โลกไม่ได้แย่ฉันแค่แพ้ใจตัวเอง

ตอนที่ 6 : ให้เพื่อที่ไม่ให้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 มี.ค. 63


บันทึกวันที่  3 กันยายน พศ. 2562


ให้เพื่อได้รับ 

ไม่ใช่

ให้เพื่อได้คืน

#zero


ทฤษฎียูโทเปียโลกในฝันเต็มไปด้วยสันตินี้ผู้อ่านเคยได้ยินเรื่องนี้ไหมครับ 

โลกที่ไม่ได้แลกเปลี่ยนกันด้วยเงินเนี่ยมันมีหน้าตาเป็นยังไงผมไม่ได้กำลังจะชวนคุยกันถึงโลกที่เลิกใช้เงินสดหรือว่าใช้แอพพลิเคชั่นในการชำระเงินอะไรแบบนั้นน่ะแต่ผมอยากชวนคุยกันถึงโลกที่มันไม่มีการแลกเปลี่ยนกันด้วยจำนวนเงินตราเลยนะครับแล้วมันเวียนกันด้วยอะไร


ผมพึ่งมีโอกาสได้เดินทางนะครับไปร่วมกิจกรรมกิจกรรมนึงซึ่งก็แปลกมากสำหรับผมนะครับนั่นก็คือการไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม   น้ำท่วมที่ผ่านมาไม่นานเมื่อประมาณมิถุนายนครึ่งปี 2562  ซึ่งเป็นโครงการของบริษัทฟู้ดแพนด้าที่ผมได้มาทำงานแล้วก็ได้พบเจอกับเหตุการณ์ที่มีผู้ประสบเหตุ  แล้วก็มีหน่วยงานฝ่ายบุคคลเนี่ยเข้าไปช่วยกันในการทำงานครั้งนั้นจะเป็นทางภาคเอกชนหรือภาครัฐนะครับก็เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมอำเภอบางระกำ

ผมจำได้ว่าเราออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าตรูจากบริษัทมาถ่ายรูปแล้วก็ได้ขนน้ำแล้วก็ข้าวสารขนมบางส่วนที่รถกระบะพอจะบรรทุกไปได้ประมาณ 3 คันเพื่อที่จะไปช่วยเหลือชาวบ้านนะครับเพราะโชคดีตรงที่ว่าเรามีพี่คนหนึ่งที่เขาอยู่ในกู้ภัยนะครับ   พี่เขาชื่อว่าพี่กุ้งซึ่งก็ได้ช่วยเหลือพวกเรานะครับในการประสานงานกับทางฝ่ายช่วยเหลือจากกู้ภัยนะครับติดต่อให้เราเนี่ยเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยได้ในพื้นที่เลยซึ่งเราก็ได้ขับรถเข้าไปกันในพื้นที่น้ำท่วมแล้วก็ได้เข้ามาช่วยชาวบ้านจริงๆความรู้สึกแบบนี้มันทำให้ผมมองเห็นอะไรอย่างนึงว่าคนเราหนะไม่จำเป็นจะต้องใช้เงินทองหรือการได้รับมา   ซึ่งเรื่องที่เราใช้ชีวิตกันจริงๆเพื่อต้องการจะดิ้นรนให้ตัวเองมั่งมีหรือดีกับผู้อื่นในยามจำเป็นของเรานั้นแทบจะไม่ได้ช่วยอะไรเราเลยให้มีชีวิตรอดนะครับหรือช่วยให้เราเนี่ยดิ้นรนได้ในสถานการณ์ที่เกิดปัญหาจากภัยธรรมชาติ    ความเดือดร้อนเนี่ยมันไม่เลือกผู้ที่มันจะทำลายเหมือนความความทุกข์มันก็ไม่ได้เลือกบุคคลที่จะมีปัญหา ธรรมชาติไม่เคยเลือกปฏิบัติเป็นความเท่าเทียมในโลกที่ถูกสรรหามาให้นวดจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจมนุษย์ก็เป็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบนึงที่เท่าเทียมกับสัตว์ทั่วไปในสายตาของธรรมชาติ


ในบ้านของพระเจ้าทุกคนเท่าเทียมกัน

คัมภีร์ไบเบิล


สัจธรรมมาจากธรรมชาติมีแต่ความเที่ยงแท้ที่ไม่เที่ยงที่แท้จริง

พระไตรปิฎก


ตอนที่เราไปถึงเนี่ยน้ำก็ท่วมสูงเต็มไปหมด  ผมมองและได้เห็นด้วยสายตาว่าจะเป็นบ้านที่มีหลังใหญ่จะมีรถหรูหรือบ้านหลังเล็กที่ไม่มีอะไรเลยพวกเขาต่างก็น้ำท่วมไม่ได้แตกต่างกันซึ่งทำให้ผมทราบแล้วก็เข้าใจในเรื่องหนึ่งว่าธรรมชาตินั้นมีความเท่าเทียมใดที่ผมได้เคยศึกษาในตำรามาจึงว่า

" โลกไม่ได้เลือกปฏิบัติกับสิ่งมีชีวิตมีแต่สิ่งมีชีวิตด้วยกันเองเท่านั้นที่เลือกปฏิบัติกันเอง "

หนูได้เข้าไปช่วยเหลือก็ทำให้ผมรู้สึกความอิ่มเอิบใจมันไม่ใช่การถูกเติมเต็มในการได้รู้สึกว่าเราทำดีแล้วให้คนอื่นมาชื่นชมว่าเราเป็นคนดีแต่มันคือการได้ช่วยเหลือเขาได้เป็นคนที่ทำให้ทุกข์ของเขานั้นเหลือน้อยลงจากการที่เราได้ช่วยเหลือและแนะนำเราไปสู่ความซึ่งใจและเขาก็ได้รับความดีใจที่แม้ว่าจะอาจจะไม่ได้เป็นคำพูดออกมาแต่เราก็รู้สึกได้ว่าพวกเขากำลังขอบคุณเรา

การให้เพื่อได้รับ

ไม่ใช่

ให้เพื่อได้คืน

#zero


การให้นะหลายคนมองว่ามันเป็นการที่จะต้องได้คืนได้กลับมาไม่ว่าในทางใดทางหนึ่งคนที่ได้รับไปก็ต้องมีบุญคุณรู้จักสำนึกในความดีของคนที่เขาได้หยิบยื่นตอนที่เราลำบากให้กับเรา

แต่ผมกลับมองว่าการที่เราเดินทางไปให้ครั้งนี้เป็นการให้ที่ได้รับซึ่งเราไม่ได้เคยร้องขอคืนจากการให้ชาวบ้านที่เดือดร้อน  ต้องเอาอาหารหรือของต่างๆมาคืนหรือต้องมาชวยเหลือเราในวันที่เราลำบากเลยเราแค่ต้องการที่จะได้ให้ได้เสนอความช่วยเหลือของเราน่ะไปถึงผู้ที่เดือดร้อนจริงๆก็เมื่อเดินทางไปถึงตอนนั้นก็ประมาณเป็นช่วงของบ่ายแก่แก่ของวันแล้วเราจอดกันที่หมู่บ้านเราก็ได้นำอาหารและน้ำบางส่วนลงไปยังศูนย์อุทกภัยในตอนแรกพวกเราก็คิดว่าจะกลับกันแล้วเพราะตอนนั้นฝนตกหนักมากตลอดรายทางที่เราเดินทางมาและตอนนี้เราเดินทางเข้าไปคือน้ำมันท่วมสูงมากบวกกับฝนที่ตกตลอดทางด้วยทำให้ปริมาณของน้ำเนี่ยสูงขึ้นถ้ากู้ภัยเขาก็บอกว่าเราอาจจะเข้าไปไม่ได้เพราะว่าน้ำท่วมสูงขึ้นแต่ว่าพอเรามาถึงจุดที่ส่งของให้กับชาวบ้านนะครับเขาก็เอาอาหารลงมาแล้วก็เราก็ช่วยกันแจกจ่ายอาหารให้กับชาวบ้านด้วยครับ

ผมนึกว่าบางทีสังคมที่เรามองว่าคนเราเห็นแก่ตัวเพื่ออยู่รอดความเห็นแก่ตัวที่ดีงามก็ยังมีอยู่นะครับมันไม่ได้เลวร้ายไปเสียทั้งหมดในเรื่องนี้อาจจะฟังดูโลกสวยไปบ้างแต่ผมคิดว่าในมุมเนี้ยเราทุกคนต่างก็ต้องการที่จะมีชีวิตรอดที่จะมีวันพรุ่งนี้ต่อไปได้เนี่ยก็ต้องดิ้นรนครับก็ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงที่เราเผชิญซึ่งตรงนี้มันมีผล   ผมมองว่ามันนำไปสู่ความจริงใจกับตัวเองด้วยนะครับความจริงใจที่ผมพูดเนี่ยก็หมายถึงว่าถ้าเราโกหกตัวเองว่าเราไม่ได้ลำบากหรือเดือดร้อนนี่เราก็อาจจะไม่ดิ้นรนที่จะยอมรับความช่วยเหลือจากผู้อื่นนะครับแล้วก็ไม่สามารถที่จะดำรงชีพต่อได้   ใจความหลักที่ผมจะสื่อของเรื่องนี้ก็คือชาวบ้านก็มาต่อแถวรับอาหารกันไปพวกเราก็ได้มองและถ่ายภาพร่วมกับผู้คนเหล่านั้นผมอาจจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่เดือดร้อนกับเขาแต่จากภาพที่เรามองเห็นเนี่ยชาวบ้านที่ยืนต่อแถวรับเนี่ยต่างก็ต้องการความช่วยเหลือมองเข้าไปในภาพของความยินดีที่มีผู้ช่วยเหลือมองเข้าไปในความเศร้าและก็ความเป็นจริงเนี่ยเราก็ได้พบว่าผู้คนในหมู่บ้านในต่างก็ต้องการความช่วยเหลือจริงๆในสภาวะการณ์แบบนี้หลายคนอาจจะมองว่าเป็นการตักตวงและทำดีเพื่อเอาหน้าหรือเสแสร้งซึ่งนั่นมันก็เป็นแค่มุมมองของบุคคลภายนอกที่ไม่ได้มาลำบากหรือเข้ามาช่วยเหลืออะไรในโลก

ปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่าการพิมพ์หรือพูดอะไรก็ตามแต่มันก็ทำได้อย่างง่ายดายตามที่ใจเราคิดโดยที่เราคิดถึงสิ่งที่เราพูดถึงผลกระทบจากการที่เราทำแบบนั้นที่แสดงออกไปสู่ผู้อื่นแนะนำไปสู่เรื่องอะไรเนี่ยน้อยลงหรือพูดกันง่ายๆคือเรานึกถึงความรู้สึกของผู้ฟังน้อยมากเพราะเรามักจะเข้าใจว่าการพูดตรงๆนั้นมันทำให้เราได้เข้าใจว่าเราได้แสดงออกอย่างตรงไปตรงมาและจริงใจจริงๆแล้วการพูดตรงไปตรงมาที่ไม่มีประโยชน์มันไม่ได้สร้างสรรค์สิ่งที่ดีๆเกิดขึ้นในสังคมสักเท่าไหร่นะครับเพราะว่าการพูดความจริงที่เหมือนกับเป็นการด่าทอนั้นมันก็เหมือนกับเรากำลังให้ร้ายกับอะไรบางอย่างและเท่าที่ผมมีชีวิตอยู่มาผมช่วยอย่างนึงเลยว่าผมไม่เคยเห็นใครดีขึ้นได้จากการถูกด่าไม่เคยเห็นเด็กที่ถูกพ่อแม่ด่าแล้วดีขึ้นได้เลยสักคน


โรคดีขึ้นเพราะมีคนทำดีมากขึ้นไม่ใช่มีคนด่าคนดีมากขึ้น

#zero


วันนี้ผมคงจะไม่พูดในส่วนนี้มากนะครับเดี๋ยวผมจะออกทะเลไปกันใหญ่(ฮ่าๆๆ)  โอเคแล้วกลับเข้าเรื่องโม้ผมกันต่อ   แล้วจากนั้นเราก็เดินทางกลับเข้าไปเพราะว่าทางพี่กู้ภัยเขาบอกมาว่าคือชาวบ้านเขาก็ต้องการความช่วยเหลือและมันก็ทำให้ผมและทีมงานที่ไปด้วยกันนั้นเนี่ยมีความกระตือรือร้นครับที่อยากจะเข้าไปช่วยชาวบ้านในพื้นที่ให้มากขึ้นนะครับซึ่งพี่กุ้งก็ได้ประสานงานให้พวกเราเนี่ยสามารถที่จะเข้าไปส่งอาหารในหมู่บ้านด้านในที่ไม่สามารถออกมารับอาหารได้ด้วยตนเอง   ซึ่งทุกคนก็สำรวจดูที่รถของตัวเองนะครับว่ามันพอจะขี่ลุยน้ำได้ไหมระดับน้ำสูงพอหรือเปล่าก็มีการประสานงานกันได้สักพักนึง   พวกเราก็ออกเดินทางกันเข้าไปในหมู่บ้านซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งในการเดินทางเข้าไปถึงภายในส่วนอบต. ภายในของหมู่บ้านนะครับซึ่งก็พบว่ามีจุดพักนะครับสำหรับผู้ประสบภัยระหว่างทางที่ทางเข้าไปเนี่ยก็จะได้พบว่ามีน้ำท่วมออกมาเต็มไปหมดเลยบนถนน  มีน้ำออกมาข้ามถนน เส้นทางถูกน้ำกัดเซาะนะครับ   ชาวบ้านบริเวณนั้นเนี่ยก็ได้พูดคุยกันบ้างเขาบอกว่าน้ำเนี่ยเข้ามาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแล้วก็ไม่ลดลงเลยนะครับซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านที่มีพาหนะเป็นรถยนต์มอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กนะครับไม่สามารถที่จะฝาน้ำออกมาในเมืองเพื่อซื้ออาหารได้และนั่นจึงเป็นปัญหานะครับ   เมือคณะเดินทางเราไปถึงเนี่ยก็พบว่าอาหารเนี่ยนะครับมีผู้กองไว้ในส่วนของผู้อพยพบ้างแล้วแต่ว่ายังไม่ได้ถูกแจกจ่ายให้กับชาวบ้านเลยครับเพราะว่าบ้านของผู้ใหญ่บ้านเองเนี่ยก็ท่วมเยอะเหมือนกัน  ตัวเขาเองก็ลำบาก  ฝ้านงานที่อบต. เนี่ยเขาก็บอกว่าเราไม่มีหน่วยงานภาครัฐที่เข้ามาช่วยเหลือตรงนี้ว่าเท่าไหร่นะครับก็มีแต่พวกกู้ภัยที่เข้ามาช่วยนี่แหละครับ เพราะเขาเราก็เลยอาสาครับที่จะเข้าไปส่งอาหารให้กับชาวบ้านเพื่อส่งน้ำดื่มที่จำเป็นให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อนนั่นเอง

แล้วขับรถต่อเข้าไปประมาณอีก 1 กิโลครับ ดูเหมือนว่าโซนด้านในหมู่บ้านน้ำจะเข้าไปเหมือนกันเขาบอกว่าน้ำมีระดับสูงไม่ต้องรีบ เราก็เริ่มลงรถเดินทางเข้าไปครับพอดีจะไปช่วยเขานะครับก็ได้เห็นครับว่าน้ำมันลึกมากจริงๆตามที่บอก พวกพี่กู้ภัยก็ให้เดินตามเข้าไปเนี่ยเพราะน้ำมันสูงมาก  รถไม่สามารถจะเข้าไปได้แล้วเพราะต้องเดินเท้าเข้าไป

พนักงานของบริษัทฟู้ดแพนด้าแล้วก็ใส่เสื้อทำงานของเราไปกันเองนะครับแล้วก็แบกน้ำกันคนละ 1 แพ็คซึ่งมันก็เป็นจำนวนที่พอจะแบ่งกันได้ใน 1 คนไม่มากนักแล้วก็ไม่หนักเกินไปเพื่อไปส่งให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อนที่ไม่สามารถออกมาได้แล้วเดินทางไปนะครับทีมกู้ภัยเขาก็ได้นัดแนะกับพวกเราว่าให้เดินตามดีๆเพราะว่าถนนมันพังแล้วก็มีหลุมและที่สำคัญมีบ่อน้ำนะครับที่ชาวบ้านขุดไว้ซึ่งเป็นบ่อน้ำที่ใช้สูบน้ำซึ่งลึกมากแล้วตอนนี้น้ำมันท่วมบ่อไปแล้วเราไม่มีทางรู้เลยว่าบ่อเนี่ยอยู่ตรงไหนครับสถานการณ์กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม พวกเราก็เดินตามไป  

   ทีมงานกู้ภัยเขาก็เข้าไปก็นำคนเดินเป็นแถวครับระหว่างที่เราเริ่มไปถึงตรงจุดนั้นเนี่ยแล้วเดินเข้าไปตอนนั้นบรรยากาศโดยรอบเนี่ยอาทิตย์ก็แสงสว่างต่างๆนะครับและที่สำคัญตอนนั้นเริ่มมีฝนตกปอยๆตลอดเวลาตอนนั้นบรรยากาศรอบตัวแย่มากๆก็คือแทบจะเรียกได้ว่าเราไม่รู้แล้วว่าฝนจะตกห่าใหญ่ลงมาอีกครั้งหรือไม่   เท่าที่เราทำได้ตอนนี้คือเราต้องเร่งที่จะเดินทางนำอาหารเนี่ยไปส่งให้กับผู้ประสบภัยเพราะว่าน้ำและอาหารเป็นสิ่งจำเป็น   มีคนเคยบอกว่าคนเรามีอาหารนะครับอยู่ได้อย่างน้อยเนี่ย 1 อาทิตย์หรือ 2 อาทิตย์แต่ขาดน้ำเนี่ยอยู่ได้ไม่เกิน2-3 วันนะครับก็คืออาจจะเสียชีวิตได้เลย เพราะฉะนั้นเราจึงนำอาหารพื้นฐานไปแจกตามบ้านซึ่งก็ฝ่ากระแสน้ำเดินเข้าไป

ก็ตามหลังทีมพี่กู้ภัยครับเดินทางอย่างดี   ตัวผมเองเนี่ยขนาดเดินก็มองไปที่บรรยากาศรอบข้างครับตอนนี้น้ำไหลแรงมากเพราะว่าระดับน้ำขึ้นสูงเพราะว่าฝนตกตั้งแต่เช้าครับก็เรียกได้ว่าต้องเดินแล้วก็จิกเท้ากันเนี่ยลงไปบนพื้นเลยโชคดีครับว่ารองเท้าผมมันขาดนิ้วเท้าก็เลยลงไปในพื้นได้ก็เลยไม่กระเด็นไปตามน้ำเท่าไหร่น้ำหนักจะลดลงไปเยอะด้วยแต่ว่าตอนนั้นที่เรามองออกไปแล้วเขาจะเห็นว่าชาวบ้านเนี่ยส่วนมากทำเกษตรกรรมในกับพืชไร่อ้อยซึ่งก็โดนน้ำท่วมเสียหายนะครับ   ปริมาณน้ำที่เกินควบคุมไม่สามารถที่จะประเมินได้ว่าความเสียหายนั้นจะแสนสาหัสในใจของชาวบ้านเท่าไหร่(เศร้าจัง)   เพราะว่ามันคงยากมากนะครับไม่ว่าจะเป็นเรืองของเงินทองหรือการสูญเสียแต่ก็ยังโชคดีที่ยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากการรายงานน้ำท่วม เหตุการณ์ครั้งนั้นนะครับเพราะว่าทุกคนรับมือกับสภาวะน้ำท่วมได้ในระดับหนึ่งแต่อย่างน้อยพวกที่มากับน้ำแน่ๆเลยก็จะเป็นโรคระบาดหรืออาจจะมีแมลงแต่ว่าโชคดีที่ว่าที่ชาวบ้านไม่ได้เดือดร้อนหนักๆ

เรื่องนี้เลยที่ผมจะมองและอยากจะบอกก็คือสังคมของเรานะครับที่มีการให้เพื่อให้ได้รับไม่ใช่คาดหวังว่าให้เพื่อจะได้คืนเนี่ยมันเป็นสิ่งที่อนุเคราะห์ให้เราเนี่ยได้ค้นพบว่าการให้ผู้อื่นทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตเรามีค่าและการเห็นคุณค่าในตัวของผู้อื่นนะครับมันช่วยทำให้เราเนี่ยสร้างสรรค์หรือโลภเกินไปกับสิ่งที่เราจะต้องได้มากับการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมอาจไม่ได้แปลว่ามันจะต้องแลกด้วยวัตถุเงินมหาศาลก็ไม่สามารถที่จะซื้อความสุขของเราได้นะครับ

มีคำกล่าวว่าบนโลกใบนี้นะครับมีทั้งสิ่งที่เงินซื้อได้และสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ผมมองว่าถ้าเราเอาวัตถุเป็นที่ตั้งแล้วก็วิ่งเข้าหาในชีวิตเราจะเต็มไปด้วยความว่างเปล่าเมื่อเราไปถึงที่เราตั้งมั่นในจำนวนก็เชื่อได้ว่ามันไม่อาจทำให้เราได้รับความพอใจ   ซึ่งนั่นมันก็อาจจะทำให้เราไม่พบความสุขไปตลอดชีวิตเพราะว่าเมื่อเราได้ครอบครองก็ไม่ได้แปลว่าเราจะประสบความสำเร็จแล้วหรือมีคนยอมรับ   

หลายคนเชื่อว่าถ้าเรามีรถราคาแพงมีบ้านหลังใหญ่ๆเราอาจจะได้รับความชื่นชมจากผู้คนว่าเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตนะครับซึ่งจริงๆแล้วจากหนังสือที่ผมเคยอ่านนะครับคนที่รวยมากๆเนี่ยเขาแทบจะออกมาพูดกันเป็นเสียงเดียวเลยว่ามันไม่ใช่เป้าหมายที่ควรจะตั้งในชีวิตเลยเพราะว่ามันไม่เติมเต็มชีวิตเราให้พบว่าชีวิตเราเนี่ยเกิดมาเพื่ออะไรนะครับ

มันเป็นเรื่องง่ายครับกับการพิการทางใจตัองการการยอมรุบจากผู้อื่นยอมรับเราจะพัสดุมากกว่ายอมรับกันทจิตใจเขาว่ากันว่าสังคมในระดับต้นสำหรับการที่วัตถุสังคมในหลักการยอมรับกันที่ปัญญาสังคมระดับสูงนั้นยอมรับกันที่ความดีในจิตใจนะครับคุณอาจจะไม่ได้โลกสวยหรือดีเกินไปนะครับแต่ว่าถ้าเราทำได้ผมมองว่ามันก็จะดีขึ้นไปเช่นกัน

การที่เราได้เดินทางมาช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาอุทกภัย  ซึ่งสำหรับผมทำให้เราได้พบความในใจที่บอกไม่ถูกมันเป็นความรู้สึกเหมือนกับว่าเราได้ช่วยเหลือผู้อื่นถึงแม้ว่าตัวเราเองนั้นอาจจะไม่ได้มีค่ามากที่สุดบนโลกใบนี้แต่เราก็มีค่ากับคนคนนึงที่เราได้เดินไปช่วยเหลือเขาซึ่งนั่นทำให้ผมมองว่าชีวิตเราไม่ได้แย่ขนาดนั้นในสายตาของใครต่อใครที่อย่างที่เขาพูดถึงเราในแง่ที่มันไม่ดีหรือดูถูกเรานะครับแต่เราก็จะมีค่าเมื่อได้ช่วยเหลือผู้อื่น  ที่ในด้านที่ดีงามในเรื่องที่ดีได้และสิ่งที่เราทำนั้นก็เป็นเรื่องที่ควรยกย่องแต่นั่นก็ไม่ใช่ทำเพราะว่าเราดีจนหลงตัวเองมากเกินไปเราทำเพราะว่าเราต้องการที่จะค้นพบว่าชีวิตต้องการให้อะไรกับเราเหมือนกับว่าเรากำลังเดินทางให้ผู้อื่นและได้รับกลับมาในชีวิตของตัวเราเอง 


ก่อนจะรู้ว่าดียังไงคือการรู้ว่าเราดีเพื่ออะไร

#zero


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น