขาคิลิมันจาโร

–Ernest Hemingway, The Snows of Kilimanjaro

 

 

          อย่าลืมกลับมาอีกครั้งนะครับ!”

          ประตูกระจกปิดตามหลังพวกเขา ท้องของเขาอิ่มเต็มไปด้วยอาหารร้อนๆ สวี่ผิงรู้สึกร้อนและขี้เกียจราวกับอยู่ในซาวน่าที่เต็มไปด้วยไอน้ำ

          กลับบ้านกันเถอะสวี่ผิงหันไปบอกน้องชาย

          อื้ม

          คืนนี้พระจันทร์ส่องสว่างเป็นพิเศษ และมีกลิ่นหอมของดอกมะลิลอยไปทั่วอากาศยามเย็น พื้นดูเหมือนถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ แม้ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาจะลำบากและสัปดาห์ต่อมาก็ไม่ได้ง่ายขึ้นเลย แต่สวี่ผิงก็รู้สึกพอใจในช่วงเวลาที่เหลือนี้

          ขณะที่เขาปลดล็อคจักรยาน เขาถามขึ้นว่า นายอยากจะขี่จักรยานหรืออยากเดินกลับบ้าน?

          สวี่เจิ้งก้มหัวลงครุ่นคิด

          สวี่ผิงเงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์แล้วพูดว่า เราไม่ได้เดินตอนกลางคืนนานแล้วนะ เดินสักหน่อยให้อาหารย่อยละกัน

          สวี่เจิ้งเอื้อมมือไปจับมือพี่ชายโดยไม่เหลียวมองด้วยซ้ำ

          มือของคนอายุน้อยกว่าแตกต่างจากของสวี่ผิงในเรื่องความอบอุ่น เมื่อก่อนนี้ สวี่ผิงสามารถกำรอบกำปั้นของเด็กชายได้โดยมือเดียว แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่าเขาไม่สามารถปล่อยมือออกจากนิ้วที่กุมมือเขาได้

          เมื่อไหร่กันนะที่น้องชายเขาโตขนาดนี้?

          เราไม่ได้ชั่งน้ำหนักกับวัดส่วนสูงของนายมานานแล้วนะ อย่าลืมแวะคลินิกตอนเราผ่านครั้งหน้าด้วยนะ

          ได้

          เขาพาน้องชายไปที่ต่างๆโดยให้น้องชายนั่งซ้อนหลังจักรยานตั้งแต่จำความได้ แต่ช่วงนี้เขาเริ่มไปด้วยรถแท็กซี่ เขาไม่สามารถปั่นข้ามเนินเขาได้ยกเว้นจะให้สวี่เจิ้งลงแล้วเดินไปด้วยกัน

          สวี่ผิงวางมือบนไหล่ของสวี่เจิ้ง จ้องมองความสูงของเขา พี่คิดว่านายสูงขึ้นอีกแล้วในเดือนนี้ เมื่อก่อนหัวพี่อยู่ตรงสายตาของนาย แต่ตอนนี้อยู่ตรงจมูก ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป นายน่าจะสูงถึงหกฟุตก่อนหมดฤดูร้อนแน่ๆ (~182เซนติเมตร)

          สวี่เจิ้งจับมือพี่ชายที่อยู่บนหัวลงมาวางตรงอกตัวเอง

          หลังจากความวูบโหวงชั่วครู่ สวี่ผิงที่ประหม่าก็ค่อยๆดึงมือกลับเบาๆ

          เอาล่ะ มันดึกแล้ว เรากลับบ้านกันเถอะ มาเร็ว

          เขารีบจูงจักรยานออกเดิน แต่หลังจากเดินไปได้สองสามก้าว เขารู้สึกว่าน้องชายไม่ได้เดินตามมา เขารีบหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว

          สวี่เจิ้งยังคงยืนอยู่ที่เดิม จ้องมองพี่ชายอย่างจริงจังจนหัวใจสวี่ผิงเต้นรัว

          เป็นอะไรไปเสี่ยวเจิ้ง?

          สวี่เจิ้งก้าวไปหาพี่ชายแล้วกอดคนอายุมากกว่า ก่อนจะซุกหัวเข้ากับไหล่พี่ชายเหมือนสุนัขที่พยายามดึงความสนใจจากเจ้าของ

          ทั้งรู้สึกหงุดหงิดและชอบใจนิดๆ สวี่ผิงดันใบหน้าน้องชายขึ้น เป็นอะไร?

          แทนที่จะตอบคำถาม สวี่เจิ้งสูดดมกลิ่นที่ไหล่และคอของพี่ชายเหมือนสุนัขล่าเนื้อ ก่อนจะฝังใบหน้าลงไปอีกครั้ง

          สวี่ผิงผลักไปสองสามครั้ง แต่อีกคนไม่ขยับเขยื้อนเลย

          มีอะไรที่อยากให้พี่ซื้อให้หรือเปล่า?

          สวี่เจิ้งส่ายหัว

          สวี่เจิ้งปล่อยจักรยานให้พิงตัวเขาไว้แล้วใช้แขนโอบตัวน้องชาย

          นายรู้ใช่ไหมเสี่ยวเจิ้งว่านายบอกพี่ได้ถ้านายมีปัญหาเขาลูบหลังน้องชายด้วยความรัก มีหลายอย่างที่พี่ทำไม่ได้ แต่ถ้าพี่ทำได้ พี่จะทำให้นาย

          สวี่เจิ้งพึมพำเบาๆ อืม

          นายโดนแกล้งที่โรงเรียนเหรอ?

          สวี่เจิ้งส่ายหัว

          คุณครูด่านาย?

          สวี่เจิ้งส่ายหัวอีกครั้ง

          ไม่ชอบเขา

          หืม?สวี่ผิงงง ใคร?

          เขาจับไหล่พี่! ผมไม่ชอบเขา! ไม่ชอบเขา!” ขณะที่สวี่เจิ้งพูด เขาก็ใช้จมูกดุนไหล่พี่ชายราวกับพยายามกลบกลิ่นของสุนัขตัวอื่นที่บุกรุกดินแดนของเขา

          สวี่ผิงใช้เวลาสักพักกว่าจะเข้าใจสถานการณ์ เขาดึงสวี่เจิ้งขึ้นแล้วตะโกนว่า นายทำขนาดนี้เพราะเรื่องนั้นเนี่ยนะ? นายทำให้พี่เป็นห่วงแทบแย่!”

          เขาอธิบายพลางบีบแก้มน้องชาย คนนั้นเขาเป็นเพื่อนของพี่ แล้วพี่ชายของนายก็ไม่ใช่งานศิลปะโบราณที่จับไม่ได้ด้วย

          สวี่เจิ้งยังคงกอดพี่ชายแน่น เขาไม่เข้าใจความรู้สึกขมๆในตัวเขา ในขณะที่สวี่ผิงเข้าใจแต่เขาก็ไม่สามารถพูดอะไรได้

          รู้สึกถึงความขื่นขมแต่ก็ยังหอมหวาน เขาตบหลังน้องชายเบาๆขณะปลอบโยน พอแล้ว นายไม่ใช่หมานะ? แต่ถึงแม้นายจะเป็นหมาแต่พี่ก็ไม่ใช่กระดูกของนายนะ

          เหมือนที่คิดไว้ สวี่เจิ้งไม่เข้าใจคำอุปมา เด็กชายเงยหน้ามองแวบหนึ่งแล้วก็กอดพี่ชายแน่นหนาอีกครั้ง

          เขาสูดดมกลิ่นหอมสดชื่นของพี่ชายครั้งแล้วครั้งเล่าไม่เคยเบื่อ มือที่ลูบไปตามแนวกระดูกสันหลังทำให้ร่างกายเขาค่อยๆร้อนขึ้น ความรู้สึกบางอย่างที่คุ้นเคยเหมือนจะค่อยๆก่อตัวขึ้นตามเส้นเลือดเขา ราวกับเนื้อและกระดูกกำลังประกาศความต้องการของพวกมันต่อคนที่อยู่ในอ้อมแขน

          จักรยานล้มลงสู่พื้นดังโครม

          หลังจากเงียบไปสักครู่ สวี่ผิงผลักสวี่เจิ้งออก

          ไปกันเถอะ

          สวี่เจิ้งทำเพียงแค่รัดแขนแน่นขึ้น

          นายจะไม่เชื่อฟังพี่ใช่ไหม? พี่จะนับถึงสาม นายต้องปล่อยพี่ หนึ่ง... สอง...

          สวี่เจิ้งปล่อยแขนอย่างเชื่อฟังและก้มหัวลงราวกับเด็กทำผิด

          สวี่ผิงจ้องกางเกงตุงๆของน้องชาย ถอนหายใจอย่างเงียบๆ

          เขาถอดเสื้อคลุมของตัวเองและนำมันมาพันรอบเอวน้องชาย

          อย่ามามีอารมณ์ในที่สาธารณะสิเขาตำหนิขณะดึงจักรยานขึ้น

          สวี่เจิ้งยังคงยืนทื่ออยู่ที่เดิม

          สวี่ผิงเอื้อมมือไปกุมมือน้องชายแต่เกือบจะสะดุดล้มชนหน้าเขา

          เกอเกอ ผมรู้สึกไม่ดีเลย

          เขาถอนหายใจ สวี่ผิงขยี้ผมคนเด็กกว่า นายโตขึ้นจริงๆ

 

         

          พ่อของเขาซื้อจักรยานเสือภูเขาฟีนิกซ์ที่สวี่ผิงใช้อยู่มาจากร้านมือสอง สีดำที่เคลือบอยู่เริ่มจะหลุดลอกออกไปบ้างแล้ว หนังเทียมบนอานนุ่มนิ่มจากการสึกหรอ และกระดิ่งบนแฮนด์ถูกเปลี่ยนไปสามครั้ง แม้แต่โลโก้ฟีนิกซ์สีทองและแดงก็ถูกสนิมแดงปกคลุมจนมองไม่เห็น

          เขาผลักจักรยานไปตามถนนที่มีแสงสลัว ทุกๆสองสามก้าวจะได้ยินเสียงล้อส่งเสียงคลุกคลัก

          ดูเหมือนว่าโซ่จะหลุดออกจากล็อค สวี่ผิงคิด แต่มันมืดเกินกว่าจะตรวจดู

          มันเกือบขะกลายเป็นการเดินแบบขบวนทหาร เมื่อพวกเขาเดินผ่านเซนทรัลพาร์ค สวี่ผิงจึงคิดว่าควรจะหยุดพักที่นั่น

          สิ่งที่เรียกว่าเซนทรัลพาร์คไม่มีอะไรไปกว่าแถบต้นไม้สีเขียวขนาดใหญ่ และดอกไม้ต้นไม้ที่ถูกปลูกอยู่ระหว่างสองข้างทาง มีรูปปั้นแม่ลูกอยู่ตรงกลาง ข้างกันยังมีชุดสไลด์ของเด็ก ชิงช้าและกระดานหก สวนสาธารณะนี้ไม่ไกลจากบ้านของสวี่ผิงเท่าไหร่นัก ผู้ปกครองหลายคนพาลูกพวกเขามาที่นี่ในช่วงฤดูร้อนตอนกลางคืน แต่ตอนนี้พระจันทร์ลอยขึ้นสูงแล้ว คนส่วนใหญ่กลับบ้านกันไปหมด สถานบันเทิงยามค่ำคืนแสดงออกถึงความเสื่อมโทรมและการทุจริตในช่วงหลายปีมานี้ แนวความคิดเก่าๆคือความบริสุทธิ์ อนุรักษนิยม วิตกจริต หัวรุนแรง มีทั้งด้านดีและด้านไม่ดีที่ยังคงหยั่งรากลึกและไม่หายไปในเร็วๆนี้ เตรียมตัวที่จะต่อต้านกับคลื่นลูกใหม่

          สวี่ผิงจอดจักรยาน นั่งลงตรงปลายด้านหนึ่งของแผ่นกระดานและกวักมือเรียกน้องชาย ชวนเขาเล่นกระดานหก

          น้ำหนักของน้องชายมากกว่าเขานิดหน่อย จึงต้องนั่งใกล้กับจุดศูนย์กลางเพื่อให้เกิดความสมดุล จริงๆแล้วเขาก็เลยวัยที่จะเล่นกระดานหกแล้ว แต่เขาก็ยังคงรู้สึกสนุกตอนที่ถูกยกขึ้นไปในอากาศ สวี่ผิงเปล่งเสียงหัวเราะออกมา

          ทั้งพี่ทั้งน้องยังคงเล่นไปทั่วสวนสาธารณะ สวี่ผิงสนุกอย่างมากจากการได้เห็นน้องชายเล่นกระดานหกอย่างจริงจัง จากจุดปลายกระดานของเขา เขาเห็นน้องชายใช้เท้าทั้งสองดันพื้นขึ้นเหมือนท่ากบกระโดด ถึงจะเป็นกบที่หล่อมากก็เถอะ สวี่ผิงตัดสินใจที่จะเก็บความคิดนั้นไว้คนเดียว

          เขากระโดดออกจากกระดานหก แต่ก็พบว่าสไลด์นั้นแคบเกินไปสำหรับเขา

          โชคดีที่ที่นั่งของชิงช้านั้นกว้างพอดี มันมีสี่แถวเรียงกัน ดังนั้นเขาจึงลากสวี่เจิ้งไปตรงนั้น

          จับเชือกด้วยมือทั้งสองข้าง เขาค่อยๆเคลื่อนปลายเท้าเบาๆเพื่อเริ่มแกว่ง เขามองขึ้นไปยังจุดเล็กๆบนฟ้า นึกถึงคืนฤดูร้อนที่ครอบครัวเคยมารวมตัวกันอยู่ที่สนาม เขาจะจับมือน้องชายให้ตามเขาเข้าไปยังทางช้างเผือกผ่านท้องฟ้าสีคราม เขาเงียบท่ามกลางความน่ากลัวของจักรวาลที่งดงามยอดเยี่ยม

          เขาหันไปหาสวี่เจิ้งที่นั่งบนชิงช้าเฉยๆ ไม่แกว่งมัน

          เขาค่อยๆหยุดชิงช้าของตัวเองลง

          ตอนนี้ไม่มีรถยนต์บนถนนอีกแล้ว มีเพียงจักรยานที่เคลื่อนผ่านแสงไฟข้างถนนเป็นครั้งคราว ทำให้แสงไหวไปมาก่อนจะกลับมารวมกันอีกครั้ง รั้วข้างทางเต็มไปด้วยไม้เลื้อย มีแสงส่องมาจากอาคารที่อยู่ใกล้ๆหลายจุด

          เสี่ยวเจิ้ง

          หืม?

          พี่จะเข้ามหาวิทยาลัย

          สวี่เจิ้งตอบด้วยเสียงฮัมเบาๆ ไม่เข้าใจความหมายของมัน

          มันไม่ใช่ทันที แต่ถ้าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี พี่จะออกจากบ้านเดือนกันยานี้ แล้วจะย้ายไปอยู่ที่หอพักของมหาวิทยาลัยแทน

          ศีรษะของสวี่เจิ้งหันขวับด้วยความสนใจ สายตาของเขาจ้องมองพี่ชาย

          มันใช้เวลาสี่ปี พี่อาจจะเรียนต่ออีกหลังจากจบปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก มันก็กินเวลาไปอีกหกหรือเจ็ดปี พี่คิดว่าพี่เป็นคนชอบอ่านหนังสือ งั้นอนาคตมันก็คงจะเป็นประมาณนี้

          สวี่เจิ้งยังคงเงียบ จับเชือกไว้

          พี่ยังไม่ได้คุยกับพ่อ แต่คิดว่าเขาจะเห็นด้วย เพราะทุกคนคิดว่าการไปโรงเรียน การศึกษาเป็นสิ่งมีเกียรติ

          สวี่เจิ้งครุ่นคิดชั่วครู่ ก้มหน้าลงแล้วพูดว่า งั้นผมจะไปกับเกอเกอ

          หลังจากเงียบไปนาน สวี่ผิงก็เริ่มอธิบาย นางคงไม่เข้าใจ เสี่ยวเจิ้ง แต่โลกนี้ก็มีกฎของมันเอง บางอย่างทุกคนทำได้ บางอยากทุกคนทำไม่ได้ และมีบางอย่างที่บางคนทำได้ เข้ามหาวิทยาลัยก็เป็นหนึ่งในเรื่องพวกนี้

          สวี่เจิ้งคิดเกี่ยวกับมันนานมาก แต่สุดท้ายก็ส่ายหัว ผมไม่เข้าใจ

          สวี่ผิงหัวเราะเบาๆ ถ้าไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร โลกนี้เป็นสถานที่แปลกประหลาด มีกฎที่มองไม่เห็นอยู่รอบตัวทุกๆคน นายจะมองไม่เห็นมัน แต่มันมีอำนาจมาก ถ้ามันพัง ทุกคนจะเริ่มทำร้ายนาย บางครั้งพี่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

          สวี่เจิ้งก้มหัวลงแล้วเริ่มใช้รองเท้าทิ่มทราย

          สวี่เจิ้งจับเชือก ผมจะอยู่กับเกอเกอ

          รู้สึกหนักข้างในใจ สวี่ผิงไม่รู้จะตอบยังไง เขาถามหลังจากเงียบไปนาน นายจะทำยังไงหากนายอยู่ตัวคนเดียว?

          หลังจากคิดหนัก สวี่เจิ้งตอบอย่างแผ่วเบา ผมไม่รู้ เกอเกอไปไหน?

          สวี่ผิงจ้องมองท้องฟ้ายามค่ำคืนสักพัก ถ้าพี่ไม่ได้อยู่กับนายในวันหนึ่ง นายจะทำยังไง?

          ตามหา

          ถ้าพี่ไปที่ที่ไกลมากๆ ไกลมากๆ แล้วนายหาพี่ไม่เจอล่ะ?

          สวี่เจิ้งชะงักก่อนจะตอบ ผมจะไปหาเกอเกอ

          ถ้านายหาไม่เจอล่ะ?

          เขาหยุดตรงนี้

          สวี่เจิ้งก้มและกุมศีรษะด้วยมือทั้งสองช้าๆ

          มีรถขับผ่านมา ไฟหน้าที่สว่างจ้าทำให้นกตัวหนึ่งที่เกาะอยู่บนต้นไม้ตกใจ มันส่งเสียงก่อนจะบินหนีไป

          สวี่ผิงปัดกางเกงตอนลุกขึ้นยืน ไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดหรอก มันเป็นคำถามที่ไม่มีความหมายอยู่แล้ว

          เขาจับมือน้องชาย กลับบ้านกันเถอะ มันดึกแล้ว คืนนี้พี่ต้องอ่านหนังสือทำแบบทดสอบด้วย

          แต่สวี่เจิ้งไม่ได้ลุกขึ้นตอนที่พี่ชายดึงเขา เขาเงยหน้าขึ้นมาจากระหว่างมือเขาและเรียก เกอเกอ

          หืม?สวี่ผิงฮึมฮัมพร้อมรอยยิ้ม

          สวี่เจิ้งพุ่งตัวจากชิงช้าเหมือนกระสุนเข้าหาสวี่ผิง ไม่ทันได้ตั้งตัว สวี่ผิงที่ถูกกระโจนใส่ต้องถอยหลังไปไม่กี่ก้าว พี่น้องสองคนล้มลงกับพื้น

          รู้สึกเจ็บจากการล้ม สวี่ผิงอดไม่ได้ที่จะตีน้องชาย เป็นบ้าอะไรเนี่ย!?”

          สวี่เจิ้งเพียงแค่กอดพี่ชายแน่นโดยไม่พูดอะไร

 

 

---------------------------------------------

น้องงงง น้องน่ารักกก ผิงผิงอย่าทิ้งน้องเลย เอาน้องไปอยู่ด้วยเถอะ TT

คำผิด+แปลผิดสะกิดเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ

เจอกันตอนต่อไปค่ะ

16/2/19

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

458 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 12:21
    หนูลูกกก
    #434
    0
  2. #386 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 21:47
    ทำไงดี ;-;
    #386
    0
  3. #342 ohjesus (@rhmourwa) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 01:58
    น่ารักมาก น้องตามพี่ไปเลย!
    #342
    0
  4. #140 Ricercare (@Ricercare) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 07:15
    สงสารน้องงงงงงงง
    #140
    0
  5. #139 Gwanghwamun (@mekaming) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 03:21
    แงงน้องคือหวงพี่มากอย่าทิ้งน้องเลยย
    #139
    0
  6. #138 แมวหง่าว001 (@graycat-nangrai) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 00:33
    น้องคือหวงพี่จนเสียอาการแล้ววว ;__;
    #138
    0
  7. #137 MashiroJP (@MashiroJP) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:31
    หวังว่าจะไม่หน่วงมาก
    #137
    1
    • #137-1 MashiroJP (@MashiroJP) (จากตอนที่ 22)
      28 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:31
      อย่าทิ้งน้องเลยพาน้องไปด้วยนะ
      #137-1
  8. #136 natexcle (@natexclez) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:12
    ตอนนี้น้องอาจจะขาดพี่ไม่ได้ แต่ถ้าผ่านไปเรื่อยๆพี่อาจจะเป็นฝ่ายขาดน้องไม่ได้ก็ด้ายย (มโนยาวๆ)
    #136
    0
  9. #135 bewika (@nattawika03) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:26
    โอ๋ๆ น้อง
    #135
    0
  10. #134 minimona (@minimona) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:56

    เสี่ยวเจิ้งไม่เข้าใจ ผิงผิงก็อย่าทิ้งน้องน้าา
    #134
    0
  11. #133 AAPPMM (@AAPPMM) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:23
    อย่าทิ้งน้องไปนะ
    #133
    0
  12. #132 Chayeanalie (@ningkanut) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:52
    สงสารน้อง....
    #132
    0