โลกไม่ได้แย่ฉันแค่แพ้ใจตัวเอง

ตอนที่ 12 : สังคมแนวตั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    23 พ.ค. 63

 

ตอน สังคมแนวตั้ง

 

ถามการดูถูกคนที่แย่กว่าเป็นเรื่องไม่ผิดตั้งแต่เมือไร

ตอบ เมือคนที่ทำดีโดนคนลำบากเอาเปรียบ

นั้นก็เพราะว่าการปฏิบัติต่อผู้อื่นเป็นสิ่งที่เราชอบและประพฤติ ตามสันดารของความเป็นมนุษย์ที่เราเลือกจะเติบโตเป็น

บนโลกของเรา มันมีสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อ ตอบคำถามการใช่ชีวิตเอง โดยที่องค์ประกอบนั้นไม่ได้เกี่ยว พืชไม้ใบหญ้า และสร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ของการใช่ชีวิตของตัวเราเอง มีสามอย่าง

คือ ความรู้ ศาสนา วิทยาศาสตร์

สิ่งเหล่านี้เป็น สิ่งที่เราสร้างมาเพื่อตอบคำถามว่าสาเหตุที่โลกใบนี้ต้องมีมนุษย์เพราะอะไรเราเกิดมาทำไม และชีวิตมีและเป็นไปเพื่ออะไร และในช่วงเวลาที่วิกฤติของชีวิต ความรู้ ปัญญา กฎ จะช่วยเหลือคุณได้ไม จะรอดไม จากสัณชาติญาณของความเป็นมนุษย์

 

THE PLATFORM

สังคมแนวตั้ง

เป็นภาพพยนตร์แนวจำลองสังคม ออกแนวเกินจริง เพื่อสะท้อนจิตใต้สำนึกมุมมองของมนุษย์

 

โกเลง กับ คุณตาซามูไร ตีมากาสซี่

เนื่อเรื่องจะเริ่มต้นที่ตัวเอก ที่มีชื่อว่า“โกเลง”ที่ตื่นขึ้นมาในห้องสีเหลี่ยม ที่ไม่มีประตูทางออก ตรงกลางห้องมีรูขนาดใหญ่ที่มองเห็นชั้นบนได้และชั้นล่างได้ โกเลงได้อยู่กับเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่ง เขาเป็นชายแก่คนหนึ่งชื่อว่า คุณลุง“ตีมากาสซี่” โกเลงก็พยามถามแต่ชายแก่ก็ไม่ได้พูดอะไร ทุกคนที่ลงมาอยู่ในสถาณที่กักกันแห่งนี้จะมีกฎคือ ก่อนที่เราจะลงมาเนี่ยแต่ละคนสามารถ ขอของติดตัวมาได้คน ละหนึ่งอย่าง โกเลงของที่นำมาคือหนังสือ“(DON Quixote dela Mancha)ดอนกิโฆเต้แห่งลามันซ่า ขุนนางตำศักดิ์นักฝัน”

ส่วนคุณลุง สิ่งของที่เขานำเข้ามา คือ มีดทำครัวที่ยิ่งใช่ยิ่งคม

ไม่นานก็มีชั่นบางอย่างที่ลอยลงมาจากรูตรงกลางห้อง ชายแก่ถือผ้ามาและปูที่พื้นคุกเข่าเหมือนรออะไรบางอย่าง ถาดอาหารก็มาหยุดที่ชั่น สิ่งที่โกเลงเห็น ก็คือ มันเป็นเสมือนถาดอาหารขนาดใหญ่ เศษอาหารเหลือ โกเลงไม่สามารถที่จะยอมรับและทานอาหารได้ผิดกับคุณตาที่ร่วมชั่นที่ทานอาหารอย่างมูมมาม โกเลงทำได้แค่หยิบแอปเปิ้ลมาผลหนึ่งเพื่อเก็บไว้ทาน แต่เมื่อชั่นผ่านไป คุณตาร่วมชั่นก็บอกว่า คนที่เก็บอาหารไว้จะรู้สึกร้อนและหนาวจนตายได้เพื่อป้องกันการกักตุนอาหาร

สรุป สปอย

จากตอนต้นเรื่องที่ผมเล่ามาเนี้ย รูปแบบของสถาณที่กักกันแบบนี้ เป็นการจำลอง ระบบสังคมอาจจะหมายถึง ประเทศ หรือการปกครองในภาพยนตร์ก็มีการตัดสลับให้เราเห็นว่าระบบด้านบนมีการ ทำอาหารเป็นสภาพของห้องครัวที่ดูมีความพิธีพิถันมาก มีระเบียบระบบ ที่มีความใส่ใจ อาหาร อยู่ที่ชั้น ศูนย์ อาหารถูกจัดเตรียมอย่างเรียบร้อยสวยงามแต่ทว่าเมือผ่านลงมาตามชั้น คนตามชั้นต่างๆก็จะกิน อาหารอย่างไม่สนใจและบางก็ขึ้นไปเหยียบย่ำทำไม่ดี ทั้งถมน้ำลายหรือหรือปัสสาวะใส่ โดยที่ไม่สนใจเลยว่าคนชั่นล่างจะต้องทานอาหารนั้นต่อ ในตอนนี้เราจะเห็นได้เลยครับว่า ปัญหาอย่างหนึ่งของระบบชนชั้นก็คือ คนที่อยู่สูงกว่าไม่จำเป็นต้องสนใจคนที่อยู่ชั่นล่าง เหมือน ตรรกะหนึ่ง ที่เคยอธิบายใว้ในสมัยนี้นะครับว่า“การเป็นตัวของตัวเองคือการแสดงออกถึงความรักตนเอง “ แน่นอนแนวคิดนี้เป็นเพียงการแนะนำถึงการเข้าใจแต่ความไม่เข้าถึงทางปรัญญานั้นมีความซับซ้อนที่มากกว่าการเข้าใจในเรื่องของ”การเห็นแก่ตัว”ซึ่งนั้นนำไปสู่การเอาตัวรอดหรือการประพฤติตนเพื่อที่สามรถมีความสุขแบบที่ตัวเองต้องการโดยที่ไม่ต้องสนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรกับเราการไม่ต้องสนใจความคิดของคนอื่นกับการโฟกัสไปทมี่ความสุขของตัวเราเองถูกทำให้เชื่อมโย่งกันอย่างมักง่าย และนั้นนำไปสู่ปัญหาที่เราเรียกว่า“ความเห็นแก่ได้”ชนชั้นนอกจากจะเกิดจาก ระบบของการปกครองแล้วมันก็ยังเกิดจาก การแบ่งวรรณณะทางจิตใจ ที่นำเราไปสู่ความเชื่อที่ว่า“เราเป็นคนกำหนดเราเองก็จริงๆ”ใครที่ไม่มีความสุขหรือมีชีวิตที่ยากลำบาก ล้วยแล้วแต่เป็นความผิดของเขา หรือคนที่เกิดมาเป็นคนชั่นล่างก็จะคิเดว่าตนเป็นคนที่เกิดมาพบความโชคร้าย ไม่มีทางที่จะดีได้ และพยามสร้างกฎกับคนที่ต่ำลงไปกว่า โดยเชื่อว่า การทำแบบนี้ก็เพื่อที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น

การที่ในภาพพยนตร์ ชี้ให้เห็นว่าแต่ละคนสามารถที่จะมีอยู่ภายในสถาณที่กักกันได้นั้น สามรถนำสิ่งของเข้าไปภายในได้คนละอย่าง

โกเลง นำหนังสือเข้ามา เป็นหนังสือ นิยายวรรณกรรมระดับโลกที่มีเนื่อหาเสียดสีวิถี วิธีคิดแบบอัศวินของคนชั่นสูงที่บอกว่าทำเพื่อความดีงามโดสนใจความเป็นจริง และนัยยะสำคัญจริงๆที่ผมคิดว่า พระเอกนำหนังสือเข้ามาก็เพื่อที่จะแสดงออกถึง การเป็น ”คนฉลาด” และที่ชายแก่นำมีดเข้าโดยให้พื้นหลังว่ามีดที่ชายแก่ได้มานั้นมาจากการซื้อมีดผ่านการโฆษณาในทีวี ซึ่งนัยยะที่ผมได้จากคุณตามีดซามูไรนี้ก็คือ ตัวแทนของคนยุคเก่าที่อายุมากแล้วเขาแค่ไหลตามโลกไปวันๆ คนแก่คือตัวแทนเรื่องคนที่ชราผ่านชีวิตมานานและคำหนึ่งที่สื่อคือ“สิ่งที่เจอมันน้อยลงกว่าสิ่งที่จำมา” การเป็นคนแก่ที่ซื้อมีดมา บอกว่าการใช่ชีวิตไปตามที่คนอื่นบอกว่าดีมันทำให้เราไม่มีทางดีขึ้นมาได้ และนั้นนำความสับสนมาสู่ผู้คนในทุกสมัยว่าแท้จริงชีวิตต้องการอะไร ระหว่าง ความสำเร็จและความสุข มันถูกแบ่งออกจากกันเพื่ออธิบาย เพื่อขายความสำเร็จจากความจริงของคนสำเร็จสักคน และนั้นก็ยิ่งทำให้เราหลงทางไปใหญ่ ในโลก ในสังคนที่ผู้คนเหมือนในภาพพยนตร์ต่างก็ต้องดิ้นร้นเอาตัวรอดจากปัญหาที่เกิดขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องสนกฎเกณฑ์หรือกฎหมาย ประสบการณ์จะทำเรารอด และตัวละพระเอกและคุณตาที่ประกบอยู่ชั้นเดียวกัน อีกนัยยะที่ผมคิดว่าน่าจะใช่ก็คือ ความรู้(พระเอก)จะทำให้เรารู้จักศึกษาและปรับตัวเสมอเพื่อไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นและประสบการณ์(ชายแก่)จะทำให้เรารู้จักวิธีปรับตัวเพื่ออยู่รอดไม่ว่าจะสถาณะการไหนๆจะเกิดกับชีวิตก็ตาม ประการณ์ความรู้ก็จะช่วย เรา คิดวิเคราะได้

 

สิ่งที่เราพบมากที่สุดคือความคิด สิ่งที่เราเจ็บที่สุดคือความรู้สึก ประสบการณ์จะปลอบโยนเราเองว่า“ไม่เป็นไร”

#ZERO

 

 

ตอน2

หลังจากที่พระเอกโกเลงได้อยู่ร่วมกับคุณตาซามูไร ทั้งสองคนเริ่มสนิทกันและพระเอกก็เริ่มปรับตัวเข้ากับสถาณะการณ์ได้ ทั้งสองคนเริ่มสนิทกันไม่ว่าจะเริ่มอาบน้ำซักผ้า แก้ผ้า ใช่ชีวิต อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ซึ่งก็ดูเหมือนว่าหลายอย่างจะไปได้ด้วยดี ในระยะเวลานั้นเอง

ในวันหนึ่ง แทนส่งอาหารที่รับอาหาร ที่ปกติจะมีอาหารส่งลงมา ในวันนั้น ได้มี ผู้หญิงคนหนึ่ง นั้งลงมากับแท่นอาหารด้วย พระเอกก็งง มาก ชายแก่ จึงบอกว่าเธอ ชื่อว่า“มิฮารุ”เธอมักจะฆ่าคนในชั่นเดียวกันกับเธอและนั้งลงไปด้านล่างทุกเดือนเพื่อตามหาลูก อย่าได้ไปยุ่งกับเธอหรือเป็นห่วง โกเลงได้ยินดั่งนั้นก็ไม่ได้แตะต้องเธอ หรือ ว่าทำอะไรได้แต่เพียงทานอาหารและมองดูเธอเลือนลงไป และเมือถาดอาหารขนาดยักษ์เลือนลงไปยังชั้นต่อไปแต่ทว่า ผู้ชายสองคนในชั้นถัดไปจับเธอคล้ายจะลุ่มขมขืนตัวโกเลงก็โว้ยวายและพยามตะโกนห้ามไม่ให้คนด้านล่างทำร้ายเธอ สุดท้าย มิฮารุเธอรอดได้และสังหารชายทั้งสองคนได้และนั้งลงไปยังชั่นต่อไป โกเลงก็ดูจะอึ่งกับเรื่องนี้มาก และทั้งคู่ก็อยู่ด้วยกันจนครบเวลาหนึ่งเดือน ในคือหนึ่งชายแก่ก็พูดขึ่นมาว่า คืนนี้จะมีการย้ายชั้นที่เราอยู่ เพราะเขาจะปล่อยแก๊สออกมาเพื่อให้พวกเราสลบและย้ายนักโทษตอนที่เราหลับ

สรุป สับเนื้อหา

ในส่วนของเรื่องนี้ ตอนต้นนี้ผมได้กล่าวไว้ว่า ใรคุกแห่งนี้นะครับ จะให้คนที่เข้ามาด้เนในนำอะไรติดตัวมาก็ได้ หนึ่งอย่าง ซึ่งพระเอก นำ หนังสือ เข้ามา เหมือนกับเป็นตัวแทน ของ“ผู้มีปัญญา”ส่วนชายแก่นำมีดเข้ามา ซึ่งคนแก่ก็เป็นตัวแทนของ ประสบการณ์ โลกแบบเก่า วิธีคิดแบบคนมีประสบการณ์ ซึ่งพอทั้งสองคนนี้มาใช่ชีวิตร่วมกันในสถาณที่ ที่มีกฎเกี่ยวกับ“อาหาร”เป็นปัจจัยหลัก ในโลกที่การ ฆ่า และ ความตายไม่ใช่เรื่องผิด การถูกน้อมนำให้ใช่ชีวิตเพื่อ เอาตัวรอดเป็นหลัก โดยแต่ละคนมีปัญหาภายใตความกดดั่นแบบเดียวกันเป็นโจทย์ ผมมองว่าพระเอก ตัวแทนคนมีปัญญาความฉลาดไม่ใช่การรู้ทุกเรื่อง พระเอกจึงต้องตั้งคำถามเพื่อ เรียนรู้เข้าใจ จากชายแก่ที่ มีอายุและประสบการณ์ที่มากกว่า เพื่อเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจ กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชีวิต ดั่งที่ ชาดาวินได้กล่าวไว้ว่า“สิ่งมีชีวิตที่อยู่รอดคือไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งแต่คือสิ่งมีชีวิตที่รู้จักปรับตัว” และนี้ผมเรียกว่า ความฉลาดความฉลาดหลายคนมักตีความไปที่รู้ทุกเรื่องเข้าใจในทุกสิ่ง แต่แท้จริงโดยส่วนตัวผม มันคือการ“รู้” ว่าเมือไรควร รู้หรือไม่รู้ เพราะ ความฉลาดนั้นจะมีประโยชน์อะไรหากความรู้ความเข้าใจนั้น นำเราไปสู่ความตาย และการแสดงออกของพระเอกที่ว่าตอนแรกไม่ยอมทานอาหารและรู้สึกรับไม่ได้ กับ กฎเกณฑ์ใหม่ที่ตนต้องเผชิญ และต่อต้านประท้วงเรื่องแย่นั้นโดยการฝื่นไม่ยอมทานหรือพูดคุยกับใคร ตามหลังจิตวิทยา เมือเรารู้สึกว่าอะไรไม่เป็นมิตรหรือทำให้เรารู้สึกแย่ ระบบป้องกันตัวนั้นก็จะบีบหรือ ทำให้เราถอยห่าง สิ่งที่เราไม่ชอบ โดย อัตโนมัต อยู่แล้ว แต่ทว่าสุดท้ายโกเลงก็ต้องแพ้ให้กับความหิวอยู่ดีและเขาก็หนีไม่พ้นที่จะต้อง มีชีวิตอยู่เพื่อรอด เพราะความจริงคือความจริง มันไม่สามรถแก้ใขเราดีขึ้นได้ด้วยการไม่ยอมรับมัน

ความผิดพลาดที่เกิดจากอดีตหรือแม้กระทั้งสิ่งที่เราชอบหรือไม่ชอบก็ตาม เมือตกอยู่ในสภาว่ะที่บีบคั่นเราทุกคนต่างก็ต้องพยามเอาตัวรอด ด้วย ทักษะ ความสามรถที่แตกต่างกันไป

 

แม้จะคิดและทำแตกต่างกัน แต่ชีวิตก็คือ ชีวิต

#ZERO

 

โกเลงปรับตัวให้เข้ากับคุณตา ในชั้น เขาก็ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนและสนิทกัน ในตอนนี้เนี่ยผมก็ได้เข้าใจอย่างหนึ่งว่าคนดีเนี่ยเมือเราดีต่อกันมันก็ส่งผลให้คนเราเนี่ยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและกลายเป็น มิตร เป็นเพื่อน

ความรู้สึกดีดีหมอบความความคิดดีดี

ความคิดดีดี หมอบ ความทรงจำดีดี

ความทรงจำดีดี นำมาไปสู่ มิตรภาพดีดี

มิตรภาพดีดี นำไปสู่ ความสัมพันธ์ดีดี

 

ผลพวงทางด้านอารมณ์ มักมาจากความ จริงใจ ที่ส่งออกมจากการแสดงออกทางความรู้สึกจริงๆ ผมมีความเชื่อว่าเราทุกคนรู้สึกได้ ว่าใคร“จริงใจ”นั้นเป็นเหตุผลพื้นฐานที่ทำให้ วิจารณ์ญาณทำงาน ผ่านการคิด และประมวณความรู้ออกมาในรูปแบบของเหตุผล ความเชื่อใจมีเหตุผลอธิบายในเชิงตรรกะ ไม่ว่าจะมาจากพฤติกรรมต่างๆ และสิ่งที่สมองประมวณผลมาจากกระแสไฟฟ้าในสมองทำงานกับเคมีในมวลกายอย่างไร ความเชื่อใจ ที่ถูกกำหนดในความสัมพันธ์ ดีดี ย่อมส่งผมให้เราเชื่อว่า คนคนนั้นดีกับเรา

 

การทำความดีอาจไม่ใช่เหตุผลเพื่ออ้างความถูกต้องจากปราญ์โบราณแต่หากคือแนวทางที่ทำให้เรามีไม่ทุกข์เมือนึกถึงอดีตของตน

#ZERO

 

ตอนที่โกเลง เห็น มิฮารุ ตกใจ ซึ่งนั้นก็เป็นไปโดยธรรมชาติของผู้ชายของมนุษย์ ชายแก่ก็พูดให้พระเอกทำสิ่งที่อยู่ในด้านมืดในใจว่าต้องการเธอหรือเปล่า แต่ว่าความดีที่ทำจนเป็นนิสัยมันไม่ง่ายที่จะเปลี่ยน ไปแม่ว่าความอยากจะเกิดขึ้นที่ในฉากจะมีภาคความฝันที่โกเลงได้มีอะไรกับมิฮารุ ซึ่งในฉากนี้ก็เป็นการสะท้อนถึงความอยากภายในที่ข่มไว้ความต้องการส่วนลึก เคยมีคำกล่าวหนึ่งในหนังสือของ ขงจื้อ ที่ว่าไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า“ในช่วงเวลาที่ลำบากนั้นคือการฝึกตนที่สำคัญว่าตอนที่เราพยามใช่ชีวิตให้รอด ให้ดีขึ้นเรายังสามรถรักษาความดีในใจได้หรือไม”เพราะมันจะเป็นตัวตัดสินตัวเราในอนาคตว่าเราจะกลายเป็นคนแบบไหน .

 

 

ฮารุ

 

ตอนที่3

หลังการพลัดเปลี่ยนห้องเดิมที่อยู่ชั้น 48 ตื่นมาอีกที่ ที่ชั้น171 พระเอกก็ถูกมัดติดกับเตียง โดยคุณตาคนเดิมที่เคยอยู่ด้วยกันในชั้นเดิมตัวเขาเองก็ตกใจและพยามดิ้นร้นแต่ก็ไม่สามรถหลุดจากพันธนาการของคุณตาที่มัดไว้ได้ และคุณตาก็บอกกับเขาว่า ในชั้นล่างๆนี้ไม่มีอาหารเหลือมาถึง จึงจำเป็นต้องมัดพระเอกไว้เพื่อกินกันเองเพื่อความอยู่รอด คุณตาที่พูดพร้อมแกว่งมีดทำครัวของเขาไปมาก็ดูจิตดีนะครับฮ่าๆ สุดท้ายคุณตาก็พยามเฉือนเนื้อของพระเอกด้วยมีดตัดชิ้นเนื้อเล็กๆกิน ในตอนนั้นเอง มิฮารุ หญิงสาวที่พระเอกเคยเจอที่มักนั้งลงมากับถาดแจกอาหาร ลงมาพอดีกับตอนที่พระเอกกำลังโดนคุณตา คุกคาม เธอโดด เข้ามาช่วยพระเอกไว้ได้ แน่นอนคุณตา ลาโลกไปในตอนนี้ และ มิฮารุก็อยู่ดูแล โกเลงและ บังคับให้โกเลงกินเนื้อคุณตาเพื่อประทังชีวิตและเธอก็ลงไป สุดท้ายโกเลงก็ต้องอยู่กับศพคุณตาที่ตายและกินประทังชีวิต

 

สรุป สับเนื้อหา

ในฉากนี้เราจะเห็นได้ว่าโกเลงที่เป็นคนดีของเราตกเป็นเหยื่อจากประสบการณ์ของคุณตา ความไม่รู้ในเรื่องที่เกิดขึ้นกับความเป็นอยู่ที่ถอดลดลงมาชั้นล่างๆความเป็นอยู่และอาหารก็แทบจะไม่มี และในฉากนี้ก็มีการทานเนื้อคน สำหรับผม ผมคิดว่านี้เป็นปรัญญาที่ผู้เขียนบท การกินเนื่อคนก็เหมือนกับการเอาเปรียบมนุษย์ด้วยกัน

“การเอาเปรียบ”

การเอาเปรียบกัน เคยมีรุ่นพี่ท่านหนึ่งเคบบอกกับผมว่า

“คนเราทุกคนเอาเปรียบทั้งนั้นไม่มีใครที่ ไม่เห็นแก่ตัว หรอก“

ความเห็นแก่ตัว เป็นพฤติกรรมพื้นฐานของ สัณชาติญาณการเป็นคน ที่เราเรียกว่า การ.”เอาตัวรอด” พื้นฐานจากสิ่งนี้ เป็นกลไกที่มาจากสมอง ที่เตือนภัยให้เราระวังตัว จากความ ตาย สมองมันจะเตือนและระวังภัย สร้าง ความรู้สึกระแวง ให้เราแสดงออกอย่าง ระวังเพื่อป้องกันภัย ซึ่งแต่ละคนมีวิธี ที่แสดงออกถึงการรักษาความปลอดภัยของตัวเองที่แตกต่างกัน

การป้องกันตัวเอง

การใช่อารมณ์ ก็เป็นหนึ่งในการแสดงออกพื้นฐาน ที่มีมาแต่ดึกดำบรรพ์ของมนุษย์ เหมือนเหล่าสัตว์ ที่แสดงออกถึงการห่วงอาณาเขต และความรุนแรงของมนุษย์นั้น ถูกผสมอยู่ในยีนของเราอยู่แล้วแต่ก่อนที่ลงลึกไปไกล ผมแค่อยากจะบอกกับท่านผู้อ่านว่า“อารมณ์เป็นเพียงเครื่องมือ” โดยนักจิตวิยา แอดเลอร์ เพื่อใช่ให้เราเราบรรลุ สิ่งที่เราต้องการ

เราใช่อารมณ์เพื่อให้ตัวเราบรรลุปัญหาที่เราเจอ

จากภาพยนตร์ แม้ว่าตัวโกเลง จะไม่ใช่กำลังและพยามอยู่กับผู้อื่นแบบสันติ แต่ทว่าเขาเองก็ไม่สามารถหนีจากปัญหา ต้องยอมรับ สิ่งที่เรามักเรียกว่า ชะตา

สุดท้าย เขาก็ต้องเริ่มที่จะเอาเปรียบคนอื่นเพื่อความอยู่รอด

 

ช่วงเวลาที่ยากลำบากคื่อช่วงเวลาสำคัญว่า

”คุณจะเอาเปรียบคนอื่นหรือป่าวเพื่อให้ตัวเองดีดีขึ้น”

#zero

 

 

อิโมกิลี่

 

ตอนที่ 4

หลังจากผ่านชั้นล่างที่หฤโหด ขึ้นมาอยู่ชั่นบน โกเลง ตื่นขึ้นมาบนชั่นที่ 33 พบว่าตนตื่นขึ้นมาเจอผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เป็น คนสัมพาษณ์เขาก่อนที่เขา จะเข้ามาอยู่ที่นี้ เธอชื่อว่า“อิโมกิรี่”เธอเป็นคนที่ทำงานเกี่ยวกับองค์กรที่สร้าง ตึกแบบนี้ ซึ่งในหนังช่วงนี้เราก็จะได้พบข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรนี้ว่า ด้านบนชั่นศูนย์ก่อนที่อาหารจะลงมาแจกจ่ายยังชั่นต่างๆ จะมีห้องครัวและกลุ่มคนที่ดูเคร่งครัดมาก ที่จะเตรียมอาหารเพื่อให้คนในชั่นต่างๆได้ทานซึ่งก็จะมีฉากตัดไปที่พระเอกก่อนที่จะเข้ามา จะเป็นฉากที่พระเอกถูกสัมภาษณ์ งาน ซึ่งจะมีคนที่ถาม อุปนิสัย และการใช่ชีวิต ต่างๆ และที่สำคัญมีการถามถึง อาหารที่ชอบ ซึ่งดูเหมือนว่า ชั่นบนจะทำอาหารทุกอย่างตามที่เขียนไว้ และปล่อยลงมาตามชั่นต่างๆแต่ก็ถูกชั่นบนๆลงมาเรื่อยๆกิน แล๊ะแทะ

ชั่นบนสุดที่ทำอาหาร

ฮิโมคิลี่เธอเป็นคนที่อยู่เป็นสาวในวัยกลางคนแล้วอายุน่าจะ 40-50 ประมาณนี้ เธอเอาของที่ติดตัวมาได้คือ สุนัขเป็นหมาพันธ์ตัวเล็กคล้าย ฮอตดอก เธอมักจะทานอาหาร สลับตัวเธอและสุนัขคนละวัน และเรียกร้องให้ชั่นล่างๆ ลงไปให้ทุกคนทานอาหารแต่พอดี แล้วคนชั่นล่างๆจะได้มีเหลือทานเธอจะตะโกนหลังทานเสร็จทุกวัน หลายวันผ่านไปเธอก็พยามที่จะตะโกนและส่งต่ออุดคติของเธอให้คนทำตามแต่ก็ไม่มีใครยอมฟังสิ่งที่เธอพูด โกเลงก็คอยเฝ้าดูและไม่ได้พูดอะไร จนกระทั้งวันหนึ่งเขาทนไม่ไหว เขาจึงยืนมาจะโกนลงไป ว่าถ้า“ถ้าคนข้างล่างไม่ทำตามที่เธอสั้งเขาจะเอาขี้ปายอาหารให้กินทุกวัน”คนที่อยู่ต่อในชั่นถัดไปก็เริ่มทำตามและยอมจำนน แต่เหมือน ฮิโมคิลี่ เธอก็ไม่พอใจที่โกเลงทำแบบนี้ แต่โกเลงก็อธิบายว่านี้คือความจริง อยู่ดีดีวั้นหนึ่งก็ถึงวันที่ ฮารุ นั้งลงมากับแท่นอาหาร แต่รอบนี้เธอไม่มีสตินอนบาดเจ็บมา ทั้งโกเลงและฮิโมคิลี่ ก็ช่วยรักษาเธอ

ฮารุฟื้นมาในยามดึกและเธอก็ฆ่าสุนัขของฮิโมคิลี่และกินซึ่งนั้นทำให้ฮิโมคิลี่แค้นมากและเริ่มเราเรื่องของ ฮารุให้โกเลงฟังซึ่งเป็นเรื่องราวที่ไม่ตรงกับที่คุณลงที่โกเลงอยู่ด้วยในชั่นแรก แต่ทว่าก็โกเลงก็ได้ตระหนักอะไรบางอย่างเช่นกัน

สุดท้าย ทั้ง ฮิโมคิลี่กับโกเลง ก็มาตื่นใหม่อีกที ที่ชั่น 202ซึ่งโกเลงก็พบ ว่า ฮิโมคิลี่ ผูกคอตายไปแล้ว พระแอกต้องอยู่ในชั่นนี้และอยู่กับภาพหลอน ที่ต้องพบทั้ง ลุงมีดซามูไรที่อยู่ด้วยกันครั้งแรก และ ภาพหลอนของฮิโมคิลี่ ที่พูดคุยกับเขาและโกเลงต้องอยู่โดยการกินเนือฮิโมคิลี่ที่ตายจนผ่านชั่นไป

 

สรุป สับเนื้อหา

ความรู้คืออัตตารูปแบบหนึ่งตัวโกเลง ที่ถือตำราเข้ามาในสถาณที่จากตอนแรกเขาไม่เห็นด้วยเลยกับพฤติกรรมที่ทุกคนทำแบบนั้นแบบนี้ แต่เขาก็รู้ว่า ตัวเขาเองไม่สามรถเปลี่ยนอะไรได้ ตอนนี้เขาก็เริ่มที่จะอินและเรียนรู้จาก ธรรมชาติรอบตัว จากคนที่เขาอยู่ด้วย อยู่อย่างไรให้รอด จากคุณตาซามูไรใช่มีด และ อยู่อย่างไรให้คนอื่นทำตาม โดยสิ่งสกปรก โดยบังคับให้คนชั่นล่างทำตามที่ ฮิโมคิลี่ร้องขอ เราทุกคนเรียนรู่ที่จะเอาตัวรอด เอาเปรียบ และสุดท้ายเมือเรา เอาเปรียบจนเป็นเรื่องปกติ เรื่องหนึ่งและในหนังความตายของคนอื่นก็เป็นเพียงอาหาร ทำให้เราจะสังเกตได้ว่า พระเอกโตขึ้นไปเรื่อยๆและสามรถปรับตัวอยู่กับคนหลายๆแบบได้ และนี้คือ ขอดีของผู้ปัญญาอย่างที่บอกครับว่า คนฉลาดไม่ใช่คนที่รู้ทุกเรื่องแต่คือคนที่รู้จักเรียนรู้ที่จะปรับตัว

ที่ฮิโมคิลี่ พูดถึง ฮารุ อันนี้ผมว่าเป็นความซับซ้อนในความเป็นคน คนเราเนี้ยเมือ ถูกทำให้เสียใจ คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าความแค้นที่เขาจะส่งมาให้คุณมันจะพุ่งมาแบบไหน ความชิงชังที่เรามีต่อคน บนโลกใบนี้สิ่งที่ทำให้โลกเกิดสงคราม เกิดการฆ่าฟัน การทำร้ายกัน สิ่งนั้นเกิดขึ้นจาก

”ความแค้น” ความไม่พอใจถูกกระบวนการคิด การวิเคราะห์ตกผลึกเป็นความแค้น ความแค้นกลายเป็นความชิงชัง

ความชิงชังกลายเป็นเกลียด

แค้น มาจาก ความเสียใจ

ชิงชัง สะสมเป็น ความโกรธ

เกลียด สะสมเป็น การไม่ยอม

ความเลื่อมล่ำทางอารมณ์ทำให้เราไปสู่ความผิดหวัง ความโกรธจากความเสียใจที่ผิดหวัง มันเป็นปัญหามานานตั้งแต่ดึกกำบรรพ์เพราะมนุษย์เราไม่ได้พัฒนาดีขึ้นมาจากอดีต โกเลง โดนภาพลวงที่ว่า หญิงคนที่พูดเขาเป็นพนักงานเป็นคนวงในทำให้เชื่อว่าสิ่งที่เธอพูดมีมูลความจริง ปัญญาบางทีทีมันก็หลอกเรา การเชื่อมโยงในความไม่รู้เพื่อรู้ สร้าง อัตตาที่ทำให้เรามั่นใจ เพื่อเป็นกำลังใจให้ตนเอง รอดและอยู่ได้แต่ทว่าความไม่ดี ไม่เคยนำพาเราไปสู่เรื่องดีดีได้ สุดท้าย แนวคิดที่พระเอกได้ ก็ไม่ถูกย้อมไปเหมือนคนอื่นๆที่ต้องเอาเปรียบ ข่มขู่เพื่อให้คนอื่นทำตามที่เราต้องการ

 

คนต้องการชื่อเสียง

เขาจะตะโกนก่อนทำดี

คนต้องการอำนาจ

เขาจะข่มขู่ก่อนลงมือ

#ZERO

 

 

 

บาฮามุด กับโกเลง

 

ตอนสุดท้าย

โกเลง ตื่นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมเสียงโวยวาย ของเพื่อนร่วมชั่นคนหนึ่งที่เป็นชายผิวดำ ที่มีชื่อว่า“บาฮาลัด” ดูเหมือนเขาจะขอสิ่งที่เข้ามาในชั่นนี้คือ เชือกและพยามตะโกนร้องขอให้คนชั่นที่สูงกว่าช่วยเขาขึ้นไป โดยย่อมทุกอย่างบอกว่าความเชื่อของเขาเป็นพระเจ้าเดียวกัน คนด้านบนก็ดูเหมือนจะช่วย และย่อมให้เอาเชือกผูก ปีนขึ้นไป แต่ทว่าตอนที่เขาจะจะขึ้นไปถึง เขาถูกแกล้งโดยปล่อย อุจาระใส่หน้าและต้องปล่อยเชือกตกลงมา แต่ก็ยังอยู่ในชั่นตนเองและตอนที่เกือบจะเสียหลักจะร่วงลงไป โกเลงก็ได้มาช่วยเขาไว้ได้ทันบาฮาลัดไม่สามารถรับได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พระเอกก็เลยชวนบาฮาลัดทำอะไรบางอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลง โดยพยามแบ่งอาหารไปให้คนชั่นอื่นๆโดยยืนลงไปพร้อมถาดอาหารและค่อยแบ่งอาหารตั้งแต่ชั่นที่ 50เป็นต้นไปเพราะ ชั่นแรกถึง 50 พวกเขาได้กินทุกวันอยู่แล้วพอจะอดได้ โกเลงกับบาฮามุด เขาก็ทำตามแผนลงไปเรื่อยชั่นไหนไม่ยอมก็ใช่กำลังสยบ

จนกระทั้ง ชั่นหนึ่งก็ดูเหมือนว่า โกเลงและ บาฮาลัดจะได้พบกับคนที่เหมือน ผู้รู้เขาก็ถามว่าทั้งสองกำลังปฎิวัติและทำอะไร บาฮาลัดที่ดูเหมือนว่าจะรู้จัก กับชายคนนี้อยู่แล้ว ก็เรียกเขาว่าอาจารย์ และรับคำชี้แนะว่า การทำแบบนี้ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไร แต่ต้องส่งสัญญาณ ให้พวกข้างบนรู้ เป็นเชิงสัญลักษณ์โดยใช่อาหารที่ดีที่สุด ส่งขึ้นไป โดยเลือกอาหารที่แพงและดีที่สุด มันคือ”บันนาคอสต้า”มีหน้าตาคล้ายๆพุดดิ่ง และพวกเขาก็ลงไปเรื่อยๆ

ทุกอย่างดำเนินไปเรื่อยๆและก็พบกับฮารุที่กำลังถูกมีดแทงตาย ส่วนบาฮาลัดก็สู้อีกคนที่มีดาบซามูไร สรุป ฮารุตาย โกเลง และ บาฮาลัดก็บาดเจ็ดสาหัสทั้งสองก็ลงไปเรื่อยๆ ระหว่างทาง ทั้งสองก็พยามรักษาอาหารที่ เป็นสัญลักษณ์ไปด้วยสุดท้ายทั้งคู่ลงไปด้านล่างสุดที่พวกเขาลงไป ก็คือ ชั่น333 และชั่นต่อไปก็ชั่นมืดๆ ที่มองอะไรไม่เห็น สุดท้าย บาฮามุด ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต และ พระเอกก็ให้ บานาคอสตา ให้เด็กกินไป และ พระเอกก็พบว่าเด็กคือสาร สัญลักษณ์ที่จะส่งขึ้นไปให้คนด้านบนรู้ ตัวเขาลงไปอยู่ชั่นมืสุดท้าย และ พบภาพของตาแก่ที่อยู่กับเขาในชั่นแรกก็มาพูดคุยว่า นายพบสารแล้วต้องส่งไป นายไม่ต้องขึ้นไป สารไม่จำเป็นต้องมีคนส่ง

END

 

เด็กที่พบที่ชั่น333

 

สรุป ซับเนื้อหา

ความดี ความเลวเป็นส่วนหนึ่งที่ถูกสร้างมาจากองค์ความรู้ของมนุษย์ของเราเอง การยอมรับในค่านิยมที่ดีก็ไม่ได้แปลว่าเราจะดีกว่าคนอื่นเพียงแต่การเป็นคนดี คุณจะพบความสงบในจิตใจ แต่ทว่า ความเลวร้ายของเรื่องนี้มันเหมือนกับว่า เราทุกคนมองเห็นปัญหานะ ไม่ว่ามันจะมาจากสังคม เศรษกิจ การเมืองการปกครอง หรือ จากอะไรก็ตาม มันเป็นปัญหาที่เราทุกคนพบและมองเห็น ไม่ว่าจะเป็น คนรวย คนจน ทุกคนก็แค่สมมุติบทบาทเหล่านั้นขึ้นมาเพื่ออยู่ร่วมกันในโลกใบนี้ ไม่ว่าจะทำเพื่อส่วนร่วม เพื่อโลก หรือเพื่อตนเอง

เด็กคือผู้รับผลจากการกระทำของคนโตในปัจจุบัน

มาตรฐานในความเป็นมนุษย์มีความแตกต่างกัน ด้านมืด ด้านดีของมนุษย์ เหมือนเราตัดศิลธรรม การเห็นคุณค่าของความดีไปเหมือนกับการที่เราฆ่ากันไม่ผิด ในหนัง เราก็ไม่ต่างสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีความซับซ้อนทางสังคมชนิดหนึ่งเท่านั้น การแบ่งปั่น การเอาเปรียบ ก็เป็นเพียง ความต้องการตอยสนองตัวเราเองไปตามปัจจัย โดยที่เราไม่เคยสนใจเลยว่า สิ่งที่เราทำเราเลือกมันจะไปเดือดร้อนกัน

 

“คนเราพร้อมจะผลักปัญหาออกไปเพียงเพราะมันไม่ใช่ปัญหาของตน”

#ZERO

ยาวหน่อยตอนนี้ ผมเขียนอยู่หลายวัน ขอบคุณคนที่อ่านจนจบนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น