Zero เสียศูนย์​แต่อย่าสูญเสีย​

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 475 Views

  • 18 Comments

  • 7 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    42

    Overall
    475

ตอนที่ 5 : วิ่งแบบพี่ตูนได้อะไร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    7 ธ.ค. 61



บันทึกวันทึกวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๑
ผมได้ลงกิจกรรมแข่งวิ่ง ต่อเนื่องระยะสั่นที่วิ่งเพียง ๕ ถึง ๖ กิโลเมตร

  บรื่นๆ  เสียงเครื่องยนตร์มอเตอร์ไซด์​สี่จังหวะกับชายอ้วนในชุดคลุ่มไนกี้ที่เพื่อนซื้อมาให้และยังไม่ได้จ่ายเงินค่าเสื้อ ขับฝ่าสายฝนปอยๆเล็กน้อยที่ใกล้จะหยุด ผมแทบจะบอกได้เลยว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์​คันเดียวท่ามกลางลานจอกรถที่กว้างใหญ่ ที่ขับเข้ามาในงาน เสื้อคลุมสีขาวที่หัวสวมเฮดโฟนครอบหู บีท ฮิพฮอพที่ผมฟังประจำถูกเปิดดังขึ้นขนาดที่ขาผมก้าวเดินลงบนพื้นเปียกๆ

"ท่ามกลางรถมากมายฉันคงเป็นเพียงรถมอเตอร์ไซด์คันเดียว"

ซีโร่ zero​

บรรรยากาศในงานไม่ได้เป็นไปตามที่คิดเท่าไรต้องขอสารภาพก่อนเลยว่าผมคิดว่างานจะออกมาเครียดและดูน่ากดดั่นเพราะโดยส่วนตัวผมเองอ้วนมากและห่างจากกิจกรรมออกกำลังกายมาหลายปีไม่รู้ว่ากลุ่มผู้คนที่ออกกำลังกายเปลี่ยนไปหรือจะมีทรรศณะคติที่แตกต่างไปไมผมจะโดนมองว่าแปลกแยกรึเปล่าเวลาที่ผมออกงานไป  ปรากฎ​ว่าไม่ได้เป็นตามที่คิดเท่าไร ภาพที่คิดไว้ว่าในงานน่า่จะมีแต่คนมีกล้ามล่ำบึกสาวๆที่รักหุ่นผอมเพรียวเดินเบ่งกล้ามไปมาเหมือนในมโนว่าไว้แทบไม่มี บรรยากาศในความคิดผมสักนิดเลย
งานตรงกันข้ามกับที่ผมคิดไว้มาก ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศเสียงหัวเราะของกลุ่มคนที่ยืนสนทนากันกลุ่มเพื่อนและผู้คนที่ยืนจับกลุ่มเรียงรายตามถนนร้อยยิ้มเสียงหัวเราะที่ดังมาไม่ขาดระยะในงานช่วยลดอาการเครียดตามภาพในหัวของผมเป็นอย่างดี ทำให้ผมลืมนึกไปเลยว่าผู้คนที่มาในงาน พวกเขาต่างก็มาด้วยใจรัก ไม่มีใครถูกบังคับให้มา  ผู้คนเดินขวักไขว่​หัวไหล่ไม่ชนกันนัก เพราะสถานที่จัดงานคือสนามกีฬาของจังหวัดสุโขทัยมีพื้นที่กว้างมากพอที่จะจุคนได้พอสมควร ผมไปงานนี้ตอนสมัครไปสมัครและผมไปเพียงคนเดียวแต่ว่าก็รู้มาว่ามีพี่ๆที่ไปงานนี้มีพี่ๆเขาน่าจะมากันก่อนแล้วแน่นอนครับพวกพี่าเขาผมแค่ได้ยินเสยงก็จำๆด้ทันทีโดยเฉพาะเสียงหัวเราและการตบมุกตลกของ อาผม  พี่หนุ่ย  ที่ดังฟังชัดฮ่ากะจายก็พบเจอพี่ๆผมได้ไม่ยากนัก  พี่เขามาทักทายและแน่นอนพี่ๆเขาดีีใจมากและผมก็โดนดุครับว่าจะมาทำไมไม่บอกเอามอเอตร์ไซด์มาเงทำไม มันอันตรายรู้ไม
(จริงๆรู้ครับแต่ผมคิดว่าไม่อยากเดือดร้อนใครแต่ก็ลืมนึกไปถึงเรื่องความปลอดภัยของตนเอง พูดง่ายๆผมมันดื้อครับ ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างนะครับ ฮ่าๆๆ)​

หลังจากยืนกันได้ไม่นานพวกพี่ชายก็ไปวิ่งกันก่อนและผมก็เลยได้รู้ว่าในงาน วิ่งมันจะแบ่งประเภทของคนวิ่งด้วย 
(จริงๆตอนสมัครเขาก็มีให้อ่านว่ามันมีกี่ประเภทแต่ผมคาราบาวเกินไปเลยสังเกตุเห็นครับ ฮ่าๆๆ)​
มี3ประเภทวิ่ง
1. ประเภทวิ่งระยะไกล 21 กิโลเมตร
2. ประเภทวื่งระยะกลาง 10 กิโลเมตร
3. ประเภทวิ่งระยะสั่น  6 กิโลเมตร

คนที่วิ่งไกลจะถูกปล่อยให้วิ่งไปก่อนและคนที่วิ่งระยะกลางและสั่นตามระยะทางที่วิ่ง
ในปากผมเคี้ยวขนมปังที่พี่ให้มาพร้อมยืนและนั่งยืดเส้นเบาๆ ความกังวลค่อยๆหายไปจากความคิดสายตาผมเริ่มมองไปยังรอบตัวๆ กลุ่มผู้คนมากมายเดินรายรอบ คนที่อ้วนกว่าผมก็มี คนที่แก่อายุดูชราก็ยังมา  มันเป็นภาพที่ขัดกับความคิดผมเลยที่ว่างานออกกำลังกายน่าจะมีแต่คนที่แข็งแรง  คนอ้วนจะมีไม คนที่ไม่เคยออกและครั้งแรกจะมีรึเปล่า  พอมาถึงที่งานได้มองดูทำความเข้าใจกับบรรยากาศรอบก็เข้าใจได้มากขึ้น  อ้วนก็มีครับแถมมีเป็นชมรมเลยอ้วนทั้แกงค์ และบางคนก็ชมรมผู้สูงอายุชัดๆเดินรวมๆกันน่าจะเก่าแก่พอพอกับอุทยาน​สุโขทัยได้เลย แต่เชื่อไมว่าทุกคนแข็งแรงทั้งอ้วนผอมหรือแก่ชรา พวกเขาก็ดูพร้อมมากที่จะมาออกกำลังกายกันกับกิจกรรมออกกำลังกาย สาวๆในงานนี้ถ้าไม่พูดถึงหน่อยคงจะพลาดเลยไปเลยละครับ ฮ่าๆ สายออกกำลังก็มา มีตั้งแต่ขาวโบ๊ะอ่อร่า จนถึงแม่บ้านและมนุษย์ป้าก็มา ทำให้ผมนึกถึงคำคมหนึ่งขึ้นมาได้ว่า

"คุณเป็นคนแบบไหนคุณก็จะได้เจอคนแบบนั้น"

ซี่โร่ zero​

ถ้าเรามาสายออกกำลังกายเราก็จะได้เจอกลุ่มคนที่ออกกำลังกายเหมือนเรา
คุณชอบเที่ยวรักสนุกคุณก็จะเจอกลุ่มคนที่รักสนุกและเที่ยวเหมือนคุณ เราชอบไปที่ไหนเพื่อทำอะไรเราก็จะเจอคนแบบนั้นในที่เดียวกัน ซึ่งตามธรรมชาติของมนุษย์ 
มนุษย์​มักเคลื่อนที่เข้าหาความสุุุข

กลับมาเข้าเรื่องกันต่อครับ  หลังจากที่พวกพี่ๆเขาวิ่งกันออกไปได้สักพร้อมกับชนมปังในมือที่พี่ชายผมส่งมาให้ทานลองท้อง หมดลง ผู้คนมากๆมายก็เริ่มทยอยเดินกันไปที่จุดสตาร์​ที่เป็นถนนแถวยาวของกลุ่มผู้คนยืนยาวกันในถนนสองเลนเสียงดังและคนที่ยืนไม่เบียดมากเท่าไร เสียงคุยจอแจรอบๆข้้างค่อยๆเงียบลงหัวใจของผมเต้นระส่ำระส่ายบรรยากาศรอบๆตัวเหมือนสงบลง  ผมยืนฟังเสียงบรรยากาศรอบข้างเสียงลมหายใจ เสียงคนรั่วแชทพิมที่หน้าจอ เสียงกดถ่ายรูปจากชัตเตอร์และโทรศัพท์ แต่ทว่าทุกคนก็เหมือนเพ่งมองไปที่ป้ายขนาดใหญ่หน้้างานที่ตัวเลขบอกเวลาตีห้ากว่าๆแสงตัดผ่านความมืดค่อยๆนับถอยหลังอีกไม่กี่นาทีเป็นเวลาที่ทุกคนจะต้องออกวิ่ง
ในหัวของผมนึกถึงคำพูดของตัวเองเมือสองชั่วโมงก่อนบนที่นอน

ผมอยากชนะตัวเองเมือวานที่แพ้เราจะไม่ยอมอ้วนไปตลอดชีวิต เอาน่าโหน่งนายทำได้นายเคยทำมาแล้วลุกขึ้นมาเอาชนะตนเอง
ถ้านายลุกจากเตียงจะเป็นผู้ชนะ
ถ้านายใส่รองเท้าไปวิ่งนายจะเป็นแชมป์​
นายมาเพื่อเอาชนะตัวเองไม่ได้มาเพื่อแข่งกับใคร 
พิสูจน์​ความตั้งใจตัวเอง 

วูดดดด  เสียงสัญญาณปล่อยตัวดังขึ้นผมยิ้มที่มุมปากอย่างรู้ตัวเสียงบีทดังขึ้นที่หูฟัง  ผมพร้อมแล้ว รองเท้านั่นยางๆขาด ก็จรดย้ำพื้น...

  บทความนี้เป็นแบบเล่าเรื่องผมกำลังหัดบรรยายครั้งแรกยังไงก็ติชมได้นะครับทักมาในแชทได้เลย

ขอบคุณ​ทุกคนที่อ่านงานผมมาจนจบนะครับ​ผมหวังว่าเนื้อหาที่อ่านะว่าจะเป็นกำลังใจและเป็นประโยชน์ให้วิธีคิดแปลกใหม่กับทุกท่านที่เข้ามาอ่าน​ไม่มากก็น้อย สนับสนุนผมหน่อยนะครับ
aka​ zero​
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #4 กวีสีเทา (@koonma) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 08:22

    ขอบคุณ​นะครับ​ที่อ่านงานพี่ ขอบคุณ​ที่สนับสนุน​ครับ​
    #4
    0
  2. #2 คิระ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 17:34

    อ่านเพลินมากเลยครับพี่ ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันมุมมองใหม่ๆครับ

    #2
    1
    • #2-1 กวีสีเทา (@koonma) (จากตอนที่ 5)
      18 พฤศจิกายน 2561 / 22:40
      ขอบคุณ​ครับ​ที่เข้ามาอ่านน่า 55555
      #2-1