คัดลอกลิงก์เเล้ว

Stranger & I # รู้หน้าไม่รู้ใจ ผู้ชายเจ้าเล่ห์

โดย Rainbow ' (:

ย้ายห้องใหม่ทีไร ฟ้าฝนต้องไม่เป็นใจทุกที แถมยังมีผู้ชายหน้าแปลก (?) มาแย่งห้องอีก โอ๊ย... แล้วจะอยู่เป็นสุขไหมเนี่ย!

ยอดวิวรวม

512

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


512

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  19 ธ.ค. 53 / 21:47 น.
นิยาย Stranger & I # ˹ Stranger & I # รู้หน้าไม่รู้ใจ ผู้ชายเจ้าเล่ห์ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

STRANGER & I
_________________

รู้หน้าไม่รู้ใจ ผู้ชายเจ้าเล่ห์ J

 

ABOUT THIS STORY

            + ชื่อเรื่อง : Stranger & I # รู้หน้าไม่รู้ใจ ผู้ชายเจ้าเล่ห์

            + เปิดเรื่อง : 19 ธันวาคม 2553

            + ปิดเรื่อง : เหมือนข้างบน...

            + ประเภท : โรแมนติก (หรือเปล่า?)

            + คนแต่งเรื่อง : Rainbow (:

ABOUT WRITER

             + ฮัลโหล โอล่า สวัสดีค่ะ ไม่มีอะไรมากหรอก ^^;

ไรท์เตอร์ชื่อกุ๊กกิ๊กค่ะ นี่เป็นเรื่องสั้นเรื่องที่สามแล้วเนาะ...

เรื่องที่แต่งมันอาจจะเกินจริงไปนิดๆ หน่อยๆ

แต่ยังไงก็
ช่วยติ-ชม คอมเมนท์ด้วยนะคะ >_<

ปล. บทความนี้จะเปลี่ยนเรื่องทุกๆ 2-3 สัปดาห์ (ถ้าเป็นไปได้)

THANK YOU ขอบคุณตัว โต

            + Music : As a man - Gummy

            

            + Mouse : Ni yu

            + Theme เรื่อง : Mv ตามเพลงข้างบนนั่นแหละ :D

            + Theme บทความShala. la

            http://img826.imageshack.us/img826/1166/bann2theme.gif



" ไม่ได้บังคับให้คอมเมนท์กับโหวต

แต่ถ้าทำ ไรท์เตอร์ก็มีกำลังใจ :D "


MY NEXT STORY

            + Ms.Devil & I # สยบนางมารร้าย ให้กลายเป็นดี
            + ...ฯลฯ


เนื้อเรื่อง อัปเดต 19 ธ.ค. 53 / 21:47


           
            
เฮ้อ... เมื่อไหร่จะยกของหมดสักที T^T”

            ฉันบ่นขึ้นในขณะที่แขนก็ยกกล่องลังกระดาษลงมาจากหลังรถไม่หยุดไม่หย่อน อยากจะภูมิใจเสนอว่าฉันซื้อห้องใหม่ ก็ดีอยู่หรอก แต่ถ้าฉันมีงบพอจะจ้างคนยกของจะดีกว่านี้น่ะสิ

            เอี๊ยด...’

            เสียงอันไม่พึงประสงค์ดังมาจากข้างๆ ทำให้ฉันต้องเปลี่ยนสายตาจากของของฉันไปข้างๆ ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่ง ขับรถหรูของเขาเข้ามาจอดหน้าคอนโดมิเนียมแห่งนี้ แต่ช่างเขาเถอะ รีบยกของขึ้นห้องดีกว่า วันนี้ฟ้าฝนไม่เป็นใจจริงๆ แดดแรงจนจะปิ้งไก่ให้สุกได้อยู่แล้ว

            ขอให้การมาอยู่คอนโดฯแห่งนี้ อย่าได้มีอุปสรรคอะไรด้วยแล้วกันนะ T^T...

 

RAINBOW ' (:
ภูมิใจเสนอ
Stranger & I # รู้หน้าไม่รู้ใจ ผู้ชายเจ้าเล่ห์ :)

 

 

            ฉันก็ยกของที่พอจะยกได้ก่อนเข้าไปในลิฟต์และวางของลงที่พื้น ก่อนจะกดปุ่มปิดประตูลิฟต์ เมื่อมันจะปิดสุดแล้ว ก็ดันมีมือของใครมาคั่นไว้จนต้องเปิดขึ้นอีกครั้ง

            เอ๊ะ! ผู้ชายคนเมื่อตะกี๊อีกแล้ว -O-

            อ๊ะ...” ฉันก็ต้องร้องขึ้นเมื่อฉันจะกดลิฟต์ไปที่ชั้นที่อาศัยอยู่ เขาก็ดันมากดชั้นเดียวกับฉันซะนี่ จะมีอะไรอีกไหมนี่ =_=;;

            ติ๊ง...’

            เมื่อเสียงลิฟต์เปิด ฉันก็ยกของทั้งหมดแล้วเดินออกไปจากลิฟต์ แต่ก็ดันมีอุปสรรคอะไรมาอีก เพราะเขากับฉันออกพร้อมกันอีกน่ะสิ ชนกันแรงซะด้วย ไหล่ระบมหมด T^T

            ขอโทษค่ะฉันพูดกับก้มหน้านิดๆ แล้วชิงเดินออกไปก่อน

            พอเดินออกมาจากลิฟต์ เขาก็ยังคงเดินตามฉันมาจนทำให้ฉันต้องหันหลังมอง เขาก็ยิ้มมองเพดานพร้อมกับควงกุญแจอยู่ที่นิ้ว เมื่อเริ่มรู้สึกผิดปกติก็เลยเริ่งฝีเท้าให้ถึงห้องเร็วที่สุด ฉันก็หยิบกุญแจจากกระเป๋าจะมาไขประตูห้อง แต่ผู้ชายร่างสูงคนเดิมก็ดันจับกุญแจของเขามาที่กลอนประตูเหมือนกันฉัน ทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองเข้าด้วยความงง

            นี่ห้องของผมไม่ใช่เหรอเขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและชี้นิ้วเข้าตัวเอง

            เอ่อ... แต่ฉันเพิ่งซื้อมันเมื่อวานนะ

            แล้วฉันก็เห็นเขาจะคว้ากุญแจตัวเองไขเข้าไปในห้อง ฉันจึงรีบปิดกลอนไว้แน่น นี่มันอะไรกันเนี่ย ไหนเจ้าของห้องคนเก่าบอกว่าไม่มีคนอาศัยไง เมื่อฉันตัดสินใจว่าจะโทรไปหาเจ้าของห้อง เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครสักคนเหมือนกัน

            ฮัลโหลค่ะ

            [ว่าไง ห้องเป็นยังไงบ้าง]

            พี่ ไหนตอนนั้นพี่บอกว่ายังไม่มีใครซื้อไง แล้วทำไมมีคนมาบอกว่าห้องนี้เป็นของเขาด้วยล่ะ

            [ฮะ อะไรนะ สัญญาณที่พี่อยู่มันไม่ค่อยมี]

            มีคนบอกว่า... กรี๊ด! นายจะเปิดเข้าไปไม่ได้นะ

            ฉันก็ต้องกรีดร้องขึ้น เพราะเขาก็ใช้โอกาสที่ฉันเผลอ ไขกลอนประตูเข้าไปในห้อง เมื่อเปิดได้ ฉันจึงรีบดันตัวเองเข้าไปในห้องก่อน พอมองไปที่ประตูก็เห็นเขาเดินตามเข้ามาแล้วมองฉันอย่างแปลกๆ

            เดี๋ยวสิ!”

            นายเข้ามาได้ยังไงฮะ

            อ้าว! ทำไมผมจะเข้าไม่ได้ ก็นี่เป็นห้องของผม

            เหอะ!” ฉันถอนหายใจแล้วเดินตรงไปห้องที่ฉันคิดว่าเป็นห้องน้ำ โดยเดินกระแทกไหล่ของเขาไป ทำให้เขาเกือบล้มแล้วหันมามองฉันทันที

 

 

            อะไรของผู้หญิงคนนั้นเนี่ย -_-^ พี่ชายของผมเพิ่งให้กุญแจห้องกับผมมาไม่นาน แล้วเขาก็บอกให้มาเป็นของขวัญวันเกิด แต่พี่เขากลับไม่ได้บอกก่อนว่าห้องนี้มีใครอาศัยอยู่ ไม่เป็นไร ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ออก ผมก็จะไม่ออกเหมือนกัน!

            ลงไปยกของดีกว่า...

            ระหว่างที่ผมยกของนั้น ก็เห็นผู้หญิงคนนั้นลงไปเหมือนกัน เธอก็มองผมด้วยสายตาที่ทิ่มแทงมาก ถ้าไม่ถือว่าเธอเป็นผู้หญิงล่ะก็ ผมอาจจะเข้าไปต่อยเธอแล้วก็ได้นะ =_=^

            ยกหมดยังน่ะ ให้ช่วยไหมพอผมขึ้นมาบนห้องพร้อมกับเธอ ก็ได้โอกาสถามขึ้น

            ไม่เป็นไรหรอกเธอตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แล้วเดินออกไปที่ประตูอีกครั้ง

            จะไปไหนน่ะ รอด้วย...”

            ผมจึงวิ่งตามหลังไป แต่โชคดีดันไม่เข้าข้าง กลับมีโชคร้ายเข้ามาแทน เพราะดันมีถุงพลาสติกจากที่ผมทิ้งเอาไว้วางเกลื่อนกลาดอยู่ที่พื้น แล้วผมดันไปเหยียบมันเข้าจนล้มหน้าคะมำและสลบอยู่ตรงนั้น

            โอ๊ย... TOT

 

 

            นี่นาย เป็นอะไรหรือเปล่าน่ะเมื่อฉันลงไปยกของครั้งสุดท้ายแล้วขึ้นมา ก็เห็นร่างของผู้ชายที่อยู่ห้องเดียวกับฉันนอนแอ้งแม้งอยู่หน้าประตู สภาพไม่ต่างอะไรกับคนสิ้นชีพ =O=;;

            “...” และก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา แต่ดูเหมือนว่าเขาค่อยๆ ลืมตาแล้วก็ยิ้มขึ้น

            ฟื้นแล้วเหรอ นายนี่ตายยากจริงๆ นะ ฮะๆ...”

            จะแช่งกันหรือไงฮะ

            เปล่าสักหน่อยฉันตอบปฏิเสธแล้วบู้ปากขึ้น

             เออนี่... ตกลงเราแบ่งกันอยู่ยังไง

            ก็แบ่งครึ่งห้องนี้ อยู่คนละครึ่ง ห้องที่ใช้ด้วยกันก็ห้องครัวกับห้องน้ำ นายจะไปไหนก็ไปเถอะ

            อือ... เธอชื่ออะไรนะ

            ฟอร์จูน... เรียกจูนพอแล้วฉันตอบเขาสั้นๆ แล้วเดินตรงไปที่ห้องนอนฝั่งตัวเองทันที

            เรียกฉันว่าอิมเมจแล้วกัน ไปล่ะแล้วเขาก็ลุกขึ้นจากพื้นที่เขานอนอยู่เมื่อกี๊ ก่อนจะดินออกไปด้านนอกแล้วปิดประตูลง

            ไปเล่นโน้ตบุ๊คสุดที่รักดีกว่า >_<

 

           

            ผมก็ขึ้นจากห้องมาหลังจากที่ไปว่ายน้ำออกกำลังกายที่ฟิตเนสที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากคอนโดฯนัก ตอนเข้าห้องต้องระวังดีๆ แล้วล่ะ เดี๋ยวจะได้สลบอยู่ตรงนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง

            เมื่อถึงห้อง ผมก็มานอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงอย่างสบายใจเพราะอาบน้ำมาแล้ว ไปหาอะไรกินในห้องน้ำ เอ้ย! ห้องครัวดีกว่า เพิ่งออกกำลังกายมาเหนื่อยๆ ผมก็เดินไปที่ห้องครัวเล็กๆ ซึ่งอยู่ข้างประตูห้อง ก็เดินตรงไปจนถึงตู้เย็น และหยิบเบียร์กระป๋องมา แต่ตอนปิดก็เห็นมีโพสต์อิตติดอยู่ที่ประตูตู้เย็น ผมก็แอบอมยิ้มขึ้นนิดๆ

            ปิดตู้เย็นให้แน่นๆ ล่ะ J

            พอผมลองมองไปที่อ่างล้างจาน ตรงฝาผนังก็ยังมีติดอีกว่า

            ปิดก๊อกน้ำแน่นๆ ค่าน้ำมันแพง รู้ไหม

            ผมว่าเธอนี่ประหยัดทรัพยากรโลกมากเลยนะเนี่ย ถึงขนาดแปะกันแบบนี้ แต่เธอจะไม่ประหยัดก็ตรงที่ซื้อโพสต์อิตมาติดทั่วห้องก็นี่แหละ

            ฮะๆ...

 

 

            ตอนดึกของคืนวันนี้ ฉันก็นำเชือกมาแขวนกั้นห้องระหว่างฉันกับอิมเมจเอาไว้และนำผ้าขนาดต่างๆ ที่มีมาแขวนกั้นไว้อีกชั้น แล้วก็นำโพสต์อิตเยอะแยะมากมายมาติดไว้ที่ผ้าเพื่อกันลืมต่างๆ เช่นสัปดาห์หน้าที่จะถึง ฉันก็เกือบลืมไปแล้วว่าเป็นวันเกิดของตัวเอง เฮ้อ... ลุกไปเทน้ำมาจิบมาดื่มดีกว่า

            โอ๊ย... อุ๊บ!” ระหว่างเดินนั้น ฉันก็ดันไปเตะเข้ากับอะไรสักอย่างที่ตกอยู่บนพื้นเข้า เพราะอิมเมจปิดไฟไว้ ตัวเองก็เกือบจะกรีดร้องขึ้นมาแล้ว แต่ก็ต้องรีบปิดปากไว้ก่อนที่ฉันจะไปปลุกนายนั่นตื่นขึ้น

            ไม่ด่งไม่ดื่มน้ำแล้ว L

            พรึบ!’

            จู่ๆ ไฟภายในห้องก็เปิดขึ้นเอง ทำให้ฉันที่กลับมานั่งเล่นอยู่บนเตียงสะดุ้งตกใจขึ้น ก็เลยค่อยๆ ลุกขึ้นไปดูที่ฝั่งตรงข้ามซึ่งอิมเมจนอนอยู่ พอชะเง้อดู ก็เห็นเขานั่งยิ้มและชูสองนิ้วพร้อมกับผ้าปิดตาที่เป็นรูปลูกตาอยู่ เห็นแล้วมันก็ทำให้ฉันหายเครียดไปได้นานเลยล่ะ

 

            A WEEK LATER, 7 AM

            ...FORTUNE’s BIRTHDAY

            ฮ้าว...” ฉันหาวหวอดๆ ขึ้นพร้อมกับเสียงนาฬิกาปลุกที่ยังคงร้องปลุกอย่างไม่เลิกรา

            หลังจากที่ฉันลุกขึ้นยืนและปิดการปลุกของนาฬิกาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เดินไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันและมาทำอาหารเช้าง่ายๆ ก็คือขนมปัง ไข่ดาวกับไส้กรอก แล้วก็ทำเผื่ออิมเมจไปด้วย

            ทำอะไรอยู่น่ะ...” เสียงง่วงๆ ของผู้ชายพูดขึ้นจากประตูห้อง

            ก็เตรียมอาหารเช้าให้นายนั่นแหละ

            งั้นเดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน...” เขาพูดทิ้งท้ายแล้วเดินกลับออกไปอีกครั้ง

            ตกลงฉันเป็นคนอยู่ร่วมห้องหรือคนใช้เขากันแน่เนี่ย -_-^

            ฉันก็ตักอาหารที่เพิ่งทำเสร็จเมื่อกี๊ใส่จานและจัดวางอย่างสวยงาม ก่อนจะไปชงกาแฟร้อนๆ สักแก้วให้อิมเมจและน้ำส้มคั้นสำหรับฉัน พอจัดโต๊ะจัดอะไรเสร็จเรียบร้อย เขาก็เดินออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนหนึ่งพอดี

            นายกินกาแฟหรือเปล่า ฉันชงไว้น่ะ

            อืม ขอบคุณนะเขาพูดและดึงเก้าอี้ตัวที่ใกล้มือของเขาที่สุดไปนั่ง โดยตัวนั้นเป็นตัวที่ฉันนั่งมาทั้งสัปดาห์ที่ย้ายมาอยู่แล้ว

            แต่ช่างเหอะ มันก็คงเหมือนกันหมดนั่นแหละ

            นี่ๆๆ วันนี้นายว่างหรือเปล่าฉันพูดและหยิบขนมปังในจานขึ้นมากัดหงับๆ

            ว่าง ทำไมเหรอ

            ก็กะจะชวนไปเที่ยวสักหน่อย

            ทั้งสัปดาห์ไม่เคยจะเห็นเธอจะชวนฉันไปไหนเลย แล้วไหนวันนี้คิดอะไรขึ้นมาล่ะ

            นายไม่ไปก็ช่างนะ วันเกิดฉันทั้งที จะพาไปเลี้ยงไม่เอา...”

            อ้าว วันนี้วันเกิดเธอเหรอ ขอโทษที ฉันไม่รู้เขาพูดแล้วยิ้มแหยๆ

            ก็เออน่ะสิ รีบๆ กินเร็วเข้า เดี๋ยวจะพาไปเที่ยว

            เวลาผ่านไปได้ประมาณ 20 นาที ฉันกับเขาที่เตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เดินออกมานอกคอนโดฯ ฉันก็ตัดสินใจพาเขาไปเที่ยวที่ห้างแถวๆ นี้นี่แหละ ไม่มีปัญญาจะไปกินเลี้ยงที่ร้านอาหารแพงๆ หรูๆ หรอก เดินจากคอนโดฯมาถึงห้างนี่ก็ไม่ใช่ระยะทางน้อยๆ เล่นเอาเสื้อเปรอะเหงื่อไปทั่วตัวเหมือนกัน

            เธอจะเลี้ยงใช่ป่ะ ^^”

            ถามทำไม หรือนายจะจ่ายให้ -_-”

            ไม่มีทาง Jเขายิ้มหยอกล้อแล้วหัวเราะใหญ่

            ผู้ชายสมัยนี้ขี้งกซะไม่มี =3=

            วันนั้นเอง ฉันก็มีปัญญาซื้อแค่ไอศกรีมถ้วยสองถ้วย สำหรับฉันกับเขาก็เท่านั้น แล้วก็พาเขาไปเดินเที่ยวในห้าง ฉันก็ได้ตุ๊กตาเพนกวินตัวเล็กๆ มาหนึ่งตัว เขาก็เลยได้โอกาสซื้อโมเดลหุ่นยนต์ที่เอามาต่อเองได้ เล่นเป็นเด็กเกินไปหรือเปล่าเนี่ย...

            ขอดูด้วยสิ -^-” ฉันพูดแล้วก็หยิบชิ้นส่วนโมเดลที่วางอยู่ในกล่องขึ้นมาดู

            อย่าสิ เดี๋ยวมันพังหมด

            มาๆ เดี๋ยวฉันช่วยต่อ ตอนเด็กๆ ฉันก็เล่นบ่อยนะ

            เธอจะไปทำอะไรก็ไปทำเถอะ รบกวนเวลาเธอกับฉันเปล่าๆ

            ชิ! ไปก็ได้ ไม่ต้องตามมาเลยนะฉันพูดประโยคสุดท้ายแล้วดันกล่องของเขาให้ชิ้นส่วนหล่นออกเกลื่อนกลาดพื้นอย่างไม่สนใจ และรีบลุกวิ่งหนีไปข้างนอกทันที

            อะไรของเขานะ...”

 

           

            เย็นวันนั้นที่เป็นวันเกิดของฟอร์จูน ผมก็พยายามหาวิธีง้อขอคืนดีกับเธอให้ได้ ในเมื่อวันนี้เป็นวันเกิดของเธอ วันเกิดก็ไม่ควรจะมีความเศร้า จริงไหมล่ะ

            ขอโทษแล้วนะ ยังไม่หายงอนอีกเหรอ =3=” ผมก็วิ่งตามเธอจนไปเจอเธอนั่งบนชิงช้าอยู่คนเดียว

            “...”

            เฮ้! เงียบแบบนี้ ใจฉันรู้สึกไม่ดีเลยนะ

            “...”

            “...”

            ฉัน... ไม่เป็นไรเธอเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับเช็ดคราบน้ำตาออกจากใบหน้า และยิ้มฝืนมา

            ขอโทษที่เมื่อตอนกลางวันฉันอารมณ์ร้อนไปหน่อย ยกโทษให้ฉันด้วยนะ

            ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันผิดเองแหละที่ไปยุ่งกับคนที่ไม่สนิทอย่างนาย นายรีบกลับห้องไปเถอะ อากาศเริ่มหนาวแล้ว เดี๋ยวนายจะไม่สบายเพราะฉันเอา

            จะกลับก็กลับพร้อมกันนี่แหละผมคว้ามือเธอขึ้นมา เห็นนั่งอยู่ที่ชิงช้าอยู่ ช่วยแกว่งให้ไหม

            ไม่เอา ฉันจะกรี๊ดด!”

            ผมไม่รีรอฟังคำตอบที่ต้องการจากปากเธอ และจัดการวิ่งไปด้านหลังและจับโซ่ทั้งสองเส้นให้แกว่งไปตามสายลมที่พัดผ่านมาและแรงดันจากมือของผม เธอก็กรีดร้องขึ้นแล้วจับโซ่ที่ชิงช้าแน่นด้วยความกลัว

            ไม่หล่นหรอกน่า หยุดร้องได้แล้ว ฉันแกว่งเบาๆ ก็ได้

            ไม่เอาแล้ว หยุดแกว่งก่อนๆ

            อ๊ะ ปล่อยก็ปล่อย เดี๋ยวเธองอนอีกผมก็ค่อยๆ ผ่อนแรงลงจนชิงช้าแกว่งเบาจนเกือบจะหยุด เธอก็ก้าวเท้าลงพื้นช้าๆ

            ชิ โชคดีนะที่วันนี้เป็นวันเกิดของฉัน ขืนวันอื่น ฉันโกรธนายไม่หายแน่นอน

            อื้ม กลับห้องกันเถอะ นี่ก็ดึกมากแล้ว...”

            ผมพูดและจับมือเธอ เราทั้งสองคนก็เดินอย่างช้าๆ กลับห้อง ระหว่างทางพวกเราทั้งสองคนก็เงียบ ไม่มีใครเอ่ยพูดออกมา สายตาแต่ละคนจับจ้องอยู่เพียงแค่ท้องฟ้าสีมืดครึ้ม กับแสงไฟรอบข้างจากร้านสะดวกซื้อหรืออื่นๆ

            เฮ้อ... หวังว่ารักจะไม่เป็นดั่งท้องฟ้ายามราตรีก็แล้วกัน

            TWO MONTH LATER, AT 4 PM

            ตื่นแล้วเหรอ ตื่นก่อนอีกแล้วนะ

            ผมลุกขึ้นจากเตียงได้ไม่นาน ก็เดินตรงไปที่ห้องครัวเหมือนเคยทุกวัน เพราะแน่นอนอยู่แล้วว่าฟอร์จูนจะต้องยืนทำอาหารอยู่แน่ๆ

            แล้วมันแปลกตรงไหนเธอหันหลังมาตอบแล้วยักไหล่

            ฉันขอถามได้ไหม... เธอจะอยู่ที่นี่อีกนานเท่าไหร่เหรอ

            ยังไม่รู้เหมือนกันน่ะ คงอีกสักเดือน เพราะเดี๋ยวฉันจะย้ายกลับไปอยู่กับพี่สาวแล้ว แล้วทำไมอยู่ดีๆ นายถึงถามฉันแบบนี้ล่ะ

            ก็... ช่างเถอะ ไม่มีอะไรหรอกผมตอบ เดี๋ยวมานะ โทรศัพท์ดังพอดีน่ะ

            ผมพูดเป็นประโยคสุดท้าย แล้วเดินกลับไปที่ห้องนอนของผมห้องเดิมอีกครั้ง

            [กว่าจะรับโทรศัพท์นะ]

            ...นั่นมันเสียงพี่ชายของผม

 

            [เอาล่ะ... ฉันให้เวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ ถ้ายังไม่กลับมาที่บ้าน อย่างหวังว่าจะได้เอ่ยปากมาเรียกฉันว่าพี่อีก เข้าใจไหม!]

 

           

            เขาออกไปได้ประมาณ 5 นาที แล้วก็ยังไม่กลับมาที่ห้องครัว ทำให้อาหารที่ฉันทำเสร็จตั้งนานแล้ว ก็เริ่มมีความเย็นเข้าไปแทนความอุ่นแล้ว ปล่อยทิ้งไว้แบบนี้แล้วจะอร่อยได้ยังไงนะ อาหารที่ฉันทำไปก็เสียเปล่าน่ะสิ =O=

            หลังจากที่ฉันเข้ามาอยู่กับเขาได้ 3 เดือนแล้ว ความผูกพันหรือความรู้สึกแรก มันก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป พอจะนึกกลับไปถึงตอนแรกที่เราทั้งสองคนเจอกัน ฉันก็มักจะหลุดหัวเราะออกมาบ่อยครั้ง ที่เราทะเลาะกันเรื่องห้อง หรือแม้แต่วันเกิดของฉัน ที่เขาทำฉันเสียใจไปทั้งวัน เฮ้อ... จะว่าไป ฉันเริ่มรู้สึกแปลกๆ กับเขาเข้าไปทุกๆ วันเลยนะเนี่ย ช่างเถอะ รอเขาต่อดีกว่า...

            พูดถึง เขาก็เดินเขามาในห้องพอดี

            ไปไหนมาตั้ง...”

            รีบกินเถอะ เดี๋ยวฉันมีธุระต้องไปต่อน่ะ

            เขาพูดตัดประโยคคำถามฉันไปซึ่งๆ หน้า โดยปกติแล้ว ถ้าไม่มีอะไรจริงๆ เขาจะไม่พูดตัดประโยคฉันแบบนี้นี่ แล้วนี่มันอะไร...

            มาๆ เดี๋ยวป้อนให้ >O<” ฉันก็หยิบขนมปังปิ้งที่ถูกหั่นแล้วมา

            ไม่ต้อง...” เขาพูดแล้วเคี้ยวอาหารในปากต่อ

            “...”

            ฉันได้แต่เงียบกริบ ไม่กล้าพูดไม่กล้าทำอะไรกับเขาต่อ เพราะน้ำเสียงของเขาเมื่อตะกี๊ มันเย็นชาจนรู้สึกได้ว่าผิดปกติ ทำให้ฉันยิ้มแห้งๆ ไปให้เขา แล้วกลับมากินของตัวเองต่อเพียงคนเดียว สักพัก เขาก็ลุกเดินออกไปโดยทิ้งขนมปังที่ถูกรับประทานไปเล็กน้อยไว้บนจาน กับกระป๋องเบียร์ที่ปกติแล้วเขาจะดื่มหมดกระป๋อง แต่วันนี้กลับเหลือเกือบเต็ม

            นี่มันจะชักผิดปกติไปแล้วนะ...

 

            ฮ้าว... =O=”

            เย็นวันนี้ ฉันก็ตั้งหน้าตั้งตาตั้งใจจัดปาร์ตี้เพื่อจะเซอร์ไพรส์อิมเมจเล็กๆ น้อยๆ เพราะเดี๋ยวนี้ ฉันเห็นเขาดูเครียดผิดปกติไปจากเดิมพอสมควร ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะเครียดเรื่องอะไรมากมายนักหนา หรือเขาจะเครียดเพราะฉันกันแน่นะ...

            อาหารที่ฉันทำให้เขานี้ ก็มีแต่อาหารที่เขาแสนจะโปรดปรานทั้งนั้น ฉันก็เคยถามๆ เขาอยู่เหมือนกันว่าชอบทานอะไร นี่ก็เกือบจะสองทุ่มแล้วนะ ทำไมอิมเมจยังไม่กลับมาที่ห้องอีกล่ะ ปกติถ้าเขาไปออกกำลังกายก็ไม่น่าจะกลับมาช้าเกินหนึ่งทุ่มนี่

            ...เขาจะรู้ไหมนะ ว่าฉันก็เป็นห่วงเขาเหมือนกัน

 

 

            ตอนนี้ผมจะอยู่ไหนมันก็ไม่สำคัญเท่ากับเรื่องที่พี่ชายของผมเพิ่งโทรศัพท์มาบอกเมื่อเช้านี้หรอก ความจริงของเรื่องทั้งหมด มันก็เกิดมาจากการที่ผมไปทะเลาะกับพ่อเรื่องที่มันไม่น่าจะกลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ผมก็โกรธจนระงับไม่ไหว จึงหนีออกมาจากบ้าน จนถึงวันนี้ก็ประมาณสามเดือนได้แล้ว ก็รู้อยู่ว่าครอบครัวเป็นห่วง แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ...

            ผมเงยหน้ามองหน้าต่างห้องที่ฟอร์จูนและผมใช้เวลาสามเดือนอยู่ร่วมกัน จากที่แสงไฟสว่างจ้าเมื่อกี๊ ตอนนี้ก็ถูกปิดลงไปเสียแล้ว วันนี้ผมก็คงไม่ได้กลับขึ้นไปบนห้องนั้นหรอก ไม่ใช่ว่ากลัวเรื่องของพี่ชาย แต่ผมกลับกลัวว่าเธอจะเสียใจซะมากกว่า ผมรู้ว่าวันนี้เธอจัดปาร์ตี้ให้ผม เพราะตอนที่ผมจะเดินไปออกกำลังกาย ก็เห็นเธอเดินไปซุปเปอร์มาเก็ตอยู่ เฮ้อ...

            คำว่า ขอโทษตอนนี้มันก็คงไม่พอแล้วสินะ

            A WEEK LATER

            เช้านี้ก็เป็นอีกวันที่ผมลุกขึ้นมาออกกำลังกาย และแน่นอนว่าเป็นกีฬาว่ายน้ำเหมือนเคย วันนี้คนที่ฟิตเนสในคอนโดใหม่ไม่ค่อยมีคนมาว่ายสักเท่าไหร่ ก็มีแค่ผมคนเดียวนั่นแหละ

            จู่ๆ ระหว่างที่ผมจะเดินไปเปลี่ยนชุดกลับ ก็ดันมีคนเปิดประตูออกมาจากห้องพอดี ทำให้ผมเดินชนประตูเข้าอย่างจัง แล้วภาพวันนั้น มันก็ดันกลับมาอีกครั้ง

            นี่นาย เป็นอะไรหรือเปล่าน่ะ

          ‘...’

          ฟื้นแล้วเหรอ นายนี่ตายยากจริงๆ นะ ฮะๆ...’

            เมื่อนึกขึ้นได้อย่างนั้น ผมก็รีบลุกขึ้นมาจากพื้นทันที ใช่! วันนี้เป็นวันที่เธอบอกว่าเธอจะอยู่เป็นวันสุดท้ายแล้วนี่นา ลืมไปสนิทได้ไงเนี่ย!

            ...ขอให้เธอยังอยู่ในห้องนะ

 

 

            ฉันก็ลุกขึ้นจากเตียงนอนอันแสนนุ่มของตัวเองไปอาบน้ำ ล้างหน้า และแปรงฟันเหมือนทุกๆ วันเป็นกิจวัตร แต่วันนี้ ฉันก็ต้องเก็บของทุกอย่างกลับลงกระเป๋าเหมือนวันแรกที่ย้ายมาแล้ว เพราะฉันสัญญากับพี่สาวไว้ว่าจะกลับไปอยู่กับพี่ และมันก็เป็นวันนี้พอดี

            สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ฉันก็ยังไม่เห็นอิมเมจกลับขึ้นมาบนห้องอีกเลย ตั้งแต่วันที่เขาถามฉันว่าฉันจะอยู่ถึงเมื่อไหร่ ฉันก็คงไม่มีโอกาสได้บอกลาเขาสินะ เขียนโพสต์อิตแปะไว้หน่อยก็คงไม่เสียหายอะไรหรอกมั้ง แต่เขาจะสงสัยหรือเปล่าว่าฉันหายไปไหน ก็คงไม่มั้ง ฉันก็บอกเขาไปแล้วนี่

            แล้วฉันจะกังวลเรื่องนี้ทำไมนะ... ในเมื่อเขาก็ไม่กลับมาแล้วนี่นา

            ระหว่างที่ฉันเก็บของไป สายตาก็ดันเหลือบไปเห็นตุ๊กตาเพนกวินตัวเล็กน่ารักที่เขาซื้อให้ในวันเกิดของฉัน ฉันจึงเอื้อมมือไปคว้ามันมา

            นี่ เขาจะไม่กลับมาหาฉันแล้วใช่ไหม...”

            ฉันพูดกับมันแล้วหัวเราะขึ้น จู่ๆ น้ำตาที่ฉันไม่อยากให้ไหล ก็ดันไหลออกมาทันที พยายามหยุดก็หยุดไม่ได้สักที เขื่อนแตกแล้วไหมล่ะ...

            เมื่อเก็บของเสร็จเรียบร้อย ฉันก็ตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียง และเดินไปรอบๆ ห้องเป็นครั้งสุดท้าย ครั้งสุดท้ายจริงๆ คิดไปคิดมาก็น่าขำเนาะ ฉันจะร้องไห้ไปทำไม ในเมื่อเขาก็คงไม่คิดอะไร ปล่อยให้ฉันคิดในใจอยู่คนเดียว ฉันบอกตัวเองพร้อมกับปาดน้ำตาออกจากใบหน้า

            ช่วงเวลาทั้งหมดที่ผ่านมา ระหว่างที่ฉันอยู่กับเขา แม้จะที่ใดก็ตาม ขอให้มันเป็นเพียงแค่...

            ปัง!’

            จู่ๆ ประตูหน้าห้องก็ถูกเปิดขึ้น และมีผู้ชายร่างสูงที่เสื้อมีหยาดเหงื่อเต็มตัวไปหมด เขาเงยหน้าขึ้นมาจากพื้นและสบตาเข้ากับฉันอย่างจัง

            อิมเมจ...

            ฟอร์จูน...” เขาเรียกชื่อฉันออกมา แล้วจู่ๆ ก็วิ่งตรงมาที่ร่างของฉันและกอดร่างกายของฉันอย่างแน่นหนา จนแทบหายใจไม่ออก

            นาย...” ฉันปริปากพูดออกไป และแอบยิ้มในใจเล็กน้อย

            ขอโทษ ขอโทษที่ไม่ได้บอกว่าจะไป แต่ฉันกลับมาแล้ว ได้โปรดล่ะ อย่าไปเลยได้ไหม

            อิมเมจ ฉันขอถามนายหน่อยได้ไหมฉันผลักเขาออกจากตัวของฉัน และเงยหน้าสบตา นาย...”

            ฉันรู้ว่าเธอจะถามอะไรเขาก็พูดคั่นขึ้นมา โอเค... มันพูดยากนะ แต่ก่อนฉันก็ไม่รู้หรอกว่าฉันคิดยังไงกับเธอ แต่พอฉันอยู่ห่างกับเธอแค่สัปดาห์เดียว มันก็เริ่มมีความรู้สึกแปลกๆ เข้ามา อาจจะเรียกว่าคิดถึงก็ได้นะ อยากโทรหา อยากมาเจอหน้า อยากคุย ฉันตัดสินใจจะพูดแล้วล่ะ ฉัน...” เขาก็ติดอ่างอยู่นาน และกลับไม่ยอมพูดมันออกมา

            “...”

            ฉันรักเธอเข้าแล้วล่ะ ฟอร์จูน...” เขาพูดและเงยหน้าขึ้นมาจากพื้น

            นายมัน... ฉันไม่ได้จะถามนายเรื่องนั้นสักหน่อยนะ -O-//” จากที่เมื่อกี๊ร้องไห้ ปรากฏว่าตอนนี้ น้ำตากับเหือดแห้งหายไปหมดแล้ว กลับมีแต่เพียงรอยแดงๆ บนหน้าก็เท่านั้น

            ฮะ... แล้วก็ไม่บอกตั้งแต่แรก

            เฮ้อ... ช่างมันเถอะ แต่มันจำเป็นจริงๆ ที่ฉันจะต้องไปนะ งั้นฉันจะแวะมาหานายบ่อยๆ แล้วกัน

            ไม่ได้หรอก เพราะฉันก็ต้องย้ายออกจากที่นี่ เอาเป็นว่าฉันจะโทรไปคุยกับเธอทุกวันแล้วกัน แล้วเธอค่อยบอกว่าอยู่ที่ไหน เผื่อฉันจะได้ไปหา

            อืม ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะ ฉัน... ฉันก็รักนาย ^^”

            เดี๋ยว อย่าเพิ่งไป ขอมือข้างซ้ายหน่อยเขาพูดและก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หลับตาลงด้วยนะ ^^”

            แล้วฉันก็หลับตาลงตามคำสั่งของเขา สักพัก เขาก็สั่งให้ฉันลืมตาขึ้น ฉันก็พบว่ามีกระดาษอยู่ในกำมือข้างซ้ายนั้น

            อะไรน่ะ

            ไม่บอก... เอาไว้ถ้าเธอถึงบ้านเมื่อไหร่ แล้วค่อยเปิดดู ถ้าเธอเปิดก่อน ถือว่าผิดสัญญานะ =3=”

            จะบอกก็บอกมาสิ ไม่งั้นฉันปาทิ้งถังขยะไม่รู้ด้วยนะฉันก็พูดไปด้วยความอยากรู้ แน่ล่ะสิ ยิ่งห้ามไม่ให้ดูเท่าไหร่ ก็ยิ่งอยากดูเท่านั้นแหละ

            งั้นเปิดเลยก็ได้...” เขาพูด และแกะมือของฉันที่กำอยู่ออก แล้วค่อยๆ คลี่กระดาษแผ่นนั้นออกมา ฉันก็จ้องมองมันด้วยความสนใจอย่างมาก แต่พอแกะออกมาแล้ว ก็พบกับความว่างเปล่าก็เท่านั้น

            ไม่เห็นจะมีอะไรเลย =3=”

            มีสิ... นี่แหละ สิ่งที่ฉันอยากจะบอกเธอ สิ่งของใดมันก็ไม่สำคัญหรอก ฉันจะไม่ให้แหวน แต่ฉันจะให้หัวใจดวงนี่ไปเป็นประกันความรักระหว่างเราสองคนแทน ได้ไหม ^^” เขาพูดแล้วกำมือฉันไปไว้ที่หน้าอกของเขา

            อื้ม!” ฉันตอบไปด้วยความมั่นใจ แล้วเป็นฝ่ายที่เข้าไปกอดเขาเอง

 

 

            ได้แค่นี้ ฉันก็ไม่หวังอะไรอีกแล้วล่ะ... J

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Rainbow ' (: จากทั้งหมด 1 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 ธันวาคม 2553 / 19:50
    แต่งดีอ่ะ
    ชอบๆๆ:)
    #4
    0
  2. วันที่ 6 ธันวาคม 2553 / 01:10
     น่ารักอ่ะ 
    #3
    0
  3. วันที่ 5 ธันวาคม 2553 / 21:27
    น่ารักดีค๊ะ 
    #2
    0
  4. วันที่ 5 ธันวาคม 2553 / 15:50
    น่ารักดีนะคะ ^[]^
    #1
    0