โลกไม่ได้แย่ฉันแค่แพ้ใจตัวเอง

ตอนที่ 15 : ศาสนาสำคัญกับชีวิตอย่างไร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 มิ.ย. 63

 

 

“มนุษย์เกิดมาทำไม”

คำถามคลาสสิคที่เกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัยที่ไม่ว่าโลกจะวิวัฒนาการไปมากเพียงใด ทุกคนต่างก็ต้องการคำตอบชี้นำ หาความหมายให้กับการเป็นมนุษย์ แม้กระทั้งคำถามที่ไม่เคยมีคนกลับมาตอบอย่าง”ตายแล้วไปไหน” ต่อให้ความเชื่อที่เจริญและวิวัฒนาการมาเรื่อยๆก็ยังรู้สึกว่าบางคำถามที่ตอบได้บอกว่าต้องตอบคำถามต่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเรามีอำนาจเหนือเราเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาและหมอบ อำนาจความไม่รู้ให้กับความเชื่อเพื่ออธิบายการใช่ชีวิต

 

เมือความรู้อธิบายเหตุผลไม่ได้ ความเชื่อจะถูกใช่แทนที

#ZERO

 

ศาสนา คือสิ่งที่มนุษย์ด้วยกันสร้างขึ้นมาเพื่ออธิบบายในสมัยที่วิทยาศาสตร์นั้นยังมิเฟื่องฟู่ เป็นระบบความเชื่อที่เจริญและส่งต่อมาเรื่อย เพื่อใชปริศนาชีวิตที่ตอบไม่ได้ และรู้สึกว่า บางปัญหาชีวิตมีเพียงศรัธาที่ตอบเราได้

“ฮินดู”

หมายถึงศาสนาของอินเดียศาสนามิใช่ศาสนาเดียวแต่รวมความเชื่อที่คล้ายกันและเครพต่างๆไว้ด้วยกันเกิดขึ้นเมื่อ 5000 ปีก่อนตั้งแต่ยุคพระกฤษณะ ผู้เปี่ยมคุณธรรมของพระวิษณุของมนุษย์ทรงสอนว่า

 

”ชีวิตเป็นไปตามกรรม”

คือกฎแห่งเหตุและผลเราต้องปฏิบัติตามหน้าที่ซึ่งหมายถึง

”ธรรมะตามฐานะ”ของตนในสังคม โดยไม่ต้องกังวลถึงผลที่เกิดในร่างใหม่

หากทำตามธรรมมะของตนและทำหน้าที่ในชาติก่อนอย่างเหมาะสมจะได้รับกรรมดีส่งผลให้วิญญาณอยู่ในระดับสังคมสูงขึ้น “คือชาติหน้าจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่ทำในชาตินี้”วงล้อการเกิดใหม่นี้เรียกว่าสังสารวัฏ

ผู่ที่เคร่งกับชีวิตทำตามคำสอนธรรมมะที่ดีมากอาจส่งผลใหผู้ปฏิบัติสามรถหลุดจากสังสารวัฏได้เรียกการหลุดพ้นนี้ว่า “โมกษะ”

ศาสนาฮินดูสอนว่าทุกสิ่งเป็นหนึ่งเดียวทั้งจักรวาลคือสัจธรรมที่เหนื่ออื่นใดเรียกว่า”พรมหม”

เพียงหนึ่งเดียวแต่ประกอบด้วยเทพจำนวนมากแต่ละองค์มีบทบาทคุณสมบัติและรูปร่างต่างกันตามธรรมเนียม

พระพรม คือผู้สร้างพระวิษณุ คือผู้รักษาบางครั้งทรงร่างมนุษย์พระศิวะ คือผู้ทำร้ายหรือ“นาฎราช”

ทุรคา มารดาผู้ปกป้อง

พระพิฆเณศ มีเศียรเป็นช้าง เป็นองค์อุปถัมภ์ความสำเร็จ

ฮินดูเป็นศาสนาใหญ่อันดับ3 ของโลกชาวฮินดูส่วนมากอยูในอินเดียแต่ก็อาศัยอยู่ทุกทวีปมีถึง 1000 ล้านคน

 

หลักคำสอนสำคัญของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู มีหลักคำสอนที่สำคัญ ดังนี้

๑) หลักธรรม ๑๐ ประการ

๑) ธฤติ ได้แก่ ความพอใจ ความกล้า ความมั่นคง คือ มีความเพียรพยายามจนได้รับความสำเร็จตามความต้องการของตน

๒) กษมา ได้แก่ ความอดทน ความอดกลั้น มีความเพียร พยายาม และมีความเมตตากรุณาเป็นพื้นฐาน

๓) ทมะ ได้แก่ การข่มจิตใจของตนเองด้วยเมตตา และมีสติอยู่เสมอ

๔) อัสเตยะ ได้แก่ การไม่ลักขโมย ไม่กระทำการโจรกรรม

๕) เศาจะ ได้แก่ การกระทำตนให้บริสุทธิ์ทั้งร่างกายและจิตใจ

๖) อินทรียนิครหะ ได้แก่ การหมั่นตรวจสอบอินทรีย์ ๑๐ ประการ ให้ได้รับการตอบสนองที่ถูกต้อง

๗) ธี ได้แก่ ปัญญา สติ มติ ความคิด ความมั่นคงยืนนาน นั่นคือควรมีปัญญาและรู้จักระเบียบวิธีต่างๆ ทั้งทางขนบธรรมเนียมประเพณี

ธรรมะสังคม

๘) วิทยา ได้แก่ ความรทู้ างปรัชญา

๙) สัตยา ได้แก่ ความจริง คือ การแสดงความซื่อสัตย์ต่อกันและกัน

๑๐) อโกธะ ได้แก่ ความไม่โกรธ คือ การเอาชนะ ความโกรธด้วยการไม่โกรธ

๒) หลักอาศรม ๔

หลักอาศรม ๔ หมายถึง ขั้นตอนการดำเนินชีวิตของผู้ที่นับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เพื่อยกระดับชีวิตให้สูงขึ้น จนบรรลุจุดมุ่งหมายสูงสุด

ของชีวิต คือหลุดพ้นจากสังสารวัฏ (การเวียนว่ายตายเกิด) แบ่งออกเป็น ๔ ขั้นตอน ได้แก่ พรหมจารี คฤหัสถ์ วานปรัสถ์ และ สันยาสี

๑) พรหมจารี เป็นวัยที่ต้องศึกษาเล่าเรียน เด็กชายทุกคนที่เกิดในวรรณะพราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ เมื่อมีอายุครบ ๕ ปี ๘ ปี และ๑๖ ปี ตามลำดับ

จะต้องเข้าพิธีมอบตนเป็นศิษย์เพื่อศึกษาพระเวทกับอาจารย์

๒) คฤหัสถ์ เป็นวัยแห่งการครองเรือน เมื่อสำเร็จการศึกษา พราหมณ์เหล่านี้ก็จะกลับคืนสู่บ้านเรือน เพื่อแต่งงานและมีบุตรสืบสกุล พร้อมกับทำ

หน้าที่ผู้ครองเรือนในฐานะหัวหน้าครอบครัว

๓) วานปรัสถ์ เป็นช่วงเวลาในการทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ คือ การออกบวชเข้าสู่ป่า เพื่อฝึกจิตให้บริสุทธิ์ การเข้าป่าเพื่อหาความ

สงบนี้อาจทำเป็นครั้งคราวแล้วกลับสู่เรือนอีกก็ได้

๔) สันยาสี เป็นขั้นสุดท้ายของชีวิต โดยสละชีวิตคฤหัสถ์เพื่อออกบวชบำเพ็ญเพียรตามหลักของศาสนา เพื่อให้ตนเองหลุดพ้นจากสังสารวัฎ

เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายของชีวิต คือ โมกษะ

เครดดิตที่มา

https://sites.google.com/site/sasnakabkardarngchiwit/home/hlak-kha-sxn-sakhay-khxng-sasna-phrahmn-hindu

 

ลองไปดูอยู่ฝั่งตะวันตกกันบ้างว่ามีความเชื่อเกี่ยวกับศาสนาอะไร

ยูดาห์

เกิดขึ้นเมือพระเจ้าทรงเรียก อับบราฮัมและซ่าร่าให้อพยบจากเมโซโปเตเมีย ไปยังดินแดน คานาอัน เพื่อตอบแทนศรัธธาที่มีต่อพระเจ้าองค์เดียวซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ที่มีต่อเทวนิยม

พระเจ้าสัญญาจะให้แผ่นดินและทายาทมากมายเป็นที่มาของประเทศอิสราเอลและผู้ที่พระเจ้าทรงเลือก

แต่ทว่า การอาศัยอยู่และให้ทุกคนอยู่ร่วมกันเป็นเรื่องยากมาก

ชาวอิสราเอลตกเป็นทาสในอียิปต์แต่พระเจ้าทรงช่วยเหลือของ “ศาสนาโมเสท”ผู้ได้รับ บัญญัติ10ประการและอีกหลายร้อยประการในเวลาต่อมา พวกเขาพิชิตดินแดนแห่งพันธสัญญาแต่รักษาไว้ได้ไม่กี่ร้อยปีเท่านั้น

อิสราเอล อยู่ในจุดตัดที่มีกองทัพมากมายผ่านตลอดหลายศตวรรษและในปี 70 ก็ถูกพวก โรม โรมันเข้าทำลายโบสถ์ ทำลายหมด ในนครเยรูซาเล็มศาสนาจึงเปลี่ยนจากที่มีโบสถ์มีนักบวชพระบูชายันต์ชื่อคัมภีร์แทน

 

ด้วยเหตุนี้ ยูดาห์ จึงเป็นศาสนาแห่งสัญลักษณ์ การบูชาและความหมายรำลึกที่ผูกพันกับวรรณกรรมประวัติศาสนา

ประกอบด้วยคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์หลายเล่มและมีข้อมูลกฎหมายที่รวมบันทึกการอภิปรายและการตีความเชิงลึกจำนวนหลายร้อยเล่มเรียกว่า”ทัลมุด”

ชีวิตประจำวันของชาวยิวเปี่ยมความหมายเชิงสัญลักษณ์อาหารทุกชนิดใน”วันปัสกา” เป็นสัญลักษณ์ของการ หลบหนีจากการเป็นทาส ความสำคัญของการเจริญวัยได้รับการเน้นย้ำ“ในพิธีบาร์และบัทมิซวาห์” ที่วัยรุ่นต้องเข้าพิธีเมือถึงวัยที่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำต่างๆและฉลองการทักร้อยชีวิตตนเองเพื่อน้อมนำเข้าสู่ศรัธาและประวัติศาสตร์ กระทำต่างๆและฉลองการถักร้อยชีวิตของตัวเอง

คัมภีร์ของชาวยิวปัจจุบันทั่วโลกมีชาวยิว 14ล้านคน 6 ล้านคนอยู่ในอิสราเอลซึ่งเป็นอิสระหลังการฆ่าล้างเผ่าพันธ์หลังในสงครามโลกครั้งที่ 2 และอยู่ในสหรัฐ5 ล้านคน

พระบัญญัติ10 ประการ

  • 1. จงนมัสการพระเจ้าองค์เดียว
  • 2. อย่าออกพระนามพระเจ้าโดยไม่สมเหตุ
  • 3. จงถือวันพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์
  • 4. จงนับถือบิดามารดา
  • 5. อย่าฆ่าคน
  • 6. อย่าผิดประเวณี
  • 7. อย่าลักทรัพย์
  • 8. อย่าใส่ความนินทา
  • 9. อย่าคิดมิชอบ
  • 10. อย่ามีความโลภในสิ่งของของผู้อื่น

 

 

เอาล่ะคราวนี้ลองย้อนเวลากลับไป2500 ปีก่อนที่อินเดียที่ถือกำเนิด

ศาสนาพุทธ

เกิดมาจากเจ้าชายชื่อสิทธัตถะ คือที่ส่งปฏิสนธิมารดาทรงพระสุบินว่ามีช้างเผือกมาหาพระองค์

เจ้าชายสิทธัตถะประสูติท่ามกลางทรัพย์สมบัติ

“ทรงถูกปิดบังไม่ให้พบเห็นผู้ที่มีทุกข์”

แต่เมื่อโตเป็นมาณพได้เสด็จไปเห็นมวลมนุษย์ที่เคยถูกซ้อนแสดงให้เห็นความทุกข์ทรมานของมนุษย์ และทรงออกไปค้นหาต้นตอแห่งทุกข์ทันที และตั้งคำถามว่า“เหตุใดมนุษย์ต้องเผชิญทุกข์เราต้องเวียนว่ายตายเกิดเป็นร้อยครั้งเลยหรือ

แรกเริ่มคิดว่าปัญหาเกิดจากการยึดวัตถุจึงทรงสละสมบัติ และไปเป็นขอทานพเนจร ทว่าไม่ได้มีความสุขขึ้นแต่อย่างใด จนทรงได้ยินครูสอนดนตรีบอกว่า”อย่าขึ้นสายตึงนักมันจะขาด แต่อย่าให้หย่อนเกินไปเพราะจะไม่ดัง”ทรงตระหนักทันทีว่าการกระทำแบบสุดๆเพื่อหาคำตอบนั้นไม่ถูกต้อง ทางสายกลางระหว่างความฟุ่มเฟือยกับความคับแค้นดูจะเหมาะสมที่สุดมือสองนั่งสมาธิใต้ต้นโพธิ์คำตอบอื่นๆก็โผล่เข้ามา ชีวิตเต็มไปด้วยความทุกข์“เกิดจากความเห็นแก่ตัวอยากให้ตนได้โดยผู้อื่นเป็นฝ่ายเสีย”

การปฏิบัติตามหลัก8 ประการสอนให้เราลดความอยากลดความทุกข์ลงได้วันนั้นเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าไม่ใช่องค์เดียวแต่เป็นพระพุธเจ้าองค์แรกแนวทางของพระพุทธเจ้าเรียกว่า”อริยมรรคมีองค์8” แม้จะปฏิบัติไม่ง่ายนักแต่ก็ได้ชี้ทางให้ผู้คนหลายล้านให้รู้แจ้งถึงความหมายของพุทธะ นั่นคือมี

ความกรุณารู้ตนสงบและแน่วแน่แล้วนับแต่พระองค์ตรัสรู้ปรินิพพานเมื่อพระพุทธเจ้าทรงสอนวิธีทำให้รู้แจ้งไม่ว่าจะชอบเป้าหมายชอบ จิตที่ตั้งมั่นในความเป็นจริงและใจมุ่งรักผู้อื่น

ชาวพุทธจำนวนมากเชื่อว่ามีพระเจ้าหรือพหุเทพแต่การกระทำสำคัญกว่าความเชื่อมีชาวพุทธเกือบ 1 พันล้านคนทั่วโลกส่วนมากอยู่ในเอเชียตะวันออกตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ที่

 

ตัดมา2000 ปีก่อนและดินแดนแห่งพันธสัญญาของยิว

ศาสนาคริสต์

กำเนิดขึ้นฮินดูว่าพระกฤษณะคือเทพในร่างมนุษย์เช่นนั้นเช่นกันชาวคริสต์ก็กล่าวถึง “พระเยซู”เช่นนั้น เชื่อว่าแตกแขนงมาจากยูดา

พระเจ้าของอับบราฮัม ส่งเทวทูตเกเบรียวมาให้สตรีที่ชื่อ “แมรี่”เป็นมารดาพระบุตรของพระองค์ พระบุตรคือพระเยซู

ถูกเลียงให้โตขึ้นเป็นช่างไม้โดยแมรี่และโจเซฟ จนอายุ 30 รับใช้ประชาชนในฐานะผู้เผยแพร่พระวจนะ

“ทรงเห็นความยุติธรรมและเมตตาสำคัญกว่าความเลื่อมใส”

รักษาผู้ป่วยเพื่อดึงดูดคนและสอนให้พวกเขารู้จักพระบิดา

ความรักคือการให้อภัยและการเอาใจใส่แล้วเชิญทุกคนที่นั่งรวมกันเพื่อบรรยายถึงอาณาจักรของพระเจ้าที่ซึ่งคนจรจัดคนบาปและนักบุญต่างกินร่วมโต๊ะกัน

พระเยซูมีเวลาเพียง3 ปีก่อนที่แนวคิดที่แปลกแยกนี้จะนำปัญหามาให้

ศัตรูทำให้ทรงถูกจับกลมตัดสินประหารด้วยวิธีมาตรฐานที่ปลุกปั่นประชาชนคือ การถูกตรึงบนไม้กางเขนแต่เมื่อถูกฝังได้ไม่นานหญิงคนหนึ่งพบว่าหลุมศพว่างเปล่าถ้าจะรวดเร็วต่างเชื่อว่าทรงฟื้นจากความตาย

ชาวคริสต์กลุ่มแรกบรรยายว่าทรงฟื้นคืนพระชนม์ทำให้คนเชื่อมั่นว่า”สารของพรองค์เป็นความจริง”สารนั่นคือ”ให้รักกันและกันเหมือนที่เรารักท่าน”ชาวคริตส์ฉลองการประสูติของพระองค์ในวันคริสต์มาสฉลองการทนทุกข์ความตายและคืนชีพและสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ช่วงฤดูใบไม้ผลิ พิธีศีลจุ่มเพื่อล้างบาปและรับเข้าสู่ประชาคมชาวคริสต์

เป็นการระลึกถึงพิธีจุจุมศิลของพระเยซูเหมือนวิธีล้างบาปของพระเยซู ชาวคริสต์กินขนมปังและดื่มไวน์เพื่อระลึกถึงอาหารมื้อสุดท้ายของพระองค์

ทั่วโลกมีชาวคริสต์อยู่ 2000ล้านคนเท่ากับ เกือย 1ใน3ของประกรโลก

อิสลาม

กำเนิดขึ้นเมือ 1400ปีที่แล้ว เมือบรุษผู้เปี่ยมคุณธรรมทำสมาธิอยู่ในถ่ำกลางทำเลทรายอาหรับ เขาคือ”พระมูฮัมมัด” เทวทูตกาเบรียวเจ้าเก่าโดยอาหรับเรียกว่า“ญิบรีล”นำพระวจนะของ“พระอัลลอฮ์” หรือ พระเจ้าองค์เดียวกับ อับบราฮัมมาบอกช่วงไม่กี่ปีต่อมาสารจากพระเจ้ามาเพื่มเรื่อยๆ ทรงจำและท้องจำไว้สอนผู้คน โครงที่ทรงท่องไว้เต็มไปด้วย คำคมและคำคล้องจ้องสละสลวย และอุปมาปริศนา เนื่องจากพระมูฮัมมัดเป็นพ่อค้ามิใช่กวีหลายคนจึงเชื่อว่า“โคลงนั้นเป็นพระวัจนะจริง”

ผู้ที่เชื่อจึงเป็นมุสลิมกลุ่มแรก

มุสลิม แปลว่า ผู้ภักดี

ผู้ภักดี หมายถึง ผู้ศิโรราบต่อความประสงค์ของพระเจ้า

ฐานบัญญัติ 5ประการ หรือ หน้าที่สำคัญของ มุสลิมได้แก่

ชาฮาดา การปฎิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์และมูฮามัดคือศาสดาองค์สุดท้ายของพระเจ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ซาลัดทำละหมาดหันหน้าทางเมกกะวันละ5ครั้ง

ซะกาด มุสลิมทุกคนต้องบริจาครายได้สุทธิร้อยละ2ถึง3ใหผู้ยากไร้

เซาว์ ต้องอดอาหารระหว่างตะวันยังไม่ตกใน”เดือนรอมฎอน”เพื่อฝึกกำลังใจและความภัคดีต่อพระเจ้าให้แข็งแกร่ง

ฮัจญ์ มุสลิมทุกคนต้องไปแสวงบุญที่นคนเมกกะครั้งหนึ่งในชีวิตหากทำได้ เป็นการเตรียมพร้อมวันที่ได้พบพระเจ้าว่าคู่ควรมีชีวิตที่คู่ควรกับชีวิตนิรันดร์หรือไม พระวจนะที่พระเจ้าเปิดเผยต่อพระศาสดาตลอด 23ปีรวบรวมอยู่ใน“คัมภีร์อัลกุรอาน”ที่แปลตรงตัวว่าการท่อง

มุสลิมเชื่อว่านี้คือคัมภีร์ศักดิ์เพียงเล่มเดียวที่ไรความทุจริตของมนุษย์ หลายคนยกย่องว่าเป้นวรรณกรรมภาษาอารบิกที่ดีที่สุด

อิสลามเป็นศาสนาที่ใหญ่อันดับ2ของโลก มีผู้นับถือทั่วโลกมากกว่า1500ล้านคน

 

ศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ที่อยู่มานานและมีมากมายทั่วโลกให้ผู้คนได้เลือกเชื่อ แต่ในยุคหลังๆที่มีความเจริญทางเทคโนโลยีผู้คนเลือกที่ศรัธธาและเห็นคุณค่าในตัวเองมากกว่าความเชื่อที่ไม่มีแบบแผนความลำบากถูกท้าทายว่าแท้จริงพระเจ้ามีจริงหรือป่าว หรือคำสอนนั้นๆที่ทำได้ยุ่งยากไม่มีคนทำได้อยู่จริง แม้ว่าในภายหลังจะมีการกระตุ้นและผู้คนมากมายก็มีทิศททางที่เป็นตัวเองเพื่อรับชอบต่อชีวิตตัวเอง อย่าน้อยการมีศาสนาก็ช่วยให้เรา เข้าใจตัวเองว่าเป็นคนดีทำไม และมีมุมมองแต่ผู้อื่นอย่างเป็นมิตร จากการศึกษาและวิจัย มีการพบว่าคนที่ไม่มีศาสนานั้นมีแนวโน้มที่จะเห็นอกเห็นใจผู้อื่นน้อยกว่าคนที่มีศาสนาเพราะความคิดเชิงปัญญานำมาซึ่งตรรกะที่เข้าข้างตนเองและคุกคามผู้อื่น

หลายคนเชื่อว่าทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี และนอกจากนั้นศาสนายังช่วยให้เราเข้าใจชีวิตและความจริงอย่างไม่ทุกข์ เห็นใจผู้อื่นโดยไม่หวังผลประโยชน์ และก้าวข้ามตัวเองเพื่อ กำหนดจุดหมายที่จะตาย

 

 

   จากอดีตจนมาถึงปัจจุบัน ความสำคัญของการมีศาสนามีการเกี่ยวพันธ์กับการอธิบายความเป็ฯไประหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ “เราหมอบสิ่งที่เราไม่รู้อธิบายไม่ได้ให้กับธรรมชาติเพื่อตอบความไม่รู้” ในยุคก่อนที่จะมีจักรวรรดิ เรามี ภาษาเหตุผลเกิดขึ้น เราสร้างประโยค สร้างเทพเทพีเข้ากับระบบการปกครองโยงใยภายใต้กฎของความแข็งแกร่งเพื่อเรียกร้องสิทธ์ที่จะเข้าใจผู้คนไม่ว่าจะมาจากฝั่งสมองซีกไหนก็ต้องยอมจำนนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อรวบความเข้าใจที่ไตร่ตรองไว้กับการได้ปกครอง เพื่อรวบ รวมสังคมให้เกิดขึ้นภายใต้กฎของ ความเชื่อเดียวกัน  ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนามา พิพาทศาสนาแต่อย่างไร แต่ในห่วงๆผู้เขียนมีความกระหายที่หวังดีที่จะ แนะให้ผู้อ่านทุกท่านว่าในขนาดที่ทุกอย่าง เคลื่อนตัวไปข้างหน้าศรัธธาของมนุษย์ถูกทดสอบด้วยกิเลสที่มองไม่เห็น ศาสนาก็เช่นกัน อย่างน้อยศาสนาก็ สามรถอธิบาย ความทุกข์ ความตายโดยไม่ไรสาระ

 

แต่อย่างหนึ่งเลยที่ผู้คนมองข้ามคือ ศาสนาให้เราแน่แท้คือการค้นหาความหมายของการใช่ชีวิต ที่อยู่เหนือความไรสาระและการมีชีวิตอยู่อย่างไรค่าเหนือกว่าบาป ความทุกข์และความกลัวความตายและที่สำคัญเหนือกว่าตัวเราเอง

ขอบคุณครับ ศาสนามีมากมาย ลองหาดูสักอันที่ชอบนะครับ อิอิ

ผมกวีสีเทา

 

หลักความคิดของ คริตส์

ว่า ขอให้ฉันมีความกล้่ากาญมากพอที่เปลี่ยนส่ิงที่ฉันเปลี่ยนได้

ขอให้ฉันมีความสงบในใจมากพอที่จะเพิกต่อส่ิงที่ฉันเปลี่ยนแปลงไม่ได้

และ ให้มีปัญญามากพอที่จะแยกแยะสิ่งทั้งสองออกจากกันได้

เอเมน 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น