Brother by Ren Ti Gu Jia (นิยายแปล) (Yaoi) (END)

ตอนที่ 16 : Brother - 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 150 ครั้ง
    28 ก.พ. 62

Brother – 16

 

เขาไม่ได้ฝันถึงพายุ ผู้หญิง ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ปลาตัวใหญ่ การต่อสู้ การแข่งขัน หรือภรรยาของเขา เขาฝันถึงแค่สถานที่ที่อยู่ตอนนี้กับสิงโตบนชายหาด พวกมันเล่นกันเหมือนแมวท่ามกลางความมืด เขารักพวกมันเหมือนลูก แต่เขาไม่เคยฝันถึงลูก

–Ernest Hemingway, The Old Man and the Sea

 

 

          สวี่ผิงรู้ตัวว่าเขากำลังฝัน

          เขามองเห็นแก้วแตกตรงปลายเท้า กุหลาบจีนที่แห้งเหี่ยวในกระถาง และพระอาทิตย์ตกดินสีเลือด

          เขาเดินขึ้นบันไดคอนกรีต ค่อยๆผลักประตูไม้สีเขียว

          เขาเห็นตัวเองเมื่ออายุสิบสองปีกำลังโดนพวกลู่เจียขว้างอิฐใสหัวเขา

          จะดีมากถ้ามันตาย! แม่มันก็มีเชื้อปัญญาอ่อน และพ่อก็ไม่ได้สะอาด*อะไรขนาดนั้น พวกเขาแต่งงานกัน และลูกพวกเขาอย่างสวี่เจิ้งนี่ไงที่ออกมาเป็นเด็กปัญญาอ่อน!

          ไม่ใช่! แกโกหก!” เขาได้ยินตัวเองตะโกนด้วยความโกรธ

          ฉันโกหก!? แม่แกต่างหากที่ปัญญาอ่อน แล้วเธอก็มีลูกปัญญาอ่อน! คิดว่าพวกเขาดีเหรอ?! ฮึ! สมองพวกเขาเหมือนทำจากข้าวต้ม!”

          เขาพุ่งไปข้างหน้าเพื่อต่อยลู่เจีย แต่จู่ๆฉากก็เปลี่ยนกะทันหัน ห้องร้างกลายเป็นห้องนั่งเล่นที่สะอาดเรียบร้อย

         

          “นายว่ายังไงนะ จางจิ้นหมิน!? นายพูดอีกรอบสิ! อย่างนึกว่าฉันไม่รู้เรื่องสกปรกที่คุณปิดไว้นะ! ฉันรู้ความลับที่คุณเขียนไว้ในสมุดนั้น! เอามันออกมา กล้าท้าทายฉันเหรอ! ไอ้คนน่ารังเกียจ-”

          เพียะ!

           จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้หญิง นายตบฉันเหรอ!? อย่าทำเรื่องเลวๆถ้าไม่อยากให้คนพูดถึง! คนอื่นไม่รู้เรื่องที่นายปิดไว้หรอก แต่ฉันรู้! ไปบอกทนายเลยว่าคุณอยากหย่า! ไปสิ! บอกพวกเขาว่าคุณเขียนบทละครให้ใคร! บอกพวกเขาสิว่าสวี่ชานมารับบทได้ยังไง! ฮะ นายคิดว่าจะมีคนไม่รู้เหรอ? มันอาจจะดูเป็นปกติ เหมะสม แต่มันใช่จริงๆเหรอ!? ไอ้คนวิปริตน่ารักเกียจ!”

          ประตูถูกกระแทกเปิดดังปัง เผยให้เห็นผู้ใหญ่สองคนที่กำลังโต้เถียงกัน ผมของเหอเหม่ยสะบัดยุ่งเหยิง ส่วนใบหน้าของคุณจางบึ้งตึง

          หุบปาก! หุบปากซะ! ฉันจะฆ่าเธอ!”

          สวี่ผิงถอยหลังกลับโดยไม่ต้องคิด

          มีใครบางคนกอดเขาจากด้านหลัง สวี่ผิงหันไปพบกับน้องชายของเขา

          ผมรู้สึกไม่ดีเลย เกอเกอน้องชายเขาพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำและขมวดคิ้ว

          นายเป็นอะไรเสี่ยวเจิ้ง? บอกพี่สิ!” สวี่ผิงตบใบหน้าน้องชายเบาๆอย่างกังวล

          เกอเกอ ผมชอบพี่ ผมอยากทำกับพี่ ให้ผมนะ เกอเกอ

          เขาผลักสวี่ผิงลงแล้วเริ่มถอดเสื้อผ้าพร้อมขยับเบียดขาพี่ชาย

          หยุดนะเสี่ยวเจิ้ง! เราเป็นพี่น้องกันนะ เราไม่ควร...

          สวี่เจิ้งถอดกางเกงในของพี่ชายแล้วจับส่วนนั้นเข้าภายในปาก

          อ๊ะ!” สวี่ผิงครางในความฝัน เขาไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้มาก่อน

          อย่า เสี่ยวเจิ้ง หยุดนะ...เขาพยายามจะผลักหัวน้องชายที่อมส่วนนั้นออก แต่แขนเขาก็อ่อนแรงและปวดเปียก

          เขามองดูน้องชายที่กางขาเขาออกแล้วอมส่วนนั้นลึกขึ้น เหงื่อของน้องชายหยดลงบนหน้าท้องเขา เขามองแผ่นหลังสวยนั้นขยับขึ้นๆลงๆ

          เขาบอกตัวเองว่ากำลังฝันอยู่

          เขาคิดพลางจับผมสั้นของน้องชาย มันน่าขำ มันไร้สาระ

          แต่เขาไม่สามารถหยุดได้แล้ว

          เขากางขาออก กวาดมือไปด้านหลังแล้วผงกหัวขึ้นมอง

          ให้ตายเถอะ

          เขาปล่อยเสียงออกไป แม้กระทั้งบอกน้องชายให้อมลึกขึ้นและแรงขึ้น

          สวี่เจิ้งเหลือบมองพี่ชายทั้งๆที่ส่วนนั้นยังอยู่ในปาก ก่อนจะก้มลงไปทำต่อ

          ความสุขพรั่งพรูขึ้นเหมือนโดนกระแสไฟฟ้าช็อต เขารู้สึกสุขสมราวกับตาย เหมือนถูกดูดออกไปหมดแม้แต่ไขกระดูก

          เขามองน้องชายที่เช็ดคราบขาวเหนียวจากปากก่อนจะจูบเขา เสื้อยืดสีขาวเปียกไปด้วยเหงื่อและแนบติดร่างกายเผยกล้ามเนื้อสวยงาม

          เขาจูบกับน้องชายจนน้ำลายไหลหยดลงมาตามร่องปาก

          เขาได้ยินเสียงน้องชายขณะที่น้องชายใช้มือประคองใบหน้าเขา พี่ไม่ใช่พี่ชายของผม ผมไม่ใช่น้องชายพี่...

         

 

          กริ๊ง ๆ ๆ

          สวี่ผิงลุกขึ้นนั่งบนเตียง หายใจหอบหนัก

          นาฬิกาปลุกยังคงส่งเสียงเตือนอยู่บนโต๊ะข้างเตียง เขาเอื้อมมือไปปิดมัน

          ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเช้าแล้ว ท้องฟ้ายังคงมืดสลัวเหมือนแสงแรกยามเช้าแหวกท้องฟ้ายามค่ำคืนออกมา ดวงจันทร์สีเงินจางยังคงปรากฏให้เห็นท่ามกลางผืนฟ้าสีอ่อน เขาได้ยินเสียงทำความสะอาดจากถนน

          เขาวาดแขนรอบผ้าห่ม นอนลงด้วยอาการหอบหนักอีกครั้ง เขาจับหน้าผากตนเองและพบว่ามันเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น

          น้องชายของเขายังคงหลับใหลนอนทับผ้าห่ม ก่ายขามาทางสวี่ผิง

          เขาผลักขาน้องชายและผ้าห่มออก

          เป้าของเขาชื้นและเย็น ความเหนอะหนะบนหน้าขาด้านในทำให้เขารู้สึกขยะแขยงเหมือนแมลงดิ้น ทำเขาสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง

          เขายังนั่งอยู่บนเตียงพลางเอามือกุมหัว แล้วก็พุ่งตัวเข้าห้องน้ำไป

          ประตูถูกปิดลงอย่างแรงทำให้สลักโลหะแตกตอนถูกกดด้วยความแรง

          สวี่ผิงสถบ เขาเริ่มถอดเสื้อผ้าตัวเอง

          เสื้อนอนและกางเกงของเขาร่วงลงบนพื้นพร้อมกางเกงใน เขาก้าวเข้าไปในอ่างแล้วเปิดน้ำเย็นทันที ไม่แม้แต่จะเลื่อนม่านปิด

          น้ำเย็นไหลผ่านผิวเขาก่อนจะลงไปกองกันที่ก้นอ่าง

          สวี่ผิงหนาวสั่นไปทั้งตัว

          เขาวางมือบนกระเบื้องพอร์ซเลนสีขาว ปล่อยให้ผมเปียกน้ำ

          ในหัวของเขากรีดร้องเสียงดังหนวกหู แต่ไม่มีอะไรสามารถเข้าถึงเขาได้

          เขาอยากจมลงไปที่ไหนสักที่ ที่ที่ไม่มีเสียงและความกังวล ที่ที่เขาไม่ต้องถามตัวเองว่าทำไม หรือต้องคิดถึงวันพรุ่งนี้

          เขาเปิดน้ำแรงขึ้นแล้วหลับตา

          สายน้ำได้พาความอบอุ่นบนร่างกายเขาไปอย่างรวดเร็ว ทั้งเหงื่อและของเหลวเหนียว ทุกหลักฐานที่สกปรกถูกชำระออกไปหมดสิ้น

          ยิ่งน้ำเย็นมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งสะอาดมากขึ้นเท่านั้น

          เกอเกอ

          สวี่ผิงเงยหน้าขึ้นมอง

          สวี่เจิ้งยืนอยู่ตรงประตู สวมเพียงชั้นในตัวเดียว

          นายต้องการอะไร!?” สวี่ผิงตะโกนอย่างหาเรื่อง

          สวี่เจิ้งจ้องสวี่ผิง

          สวี่ผิงเลื่อนม่านในห้องน้ำปิด   ไม่เห็นเหรอว่าอาบน้ำอยู่!? ออกไป!”

          สวี่เจิ้งยืนอยู่ตรงนั้นสักพักแล้วออกไปเงียบๆ

          ระลอกความปั่นป่วนเข้ามาแทนที่ความสงบที่สวี่ผิงทำได้สำเร็จ การอาบน้ำเย็นก็เป็นหมันไป

           เขาคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันส่วนล่าง ถือเสื้อผ้าที่เปื้อนออกไปจากห้องน้ำ

          สวี่เจิ้งนั่งเอาหน้าแนบไปกับโต๊ะกินข้าว แล้วเขาก็เด้งตัวขึ้นเมื่อเห็นพี่ชาย

          สวี่ผิงเดินผ่านเขาโดยไม่มองสักนิด

          ผมอยากเข้าห้องน้ำสวี่เจิ้งบอกกับแผ่นหลังสวี่ผิง

          สวี่ผิงหยุด โครงหัวไปรอบๆ ทำไมนายต้องบอกพี่ด้วย!? อยากให้พี่ไปช่วยนายฉี่หรือไง!? ไปทำเองสิ!”

 

         

          บรรยากาศภายในบ้านแปลกไปทั้งเช้า

          สวี่ผิงช่วยน้องชายเขาใส่กระดุมเสื้อ เมื่อเขาใส่แรงที่มือมากเกินไปกระดุมจึงหลุดออก มันกระเด็นลงพื้นและกลิ้งลงไปอยู่ข้างใต้ตู้เสื้อผ้า

          เชี่ย!” สวี่ผิงสถบอย่างหงุดหงิดขณะดึงเสื้อออกจากตัวน้องชาย

          สวี่เจิ้งมองพี่ชายครู่หนึ่งแล้วถามเงียบๆ อะไรคือเชี่ย?

          สวี่ผิงเหลือบมองน้องชาย พูดไม่ออกไปสักพัก เขาควรจะปลูกฝังสิ่งดีๆถ้าคนคนนั้นมีสิติปัญญาเฉลี่ยเหมือนคนทั่วไป

          เขาพยายามจะปิดมันไว้ขณะหยิบเสื้อสีเทาออกมาจากชั้นวาง ยกแขนขึ้น

          สวี่เจิ้งทำตามคำสั่งนั้น เขาจ้องมองพี่ชายที่ติดกระดุมให้เขาและสูดกลิ่นของพี่ชาย

          เขาไม่เข้าใจความหมายที่แฝงไว้จริงๆ

          เกอเกอ เชี่ยคืออะไร?

          สวี่ผิงเหลือบมองน้องชายด้วยความโมโห เขาคิดไปครู่หนึ่งแล้วผงกศีรษะพร้อมกับเม้มริมฝีปาก พี่จะบอกนายทีหลัง

          เขาพาน้องชายออกไปตอนหกโมงครึ่ง ตราบใดที่สภาพอากาศเป็นใจ เขาจะพาน้องชายไปออกกำลังกายรอบๆโรงเรียนประถมทุกวันหยุด

          สวี่ผิงปลดล็อคจักรยานของเขา และเมื่อน้องชายจะขึ้นนั่งบนเบาะหลัง เขาหยุดน้องชาย

          วันนี้ไม่ได้

          สวี่เจิ้งจ้องกลับด้วยสายตาตกใจ งงงวย

          พี่ปั่นจักรยาน นายวิ่ง ถึงโรงเรียนประถม

          ขณะที่อธิบาย เขาขึ้นขี่พาหนะแล้วปั่นออกไปหลายเมตรก่อนจะหันกลับมาเร่งน้องชายอย่างหงุดหงิดนายไปมามั้ย!? เร็วๆสิ!”

          จากนั้นเขาก็ปั่นออกไป

          สวี่เจิ้งนิ่งไปสักพักก่อนจะเข้าใจ แต่เขาก็วิ่งตามพี่ชายไปอยู่ดี

          ไม่ค่อยมีคนมากนักบนถนนในเช้าวันเสาร์ แสงแดดอบอุ่นสาดใส่สวี่ผิง ร้านค้าข้างถนนยังไม่เปิดให้บริการ มีเพียงชาวสวนที่เข้ามาในเมืองยามรุ่งสางเท่านั้นพร้อมกับตะกร้าผักข้างตัว

          สวี่ผิงหยุดรถใกล้ๆกับหญิงวัยกลางคนที่เดินเล่นกับสุนัขอยู่ สุนัขโกลเด้นรีทีชรีฟเวอร์สบัดหางมันไปมาเดินวนรอบต้นไม้

          สวี่ผิงหันกลับไปมองน้องชาย มุมปากเขากระตุกเล็กน้อย แล้วเขาก็ปั่นเร็วขึ้น

          พนังงานหญิงที่ประจำอยู่ตรงสำนักงานไม่อยู่ สวี่ผิงจึงปั่นเข้าไปในสนามทันที

          ดอกไม้บานสะพรั่ง ลำต้นมีดอกตูมสีทองแวววาวงอกขึ้นมา ดอกมะลิก็ออกดอกเช่นกัน ในไม่ช้ากลิ่นของมันก็จะอบอวนไปทั่วทั้งสนามโรงเรียน

          สวี่ผิงหยุดลงที่จุดสี่ร้อยเมตร พระอาทิตย์ลอยขึ้นสูงแล้ว

          เขาได้ยินเสียงฝีเท้าน้องชายขณะที่ปั่นจักรยานไปยังอัฒจันทร์

          อย่าเพิ่งหยุด ปกตินายวิ่งห้ารอบ แต่วันนี้นายต้องวิ่งสิบรอบ พี่จะนั่งนับตรงนี้แล้วก็จะท่องคำศัพท์ไปด้วย

          สวี่ผิงขึ้นไปนั่งบนอัฒจัทร์และหยิบสมุดออกมา

          สวี่เจิ้งยืนหอบ

          ทำไม นายมีปัญหาเหรอ?สวี่ผิงเงยหน้ามอง

          สวี่เจิ้งส่ายหัวแล้วเริ่มวิ่งไปตามทางที่ปูด้วยกรวดสีดำ

          ในมือเขาถือสมุดโน้ต สวี่ผิงเริ่มจำคำศัพท์แม้จะไม่ค่อยจริงจัง

          ความว่องไว - เกี่ยวกับกีฬา เกี่ยวกับการวิ่ง แข็งแรง กล้ามเนื้อ

          อากาศตอนเช้ายังคงเย็นเล็กน้อย เขาจามแล้วลูบจมูกสีแดงของเขา

          พระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออกของสนาม หญ้าสีเขียวถูกแบ่งออกเป็นช่องๆ เสาประตูโกลตั้งอยู่ขอบทั้งสองด้าน เสาธงที่ใหญ่พอจะโอบด้วยมือทั้งสองตั้งอยู่ตรงกลางอัฒจันทร์ และธงประจำชาตินั้นปลิวไหวไปตามแรงลม

          สวี่ผิงมองน้องชายวิ่ง ขาของเด็กชายยาว กล้ามเนื้อของเขาก็ได้ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ มีทั้งความยืดหยุ่นและแข็งแกร่งสูง เขาสิ่งเหมือนสิงโตที่แข็งแรง เป็นภาพที่น่าทึ่งแม้จะอยู่ไกล

          ดูเหมือนสวี่เจิ้งจะรู้ตัวว่าพี่ชายมองมาที่เขา เขาโบกมืออยู่อีกฝั่งของลู่วิ่ง

          สวี่ผิงกิ้มหน้าลงทำตัวราวกับไม่เห็นสิ่งนั้น

          หนาแน่น – อยู่ใกล้(ผูกหรือติด) ยากที่จะคลาย แน่น

          หลังจากที่สวี่ผิงอ่านคำศัพท์ไปสองรอบ ในที่สุดสวี่เจิ้งก็กลับมายังอัฒจันทร์ อ้าปากหายใจหอบ เสื้อเขาเปียกไปด้วยเหงื่อ

          เสร็จแล้วเหรอ?

          สวี่เจิ้งพยักหน้าอย่างหมดแรง ใช้มือยันเข่าตัวเองไว้

          สวี่ผิงมองน้องชายขึ้นลงและเก็บสมุดโน้ตของตัวเอง

          โอเค! ต่อไปก็วิดพื้นสี่สิบครั้ง!”

          สวี่เจิ้งเงยหน้ามองด้วยอาการไม่พอใจ

          เกอ...เขาโอดครวญ

          พี่รออยู่

          สวี่เจิ้งก้มหัวลง เหงื่อไหลหยดลงที่พื้นซีเมนต์ เขาถอนหายใจแล้ววางมือลงบนพื้น

          ท่าผิด ทำใหม่

          “ใช้แขน ไม่ใช่สะโพก ทำใหม่

          ทำไมก้นนายลอยขึ้นมา? พี่ไม่เคยสอนแบบนี้! ทำใหม่

          เหงื่อไหลมารวมกันเป็นแอ่งใต้ตัวสวี่เจิ้ง เส้นผมของเขาเปียกราวกับเพิ่งออกจากห้องน้ำ

          สวี่ผิงติท่าของเขาอย่างไม่ลดละ ทำให้เขาต้องเริ่มใหม่หลายครั้งเพราะความผิดเล็กๆ

          ในที่สุดก็สำเร็จ สวี่เจิ้งทรุดตัวลงบนพื้น

          “ลุกขึ้นมา!”

          สวี่เจิ้งเหลือบมองพี่ชาย พงกหัวอย่างอ่อนล้า

          ผมเหนื่อยมาก เกอเกอ

          สวี่ผิงย่อลงข้างตัวน้องชาย

          นายอยากรู้ไหมว่าเชี่ยคืออะไร

          สวี่เจิ้งหยักหน้า

          สวี่ผิงจับคอเสื้ออีกคนแล้วขึ้นคร่อม เขาจ้องตาสวี่เจิ้งแล้วชกลงไปบนหน้า

          ต่อยกลับสิสวี่ผิงสั่งเสียงเรียบ

          สวี่เจิ้งส่ายหัว

          สวี่ผิงชกลงไปอีกหมัด คราวนี้ใบหน้าสวี่เจิ้งบิดไปด้านข้าง

          ต่อยกลับสิ!”

          สวี่เจิ้งจับหน้าตัวเอง ผมไม่ทำเกอเกอหรอก

          สวี่ผิงเงยหน้ามองฟ้าสักพักก่อนจะกลับมาชกน้องชายอีก

          แขนสวี่เจิ้งไม่สามารถปกป้องเขาได้ สวี่ผิงปัดแขนเขาออกแล้วตีเขาต่อ ต่อยกลับสิ! ทำไมนายไม่ตีพี่!? หรือเป็นเพราะว่าคือพี่!? นายมันไร้ประโยชน์ ต้องให้พี่บอกอีกกี่ครั้งกัน อย่ายอมแพ้สิ ทำไมไม่เข้าใจ!? ต่อยสิ! ตีพี่สิ! พี่ไม่ได้ให้นายวิ่งเพื่ออยู่เฉยๆนะ! ตีสิ! มันเรียกว่าการป้องกันตัว เข้าใจไหม!? สัตว์ทุกตัวก็รู้ แต่ทำไมนายถึงโง่ที่ลืม!?”

          สวี่เจิ้งหลบซ้ายทีขวาทีเพื่อหนี ผมไม่ทำ! ผมโง่! พวกเขาบอกว่าผมปัญญาอ่อน! ผมรู้ดีว่าผมปัญญาอ่อน

          สวี่ผิงชะงัก เขาคว้าคอเสื้อน้องชาย ใครคือพวกเขา? ใครว่านายปีญญาอ่อน!?”

          สวี่เจิ้งหันหน้าหนีไม่ยอมพูด

          สวี่ผิงปล่อยน้องลงที่พื้นหลังจากรอคำตอบไปสักพัก

          นายไม่ใช่น้องชายฉัน ฉันไม่มีคนอ่อนแอเป็นพี่น้อง

          ก่อนที่เขาจะพูดจบ หมัดของสวี่เจิ้งก็ทำให้เขาลงไปนอนกับพื้น

          สวี่ผิงมองน้องชายขณะแตะริมฝีปากเปื้อนเลือดของตัวเอง

          สวี่ผิงลุกขึ้นข้างๆเขา

          ดีมากสวี่ผิงเผยรอยยิ้ม

          สวี่เจิ้งมองเขาอย่างงุนงง

          สวี่ผิงดันตัวเองขึ้น พ่นเลือดในปากออก

          เสี่ยวเจิ้ง พี่จะบอกนายว่าเชี่ยคืออะไร เชี่ยคือคำที่เราจะไม่ใช้กับคนอื่น ถ้ามีบางคนบังคับให้นายทำสิ่งที่ไม่อยากทำ หรือมีคนชกนายแบบที่พี่ทำ นายจะต้องเอาชนะเขาจนกว่าเขาจะขอร้องนาย ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครหรือนายจะเหนื่อยแค่ไหน

          “แล้วก็สวี่ผิงพูดต่อช้าๆ อย่าให้คนอื่นว่านายโง่ อย่าให้คนอื่นบอกว่านายแตกต่าง พวกเราทั้งหมดโง่ พวกเราทุกคนมีบางสิ่งที่คนอื่นไม่มี สวี่เจิ้งก็คือสวี่เจิ้ง และนายก็เป็นมนุษย์เหมือนที่ทุกคนเป็น นายไม่ได้ต่างจากทุกๆคน

 

 

--------------------------------

 

สงสัยต้องหาบ้านเล็กไว้ลงฉากเรทแล้วค่ะ เดี๋ยวนิยายปลิว 555555

เอาจริงๆนะ อารมณ์สวี่ผิงปั่นป่วนกว่าคนน้องอีก

เจอคำผิด+ตรงไหนแปลกๆทักได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

เจอกันตอนต่อไปค่ะ

9/2/19

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 150 ครั้ง

458 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 03:31
    ใจเย็นเด้อ555
    #431
    0
  2. #381 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 21:20
    พี่แบบอห. สอนน้องด้วยวิธีไม่เหมือนใครเลย
    #381
    0
  3. #340 ohjesus (@rhmourwa) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 01:14
    ตอนนี้คุณพี่เป็นอะไรอะ อันนี้ไม่เข้าใจจริงๆ
    #340
    0
  4. วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 17:06
    เหมือนคุณพี่ประจำเดือนมาไท่ปกติ
    #188
    0
  5. #107 Baeklittle (@nanoriza) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:02

    อะไรคือเห็นหมา แล้วหันมายิ้มใส่น้อง????

    #107
    0
  6. #87 แมวหง่าว001 (@graycat-nangrai) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:27
    เหมือนผิงยอมรับความรู้สึกของตัวเองไม่ได้เลยพาล แต่น้องซื่อๆคิดอะไรก็ทำแบบนั้น เลยไม่ค่อยซับซ้อน ;___;
    #87
    0
  7. #86 RandyHiroki (@RandyHiroki) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:31
    หญิงวันกลางคน==> หญิงวัยกลางคน
    สวี่เจิ้งจับคอเสื้อ ==>สวี่ผิงจับคอเสื้อ มั้ย??
    #86
    0
  8. #85 Lentear (@Lentear) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:11
    อ่อออออ... คุณพี่ชายยยคึ คึ คึ
    ปล.รอตอนต่อไปจ้า
    #85
    0
  9. #84 MIW001 (@MIW001) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:56
    พี่ชาย โหดเกินไปป่ะ5555
    #84
    0
  10. #83 เงารัติกาล (@spooknick) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:07
    จริง​ๆ​เห็นด้วยกับไรต์คุณ​พี่อารมณ์​แปลปวนกว่าคุณน้องจริง​ๆ
    #83
    0
  11. #82 z.tian (@hanwonhyuk) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:35
    สอนน้องชายแรงไปรึเปล่า แงงง สงสารอ่ะ
    #82
    0
  12. #81 rw_no_jg19 (@rw_no_jg19) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:34
    พี่ชายโหดมาก
    #81
    0
  13. #80 ไจไจ๋ (@parineeplaimon) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:32
    ปั่นป่วนมากกกก อือหืออออ พี่คืดไม่ซื่ออะ555
    #80
    0