ตอนที่ 54 : Goguryeo

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 77
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ก.พ. 59

โกคูรยอ - แพ็กเจ สงครามแห่งพี่น้องและสิทธิอันชอบธรรม

ถึงแม้ว่าในประวัติศาสตร์นั้น อาณาจักรโกคูรยอจะทำสงครามกับทางอาณาจักรแพ็กเจมาเป็นเวลานานตราบจนสิ้นสุดยุคสามอาณาจักร แต่ว่าที่จริงแล้วทั้งสองนั้นต่างนับว่าเป็นอาณาจักรพี่น้องกันมาตั้งแต่ต้นแล้ว ก็ด้วยเพราะว่าผู้ซึ่งก่อตั้งอาณาจักรแพ็กเจนั้นทรงมีความเกี่ยวพันกับทางอาณาจักรโกคูรยออย่างเหนียวแน่นในทางสายเลือด

อาณาจักรโกคูรยอ (Goguryeo) นั้นได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาจากการรวม 5 ชนเผ่าแห่งมณฑลโชลบุน ซึ่งได้ประกอบไปด้วย เผ่าเคลูหรือซอโน (Gyeru หรือ Seono) เผ่าพีรู (BiRyu) เผ่าฮวันนนา (Hwanna) เผ่ายอนนาหรือยุนนา (Yunna) และเผ่าควันนา (Gwanna) ซึ่งทั้งหมดนั้นต่างเป็นชนเผ่าที่ซึ่งมีชนเผ่าเคลูนั้นเป็นหัวเรือใหญ่ โดยมีท่านหญิงโซซอโน (Soseoneo) ขึ้นมาเป็นผู้นำ(หรือว่า "หัวหน้าแห่ง 5 ชนเผ่า")ในการปกครอง แทนที่ของท่านยอนทาบอลซึ่งได้ประกาศสละตําแหน่งเพื่อให้บุตรสาวปกครอง

ถึงแม้ว่าพระเจ้าดงมยองซอง (Dongmyeongseong - จูมง) จะทรงเป็นผู้ที่ซึ่งรวมกำลังพลทำศึกสงครามขับไล่ทหารชาวฮั่นให้ออกไปให้พ้นจาก "มณฑลฮยอนโท" (มณฑลซวนตู - 玄菟郡) "ชินบอน" (มณฑลเชิน(เฉิน)ฟ่าน - 真番郡) และ "อิมดุน" (มณฑลหลินตุง - 临屯郡) แต่ว่ามันก็คงจะสำเร็จเสียมิได้หากว่าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากโซซอโน ซึ่งด้วยสถานการณ์ที่จำเป็นจะต้องรวมกันอยู่และด้วยความรักที่โซซอโนทรงมีให้ต่อจูมง จึงทำให้ทั้งสองตกลงปลงใจเข้าราชพิธีอภิเษกสมรสไปพร้อมๆกับการสถาปนาอาณาจักรโกคูรยอ จึงยิ่งทำให้มณฑลโชลบุน (Jolbun) ซึ่งกลายมาเป็นอาณาจักรโกคูรยอนั้นได้กลายมาเป็นหนึ่งในดินแดนที่ซึ่งมีความเข้มแข็งมากที่สุด ถ้าหากว่าจะไม่ไปนับอาณาจักรทงพูยอ(DongBuyeo - พูยอตะวันออก)ที่ซึ่งได้ปกครองโดยพระเจ้ากึมวา (Geumwa - Wang) พระบิดาบุญธรรมของพระเจ้าดงเมียงซอง

แต่ทว่าสถานการณ์ที่ซึ่งควรจะสงบสูขกลับเริ่มต้นเค้าลางแห่งความยุ่งยาก สืบเนื่องด้วยจากว่าพระนางยีโซยา (YeSoya) พระมเหสีองค์แรกของพระเจ้าดงมยองซองนั้น พระองค์ได้ทรงถูกปล่อยตัวกลับมาจากการเป็นองค์ประกันอยู่ที่ทงพูยอ ซึ่งพระนางนั้นไม่ได้ทรงเสด็จกลับคืนมาเพียงแค่พระองค์เดียวแต่ว่าทรงนำองค์ชายยูริ (Yuri) พระโอรสของพระเจ้าดงมยองซองที่เกิดจากพระนางยีโซยากลับมาด้วย จึงทำให้สถานการณ์กลับกลายมาเป็นว่าพระนางโซซอโนต้องทรงกลายเป็นมเหสีฝ่ายขวา ซึ่งมีศักดิ์เป็นเพียงพระมเหสีรองเท่านั้น ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับทางขุนนางฝ่ายห้าชนเผ่าซึ่งมีความภักดีต่อพระนางโซซอโนยิ่งนัก จนถึงขั้นที่จะทำการก่อความวุ่นวายในราชสำนัก เพื่อให้พระเจ้าดงมยองซองทรงตั้งองค์ชายใหญ่พีรู (Biryu) ซึ่งเป็นพระโอรสองค์โตที่เกิดกับโซซอโนนั้นเป็นรัชทายาท อีกทั้งด้วยความปกติแห่งนิสัยหญิงที่มักมีความหึงหวงชายอันเป็นที่รักจึงทำให้มีความบาดหมางกับพระนางยีโซยา ถึงแม้ว่ามันจะไม่เลยเถิดถึงขั้นร้ายแรงแต่ก็ส่งผลทำให้ขุนนางที่เคยเป็นหนึ่งเดียวกันแตกออก ซึ่งนักรบผู้ทำศึกร่วมกับพระเจ้าดงมยองซองมาตั้งแต่ต้นรัชกาลได้ไปเลือกถือข้างทางฝ่ายพระนางยีโซยาและองค์ชายยูริ เนื่องด้วยเพราะว่าพระนางยีโซยาทรงเป็นพระมหสีองค์แรก และสองพระองค์นั้นได้มีความสัมพันธ์จนถึงกับอภิเษกสมรสก่อนที่จะอพยพตั้งอาณาจักรใหม่ ส่วนฝ่ายห้าชนเผ่านั้นได้เลือกไปถือข้างทางฝ่ายพระนางโซซอโนและองค์ชายใหญ่พีรู ซึ่งความขัดแย้งของเหล่าขุนนางนั้นมันเกือบจะกลายเป็นเหตุโศกนาฎกรรมที่สร้างความเสียหายให้กับอาณาจักรโกคูรยอที่เพิ่งจะตั้งขึ้นมาไม่นาน

ด้วยเพราะว่าความรักในอาณาจักรโกคูรยอ และเพื่อจะมิให้ราชสำนักที่ซึ่งเพิ่งตั้งขึ้นได้ไม่นานต้องเกิดความขัดแย้ง พระนางโซซอโนจึงทรงจำใจต้องไปจากอาณาจักรโกคูรยอเพื่อไปหาที่ตั้งเมืองใหม่ ซึ่งพระนางได้ทรงกราบทูลพระสวามีถึงเหตุผลที่พระนางต้องกระทำเช่นนี้ก็เพื่อมิให้ราชสำนักเกิดความขัดแย้ง ซึ่งพระนางจะทรงนำองค์ชายพีรู องค์ชายรองอนโจ และก็เหล่าขุนนางที่ภักดีต่อพระนางเสด็จลงใต้เพื่อตามหาสถานที่ๆจะสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องมีเรื่องขัดแย้งกับทางอาณาจักรโกคูรยอ ซึ่งมันก็ได้สร้างความเสียพระทัยให้กับพระเจ้าดงมยองซองนักด้วยทรงมีความอาลัยในพระนางโซซอโนเป็นอย่างมาก แต่ด้วยเหตุผลเพื่อความเข้มแข็งของอาณาจักรจึงทำให้ทรงไม่มีทางเลือก แต่ถึงแม้ว่าพระนางโซซอโนนั้นจะทรงจากไปแล้ว แต่ทว่าฐานะ "พระมเหสีของพระเจ้าดงมยองซอง" ยังคงมีอยู่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในเหตุผลที่ชาวแพ็กเจในยุคต่อมาได้อ้างสิทธิในดินแดนทางตอนเหนือ และได้ทำให้เสถียรภาพของอาณาจักรโกคูรยอในตอนต้นนั้นมีความไม่มั่นคง จวบจนรัชสมัยพระเจ้าแทโจ (Taejo) มันถึงค่อยกลับมามีความเป็นปึกแผ่นอีกครั้งหนึ่ง

พระนางโซซอโนทรงเสด็จเดินทางลงไปทางใต้ ซึ่งการเดินทางนั้นใช้เวลาหลายปีในการค้นหาดินแดนที่เหมาะสม จวบจนกระทั่งได้พระนางทรงได้มาค้นพบสถานที่เหมาะสมในการก่อสร้างอาณาจักร ซึ่งอยู่ในอาณาบริเวณที่เป็นกรุงโซลในปัจจุบัน พระนางได้ทรงสร้างเมืองหลวงวิยเรซอง (Wiryeseong) พร้อมกับการสถาปนาชื่อว่า "ซิบเจ" หรือ "ปักจี" ซึ่งในเวลาต่อมาพระเจ้าอนโจ (Onjo) จะทรงเปลี่ยนนามอาณาจักรกลายเป็น "แพ็กเจ (Baekje)" ซึ่งจะกลายเป็นหนึ่งในสามอาณาจักรที่คงอยู่อย่างยาวนานตราบจนช่วงกลางคริสตศตวรรษที่ 7

เหตุการณ์สำคัญอันเป็นจุดเริ่มต้นที่ซึ่งทำให้อาณาจักรแพ็กเจต้องเริ่มเตรียมการทหารเพื่อที่จะป้องกันตนเองนั้น ได้เริ่มต้นมานับตั้งแต่การล่มสลายของอาณาจักรทงพูยอ ในปี ค.ศ.22 ทำให้เชื้อพระวงศ์แห่งแพ็กเจได้นำคำว่า "พูยอ" มาเป็นนามราชสกุล อันเป็นการได้ยืนยันถึงเอกสิทธิแห่งความเป็นผู้สืบทอดของอาณาจักรทงพูยอและการเป็นเจ้าของผู้ปกครองดินแดนทางตอนเหนือว่าไม่ใช่ของ "ราชสกุลแฮ" ซึ่งถือว่าเป็นสายราชสกุลของพระเจ้ายูริ ซึ่งเป็นหนึ่งในสองราชสกุลผู้สูงศักดิ์ที่สุดแห่งโกคูรยอ (อีกหนึ่งนั้น คือ "ราชสกุลโก") แต่เป็นของ "ราชสกุลพูยอ" ที่ซึ่งได้สืบเชื้อสายมาจากปฐมราชแห่งอาณาจักรแพ็กเจ "พระเจ้าอนโจ" พระโอรสองค์รองของพระนางโซซอโน พระมเหสีขององค์ปฐมราชแห่งอาณาจักรโกคูรยอ "พระเจ้าดงมยองซอง"

อีกทั้งซํ้าร้ายอาณาจักรนังนัง (樂浪郡 หรือว่า เล่อลั่ง) ซึ่งเป็นดินแดนกันชนแห่งสุดท้ายนั้นได้ถูกบุกยึดครองโดยพระเจ้าแทมูชิน (Daemusin - แฮมูยุล) กษัตริย์องค์ที่ 3 แห่งอาณาจักรโกคูรยอ (กษัตริย์พระองค์เดี่ยวกับผู้ที่พิชิตทงพูยอในปี ค.ศ.22) ในช่วงเวลาประมาณปี ค.ศ.32 จึงยิ่งทำให้ชายแดนของทั้งสองอาณาจักรนั้นได้มาประชิดติดกันจนมันได้กลายเป็นการรบพุ่งอยู่หลายครั้ง แต่ทว่าเดชะบุญที่อาณาจักรโกคูรยอนั้นได้เกิดปัญหาภายในขึ้นมา จากการปกครองที่ไร้ซึ่งเสถียรภาพ จากการที่ชนเผ่าพีรูได้ตั้งตนขึ้นครองอำนาจในอาณาจักรโกคูรยอ ซึ่งตรงกับในช่วงรัชสมัยพระเจ้าโมบอน (Mobon) กษัตริย์พระองค์ที่ 5 แห่งอาณาจักรโกคูรยอ แต่ทว่ามันก็ไร้ซึ่งเสถียรภาพได้ไม่นาน เพราะว่าหลังจากที่พระเจ้าโมบอนนั้นได้ทรงเสด็จสวรรคต "ราชสกุลแฮ" สายพระโลหิตของพระเจ้ายูริก็ถือว่าเป็นอันจบสิ้นลงตามไปด้วย แต่ทว่าด้วยแผ่นดินนั้นไม่อาจจะว่างเว้นกษัตริย์ เหล่าขุนนางจึงได้ไปกราบบังคมทูลเชิญองค์ชายโกกุง องค์ชายแห่งสายราชนิกุล "ราชสกุลโก" ซึ่งทรงเป็นพระนัดดาในพระเจ้ายูริ ได้ทรงขึ้นมาเป็นกษัตริย์แทนภายใต้พระนาม "พระเจ้าแทโจ" กษัตริย์พระองค์ที่ 6 แห่งโกคูรยอ อันเป็นจุดเริ่มต้นแห่งราชสกุลโกจะขึ้นปกครองแผ่นดินทางตอนเหนือและเสถียรภาพแห่งพระราชอำนาจที่ซึ่งมีปัญหามานับตั้งแต่ช่วงรัชสมัยของพระเจ้ายูริ (Yuri) ได้กลับคืนในรัชสมัยนี้ด้วย

และด้วยการที่เกิดเหตุวิบัติภัยแห่งความวุ่นวายของราชวงศ์ตงฮั่น (ฮั่นตะวันออก) และก็ยังได้รวมไปถึงสงครามสามก๊ก ขุนพลกงซุนของ (Gongsun Kang) ผู้ซึ่งเป็นบุตรชายของกงซุนตู้ (Gongsun Du) ผู้ซึ่งรั้งตำแหน่งเจ้าผู้ปกครองแคว้นเหลียวตงได้ทำการยกกองทัพบุกเข้ามายึดครอง "มณฑลนังนัง" หรือว่า "เล่อลั่ง" (Lelang Commandery) และ "มณฑลไท่ฟาง" หรือว่า "แทบัง" (Daifang Commandery) ซึ่งเคยเป็นมณฑลที่ซึ่งไปขึ้นตรงกับทางมณฑลนังนังมานับตั้งแต่ยุคอดีตในช่วงต้นราชวงศ์ซีฮั่น (ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก) ช่วงรัชสมัยพระเจ้าฮั่นอู่ตี้ (Wu Di หรือ หลิวเช่อ(劉徹)) จวบจนมาถึงช่วงต้นราชวงศ์ตงฮั่น (ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก) ในช่วงเวลาประมาณปี ค.ศ.204 ซึ่งตรงกับในช่วงรัชสมัยของพระเจ้าซานซาง (Sansang) กษัตริย์องค์ที่ 10 แห่งอาณาจักรโกคูรยอ (ซึ่งเวลาตรงกับปีครองราชย์ที่ 15 ขององค์พระจักรพรรดิ์ฮั่นเซี่ยน(ฮั่นเหี้ยนเต้)แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันออก และศึกสงครามในปี ค.ศ.204 ส่งผลอย่างรุนแรงจนพระเจ้าซานซางทรงย้ายเมืองหลวงไปที่จี๋อาน (Jian) ในปี ค.ศ 209 - ตรงกับปีครองราชย์ปีที่ 20 แห่งฮั่นเหี้ยนเต้) และช่วงในเวลาต่อมานั้นทั้งสองมณฑลนั้นจะถูกกองทัพวุยก๊กที่นำทัพโดยสุมาอี้ (SimaYi) บุกยึดครองในช่วงปี ค.ศ.236 หลังจากที่แคว้นเหลียวตง (Liaodong) ได้ถูกยึดครองไปตั้งแต่ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้แล้ว จึงส่งผลทำให้อาณาจักรแพ็กเจรอดพ้นจากการต้องสู้รบกับอาณาจักรโกคูรยอไปอีกเกือบร้อยปี

ซึ่งเวลาต่อมาในปี ค.ศ.311 ทั้งสองมณฑลได้ประกาศเอกราชตัดขาดจากราชวงศ์จิ้น (Jin dynasty) สืบเนื่องจากการที่นครลั่วหยาง (Luoyang) ได้ถูกกองทัพของพวกเผ่าเซียงหนู (Xiongnu) เข้ายึดครอง แต่ทว่าในช่วงเวลาประมาณปี ค.ศ.314 พระเจ้ามีซอน (Micheon) กษัตริย์พระองค์ที่ 15 แห่งอาณาจักรโกคูรยอ และพระเจ้าพีรยู (BirYu) กษัตริย์พระองค์ที่ 13 แห่งอาณาจักรแพ็กเจ ได้ทรงทำสนธิสัญญารวมกองกำลังพล เพื่อนำกองทัพบุกเข้ายึดนังนังและแทบังกลับมา แต่ว่าสุดท้าย พระเจ้ามีซอนทรงละเมิดสัญญายึดดินแดนที่ตีมาได้เป็นของโกคูรยออีกครั้ง และแต่เดิมทีนั้นพระเจ้ามีซอนทรงคิดจะบุกลงใต้เพื่อตีอาณาจักรแพ็กเจ แต่ทว่าเวลามันได้ประจวบเหมาะกับพวกเผ่าเซียนเป่ย (Xianbei) ที่มีผู้นำคือมู่หยงฮุย (Murong Hui) ได้ยกกองทัพบุกเข้ามาประชิดเมืองเหลียวตง และเขานั้นยังได้ประกาศสถาปนาอาณาจักรต้าเยี่ยน (Yan) ในดินแดนที่ประชิดติดกับอาณาจักรโกคูรยอ มันเลยทำให้อาณาจักรโกคูรยอบุกเข้ายึดถึงแค่ดินแดนแทบังเท่านั้น แต่ทว่าชาวแพ็กเจก็ยังคงทำศึกสงครามแถวชายแดนกับโกคูรยออยู่เนืองๆเพื่อแย่งดินแดนแทบังกลับคืนมาเป็นของตน

จวบจนกระทั่งกาลเวลาได้ล่วงผ่านเข้ามาถึงในรัชสมัยของพระเจ้ากึนโชโก (Geunchogo) กษัตริย์พระองค์ที่ 13 แห่งอาณาจักรแพ็กเจ ชาวแพ็กเจนั้นก็จึงได้เริ่มมีอำนาจขึ้นมาเหนือกว่าอาณาจักรโกคูรยอ จนกระทั่งกองทัพอาณาจักรแพ็กเจนั้นสามารถทำให้พระเจ้าโกกุกวอน (Gogugwon) กษัตริย์องค์ที่ 16 แห่งโกคูรยอถึงกับเสด็จสวรรคตลงในกลางสนามรบ พร้อมๆกับดินแดนแทบังและยังรวมได้ไปถึงป้อมพยองยางนั้นได้ตกมาเป็นของอาณาจักรแพ็กเจ จึงได้ทำให้ในยุคสมัยนี้อาณาจักรแพ็กเจนั้นมีความยิ่งใหญ่ที่สุดเหนือยิ่งกว่าอาณาจักรโกคูรยอเสียอีก ก่อนที่ในช่วงรัชสมัยของพระเจ้ากวางแคโทมหาราช (Gwanggaeto-daewang - Gwanggaeto the Great) กษัตริย์พระองค์ที่ 19 แห่งอาณาจักรโกคูรยอนั้นจะบุกยกทัพทำลายอาณาจักรเยี่ยน ปราบปรามพวกชาวทงพูยอ และได้บุกเข้ายึดนครวิยเรซอง(กรุงโซลในปัจจุบัน)ของแพ็กเจได้สำเร็จ ทำให้อำนาจของแพ็กเจเริ่มเสื่อมถอยลง แต่ทว่าในเวลาเดียวกันนั้นแผ่นดินแห่งสามอาณาจักรนั้นมีความสงบสูขมากที่สุดเช่นเดียวกัน

ถึงแม้ว่าจะมีฐานะเป็นดั่งอาณาจักรน้อง แต่ทว่าอาณาจักรแพ็กเจนั้นก็ยังคงหาวิถีทางเพื่อที่จะปลดแอกตนออกจากการที่ต้องตกอยู่ภายใต้เงาอาณาจักรโกคูรยออยู่เสมอ จนในที่สุดอาณาจักรแพ็กเจก็ได้ตัดสินใจทำพันธสัญญากับพระเจ้านุลจีแห่งซาโร (Nulji of Saro) ซึ่งในเวลาต่อมานั้นก็จะถูกเปลี่ยนชื่อไปเป็นอาณาจักรชิลลา (Silla) ซึ่งต่างเป็นศัตรูคู่แค้นกันมาโดยตลอดเวลามานับตั้งแต่ช่วงเวลาการก่อร่างสร้างอาณาจักร เพื่อจะเป็นการรวมตัวกันและป้องกันดินแดนของตนเองจากอาณาจักรโกคูรยอที่ซึ่งนับวันจะกลืนกินแผ่นดินในทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลีมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงปี ค.ศ.433 และได้ร่วมมือกันทำสงครามเพื่อแย่งชิงดินแดนทางตอนเหนือซึ่งได้ถูกยึดครองไปกลับคืนมาอีกครั้งซึ่งทำได้สำเร็จในปี ค.ศ.542 แต่ทว่าสุดท้ายพระเจ้าจินฮึงแห่งชิลลา (Jinheung of Silla) ก็ทรงตระบัตสัตย์ บุกยึดดินแดนทางเหนือและทางใต้ของแม่นํ้าฮั่นมาเป็นของฝ่ายตน พร้อมๆกับพระชนม์ชีพของพระเจ้าซองวังแห่งแพ็กเจ (Seongwang) ที่ซึ่งพระองค์ทรงถูกปลงพระชนม์ด้วยการบั่นพระเศียรในขณะที่พระองค์ทรงถูกดักโจมตีและถูกจับกุม ในระหว่างทางที่เสด็จกลับไปยังป้อมปราการเมืองควานซาน จึงทำให้อาณาจักรแพ็กเจ(หรือว่าในอีกชือหนึ่ง คือ "นัมพูยอ (พูยอใต้)" ซึ่งเป็นการเถลิงพระนามอาณาจักรขึ้นใหม่โดยพระเจ้าซองวัง) เสื่อมถอยลงอย่างหนักยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา

หลังจากยุคของพระเจ้าซองวังเป็นต้นมา อาณาจักรแพ็กเจนั้นก็ได้ประสบกับปัญหาทางการเมืองภายในมาโดยตลอด อันสืบเนื่องมาจากการแย่งอำนาจภายในราชสำนัก กษัตริย์แทบจะทุกพระองค์หลังจากนั้นต่างเสด็จทรงขึ้นครองราชบัลลังก์จากการสู้รบแย่งชิง ซึ่งมันก็ได้ส่งผลกระทบทำให้ต้องสูญเสียเหล่าเจ้าขุนมูลนาย ผู้ซึ่งมีสติปัญญาและก็เหล่าเชื้อพระวงศ์ผู้เก่งกล้าไปเป็นจำนวนมาก ตราบจนเวลาได้ล่วงเข้าสู่รัชสมัยพระเจ้าอึยจา (Uija) กษัตริย์พระองค์ที่ 31 และพระองค์สุดท้ายแห่งอาณาจักรแพ็กเจ ความสัมพันธ์กับทางอาณาจักรโกคูรยอจึงได้ถูกรื้อฟื้นกลับขึ้นมาอีกครั้งจากการที่ทางฝ่ายมหาเสนาบดีแห่งโกคูรยอนาม "ยอนเกโซมุน" (YeonGaesomun) ได้มาทำสนธิสัญญาร่วมเป็นพันธมิตรกับพระเจ้าอึยจาเพื่อทำการต่อต้านอิทธิพลของทางอาณาจักรชิลลา ซึ่งมีความเข้มแข็งเป็นอย่างยิ่ง เนื่องด้วยเพราะกองกำลังทหารในอาณาจักรชิลลานั้นมีความเข้มแข็งเป็นที่สุดในสามอาณาจักรและคาบสมุทรเกาหลีในช่วงเวลานั้น

ทางด้านอาณาจักรชิลลาเองนั้นก็มีความหวาดหวั่นในเรื่องนี้อย่างมาก แต่ทว่ากาลเวลาได้มาประจวบเหมาะกับทางราชวงศ์ถัง (Tang Dynasty) อันเป็นราชวงศ์ที่ปกครองแผ่นดินที่ราบลุ่มภาคกลาง(จีน) ได้ส่งคณะทูตมายังพระนครคยองจู (Gyongju) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของชิลลา เพื่อที่จะแสวงหาพันธมิตรในแถบคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ทางราชวงศ์ถังนั้นก็ได้เคยส่งกองทัพขนาดใหญ่มาตีดินแดนเหลียวตงและชายแดนของอาณาจักรโกคูรยอหลายครั้งในช่วงองค์จักรพรรดิ์ถังไท่จง (Emperor Taizong - หลี่ซื่อหมิ่น) แต่ทว่าผลลัพธ์กลับปรากฏออกมาว่าล้มเหลวแทบจะทุกครั้ง จึงได้ส่งคณะทูตมาเจริญสัมพันธไมตรีเพื่อเชื่อมความบาดหมางและรอยแผลจากสงครามในช่วงขององค์จักรพรรดิ์ถังเกาจง (Emperor Gaozong - หลี่จื้อ) และก็เพื่อเป็นพันธมิตรในการบุกดินแดนเกาหลี แต่ด้วยเพราะว่าทางโกคูรยอนั้นได้ทำการพิจารณาแล้วว่ามันไม่เป็นการดีที่จะผูกมิตรคบกับคนที่ราบลุ่มภาคกลาง(แผ่นดินจีน) ที่ซึ่งมักจะสร้างปัญหาและการสงครามกับอาณาจักรโกคูรยออยู่เสมอ จึงได้ปฎิเสธพร้อมกับสังหารคณะทูตไปพร้อมกันด้วย และได้หันไปผูกมิตรกับอาณาจักรแพ็กเจแทน ซึ่งทางราชวงศ์ถังก็ได้เป็นพันธมิตรกับชิลลาเพื่อจะต้านทานอำนาจของอาณาจักรทั้งสอง

จุดจบของพันธมิตรโกคูรยอ-แพ็กเจ ได้สิ้นสุดลงไปในช่วงการล่มสลายของอาณาจักรแพ็กเจในรัชสมัยของพระเจ้าอึยจา อันสืบเนื่องด้วยเพราะว่าฝ่ายอาณาจักรโกคูรยอในช่วงเวลานั้นไม่อาจที่จะส่งกองกำลังมาช่วยเหลือได้ ด้วยเพราะติดพันศึกในทางเหนือกับราชวงศ์ถังและชนเผ่าทางตอนเหนือ จึงถือเป็นโอกาสของทางชิลลาบวกกับกองเรือของราชวงศ์ถังบุกตีทางบกและทางนํ้าจนพระนครซาบี (Sabi) อันเป็นพระนครหลวงของอาณาจักรแพ็กเจจนแตกพ่าย รวมไปถึงยังต้องสูญเสียกองทัพในทางบกทั้งหมดให้แก่ฝ่ายกองทัพชิลลาในการศึกสงครามที่ทุ่งฮวางซัน (Battle of Hwangsanbeol) ไปในช่วงก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้พระเจ้าอึยจา (Uija) ทรงประกาศยอมแพ้และทรงต้องคุกเข่าทูลเกล้าถวายตราราชลัญจกรแผ่นดินให้กับพระเจ้ามูยอลแห่งชิลลา (Muyeol of Silla) และสุดท้ายพระองค์นั้นได้ทรงถูกจับกุมนำไปเป็นองค์เชลย(องค์ประเทศราช)ที่นครฉางอาน (Chang-an)

จึงถือว่าการเป็นการสิ้นสุดของความเป็นอาณาจักรพี่น้องของอาณาจักรทั้งสองแต่เพียงเท่านี้

ภาพประกอบ : พระเจ้าดงมยองซอง (Dongmyongsong) หรือว่า "จูมง" (Jumong) องค์พระปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรโกคูรยอ และพระนางโซซอโน (Soseono) พระมเหสีของพระเจ้าดงมยองซอง และพระพันปีหลวงแห่งอาณาจักรแพ็กเจ จากซีรี่ส์ MBC "Jumong






20 ความคิดเห็น