Zero เสียศูนย์​แต่อย่าสูญเสีย​

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 468 Views

  • 18 Comments

  • 7 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    35

    Overall
    468

ตอนที่ 15 : ปัญหาปะทะปัญญา​

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ธ.ค. 61



วิธีรับมือกับความเครียด
ความกังวลเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้หากสมองของเรายังคงคิด และตราบใดที่เรายังคงใช่ชีวิตผมเชื่อว่า คงยากที่จะหนีพ้นจากมัน

หนึ่ง ยิ้มให้มัน
เมือเราเจอปัญหาจากอะไรสักอย่าง จากทั้งคนรอบตัว จากเพื่อนหรือ งานที่เราทำเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ให้ยิ้ม ใช่ครับยิ้มให้เรื่องแย่ๆที่เกิดขึ้น การยิ้มหลายคนอาจจะมองว่าบ้าหรือป่าว เครียดขนาดนี้จะยิ้มได้ไง แต่ก็นั้นละครับเพราะกระบวนการคิดแบบเดิมๆที่เราคิดมันก็จะนำคุณวนกลับมาที่คุณยังคงเครียด แต่การยิ้มอย่างเรียบง่าย มันก็อาจจะไม่ช่วยอะไรแต่อย่างน้อยก็ดีกว่าการนั้งร้องไห้จนไม่สบายใจ หรือนั้งหน้ามุ๋ย ซึ่งมันก็ไม่ช่วยอะไรเราเลยเหมือนกัน

สอง ขอบคุณปัญหา
เมือมีปัญหาหรือการพบเจอสิ่งที่ไม่สบายใจเขามาทำให้คุณรู้สึกว่ามันแย่การขอบคุณจะทำให้เราเห็นว่า ปัญหานั้นกำลังหมอบสิ่งมีค่าให้กับคุณ ปัญหาคือการทดสอบปัญญา ถ้าเราเอาแต่คิดว่าปัญหาคือภาระ นอกจากเราจะไม่ขอบคุณมันแล้วมันจะกลาายเป็นภาระในความคิดว่าจะทำอย่างไรดี และเมือคิดมาก ความคิดก็จะนำเราไปสู่ความเครียด และความไม่สบายใจจากปัญหา เพราะฉะนั้นการขอบคุณปัญหาอาจะไม่ได้ทำให้เราแก้ใขอะไรได้มากแต่อย่่างน้อยก็ทำให้เราเย็นพอที่จะตั้งสติได้ว่าปัญหาที่เข้ามากำลังต้องการให้เราแก้อะไร

สาม ทางออกไม่มีก็กลับไปออกทางเข้า
ปัญหาส่วนมากถ้าไม่มีใครเอามาทุ่มให้เราแก้ ก็มักจะเป็นปัญหาที่เรามักจะต้องเข้าไปเผชิญหน้ากับมันเอง บางครั้งการหาทางออกอาจไม่ง่ายเลยเพราะมองยังไงก็ไม่มีแต้มต่อที่จะชนะมัน การปะชะดะกับปัญหาซึ่งหน้าๆอาจไม่ส่งผลผลดีนักในปัจจุบัน แต่ควรจะไตร่ตรองให้รอบครอบ การใช่เวลาครุ่นคิดว่าควรทำอย่างไร แก้ใขอย่างไรให้มันดีขึ้นได้ ด้วยปัญญาแม้ไม่ได้แก้ใขแต่การตั้งสติกับปััญหาอย่างเป็นรูปธรรมก็ทำให้มันคงตัวไม่ปะป่นจนความคิดเราสับสนและความคิดมากก็เครียดจนวิตกจริตจนเต็มสมองไปหมดอย่างน้อยการแบ่งปัญหาเป็นเรื่องๆไปก่อนก็อาจทำให้เราเห็นภาพของปัญหาได้ ปัญหาจะใหญ่หากเราไปเพิ่มปริมาณคำว่าแก้ไม่ได้ มันไม่มีทางออก  ถ้ารู้ว่ารบไม่ชนะก็ควรนั้งหาวิธีชนะที่ไม่ใช่กำลัง  ถ้ารู้ว่าทำแบบเดิมมันไม่เปลี่ยนอะไรก็ลองหาวิธีการใหม่เผชิญหน้าปัญหาดู

สี่ ชื่นชมตนเอง
การชื่นชมหลายท่านอาจจะงงว่าทำไปทำไม แต่การรับมือกับอุปสรรค คือการแข็งแรงพอที่จะทานทนสิ่งที่เข้ามาบรรทอนเราจากความสุขกายสบายใจ การชื่มชมตนเองนั้นคือชื่นชมว่าฉันก็เข็มแข็งนะที่รับปัญหานี้ได้เพียงลำพัง การเผชิญหน้ากับปัญหา ความลำบาก ความเครียด ก็เป็นสิ่งน่าภาคภูมิใจรูปแบบหนึ่งที่คุณควรภูมิใจในตัวเอง การเป็นตัวของตัวเองที่แข็งแกร่งเท่านั้นคุณจึงจะรับมันได้ คุณเชื่อไมว่าปัญหาของคุณบางเรื่องอาจเล็กน้อยสำหรับใครบางคน หรืออาจไปเป็นเรื่องใหญ่มากสุดๆของใครสักคนเช่นกัน คุณควรภูมิใจที่เจอปัญหาเพราะคนที่มีปัญหาคือคนที่ออกไปใช่ชีวิต และทุกครั้งที่การเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นกับชีวิตเรามันก็อาจจะนำปัญหามาให้เราด้วยเช่นกัน อย่ายอมแพ้มันและควรภูมิใจที่ปัญหามาถึงคุณ ว่าคุณคือคนที่มีความรับผิดชอบ อดทนได้ใครไม่เห็นแต่คุณรับรู้ อย่าใส่ใจมากว่าใครคิดอะไรเพราะไม่มีใครช่วยคุณจากปัญหาได้นอกจากตัวคุณเอง ปัญหาจะเป็นภาระหากเราเอาแต่หนักใจ ปัญหาจะเป็นประโยชน์กับใจหากเอามาใช่สร่้างความเข็มแข็งว่า เห็นไม ฉันเจอปัญหานี้แต่ฉันยังไม่ตาย ฉันยงหายใจ ฉันยังอยู่ได้ ฉันแข็งแกร่ง  นั้นละครับผู้กล้าที่แท้จริง

ห้า ยอมรับความจริง
การต่อสู้ย่อมมีบาดแผล การคิดมากย่อมเครียดเป็นธรรมดา หากจะหลบวิธีเครียดให้หยั่งยืน ก็ต้องค่อยๆเปลี่ยนกระสุนความคิดที่เป็นแผลแห่งความเครียดที่ยิงมาให้กลายเป็น ลูกโป่งน้ำธรรมดา  กระสุนปืนยิ่งเราก็อาจถึงชีวิต แต่ลูกโป่งก็แค่ทำเราเปียก​ ความเครียดจู่โจมมากับวิธีคิดก็อาจทำเราให้กลายเป็นบ้าได้ที่คิดไม่ตก การทำให้มันเป็นความจริงง่ายมาก ยอมรับก่อนว่า
มันเป็นปัญหา
ปัญหาจะเป็นอุปสรรคหากเราแก้ใขมันได้แต่มันจะกลายเป็นปัญหาก็เพราะเราคิดว่ามันคือความไม่สบายใจ และความเครียดก็จะตามมาหลังจากเราคิดแบบนี้ การยอมรับมันตามจริงว่า อะ ปัญหามา ทำไงดี ก็คือการตั้งสติที่ดีตามจริงแบบหนึ่งครับ

เราทำอะไรมันได้บาง
ลองใช่สติครับเมือปัญหาเกิดอย่าโทษไปที่ใครหรืออะไรหรือโทษตัวเองจะมั้วมาหาคนผิดไปก็ไม่แก้ปัญหา เพราะมันก็แค่หาคนมารับผิดชอบเรื่องนี้แทนแต่ปัญหาจริงๆแล้วมันก็ยังอยู่ ปัญหาจะยังอยู่แค่เปลี่ยนคนผิด นอกจากจะไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นแล้วสถาณ์การณ์และความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัวก็มีแต่แย่ลง การถามตัวเราเองว่าเราควรทำอย่างไรอะไรบางที่เราจะแก้ได้บาง เช่นถ้ามีปัญหาเรื่องเงิน โทษเพื่อนว่าเพื่อนชวนเที่ยวบ๋อย งานที่ทำให้เงินเดือนน้อย ถามว่าแก้อะไรได้ไม ไม่ช่วยอะไรครับ
ให้ลองตั้งสติและคิดว่า ฉันใช่เงินทำอะไรไปบาง ผ่อนอะไรไปเท่าไร เงินไม่พอใช่เพราะเราเอาเงินไปเที่ยวเองรึเปล่า ลองคิดคำนวณและหาความรู้เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาของผู้อื่น ในยุคสมัยนี้มีความรู้ในโลกอินเทอร์เน็ต​ที่แค่มีโทรศัพท์​มือถือก็กดถามได้ทุกศาสตร์​ทุกแแขนงมีผู้รู้มากมายลองค้นหาดูว่าปัญหาของเรามีวิธีแก้แบบไหน ซึ่งผมเชื่อว่าปัญหาทุกปัญหาล้วนแล้วแต่มีคนผ่านสถาณ​การณ์​แบยเราหรือคล้ายเคียงก็ได้ครับลองหาแนวทางดูก็จะช่วยเราได้มากว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไรได้ครับ

ปัญหาจะเป็นปัญหา
หาก
ไรปัญญาแก้ใข
#Zero​


แก้ได้หรือแก้ไม่ได้
บนโลกทีปัญหาอยู่สองอย่าง คือเรืื่องที่แก้ได้และแก้ไม่ได้
ปัญหาแก้ไม่ได้
เรื่องที่เราเกี่ยวข้องและเราไปอยู่ในสถาณการณ์ผลกระทบนั้นมีผลต่อเราโดยตรงเช่น ปัญหาครอบครัว ความเดือดร้อนของครอบครัวนำมาพาเราให้ไปพบความไม่สบายใจความเครียดจากการเผชิญกับพ่อแม่ที่ทะเลาะกันตลอดเวลาหรือการปะทะกับอารมณ์ของเพื่อนและคนใกล้ตัว อาจจะมาจากนิสัยหรืออะไรก็ตาม ถ้าแก้ใขไม่ได้ ตามที่บอกคือ  พูดไปก็ไม่ได้ แสดงออกก็ผิดอีก  ให้หลีกเลี่ยงและหาทางออกมาจากสังคมแบบนั้นแต่ถ้าใครต้องอยู่ก็ขอให้อดทนนะครับ อย่ายอมแพ้ท้อใจ ทำอะไรที่ทำได้ไปก่อนอย่ากังวลกับมันจนบรรทอนตัวเอง เพราะถ้าแก้เขาไม่ได้ก็ต้องปรับและแก้ใขตัวเองได้ ค่อยๆ ปรับตัวและลดการปะทะทางอารมณ์ให้น้อยลง อย่างน้อยก็ไม่ต้องปะทะอารมณ์ใส่กัน ปัญหาของเขาอาจเดือดร้อนเราแต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาของเราหน้าที่เราคือทำตัวเองให้ดีก็พอ
ปัญหาที่แก้ได้
ส่วนมากปัญหาจำพวกสิ่งเหล่านี้มักจะเป็นปัญหาที่เกิดกับตัวเราเองโดยตรง เช่นของหายบ๋อย เงินไม่พอใช่ ไม่มีเวลาออกกำลังกาย  การแก้ใขก็คือให้ลองปรับเปลี่ยนวิธีชีวิตประจำเราดูครับ ให้ลองลิสต์สิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันดูเพื่อที่เราจะได้รู้ว่าเราทำอะไรบาง การหาอะไรให้ตัวเองทำนอกจากกจะทำให้ว่างน้อยลงและเวลาที่ใช่ไปกับตัวเราเองก็จะมีประโยชน์มากขึ้นด้วย ปัญหาและความเครียดมาจากเราว่างเกินไปจนมีเวลาไปหมกหมุ่นกับปัญหา หาอะไรทำที่จะแก้ปัญหาและต้องยอมแลกที่จะใช่เวลาของเราเพื่อตัวเองบางอาจจะยากหน่อยที่จะต้องเดินออกมาจากสิ่งเดิมที่เป็น แต่มันก็ไม่ยากถ้าใจคุณเข็มแข็งพอ ลองดูครับผมลองแล้ว

อาจจะสรุปได้ว่าความเครียดหลักๆมาจากปัญหา แทนที่จะรับมือกับความเครียดอย่างไรก็อยากให้รู้วิธีไม่สร้างปัญหาให้กับตัวองไปเลยจะยั้งยืนกว่าการมาทำอย่างไรไม่ให้ตัวเองเครียด การไม่มีปัญหาก็คงเป็นไปไมได้ ขนาดการทำงานที่มีแผนการอยู่แล้วก็ยังเจอปัญหาระหว่างการดำเนินตามแผน หรือคนที่ไม่ทำอะไรเลยเขาก็ยังต้องเจอจากค่าน้ำค่าไฟค่ากินอะไรต่างจะอยู่เฉยๆไมาทำอะไรหรืออกไปทำอะไรก็สรุปได้ว่ายังไงก็ต้องเจอครับ
ปัญหาไม่ผิดที่มันเข้ามาแต่มันผิดที่เราตะหากที่ไม่สู้มัน
เรียนรู้ ยอมรับ ปรับตัวแล้วสู้มัน

ขอบคุณ​ทุกคนที่อ่านงานผมมาจนจบนะครับ​ ผมหวังว่าเนื้อหาที่อ่านน่าจะเป็นกำลังใจและเป็นประโยชน์ให้วิธีคิดแปลกใหม่กับทุกท่านที่เข้ามาอ่าน​ไม่มากก็น้อย
ติดตามได้ที่ ??‘???‘???????‘???????????????‘?
https://my.dek-d.com/koonma/writer/view.php?id=1870949

ขอบคุณครับ

0 ความคิดเห็น