Zero เสียศูนย์​แต่อย่าสูญเสีย​

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 475 Views

  • 18 Comments

  • 7 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    42

    Overall
    475

ตอนที่ 14 : อย่ารอพร้อมเพื่อทำอะไรแต่จงทำไปทั้งทั้งที่ยังไม่พร้อมนั้นละ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ธ.ค. 61



บันทักวันที่ 9 ธันวาคม 2561

เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้นเมือพี่อัพโทรปลุกดังเข้ามาเพื่อให้ผมไปขึ้นรถที่จะไปงานแข่งวิ่ง ความมึนงงจากกอาการเมาแฮงค์ของผมทำให้สติของผมมุมวนไปหมด  ผมเพิ่งนอนตอนตีสอง ตื่นอีกทีกี่โมงผมก็ไม่แน่ใจเพราะตอนที่ตื่นไม่ได้ดูเวลา ผมรีบพุ่งออกจากห้องไปตะโกนบอกพี่เขาว่ารอสักครู่นะครับพี่ แล้ววาปตัวออกมาจากหน้าบ้านเข้าห้องอาบน้ำทันที ด้วยความไวแต่ไรศักยภาพ ผมลืมเบอร์ที่จะต้องแป๊ะเสื้อไว้ เมือรถมาจอดที่จุดนัดบ้านรุ่นพี่อีกท่าน (พี่เขาชื่อพี่ไก่ครับ) ผมก็ต้องขออณุญาติพี่เขาเอารถพี่กลับไปบ้าน เมือมาถึงบ้านผมคว้าเงินใส่กระเป๋า กับใส่หมวก และออกรถไปเลย แน่นอนครับผมลืมเบอร์เพราะหยิบแต่ของที่จะใช่แต่ลืมนึกถึงของที่จะเอา หน้ามึนสุดๆ พวกพี่หั่นมายิ้มแห้งๆ ตอนที่ผมบอกพี่ว่าขอไปอีกรอบผมลืมอีกแล้ว และผมก็กลับบ้านวนไปมาถึงงสอง รอบเสียเวลาสุดๆ แต่ทว่าก็เพราะสายลมและความเย็นของอากาศตอนเช้าก็ทำให้ผมพอที่จะกลับมามีสติได้อีกครั้ง แต่ก็นั้นละครับมันไม่ควรเลย


การทำอะไรด้วยความรีบร้อนไม่ต่างจากเล่นกับไฟ

ZERO

 

แน่นอนครับด้วยสภาพนอนน้อยกินหนัก แฮงค์ ครับ ฮ่าๆๆ (มันเป็นสะเม็ก มันเป็น อุ๊ อุ๊ อ๊ะ อ๊ะ มันเป็น อุ๊ อุ๊ อ๊ะ อ๊ะ ) นั้งรถไปกับพวกพี่ไปกลิ่นซ่าเหล้าคือกลิ่นลมหายใจก็ออกมาเป็นกลิ่นเบียร์เลย สภาพผมไม่มีความพร้อมเลย อาการจะอ้วกก็ไม่อ้วก จะง่วงก็ไม่หลับ ยับจริงสภาพผมวันนี้ แต่ว่าก็ตัดสินใจและรักษาสัญญากับตัวเองมาแล้วว่าเราจะวิ่ง เมาก็จะลุย งานที่จัดครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ผมมาของจังหวัดสุโขทัย งานจัดที่สุโขทัยวิทยาคม ผู้คนมากมายเดินขวักไข่ว รถติดมากที่หน้างานแต่ผมรู้สึกว่างานนี้ผมไม่ค่อยตื่นเต้นเหมื่อนครั้งแรกที่ผมมางานวิ่งแล้ว ผมเริ่มชินพอสมควรกับงานที่ผมไป แต่อาการประหม่าก็ยังคงมีอยู่

 

ถึงจะชินแล้วแต่ก็ยังกลัว  ความกลัวไม่ได้หายไปหลังจากที่ทำ

แต่ ความกลัวมันกำลังเปลี่ยนเป็นคุ้นเคย

Zero

 

แน่นอนว่างานนี้จากสภาพ ถังเบียร์เคลื่อนที่อย่างผม เดินตลอดศก ครับ ฮ่าๆ ตอนเริ่มเดินตอนแรกก็ยังไม่เป็นอะไรมาก อาการยังคงตัวได้ไหวอยู่ แต่ไอ้สภาพเดินไปจะอ้วกไปก็ไม่ออกนี้ ผมบอกเลยว่าทรมานเกินทนจริงๆ เหงื่อเริ่มออกตามร่างกาย เหมือนของเสียได้ถูกขับออกมาบางอะไรบางอย่างก็เหมือนจะพุ่งออกจากปาก จะอ้วกครับความพะอืดพะอมทำเอาผมหวามอมขมกลืน  (ตอนกินไม่คิดตอนจะฟิตก็โดนแล้วไงฮ่าๆๆ )  ออกจากหน้าประตู้โรงเรียนมาไม่มากเท่าไร กลุ่มเด็กๆที่เข้าแข่งวิ่งก็วิ่งกันอย่างเต็มกำลัง พวกเขาพยามวิ่งขึ้นไปหน้าๆ ตอนนั้นผมมึนและเมาจากการแฮงค์ ผมใส่หูฟังครับแต่ลืมเสียบกับโทรศัพท์ครับแน่นอน ด้วยความที่ฟอมร์มากผมก็เลยทำเป็นเดินฟังเพลงไปทั้งที่จริงจริงไม่ได้ฟังเพลง จะหยิบออกมาเสียบก็กลัวจะเสียสมดุลในตัว เพราะผมกำลังใช่สมาธิทั้งหมดตั้งมั้นไปที่การควบคุมอ้วกที่จะพุ่งขึ้นมา ภาพผมตอนนั้นเหรอครับ เดินเหมือนชิว เหมือนเซียนที่เรียนมา ชายร่างหมีที่เดินฟังเพลง และมุ่งมั่น ทุกอย่างดูไม่เลวร้ายเท่าไรแต่ก็นั้นละครับคิดว่าจะรอดแล้ว ลมปราณภายในผมเกินควบคุมเหมือนอะไรบางอย่างในร่างจะออกมาพุ่งผมยิ่งเกร็งเหงื่อเริ่มออกมาหนักมากจนเสือนอกผมชุมเหงือโดยที่ยังเดินไปได้แค่ 1 กิโลเท่านั้น ฮ่าๆ ธาตุไฟจะแตกก็อตซิล่าจะพ่นไฟ ผมเริ่มมองซ้ายขวาหาลู่ทางที่จะปล่อยจักกระ ที่กักเก็บไว้ มันไม่ได้ละถ้าเก็บไว้ ไม่จบงานแน่ ผมนี้ละ จบก่อนแน่อ้วกกลางถนนคงเป็นตำนานไปอีกว่าวิ่งจนอ้วกแตก ไม่ได้ สาวเยอะผมจะโชว์ความกากไม่ได้ ผมมองไปที่ด้านหน้า นั้นไงเห็นแล้วปั๊มน้ำมัน นั้นไงเส้นชัย ผมมองด้วยสายตาอย่างมีความหวัง แต่ในใจของผมแทบจะออกมาเต้นระบำ อู้ก้า อู้ก้าแล้วตอนนี้ (ระบำอะไรว่ะ) ขนาดที่เริ่มจะไปถึงปั้มน้ำมันท้องผมก็มีล่างบอกอาการขึ้นมาทันทีว่า ฮ่าๆ ข้ามาแล้ว (อ้วกพูดได้รึนายพูดเองฟราย) ผมค่อยๆก้าวยาวขึ้น ยาวขึ้น ไวขึ้น ไวขึ้น  ผู้คนเริ่มมองมาที่ผมเพราะโซนที่ผมเดิน มีแต่คนเดิน ไม่ได้มีคนวิ่ง เมือมีคนวิ่งทุกคนเลยหั่นมามอง เท้าผมไวขึ้นตามขีดจำกัดของความอดทนที่ผมพอจะทนไหว เหงื่อท่วมตัวเสื้อผมเปียกชุมยังกับเพิ่งไปจุมน้ำมา ไม่ไหวละโว้ยยยย ผมบอกตัวเองในใจ ผมวิ่งใส่เกียร์หมาผ่านหมู่คนมากมาย หลบซิกแซกไปตามทาง

ด้วยความที่หูฟังของผมไม่ได้เสียบ ขนาดที่วิ่งไปผมก็ได้ยินเสียงใครสักคนแต่ผมไม่รู้นะว่าใครเขาพูดขึ้นมาว่า  ดูนั้นสิคนคนนั้นเขาอ้วนเขายังพยามยังพยามวิ่งเลย  ผมยิ้มแต่ไม่ได้หั่นไปมองเวลาของผมใกล้จะหมดแล้วมันขึ้นมาครึ่งทางแล้ว ดีกรีที่ยกไปเริ่มแสดงผลของมันแล้ว เป้าหมายของผมไม่ใช่เส้นชัยที่ทุกคนกำลังเร่งวิ่งและเดินไปแต่เป็นเส้นชัยที่ผมมองอย่างมีความหวังปั้มน้ำมัน ผู้คนที่วิ่งผ่านจับจ้องมาที่ผม นั้นดูคนคนนั้นสิ ที่ใส่เสื้อคลุมสีขาวเขาอ้วนเขายังพยามวิ่งเลย บางคนเห็นผมวิ่งพวกเขาก็วิ่งตามผม แต่นาทีนั้นผมบอกเลยว่าไม่ได้สนใจรอบตัวว่ามีคนวิ่งตามผมเท่าไร ผมเริ่มสปีดตัวเองมากขึ้นตอนนั้น ผมนึกถึงท่าวิ่งสมัยก่อนผมวัยรุ่นใช่วิ่งและผมก็สับขาทั้นที มันใกล้เขามาแล้วอีกนิดเดียวจะถึงปั้มแล้ว ผมทำได้ อีกนิดเดียวเท่านั้น พอใกล้จะถึงปั๊มผมก็หั่นมองซ้ายมองขวามีคนวิ่งตามผมเต็มเลย อะไรว่ะ  (หรือเขาอาจะวิ่งของเขาอยู่แล้วอันนี้ผมก็ไม่แน่ใจ) ผมค่อยๆเบียงตัว มีน้องสาวๆขาวไมอันนี้ไม่ได้มีเวลาสังเกตุจำได้แต่น้องหันมายิ้มให้ผมเธอน่ารักมาก(ไหนบอกไม่สังเกตไง)เธอวิ่งตีคู่ผมมาข้างๆ คิดว่าจะแซงหน้าผมก็เลยหลบทางให้แต่เธอก็ดั่นชะลอ พอผมเริ่มจ้ำเดินเธอก็เร่งตามผม ผมก็งงแต่ก็ไม่ได้หั่นไปมอง บอกตรงๆ สภาพผมตอนนั้นถ้าขยับเกินก็อาจจะพ่นไฟได้ (อ้วกจะพุ้งฮ่าๆ)  ตอนแรกเดินคนเดียวก็เกร็งอยู่แล้วเพราะอาการแฮงค์ มีคนมาเดินแปลกๆใกล้ผมผมก็ยิ่งเกร็งเข้าไปอีกไม่ใช่อะไรนะ ผมจะอ้วกไม่อยากให้ใครมาเห็นสภาพ ฮ่าๆ (ห่วงภาพลักษณ์ว่างั้นกาก) เหงื่อผมตอนนั้นยังกับก๊อกน้ำแตก ธาตุไฟเริ่มเข้าแทรกผมมาทุกขนาด ผมเริ่มจะทนไม่ไหวแล้วผมออกตัวอีกครั้งวิ่งทันที สาวน่ารักคนนั้นก็วิ่งตามผมมาทันที เสียงฝีเท้าเธอ วิ่งจี้ผมมาติดๆ สายตาของผมจับจ้องไปที่จุดหมาย ผมบอกตัวเอง มันมาแล้วๆ มาแน่ ผมออกวิ่งด้วยแรงทั้งหมดที่มี โดยไม่ได้หั่นไปมอง เสียงเท้าของคนด้านหลังว่าน่ารักแค่ไหน ผมรู้แต่ว่าเธอวิ่งจี้เข้ามาติดๆ เธอวิ่งมาจนตีคู่กับผมข้างๆ เหมือนเธอพยามจะแซงหน้าผมให้ได้ ผมนึกยิ้มในใจ ไม่มีทางผมไม่ยอมแพ้ ผมอัดก่อนเข้าช่วงสุดท้ายใส่เต็มที่ ในใจผมร้องตะโกนดังเสียยิ่งกว่าทาร์ซาน ไม่ไหวแล้วโว้ยยยย
 ผมเลี้ยวเข้าปั้มไปทั้นทีผม่ได้หั่นไปมองว่าน้องเขาหั่นมาดูหรืออย่างไร ในท้องใส้ผมมันจะออกมาแล้ว ผมพุ่งไปที่ห้องน้ำทันที สำนัก
พยัคฆ์คุกเข่าปักปัฐพี  พุ่งอออกมา หมดใส่หมดพุ่ง ความรู้สึกโล่งโปร่งสบายที่แบกไว้ตั้งแต่ตื่นจนตอนนี้หายไปหมด ผมชนะแล้วฮ่าๆ (โดยการวิ่งมาอ้วก กากจริงๆ )

หลังจากออกมาจากห้องน้ำผมก็โล่งสบาย เหมือนยกเขาออกจากอก มันโล่งไปหมด แต่อาการปวดตึบที่หัวยังคงอยู่แต่มันก็เบาไปละ ผมกลับไปเข้าสนามต่อได้

นิทานของผมวันนี้ อยากบอกว่า  ไอ้คำที่คนเขาบอกว่า

อย่ารอพร้อมเพื่อที่จะทำอะไรแต่จงทำมันไปทั้งทั้งที่เราก็ยังไม่พร้อม น่าจะเป็นความจริง

วันนี้ผมไม่พร้อมเลย ทั้งการนอน และการเตรียมตัว ผมให้ตัวเอง 1 คะแนน พอ ผมไม่พอใจกับตัวเองเท่าไรในการเตรียมพร้อม แต่การได้ออกมาวิ่งละก็ ดูที่ร้อยยิ้มผมสิครับ

ถ้าเราตั้งใจจะทำอะไร ก็ต้องทำให้ได้ อย่าไปบอกว่าไม่พร้อม แต่จงไปทั้งที่ก็ไม่พร้อมนั้นละ แน่นอนว่ามันต้องมีปัญหา จากความไม่พร้อมของผม ก็ลืมของตั้งแต่ก่อนวิ่ง แต่ก็ได้พี่ที่ใจดีพวกพี่เข้าใจ พี่แค่บอกผมว่าเอาใหม่นะคราวหน้า ถ้าคุณเป็นผม คุณจะเอาแต่แก้ตัว หรือเลิกที่จะไปวิ่งเลยเพราะไม่อยากเป็นภาระพี่ๆ แต่ผมไม่คิดแบบนั้นครับและอยากบอกผู้อ่านด้วยว่าอย่าคิดแบบนั้นเลยครับ อย่าทำโทษตัวเองด้วยการไม่ทำอะไรเลย แต่ผมเลือกว่าผมจะมาวิ่ง ผมตัดสินใจแล้ว ว่าผมจะทำ แน่วแน่ให้กับแนวตัวเอง รักษาคำพูดตัวเอง

รักตัวเอง จากการ รัก ษา คำพูดตัวเอง ว่าพูดแล้วทำ นี้คือการรักตัวเองที่ผมเชื่อว่าคุณก็ทำได้

รักตัวเอง พาตัวเองออกไปทำสิ่งที่ตั้งใจ อย่ากลัว ที่จะเป็นตัวเองแล้วใครไม่รักเพราะเหตุผลของความรักแท้จริงแล้วมันไม่มีอยู่จริงมันเป็นเพียงสิ่งที่เรากำหนดและตั้งมันขึ้นมาเอง ลงมีทำแล้วข้ออ้างคุณจะหายไป  ขอบคุณครับ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น