Zero เสียศูนย์​แต่อย่าสูญเสีย​

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 478 Views

  • 18 Comments

  • 7 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    45

    Overall
    478

ตอนที่ 29 : อำนาจ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 เม.ย. 62



บันทึกวันที่ 24 มีนาคม 2562

ใครคล้อยตามข้าอยู่ ใครขว้างข้าตาย

หนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลในสามก๊ก  นามว่า ตั้งโต๊ะ

ตอน อดีตมีไว้ให้เรียนรู้   คนเก่งไม่ได้แปลว่าดี เพราะบางที คนดี เขาก็ไม่เก่ง

ตลอดระยะเวลาที่โลกหมุนรอบพระอาทิตย์ มนุษย์ได้เกิดขึ้นและตายลงมากมายในขนาดที่เรายังไม่สามารถหาสาเหตุว่ามนุษย์มาจากไหนแม้ว่าจะมีทษฎีที่หลายคนเชื่อเรื่องวิวัฒนาการที่เกี่ยโย่งไปถึงสิ่งที่ทำให้เกิดครอบครัว กลายมาเป็น ชุมชน ก่อตั้งเป็นประเทศ สร้างอาณาจักร การก่อสร้างร่างแบบมาทางการพัฒนาที่เป็นวิธีคิดและวิธีคิดที่พัฒนาวิถีมนุษย์ได้นั้น เรียกว่า วิสัยทัศน์ นั้นเอง

 

โลกไม่ได้กว้างแค่เพราะโคลัมบัสเดินเรือ

แต่เป็นเพราะโคลัมบัสเชื่อในความคิดใหม่ๆแล้วลงมือ

ซีโร่

 

ผมได้มีโอกาสกาสได้ไปเลือกตั้ง จำไมได้แล้วว่ากี่ปีมาแล้วที่ไปเลือกตั้งครั้งสุดท้ายเมือไร อยู่ดีดีที่ขนาดขับรถกลับบ้านไปเลือกผู้แทนดีใจที่ได้ใช้สิทธิ์ใช่เสียงการทางการเมืองแม้หลายคนจะบอกว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัวไม่เกี่ยวกับประชาชนไม่มีสิทธ์มีเสียงไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้แต่ก็นั้นละครับ ถ้าหากเราคิดเช่นนั้นมันก็อาจจะไม่จริงไปเสียทั้งหมด ผมไม่ได้อยากออกมาวิจารญ์เรื่องการเมืองว่าใครผิดใครถูก  บ้านเมืองการเลือกตั้งผมคิดว่าเรื่องการเมืองที่เกิดขึ้นในบ้านเรามิต่างจากเรื่องราวในอดีต ข้าพเจ้ากวีสีเทาหนอนตำราขอยกตัวอย่างอดีตจากในสมัยที่ผู้คนราชวงศ์ฮั่นจากเรื่องสามก๊ก ว่าแท้ที่จริงการเมืองนี้ก็ไม่ต่างจากบุลคลในอดีต ที่ผ่านมากว่าหลายพันปีมนุษย์ก็ยังใฝ่หาอำนาจ

 

ตอน1 ตั้งโต๊ะคิดเป็นใหญ่

กาลครั้งหนึ่งย้อนกับไปในครั้งที่ ราชวงศ์ฮั่นภายใต้การปกครองเลี้ยนเต้  ตั้งโต๊ะคิดเป็นใหญ่ยึดอำนาจโดยสยบปลดฮ๋องเต๋คนเก่าเพื่อแต่งตั้งคนใหม่ เพื่อลดทอนอำนาจโดยได้คำแนะนำจาก   ลิยู  อำมาตร์ที่เป็นกุนซือหรือปัจจุบันเราเรียกว่านักวิชาการที่มีความรู้ซึ่งเป็นผู้รู้คู่ใจของตั๋งโต๊ะ แนะนำให้ซื้อใจพวกขุนนางในราชสำนักเพื่อให้เห็นด้วยในการที่ตนนั้นจะยึดอำนาจจากฮ๋องเต้หรือเรียกว่ารัฐประหารในปัจจุบัน  ด้วยที่ตั้งโต๊ะนั้นมีอำนาจทหารในมือที่มากมายอุปมาเหมือนมีคมดาบจอคอครองเมืองไว้อยู่แล้ว ใครก็ต้องยอมให้กับตั้งโต๊ะ และนั้นคือคำพูด ลิยูพูดหนุนนำให้ตั้งโต๊ะฮึกเหิม กล้าเข้ายึดอำนาจ โดยการปลดฮ๋องเต้ เหี้ยนเต้ และตั้ง ฮ๋องจูเหี้ยบ และเหตุผลที่ ริยูให้ตั้งโต๊ะทำแบบนี้คือ

หนึ่ง  การที่มีอำนาจทางทหารและผู้สนับสนุนมากมายโดยขุนางต่างๆการแต่งตั้งฮ๋องเต้โดยใช่อำนาจตนก็เป็นการแสดงอำนาจและบารมีของตัวตั้งโต๊ะที่ไม่มีใครกล้าทัดทานเขาได้ในแผ่นดินเพราะสามารถเปลี่ยนใครจะมาเป็นฮ่ฮงเต้ก็ได้ จึงถือว่าเขามีอำนาจกว่าฮ๋องเต้อีก

สอง การแต่งตั้งฮ๋องเต้ได้ สามารถใช่เป็นขออ้างกับตัวฮ๋องเต่โดยอ้างว่าที่ได้เป็นใหญ่นั้นก็เป็นเพราะตนเอง  เพราะว่าตนเป็นผู้สับสนุนเขาและใช่โอกาสนั้นให้ตนได้มีอำนาจเพิ่มขึ้นแต่งตั้งตัวเองเป็นผู้สำเร็จราชการแทนฮ๋องเต้ได้

 

วิเคราะ

ตั้งโต๊ะ มีอำนาจในมือเนื่องจากตนมีอำนาจ ทางการทหารที่มากมาย ทั่วรอบเมืองจีนในยุคนั้นกำลังทางทหารและขุนพลต่างๆก็เป็นคนของตั้งโต๊ะ  คล้ายๆกับปัญหาในประจุบันที่มีอำนาจมาจากทางการทหารก็เหมือนมีอำนาจในมือจึงคิดเข้ายึดอำนาจเพื่อเป็นใหญ่ แต่ตั้งโต๊ะไม่ได้ลงมือทำคนเดียวหรอกนะ มีผู้รู้ที่ช่วยและทหารกล้าในมือที่เข้าร่วมเหมือนกัน  อยากจะอธิบายเพิ่มนะครับว่าในมุมของตั้งโต๊ะเอง เขาไม่ได้มองว่าตัวเองผิดที่คิดทำการเข้ายึดอำนาจนะครับเพราะเขาคิดว่าตัวเขาเองก็มีสิทธิ์คู่ควรที่จะได้ครอบครองกับอำนาจ  มีทั้งขุนพลและกุนซือที่มีปัญญาอย่าง ริยู ที่ได้รับฉายา กุนซือ

 

เมือรวมอยู่จะแตกแยก และเมือแตกแยก จะรวมอยู่    ขงจื้อ

วัตถุขนาดใหญ่มาจากการรวมตัวของสสารขนาดเล็ก   นักฟิซิกส์

 

ตอน2 แผนการของลิซก

ตั้งโต๊ะหลังจากวางแผนก็ส่งเทียบเชิญไปยังเหล่าขุนนางข้าราชการชั่นผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น อ๋องอุ้น  หรือ อ้วนเสี้ยว  ก็ได้เทียบเชิญจาก บรรดาเหล่าขุนนางข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ต่างๆก็พากันเดินทางมาร่วมงานเเลี้ยงตามคำเชิญของตั้งโต๊ะ  พร้อมการปราศรัยของตั้งโต๊ะพร้อมกล่าววาทะ ทุกวันนี้พระเจ้าเซ่าตี้   ไรสง่าราศี กิริยาพาทีต่างก็ไรราษฎร์ที่จะนับถือ  ข้าพเจ้ามองเห็นผู้หนึ่งเท่านั้น ที่ในยามมืดมิดนี้ปรียบดั่งดาวประกายฟ้า ที่มีคุณค่ายิ่งกว่าและช่างเหมาะสมกว่าพระเจ้าเซ้าตี้และคนผู้นั้นข้าพเจ้าดูไว้เป็นอย่างดีแล้วเพราะว่ามี สติปัญญาความปราดเปรื่องและความกล้าหาญคนผู้นั้นก็คือ หองจูเหียบ   เห็นควรให้ หองจูเหียบขึ้นเป็นฮ๋องเต๋และถอดพระเจ้าเซ้าตี้ลง

 ดูหมิ่นฮ๋องเต้องค์เก่า เพื่อโน้มนาวให้เหล่าขุนนางที่มาในงานนั้นเห็นด้วยกับการแต่งตั้งฮ๋องเต๋องค์ใหม่  ผู้คนในงานต่างตกใจกับคำพูดของตั้งโต๊ะที่ปราศัยในงานและไม่มีใครกล้าต่อต้านแต่ก็มีขุนนางนามว่า  เตงง่วน เจ้าเมืองเก๋งจิ๋ว  ขุนนางเก่าแก่ที่มีอายุและเป็นที่นับถือ  ก็แสดงออกมาว่าไม่เห็นด้วยกับการก่อปฎิวัติของตั้งโต๊ะ และ ขุนนาง โลติส ขุนนางที่ครองต่ำแหน่งองค์มนตรีอีกคนหนึ่ง ซึ่งพวกเขา แสดงออกมาว่าตนไม่เห็นด้วย 

วิเคราะ

ในส่วนนี้คือตั้งโต๊ะก็พยามที่จะโน้มน้าวให้เหล่า ขุนนางชั่นผู้ใหญ่ให้เห็นด้วยและสนับสนุนตน  ใครคล้อยตามก็อยู่ไม่เห็นด้วยก็พร้อมจะแตกแยกยากที่จะหาคนคัดค้าน แต่ทว่าในตอนนั้นก็มีผู้คนไม่เห็นด้วยก็มีอยู่ คือ เตงงวน และ โลติส  อ้วนเสี้ยว  ที่น่าสนใจตรงส่วนนี้ก็คือ  คนเราเวลาที่เราชอบอะไรก็มักจะพูดออกมาเพื่อหาผู้คนที่ไม่เห็นด้วยเพราะว่าความดีของตัวเองที่พบว่าดีก็แทนที่จะดีในจิตใจก็อยากจะบอกความดีของตนเองในแบบของตนเองที่ว่าการเอาเปรียบผู้อื่นได้คือคนฉลาดคือคนที่ดีกว่าคนอื่นๆที่คิดว่าดี     แน่นอนครับในหมู่คนที่มางานก็มีคนที่ไม่กลัวและไม่คิดว่าตั้งโต๊ะจะดีจริงอย่างทีตนพูดและตนเองก็มีความดีที่ไม่น้อยไปกว่าตั้งโต๊ะ เพราะเชื่อว่าตนก็สามารถที่จะดีกว่าอีกฝั้ง  การผิดใจในงานเลี้ยงครั้งนั้นจึงเกิดขึ้น   โดยคนที่ไม่เห็นด้วยกับตั้งโต๊ะ  ก็คือเตงงวน  เพราะเป็นขุนนางชั่นผู้ใหญ่ที่รักว่ามีความอาวุธโสในหมู่ขุนนางด้วยกันพอสมควร  คือพูดง่ายๆ ทำงานมานานไม่ยอมใครมีความสามรถและฉลาดที่จะเอาตัวรอดและไม่ยอมใคร   และ ในงานก็มี อ้วนเสี้ยวอีกคนที่แสดงออกว่าตนไม่เห็ยชอบด้วยกับความคิดของตั้งโต๊ะ

 

คนดีคือคนที่ดีจากใจไม่ใช่แค่คิดว่าตนเองดีหรือดีที่ดีกว่าตัวนั้นดีกว่าคนอื่น ดีแล้วทับทมคนอื่น  ดีแล้วตัดสินคนอื่นก็ถือว่าดีแต่ดีไม่จริง

#ZERO

 

ตอน3 ลิโปยอดอักตัญญู

ไม่นานถัดมาหลังงานเลี้ยง  ขุนนางเตงง่วนก็ได้ยกทัพมากับบุตรบุญธรรม ลิโป้  แน่นอนว่าในการรบตั้งโต๊ะก็ไม่สามารถเอาชัยได้และแพ้ให้กับการรบ กับเตง

งวน ที่นำทัพออกมารบโดยลิโป้ และโดนล้อมเมืองไว้แต่ด้วยจำนวนคน  เตงง่วนก็ไม่สามารถเอาชัยได้โดยรวบรัดเช่นกัน   ระหว่างนั้น  ลิซก  ฉายาสาลิกาลิ้นทอง ได้อาสาใช่ลิ้นเลห์ลวงหลอกอำพราง ไป ลวงให้ลิโปในการต่อลองกับ ลิโป้เพื่อให้ทรยศกับพ่อบุญทำตนเอง  โดยใช่ เงิน ม้าเซกท์เทา ใข่มุก และทองคำ ยศ และโดยเฉพาะ  ม้าเซกท์เทา ในตำนาน ที่ว่ากันว่าวิ่งเป็นพันลี้ไม่มีเหนื่อย  พร้อมกับคำพูดของ ลิซก นั้นก็ช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายอธิบายให้จากขาวก็กลายเป็นดำ จากดำก้ง่ายที่กลายเป็นขาว  พร้อมออธิบายว่าแท้จริงว่าการกระทำของตั้งโต๊ะนั้นบริสุทธิใจพร้อมอธิบายในแผนการของตั้งโต๊ะ ว่าแท้ที่จริง ฮ๋องเต้นั้นป๋วยอ่อนแอ่คุ้มขุนนางไม่ได้ส่วนอีกคนตันหลิ๋วอ๋องนั้นมีปัญญาน่าสนับสนุน  และ ที่ไม่มีขุนนางคนไหนใครกล้าขัดค้านเพราะ

ฮ๋องเต๋อ่อนแอ่คดโกงง่าย ฮ๋องเต๋ฉลาดยากเอาเปรียบและที่ไม่มีใครอยากพูดออกมาแบบตั้งโต๊ะเพราะแท้ที่จริงเพราะไม่มีใครอยากถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฎคดโกงชาติ  ผิดกับตั้งโต๊ะที่กล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ สมเป็นลูกผู้ชาย แน่นอนตามเนื้อเรื่อง ต้องบอกเลยว่า ลิซกนี้โน้มน้าวขั้นเทพจริงๆ  ลิโป้ก็เขาก็เข้าสวามีภัคดิ์ ต่อตั้งโต๊ะ ตัดหัวบิดาเตงง่วนเพื่อเข้าสวามิภัคดิ์ต่อตั้งโต๊ะ และได้รับการแต่งตั้งเป็น องค์รักษ์  

 

วิเคราะ

เก่งแต่ไม่มีปัญญา ก็หาคนมีปัญญามาช่วย แต่ทว่าคนที่มีปัญญามาช่วยก็ดันเป็นคนไม่ดี แต่ก็นั้นละอยากได้มาเพราะความโลภก็ต้องหาคนที่โลภเหมือนกันเพื่อหาขอแนะนำที่ที่จะทำให้ได้มาที่เห็นพ้องต้องกัน   ความดีใช่กับคนไม่ดีจะโทษว่าทำคุณคนไม่ขึ้นไมได้ถ้าไม่รู้แยกแยะดีเลวได้จริงๆเราก็จะเจอคนที่เขามาหาเราเพราะความไม่จริงใจ  และเพราะคนโง่คือคนที่คิดไม่ได้  ไม่ใช่คนที่ไม่มีความรู้  และเมือเขาคิดไม่ได้เขาไม่รู้จะโทษเขาว่าทำดีให้แล้วไม่เห็นไม่ได้เพราะเขาไม่คิดว่ามันมีค่าสำหรับเขา  เอาความสำเร็จไว้ที่เปลือกมันก็มีแต่ต้องหาเพิ่มเพื่อความพอใจ  ก่อน ตั้งโต๊ะจะส่งม้าเซกท์เทาให้ลิโป้ ก็ลังเลมาก แต่ก็ได้รับคำแนะนำ  จากกุนซือ ว่า อย่าเสียดายม้าตัวเดียวเพื่อแลกกับเมือง มันก็สอนในเรื่องของการที่จะเป็นใหญ่ก็ยากที่จะอดเสียดายวัตถุ อำนาจหรือของมีค่าที่ได้มามิได้ แต่ด้วยคำแนะนำก็ทำให้ตั้งโต๊ะยอมที่จะยกม้าให้และยังหมอบเงินและทองอีกด้วย   ตั้งโต๊ะแม้จะดูเป็นคนไม่ดีแต่ก็มีความฉลาดที่จะใช่คนและซื้อใจคนได้เก่งมาก 

โดยมีกฎสามข้อที่ทำให้ตัวตั้งโต๊ะได้ ลิโป้มานี้คือ 3ข้อครับ

คือ  1รู้จุดอ่อนเป้าหมาย  2มีแผนที่ดี  3ผู้นำกล้าเสี่ยง

 

คนไม่ดีก็แสดงออกมาไม่ดีเราเห็นได้ตั้งแต่การเป็นตัวเองของเขา

#ZERO

 

หาวัตถุดิบจากที่ไหน ก็จะได้ผลิตภัณฑ์แบบนั้น

#zero

 

ตอน4  ความหลงอำนาจของตั้งโต๊ะ

หลังจากนั้น  ตั้งโต๊ะก็จัดประชุมขุนนางเพื่อถอดยศปลดฮ่องเต้  ในวัน หนึ่งค่ำเดือดเก้า ก็ปลดถอดยศฮ๋องเต้  และขุนนางที่นามว่า  เงาฮู้ จะออกตัวมาขัดขว้างแต่ก็ถูกสกัดได้เพราะลิโป้เข้าขัดขว้าง และเมือตั้งโต๊ะถามว่าเป็นแผนใครที่คิดสังหารตน  จึงได้รู้ว่าทั้งแผ่นดินมีแต่คนคิดไม่ชอบ  เงาฮู้ถูกสังหารพร้อมคำพูดของ ของตั้งโต๊ะว่า คล้อยตามเราอยู่ ขว้างทางข้าตาย  พร้อมตั้งตัวเองเป็นเซียนก๊ก สำเร็จราชการแทน

ฮ๋องเต๋ มีแต่ความเฮิมเกริม เข้านอกออกในวังอย่างไรความกลัวกฎกบฎของผู้ใด  สพายดาบอาวุธเดินเข้าอออกวังอย่างอภิสิทธิ์ชน  

วิเคราะ

อำนาจเมือไม่มีก็อยากได้ และเมือได้ก็อยากจะรักษา  ทำให้ยากจะพอเพราะความพอจากความสุขของการมีชื่อเสียงนั้นที่แท้มันไม่มี  ความกร้างของตั้งโต๊ะที่แสดงออกหลังจากตนมีอำนาจคือ ควงามเกรงใจไว้หน้าต่อคนอื่นหรือขุนนางต่างที่มีความเครพกัน  กฎต่างๆที่ใช่กับคนอื่นได้ตั้งโต๊ะกลับไม่มีผล ความศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมืองที่มีต่อคำพูดคำสั้งของคนมีอำนาจทำให้ราษฎร์เสื่อมถอยต่อระบบการปกครอง  เพราะในขนาดที่คนวงในสบายแต่ประชาชนก็ยังคงยากลำบากไม่ได้รับความสบาย

 

ความพอไม่มีสิ้นสุดไม่มีใครหยุดความโลภได้

 

จุดเริ่มต้นของคนที่ยิ่งใหญ่ก็มาจากประชาชนตัวเล็กๆ แต่สิ่งที่โตตามอำนาจคืออัตตาที่มากับใจ

 

 

ตอนที่ 5 กลุ่มต่อต้านรวมตัว

ณ วันหนึ่ง ได้มีการจัดงานเลี้ยง โดย อ๋องอุ๊น  ขุนนางชั่นผู้ใหญ่ผู้มีชื่อ ก็ได้จัดการนัดจัดงานวันเกิด  ขุนนางในเทียบเชิญต่างพากันมางานขับคั้ง  แต่ทว่าในงาน อ๋องอุ้นกลับเอาแต่ร้องไห้เสียใจ จนคนที่พามางานต่างก็สงสัยว่าเหตุใดในวันมงคลเอาแต่ร้องไห้อัปมงคล  

อ๋องอุ๋น  ที่ข้าเสียใจก็เพราะ ว่าเสียใจนั้น  ตั้งโต๊ะนั้นช่างชั่วร้ายยึดอำนาจโดยมาจากการคิดคบกบฏต่อชาติบ้านเมืองจนประชาชนต้องเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า  ข้าเสียใจเหลือเกิน เสียใจที่บ้เมืองเราต้องเผชิญเรื่องแบบนี้

แขกเหรื่อที่มางานต่างก็พากันร้องไห้ เสียใจ แต่ทว่าที่ทุกคนร้องไห้ก็มีเสียง เสียงหนึ่งดังว่า

เชิญพวกท่านร้องไห้เพื่อน้ำตามนั้นจะไหลไปท่วมให้ตั้งโต๊ะตาย 

ทุกคนในงานต่างมองไปตามเสียงพูด  ผู้พูดนั้นก็คือ โจโฉ

โจโฉ แสดงออกทันทีว่าตนไม่ชอบและไม่ยอมที่ตนจะสวามิภัคดิ์ต่อตั้งโต๊ะ และคิดร่วมมือตามคำบอกเล่าของ  อ้วนเสียวที่เคยส่งสารมาในจดหมายในงานวันเกิดของอ๋องอุ๋น  และได้รับมีดสั้นหายากจากอ๋องอุ้น เพื่อไปลอบสังหารตั้งโต๊ะแต่ไม่สำเร็จแต่ก็หนีรอดมาได้

 

วิเคราะ

ในตอนนี้กลุ่มคนที่ไม่ชอบที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากระบอบตั้งโต๊ะ ก็เข้ามารวมตัวกันเพื่อถกวิเคราะห์หาวิธีออกจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับบ้านเมืองหรือจะมองอีกมุมหนึ่งก็คือมันเป็นเพราะพวกเขาเป็นคนที่เสียผลประโยชน์ของตัวเองจากการปกครองของตั้งโต๊ะ และนี้ก็เป็นฉากที่โจโฉออกมาโชว์ความกล้าหาญของตนในการพูดแล้วทำแม้จะลอบสังหารไม่สำเร็จแต่ก็ถือเป็นก้าวแรกของโจโฉที่กล้าจะทำ

 

ตอนที่ 6 ความไม่ไว้ใจของโจโฉ 

โจโฉหนีจากการลอบสังหารไม่สำเร็จแต่ก็ถูกจับได้ โดย ตันกง   แต่ตันกุง ก็เห็นด้วย จึงคิดร่วมมือกับ โจโฉ  ไปบ้านเกิดคิดร่วมมือกับอ้วนเสี้ยว เพื่อโค่นล้ม ตั้งโต๊ะ  ตันกงจึงเข้าร่วมอุดมการณ์กับโจโฉและออกเดินทางไปเพื่อพบสมทบกับอ้วนเสี้ยว  ระหว่างทาง โจโฉได้แวะพักที่บ้านญาติผู้ใหญ่ที่รู้จัก นามว่าลุงแป๊ะเชี่ย  แต่ด้วยความเข้าใจผิด คิดว่า ญาติตนจะหักหลังโจโฉจึงฆ่าล้างบ้านญาติห่างๆของตนอย่างไรความปราณี 

ตันกุง  เจ้าฆ่าคนทั้งบ้านเพียงเพราะความเข้าใจผิด  และลุงแป๊ะเชี่ยที่มีน้ำใจเจ้าก็ยังหักหลังฆ่าโดยไม่ปราณี เจ้ามันคนไม่ใช่คน

โจโฉ   ข้ายอมทรยศคนทั้งโลก แต่ไม่ยอมให้คนทั้งโลกทรยศข้า 

ตันกงที่ติดตามมาจึงขอแยกทาง

วิเคราะห์

ในตอนนี้ที่ผมหยิบมาให้เห็นถึงความระแวงของโจโฉ ที่ไม่ไว้ใจใคร  การระมัดวังตัวเองระวังตลอดเวลาของโจโฉก็ทำให้เขารอดปลอดภัยมาหลายครั้งหลายคราตลอดทั้งเรื่องสามก๊ก  แต่ก็นั้นละครับความโหดเหี้ยมของโจโฉ ก็ทำให้เขาไม่มีเพื่อนสนิท ไม่มีคนรู้ใจและตลอดชีวิตของโจโฉเขาก็ต้องคอยระมัดระวังตัวเองตลอดไม่มีวันไหนที่จะหลับให้สบายใจ มันยากสำหรับคนที่ไม่เคยไว้ใจใครเลยอย่างโจโฉ  อยากยิ่งใหญ่ใช่ใครก็ได้แต่ก็ไม่อาจไว้ใจใครได้เช่นกัน

ความไว้ใจก็เหมือนกับ

นกที่บินไปเกาะกิ่งไม้  มันไม่เคยกลัวกิ่งไม้จะหัก

ไม่ใช่เพราะมันรู้จักต้นไม้หรือกิ่งนั้นดี

แต่เพราะมันรู้ว่ามันมีปีกที่จะบิน

#ZERO

 

ตอน7  กบฏปราบกบฎ

สุดท้ายกลุ่มของ อ้วนเสี้ยวและโจโฉก็ได้ตั้งกลุ่มกองทัพ 18 หัวเมือง ร่มพลคนโค่นตั้งโต๊ะ  แต่ทว่าพอมีอำนาจอ้วนเสี้ยวก็ไม่ได้เป็นไปด้วยความเท่าเทียม เมือมียศก็แต่งตั้งญาติพี่น้องตนมาดูและทำหน้าที่ในตำแหน่งใหญ่ก็คือ อ้วนสุดมาดูแลเสบียง  และก็ยกทัพไปสู้กับตั้งโต๊ะ  โดยให้แม่ทัพที่ไปสู้ 

 ในฝ่ายตั้งโต๊ะคือ ฮัวหยง ลิซก โฮจิน  เตียวงิม และฝ่ายคืออ้วนเสี้ยว ส่ง ซุนเกียน

วิเคราะห์

ในระยะเวลาที่ตั้งโต๊ะปกครองเถลิงอำนาจในเมืองหลวง ชาวบ้านที่เดือดร้อนก็เกิดโจรขโมยก็เกิดขึ้นเต็มตามหมู่บ้านต่างๆและเกิดเป็นกบฎกลุ่มโจรผ้าเหลืองขึ้นอีกครั้ง อ้วนเสี้ยวก็เลยได้โอกาสรวมตัวของกลุ่มผู้ที่มีอุดมการณ์รวมตัวคนไม่ว่าจะเป็นเล่าปี่หรือกลุ่มคนต่างๆเข้ามา จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็จะเห็นได้ว่าคนที่มาช่วยและมารวมตัวกับอ้วนเสี้ยวก็มีคนที่มีฝีมือมากมายที่คิดว่าอ้วนเสี้ยวเป็นคนดีมีคุณธรรม เห็นด้วยกับอุดมการณ์ของเขาที่มีต่อแผ่น มนุษย์ในทุกยุคทุกสมัยการอ้างว่าทำเพื่อชาติก็ยังถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงามที่ควรค่าที่จะกระทำเพื่อมัน จึงได้รับการตอนรับจากทั้งประชาชนและขุนพลมีชื่อต่างๆที่อยากปฎิรูปบ้านเมืองก็เข้ามาช่วยเหลือ

 

โอกาสมีตลอดแต่ก็ต้องพร้อมที่จะทำ

 

จงเก็บมิตรไว้ให้ใกล้ตัวแต่จงเก็บศัตรูไว้ให้ใกล้กว่า

 

ตอนที่8  สัจจะไม่มีในหมู่โจร 

อ้วนเสี้ยวได้สั้งการอย่างมีที่มีที่ไปว่าจะให้ใครทำอะไรอย่างมีแบบแผน แต่ทว่าในกลุ่ม 18ทัพก็มีคนอยากได้หน้า  อิฉฉากันเองในการได้โอกาสของ ซุนเกียน   ก็มีพี่น้อง  เปาตงและ เปาสิน ก็ทำนอกเหนือจากที่ได้รับคำสังแอบส่งกองทัพและทหารไปตายฟรีเพียงเพื่อหวังความดีความชอบตนเอง และตัวเขาเองก็ตายและทหารก็ตายไปอย่างไม่มีประโยชน์  ฝ่ายโจโฉได้รับชัยก็ ดีใจ  ซุนเจียนจึงเข้ารบกับฮัวหยง  โฮจินที่อยู่ฝ่ายโจโฉก็ตายในศึกรอบนี้  ฝ่าย18 ทัพก็ได้รับชัย ระหว่างรบเสบียงขาด จึงได้ส่งคนไปขอเสบียงกับ อ้วนสุดที่เป็นคนส่งเสบียงให้กับกองทัพ

อำมาตร์ที่เป็นทั่ปรึกษาของ อ้วนสุดก็ได้พูดคุยกับอ้วนสุดว่า  ถ้า ซุนเกียงตีด้านแตกได้ ขุนศึกต้องพากันเสียหน้า เพราะมากันเป็นจำนวนมากแต่ไม่ได้โชว์ฝืมือปราบกบฏ ถ้ามันรบเก่งเช่นนี้ตีด้านแตกก็เหมือน หมาป่ามาแทนที่เสือ ข้าว่าถ้าเราตัดเสบียงทัพ ซุนเกียนก็จะทำให้มันยากที่จะได้ชัย

ฝ่ายทหารอ้วนเสี้ยวรู้และคิดดั่งนั้นจึงไม่ส่งเสบียงไปให้ 

ฮัวหยง กับ เตียวงิม ที่ตั้งค่ายรอจังหวะอยู่ ก็บุกจู่โจมค่ายของ ซุนเกียน จนทัพต้องแตกพ่ายและแพ้ในที่สุด  แต่ซุนเกียนก็หนีมาได้

วิเคราะห์

แต่ก็นั้นละต่ำแหน่งสำคัญในกองทัพก็ยังให้ญาติตัวเองเป็นเข้ามารับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นเพราะความไม่ไว้ใจหรืออะไรก็ตาม อ้วนสุดญาติอ้วนเสี้ยวคนนี้ก็ทำเรื่อง ก็อย่างว่าไม่ว่าในยุคไหนสมัยใดการไว้ใจใครสักคนก็ยังคงเป็นเรื่องยากเหมือนเดิม การให้ญาติมาทำงานในส่วนใต้อำนาจก็ยังคงเป็นแนวคิดที่ว่าได้ดีไม่ลืมญาติ ได้ชาติไม่ลืมเพื่อน  สุดท้ายแม้ปากจะอ้างเรื่องคุณธรรมนำหน้าแต่ทว่าการกระทำที่จะประสาบความสำเร็จก็ยังมาจากการร่วมมือรวมใจอยู่ได้  ปลาเน่าตัวเดียวก็เหม็นไปทั้งข้อง คงใช่กับเหตุการณ์ข้างต้นนี้ได้เป็นอย่างดี 

 

แต่ทว่าเรื่องข่าวการแพ้อ้วนเสี้ยว ก็ทำให้ทัพของ ตั้งโต๊ะได้ใจนำทัพบุกโดย ฮัวหยงกับ กิมซุย  ก็ยกทัพมาหน้าค่ายของ อ้วนเสียว ไม่มีใครดวลกับเขาชนะได้ขุนพลที่ส่งไปสองคน ก็ถูกสังหารได้รวดเร็วในเวลาอันสั้น  จนกระทั้ง กวนอู อาสาออกรบดวลประลองแต่ทว่ากูโดนดูถูกว่ากวนอูหรือกลุ่มของเล่าปี้เป็นเพียงนักรบบ้านนอกที่ไม่มีฝีมือแต่โจโฉก็คุยให้อ้วนเสี้ยวและขุนพลต่างๆยอมรับในและให้โอกาสกวนอูได้ลองประลอง  และเมือกวรอูควบม้าออกไปสุรามิทันหายร้อนก็กลับมาพร้อมหัว ของ ฮัวหยง

 

วิเคราะห์

จากเหตุการณ์นี้จากตั้งตนดูเหมือนว่าในทัพของอ้วยเสี้ยวจะมีดูเป็นคนทำเพื่อชาติแต่ทว่าก็ยังคงประณีประนอณให้กับคนที่ตนคิดว่าคู่ควรจากเหตุการณืนี้ในวรรณกรรมจะพบได้ว่ามีการถากถ้างกวนอู้อยู่จริงแต่เขาก็โชว์ฝีมือให้เป้ยนที่ประจัก จนหลังเหตุการณ์นี้ก็ทำให้กุ่มของเล่าปี่เป็นที่จับตามองของแม่ทัพต่างๆที่มารวมกันในงาน

 

โอกาสมาแต่มิมีความสามารก็ยากไขว่ขว้า  แม้เห็นดวงดาวก็ยากจะคว้าดวงดาว

 

สุดท้ายทัพตั้งโต๊ะได้ถอยทัพไปและจัดขบวนทัพมาใหม่เพื่อดวลกันที่ด่านเมืองเหาโล่กวน 

แต่ทว่าก็ดูเหมือนว่าก็ยากที่จะต่อกรเพราะแม่ทัพลิโป้นั้นมีฝีมือยากจะหาคนที่ต่อกรได้สุดท้ายก็ได้แค่ถอยทัพออกมาก่อน 

อ้วนสุดส่งสารย์ไปหา ซุนเกียนที่รอดมาจากศึกแรกแต่เขาก็ไม่อยากที่จะเข้ารบด้วยกับตระกูลอ้วนเสี้ยวจากการที่โดนโกงเสเบียงสุดท้ายไปถามหาความกับ อ้วนสุดก็โทษไปที่ อำมาตร์ที่ออกความคิดเห็นว่าเป็นต้นคิดและกลายเป็นแพะ และขอโทษต่อ ซุนเกียนแต่เขาก็ไม่ยอมเข้าร่วมกับอ้วนเสียวอีกแล้วเพราะเข็ดขยาดกับการโดนอ้วนสุด หนึ่งในตระกูลอ้วนหักหลัง 

วิเคราะห์

มีโอกาสแต่ไม่รักษา  มีปัญญาแต่ไม่ใช่ก็ไรค่า   ยากที่จะเปรียบเทียบได้ว่าแท้ที่จริงความเหมาะสมของการได้มีคนดีดีเขาในชีวิตแต่ไม่สามรถแยกแยะได้สุดท้ายเราก็จะเสียเขาไป  และความไว้ใจเป็นสิ่งที่เงินซื้อไมได้ ที่ผมพูดแบบนี้คือแม้อ้วนเสี้ยวจะให้ความเป็นธรรมโดยหาตัวคนผิดมารับโทษแต่อย่าลืมว่า ความไว้ใจของ ซุนเกียนที่มีต่อทัพของอ้วนเสี้ยวนั้นไม่มีแล้วเพราะเขาเสียท่าทำให้เสียทัพเสียทหารคนสนิทและแม้จะรอดมาก็เสียชื่อแต่ความเป็นธรรมที่ได้กลับเป็นแค่ความเห็นใจทีค่าว่าเข้าใจนะท่านไม่ผิดมีคนผิดที่ทำท่านแพ้  ซุนเกียนเอาสิ่งที่เสียไปจากการตายของอำมาตร์คนหนึ่งมาเปรียบเทียบได้หรือ  ผู้อ่านลองวิเคราะห์ดูนะครับ

 

ชีวิตไม่ได้หมอบสิ่งที่เราอยากได้แต่มันหมอบสิ่งที่เราคู่ควร

 

ความไว้ใจเราให้ได้แค่คนละครั้ง ส่วน ความรักให้ได้แค่ครั้งละคน

 

ซุนเกียนหลังจากขอแยกตัวจากทัพของอ้วนเสี้ยวก็ยังคงรักษาปฎิญาณเดินทางไปที่ซากของเมืองหลวงที่โดนผลจากสงครามก็ได้เข้าตรวจช่วยเหลือผู้รอดชีวิตและสำรวจ ก็ไปตรวจพบบ่อน้ำมีศพหญิงแต่งตัวมีฐานะ ก็พบ  ตราหยก  ตราประทับของแผ่นดิน  ที่เป็นตราปั้มเพื่อสั้งการต่างๆของฮ่องเต้ใครมีครอบครองก็สามารถสั้งการได้ทั้งแผ่นดิน 

วิเคราห์

โชคดีนี้จะว่าด้วยความบังเอิญหรือฟ้าเห็นใจซุนเกีย แต่มันก็มาจากตัวเขาเองที่ไม่ยอมละทิ้งอุดมการณ์หรือความตั้งใจของตนเองที่ได้ให้ไว้ความคิดที่จะไปช่วยผู้อื่นหวังดีแต่แรกก็ทำให้ได้พบโอกาสพบของดี

 

ซุนเกียนก็ไปขอลาอ้วนสียว เพื่อกลับเมืองของตนแต่อ้วนเสี้ยวก็รู้ทันและพยามยื้อแย่งกัน  ในความที่อยากจะได้ตราหยกเพื่ออำนาจของตนจนเกือบเกิดการต่อสู้กัน  และสุดท้าย ซุนเกียก็ขอแยกตัว และกองทัพของ   โจโฉก็ที่รบแพ้ไม่ได้ชัยก็ขอแยกตัว  กองทัพ 18กลุ่ม ก็แตกทัพแยกย้ายกันด้วยประการละชนี้

วิเคราะห์

เริ่มต้นมาอ้างธรรมมะชนะอธรรมแต่ทว่าในท้ายที่สุดอำนาจที่ได้มาก้ทำให้หลงมอบเมาไม่รู้ว่ามีอำนาจมาไว้ทำอะไรก็กลายเป็นความมั่วหมองที่ทำให้มองหน้ากันไม่ติด คดโกงกันไปมาในหมู่ผู้มีปัญญาแต่ไม่มีจริยธรรม

 

ไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์ไหนถ้าการต่อสู้ไม่สงบลงประชาชนก็ตกเป็นผู้เดือดร้อนเสมอ

การโดนหักหลังซ่ำแล้วซ่ำเล่าทำให้เกิดคำถามว่าเราซื่อสัตย์ไปทำไม  ความไว้ใจที่ถูกตอบแทนด้วยคำโกหกเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการมันเป็นการตอบแทนที่ไม่มีผลดีต่อทั้งคนที่ทำและคนที่โดนกระทำ เพราะโลกใบนี้จะดีได้ต้องมีคนเก่ง โลกจะน่าอยู่มากขึ้นเพราะโลกนี้มีคนดี  ผมไม่ได้มาเรียกร้องขอความยุติธรรมให้มันมีกับคนทั้งโลก  ทุกคนล้วนแล้วต้องตาย ใช่เราเกิดมาเพื่อตาย แต่การตายเพื่ออะไรนั้นสำคัญ เราอยากถูกจดจำว่าเป็นคนดีที่ช่วยผู้อื่นหรืออยากถูกจดจำว่าเป็นคนสำคัญที่แท้จริงเรานึกถึงแต่ตนเอง  คนดีอาจไมได้ถูกโลกจดจำแต่ว่าเขาก็ทำให้โลกใบนี้น่าอยู่มากขึ้น  คนเก่งก้ไม่ได้แปลว่าเขาจะเป็นคนดีเพราะเก่งก็เป็นคนที่ถูกนิยามเพื่อผู้ชนะ

 

ขอบคุณครับผมกวีสีเทา  เหตุการณ์อ้างมาจากตำราไม่ได้มีเจตนาไปว่าหรือพากพิงใครหากแม้ไปโดนหรือเหมือนชีวิตใครก็ขออภัยด้วย เพราะผู้เขียนเป็นเพียงหนอนตำราที่กระหายจะแสดงปัญญาให้โลกสัรติผ่านตัวหนังสือ 

ขอบคุณครับ

คนเก่งที่เปลี่ยนนิสัยตัวเองให้ดีไม่ได้เขาจะเปลี่ยนโลกให้ดีได้อย่างไร

เราจะอธิบายความรักให้คนรักเราฟังได้ไงถ้าเราไม่เคยรักตัวเอง

0 ความคิดเห็น