โลกไม่ได้แย่ฉันแค่แพ้ใจตัวเอง

ตอนที่ 10 : สิ่งที่ได้มาจากความเสียใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 มิ.ย. 63

พวกเค้าถูกความทุกข์หลอกว่าหากทำร้ายหรือเอาเปรียบผู้อื่นจะทำให้ชีวิตดีขึ้น

#zero

 

 

ในวันที่ยากลำบากคือวันที่จะกำหนดว่าคุณเป็นใครในวันที่ประสบกับสภาวะวิกฤตครับคือวันที่คุณสามารถบอกกับตัวเองได้ครับว่าคุณจะเป็นคนแบบไหน

 

นี่คือคำพูดแล้วก็บทเรียนจากคุณ sheryl sandberg (เชอริล แซนด์เบิร์ก) ผมได้อ่านหนังสือเล่มนี้นะครับหนังสือที่พูดถึง ' วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน ' ในการเป็นเหมือนรวม speeder ต่างๆของคนดังที่ประสบความสำเร็จจากหลายๆคนเลยเนี่ยมาให้เราได้เรียนรู้ได้อ่านกันเพราะปกติพวกเราแก๊ง speed อะไรพวกนี้ปัจฉิมนิเทศปฐมนิเทศพรุ่งนี้เขาจะเหมือนกับเป็นบทสรุปชีวิตของคนบางคนออกมาให้เราได้เรียนรู้กัน

ในหนังสือเล่มนี้โดยส่วนตัวผมมีประสบการณ์ที่ดีระดับหนึ่งสำหรับผมและแต่ว่าผมย้อนกลับมาอ่านได้บทเรียนอันหลายอย่างหลายคนแล้วก็อยากจะเอามาแชร์ต่อโดยเฉพาะในช่วงนี้ครับช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจของบ้านเราบางคนบอกวิกฤตเลยด้วยซ้ำแต่อยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ให้กำลังใจกับทุกๆคนและก็ให้ตัวเองด้วย

 

ได้ไปอ่านเจอสปีดของ 'วันที่ยากลำบากคือวันที่จะกำหนดว่าคุณเป็นใคร' คนที่เขียนเรื่องนี้หลายท่านน่าจะพอรู้จักนะครับก็เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการหรือว่า cheese frosting officer ของ facebook นะครับเพียงแค่ 2 ปีครับตั้งแต่ตกลงมาร่วมงานกับบริษัทในปี 2018 หน่อยครับจำนวนผู้ใช้ facebook เพิ่มเป็นสารอาหารโปรตีนใน social media(อาหารที่ให้เวลาบริโภคออนไลน์)เท่ากับเป็นประมาณครึ่งหนึ่งล้านคน ซึ่งตอนนี้ก็เกินไปแล้วนะครับ คนคนนี้ยังเป็นหนึ่งในของผู้หญิง 50 คนที่คุณจับตามองจากหนังสือพิมพ์ the wall street journal แล้วก็อีก 50 คนที่มีอิทธิพลที่สุดในโลกธุรกิจจากนิตยสารฟอร์จูน ถือว่าเป็นผู้หญิงที่น่าจับตามองมากแล้วก็หลายท่านยกให้เป็นสุดยอดผู้บริหารผู้หญิงคนนึงเลย

เธอพูดได้น่าสนใจครับเรื่องในตอนที่จะพูดเธออยู่ใน city of california berkeley นะครับวันที่ 14 พฤษภาคม 2016 เป็นหัวข้อที่จริงใจมากนะครับเป็นหัวข้อที่เรียกว่าเธอกล้าที่จะเปลี่ยนชีวิตตัวเองออกมาเพราะว่าเธอพูดถึงความสูญเสียครับแต่เธอบอกว่าไม่เคยพูดเรื่องนี้มาก่อนเลยละพูดถึงความตายก็ได้ฟังคำว่า 1 ปีกับอีก 13 วันที่ผ่านมานะครับในวันที่เธอตื่นขึ้นมาพร้อมวันพรุ่งนี้ฉันเสียเดรสสามีของฉันไปความตายของเขา ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน วันนั้นเราไปร่วมงานฉลองวันเกิดครบรอบ 50 ปีของเพื่อนคนหนึ่งในเม็กซิโกฉันหลับไปงีบเดียวเท่านั้นเหมือนเป็นความฝันที่ตื่นมาให้ฉันต้องเสียใจสิ่งที่เกิดขึ้นมานั้นจินตนาการไม่ได้เลย

เมือฉันเดินเข้าไปในโรงยิมพบเลสเตอร์บนพื้นและฉันกลับบ้านไปบอกลูกว่า' พ่อของเขาไม่อยู่แล้ว' และมองดูโรงศพค่อยๆทรุดลงไปในดิน หลังจากนั้นคุณเชอรี่ก็บอกว่าทุกแห่งความเศร้าจากภายในที่กลัดกลุมเกาะกินแล้วก็เหมือนกับเป็นสูญญากาศของชีวิตและเป็นความว่างเปล่าของชีวิตที่ทำอะไรไม่ค่อยได้เพราะความตายของสามีนั้นเหมือนของเหลวเปลี่ยนชีวิตของฉัน

ความเจ็บปวดนั้นทำให้ฉันโทษต่างๆนานาแม้กระทั่งการเลือกแฟนแบบอย่างลึกซึ้งเธอจะได้เรียนรู้ถึงความเลวร้ายเรื่องของความทุกข์และความโหดร้ายของความสูญเสียในการขับเคลื่อนด้วยครับว่าเมื่อใดที่ชีวิตดูดกลืนเข้าไปข้างในข้างๆคุณก็สามารถเก็บพื้นโผล่พ้นพื้นผิวและสูดลมหายใจอีกครั้งได้ ก็ต้องเรียนรู้คำว่า ' เมื่อเผชิญหน้ากับความสูญเสียหรือสูญญากาศด้วยความรักอะไรก็ตามคุณสามารถเลือกความเบิกบานและความหมายได้ดั่งใจ '

 

มุมมองมีความสำคัญมากเพราะมันเป็นตัวกำหนดวิธีคิด

#zero

 

ด้วยความหวังว่าคนที่กำลังจะก้าวเดินต่อไปในชีวิตนะครับจะได้เรียนรู้บทเรียนที่ได้เรียนรู้จากความตายเป็นบทเรียนของความหวังความเข้มแข็งแล้วก็แสงภายในตัวเราซึ่งไม่มีวันดับลงได้ ก็ต้องขอบอกว่าทุกท่านในที่นี้ที่อ่านงานเขียนของผมอยู่ จะด้วยยังไงก็แล้วแต่ชีวิตจริงไม่มีใครที่ไม่เจอความผิดหวังไม่มีใครไม่เจอปัญหาอะไรกับความน่าสนใจก็คือว่าเมื่อเผชิญกับความทุกข์ที่มากขึ้นและลึกซึ้งขึ้นเนี่ยคุณจะมีท่าทีกับเรื่องนี้อย่างไรจะก้าวข้ามความทุกข์อย่างนี้ไปได้แบบไหนไม่ว่ามันจะเป็นรูปแบบอย่างไร

ยังไงก็ตามที่ในสิ่งที่น่าสนใจก็คือว่าไม่กี่สัปดาห์ครับหลังจากที่สามีคุณเดรสเสียชีวิตเธอเองรู้สึกเหมือนตายแล้วคนเดียวเธอก็ไปคุยกับเพื่อนคนนึงครับว่ามีกิจกรรมอะไรระหว่างพ่อกับลูกบ้างที่ทำไม่ได้แล้วแล้วเธอวางแผนว่าจะทำแทนสามี จะทำให้เธอได้เข้าใจถึงตัวเธอเองมากขึ้นแล้วก็ได้ทำงานในส่วนที่รับผิดชอบแทนสามีของเธอกลายเป็นว่ามันทำให้เธอไม่เข้าใจความรู้สึกซึ้งในเรื่องของความเจ็บปวดและยอมรับที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปกับลูก

 

บางครั้งการที่เรามัวแต่กังวลกับทางออกทำให้เราเลือกความทุกข์มากกว่าความสุข

#zero

 

 

พวกเราทุกคนต้องใช้ชีวิตตามทางเลือกครับ บางอย่างบางปัญหาในบนโลกนี้มี 2 อย่าง ปัญหาที่แก้ได้ กับปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไม่ได้ ก็ต้องปล่อยวางทำปัญหาที่แก้ได้ให้ดีที่สุด

 

ในหนังสือ Learned Optimism: How to Change Your Mind and Your Life โดย มาร์ติน เซลิกแมน ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรก ค.ศ. 1990 ระบุว่า Optimism หรือการมองโลกในแง่มุมที่ดีเป็นรูปแบบการอธิบาย (explanatory style) ส่วนบุคคลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว

ซึ่งคุณมาร์ติน เซลิกแมน ใช้เวลาหลายทศวรรษการศึกษานะครับว่าคนเราได้รับมือกับปัญหาอย่างไรและพบว่ามี "P 3" ตัวครับ

Pตัว 1ครับ ภาษาอังกฤษคือ personalization (เพอร์เซอร์นอลเสชั่น) แปลเป็นไทยคือ'การโทษตัวเอง'

Pตัวที่ 2 คือPhrae (สเปรด) แปลเป็นไทยว่า 'ความแพร่กระจาย'

Pที่3 " permanent' (เพอร์มาเน้นท์)หรือว่า 'ความยืนยง'

เป้า Goal 3p นี้นะครับมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการฟื้นคืนจากความทุกข์ยากของพวกเราทุกคนเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งการยืดหยุ่นกลับสู่สภาพเดิม ส่วนจะเอาไปใช้งาน ได้หรือเปล่าอันนี้จะต้องลองนำมาปรับใช้ทุกครั้งที่คุณเจอกับสภาวะที่มันทุกข์ สภาวะที่ยากลำบากอธิบายต่อ

P ตัวแรก personalization คือ 'ความเชื่อที่ว่าเราเป็นคนผิดเอง' เขาบอกว่าความรู้สึกว่าตัวเองผิด่ คือการแสดงความรับผิดชอบนะครับซึงอันนั้นเป็นสิ่งที่คุณต้องทำตลอดแต่ความรู้สึกว่าตัวเองไม่ดี มันมักจะเกิดขึ้นกับคนที่รู้สึกว่าฉันจะทำได้ดีกว่านี้ บางสิ่งบางอย่าง เช่น บริษัทคุณตรวจพบความผิดพลาดพนักงานของคุณทำผิดพลาดโดนไล่ออกมา สถานการณ์ต่างๆที่คุณไม่ได้รับผลกระทบเนี่ยบางทีการโทษตัวเองไม่ได้เป็นผลดีเสมอไป

เชอริล แซนด์เบิร์ก (Sheryl Sandberg) เธอก็มีปัญหาเหมือนคนทั่วไป สามีของตัวเธอเองเขาตายภายในไม่กี่วินาทีจากโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะซึ่งได่ผลมาจากข้อมูลทางการแพทย์ย้อนหลัง เธอก็เลยถามว่าตัวเองว่า 'ฉันทำอะไรได้บาง'หรือฉันควรทำอะไรแต่พอฉันไม่รู้เรื่อง และเริ่มยอมรับผิด เธอก็ยอมรับว่าเธอเองก็มีทางป้องกันไม่ให้สามีของเธอตายได้แม้แต่หมอของสามีก็ไม่เคยรู้เลยว่าเป็นโรคหัวใจมาก่อน ตัวเธอเองก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามีสามีคนรู้ใจเป็นโรคประจำตัวแบบนี้ซึ่งตอนแรกเธอก็ทำใจไม่ได้แต่ก็คิดได้ว่า

"ถ้าเราสามารถก้าวข้ามสภาวะโทษตัวเองได้จะทำให้เราเข้มแข็งกว่าเดิม"

คุณครูที่พบว่าการเรียนการสอนของตัวเองไม่ดีแต่ต่อมาเขาสามารถปรับปรุงตัวเองจากการยอมรับว่าเราทำได้ไม่ดีผลปรากฏว่าเขาสามารถทำได้ดีกว่านั้นหลังจากที่นักเรียนของพวกเขาสอบโดยการปรับปรุงวิธีการสอนและพบว่านักเรียนรุ่นต่อต่อมาสามารถทำคะแนนได้อย่างยอดเยี่ยม

อีกเคสโค้ชนักว่ายน้ำคือการทำให้นักกีฬาว่ายน้ำยอมรับจากผลสถิติตัวเองระยะของการจับเวลาก็จะช่วยให้การพยามของนักว่ายน้ำที่มหาลัยที่ว่ายได้ไม่ดีแต่เชื่อคำว่าพวกเขาสามารถว่าได้เร็วกว่านั้นและสุดท้ายก็เร็วกว่าเดิม เราจึงได้ข้อสรุปว่า

"การโทษตัวเองก็ยอมรับมันคนละเรื่องกับการโทษตัวเองก็ยอมแพ้"

การไม่โทษตัวเองเวลาที่ล้มเหลวช่วยให้เราเฟ้นหาตัวเองกระทั่งทำให้ดีกว่าเดิมอีกเพราะฉะนั้นเมื่อเกิดสภาวะวิกฤตปัญหาสิ่งใดก็ตาม 'เราต้องรับผิดชอบ' ไปทุกเรื่องมันก็ไม่ถูกต้องครับแต่ ต้องโทษตัวเองเพื่อแก้ใข เพราะการไม่โทษตัวเองจะทำให้เรามองไม่เห็นปัญหา การยอมรับจากการโทษตัวเองจะช่วยทำให้เราฟื้นตัวได้มีกำลังใจที่ทำให้ดีกว่าเดิมนี่คือบทเรียนจาก เชอริลแซนด์เบิร์ก (Sheryl Sandberg)

 

และทั้งหมดที่กล่างมาข้างต้น นั่นคือความเชื่อที่ว่าเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งจะกระทบในทุกมิติในชีวิตของ

 

ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราย่อมส่งผลต่อตัวเราเสมอ

#zero

 

 

คุณผู้อ่านรู้จักเพลง everything is awesome ที่แต่งโดยทีแกน แอนด์ ซารา จากภาพยนตร์The LEGO® Movie (Original Motion Picture Soundtrack) ไหมครับ สุดยอดไปซะทุกอย่าง คำนิยามนี้นะครับสุดยอดในมุมกลับก็คือ acetaminophen คือทุกอย่างเลยมัน ร้ายเรียกว่าเมื่อคุณเจอสภาวะที่มันเลวร้ายที่มันเกิดปัญหาขึ้นเนี่ย ' มันไม่มีที่ไหนให้วิ่งไปซ่อนตัวจากความเศร้าโศกได้เลย'ึ อันนี้เรื่องจริงนะครับสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นโดยเฉพาะเวลาที่เราอกหักมีปัญหาความรักเนี่ย เรียกได้ว่าโอ้โห้มันมองไปทางไหนมันก็กินไม่ลงหรือไปเที่ยวก็ไม่ออก ยิ่งไม่ได้คุยกับใคร ก็เหมือหมักบ๋มปัญหาให้สาหัส

 

 

หากเราไม่ใช่ชีวิตก็ไม่ได้เจอปัญหาในการใช้ชีวิต

#zero

 

นักจิตวิทยาของเชอริลเนี่ยที่ไปปรึกษาคุณหมอเองต้องการส่งตารางประจำวันให้เร็วที่สุดเพราะฉะนั้นหลังจากที่ 10 วันที่คุณพ่อในอนาคตหรือสามีของเธอตาย เธอก็ไปเหมือนปกติเลยแล้วตัวเองก็กลับไปทำงานนะครับเธอก็เล่าให้ฟังว่าจำได้เลยว่า นั่งประชุมนัดแรกที่ facebook เหมือนอยู่ใต้หมอกหนาเลย ในใจก็เอาแต่คิดได้เรื่องเดียวคือเรื่องเศร้า แต่แล้วก็ได้สติคือว่าทุกคนกำลังพูดเรื่องอะไรแล้วจะสำคัญได้ยังไงแต่ก็ถูกดึงเข้าไปในวงสนทนาของการประชุมและช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาทีอันสั้นเธอก็ลืมเรื่องความตายไป แล้วก็บอกว่าเสวนาที่ช่วยให้เธอกลับเข้ามาสู่โลกของปัจจุบัน ตัวเธอเองก็ฉุกคิดมองเห็นว่ามีหลายอย่างในชีวิตที่ไม่เลวร้ายกับตัวเธอเอง การมีสุขภาพดีกับการได้มีเพื่อนกับครอบครัวของฉันที่รักกันดีและเพราะฉะนั้นครับเธอบอกว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดสภาวะแบบนี้เราไม่เคยเจอปัญหาที่ทำให้สูญเสียมากๆแล้วมัน effecทำให้เราอยู่ได้ยากมากขึ้นที่ เธอเตือนว่าไม่ว่าจะทำอะไรเนียความทุกข์โศกจะอยู่กับฉันตลอดกาลแม้ว่าความเป็นจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้นก็ตาม เราก็มีความรู้สึกที่เป็นปัจจุบันของเราออกไปอย่างไร้ที่สิ้นสุดเราก็เลยรู้สึกไม่สบายใจรู้สึกเศร้าเพราะความคิดความกังวลยังคงจมอยู่กับทุกข์ เราบอกว่าเราทำแบบนั้นแบบนี้ก็เพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกแย่เราควรจะยอมรับความรู้สึกของเราเพราะว่าความจริงความคิดกับความรู้สึกว่ามันไม่อยู่ไปตลอดกาล เวลาจะเยียวยาทุกสิ่งแต่ท้ายที่สุดก็ไม่ควรที่จะเรียน into the sun คือโน้มตัวรับสิ่งที่เลวร้ายได้หมายความว่าความโศกเศร้าไม่ได้อยู่ชั่วนิรันดร์เช่นเดียวกันครับความสุข

 

เสียดายที่เธอไม่รู้จักP 3 ตัวในตอนนั้น ตอนที่อายุน้อยกว่านี้เพราะว่าจะได้ใช่มันตั้งแต่แรก ในครั้งอดีตเธอเคยมีปัญหากับพี่ชายครับ ตอนเกิดปัญหานั้นเธอโทษตัวเองหลายครั้งหรือแม้กระทั่งปัญหาไม่เล็กไม่น้อยไม่ว่าจะเลิกกับแฟนคนก่อนๆ รึอื่นๆ ปัญหาของความไม่สบายใจในการที่เธอไม่สามารถจะควบคุมในสิ่งที่เธอจะกระจายความรู้สึกออกไปทำให้เธอติดอยู่กับ กับดักสูญญากาศอยู่หลายๆครั้ง เธอบอกว่าตั้งแต่มี P3 ตัวนี้คือปฏิกิริยาทางอารมณ์ทั่วไปซึ่งเกิดขึ้นกับหลายสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราน่าจะเป็นงานส่วนตัวและความสัมพันธ์ทางที่ดีที่สุดครับ

 

การยอมรับไม่ใช่การยอมแพ้และการแก้ปัญหานั้นช่วยให้เราเข้าใจถึงความทุกข์ของความรู้สึก

#zero

 

น่าจะรู้สึกในขณะนี้เกี่ยวกับอะไรสักอย่างแล้วก็ถ้ามองออกคุณจะเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองกำลังตกหลุมอยู่ คุณก็สามารถเลี้ยงตัวเองไม่ให้ตกลงไป

' ร่างกายของเรามีระบบภูมิคุ้มกันทางกายภาพฉันใดสมองของเราก็มีระบบภูมิคุ้มกันทางจิตวิทยาฉันนั้น '

นักจิตวิทยาเล่าให้ฟังว่าี ต่อ ให้เกิดสิ่งเลวร้ายต่างๆจะย่ำแย่ได้อีกมากเพียงใด

' ถ้าว่าตอนนั้นไม่คิดแบบนั้นมันก็อาจจะไม่สามารถที่จะลุกขึ้นมามีปัญหาหรือทำร้ายเราได้ '

เช่นถ้าเรามองสถานการณ์นั้นจะเกิดความผิดพลาดได้ร้ายแรงกว่าถ้าสมมุติว่า สามีคุณเดฟเนี่ยอาจเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะตอนที่เขากำลังขับรถให้ลูกๆของเธอและประสบอุบัติเหตุตายหมดทั้งครอบครัวเลยเหลือเพียงเธอคนเดียวมันก็อาจจะทำให้สถานการณ์นั้นเลวร้ายกว่านี้ก็ได้

เท่าที่ว่าสถานการณ์มันจะแย่อยู่แล้วแล้วเราคิดว่ามันแย่กว่าเดิมได้อีกหรืออาจจะแย่กว่าที่เป็นอยู่ตอนนั้นก็ได้ตอนนี้ก็ได้บางทีการที่เราจะมองจมอยู่กับปัญหานั้นแต่เรามองว่าถ้ามันแย่กว่านั้นมันก็จะทำให้เรามีกำลังใจขึ้นมาสามารถที่จะผ่านไปได้ด้วยดีและคุณจะรู้สึกขอบคุณตัวเองขึ้นมาที่ครอบครัวของตัวเองยังมีชีวิตอยู่และแข็งแรงมีความสุขแบบนี้ก็จะสามารถปรับความทุกข์ความโกรธมันไปเพราะฉะนั้นความหมายก็คือว่า

" การค้นพบความรู้สึกขอบคุณครับและความพึงพอใจคือกุญแจของความยืดหยุ่นทำให้กลับสู่สภาพเดิมได้ "

คนที่เกลียดเวลาเพราะมันทำให้อยู่กับความไม่สบายใจนานๆหรือกับการเรียงรายการสิ่งที่จะต้องทำและแยกแยะหากเราวิเคราะห์มันไม่ได้ปัญหานั้นก็จะถูกคำนวณรวมและดึงเข้าสู่โลกแห่งความไม่สบายใจ้ การนึกถึงเรื่องแย่ๆแล้วขอบคุณสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันสิ่งที่พวกเขารู้สึกขอบคุณจะทำให้ตัวเองนั้นมีความสุขมากกว่าและมีสุขภาพที่ดีกว่าำ

 

การไม่เปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นทำให้เราเข้าใจปัจจุบันของเราเอง

#zero

 

เชอริล แซนด์เบิร์ก (Sheryl Sandberg)บอกว่าเธอจะจดจำเรื่องที่ทำให้รู้สึกสบายใจเมือเธออยู่ที่บ้านก่อนเข้านอนทุกคืน การจดจำและนึกถึงเรื่องเล็กๆหรือนึกถึงเหล่าคนที่รักเราขอบคุณสิ่งต่างๆมันช่วยเปลี่ยนชีวิตได้เพราะไม่มีสักวันที่คุณจะเจออะไรแย่ๆไปซ่ำๆหรอกถ้าคุณขอบคุณและพึงพอใจในสิ่งที่คุณทำได้ดีมากๆมันก็จะช่วยคุณลืมบางสิ่งที่คุณบอกว่าคุณไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความสบาย

สภาพอากาศในใจเช่นเดียวกับกล้ามเนื้อได้และสามารถดึงมาใช้ได้เมื่อคุณต้องการในกระบวนการนี้ครับคุณจะค้นพบว่าแท้ที่จริงแล้วคุณคือใครแล้วใครคือคุณก็อาจกลายเป็นแบบฉบับที่ดีที่สุดของตัวเอง

ก็บอกว่าตัวเราเองใจของเราเองต้องปรับไปตามสภาวะความเป็นจริงให้ความรู้สึกนั้นไปสร้างความยืดหยุ่นปรับสภาพเดิมได้ภายในตนเองเวลาที่เกิดจากความผิดหวังความเศร้าเข้าจู่โจมจงรู้คำว่าคุณมีความสามารถที่จะข้ามผ่านทุกสิ่งก็เหมือนกับสำนวนที่ว่าเอาไว้ว่า

จะมาใหญ่หรือต้นหญ้าก็ไม่มีค่าหากอยู่ไม่รอด

ผมได้เรียนรู้จากบทความชิ้นนี้ว่าเกิดปัญหาขึ้นมาขึ้นโดยเฉพาะช่วงนี้ลำบากคือสิ่งที่จะต้องกำหนดว่าคุณจะเป็นใคร

ผมกวีสีเทาขอบคุณครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น