Brother by Ren Ti Gu Jia (นิยายแปล) (Yaoi) (END)

ตอนที่ 18 : Brother - 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1035
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    28 ก.พ. 62

         Brother - 18



          “Xเดลี่ โกหกและเหยียดหยาม! แกหลอกลวงคนอื่น พวกชั่วไม่มีหัวใจ! ตอนนี้มันอาจจะไม่ใช่เวลาเอาคืน! แต่ถ้าเวลานั้นมาถึงเมื่อไหร่แกก็เตรียมตัวไว้เลย!”

          เมื่อสวี่ผิงถีบจักรยานผ่านจัตุรัสเหรินหมิน(People’s Square)กับน้องชายที่นั่งอยู่ด้านหลังก็เจอกับผู้คนเป็นหมื่นๆปิดกั้นการจราจรไปหมด ผู้หญิงผมสั้นที่สวมเสื้อแจ็กเกตสีเทาถือโทรโข่งยืนอยู่ด้านหน้าป้ายสีขาวที่สูงพอๆกับเธอ มันถูกเขียนด้วยตัวหนังสือสีแดงขนาดใหญ่ แสดงข้อความได้เด่นยิ่งกว่าตัวเธอเสียอีก

          ถัดไปทางด้านตะวันตกของจัตุรัสคือศาลากลางจังหวัดและข้างๆกันก็คือสำนักงานหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นXเดลี่ แผ่นป้ายอนุสรณ์แห่งอิสระตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางจัตุรัส ล้อมรอบไปด้วยดอกไม้สวยงาม แต่วันนี้กลับเต็มไปด้วยผู้คน

          อยู่ท่ามกลางจราจรติดขัด สวี่ผิงลงจากจักรยานเช่นคนอื่นๆและจับมือน้องชายไว้ ที่นี่คนเยอะมาก อย่าปล่อยมือนะ

          หญิงผมสั้นลงจากโพเดียม แทนที่ด้วยชายร่างสูงผอม

          เมื่อวานนี้พวกเราพูดถึงประชาธิปไตย อะไรคือประชาธิปไตย? จากที่ผมรู้ ประชาหมายถึงปวงชน อธิปไตยหมายถึงอำนาจ และพวกเรา ประชาชน ต้องถือครองอำนาจ!”

          เสียงปรบมือและเสียงเชียร์ดังกึกก้องไปทั่วฝูงชน

          สวี่ผิงติดอยู่ในจุดที่เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง

          สวี่เจิ้งจับแขนของเขาทันที

          สวี่ผิงหันไปโดยรอบเห็นผู้คนรวมตัวกันหลายจุดในจัตุรัส หลายคนก็มาด้วยจักรยาน ด้านหลังติดธงสีแดงที่เขียนว่า มหาวิทยาลัยX”

          สวี่เจิ้งเกาะแขนพี่ชายแน่นมากจนนิ้วจิกเข้าไปในเนื้อ

          ไม่ต้องกลัว เราจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ

          ดันจักรยานไปข้างหน้า สวี่ผิงพยายามจะเบียดออกไป

          ขอโทษครับ ขอทางหน่อยครับ!”

          เขาจูงจักรยานด้วยมือเดียว ส่วนอีกข้างก็จับมือน้องชายไว้

          มีนักเรียนหลายคนสวมสายคาดหัวสีขาวยืนแจกใบปลิว บนสายรัดหัวเขียนด้วยหมึกสีดำสองคำว่า “HUNGER STRIKE” (การอดข้าวประท้วง)

          ช่วยสนับสนุนพวกเราด้วยค่ะ!”

          มีนักเรียนคนหนึ่งเดินมาหาสวี่ผิงแล้วยื่นใบปลิวให้เขา

          ประเทศชาติเป็นของประชาชน และเราคือประชาชน เพื่อนนักเรียนของฉัน ช่วยตระหนักและช่วยพวกเราด้วยนะคะ!”

          สวี่ผิงหยิบใบปลิวมากวาดสายตาอ่าน ‘HUNGER STRIKE: A STATEMENT’

          เขาพลักนักเรียนคนนั้นออกเล็กน้อย ขอทางด้วยครับ พวกเรากำลังรีบ

          เขาหันไปมองน้องชาย เด็กคนนั้นดูกระสับกระส่ายท่ามกลางเสียงโหวกเหวกของผู้คน

          สวี่ผิงจับมือน้องชาย ประสานนิ้วทั้งสิบเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าปล่อยมือเด็ดขาด!”

         

 

          กว่าเด็กทั้งสองจะมาถึงสนามบาสเก็ตบอลก็สายไปครึ่งชั่วโมงแล้ว สวี่ผิงล็อคจักรยาน มองเห็นร่างเหอจื่อที่วิ่งตามลูกบอลไป เขาเจอม้านั่งใต้ต้นไม้เพื่อจะให้สวี่เจิ้งนั่ง

          เหอจื่อเห็นสวี่ผิง เขาบอกเพื่อนร่วมทีมแล้ววิ่งออกจากสนาม

          สวี่ผิงหัวเราะเบาๆ โทษทีต้าจื่อ พวกเราติดอยู่ที่จัตุรัสเหรินหมินตอนที่ผ่านมา

          ฉันลืมบอกนายเลยเหอจื่อตบต้นขาของเขา มีนักเรียนหลายคนไปประท้วงในอาทิตย์นี้ รถติดไปหมดเลย

          สวี่ผิงขมวดคิ้ว ไม่พูดอะไร

          เหอจื่อสูงกว่าสวี่ผิง ใบหน้าเขาธรรมดาๆแต่ใหญ่และอวบ ผิวของเขาเข้มออกโทนแดงราวกับถ่านที่กำลังเผาไหม้

          เขาสังเกตเห็นสวี่เจิ้งด้านหลังสวี่ผิง เขาเอนตัวไปทักทาย จำฉันได้ไหมเสี่ยวเจิ้ง? ฉันคือต้าจื่อเกอเกอเอง ฉันเคยไปบ้านนายด้วยนะ

          ดูเหมือนว่าสวี่เจิ้งจะไม่ได้ยินอะไรเลย

          สวี่ผิงเตะเพื่อนของเขา นายพูดอะไร ต้าจื่อเกอเกอ!?”  

          ต้าจื่อลูบผมสั้นของเขาแล้วเริ่มหัวเราะ

          น้องชายนายก็ยังไม่ชอบพูดอยู่ดีสินะ หือ ฉันนึกว่าเวลาจะช่วยได้ซะอีก

          สวี่ผิงชะงักขณะถอดเสื้อเล็กน้อยแล้วตอบเบาๆ เขาก็เป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว และคงจะเป็นแบบนี้ต่อไป

          เหอจื่อลูบจมูกตัวเอง นึกได้ว่าเขาไม่ควรพูดแบบนั้น

          สวี่ผิงถอดเสื้อแล้ววางไว้บนถังสีขาวด้านล่าง เขาจับด้านหลังของเหอจื่อ อืม เล่นบอลกันเถอะ   

          เมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนของเขา สวี่ผิงมีผิวที่ซีดกว่าและผอมกว่ามาก หัวไหล่ของเขาเห็นได้ชัดบนแผ่นหลัง แม้ว่าเขาจะสูงไม่มาก แต่สัดส่วนของเขาก็ค่อนข้างสมดุล กล้ามเนื้อที่หุ้มล้อมกระดูกอย่างเต็มเปี่ยมทำให้เขาดูเหมือนต้นไผ่สูงเรียว

          นายดูผอมกว่าเมื่อก่อนนะเหอจื่อขมวดคิ้วถาม เตรียมสอบหนักเหรอ?

          สวี่ผิงรับบอลจากเหอจื่อแล้วดันลูกลงกับพื้นสองสามครั้ง ก็นั่นมันคือข้อสอบสอบเข้าเรียนต่อนี่ ช่วงนี้ก็เลยนอนดึก แต่มันคงดีขึ้นหลังจากสอบเสร็จเขาผลักลูกบอลคืนเพื่อนและพยักหน้า แล้วเราจะเล่นได้หรือยัง?

          สนามบาสเก็ตบอลนี้เป็นของสถาบันวิจัยโลหะและแร่เหล็ก มีเยาวชนมากมายที่อยู่แถวนี้มาเล่นในช่วงบ่ายวันเสาร์ สัญลักษณ์สีขาวถูกทำไว้บนพื้นซีเมนต์ ต้นวิลโลว์ถูกปลูกเรียงรายอยู่ข้างสนามฝั่งหนึ่ง กิ่งก้านของพวกมันเอนไหวไปตามลมเบาๆ

          สวี่ผิงยืดกล้ามเนื้อของเขา ยืดแขนขาและลำคอเพื่อลงสนาม สายลมในเดือนพฤษภาคมยังคงเย็นและทำให้ขนเขาลุกตั้ง

          แสงแดดสาดส่องมาจากอาคารทางทิศตะวันตก สวี่ผิงหยีตาขณะโบกมือให้น้องชาย

         

 

          ฟุบ! ลูกบอลกระแทกตัวกับแผ่นกระดานเด้งลงมาหมุนรอบห่วงก่อนจะตกลงสู่พื้น

          สวี่ผิงเช็ดเหงื่อบนใบหน้าแล้วค้ำแขนไว้กับเข่า หายใจเหนื่อยหอบ

          มีผู้เล่นอีกคนที่อยู่อีกฝั่งส่งสัญญาให้เหอจื่อแล้วตะโกนบอก พวกเรามีนัด พอแค่นี้แหละ

          เหอจื่อพยักหน้า เขาเดินไปหยิบลูกบอลที่กลิ้งออกนอกสนาม

          เขาพาสวี่ผิงไปนั่งยังม้าหินด้านข้าง เขาหยิบขวดน้ำออกมาจากกระเป๋าสะพาย ยกขึ้นจิบแล้วส่งต่อให้สวี่ผิง

          สวี่ผิงมีเหงื่อเต็มหน้าไปหมด หน้าเขาซีดเล็กน้อย เขารับขวดน้ำมาแล้วยกขึ้นดื่มหลายอึก จากนั้นเขาก็เทส่วนที่เหลืออยู่นิดหน่อยลงบนหัว ใช้มือลูบผมสั้นๆของตัวเอง

        ขอบใจเขาบอก ยื่นขวดคืนให้เพื่อน ฉันกินน้ำของนายหมดอีกแล้ว

          ไม่เป็นไรหรอกเหอจื่อหัวเราะ ฉันไม่ได้เจอนายมาซักพัก นายยุ่งมากตั้งแต่เข้าเรียนม.ปลาย ขนาดจะชวนมาเล่นเกมเฉยๆยังไม่ได้

          สวี่ผิงไขว้แขนแล้ววางมันไว้บนต้นขา เขายิ้ม ถ้าเป็นคนอื่นฉันอาจจะไม่ไป แต่ถ้าเป็นนายชวน ฉันจะไป

          เหอจื่อหัวเราะเสียงดัง

          ทั้งคู่เงียบไป สวี่ผิงหันไปมองน้องชายที่นั่งวางมือไปกับต้นขา ก้มตัวไปข้างหน้าเหมือนเด็กประถม เขาโล่งใจ หันหลังกลับมา

          นายต้องส่งใบสมัครภายในเดือนนี้ใช่ไหม? นายอยากจะเข้าที่ไหนล่ะ?

          สวี่ผิงมองเด็กที่วิ่งผ่านสนามบาสเก็ตบอลไป ยังไม่ได้คิด

          เหอจื่อครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะพูดอย่างมั้นใจ ฉันไม่ได้ห่วงนายหรอกนะ นายเรียนได้เกรดดี งั้นฉันจะเข้าโรงเรียนที่นายสมัคร ย้อนกลับไปตอนที่ม.ต้น นายยังเข้าเรียนในโรงเรียนที่ยากที่สุดในจังหวัดได้เลย แม่ฉันบ่นฉันตั้งสามวัน ด่าว่าฉันทำไมไม่เก่งเหมือนนาย

          สวี่ผิงหันไปมองเพื่อนสมัยเด็กของเขา

          เหอจื่อดึงก้านต้นวิลโลว์ที่อยู่เหนือหัวออกมาเล่น เขาเหวี่ยงมันไปมา

          นายได้คะแนนเท่าไหร่จากการทดลองสอบ

          สวี่ผิงบอกตัวเลข

          เชี่ยยยยยย!” เหอจื่อสถบ

          เขาก้มหน้าลงด้วยความอาย นายไม่มีปัญหาหรอกถ้าจะเข้าที่ดีๆ ถ้านายทำได้ดีตอนสอบนะ แม้แต่ชิงฮว๋าหรือมหาลัยปักกิ่งยังเข้าได้เลย แต่เราคงจะเจอกันยากขึ้นถ้านายไปปักกิ่ง

          หยุดพูดไร้สาระสวี่ผิงบอกอย่างใจเย็น

          เหอจื่อหัวเราะแล้วถอนหายใจขึ้นบนฟ้า พ่อฉันพูดถูก ฉันไม่ตั้งใจเรียน เอาจริงๆนะ ฉันได้คะแนนแค่ครึ่งหนึ่งของนายด้วยซ้ำ มหาลัยคงจะไกลเกินเอื้อม แต่พี่เขยฉันเขาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในเมือง หลังจากเรียนจบฉันอาจจะเข้าไปเรียนในโรงเรียนตำรวจและเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านเขาก็ได้

          เป็นตำรวจทำไมจะไม่ดีล่ะ?สวี่ผิงบรรยาย มันเป็นงานที่มีเกียรติ ใครหลายคนอยากทำแต่ทำไม่ได้ แล้วนายก็ตัวใหญ่ การเคลื่อนไหวก็คล่องแคล่ว นายชอบสอดจมูกตัวเองใส่คนอื่นไปเรื่อย และนายก็นั่งติดอยู่กับเก้าอี้ไม่ได้ นายเกิดมาเพื่อเป็นตำรวจ มันต้องเป็นความสูญเสียอันใหญ่หลวงแน่ถ้านายไม่ได้เป็นตำรวจ แล้วก็จะมีคนมาประท้วงเพื่อนาย!”

          เหอจื่อเปล่งเสียงหัวเราะออกมา เขาตบไหล่สวี่ผิง ถามว่า นายกลายเป็นนักพูดที่ดีตอนไหนเนี่ย?

          สวี่ผิงปัดมือเพื่อนออก ฉันพูดจริงนะ ไม่มีใครมีเวลามาเชียร์นายหรอก

          เหอจื่อถอนหายใจ อืม นายจะได้รู้ในไม่ช้าก็เร็วนี่แหละ ยิ่งฉันบอกนายได้เร็วเท่าไหร่ ฉันก็จะเอามันออกจากอกได้เร็วเท่านั้น

          สวี่ผิงจ้องมองเพื่อน อะไร? อย่าบอกว่านายก็เครียด?

          เหอจื่อทำเพียงแค่ยิ้ม

          โอ้ งั้น ทายสิว่าฉันเจอใครเมื่อวันก่อน ผิงจื่อ?

          ใคร?

          เพื่อนตอนประถมของเราไง คู่แค้นของนาย ลู่เจีย!”

          สวี่ผิงแทบจะกระพริบตาและตอบกลับด้วยท่าทีเฉยเมย หือ

          ไอ้คนนั้นต่างจากคนอื่นๆมาก ตอนแรกฉันก็จำไม่ได้หรอก แต่หน้าเหลี่ยมๆกับคิ้วหนาเตอะยังคงเหมือนเดิม เขาดูน่ากลัวมาก ไม่เหมือนรุ่นเราๆเลย

          มันทำให้สวี่ผิงสนใจ แล้วมันทำอะไรตอนนี้?

          พ่อของมันถูกลากออกจากบริษัทตอนช่วงยานดา*เมื่อสองสามปีก่อน แม่มันก็หย่ากับพ่อ พาลูกไปอยู่ด้วย เกรดมันไม่ดีพอที่จะสอบเข้าม.ปลาย พอจบม.ต้นมันก็เริ่มตั้งบริษัทกับญาติ ตอนนี้พวกนั้นก็หาซื้อที่ของชาวบ้านไปทั่ว

          สวี่ผิงเลิกคิ้วขึ้น

          นายไม่ต้องพูด มันดูเหมือนจะเป็นสิ่งดีสำหรับพวกนั้น โซ่ทองที่ใส่รอบคอ โทรศัพท์มือถือในมือ พ่อและพี่เขยของฉันถูกเชิญไปงานเลี้ยงที่จัดในภัตตาคารหรูหราที่สุดในเมือง และไอ้คนนั้นก็นั่งอยู่โต๊ะข้างๆเรา พูดภาษาจีนกวางตุ้ง นายเชื่อไหมล่ะ?

          สวี่ผิงหัวเราะออกมาก

          ลู่เจียพูดจีนกวางตุ้ง?

          เชื่อมั้ยล่ะ! ฉันก็เลยจำไม่ได้ มันเข้ามาหาฉันแล้วก็ดื่มกับทุกคน มันดื่มไป่จิ่ว(เหล้าขาวจีน)อย่างกับน้ำเปล่า หน้าไม่แดงด้วยซ้ำ มันให้นามบัตรฉัน ไอ้เวรนั่น เหลือเชื่อเป็นบ้าเลย มีทั้งกลิ่นน้ำหอมแล้วก็ตัวอักษรนูนสีทอง บอกว่าตัวเองเป็นรองผู้จัดการบริษัทอสังหาฯบางแห่ง

          บริษัทไหน?

          ฉันจำไม่ได้ แต่มันก็ไม่ได้ใหญ่โตหรอก ลุงของมันหรือใครซักคนที่แหละ ได้ยินจากพี่เขยบอกว่าลุงของมันชนะการประมูลในเมืองเพื่อสร้างทางหลวงระหว่างเมือง

          สวี่ผิงพยักหน้า

          ใช่สิ มันถามถึงนายด้วย บอกว่าอยากชวนนายไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน แล้วก็ถามถึงเบอร์นาย

          หา!?” สวี่ผิงอุทาน ลู่เจียอยากกินข้าวกับฉัน!?”

          อืม ฉันก็ตกใจเหมือนกัน มันเกลียดนายขนาดนั้นแล้วยังรังแกน้องชายนายอีก ตอนนี้มาทำเหมือนนายเป็นเพื่อนรัก โกหกทั้งเพ!”

          แล้วนายได้ให้เบอร์ฉันไปไหม?

          จะบ้าเหรอ ไม่ให้สิ! ฉันบอกมันว่าฉันลืม ถ้านายอยากติดต่อเขาฉันจะติดต่อให้

          สวี่ผิงคิดพลางย่นจมูก เขาถาม นายคิดว่าลู่เจียคิดจะทำอะไรฉัน?

          เหอจื่อขมวดคิ้วตอบ ไม่แน่ใจ แต่ฉันขอเตือนนายไว้ก่อน เขาไม่ใช่ลู่เจียเหมือนตอนประถามอีกแล้ว นายต้องระวังตัวเพราะเขาไม่ใช่เพื่อนเรา

          สวี่ผิงปัดกิ่งไม้ที่อยู่บนหัวเขาออกไป ฉันรู้ ฉันรู้นิสัยคนแบบนั้นตั้งแต่ตอนอายุสิบสองแล้ว

          เขาเหลือบไปมองน้องชาย

          ฉันไม่อยากเจอมันหรอก ถ้ามันถามถึงฉันอีกก็บอกปัดให้ด้วยล่ะ

          เหอจื่อพยักหน้า

 

 

 

**ยานดาหรือ"strike hard" เป็นซีรีย์ที่รณรงค์โดยพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อต่อต้านอัตราการเกิดอาชญากรรมที่สูงและความไม่สงบทั่วไป เกิดขึ้น4ครั้งในปี 1983 1996 2001 และ2010 การกวาดล้างครั้งแรกเกิดขึ้นในเดือนกรกฏาคม 1983 พ่อของลู่เจียน่าจะติดอยู่ในการจัดการครั้งสุดท้ายของปี1983 แต่ในความเป็นจริงแล้วยังขยายเวลาออกไปอีกหลายปีหลังจากปี 1983 แต่ว่าการจัดการส่วนใหญ่เปิดขึ้นในปี1983

 

 

-----------------------------------

มีคนหวงคำว่าเกอเกอแหละ!

อิลู่เจียจะกลับมาทำไมมมม

คำผิด+แปลผิดสะกิดได้ค่า เจอกันตอนต่อไปค่ะ

11/2/19

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

458 ความคิดเห็น

  1. #382 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 21:30
    มีเพื่อนที่ดีจริงๆ
    #382
    0
  2. #125 No10051 (@No10051) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:06
    มันรอเอาคืนจ้า สู้เค้าอย่าไปตกหลุมพรางล่ะ เลี่ยงได้ให้เลี่ยง
    #125
    0
  3. #109 แมวหง่าว001 (@graycat-nangrai) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:30
    ลู่เจียงอย่าทำอะไรสองพี่น้องนะ! รู้สึกได้ถึงลางร้าย ;__;
    #109
    0
  4. #99 D-Dindin (@DeenaDDindin) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:10
    ตัวร้ายแน่นอนเจ้าลู่เจี่ยเนี่ย กลับมาแบบอัพเกรดท่าทางจะต่อกรยากกว่าเดิมด้วย เสี่ยวเจิ้งน่ารักเหมือนเดิม นี่ชอบเพื่อนของเสี่ยวผิงมาก พี่เหอเป็นคนดีจริงๆนะ ต้าจื่อเกอเกอต้องได้เป็นตำรวจนะ! ปล หวงคำว่าเกอเกอใช่มั้ย เกอของน้องเจิ้งคือพี่ผิงคนเดียว! รอตอนต่อไปนะคะ สนุกมากๆ แปลออกมาได้ดีจริงๆค่ะ รัก
    #99
    0
  5. #98 Gwanghwamun (@mekaming) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:08
    สวี่เจิ้งเชื่อฟังพี่มากเลย
    #98
    0
  6. #97 Chayeanalie (@ningkanut) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:23
    มารอที่ท่าน้ำทุกวันเลยค่ะ
    #97
    0
  7. #96 bewika (@nattawika03) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:15
    น้องตั้งใจฟัง55555
    #96
    0