คัดลอกลิงก์เเล้ว

Nova to Terra: Bear's Integrity

โดย Louis Forest

กว่าจะมาเป็นหมี: เรื่องราวในอดีตของ 'หมีโบ' ตัวละครหนึ่งในนิยายไซไฟ Nova to Terra; ตำนานชีวิตของคนที่ดูตลกและมีความสุขตลอดเวลา แต่แท้จริงแล้ว...

ยอดวิวรวม

80

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


80

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : 0
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 ก.ค. 59 17:00 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องสั้นในจักรวาลเดียวกันกับเรื่องยาว Nova to Terra

จะค่อยๆทยอยลงนะครับ ทวงได้ แต่อย่าหยาบคาย 

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 29 ก.ค. 59 / 17:00

บันทึกเป็น Favorite


‘บ้าน’...สำหรับบางคนก็แค่ที่ซุกหัวนอน สำหรับคนทั่วไป ก็ที่ๆครอบครัวของเขาอยู่ ที่ๆเป็นส่วนตัว ที่ๆเป็นตัวเองได้ ที่พักใจ พักกาย ของเขา แต่


‘บ้าน’ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่รูปทรงของมัน


“ถุย!”


น้ำลายเมือกใหญ่ถูกถ่มใส่หน้าชายชราตรงทางซอกตึก ไม่สิ...สำหรับชายแก่คนนี้ ไอ้ที่ตรงนี้มันคือ ‘บ้าน’ ของเขา


ชายชราแต่งตัวซอมซ่อ นั่งอยู่ต่อหน้าชายสองคนที่กำลังจ้องมองเขาอยู่


“ถุย!”


ก้อนอันน่าสะอิดสะเอียนกว่าเดิมเข้ากระแทกที่เบ้าตาของชายแก่ ตาที่กำลังมองกำแพงซอกตึก ตาที่กำลังมอง ‘บ้าน’


น้ำลายค่อยๆไหลเข้าตา ภาพ ‘บ้าน’ ก็เริ่มขุ่นมัว


ชายแก่นั่งตรงนี้มานานแล้ว ที่ซอกกำแพงระหว่างกลางคู่ตึกระฟ้า แต่นานเท่าไหร่นั้นไม่มีใครทราบ ก่อนจะมีสองตึกนี้หรือไม่ คงไม่มีใครสนใจ แต่ในใจของชายแก่คนนี้นั้นที่นี่คือ ... A place called home ...ที่ที่เรียกว่า ‘บ้าน’


=================================================


สิบหกปีก่อนการย้ายไปสถานีดูคอนน์ของครอบครัวกลีเซอเฟอรอส


ณ ดาวโฮเรส เขตการปกครองของนายพล ซูเคอร์ 


กลางดินแดนของดวงดาวอันแร้นแค้น มีเขตปกครองในโดมแก้ว ชื่อว่า ซูเคอร์สลาฟเตอร์ มันเป็นเมืองอุตสาหกรรมเหมืองแร่ อยู่ในเครือของสมาชิกสหภาพดาวเคราะห์ เมืองนี้มีการวางผังทุ่งแม่เหล็ก ทำให้ยานพาหนะต่างๆลอยได้ ผู้คนมากมายอาศัยอยู่ภายในโดมแก้วจัดสรรนี้ ในเนื้อที่ประมาณประเทศสิงคโปร์ของโลกโบราณ


“ชายหาดสันเขา!” ศิวะสบถเสียงดัง ที่นี่ไม่มีสถานที่อย่างว่า มันเลยฟังดูหยาบคายสำหรับคนแถวนี้


“จะโวยวายทำไมวะ?” เพื่อนร่วมงานที่ยืนอยู่ข้างๆปรามขึ้น


บนตึกจอดรถของตึกระฟ้าคู่ เวลาชาวตรู่ของวัน รถสองคันของพนักงานทำความสะอาดหนุ่ม จอดติดกันอยู่ข้างลิฟท์


“เออ! ทำไมวะ? เวรข้าทีไรมันต้องมีปาร์ตี้คืนก่อนหน้าแทบทุกครั้ง!? สันเขาข้างชายหาด! ” ศิวะหนุ่มหน้าตาคมสันส่งเสียงไม่พอใจ


“แกบ่นไปแล้วได้อะไรขึ้นมาหาดทราย” เพื่อนร่วมงานปรามต่อไป


“ข้า…” ศิวะเริ่มได้สติเมื่อเริ่มคิดตาม


“เออๆ ...ก็ไม่ได้เตรียมใจมาเจอเรื่องบ้าๆแต่เช้านี่หว่า! เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน” เขาส่ายหัว หยิบเครื่องมือชุดอุปกรณ์ทำความสะอาดขึ้นมาแบก


“อ๊อกฟอร์ด!” ศิวะตะโกนสีหน้ามุ่ย วัตถุรูปร่างคล้ายหม้อหุงข้าวสีเทาใบใหญ่ค่อยๆลอยออกมาจากหลังรถ เพื่อนเองก็เอาอุปกรณ์ของตนขึ้นมาแบก


“นอนดึก? ...ทำอะไรวะ?”


ศิวะเงียบไปพักหนึ่ง ขณะที่ตัวก็กำลังคุ้ยหาของจากหลังรถ 


“อ่านหนังสือว่ะ” เขาตอบโดยไม่มองหน้า สักพักก็กดสวิซเช็คสภาพของเครื่องทำความสะอาด เกิดเสียงดังขึ้น เครื่องเริ่มทำงาน มอเตอร์หมุนฟังดูปลอดภัยน่าเชื่อถือ


“ตลกละแก ยังไม่เลิกหวังอีกหรอวะ ทหารอวกาศอะไรนั่น?” เพื่อนร่วมงานก็เปิดระบบเครื่องของตัวเองเช่นกัน แต่ด้วยเครื่องที่เป็นรุ่นใหม่กว่ามันจึงไม่มีเสียงอะไร มีแต่ไฟที่ตัวเครื่องติดขึ้นสว่างระยิบระยับ


“เออ...เผื่อข้าจะได้ไม่ต้องทำความสะอาดหอนางโลมตลอดชีวิตไง” ศิวะมองหน้าเพื่อนร่วมงาน


“อ้าว! ไอ้หาดทราย! นี่แกกวนสันเขามากนะ! ข้าเพิ่งซื้อเครื่องใหม่มาไม่ได้หมายความว่าจะทำตลอดไปเหมือนกันนะโว้ย! แต่ขอเอาทุนคืนหน่อยได้ไหมวะ! หลายแสนนะสันหาด!" เพื่อนร่วมงานด่าด้วยอาการเคืองโกรธ


“หาดทราย! โดนไอ้หัวหน้ามันหลอกขายน่ะสิ” ศิวะยิ้ม


“ก็ดีกว่าลงทุนประกอบหม้อหุงข้าวกระจอกๆตามออลเน๊ตล่ะวะ” ยกเครื่องรุ่นใหม่ชี้ไปที่หุ่นเอไอข้างๆศิวะ อ็อกฟอร์ดรับรู้ว่าตนถูกพาดพิงก็ร้องขึ้น


“หุบปาก!หุบปาก!”


“เฮอะ! น่ารำคาญมากกว่า” แค่นเสียง แล้วเพื่อนร่วมงานตีหน้าเมินเดินเข้าไปรอในลิฟท์ ศิวะก็ค่อยเดินตามเข้าไปพร้อมๆกับหม้อหุงข้าวที่ลอยตามมา


=================================================


ที่ห้องสวีทชั้นหกสิบเก้า


หลังจากการมีปาร์ตี้สังสรรค์เมื่อคืนวาน สภาพภายในห้องนี้ดูเละเทะมาก ไม่เหลือร่องรอยของการออกแบบตามยุโรปคลาสสิกไว้เลย 


โซฟาหนังยักษ์สีดำรูปตัวแอลมีรอยขาดวิ่นสามารถเห็นได้จากที่หน้าประตู จอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่ฝังอยู่ในกำแพงผนังก็ถูกเปิดทิ้งไว้ สภาพเคาท์เตอร์เครื่องดื่มรกไปด้วยแก้วและขวด ตั้งบ้างล้มบ้าง หกบ้างกระจัดกระจาย ปากที่เขี่ยบุหรี่สุญญากาศเกรอะเปื้อนด้วยขี้เถ้า กลิ่นของแอลกอฮอล์หลายชนิดลอยฟุ้งช่วยทำลายความรู้สึก ศิวะแค่ได้กลิ่นก็รู้สึกอยากจะอาเจียนขึ้นมาทันที


“แกทำไปนะ” พูดจบ เพื่อนร่วมงานก็เดินไปที่ลิฟท์ ทิ้งให้ศิวะและอ๊อกฟอร์ดอยู่หน้าประตูห้องสวีท


“หาดทรายเอ๊ย...” ศิวะบ่นกับตัวเอง คิดว่าหากจะเนรมิตรทุกอย่างกลับมาให้เหมือนเดิมนั้น คงต้องใช้เวลาร่วมวัน เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่และเดินเข้ามาข้างใน


“รบกวนด้วยนะครับ!” อ๊อกฟอร์ดกล่าวทักทาย ศิวะได้แต่เหล่มองมัน


โฆษณาในจอโทรทัศน์ปรากฎภาพของจูเลียน โซลเบิร์ก นักธุรกิจอัจฉริยะชื่อดังของกลุ่มสหภาพ โลโก้บริษัทย์ Solberg Enterprise สีเหลืองทองคาดบนพื้นสีม่วงไวน์ลอยเด่นที่จอ


“หากผมทำได้ ...ทุกท่านย่อมทำได้ครับ” เสียงของคุณโซลเบิร์กกล่าวขึ้นในตอนท้าย บอกเป็นนัยว่าการประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม


“อยู่จุดนั้นพูดอะไรก็ได้นี่นะ...” ศิวะบ่นพึมพำกับตัวเอง


“จูเลียน โซลเบิร์ก! จูเลียน โซลเบิร์ก! จูเลียน โซลเบิร์ก!” อ๊อกฟอร์ดร้องเสียงดังพลางพ่นน้ำยาขจัดคราบเปื้อนลงบนโต๊ะ ฝอยน้ำยากระจายฟุ้งไปทั่วโต๊ะ บางส่วนกระเด็นไปโดนผู้หญิงที่นอนหลับอยู่ใต้โต๊ะ ทำให้เธอสะดุ้งตื่นขึ้น เนื่องจากสูดน้ำยาเข้าไปเต็มที่


“แค่กๆ ...หูย” เสียงและร่างของสาวน้อยลอดออกมาจากใต้โต๊ะ เธอมองไปรอบๆตัว เมื่อสมองเริ่มทำงาน เธอก็ตกใจ


“ตายแล้ว! ชั้นถูกทิ้งไหวหรือนี่?” สาวเอเชียรูปร่างเล็ก ในสภาพหัวฟูยุ่ง กล่าวพร้อมกับฉุดร่างของเธอในชุดราตรีสีขาวขึ้นมา เสียงฟังแล้วเหมือนยังมีอาการเมาค้างอยู่ สภาพชุดเหมือนเพิ่งกลับจากการฝึกทหารมากกว่า


ศิวะมองไปทางสาวน้อย แล้วหันกลับไปแบบไม่สนใจ ก้มหน้าก้มตาทำความสะอาด เก็บขวดและแก้วอยู่หลังเคาท์เตอร์


เสียงของสาวน้อยดังขึ้นอีกระลอกเข้าหูของศิวะ


“กระเป๋าชั้นล่ะ?” หน้าเกรอะเครื่องสำอางค์แห้งกรอบมีสีหน้ากังวล


“ย...ยูนิกรอง แซนดี้คราฟท์ ลูกแม่! กระเป๋าใบละสี่ล้านของชั้น!” เสียงร้องเสียใจของคนเมาอันรำคาญประทุขึ้นทั่วห้อง


แต่ศิวะไม่สนใจ ก้มหน้าทำความสะอาดต่อไป


“ยูนิกรอง แซนดี้คราฟท์! ยูนิกรอง แซนดี้คราฟท์! ยูนิกรอง แซนดี้คราฟท์!” อ๊อกฟอร์ดร้องตามพร้อมๆกับลงแปรงและผ้าทำความสะอาดโต๊ะ


=================================================


สาวน้อยสะอึกเสียงดังขณะที่กำลังนั่งลงบนเก้าอี้นวมตัวโต บั้นท้ายกดทับขวดแก้วที่อยู่ตรงซอกเก้าอี้นวมให้จมลงไป เธอรู้สึกคอแห้ง แต่ได้แต่ทำตาปรือมองไปรอบๆ


“ขอน้ำแก้วสิ”


ศิวะเหล่มองอยู่ห่างๆ จากด้านหลัง พลางจี้เครื่องทำความสะอาดไปตามทาง


“ผสมอะไรดีครับ!?” อ๊อกฟอร์ดลอยไปที่เคาท์เตอร์ เปิดฝาตัวเองใช้สายแขนกลคว้าแก้วสะอาดมาใส่ แล้วมาที่ตู้เครื่องดื่มระบบบาเทนเดอร์ที่ติดตั้งเครื่องทำน้ำแข็ง


“น้ำแข็งคริสตัล มะนาวโซดา เหล้าขอ...”เธอชะงัก ตาโตมองไปที่อ๊อกฟอร์ด “หูย…เดี๋ยวๆ จะบ้าหรอไง? น้ำเปล่าก็พอ” 


“สักครู่นะครับ” น้ำแข็งหล่นลงมาที่แก้วสองก้อน ตามด้วยน้ำเปล่าตามที่สั่ง เสร็จแล้วเจ้าอ๊อกฟอร์ดก็หมุนตัวมาที่สาวน้อยบนเก้าอี้นวม


“นี่ครับคุณผู้หญิง...สำหรับสุภาพสตรีคนสวยเท่านั้น” สาวน้อยมองไปที่แก้วบนหัวของอ๊อกฟอร์ด เธอถอนหายใจเล็กน้อย แล้วจึงหยิบแก้วขึ้นมาดื่ม


เมื่อศิวะเดินเข้าไปทำความสะอาดห้องน้ำ เขาปิดประตู ให้เสียงของเครื่องทำความสะอาดสะท้อนและดังแค่ในนั้น ทำให้เสียงโทรทัศน์ข้างนอกชัดขึ้นมากกว่าเดิม 


เสียงของข่าวเช้าที่กำลังมีผู้ประกาศฯชายหญิงชัดทั่วห้อง สาวน้อยมือถือแก้วน้ำค่อยลดตัวลง เอนแนบเก้าอี้นวมให้ตัวเองสบาย อ๊อกฟอร์ดก็ลอยไปทำความสะอาดกระจกที่ฝั่งไกลต่อไป


หญิงสาวพิจารณาดูสภาพตัวเองก่อนที่จะวางแก้วลงบนโต๊ะข้างหน้า ดมชุดราตรีของเธอ ทำหน้าแหยงเพราะกลิ่นสาปเหม็นออกเปรี้ยวน่าอาเจียนของตัว


รู้สึกมึน หายใจไม่ทั่วท้องและอึดอัด เอามือจับศรีษะตัวเองเพื่อดูสภาพผม เหลียวซ้ายขวาหากระจก หรือเงาสะท้อนที่พอส่องได้ พลางคิดในใจอยากใช้ห้องน้ำ 


เมื่อเห็นห้องน้ำหญิงกำลังถูกทำความสะอาดปิดอยู่ จึงตัดสินใจรีบลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำชายที่อยู่ข้างๆ 


“ครับช่วงเวลาห้านาฬิกาโดยประมาณ ทางผู้รักษากฎหมายพบศพ...” เสียงข่าวดังตามเข้ามาในห้องน้ำชาย สาวน้อยที่ยืนอยู่ที่อ่างล้างมือหน้ากระจกเงี่ยหูฟังพลางมองสารรูปตัวเองอย่างผิดหวัง 


“หาดทราย...สภาพนี้ คืนนี้ต้องลางานแล้ว” เธอบ่นกับตัวเอง


เธอรีบกดปุ่มเอาโฟมออกมาล้างหน้า ใจคิดโชคดีที่นี่เป็นห้องสวีท อาบน้ำที่นี่เลยจะดีไหม เธอสองจิตสองใจ 


มองไปรอบๆก็เห็นความพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สบู่ แชมพู ผ้าเช็ดตัว ฝักบัวหรืออ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ สะดุดที่โถฉี่ผู้ชายที่เรียงกันข้างกำแพงเล็กน้อย 


ทันที ก็ลดระดับกางเกงชั้นในลง ถอดออก คว้าผ้าเช็ดตัวขึ้นมาจากตู้ เอามากอด เดินไปกดปุ่มที่อ่างเพื่อเติมน้ำใส่ ระบบซุปเปอร์เวิร์ลพูลหมุนน้ำขึ้นมา จากน้ำสำรองที่กลั่นไว้จากน้ำทิ้งในระบบ


“เล่าข่าว...รายงานข่าว...เสนอข่าว” อ๊อกฟอร์ดลอยผ่านห้องน้ำชาย


เธอกดต้มน้ำในอ่าง กดยิงสบู่เพื่อตีฟอง ก้มหน้ามองน้ำสาวน้อยก็รู้สึกสงบในใจขึ้นมาเล็กน้อย แต่คิดไปก็ผิดหวังที่ห้องนี้ไม่มีเครื่องซักผ้าสูญญากาศ 


เท่าที่มีก็ดีแค่ไหน เธอปลอบใจตัวเอง คล่อยถอดชุดให้ตัวล่อนจ้อน แล้วห่อร่างกายด้วยผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่อันหนานุ่ม


“หน่วยสืบสวนสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเรื่องการขัดผลประโยชน์” เสียงข่าวดำเนินต่อไป


“ศพอยู่ในชุดราตรีสีขาว มีรอยไหม้ประปราย ใบหน้าถูกทำลาย อาจจะเป็นปืนสลายอนุภาค* ที่ผิดกฎหมาย” นักข่าวชายเว้นจังหวะ นักข่าวสาวรับช่วงอย่างทันท่วงที


“ที่ศพและข้างตัวยังมีของมีค่า สร้อยข้อมือเพชร กระเป๋าแบรนด์ดังสองใบ ขออนุญาตแจ้งยี่ห้อนะคะ” นักข่าวสองคนมองหน้ากัน


“เซฟ่อน ลีเธอสกิน สีน้ำเงินนะครับ” สาวน้อยในห้องน้ำหูผึ่งเมื่อได้ยิน


“อีกใบน่าจะเป็น ยูนิกรองนะครับคุณก้อย " นักข่าวชายมองนักข่าวสาว


“ค่ะคุณวุฒิ รุ่นใหม่เลยค่ะ ยูนิกรองแซนดิคราฟ สีขาว”


“เฮ้ย!”สาวน้อยวิ่งตาตื่นมาที่ห้องโถงมาที่หน้าจอทีวี


“ราคาแพงมากเลยนะครับ คุณก้อย” นักเล่าข่าวชายพูด


“ยูนิกรองเป็นแบรนด์หรูอันดับหนึ่งของสหภาพเลยค่ะคุณวุฒิ” นักข่าวสาวตอบ


คนตายทั้งคนมันยังมีหน้ามาโฆษณาขายของ ศิวะที่อยู่ในห้องน้ำหญิงได้ยินข่าวแว่วเข้ามา เขาปิดเครื่องทำความสะอาดไว้ก่อนขัดโถส้วม แต่จู่ๆ ศิวะก็ได้ยินเสียงแปลกๆปนเข้ามานอกจากเสียงของทีวี ทำให้เขาเปิดประตูยื่นหน้าออกมาดู


สาวน้อยในผ้าเช็ดตัวยืนครางร้องไห้ตัวสั่นเครืออยู่หน้าทีวี เสียงร้องสะอื้นลอดโพรงปากออกมาจากจมูก ฟังแล้วเศร้าหมอง น้ำตาท่วมออกมาไม่หยุด ภาพที่ศิวะเห็นดูแล้วสลดหดหู่ ภาพของสาวน้อยยืนร้องไห้อย่างทุกทรมาน


ศิวะ แววตาเศร้าสร้อย คิดถึงเหตุการณ์ในอดีตของตน เขารู้สึกได้ หัวอกของคนที่สูญเสีย ขยับริมฝีปากบ่นพึมเพากับตัวเอง


“เหยื่อความชั่วร้าย...‘บ้าน’...ครอบครัว...”


“กิมจิ! ใคร—มึง แบบนี้!” เสียงสาวน้อยฟังแล้วสะดุด ไม่เป็นจังหวะตามการสะอื้น


อ๊อกฟอร์ดที่อยู่อีกฟาก ลอยตัวเข้ามาประมวลผลเงียบๆ มันที่ถูกโปรแกรมตามข้อมูลออลเน๊ต เผยแพร่ไว้โดยชาวสถานีอวกาศดูคอนน์ กำหนดให้สมองกลรู้ว่า 


“แม้ไม่ใช่มนุษย์แม้ไม่มีหัวใจ แต่สำคัญต้องรู้จัก ‘น้ำตา’ ”


===============================================


          




          
          

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Louis Forest จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 04:14
    เพิ่งเห็นว่ามีเรื่องสั้นอยู่ด้วยเลยแวะมาอ่าน

    จบแค่นี้เหรอครับ หรือยังมีต่อ
    #1
    1
    • 5 กรกฎาคม 2559 / 05:55
      เอาไอเดียไปใส่เรื่องหลักแล้วครับ ฮ่าๆ เดี๋ยวเปลี่ยนเป็นตำนานรักหมีโบแทนดีกว่า ฮ่าๆ
      #1-1