ตอนที่ 20 : ตอน ไปกับเพื่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 ม.ค. 62



บันทึก วันที่สิบสาม มกราคม

วันนี้ผมตื่นตี สีเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมผมคว้าโทรศัพท์โทรไปปลุกเพื่อน ทางโทรศัพท์เพื่อ  จารย์เจ ตื่นๆเด๋อเพื่อน เรามีแข่งวิ่ง ด้วยความนับถือต่อเพื่อนที่แม้จะรุ่นเดียวกันแต่เพื่อนก็ค่อยติเตือนบอกเราในสิ่งต่างๆด้วยความนับถือในน้ำใจที่มีต่อกันผมตั้งฉายาให้เพื่อนว่า จารย์เจ

ถ้าเราให้เกียรติเขา เขาก็จะให้เกียรติเรา 
อยากได้อะไรจากเขาก้ต้องรู้จักให้เขาก่อน 

เพราะสิ่งที่เราคิดว่ามันดีและเพื่อนรับได้ถึงสิ่งดีดี คนอื่นเขาก็รับรู้ได้และเขาจะพยามดีกับเราแบบที่เราดีกับเขาเช่นกัน

สามงานที่ผ่านมาผมวิ่งคนเดียวมาเกือบตลอด งานนี้เป็นงานแรกที่ผมมีเพื่อนร่วมกิจกรรมไปด้วย ประมาณตี สี่ สามสิบ พวกเราก็ออกเดินทางจากบ้านไปสถาณที่งานที่เราร่วมกิจกรรมวิ่ง
 งานนี้ผมกับเพื่อนเราลง ห้ากิโลเมตรแต่ระยะทางจากที่วัดจากเอพมันเกินๆจากจำนวนกิโลมาหน่อยแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคกับชาวแกงค์ที่มาเดินเท่าไร ฮ่าๆ บรรยากาสภายในงานตอนที่เราไปถึงสำหรับผมมันก็ยังอลังการและน่าสนุกสนานเหมือนเดิมคือ มีผู้คนและซุ้มต่างๆที่แจกอาหารการกินเล็กๆน้อยๆก่อนงานเริ่ม แต่สำหรับเพื่อนผมที่ไปด้วยกัน เพื่อนเจก็บอกคนเยอะดีนะครึกครื่นสนุกสนาน ตอนที่เราไปถึง นักวิ่งที่วิ่ง ยี่สิบกว่ากิโล พวกเขาพึงจะปล่อยตัวพอกันดี ทำให้เรามีโอกาสได้เห็นคนที่วิ่งระยะทางไกลๆบางว่าพวกเขาเป็นอย่างไร ดูจากสายตาจำนวนคนไม่ได้มากนักแต่นักวิ่งแต่ละ คนอือหือกล้ามมัดฟิตน่าดูความพร้อมของร่างกาย ทั้งชายทั้งหญิง ดูแข็งแรงกันมากๆ และแม้มันจะมืดมองไม่ค่อยถนัดแต่เห็นแวบๆ มีสาวๆน่ารักโครตด้วยนะ หนะขนาดมันบอกว่ามองไม่ชัด 
ระหว่างที่นักวิ่งที่วิ่งไกลๆถูกปล่อยตัวไปก่อนเราแล้วและพวกผมกับเพื่อนยืนคุยและรอปล่อยตัว ก็มีเพื่อนอีกคนหนึ่งที่ เพื่อนเจโทรมาสมทบเพิ่มเติมทัพคือเพื่อน อีกคนหนึ่ง ชื่อว่า ก้อง เป็นเพื่อนสมัยเด็กที่ผมรู้จักกันมาตั้งแต่เรียนประถม ก็เลยรู้ว่าเพื่อนก้องก็เป็นอีกคนที่วิ่งงานมาราธอนนี้มาหลายงาน
กูเจอเมิงมาวิ่งทุกงานแต่ไม่ได้ทักเลยโทษทีนะ
ไม่เป็นไรเพื่อน
ผมยิ้มและทักทาย
เมือเพื่อนๆได้มาเจอกันก็เหมือนบรรยากาศงานที่ตอนแรกเวลาไปคนเดียวเรารู้สึกอึดอัด เพราะเรายืนแค่ฟังเพลงคนเดียว แต่วันนี้มีเพื่อนมาการพูดคุยก็ดูเหมือนว่าบรรยากาศในงานทำให้เรารีแลกซ์ลงไปมาก แน่นอน เมือหนุ่มโสดสามคนมารวมตัวกัน ถ้าจะบอกว่าสาวสุโขทัยไม่น่ารักก็อาจจะไม่จริง เสียงหู้ว ห้า ในการแอคทีฟมองสาวๆทำให้พวกเราเริ่มเฮฮ่า สนุกดีครับ ขี้หลีกันทั้งคณะ หนึ่งคนตัวเล็กๆ อีกคนตัวดำตาโตโต อีคนอ้วนอ้วนหนวดเครา  นี้มันแกงค์บ้ากาม ชัดๆ ฮ่าๆ

สุภาษิตไทย คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย สะทกท้อนถึงเรื่องนี้ได้ดี
การจะไปทำอะไรสักอย่างมันเจ๋งอยู่แล้วแต่เมือมีเพื่อนไปด้วย 
ทำเหมือนกันแต่พลังที่จะทำอารมณ์มุมมองต่อสิ่งที่จะทำมันจะเปลี่ยนไป

เวลาประมาณเท่าไรผมจำไม่ได้น่าจะประมาณ หกโมง มั้ง พวกเราก็ถูกปล่อยตัวจากหน้างาน วิ่งไปลู่ทางที่เขาจัดไว้ ผมก็เดิน ออกมาจากหน้าสนาม วิ่งกันนิดหน่อยก็เริ่มเดิน หลายงานที่ผ่านมาผมต้องบอกเพื่อนๆก่อนนะครับ ผมเดินซะเป็นส่วนมาก เวลาที่ออกงาน เพราะเหตุผล ส่วนตัวที่ผมได้มาจากรุ่นพี่ที่เป็นหมอ แนะนำผมมา หรือเอาจริงๆ ผมน้ำหนักตัวเยอะ ผมเคยหนักอยู่ที่ ร้อยห้าสิบห้ากิโล ปัจจุบันผมลดลงมาเหลือ เหลือ ร้อยยี่สิบ เพราะฉะนั้นผมจะทำสิ่งแบบที่คนอื่นเขาทำมันไม่ได้เพราะผมเคยทำมาแล้วมันเจะเจ็บหัวเข่าและอาการเจ็บคือมันจะปวดและเพราะตอนเช้าวันต่อมาผมอาจจะปวดจนเดินหรือแทบลุกไม่ขึ้นเพราะฉะนั้นผมจะรักษาการเดินเป็นมาตรฐานกับตัวเอง แน่นอนเพื่อนที่ไปเดินด้วยกันต่าง
ก็รู้เรื่องนี้เพราะผมได้บอกเพื่อนๆก่อนแล้วว่า 
ถ้าเพื่อนอยากเดินเดินไปก่อนได้เลย ไม่ต้องรอ และเพื่อนๆก็เดินไปก่อนในบางช่วงและผมก็เดินตามทัน  

อย่าทิ้งความฝันเพี่ยงเพราะเพื่อนไม่ไปกับคุณ

เมือเพื่อนๆเดินห่างออกไป ผมก็เริ่มกลับมาซึมซับกับบรยากาศรอบๆตัว เรื่องสถาณที่งานจัดและที่เรามาร่วมกิจกรรม บรรยากาศโบราณสถาณในกรุงตัวเมืองเก่าที่มีความงดงาม ความร่มรื่นของเส้นทาง มันเหมือนกับว่าเราได้เดินทางย้อนกลับเข้าไปในอดีตซึ่งตัวผมเองเรียนจบการท่องเที่ยวมาและผมคือคนที่ชอบและคลั่งใคร่ในการศึกษาประวัติศาสตร์ การเดินท่ามกลางซากปรักหักเหล่านี้ก็เหมือนกับว่าผมกำลงเดินท่ามกลาง ตำนานที่ยิ่ใหญ่ของอดีตประเทศไทย ผมชอบนะบรรยากาศแบบนี้ ผมรักอดีตเพราะอดีตทำให้เรามีวันนี้  

อดีต คือประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเราเรียนรู้ได้จากอดีตได้ และดีได้กว่าในอดีต เพราะถึงแม้เรื่องราวจะเป็นอดีตแต่มันก็มีเหตุผลที่เกิดขึ้นของมันซึ่งเราเรียนรู้จากมันได้

ไม่มีใครบนโลกนี้ทำอะไรโดยไม่มีเหตุผล 


เพื่อนๆที่มางานมาเดินพวกเขาก็ได้ออกกำลังกาย ได้สุขภาพที่ดีกลับไป  ผมก็ได้พบเพื่อนได้คุยสนุกสนานซึ่งมันก็ได้บรรยากาศที่ดีไปอีกแบบ เพื่อนที่มีความเข้าใจในมุมของเรา ร่วมเผชิญไปกับวิถีกับการออกกำลังกายและได้วินัย และงานนี้ผมก็ต้องขอโทษเพื่อนผมจารย์เจเพราะผมเพิ่งกลับมาสูบบุหรี่และตอนที่ขึ้นรถผมก็สูบก่อนไป ทำให้ดเพื่อนป๋วยและหายใจไม่ออกเพราะเพื่อนแพ้ควันบุหรี่ ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่าการกระทำของเราจะทำให้เพื่อนเดือดร้อน เพื่อนหายใจแทบไม่ออกเพราะผมเองไม่ดีและสารเคมีที่เราสูบมามากติดตามเสื้อผ้าไปส่งกลิ่นบนรถ ต้องขอโทษเพื่อนผมจริงๆ บางเรื่องผมก็ดี บางเรื่องผมก็ไม่ดี ผิดก็ขอโทษ ถ้าเขาไม่ชอบก็หลีกเลี่ยงที่จะทำ แต่จารย์เจก็เป็นเพื่อนที่ดีเขาก็บอกผมตรงๆว่า ไม่ชอบ  ส่วนที่บอกว่าจะไม่ทำอีกก็คือผม   ผมคิดว่ามันเป็นการเรียนรู้และฝึกตน พยามฝึกฝนตนเอง ให้ความสำคัญที่การปรับปรุงนิสัยตัวเอง แต่ก็ต้องยอมรับทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องที่ไม่ดีของตัวเราเองทำ 
แต่ก็ไม่ดีเกินจนรู้สึกทุกข์ และก็ไม่ดื้อเกินจนคนอื่นเดือดร้อน ผมจะพยามจะหาจังหวะที่ดี แต่ก็พัฒนาตัวเองไปด้วย  เรียนรู้จากเรื่องรอบๆ ตัว เพื่อพัฒนาตัวเองตลอดเวลาแล้วผมเชื่อว่าเพื่อนๆก็จะเข้าใจและคุณค่าของตัวเองได้ในสักวัน มีชีวิตอยู่เพื่อมีชีวิต แล้วเราจะได้รักตัวเองกัน  

ผมตั้งใจว่าถึงแม้ว่าผมจะโตเป็นผู้ใหญ่ผมก็จะโตเป็นผู้ใหญ่ที่จะสามารถ
ขอบคุณคนอื่นเป็น
และ
ขอโทษคนอื่นได้

ขอบคุณครับ

0 ความคิดเห็น