Zero เสียศูนย์​แต่อย่าสูญเสีย​

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 469 Views

  • 18 Comments

  • 7 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    36

    Overall
    469

ตอนที่ 18 : คำว่ารักของเพื่อนที่ชื่อบูม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.พ. 62




บันทึก วันที่ ยี่สิบสาม สองพันห้าร้อยหกสิบเอ็ด

พาส สอง
งานแต่งเพื่อนบูม


แคปชั่นส่วนมากที่เกี่ยวกับงานแต่งงานของเพื่อนๆเจ้าบ่าวเจ้าสาวคงหนีไม่พ้น
งานแต่งที่ใดเป็นได้แค่แขกรับเชิญ  ก็ต้องยอมรับละครับว่าเป็นแคบชั่นยอดฮิตติดชาตเลื่อนอ่านมาเจอถ้าเกี่ยวกับงานแต่ง  
ต้องเป็นวลีนี้  

การรักใครสักคนมันคือการเห็นคนที่เรารักมีความสุข
แค่เพื่อนผมยิ้มไม่หุบ
เพื่อนผมพบความสุขของความรักของเขาแล้ว

งานเป็นตรีมไทยที่เรียบง่ายดู่จากทรงของงานแล้วต้องยอมรับว่าฝั่งเจ้าสาวหรือภรรยาเพื่อนผมคนนี้ค่อนข้างมีฐานะ เพราะเพื่อนแม่ฝั้งเจ้าสาวแต่ละคนด้วยชุดและทรงผมแต่ละคนมีเอกลักษณ์ จนผมนึกว่าาผมหลุดไปในหนังบ้านทรายทอง เรียกได้ว่าระดับ
ยานแม่ทั้งนั้น ทั้งชุดและทรงผม ผมยอมใจ ไหนจะชุดที่ฟรุงฟริงที่แค่สะท้อนแดดก็แสบตา แต่ก็ยอมรับครับว่า แม่แม่ที่มาสวยๆทุกคน  ภายในงานผมได้คุยกับเจ้าบ่าวไม่มากนักเพราะเพื่อนรายล้อมไปด้วยคนมากมายก็อะนะงานเพื่อนก็ต้องรับแขกเป็นธรรมมดา ส่วนพวกเพื่อนๆที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวก็พวกเพื่อนมหาวิยาลัยที่รู้จักกันดีเป็นกันเองแม้จะไม่มากนักแต่ก็เป็นไปอย่างสนุกสนาน ส่วนเจ้าบ่าวก็ยุ่งๆกับงานแต่งของตัวเองพอสมควรก็แขกเยอะมาก โต๊ะนี้นั้งกันเต็มไปหมด เรื่องอาหารการกินในงานนี้ต้องบอกเลยว่าเลี้ยงดีครับ ผู้เขียนนี้ก็เมาหะ บรรยากาศในงานรื่นเริ่งและสนุกดีได้เจอรุ่นพี่และเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันหลายปีการสนทนาออกรสชาติและสนุกบรรเทิงครับ เมายับหลับพอขึ้นรถ ฮ่าๆ

มิตรภาพคือเรื่องที่ดีงาม
ไม่มีคำจำกัดความที่งดงามที่คู่ควร


พูดถึงเจ้าบ่าวกันหน่อย บูม เพื่อนผมคนนี้เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน บูมเป็นคนใจดีไม่ค่อยเอาเปรียบเพื่อนเอาเปรียบใคร ค่อนข้างใจดี ดีแบบที่รับฟังเพื่อนๆ ทุกคนแต่ก็ไม่ถึงขั้นหัวอ่อนใครบอกอะไรก็ไปง่ายๆ มีความเชื่อและมีจุดยืนในสิ่งที่ตัวเองเป็นค่อนข้างดี คือแบบฟังนะแต่ก็มีจุดยืนในความดี ความชั่วของตัวเองดี  ผมกับบูมไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทได้เพราะเรียนด้วยกันอย่างเดียวเพราะเรามักจะมีกิจกรรมหรือทำงานกลุ่มร่วมกัยบ๋อยๆ แต่ก็ละนะถ้าจะเราว่าผ่านอะไรกันมาก็คงต้องเล่าก่อนเลยว่าผมเจอเจ้าหนุ่มใจดีจริงใจคนนี้อย่างไร ผมจำได้ ผมจะเล่าให้ฟัง

การลืมเป็นการอ้างที่จะไม่จำ
กวีสีเทา

 ทุกวันสมัยที่อยู่หอใน ตอนที่เจอกันครั้งแรกตอนนั้นผมนั้งสุบบุหรี่ที่ระเบียงบันไดหนีไฟหลังหอในหอใน เพื่อนคนหนึ่งเดินขึ้นบรรไดมาพร้อมกีตาร์ตัวหนึ่งพร้อมทำท่าดีดร้องเพลงอะไรของมันก็ไม่รู้ ผมหั่นไปมอง ก็คิดในใจว่ามันคิดว่าเป็น พี่โตซิลลี่ฟูรึไง หนะดูมันเดินดีดกีตาร์มา ดีดเอง ร้องเอง มันส์เอง น่าจะไปละสมงสมอง ตอนนั้นชื่อก็ไม่รู้จักกันเลย  แน่นอนคนแรกที่ทักกันที่เห็นกันในระยะทักไม่ใช่ผมแน่นอน คำแรกที่ทักมาจากเพื่อนบูมที่แสนจะแฟรี่ว่า  ว่าไงเพื่อนดีดกีตาร์กันไม คำพูดทักทายที่มาพร้อมท่าเดินที่ดีดกีตาร์ไปด้วย เอาตรงๆเพลงอะไรตอนนั้นผมก็ฟังไม่รู้เรื่องมันดีดเป็นจริงไมนิ เหมือนจะทำท่าดีดโชว์เฉยๆรึเปล่า เจ้าบูมเพื่อนผมมันเดินดีดกี่ตาร์พร้อมเดินมาใกล้ผมที่นั้งทำหน้างง ตรงระเบียงหนีไฟ  บูมก็เดินมาดีดมาเรื่อยๆ และขึ้นเนื้อร้องทันที ที่เดินมาจนสุดทางทีั่หน้าผม ทำเอาเท้าไปเหยียบเหล็กที่ระเบียง เหมือนนักกีตาร์ชาวร็อคในคอนเสิร์ต โยกหัวพร้อมทำท่าสะบัดหัวตามการดีด อะไรของมันฟระน่าจะเป็นเอามากไอ้นี้ ดีดเองมันส์  โว้เธอก็ดูดีเอ็มเคสุกี้ก็ใช่ได้  เนื้อเพลงพี่เสกนำพร้อมกีตาร์ที่ดีดมามั่วๆอยู่ๆก็เขาคอดร์เป็นเนื้อเพลงมาเลย ยอมรับยครับว่าเกิดทัน ผมต่อได้ไม่อยากเย็นนักและนั้นคงเป็นครั้งแรกที่ผมกับบูมได้รวมร้องประสานเสียงกับเพื่อนผมจนเป็นตำนานนักร้องที่แหกปากดังที่สุดในหอใน ที่เรียกได้ว่ายามด่าก็ยังร้อง ฮ่าๆๆ  ในทุกวันหลังจากเหตุการณ์นั้น ผมก็มักจะร้องเพลงดีดกีตาร์ร้องเพลงกับเพื่อนบูมคนนี้หลังเรียนกันเป็นประจำจนมีเพลงมั่วเป็นของตัวเองแต่เพื่อนก็ชอบฟังกันนะ ซึ่งหลังๆแม่ว่าจะกินเบียร์บางหรือไม่กินบางเราก็แหกปากร้องอยู่ดี  ต้องบอกทักษะการแร็บและแต่งเพลงทุกวันนี้ของผมก็ต้องบอกเลยว่ามาจากเพื่อนผมคนนี้เลย 

ราไม่มีความรู้เหมือนกัน แต่เรารักดนตรีเหมือนกัน
คำว่าเพื่อนและงานเล่นดนตรีของเราก็ไปกันได้

เราไม่เหมือนกันแต่เราก็รักดนตรีเหมือนกัน
ถึงแม้ว่าเหตุผลที่เราจะเล่นดนตรีจะแตกต่างกัน
นายสร้างทำนองเนื้อร้องของฉันเพลงของเราจึงมี


ผมว่า เพื่อนบูมเพื่อนผมคนนี้เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของความรัก อดีตของบูมผมคงไม่พูดถึงแต่ผมจะพูดว่าบูมรักยังไงก็แล้วกันเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองความรักให้กับท่านผู้อ่านผ่านงานเขียของผม ว่าชายคนที่ชื่อบูมมีความรักแบบไหนในมุมของผม จากการที่ผมเล่าให้ฟังมาก็คงพอจะบอกได้บางว่าความรักของบูมในงานดนตรีทรงพลังขนาดไหน เพราะผมเชื่อว่ามันคงต้องผ่านการฝึกมานานที่จะดีดีเพลงซักเพลงการซ็อมการเอาใจใส่กับสิ่งที่ทำจนชำนาญที่จะเล่นเพลงของเขา ผมต้องขอบอกเลยว่าบูมเพื่อนผมมันเล่นกีตาร์ขั่นเทพมากไม่ว่าจะดีดพลงรึร้องอะไร แปปเดียวไอ้บูมแกะได้แล้วคีย์ไหน 
คอร์ดไหน อย่างไร ผมก็ไม่รู้หรอกครับเพราะเนื้อหาของเพลงร้องดำน้ำกันไปอย่างเดียว ฮ่าๆ คือเราคิดกันสดสดๆ เล่นกันสดสด ส่วนหนึ่งของทักษะแร็บสดของผมก็มาจากเพื่อนคนนี้ของผมละครับ แต่ไม่ได้มาบอกถึงความเก่งที่อวยกันมามากแต่อยากให้ท่านผู้อ่านดูถึงความละเอียดของความรักของเพื่อนผมคนนี้ ว่าถ้ารักอะไรหรือตั้งใจทำอะไรลบูมเป็นคนที่ไม่ตีกรอบหรือจำกัดคำนิยามมันจากสิ่งที่แค่เห็นหรือสึกแต่จะเรียนรู้ ยอมรับสไตล์อะไรก็ตามที่มาใหม่ ในกระแสเสมอ ปรับตัวและฝึกไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่งแล้วดีแล้วพอใจ เล่นแต่เพลงเดิมๆทำเรื่องเดิมๆเพราะทุกครั้งที่เจอกันบูมก็จะมีเพลงใหม่มาแนะนำให้ผมไปฟังและเอามาร้องสนุกๆกันในวง
เหล้าเสมอ เรียกได้ว่าคำว่ารักและความพยามในคำว่ารักของเขาในเรื่องดนตรีเขาสุดจริงๆ แล้ว เขายังรักในสิ่งที่เพลงหมอบให้ที่แม้ว่า ทำนอง จังหวะจะเปลี่ยน แต่ ทำนองจังหวะที่เปลี่ยนแปลงก็ยังทำให้ความรักในดนตรีของบูมไมไ่ด้ลดน้อยลง เราดีดและเล่นกันยับ ไม่ว่าจะเป็น ป็อบ ร็อค ฮิพฮอบ เร้กเก้ คันทรี เพื่อชีวิต เราเล่นและร้องทุกแนวไปขอแค่เป็นดนตรีที่รัก เขาก็ยอมรับและปรับตัวได้ที่จะเรียนรู้และเล่นได้  ถ้าผมจำไม่ผิดตอนเรียนมหาลัย ผมสอบเข้าเรียน แต่เพื่อนผมบูมเข้ามาผ่านทางโครงการคือพูดง่ายๆ บูมเพื่อนผมเข้าเรียนได้เพราะทักษะดนตรีขั้นเทพของเขา โค้วต้านักดนตรี  

การรักอะไร ไม่ใช่แค่พูดหรือแค่ให้ใจ
แต่ต้อง
ทุ่มวันเวลาที่ผ่านไปเพื่อสิ่งที่เราอย่างจะเป็น

คำว่ารักใครก็พูดได้แต่ทำได้ไมมันก็มักจะอีกเรื่องหนึง


คนเราถ้าลองให้ได้ตั้งใจทำอะไรสักอย่างจริงจังผมกล้าบอกเลยว่าถ้าไม่รักที่จะทำจริงๆก็คงอดทนทำอะไรในสิ่งนั้นได้ไม่นาน และการรักในดนตรีของเพื่อนบูมผมก็เป็นสิ่งพิสูนจย์การันตีในความรักของเพื่อนผมที่ต่อสิ่งที่เขารักได้เป็นอย่างดีว่าเขารักและทุ่มเท่ให้กับความรู้สึกที่ตัวเองมีต่อความเชื่อความฝัน ความคิด ของตัวเองแค่ไหและผมก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหญิงสาวคนใดก็ตามที่บูมเพื่อนผมบอกรักและแต่งงานด้วย เขาคือคนโชคดี 
ผมมั่นใจเลยว่าไอ้บูมมันเป็นคนที่เข็มแข็งต่อความรู้สึกตัวเอง
จะเปลี่ยนใจนั้นคงยากเพราะคนที่จริงจังต่อการกระทำของตัวเอง
นั้นก็เพราะเขามีความจริงใจต่อความรู้สึกของตัวเอง
และคนที่เห็นค่า ในความดี  ในความจริงใจ ต่อ ความรู้สึกตัวเอง ได้
นั้นก็เพราะเขารู้จักรักตัวเอง รู้จักรักษาความจริงใจในความรู้สึกของตัวเอง
เขาก็จะเห็นคุณค่าความจริงใจในตัวของผู้อื่น  
เพราะคนเราไมสามรถมองเห็นสิ่งที่ไม่รู้จักได้ผ่านทางเลือกที่เราไม่ได้เลือก
ถ้าคุณไม่เชื่อว่ารักแท้มีอยู่จริงสุดท้ายคุณก็จะหวั่นไหวและเลิกลาไป แต่ถ้าคุณเชื่อว่ามันมีอยู่จริงอย่างเพื่อนผมคนนี้ที่รักในสิ่งที่ตัวเองเป็นมาโดยตลอด เขามองเห็นความตั้งใจของคุณค่าของความรักที่ทุ่มเทไปให้กับสิ่งที่เขารัก เมือเพื่อนผมเติบโตขึ้นมาเขาก็รู้จักที่จะรับฟังเสียงของคนที่เขารักเหมือนที่ฟังเสียงของดนตรี และนั้นคือหนึ่งในเรื่องดีดีที่เพื่อนบูมคนนี้สอนผม ตอนจะขึ้นรถกลับจากงานว่า 
รักมีจังหวะของมันเดียวก็เมิงก็เจอเพื่อน

รักแท้มีอยู่จริง
แต่ มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเวลาที่โลกเหวี่ยงใครสักคนมา
คุณมองหากิ่ง หรือ เห็นแค่สีของใบ
เพราะใจคนเหมือนราก แต่คนส่วนมาก ตัดสินจากกิ่งและใบ

เพลงผมเองครับลองฟังดู



รักแท้เริ่มที่ตัวเองนะครับ  ขอบคุณครับ ผม กวีสีเทา

0 ความคิดเห็น