Brother by Ren Ti Gu Jia (นิยายแปล) (Yaoi) (END)

ตอนที่ 12 : Brother - 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 127 ครั้ง
    28 ก.พ. 62

Brother - 12

 

          คุณก็รู้...ที่รัก ผมต้องดูแลเธอ เธออ่อนแอมาก! เธอมีหนามแหลมสี่อันที่ไร้ประโยชน์ เพื่อที่จะปกป้องตัวเองจากโลก... – Antoine de Saint-Exupéry, The Little Prince

 


          แสงไฟจากอาคารใกล้เคียงสว่างไปทั่ว เมืองทั้งเมืองอาจจะกลายเป็นจุดกำเนิดแสงไปแล้วก็ได้

          ครอบครัวที่อยู่ชั้นบนเปิดโทรทัศน์ของพวกเขา และมีบางคนกำลังร้องเพลงจากหนังเรื่องทหารสีแดงบนทะเลสาบฮงหู

          น่านน้ำของฮงหูไหลลื่นไปตามกัน บ้านของฉันอยู่ข้างฝั่งฮงหู...

          สวี่ผิงดึงที่จับประตูตู้เสื้อผ้าเปิดออกเบาๆ แต่คนข้างในกลับดึงปิดอย่างรวดเร็ว

          เสี่ยวเจิ้ง

          ไม่มีเสียงตอบรับ

          แม้สวี่ผิงจะไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ตนเองพูดจะส่งไปถึงน้องชาย เขาทุบประตู เสี่ยวเจิ้ง นายออกมาได้ไหม? นายโกรธ พี่ขอโทษ อย่าหลบเลยนะ

          น้องชายของเขาไม่ตอบอะไร

          สวี่ผิงรอสักพักก่อนจะทุบประตูอีกรอบ และครั้งนี้เขาเพิ่มแรงขึ้นอีก

          ประตูเหมือนจะเปิดตอนที่สวี่เจิ้งโวยวายด้วยความกลัว ไม่! ผมไม่อยากเห็นพี่! ผมไม่อยากเห็นพี่!”

          สวี่ผิงตกใจชะงัก เขาเริ่มหมดความหวังแล้ว

          ด้านหนึ่งก็คิดว่าตนเองสมควรได้รับมัน แต่อีกด้านเขาก็เสียใจมาก

          เขาเอ่ยถามทั้งๆที่กลั้นน้ำตา เสี่ยวเจิ้ง ทำไมนายไม่อยากเห็นพี่? นายเกลียดพี่มากใช่มั้ย? นายรู้สึกอย่างนั้นขริงๆใช่มั้ย?

          เขาไม่รู้จะแก้ไขมันยังไง เขาเคยได้ยินพวกผู้ใหญ่พูดว่าการสารภาพความผิดจะทำให้สบายใจขึ้นครึ่งหนึ่ง

          แต่สวี่ผิงรู้นานแล้วว่าไม่ใช่ทุกความผิดที่จะสามารถให้อภัยได้ และไม่ใช่ทุกอย่างจะสามารถฟื้นฟูและเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

          ดอกไม้ร่วงแล้ว ไม่สามารถกลับไปสู่กิ่งของมันได้ แม่จากไปแล้ว ไม่สามารถกลับมาหาพวกเขาได้อีก

          เหมือนกับสวี่ผิงได้ทำแจกันอันมีค่าแตกเสียแล้ว เขาเศร้าเสียใจ หมดหนทาง ได้แต่จ้องมองชิ้นส่วนที่แตกบนพื้น ด้วยความโกรธเล็กน้อยที่ผลักมันตกแตก แต่จะซ่อมแซมนั้นกลับต้องใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี ระมัดระวังในการติดกาวแต่ละชิ้น  ถึงเขาจะโชคดีและสามารถซ่อมมันได้ แจกันอันนี้ก็ยังคงมีรอยร้าวและไม่อาจสวยดั่งเดิม

          สวี่ผิงเริ่มร้องไห้ สองมือจับอยู่ที่ประตูตู้เสื้อผ้า

          สวี่ผิงอยากจะขอโทษ แต่มันส่งไปไม่ถึงน้องชายของเขาเลย ดังนั้นคำขอโทษก็ไม่มีความหมายอะไร เขาสูญเสียสิ่งดีๆ น้องชายที่มองแต่เขา น้องชายที่บอกกับเขาว่า แค่พระอาทิตย์ก็พอแล้วน้องชายที่ใช้ร่างผอมๆของตัวเองให้ความอบอุ่นกับพี่ชาย

          โลกนี้กว้างใหญ่ และมีสวี่เจิ้งแค่คนเดียว คนที่มองแต่เขา ความจงรักภัคดีที่ไม่มีการยับยั้งนั้นทำร้ายเขาในบางครั้ง แต่ส่วนใหญ่แล้ว มันทำให้เขาเข้มแข็งขึ้น เขาไม่สามารถอ่อนแอได้ เพราะมีบางคนต้องการเขา เขาไม่สามารถแพ้ได้แม้ว่าขาของเขาจะหมดแรง เพราะมีบางคนเชื่อใจเขา

          เขาคิดมาตลอดว่าความสามารถของเขาจะดึงสายตาของพ่อได้ แต่อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเข้มแข็งในวันที่เหลือเมื่อพ่อไม่อยู่แล้ว? เสียงเล็กๆที่มีเพียงสวี่ผิงได้ยินตอบคำถามของเขา

          เขาทรุดลงกับพื้นและร้องไห้ออกมาเสียงดัง เขารู้สึกว่าเขาสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดของตัวเอง

          เขาพยายามอย่างมากที่จะซ่อนและปฏิเสธว่าแท้จริงแล้วเขาต้องการน้องชายปัญญาอ่อนของตัวเอง

          นิทานทั้งหลายต่างก็เล่าขานเรื่องโบราณเดียวกัน คนที่ไม่พอใจในสิ่งที่ตนมีจะสูญเสียทุกสิ่ง และพวกเขาจะเสียใจในวันที่สายเกินไป

          เขาถูกน้องชายคนเดียวของตัวเองทอดทิ้ง

          เขาถูกโลกทั้งใบทอดทิ้ง

 

          สวี่ชวนทำหมูตุ๋นอยู่ในครัว เขาสับขิง กระเทียม โป๊ยกั๊ก อบเชย และพริก เทน้ำมันลงในกระทะ เมื่อมันร้อนเขาก็ใส่น้ำตาลลงไป ตามด้วยหมูสามชั้นและส่วนผสมที่เหลือเพื่อทอด เมื่อเนื้อกลายเป็นสีแดงเข้ม เขาย้ายเนื้อไปยังหม้อตุ๋นอีกหนึ่งชั่วโมง ในขณะที่รอเนื้อ เขาก็ผัดมะเขือเทศและไข่ผสมกับข้าว และเตรียมผักกวางตุ้ง เขายังทำแตงกวาเย็นใส่ซอสถั่วเหลือง น้ำส้มสายชู พริกป่น และน้ำมันงา เสิร์ฟมันในจานสีฟ้าขาวใบใหญ่

          เขาเปิดหน้าต่างข้างๆเตาเพื่อไล่กลิ่นบุหรี่ให้ออกไป ตาซ้ายของเขายังคงสั่นเล็กน้อย แต่ก็ยังมองเห็น เขามองเห็นดาวทั้งหมดบนท้องฟ้ายามค่ำคืนชัดเจน เขารู้จักแค่บางดวง แต่อีกหลายดวงเป็นดั่งดาวนิรนามขณะส่องประกายในความมืด

          ท้องฟ้าไร้เมฆ ดังนั้นพรุ่งนี้คงจะเป็นวันที่สว่างสดใส

          เขาร้องพึมพำไปกับโทรทัศน์ชั้นบนในขณะที่ทำกับข้าว

          ...ดวงอาทิตย์เกือบจะตกลงไปทางทิศตะวันตก ทะเลสาบหนานซื่อเงียบเหงาในตอนที่ฉันดีดพิญอันเป็นที่รัก และร้องเพลงที่น่ารัก...

          เขามีเสียงที่ไพเราะ และบางครั้งเขาก็เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยถ้าพวกเขาทำไม่ได้

          เมื่อเร็วๆนี้เขาเหนื่อยมาก แต่หลังจากลูกชายคนเล็กกลับมาเขาก็รู้สึกโล่งใจ

         

          ครอบครัวนี้ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง และต้องดำเนินต่อไป ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว ไม่มีอะไรดีไปกว่าช่วงอายุของเขา ช่วงอายุที่ได้ผ่านความท้าทายในชีวิตทั้งหมด

          เขาจัดเตรียมจานลงบนโต๊ะ เขายังหยิบขวดเหล้าจากชั้นวาง เขากำลังจะได้ทานอาหารอย่างมีความสุขกับลูกๆ

          เขาเคาะประตูห้องนอน อาหารเย็นพร้อมแล้วนะ!”

          มีเพียงสวิ่ผิงที่เดินออกมาพร้อมดวงตาแดงและบวม

          เรียกน้องออกมาด้วยสิ

          สวี่ผิงเงียบไปสักพัก

          สวี่ชวนเคาะตะเกียบกับโต๊ะเบาๆ

          ไม่มีประโยชน์หรอกครับพ่อ เสี่ยวเจิ้งไม่อยากเจอผมแล้ว เขาหลบอยู่ในตู้เสื้อผ้าเพราะเขาไม่อยากเจอผม เขาเกลียดผมแล้ว

          เขาถอนหายใจเมื่อมองลูกชายที่นั่งก้มหน้า เขาเป็นน้องของลูกนะ!”

          สวี่ผิงเงียบไปอีกครั้ง

          สวี่ชวนไม่อยากจะโมโหจนทำคืนนี้ล่ม เขาลุกขึ้นไปเรียกสวี่เจิ้งด้วยตัวเอง

          เสี่ยวเจิ้ง อาหารเย็นพร้อมแล้วนะ พ่อทำหมูตุ๋นด้วยเขาเคาะประตูตู้เสื้อผ้า พี่ชายของลูกจะกินมันหมดนะ ถ้าลูกไม่ออกมาตอนนี้

          ไม่มีเสียงอะไรดังออกมาจากตู้เสื้อผ้า

          สวี่ชวนเคาะอีกครั้ง เสี่ยวเจิ้ง?

          เขาพยายามจะเปิดแต่สวี่เจิ้งยังคงดึงประตูปิดไว้

        เมื่อเขาดึงแรงขึ้น สวี่เจิ้งก็ตะโกนออกมา ผมไม่ไป! ผมไม่อยากเจอพี่!”

          สวี่ชวนระงับอารมณ์อีกครั้ง ไม่เอาน่า เสี่ยวเจิ้ง พี่ชายลูกคิดถึงลูกนะ ลูกไม่ได้เจอกันตั้งนาน ไม่ใช่สวี่ผิงเหรอที่ลูกชอบ?

          แต่สวี่เจิ้งก็ยังคงตะโกนเช่นเดิม ผมไม่ไป! ผมไม่อยากเจอพี่!”

          สวี่ชวนยังคงพูดต่อ เขาขอโทษลูกแล้วนะ เขารู้ว่าตัวเองทำผิด แล้วทำไมลูกไม่ยกโทษให้เขาล่ะ?

          สวี่เจิ้งกระทืบเท้าอยู่ในตู้เสื้อผ้า ตอนนี้สวี่ชวนเริ่มจะโมโหแล้ว เขากระชากที่จับจนลูกคนเล็กร้องเสียงหลงอีกครั้ง

 

          สวี่ผิงมองพ่อของเขาเดินออกมาจากห้องนอนและนั่งลงบนเก้าอี้

          กินเถอะ พ่อของเขาเอ่ยอย่างอ่อนล้า

          สวี่ชวนจับตะเกียบ ตั้งมันลงบนโต๊ะและหยิบผักกวางตุ้ง เขาวางมันลงในชามและตักข้าวเข้าปาก

          สวี่ผิงหยิบตะเกียบของเขาอย่างกระตือรือร้น เขาไม่ได้หิวเท่าไหร่ แต่ก็ต้องกิน

          พ่อลูกทั้งคู่กินอย่างเงียบๆ ไม่มีใครตักหมูตุ๋นที่ตั้งอยู่ตรงกลางสักคน

          เนื้อสีน้ำตาลแดงน่าทานถูกปกคลุมด้วยผักชี หลังจากที่ถูกตุ๋นเป็นเวลานาน มันอาจจะละลายในปากได้เลย กลิ่นซอสหอมหวานเพียงพอที่จะทำให้น้ำลายสอ อาหารจานหรูเช่นนี้ส่วนใหญ่มักเสิร์ฟในวันตรุษจีน ไม่เพียงแต่หมูที่ดีและแพง แต่พ่อของเขายังใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการทำมันด้วย

          หมูตุ๋นแสนอร่อยเริ่มเย็นขึ้นช้าๆ เมื่อไอความร้อนหายไป ส่วนของไขมันสีขาวก็เริ่มจะปรากฏ

          กินหมูสิสวี่ชวนบอกลูกชาย

          สวี่ผิงมองจานข้าวตรงหน้า เราไม่ได้ทำหมูตุ๋นบ่อยครั้ง เก็บไว้ให้เสี่ยวเจิ้งดีกว่าครับ เขาชอบมัน

          หลังจากที่เงียบไปสักพัก สวี่ชวนวางตะเกียบของเขาลงและลุกออกจากโต๊ะ สวี่ผิงตกใจ คิดว่าพ่อของเขาจะต้องตีเขาแน่ เขายกแขนขึ้นป้องกัน แต่กลับเห็นพ่อเดินไปยังห้องนอนอย่างรวดเร็ว

          ปึก! ประตูโดนเตะออก พ่อเขาตะโกน ลูกออกมาเดี๋ยวนี้ เสี่ยวเจิ้ง!”

          ประตูตู้เสื้อผ้ากระแทกกับผนัง น้องชายของเขากรีดร้อง ไม่! ไม่!”

          สวี่ชวนตะโกนก้อง ลูกคิดว่าลูกกำลังทำอะไรอยู่?! ลูกหนีจากบ้านไปเป็นเดือนๆโดยไม่สนใจ ใครบอกว่าลูกต้องทำแบบนั้น?! ลูกรู้ไหมว่าเราเปนห่วงมากแค่ไหน?! พอกลับมาลูกก็เอาแต่ซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า วันนี้ลูกซ่อนได้ แล้วทำตลอดไปได้ไหม?! ลูกบอกว่าไม่อยากเห็นพี่ชายของลูก?! แต่ลูกก็ยังรู้ว่าเขาเป็นพี่ชาย! แล้วถ้าเขาตีหรือด่าลูก เขาเสียใจและขอโทษแล้ว! ถึงแม้เขาจะไม่พูดอะไร แต่เขาก็ยังเป็นพี่ชายของลูก! สวี่ผิงดูแลลูกมาตั้งแต่เกิด พาไปโรงเรียน ซื้อของที่ชอบให้ลูก พาไปเล่นข้างนอก อยู่กับลูก ต่อยตีเพื่อลูก แบกลูกไปโรงพยาบาลทุกวันตอนลูกป่วย ลูกจะบอกว่าลืมทั้งหมดนี้ในหนึ่งเดือนเหรอ?! ลูกไม่อยากเจอพี่ชาย?  อะไรที่ทำให้ลูกคิดแบบนั้น! ลูกทำอะไรให้พี่บ้าง?! ออกมาเดี๋ยวนี้! ออกมาเดี๋ยวนี้เลย!”

          สวี่ผิงรีบลุกจากโต๊ะมาห้ามพ่อ พ่อ! พ่ออย่าว่าน้องเลย เขาไม่เข้าใจหรอก...

          สวี่ผิงเห็นหัวของน้องชายซุกอยู่ในกองเสื้อผ้า ขาเล็กๆเตะไปทั่วอย่างบ้าคลั่ง มือข้างหนึ่งจับกรอบตู้เสื้อผ้า และอีกข้างถูกพ่อของเขาดึงไว้

          สวี่เจิ้งร้องไห้ ไม่! ผมไม่อยากเห็นพี่ชาย!”

          สวี่ชวนเดือดดานด้วยความโกรธ ดวงตาเบิกโพล่ง ออกมานี่! ลูกไม่คิดว่าเขาเป็นพี่ เหมือนกับที่ไม่คิดว่าพ่อเป็นพ่อของลูกใช่ไหม?! แล้วลูกทำอะไรอยู่ในตู้เสื้อผ้า?! ออกมา! พ่อไม่เคยมีลูกอกตัญญูอย่างนี้!”

          สวี่ผิงได้ยินน้องชายร้องลั่นไม่ยอมออกมา ผมไม่ชอบพ่อ! ผมไม่ชอบพ่อ!”

          เขาอยากจะกระโดดเข้าไปตรงกลางระหว่างทั้งคู่แล้วปิดปากน้องชาย แต่มันสายไป

          สวี่ชวนตะลึงกับคำพูดของลูกชาย เกิดความโกรธเข้าครอบงำ เขาปล่อยแขนลูกลงแล้วมองหาไม้เรียว แต่เมื่อไม่เจอ เขาหยิบเอาไม้บรรทัดไม้อันยาวจากบนโต๊ะและหันกลับไปหาสวี่เจิ้ง

          ปั๊ก!

          ไม้บรรทัดหัดครึ่ง

          สวี่ผิงยืนอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อและน้องชาย เลือดไหลลงมาจากขอบตา

          เหมือนดั่งเวลาเดินช้าลง สวี่ผิงเห็นไม้บรรทัดลอยไปยังน้องชาย ร่างกายของเขาเคลื่อนไปเร็วกว่าสมอง บริเวณที่ถูกตีมีอาการเย็นในตอนแรกเหมือนกับการเอาน้ำแข็งถูผิว เขาเห็นอารมณ์หลากหลายปรากฏบนใบหน้าของพ่อ ทั้งประหลาดใจ โกรธเกรี้ยว เจ็บปวด เสียใจและอื่นๆ เขาไม่เคยคิดเลยว่าอารมณ์หลากหลายนี้จะสามารถเกิดขึ้นกับคนคนหนึ่งในเวลาเดียวกัน เขาอยากจะหัวเราะ แต่ความเจ็บที่ตีเขาเป็นเหมือนลูกกระสุน

          สวี่ผิงไม่สามารถลืมตาซ้ายได้ น้ำตาหลั่งไหลออกมา ตอนนี้เขาจะต้องดูน่าตลกเป็นแน่ เขาไม่อยากให้คนอื่นเห็นเลย

          เขาได้ยินพ่อถามด้วยความตกใจ โดนตามั้ย?! โดนตารึเปล่า?!”

          เขาได้ยินเสียงสวี่ชวนรีบวิ่งออกไปจนสะดุดล้ม

          อาการปวดเริ่มเกิดขึ้นเมื่อน้ำตาไหลผ่านบาดแผล

          สวี่ผิงปิดหน้า ไม่อยากให้น้องชายเห็นใบหน้าที่เปื้อนเลือด

          เขาเอื้อมมือไปข้างหลัง พยายามจะหาน้องชายตัวเอง นายไม่เป็นอะไรใช่มั้ย?”

          สวี่เจิ้งไม่ได้ตอบ

          สวี่ผิงไม่ว่าอะไร พ่อก็แค่โกรธ เขาไม่ได้หมายความอย่างที่พูดนะ เขาหยุดก่อนจะพูดต่อ พ่อไม่ได้เกลียดนาย แม้วันที่พ่อไม่อยากจะดูแลนายแล้ว พี่จะอยู่กับนายเอง แม้นายจะไม่ชอบพี่หรือไม่อยากเห็นพี่ พี่ก็จะอยู่กับนายจนกว่านายจะไม่ต้องการพี่

          ทุกๆคนที่กล่าวออกจากปากที่ให้กล้ามเนื้อแก้มของเขาขยับ เลือดไหลยิ่งกว่าเดิม ทุกๆประโยคเป็นเหมือนดอกไม้ที่บานบนผิวหนัง

          นายบอกพี่ได้ไหม?สวี่ผิงถามน้องชาย ทำไมนายไม่อยากเห็นพี่?

          นายเกลียดพี่จริงๆเหรอ?เขาถามอีก

          มันเป็นเวลานานกว่าที่น้องชายจะตอบ เสียงนั้นแผ่วเบา ผมขอโทษ

          ใจของสวี่ผิงเหมือนตกลงไปในเหวลึกแสนเหน็บหนาว ขณะที่ตะลึงทำอะไรไม่ถูก เขาได้ยินคำสารภาพช้าๆของน้องชาย    

          ผมเจอพี่ไม่ได้ ผมชอบพี่นะ แต่พี่ไม่อยากเห็นผม ผมไม่ได้ทำตามคำสั่งพี่ พี่บอกให้ผมไปตาย แต่ผมไม่ตาย ผมขอโทษ

          สวี่ผิงยืนนิ่งทื่ออยู่อย่างนั้นจนกระทั่งได้ยินเสียงสะอื้นจากบางแห่ง ไม่ใช้เสี่ยวเจิ้งที่ร้องไห้เหรอ? เขาแตะใบหน้าของตัวเองที่เต็มไปด้วยน้ำตา

          สวี่ผิงหมุนตัวกลับไปกอดน้องชายของตัวเอง

          สวี่เจิ้งดิ้นขัดขืน แต่สวี่ผิงกอดเขาแน่น

          พี่ขอโทษ พี่ขอโทษ พี่ขอโทษ...สวี่ผิงกระซิบกับหูน้องชาย อย่าตายนะเสี่ยวเจิ้ง นายต้องมีชีวิตอยู่ต่อ พี่อยากเห็นนายทุกวัน ต่อจากนี้เราจะใช้เวลาทุกๆวันด้วยกันนะ

          เวลานี้ ตอนนี้เขาจะบอกน้องชายในสิ่งที่ถูกต้องทุกอย่าง

          สวี่เจิ้งหยุดดิ้นแต่ดวงตาของเขาปิดลง

          ลืมตาแล้วมองพี่ เสี่ยวเจิ้ง

          สวี่เจิ้งสั่นหัวรัว

          ผมมองไม่เห็นพี่ ผมตายแล้ว ผมอยากตายจริงๆ ผมเดินและเดินไปเรื่อยๆ...

          สวี่ผิงใช้มือปิดปากน้องชาย

          นายยังมีชีวิต เสี่ยวเจิ้ง เรายังมีชีวิต เรายังไม่ตาย

          ผมขอโทษครับพี่น้องชายเขาขอโทษ

          สวี่ผิงร้องไห้กับน้องชายที่อยู่ในอ้อมแขน เขารู้สึกเหมือนว่ายอยู่ในลาวาร้อนเดือด ผิวและกระดูดถูกหลอมละลาย

          มันจะไม่มีสวี่เจิ้งคนอื่นอีก

          ไอ้ตัวปัญญาอ่อนนี่เป็นของขวัญล้ำค่าที่เป็นโชคชะตาของเขา

          เขาสูญเสียน้องไปแล้ว แต่น้องก็ได้กลับมาหาเขา

          สวี่ผิงสาบานกับตัวเอง ด้วยเลือดและน้ำตาของตัวเอง เขาสาบานว่าจะดีกับน้องชาย เขาจะใช้ทุกๆอย่างชองเขาทำให้น้องชายมีความสุข เขาจะทำทุกๆอย่างแม้มันหมายถึงเขาเอง

 

-------------------------END CH12---------------------------

 

Talk

ต้องบอกก่อนว่าแปลตอนนี้นานที่สุด 555555 เพราะไม่ว่างเลย หลังจากนี้ก็คงช้าเช่นเคย ถถถถถถ

 เรื่องนี้ดำเนินมาประมาณ ¼ แล้ว ตอนนี้สาสารเสี่ยวเจิ้งจริงๆ นี่คงเป็นบทเรียนของการพูดไม่คิด แต่ถ้าทั้งคู่เข้าใจกันแล้ว เราก็อยากให้ดูแลกันต่อไป TT เจอกันตอนต่อไปค่ะ またね! 

29/12/2016

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 127 ครั้ง

458 ความคิดเห็น

  1. #423 เฮกเซนเอง (@eyelove123) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 01:50
    น้ำตาไหลหนักมาก ฮือออ
    #423
    0
  2. #377 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 20:57
    สงสารกันไปหมด มันแบบ
    #377
    0
  3. #316 papark (@papark) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 01:48
    ร้องไห้แล้วตอนนี้ ต้องเข้าใจว่าด้วยยุคสมัย ทำให้คุณพ่อยังต้องลงโทษลูกชายแบบรุนแรง

    น้องกลับมาแล้ว.. ไม่เป็นไรนะ ทุกอย่างจะดีเอง
    #316
    0
  4. #230 choyu9 (@choyu9) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 03:42
    โอยยยยยยตอนนี้น่าสงสารทุกคนเลย
    #230
    0
  5. วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 15:53
    พ่อ นายสมองตายเรอะ5555555

    อยากให้ลูกคืนดีกัน แต่ไม่รู้วิธี น้ำตาจะไหลพราก นายมันผิดพลาดในการเป็นพ่อจริงๆ
    #185
    0
  6. #123 No10051 (@No10051) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:17
    ก็พ่อแบบนี้ ถึงได้มีลูกแบบนี้เฮ้อออ
    #123
    0
  7. #53 แมวหง่าว001 (@graycat-nangrai) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:27
    กอดกันๆ น้องงง pwq
    #53
    0
  8. #43 สพัจน์บ็อบ. (@spondboz_ss) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 19:54
    แง ชอบตอนนี้มากๆ เลย เสี่ยวผิงโตขึ้นมากจริงๆ รักกันไว้นะ! //คิดถึงไรท์มากเลยค่ะ ดีใจที่กลับมาแปลเรื่องนี้ต่อนะคะ เราชอบมากๆ ขอบคุณนะคะ
    #43
    0