Brother by Ren Ti Gu Jia (นิยายแปล) (Yaoi) (END)

ตอนที่ 10 : Brother - 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    28 ก.พ. 62

Brother - 10

          คุณคือเกลือของโลก และถ้าเกลือหมดรสชาติจะปรุงรสได้อย่างไร? มันไม่มีประโยชน์อะไร ได้แต่โยนทิ้งและถูกเหยียบย่ำโดยผู้คน

          คุณเป็นแสงสว่างของโลก เมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขาไม่อาจซ่อนเร้น

          พวกเขาไม่ได้จุดโคมไฟและวางมันข้างใต้ตะกร้า แต่เป็นขาตั้งโคมไฟที่ช่วยให้ความสว่างแก่ทุกคนที่อยู่ในบ้าน

– Matthew 5:13-15

        

         Brrrrrrrrrrr!

          คุณหม่า คุณครูคณิตศาสตร์หัวล้านบ้าๆบอๆยังคงตะโกนจากจุดเบื้องหลังโพเดียมเมื่อเสียงกริ่งดังขึ้น

         ผมแค่ออกข้อสอบยากขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น แค่นิดเดียว และทุกคนสอบตก! คะแนนต่ำสุดคือเก้า! เก้าคะแนน! สิ่งนี้มันสามารถเกิดขึ้นกับชั้นปีของพวกเธอหรือ!? หืม!? แม้แต่หมูปิดตาทำยังได้มากกว่านี้! เธอคิดว่าเธอยังอยู่อนุบาลหรือ!? เธอจะต้องเข้าเรียนชั้นมัธยมปีนี้นะ! เธอจะไม่ได้เข้าเรียนชั้นมัธยมปลายที่ดี หากเธอไม่ได้เข้าเรียนชั้นมัธยมต้นที่ดี และถ้าเธอไม่ได้เข้าเรียนชั้นมัธยมปลายที่ดี เธอก็จะไม่ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่ดี! และถ้าเธอไม่ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่ดี? ฮ่า! ผมจะบอกความจริงกับเธอ ชีวิตของเธอจะจบสิ้น จบสิ้น!!”

         สวี่ผิงยกมือของเขาขึ้น

         อะไร!?” คุณหม่าตะโกน

         กริ่งดังแล้วครับ คุณครูหม่าสวี่ผิงลุกขึ้นแล้วพูด

         ห้องเรียนเงียบไป นักเรียนทั้งชั้นหันหน้าไปมองเด็กชาย

         หม่ากัวจง ตบโพเดียม** เธอคิดว่าผมหูหนวกหรือ!? แล้วอย่างไรถ้ากริ่งดัง? พวกเธอทุกคนจะต้องนั่งที่ของตัวเองจนกว่าผมจะอนุญาต!”

         สวี่ผิงตอบอย่างสงบมาก แต่คุณครูครับ ผมนั่งไม่ได้ ผมเจ็บก้น ผมต้องกลับบ้านแล้วไปเข้าห้องน้ำทั้งห้องระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

         หม่ากัวจงโมโหจนริมฝีปากสั่น เขาพลิกกระดาษบนโต๊ะ วางแผนแกล้งสวี่ผิงต่อไป แต่เมื่อเขาเจอกระดาษคำตอบของเด็กชาย เขาพบว่าสวี่ผิงได้คะแนนเจ็ดสิบหกคะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงที่สุดในห้อง อาจจะมีเด็กแค่สี่หรือห้าคนที่ได้คะแนนเยอะกว่าสวี่ผิง เมื่อไม่สามารถแสดงความโกรธได้ เขายิ่งโมโหมากกว่าเดิม

         มีบางคนยิ้มเยาะ เข้าห้องน้ำ? นายหมายถึงไปหาไอ้ปัญญาอ่อนในส้วมหรือ?เสียงหัวเราะจางไป ทุกคนแอบส่งสายตากังวลให้สวี่ผิง

         นั่นทำให้หม่ากัวจงนึกขึ้นได้ คุณครูประจำชั้นของห้องเรียนนี้ได้บอกเขาว่ามีน้องชายของนักเรียนคนหนึ่งหายไป ครอบครัวเข้าสู่ช่วงที่ยากลำบาก และเธอขอร้องให้เขาช่วยดูแลนักเรียนด้วย

         สวี่ผิงหันไปรอบๆและตอบแบบไม่ใส่ใจ ใช่แล้ว ทุกคนก็รู้! น้องชายผมปัญญาอ่อนและโดนไล่ออกจากโรงเรียน เขาแทบจะไม่สามารถจำทางกลับบ้านได้ แม่ของผมตายและพ่อก็ทำงานไกลบ้าน ดังนั้นผมจึงต้องดูตามหาน้องหลังจากที่โรงเรียนเลิก เราไม่มีญาติพี่น้องที่อื่น เขาอาจจะปัญญาอ่อนแต่ผมไม่สามารถทิ้งเขาได้ ผมไปได้หรือยัง?

          ห้องเรียนตกอยู่ในความเงียบ ใบหน้าของนักเรียนทุกคนฉาบได้ด้วยความละอาย พวกเขาได้แต่นั่งอึดอัดอยู่กับที่ แม้แต่คุณหม่าก็เริ่มจะรู้สึกไม่ดี เขาจัดกระดาษและหนังสือให้เรียบร้อยขณะเอ่ย งั้นพวกเธอรอพรุ่งนี้แล้วกันนะจากนั้นเขาก็ออกจากห้องไป

         หลังจากที่สวี่ผิงสะพายกระเป๋าของตัวเอง เขาเห็นสายตาบางคู่ที่มองมา เขาฉีกยิ้มให้คนพวกนั้น จนต้องหันไปมองรอบๆแทนราวกับถูกเผาโดยสายตาของสวี่ผิง ไม่มีใครกล้าสบตาเขาเลยสักคน

         เด็กนักเรียนเกือบทั้งหมดในห้องนี้ต่างก็พูดนินทาน้องชายปัญญาอ่อนของสวี่ผิง ตอนนี้น้องชายเขาหายไป เรื่องซุบซิบนินทากลายเป็นคำสาปร้าย และรอยยิ้มของสวี่ผิงเป็นดั่งหนามแหลมที่เคลือบด้วยความยุติธรรม

         ขณะที่เขาจะกลับ ลู่เจียกลับมาจากห้องน้ำพร้อมกับถังใส่น้ำจากหน้าที่ทำความสะอาดของตน ทั้งสองประจันหน้ากันที่บันได

         สวี่ผิงล้วงมือซ้ายเข้าไปในกระเป๋ากางเกงที่มีมีดพับสำหรับเหลาดินสออยู่

         เขามองลู่เจียด้วยความเมินเฉยราวกับว่ารออีกคนตอบสนองก่อน

         ลู่เจียอยากจะทำเสียงฮึดฮัดและเรียกเขาว่าไอ้เฮงซวยเหมือนที่เคยทำ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ผมของเขาลุกชัน มีบางอย่างที่แปลกไปเกี่ยวกับเด็กชายตัวผอม แต่ลู่เจียไม่สามารถหาคำตอบได้

         จู่ๆก็มีขาคนโผล่ออกมา ลู่เจียตกใจร้องลั่น ถังน้ำในมือร่วงลงพื้น น้ำกระเซ็นไปทุกที่ นั่นใครวะ!?”

         ข้างๆสวี่ผิงคือเด็กชายผิวสีแทนกำยำ ตัดผมซิกแซก เขามองลู่เจียด้วยความเยาะเย้ยรังเกียจ ฉันเอง มีปัญหาอะไรไหม!?

          ลู่เจียมองระหว่างเหอจื่อกับสวี่ผิงแล้วพยักหน้า เข้าใจแล้ว รอแปบนะเขาเดินลงไปชั้นล่างเพื่อหยิบถังน้ำของเขา

         เหอจื่อเย้ยยันและอยากจะเดินตามลงไป แต่สวี่ผิงห้ามไว้

         เหอจื่อถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความรังเกียจ ไอ้สวะ

          สวี่ผิงตบไหล่เขาก่อนจะเดินลงไปข้างล่าง ผ่อนคลายหน่อย ฉันไม่อยากให้นายช่วย โอเคไหม?

          เหอจื่อวิ่งตามลงไป ฉันไม่รู้ว่าฉันเห็นอะไรในตัวเขา ฉันคิดว่าเขาเป็นคนดีเสียอีก

          สวี่ผิงไม่ได้ตอบอะไร

         จากนั้นเหอจื่อก็ได้แต่เก็บความคิดไว้จนกระทั่งถึงหน้าโรงเรียน สวี่ผิงถาม มีอะไรที่ฉันทำให้นายได้ไหม ต้าจื่อ?

          เหอจื่อเกาหัว ฉันคิดว่าฉันจะไปตามหาน้องชายของนายกับนายด้วย

          สวี่ผิงชะงัก แต่เขายังคงปฏิเสธ นายรู้หรือว่าน้องชายฉันหน้าตาแบบไหน? เอาล่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงก็ต้องแจ้งตำรวจอยู่แล้ว

          เหอจื่อมองอีกคนเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แค่สวี่ผิงก็ขัดจังหวะเขาอย่างกระสับกระส่าย แล้วเจอกันนะ

          ทั้งหมดที่เหอจื่อสามารถพูดออกมาได้คือ โอเค

          เพื่อนของเขาเหมือนจะเปลี่ยนไปในไม่กี่สัปดาห์ เหมือนกับขวดน้ำที่เต็มไปด้วยเหล้า มันโปร่งใสเหมือนกับน้ำเปล่าที่เคยมีอยู่ แต่มันก็ต้องระเบิดในไม่ช้าก็เร็ว

         ขณะที่เขามองคนอื่นๆเดินห่างไกลไปเรื่อยๆ เขาก็ตะโกนขึ้น ผิงจื่อ!”

          สวี่ผิงไม่ได้หันกลับมา มีเพียงแค่มือที่โบกไปมา

         สวี่ผิงจ่ายเงินห้าเซ็นต์ให้กับหนังสือพิมพ์ที่ร้านข้างถนน

         เขาเปิดหน้ากระดาษขณะที่ยืนอยู่บนถนน เขาข้ามพาดหัวข่าวไป กิจกรรมนานาชาติในหน้าที่สอง และมาตราเศรษฐกิจในหน้าสามไปยังข่าวท้องถิ่น

         บ้านถูกไฟไหม้ในเช้านี้ เสียชีวิตหนึ่งราย บาดเจ็บสามราย

          นักล้วงกระเป๋าบนรถประจำทางถูกจับโดยตำรวจนอกเครื่องแบบขณะที่ผู้โดยสารต่างให้กำลังใจ

          สมัครฟรีที่สวนสัตว์เป่ยเจี้ยว เนื่องจากวันที่ 4 ตุลาคม เป็นวันสัตว์นานาชาติ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

         หลังจากอ่านแบบคร่าวๆ เขาไม่พบอะไรเกี่ยวกับประกาศเด็กหายหรือการค้ามนุษย์ สวี่ผิงเปิดข้ามส่วนโฆษณาไปยังส่วนส่วนอื่นๆ เขาเจอประกาศ คนหายที่พ่อของเขาได้ติดประกาศตั้งแต่สามอาทิตย์ที่แล้ว

         สวี่เจิ้ง อายุ8ขวบ พบครั้งสุดท้ายที่ถนนเถี่ยชาน เมืองX 8 กันยายน 1983 สวมเสื้อกล้ามสีแดง กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน มีรางวัลสำหรับผู้ที่พบเจอ โปรดติดต่อสวี่ชวน

          ด้านล่างเป็นภาพขาวดำของสวี้เจิ้งและที่อยู่พร้อมเบอร์โทรศัพท์ในที่ทำงานของพ่อ

         หนังสือพิมพ์โบกสะบัดเสียงดังในฤดูใบไม้ร่วงที่หนาวเย็น สวี่ผิงพับหนังสือพิมพ์ลงและเก็บมันใส่กระเป๋า

         ฤดูใบไม้ร่วงได้กระจายไปทั่วทุกมุม

         ใบของต้นป็อปล่าร์กลายเป็นสีทองและค่อยๆร่วงลงพร้อมกับลมสดชื่นจากตะวันตก บนท้องถนนไม่ได้เต็มไปด้วยเสื้อสีขาว แต่เป็นชุดเหมาสีฟ้าที่มีกระเป๋าสี่เหลี่ยมข้างหน้า ทั้งยังมีทหารสวมชุดเขียวผ่านไปมาเป็นครั้งคราว ร้านริมถนนเริ่มเปิดขายมันฝรั่งอบหวานและถั่วทอดที่อบอวนไปด้วยกลิ่นหอมซึ่งสามารถได้กลิ่นแม้จะอยู่ไกล

         สวี่ผิงยืนอยู่บนถนน มองดูผู้คนเดินผ่านไปมา

         แจ้งตำรวจ ประกาศตามหา ติดใบปลิวที่เสาไฟฟ้า...

         พวกเขาได้ทำทุกสิ่งที่สามารถทำได้ แต่สวี่เจิ้งก็ยังไม่กลับมา

         พ่อขอลาหยุดยาวทั้งเดือนเพื่อออกตามหาสวี่เจิ้ง สวี่ผิงไม่อยากไปโรงเรียนเช่นกัน แต่เขาจะโดนพ่อดุหากเขาพูดเรื่องนี้ขึ้นมา

         ทันใดนั้น สวี่ผิงพุ่งตัวเข้าไปหาเด็กที่เดินผ่านเขาไป เด็กคนนั้นสะดุ้งตกใจและหันไปรอบๆด้วยความระแวง แต่ดวงตาเล็กๆและคิ้วบางแตกต่างจากสวี่เจิ้งโดยสิ้นเชิง

         สวี่ผิงปล่อยเด็กชาย โทษที ผิดคน

          เพื่อนเด็กคนนั้นผลักเขาให้พ้นทางพร้อมกับหายใจฮึดฮัด

         ชายแก่ที่ขายหนังสือพิมพ์เอ่ยถาม หาคนหรือ?

          ครับสวี่ผิงตอบ ผมหาน้องชายของผม เขาหายไปในขณะเดียวกัน เขาหยิบหนังสือพิมพ์ที่เพิ่งจะเก็บขึ้นมา ชี้ไปที่ภาพของสวี่เจิ้ง คุณเคยเจอเขาไหมครับ?

         ชายคนนั้นสวมแว่นตาและหลี่มองก่อนจะส่ายหัว คิดว่าไม่เคยเจอนะ

          สวี่ผิงคิดว่าเขาจะรู้สึกผิดหวัง แต่บางทีความผิดหวังกลับเหมือนอยู่ไกลเกินไป เขาพยักหน้าราวกับคาดเดาคำตอบได้ ขอบคุณครับ

          ชายแก่รู้สึกสงสารสวี่ผิง เธอแจ้งตำรวจหรือยัง? เวลาผ่านไปเรื่อยๆนะ ฉันจะเล่าให้ฟัง ลูกชายฉันอายุสิบหกตอนที่เขาร่วมการเดนขบวน เขาต้องเดินทางไปกวางโจว และเขากลับมาอย่างปลอดภัย ไม่เกิดอันตรายใดๆ ทุกวันนี้การค้ามนุษย์มีมากขึ้นนะ เธอก็รู้ พวกนั้นเห็นเด็กหน้าตาดีก็จับไปขาย พวกนั้นไม่ได้สนใจหรอกว่าครอบครัวของเด็กๆจะเป็นอย่างไร

          สวี่ผิงอยากจะพูดบางอย่างกลับไป แต่เขาหาเสียงตัวเองไม่เจอ

         เขาจำได้ว่ามีตำรวจมาเคาะประตูในคืนหนึ่งและบอกว่าเจอศพเด็กจากแม่น้ำ พวกเขาต้องการให้สวี่ชวนไปตรวจสอบ สวี่ชวนรีบออกไปและไม่ได้กลับมาจนกระทั่งดึก เมื่อเขากลับมาแล้ว เขาได้แต่ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้สานและนั่งอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน สวี่ผิงยืนติดขอบประตู ขาของเขาอ่อนแรง กระทั่งสวี่ชวนเอ่ยออกมาพร้อมกับถอนหายใจ ไม่ใช่น้องของลูก

          สวี่ผิงบอกลาชายแก่และเดินไปรอบๆ มองหาคนที่ดูเหมือนสวี่เจิ้งจากด้านหลัง หลายครั้งที่เขาเห็นเด็กๆเดินจับมือพ่อแม่ แต่เขายังคงมองหาต่อไปด้วยความหวัง

         เขามักจะหวังว่าเขาไม่มีการบ้านหลังเลิกเรียนและตามสวี่เจิ้งไปที่กระบะทราย แต่ตอนนี้เขาไม่มีเหตุผลที่จะกลับบ้านแล้ว เขากลัวที่จะมองใต้โต๊ะทุกครั้งที่เดินผ่านมัน ถังสีแดงของน้องชายมักจะอยู่ข้างใต้นั้น เมื่อเห็นมันกลับทำให้สวี่ผิงคิดถึงน้องชายที่รอเขาทุกวันด้วยการนั่งกอดขาบนเก้าอี้ และการทรมานนี้ทำให้สวี่ผิงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

         ดวงอาทิตย์ตกดินพอดีตอนที่เขากลับถึงบ้าน

         มันคือถนนซินมินที่เดิม ร้านหนังสือการ์ตูนร้านเดิม สวี่ผิงเดินผ่านมันอย่างไม่แยแส เขาไม่อยากจะอ่านอะไรอีกแล้ว

         พันวีรบุรุษไม่สามารถเทียบได้กับน้องชายของเขา

         เขาเดินก้มหน้าเข้าไปในลานของตึกสำนักวัฒนธรรมและชนเข้ากับบางคนที่สวมแว่นตากรอบเหลี่ยมสีดำและแจ็คเก็ตสีเทา

          นั่นคือจางจิ้นหมินที่รีบวิ่งมาจนขาแว่นตาลื่นไถลออกจากหูของเขา เขาดีใจเมื่อเห็นสวี่ผิง

         เธอไปไหนมา!? ฉันตามหาเธอตั้งนาน! เร็วเข้า! กลับบ้านกลับฉันเดี๋ยวนี้! ตำรวจเจอน้องชายของเธอแล้ว!”

        

 

----------------------- END CH10------------------------

 

 

Talk

          โอ๊ยยยยยยยยยย มาแบบหอยทากคลาน ความหน่วงใกล้จะจบแล้วนะคะ (รึเปล่า?) ตอนหน้าน่าจะได้เจอสวี่เจิ้งกันแล้ว หลังจากที่ค่าตัวน้องแพงมาจึงไม่สามารถจ้างมาในห้าตอนที่ผ่านมาได้ 55555555555 ช่วงนี้จะมาช้ามากกกกกกกกกกนะคะ เนื่องจากเปิดเรียนแล้ว กิจกรรมแน่นเอี๊ยดดดดด แต่จะพยายามแปลทุกวันค่ะ แล้วเจอกัน CH หน้านะคะ またね.

13/08/16

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

458 ความคิดเห็น

  1. #375 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 20:45
    น้องงง ;-;
    #375
    0
  2. #337 ohjesus (@rhmourwa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 00:15
    อมกกกกก กอดน้องแรงๆเลยนะสวี่ผิง หน็อย หายไปไหนมา! ได้กินข้าวล้างรึเปล่า ฮือ เด็กโง่ T_T
    #337
    0
  3. #51 แมวหง่าว001 (@graycat-nangrai) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:16
    ฮืออออ ในที่สุดก็เจอน้องแล้วว TwT
    #51
    0