คัดลอกลิงก์เเล้ว

HanBin [ CLIMAX ]

โดย Loser is me

ตอนนี้นายจะเป็นอย่างไงบ้างนะ นายยังคงมีความสุขอยู่ใช่มั้ย นายจะยังคงทำในสิ่งที่นายรักอยู่ไหม? ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน สำหรับฉันแล้ว นายก็ยังคงเป็นคิมฮันบิน ที่ฉันรักอยู่เสมอ

ยอดวิวรวม

32

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


32

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  30 ต.ค. 62 / 19:41 น.
นิยาย HanBin [ CLIMAX ] HanBin [ CLIMAX ] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ผมทิ้งชีวิตวันรุ่น แล้ววิ่งด้วยเท้าเปล่ามาตลอด3ปี
หลังจากที่ฉันได้ร่ำลาครอบครัวและเพื่อนร่วมชั้นอย่าไม่ใยดี
ชีวิตในแต่ละวัน และอนาคตของฉันนั้นมันไม่แน่นอนเอาซะเลย
ฉันบอกให้พวกเขาเชื่อในตัวฉันว่า  "เราจะต้องประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน"
เพราะว่ามันไม่ใช่แค่ผมคนเดียว แต่ยังมีอีก 5 ชีวิตที่ร่วมทุกข์ ร่วมสุขด้วยกันมา
ฉันแบกรับภาระทั้งหมดเอาไว้บนบ่า และคอยมองหาหนทาง
ฉันทำได้แค่อดทนต่อภาระหร้าที่ที่มากมาย และความล้มเหลวเหล่านั้น
และตอนนี้ฉันอยากมองเห็นแสงสว่างแล้ว ฉันจึงวางอนาคตไว้บนเส้นทางนี้ 
พระเจ้าถามฉันว่า "นายจะไม่เสียใจภายหลังใช่ไหม"
ฉันจึงตอบกลับปอย่างไม่ลังเลเลยว่า "ทำไมผมต้องเสียใจด้วยล่ะ"
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากเวทีนี้ มันอาจจะสมหวังหรือล้มเหลวก็ได้
แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไร ฉันก็จะไม่หยุดที่จะก้าวเดินต่อไป
ไม่มีอะไรพิเศษหรอก นอกจากความตั้งใจจริง


ท่อนเเร๊ปของฮันบินในช่วงหนึ่งของเพลง ไคแม็ก

ฮันบินที่ฉันรู้ฉัน คือฮันบินที่ไม่ว่าจะล้มลงกี่ครั้งก็ไม่เคยที่จะหยุดฝันและก้าวเดินต่อไป ที่่ผ่านมานานต้องแบกรับภาระมากมาย กว่านายจะประสบความสำเร็จ และกลายมาเป็นไอค่อน ที่มีไอคอนิกที่รักนายมากมายขนาดนี้
พวกเรานั้นย่อมรู้ดีที่สุด ว่าฮันบินของเราผ่านเรื่องราวที่ยากลำบากมามากแค่ไหน ฮันบินของเราพยายามมากแค่ไหน และฮันบินของเรารักพวกเรามากแค่ไหน  

ถ้าฉันขอพรต่อพระเจ้าได้ข้อนึง ฉันจะขอ "ขอให้ฉันได้เป็นคนที่อยู่เคียงข้างนายในตอนที่นายทุกข์หรือเศร้าใจ เพื่อให้ฉันได้ปลอบและให้กำลังใจคนที่ฉันรักด้วยเถิด"
.
.
.
เรื่องนี้เราอยากลองเล่าเรื่องราวของติ่งที่รักในตัวศิลปิน ความรู้สึกของพวกเราที่อยากเข้าไปปลอบโยนและอยู่เคียงข้าง ความรู้สึกเศร้าใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากทวิตให้กำลังใจ และรอคอย เป็นห่วงอยู่อย่างห่างๆ 
ถ้าเรามีโอกาสที่จะได้เข้าไปอยู่ข้างๆ เราจะทำอย่างไร เพื่อปลอบโยนคนที่เรารักและมอบพลังให้แก่เขา
.
.
เราเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะแค่คิดถึง เป็นห่วง และนึกถึงวันเวลาต่างๆ และคิดว่าถ้าได้อยู่ตรงนั้น เราจะทำอย่างไง ทำให้เขารู้ว่าพวกเรารักเขามากแค่ไหน และเป็นห่วงเขามากแค่ไหน 

ย้ำอีกครั้งนึงเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่ผู้แต่งจินตนาการขึ้นนะจ๊ะ เป็นการมโนล้วนๆ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 ต.ค. 62 / 19:41


12 มิถุนายน 2562 
ฮันบินประกาศลาออกจากวง เนื่องจากมีข่าวพัวพันกับยาเสพติด โดยมีข้อความจากแชทกาเกาทอคเป็นหลักฐาน  หลังจากที่ฉันได้เห็นข่าวนี้หัวใจของฉันก็แหลกสลาย ฉันภาวนาขอให้ข่าวที่เห็นไม่ใช่เรื่องจริง ขอให้มันเป็นเพียงแค่ฝันร้ายของฉัน แต่ทุกอย่างก็เป็นความจริงที่เกิดขึ้น
ฮันบินได้โพสข้อความผ่านไอจีและแสดงความเสียใจและแสดงความรับผิดชอบต่อแฟนคลับและวงไอค่อนด้วยการลาออก ซึ่งเป็นการออกที่รวดเร็วมาก วายจี ค่ายต้นสังกัดก็ทำการลบรูปฮันบินออกจากสมาชิกวงไอค่อนได้รวดเร็วมาก ตอนนั้นหัวใจของฉันยิ่งกว่าแตกสลาย
"ไม่ต้องขอโทษก็ได้ น้องยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ"    "น้องแค่คิดจะลองแต่น้องยังไม่ได้ใช้มันจริงๆใช่มั้ย"  "ทำไมถึงได้ไวขนาดนี้ ทำใจไม่ทัน"  "ฉันไม่อยากให้เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นกับคนที่พยายามมามากขขนาดนี้"   "ข่าวนี้นานมากแล้ว แล้วทำไมอัยการถึงพึ่งรื้อคดีมาทำ"  "นายไม่ต้องเป็นห่วงความรู้สึกของเรามากขนาดที่ต้องลาออกจากวงหรอก พวกเราให้อภัยนายนะ"   ข้อความมากมายถูกทวิตขึ้นทันทีที่มีข่าวออกมา แฟนคลับต่างก็เสียใจและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  แต่พวกเราก็ทำได้เพียงแค่ทวิตให้กำลัง รอคอยต้นสังกัด  รอคอยฮันบิน 
.
.
ทำไมเรื่องพวกนี้ถึงต้องมาเกิดขึ้นกับศิลปินที่ฉันรัก เกิดขึ้นกับคนที่พยายามอย่างมาก คนที่แต่งเพลงทุกวัน คนที่เป็นเหมือนหนังสือเพลงให้กับค่าย คนที่ทำทุกอย่างเพื่อให้เพื่อนๆและตัวเองประสบความสำเร็จ 
คอนเสิรต์ที่ไม่มีฮันบิน เพลงที่จะไม่มีท่อนร้องของฮันบิน ไอค่อนที่ไม่มีฮันบินอีกแล้ว ฉันนึกภาพพวกนี้ไม่ออกจริงๆ ตอนนี้ฮันบินจะเป็นอย่างไงบ้าง ตอนนี้เขาจะเป็นอย่างไง  นี่คือสิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวของฉัน
ไอคอนิกหลายๆคนเศร้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและทำใจยอมรับเรื่องนี้ได้ยาก จนเวลาล่วงเลยไป แต่ความทรงจำและความคิดถึงของเราไม่เคยจางหายไป ยังคงมีไอคอนิกที่ทวิตรอวันที่ฮันบินจะกลับมา ยังคงมีคนทวิตขอให้เรื่องราวนี้เป็นความฝัน ถึงแม้จะเป็นฝันที่ยาวนานพวกเขาก็อยากให้มันเป็นแค่ความฝัน  "เรายังรอนายเสมอนะ ฮันบิน"
.
.
เวลาผ่านมายาวนาน ทั้งคอนเสริต์ที่ญุี่ปุ่น การเรียกสอบสวน และวันเกิดของฮันบิน ไอคอนิกทุกคนต่างก็ยังคิดถึงและเฝ้ารออยู่เสมอ รวมทั้งตัวฉันเอง ที่ยังคงเฝ้ารอและขอร้องให้ฮันบินได้กลับมา ไม่ว่าเขาจะกลับมาด้วยฐานะอะไร แต่ฉันภาวนาแค่อยากเห็นว่าตอนนี้เขามีความสุขดีไหม เขาจะหายเศร้าหรือยัง?  และฉันเฝ้าขอพรทุกวัน "ขอให้ความรู้สึกของฉัน ส่งไปหาเขา ขอให้เขาได้รับความรู้สึกที่คิดถึงและเป็นห่วงเขาจากแฟนๆทุกคน และขอให้เขากลับมายิ้มได้อีกครั้ง" นี่คือสิ่งที่ฉันพร่ำขอต่อพระเจ้าในทุกๆวัน  ไม่เคยมีสักวันที่ฉันจะลืมผู้ชายที่ชื่อ"คิมฮันบิน"  คิมฮันบินที่พยายามอย่างนัก คิมฮันบินที่ฝันจะประสบความสำเร็จ คิมฮันบินที่ทุ่มเทสุดกำลัง ฉันไม่เคยลืมฮันบินคนนี้เลยสักครั้ง
.
.
วันนี้ก็เหมือนกับทุกๆวัน ที่ก่อนนอนฉันจะต้องขอพรต่อพระเจ้า  ฉันกุมมือประสานกันไว้ที่กลางอก ก่อนจะหลับตาลงและเอ่ยขอพระต่อพระเจ้า "พระเจ้าค่ะ ลูกขอให้คิมฮันบินกลับมายิ้มได้อีกครั้ง ขอให้เขาได้กลับมาทำในสิ่งที่เขารัก ขอให้ความคิดถึงและความรู็สึกของไอคอนิกที่รักและเป็นห่วงเขาส่งไปถึงเขาด้วยเถอะค่ะ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนฉันก็จะรอ"  ฉันลืมตาขึ้นก่อนจะค่อยๆล้มตัวลงนอน
"เป็นห่วงเขามากเลยหรือ"  เสียงทุ่มต่ำของชายวัยกลางคนดังขึ้นในหัวของฉัน
"ค่ะ ฉันเป็นห่วงเขา"  ฉันตอบกลับในความคิด //ฉันอาจจะคิดมากไปจนคิดว่ามีคนรับรู้และรับฟังความรู้สึกของฉัน
"พรที่เจ้าภาวนาขออยู่ทุกวัน คือขอให้เขาได้รับรู้ความรู้สึกพวกนั้นสินะ"  เสียงในหัวดังขึ้นอีกครั้ง
"ค่ะ ฉันอยากปลอบและให้กำลังใจแก่เขา" ฉันตอบกลับในหัวอีกครั้ง
"ถึงแม้ว่า เจ้าจะต้องแลกกับความทุกข์ก็จะไม่เป็นไรใช่ไหม"  เขาพูดขึ้นอีกครั้ง
"ไม่มีอะไรเจ็บปวดและทุกข์ไปกว่า การที่เห็นคนที่เรารักเจ็บปวดและทำอะไรไม่ได้นอกจากรอคอยเเละให้กำลังใจอย่างห่างๆอีกแล้วละค่ะ"  ฉันตอบ
"ขอพรสิ ถ้าเจ้ายอมรับเงื่อนไข"  เสียงในหัวดังขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน แต่ฉันก็ตอบกลับทุกครั้งเพราะอย่างน้อยมันก็ช่วยปลอบประโลมความเศร้าในใจของฉันที่ไม่สามารถพูดออกไปได้
"ขอให้ฉัน ได้อยู่เคียงข้างเขาในยามที่เขาทุกข์ใจหรือเศร้าใจ ให้ฉันได้เป็นคนที่คอยปลอบและให้กำลังใจเขาในวันนั้นด้วยเถอะค่ะ"  ฉันเอ่ยปากขอแบบมีเสียงในขณะที่หลับตาและนอนอยู่บนเตียง
"ข้าทำได้เพียงแค่ส่งเจ้าไปยังห้วงเวลาในอดีตได้เท่านั้น และสร้างให้เจ้ามีส่วนร่วมกับห่วงเวลานั้นได้ แต่เมื่อเจ้ากลับมายังห้วงเวลาปัจจุบัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต คนที่เจ้าได้พบเจอ สิ่งที่เจ้าได้ทำลงไป จะเป็นเพียงความทรงจำเลือนรางของบุคคลในเวลานั้นหรืออาจเป็นเพียงแค่ความฝันที่ไม่อาจจะนึกออกได้  เจ้าจะยังอยากขอพรอยู่ไหม"  เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นในหัวฉันอีกครั้ง
"ถ้านี่คือความจริง ฉันก็ยังอยากขออยู่เหมือนเดิม"  ฉันตอบกลับ //ถึงแม้นี่จะเป็เนรื่องที่เชื่อได้ยาก แต่มันก็เป็นแค่สิ่งเดียวในตอนนี้ที่ปลอบประโลมหัวใจที่เศร้าหมองของฉันได้
"เลือกช่วงเวลาที่เจ้าอยากกลับเข้าไป และบทบาทที่เจ้าต้องการมาสิ"  เขาพูดอีกครั้ง
//ถ้าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดก็คงเป็นช่วงเวลาก่อนที่เรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้น// ฉันนึกในใจ
"ฉันขอไปในเวลาก่อนที่ฮันบินจะทักไปหาผู้หญิงคนนั้น ก่อนที่เขาจะรู้สึกหมดหวังจนอยากใช้ยา ช่วงเวลาก่อนหน้านั้นสัก 7 วัน ฉันขอแค่ 7 วันให้ฉันได้เข้าไปเป็นส่วนนึงของเขา"  ฉันพูดด้วยน้ำตา
"ข้าจะส่งเจ้าไปยังห้วงเวลาที่เจ้าขอร้อง และส่งเจ้าไปในฐานะเพื่อนของเขาที่รู้จักกันมานาน อาจจะเป็นเพื่อนในจินตานาการที่เขาสร้างไว้เเต่เจ้าจะมีตัวตน  แต่ระยะเวลา 7 วันอาจจะนานเกินไป เจ้าต้องแลกด้วยอะไรสักอย่างที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าเวลาที่เจ้าอยากกลับไปใช้"  เขายื่นข้อเสนอแก่ฉัน
"ฉันนึกไม่ออกหรอก"  ฉันตอบด้วยความเศร้า
"แลกกับเวลาของความสุขที่เจ้าจะได้รับสิ"  เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ความสุขของฉัน?" ฉันตอบกลับด้วยความสงสัย
"เจ้าจะต้องทนเจอเรื่องทุกข์ในชีวิต 4 ครั้ง แทนเรื่องที่จะทำให้มีความสุข เพื่อทดแทนกับเวลาที่ล่วงเลยมา เจ้าจะยอมรับไหม" เขาพูด
"ทุกข์มากแค่ไหนละคะ"  ฉันถามกลับ
"เป็นความทุกข์ที่จะเข้ามาแทนความสุขของเจ้า แต่ไม่ใช่ความทุกข์ใจมากมายหรือร้ายแรงมากหรอก ข้าเเค่ต้องการขโมยความสุขเพียงเล็กน้อยของเจ้า เเลกกับเวลาที่ล่วงเลยมา 4 วัน" เขาพูด
"ข้าไม่ได้อยากได้เวลาเหล่านั้นหรอกนะสาวน้อย แต่ถ้าเจ้าต้องการขอถึง 7 วัน เจ้าจำเป็นต้องแลก แต่ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่ขโมยความสุขที่สำคัญของเจ้าอย่างแน่นอน ข้ามาเพื่อช่วยเจ้า"
"ทำไมถึงเป็นฉันละคะ"  ฉันถาม
"ข้าคงสัมผัสได้จากหัวใจที่บริสุทธิ์ของเจ้า เทพอย่างข้าอาจไม่ใช่พระเจ้าที่จะสามารถสร้าง ทำลาย หรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่ข้าก็สามารถทำให้มนุษย์แบบเจ้ามหวังในเรื่องเล็กๆน้อยๆได้"  เขาพุดด้วยน้ำเสียงที่ดูใจดี
"เอาละ เจ้าจะยอมแลกความสุขเล็กๆเพื่อเพิ่มวันเวลาในอดีตหรือไม่"  เขาถามย้ำอีกครั้ง
" ค่ะ ฉันยอมแลก" ฉันตอบกลับ 
"แต่การกลับไปย่อมมีกฎ กฎเพียงข้อเดียวที่เจ้าต้องรักษาเอาไว้ให้ได้ คือจงอย่าสร้างความสัมพันธ์มากกว่าที่ข้ากำหนดให้ และอย่าเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ในช่วงเวลาเหล่านั้นที่จะส่งผลต่ออนาคต เจ้าทำได้ไหม? " เขาถามฉันอีกครั้ง
"ถ้าฉันเปลี่ยนแปลงมันจะเกิดอะไรขึ้น"  ฉันถาม
"เจ้าจะติดอยู่ในช่วงเวลานั้นและต้องดำเนินชีวิตในบทบาทนั้นโดยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือย้อนกลับไปได้ ครอบครัว เพื่อนพ้องที่อยู่ในความทรงจำของเจ้าและอยู่กับเจ้ามาจนถึงช่วงเวลานี้จะลืมเลือนเจ้าไปหมด ชีวิตของเจ้าจะเปลี่ยนไปตลอดกาล และมันอาจจะทำให้เจ้าหายไป ถ้าคนในช่วงเวลาอดีตลืมเลือนเจ้า เจ้าจะหายไป"  เขาพูดเตือน
"ค่ะ"  ฉันตอบรับ //นี่อาจเป็นเสียงในหัว ความฝันหรืออะไรสักอย่างที่อยู่ภายในใจฉันสินะ หลังจากคำอบและความคิดนี้ฉันก็หลับไป

ฉันลืมตาพร้อมกับบิดขี้เกียจก่อนจะลุกออกจากเตียงและเดินไปยังหน้าต่างมุมประจำของฉัน //ปึก// หัวของฉันโขกเข้ากับของแข็งอย่างแรง ทำให้ฉันตาแจ้งตื่นจากอาการงัวเงียในยามเช้า "อะไรฟร่ะเนี้ยยยยย" ฉันบ่นพรึมพรำกับตนเอง  
"ยังไม่เลิกซุ่มซ่ามอีกหรือไง" เสียงของผู้ชายดังขึ้นด้านหลังฉัน ฉันหันกลับไปมองด้วยความเร็วแสงพร้อมกับความคิดในหัว //ใครฟร่ะ ใครมันกล้าเข้ามาในห้องฉัน//
"ฮันบิน" ฉันพูดเบาๆ พร้อมกับน้ำตาที่ค่อยๆเอ่อร้นออกมา
"นี่เธอตกใจอะไรของเธอ เราก็เจอกันทุกวันไหมละ" เขาพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินมาขยี้หัวของฉันอย่างอ่อนโยน
"นี่ ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย 
"นี่ เธอเป็นอะไรของเธอเนี้ย กินยาเกินขนาดหรือไง"  เขาพูดก่อนจะเดินไปนั่งที่เตียงด้วยท่าทางที่ดูคุ้นชิน
//เมื่อคืนไม่ใช่ความฝันหรอว่ะ เกิดอะไรขึ้นวะเนี้ยยยยยย// ฉันคิดในใจพร้อมกับเอามือประสานขึ้นกุมหัวก่อนจะทรุดตัวลง
"เห้ย!!  มีโซ ๆเป็นอะไรไป" ฮันบินพุ่งตัวเข้ามาประคองฉันอย่างไว
"ฉันชื่ออะไรน่ะ" ฉันถามเขาอีกที ด้วยน้ำเสียงที่ดูตกใจ
"มีโซ" เขาพุดเบาๆแล้วจ้องมองมาที่หน้าของฉัน
"เรารู้จักกันใช่ไหม" ฉันถามด้วยด้วยตกใจรุกรี้รุกรนอีกครั้ง
"อืม" เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาจับที่หน้าผากของฉัน
"เธอเป็นไร ไม่สบายหรอ" เขาถามด้วยความเป็นห่วง
"ช่วยเล่าเรื่องของฉันให้ฟังหน่อยสิ" ฉันพูดและจ้องมองไปที่ใบหน้าของเขา พร้อมกับน้ำตาที่พร้อมจะไหลอยู่ตลอดเวลา //ถ้านี่คือพรที่ฉันขอจริง ๆละก็ ฉันจะทำทุกอย่าง เพื่อรักษานายไว้ในอนาคตข้างหน้า// 
"โอเค ๆถ้ามันจะทำให้เธอเลิกตกใจแล้วก็.....เลิกร้องไห้ได้" เขาพูดพร้อมกับจ้องมองฉันอย่างอ่อนโยน
"เรารู้จักกันตั่งแต่เด็ก ตอนนั้นเธอเป็นคนบอกว่าอยากให้ฉันเป็นนักร้อง แล้วเธอก็เป็นคนสมัครออดิชั่นให้ฉัน เธอกับฉันเราสนิทกันเหมือนพี่ชายกับน้องสาว แล้วเราก็อยู่ด้วยกันแบบนี้มาตลอดหลังจากที่พ่อแม่เธอเสีย เธอยังงอแงอยู่เลยตอนที่ฉันไปเป็นเด็กฝึก แล้วต้องไปอยู่หอ แล้วดูตอนนี้สิ เธอไล่ฉันทุกวันฮ่า ๆ " เขาพูดก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ
ทันทีที่จบคำพูดของเขาฉันก็โผล่เข้ากอดเขาทันที  "มันคือความจริงสินะ" ฉันพูดเบาๆ
"อย่าเป็นอะไรไปอีกคนละ แค่นี้ฉันก็เครียดพอแล้ว"  เขาพูดพร้อมถอนหายใจ ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไป

วันแรกที่ฉันได้มาที่นี่ฉันพยายามสำรวจทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ พยายามเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวที่ผ่านมา ฉันกับเขามีส่วนเกี่ยวข้องกันจริงๆแบบที่เทพได้บอกฉัน เรามีช่วงเวลาร่วมกันตั่งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  เรามีช่วงเวลาร่วมกันมากมาย มากจนฉันอยากขอบคุณเทพเจ้าตนนั้นที่ได้มอบพรที่วิเศษที่สุดให้แก่ฉัน  ฉันพยายามสังเกตุเขาเสมอในขณะที่เขากำลังนั่งทำเพลงอยู่

ฮันบินใช้เวลาเกือบทั้งวันในวันว่างไปในห้องอัดเพลง เขาอยู่ในนั้นเกือบ 15 ชั่วโมง ก่อนจะเดินออกมาหาฉันที่อยู่ด้านนอก 
"หิวแล้ว ไปกินไรกันดี" เขาพูดด้วยรอยยิ้มกับฉันเสมอ
"เอ่อ.........แล้วแต่นายเลยละกัน" ฉันตอบกับด้วยรอยยิ้ม
"งั้น......ไส้ย่างไหม ฉันอยากกินพอดี ของโปรดเธอด้วยนะ"  เขาพูดและเดินมาตบที่ไหล่ของฉัน  "ไปเปลี่ยนเสื้อสิ ข้างนอกหนาวมากนะ" เขาพูดพร้อมกับเดินเข้าไปยังห้องของตนเอง
//ไส้ย่าง?  อิหยังว่ะ? บ่มักเด้อออออ นี่กูไปชอบกินตอนไหนว่ะเนี้ย โอ้ยยยย ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ จะดีอยู่แล้วเชียว// ฉันบ่นพรึมพรำในใจกับตัวเองพร้อมท่าทางหุดหงิดเล็กน้อย(รึเปล่านะ)

เราสองคนพากันเดินมายังร้านไส้ย่างที่อยู่ใกล้ๆที่พัก ฉันเองก็ไม่เคยออกมาข้างนอกซะด้วย วันนี้ทั้งวันฉันก็เอาแต่อยู่ในบ้าน พอได้ออกมาแล้วก็แปลก ๆ แต่สำหรับเขาแล้วนี่คงเป็นกิจวัตรประจำวันสินะ
"สั่งสิ" เขาพูดพร้อมกับพยักหน้าแล้วมองมาที่ฉัน
"นายสั่งเลย ฮ่า ๆ" ฉันตอบกลับพร้อมเสียงหัวเราะแห้ง ๆ 
"โอเค" เขาพูดเเละหันไปสั่งอาหารอย่างเชียวชาญ
"วันนี้เธอแปลก ๆ ไปนะ เหมือนกับว่า ไม่ใช่เธอคนเดิมที่ฉันรู้จัก"  เขาพูดเเละจ้องมองด้วยความสงสัย
"ฮ่าๆ ฉันไม่ค่อยสบายน่ะ แล้วก็เหมือนจะจำอะไรไม่ค่อยได้ด้วย"  ฉันแถสุดชีวิตพร้อมปาดเหงื่อ
"ห่ะ!! เธอจำอะไรไม่ค่อยได้แล้วหรอ  แล้ว แล้วเธอยังจำฉันได้ไหม" เขาพูดด้วยน้ำเสียงรุกรี้รุกรน
"จำได้สิ" ฉันตอบด้วยรอยยิ้ม
"เฮ้อ.....ฉันนึกว่าก้อนเนื้อในสมองเธอมันจะขยายขึ้นอีก จนทำให้เธอจำฉันไม่ได้แล้วซะอีก"  เขาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า 
"นายบอกว่าอะไรนะ ฉันมีก้อนเนื้อในสมองงั้นหรอ?" ฉันถาม
"นี่.....เธอลืมหรอ?"  เขาพุดด้วยสีหน้าที่วิตกกังวลกว่าเดิม
"อืม" ฉันตอบสั้นๆ
"เธอมีเนื้อหงอกในสมอง มันอาจจะขยายใหญ่ขึ้นจนอาจจะไปกดทับเส้นประสาท แล้วก็อาจจะทำให้เธอตายได้ แต่ว่าไม่เป็นอะไรหรอกนะ ฉันจะดูแลเธอจนกว่าจะได้ผ่าตัดเอง"  เขาพูดด้วยรอยยิ้ม
"ผ่าตัด?" ฉันพูดสั้นๆ
"ช่างมันเถอะน่า กินได้แล้วละ" เขาพูดและคีบไส้ย่างยื่นใส่ปากฉัน  //ต้องกินจริงหรอว่ะ// ฉันคิดในใจ แต่ก็อ้าปากรับอย่างช่วยไม่ได้
ฉันพยายามฝืนกินก่อนจะรีบกลืนมันลงไปให้ไวที่สุดแล้วกระดกน้ำตาม //พรวดดดด//  
"นี่มันโซจูนี่"  ฉันสำลักทันทีที่น้ำเข้าไปในปากของฉัน
"ฮ่า ๆ วันนี้เธอดูตลกดีนะ" เขาพูดพร้อมกับหยิบกระดาษทิชชู่ให้กับฉัน
ฉันอมยิ้มเล็กน้อย หลังจากนั้นเราก็กินอาหารกันต่อ ฉันเลือกสั่งหมูย่างมากินแทน บนโต๊ะอาหารทำให้ฉันได้รู้ว่า คิมฮันบินของฉันอ่อนโยนมากแค่ไหน และมีความสุขมากแค่ไหน แล้วอะไรนะ ที่ทำให้เขาต้องอยากใช้ยา ไม่ว่ายังไงฉันจะต้องหาให้เจอแล้วก็พยายามเตือนเขาให้มากที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้ในตอนนี้ ฉันอาจจะเปลี่ยนอะไรไม่ได้ แต่ฉันก็จะพยายามให้ถึงที่สุด

วันที่ 2 ฉันเริ่มต้นวันนี้ด้วยกิจวัตรประจำวันที่เหมือนเดิม นั่นคือเดินสำรวจไปเรื่อย ๆ ค้นหานู้นนี่นั่น //ถ้าได้ดูโทรศัพท์เขา คงจะได้รู้อะไรมากเลยเนอะ//ฉันคิดในใจ แต่ฉันกับเขาจะสนิทกันมากถึงขั้นที่จะขอเล่นโทรศัพท์ของกันและกันได้ไหมนะ
"ฮันบิน" ฉันเรียกเขาในขณะที่เขากกำลังจะเดินเข้าห้องอัดเสียงอีกครั้ง
"ห่ะ!" เขาตอบสั้นๆแล้วเดินเข้ามาหาฉันที่นั่งอยู่บนโซฟา
"โทรศัพท์ " ฉันพูดเบาๆ ทำให้เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้น
"โทรศัพท์อะไร" เขาถามฉันพร้อมกับใบหน้าที่แทบจะชิดใบหน้าฉัน
"เอ่อ......." ฉันอ้ำอึ้งไม่กล้าพูด
"โทรศัพท์เธอหายอีกแล้วหรอ"  เขาพูดพร้อมกับขมวดคิ้วและเพ็งมองฉัน
"ใช่ ใช่แล้วละโทรศัพท์ฉันมันหายไปอีกแล้ว"  ฉันรีบใช้โอกาสนี้แถสุดฤทธิ์  ทั้งๆที่ก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าไอ้โทรศัพท์ฉันเนี้ยมันมีรึเปล่า
"ใช้ของฉันก่อนสิ แต่อย่าเล่นนนานมากละ เดี๋ยวจะปวดตา แล้วก็อย่าไปดูอะไรที่เครียด ๆจนทำให้ปวดหัวอีกละ" เขาพูดด้วยถ้อยคำที่ออุ่นเช่นเคย พร้อมกับใช้มือหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงและยื่นให้กับฉัน ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องอัดเสียง
ในโทรศัพท์ของเขาจะมีอะไรบ้างนะ แอปแรกที่ฉันเปิดเข้าไป แน่นอนว่าต้องเป็นกาเกาทอค ฉันภาวนาขอให้เขายังไม่ทักผู้หญิงคนนั้นไป ฉันเลื่อนหาข้อความอย่างใจจดใจจ่อ แต่ก็ไม่พบข้อความในข่าว คงไม่ใช่วันนี้สินะ ฉันค้นหาอะไรไปเรื่อย ๆ และฉันก็รู้ว่าฮันบินคนนี้ต้องแบกรับภาระไว้มากแค่ไหน ฮันบินที่นึกถึงคนอื่น ๆเสมอ ในโทรศัพท์ของเขาเต็มไปด้วยแผนการและวันสำคัญต่าง ๆ ของคนสำคัญของเขาเต็มไปหมด มันทำให้น้ำตาของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันเองก็ไม่รู้ตัว ยิ่งฉันได้เห็นข้อความในแชทกลุ่มของไอค่อนมากขึ้นเท่าไหร่ หัวใจฉันก็เจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้นเมื่อรู็ว่าในอนาคตอันไม่ไกลนี้ พวกเขาจะต้องแยกจากกัน ฮันบินคนนี้จะต้องพบเจอกับความทุกข์ ไอค่อนที่จะไม่มีฮันบิน สมาชิกที่ยอมแหกกฏเพียงเพื่อต้องการบอกว่าเขาคิดถึงฮันบินมากแค่ไหน อนนี้หัวใจของฉันมันเจ็บปวดไปหมด เจ็บปวดจนฉันอย่างเปลี่ยนแปลงช่วงเวลา ถึงแม้ว่าฉันจะต้องหายไปก็ตาม
ความเศร้าที่อยู่ในใจของฉัน ทำให้อาการและโรคที่ฉันเป็นอยู่ในมิตินี้กำเริบขึ้นมา ฉันปวดหัวแบบสุดๆ ราวกับว่าหัวของฉันกำลังถูกเหล็กหน้าบีบคั้นทั้งสองข้างด้วยความหนักหน่วง ฉันล้มลงพร้อมกับจับน้ำตาที่ยังไหลอยู่อย่างไม่จบสิ้น ถึงแม้ร่างกายฉันจะปวดร้าวมากแค่ไหนก้ไม่เท่ากับหัวใจของฉันที่ปวดร้าวอยู่ตอนนี้

วันที่ 5  ฉันลืมตาขึ้นมาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ที่ข้างๆเตียงของฉันมีผู้ชายตัวเล็กผิวขาวกำลังฟุบหลับอยู่ ฉันจ้องมองใบหน้านั้นด้วยความเป็นห่วง และค่อยๆใช้มือของฉันสัมผัสกับศรีษะของฉันอย่างเบาๆ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือของเขาขึ้นมาจับที่มือของฉัน 
"เธอหลับไปตั้ง 2 วันนะ" เขาพูดพร้อมกับค่อยๆเงยหน้าขึ้น
"อืม" ฉันตอบสั้นๆ
"เป็นอะไรไป เธอไม่เคยเศร้าแบบนี้มาก่อน ครั้งสุดท้ายที่ฉันเห็นน้ำตาของเธอก็คือวันที่พ่อแม่เธอจากไป จากนั้นมาเธอก็ไม่เคยร้องไห้อีกเลย แม้ว่าเธอจะรู้ว่าเธอเป็นโรคร้าย แต่เธอก็ไม่เคยยอมร้องไห้สักครั้ง แล้วทำไม ทำไมครั้งนี้เธอถึงร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นหน้าของฉัน"  เขาพูดพร้อมกับทำคิ้วขมวดเเล้วจ้องมองมาที่ใบหน้าของฉัน 
ฉันอดใจไม่ได้ที่จะไม่ร้องไห้เมื่อรู้ว่าข้างหน้าจะเจอเหตุการณือะไรขึ้น น้ำตาของฉันมันไหลออกมาทุกครั้ง ทุกครั้งจริงๆที่ฉันได้เห็นเขาใกล้ๆแบบนี้  ฉันพยายามกลั้นน้ำตาก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสที่ใบหน้าของเขา
"ฉันเหลืออีกเวลาอีกไม่มากแล้วนะ ที่จะอยู่กับนายแบบนี้ แต่รู้อะไรไหม ถึงแม้ว่ามัจะเป็นเเค่ช่วงเวลาสั้น ๆ และฉันต้องพบเจอเรื่องเลวร้ายหรือโรคร้ายมากมายแค่ไหน ฉันก็มีความสุขมากเลยละที่ได้ใช้เวลาตรงนี้กับนาย ฉันอยากให้นายจำเอาไว้เสมอนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายจะยังมีฉันอยู่กับนายเสมอตรงไหนสักแห่งบนโลกใบนี้หรือในความฝันและความทรงจำของนาย ฉันจะอยู่กับนายเสมอ ในวันที่นายเศร้าและเจ็บปวดที่สุด ฉันจะอยู่กับนายในนี้นะ" ฉันพูดด้วยเสียงที่เศร้าสร้อยก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือไปสัมผัสที่หน้าอกของเขาข้างซ้าย
"ใครจะปล่อยให้เธอหายไป" เขาพูดพร้อมกับจับทือของฉันที่กำลังสัมผัสหน้าอกของเขาอยู่
"เธอจะต้องอยู่กับฉันไปตลอดแบบนี้แหละ  คอยดูแลฉันในตอนที่ฉันท้อแท้ ให้กำลังใจฉันเหมือนที่เคยให้มาเสมอ"  เขาพูดด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง  ก่อนจะดึงมือของฉันขึ้นไปสัมผัสที่แก้มของเขาอย่างอ่อนโยน


ฉันใช้เวลาในวันที่ 3 -5 ไปกับการหลับไหลและใช้ชีวิตในโรงพยาบาล ฉันเหลือเวาอีกแค่ 2 วัน ที่จะได้ใช้เวลาร่วมกับเขา ฉันอยากทำสองวันนี้ให้มีความหมายมากที่สุด ฉันขอร้องฮันบินให้พาฉันออกไปเที่ยวข้างนอก แต่เขาบอกกับฉันว่าเขาออกไปไม่ได้จริง ๆ ฉันเลยทำได้แค่กลับมาใช้ชีวิตภายในบ้านเหมือนเดิม  ฮันบินที่คอยมอบรอยยิ้มให้กับฉัน วันนี้เขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาดูกังวล //หรือนี่อาจจะเป็นวันที่เกิดเรื่อง// ฉันคิดในใจ ก่อนจะเดินไปยังห้องอัดเสียง  ฉันหยุดอยู่ที่หน้าห้องพร้อมกับความคิดที่ตีกันในหัวของฉัน //เข้าไปดีไหมว่ะ หรือจะไม่เข้าไปดี ทำไมอยู่ ๆก็กลัวล่ะ// ฉันคิดทบทวนอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป
"ฮันบิน" ฉันพูดทักเขาเบาๆ ก่อนที่เขาจะค่อยๆหันมา
"ใครบอกให้เะอเข้ามาห่ะ!! นี่เธอลืมหรือไงว่านี่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของฉัน เป็นที่ที่เธไม่มีสิทธิเข้ามา ในบ้านหลังนี้เธอจะอยู่ตรงไหนก็ได้แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่"  เขาตะคอกใส่ฉันเสียงดังก่อนจะเดินเข้ามาหาฉัน 
ตัวฉันสั่นไปหมด น้ำตาก็เหมือนกับจะเอ่อล้นออกมาอีกครั้ง ฉันก้มมองลงไปและเห็นว่าในมือของเขากำลังกำโทรศัพท์ไว้แน่น 
"นายจะทำอะไร" ฉันถามกลับพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา //นายจะทำแบบนั้นไม่ได้นะ//ฉันคิดในใจ
"ออกไป" เขาพูดเบาๆก่อนจะจับไหล่ของฉันเเล้วค่อยๆดันให้ฉันออกไป
"ไม่!!" ฉันตะโกนเสียงดัง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มาจากมือของเขา
"เอาคืนมา" เขาพูดด้วยความโมโหแต่ก็พยายามกดเอาไว้
"ฉันถามว่านายจะทำอะไร" ฉันพูดด้วยด้วยน้ำเสียงที่ค่อยๆดังขึ้น
"เรื่องของฉัน" เขาพูดแล้วดึงโทรศัพท์มือถือออกจากมือของฉัน
"ไม่ว่านายจะทำอะไร หรือตัดสินใจอย่างไง ฉันก็จะไม่ออกไป และต่อให้ฉันต้องหายไป ฉันก็จะเปลี่ยนมันให้ได้ ฉันจะเปลี่ยนมันตอนนี้ ตรงนี้และฉันจะเปลี่ยนมันเดี๋ยวนี้" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่นก่อนจะแย่งโทรศัพท์ออกมาจากมือเขา และวิ่งออกมา
ฉันวิ่งไปเรื่อยๆโดยไม่รู้จุดหมายปลายทาง ขอแค่ออกมาให้ไกลจากเขาก่อนก็พอ ฮันบินตามฉันมาอย่างไม่ลดละ เขาคว้ามือของฉันและดึงฉันเข้าไปหาเขา
"เธอทำบ้าอะไรของเธอ" เขาตะคอกใส่หน้าฉัน
"ฉันก็กำลังจะทำเรื่องบ้าๆ เพื่อห้ามความคิดบ้าๆขอนายไง" ฉันตอบ
"เธอรู้ได้ไง" เขาพูดเบาๆ 
"นายคิดจะทำอะไรของนาย ห่ะ!! นายคิดว่าถ้านายใช้มันแล้วนายจะหายเครียด คิดว่านายจะคิดงานออกหรือไง แล้วแฟนๆนายละ ครอบครัวนายละ เพื่อน ๆของนายละ ถ้านายใช้มันขึ้นมาจริง ๆแล้วมันกลายเป็นข่าวขึ้นมาในอีกไม่นาน นายคิดว่าคนที่รักนายจะเสียใจมากแค่ไหน แล้วตัวนายเองจะต้องเสียใจมากแค่ไหน เพราะฉันนั้นต่อให้ฉันจะหายไป ฉันก็จะไม่ยอมให้นายทำแบบนี้"  ฉันพูดด้วยความโมโห และน้ำต่ที่ไหลอาบไปทั่วใบหน้า
"ขอโทษ ฉันขอโทษ ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว เธอเลิกร้องไห้ได้แล้วน่า" เขาพุดพร้อมกับเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาของฉันอย่างอ่อนโยน
"สัญญาสิ" ฉันพูดเเละจ้องมองไปที่ใบหน้าของเขา
"อืม" เขาตอบด้วยรอยยิ้มก่อนจะสวมกอดฉัน

เรากลับมายังบ้าน ก่อนจะพุดคุยกัน ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ฮันบินเกือบพูดเรื่องนั้นออกมาแล้ว แต่เพราะฉันเข้าไปก่อนทำให้บทสนนาเป็นเพียงแค่ช่วงที่เขาทักไปหาผู้หญิงคนนั้นเท่านั้น ฉันบล็อคข้อความของเธอและสั่งห้ามไม่ให้ฮันบินยุ่งเกี่ยวกับของพวกนี้อีก
"สัญญากับฉันได้ไหม ว่าไม่ว่ายังไง นายจะไม่เข้าไปยุ่งกับมันอีก" ฉันพูดขณะที่จ้องมองไปที่เขา
"อืม ก็สัญญาไปหลายรอบเเล้วไง สัญญามาตลอดทางเลย" เขาพูดด้วยรอยยิ้ม
"ฉันรู้แล้วละ ว่าเธอเป็นห่วงฉันมากแค่ไหน รู้แล้วว่าไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน เธอก็จะอยู่กับฉันเสมอที่ไหนสักแห่ง ในหัวใจของฉัน เธอพูดมาเป็นร้อยรอบได้แล้วมั้ง" เขาพูดพร้อมกับขยี้หัวของฉัน
"ไปนอนได้แล้วละ ฉันไม่ทำแล้ว ขอบคุณนะ"  เขาพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องของเขา
"ฮันบิน" ฉันตะโกนเรียกเขาอีกครั้ง
เขาหันมาและเดินกลับมาหาฉันอีกครั้ง "มีอะไร" เขาพูด
"ขอบคุณนะ ที่นายสัญญา" ฉันพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะสวมกอดเขา
"เป็นอะไรอีกเนี้ย ยายคนนี้"  เขาพูดและกอดตอบฉัน
"พรุ้งนี้อาจจะไม่มีฉันอีกต่อไปแล้ว เรื่องราวที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเเพียงความฝันของนาย หรือความทรงจำเลือนรางของนาย หรือไม่ฉันก็อาจจะหายไปตลอดกาล แต่ฉันอยากให้นายรู้ไว้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะมีอะไร ไม่ว่านายจะต้องทนทุกข์ใจอีกมากแค่ไหน ฉันจะอยู่กับนายเสมอในหัวใจลึก ๆของนาย สัญญากับฉันได้ไหม ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนึกไว้เสมอ ว่ายังมีแฟน ๆที่รักและเชื่อมั่นในตัวนาย แฟน ๆที่เป็นห่วงและรักนายมากกว่าอะไรทั้งนั้น พวกเขารักนายมากนะ มากพอๆกับที่ฉันรักนายเลยละ" ฉันพูดพร้อมน้ำตา
"อืม ฉันรู้แล้วละ" เขาพูด เรากอดกันอยู่พักใหญ่ ๆก่อนที่จะแยกย้ายกันเข้าห้องของตัวเอง

ฉันกลับเข้ามายังห้องและกำลังจะล้มตัวลงนอน  "เจ้าทำผิดกฎ เจ้ารู้ตัวหรือไม่" เสียงของเทพเจ้าดังขึ้นอีกครั้ง
"ฉันรู้ตัวดีค่ะ" ฉันตอบกลับ
"เจ้าตัดสินใจแล้วใช่มั้ย ว่าจะทำเยี่ยงนี้ ข้าย้อนเวลากลับไปให้เจ้าได้อีกครั้งนะ ถ้าเจ้าขอร้อง" เขาพูดกับฉัน
"ไม่ค่ะ ฉันจะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด"  ฉันพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
"แม้ว่าเจ้าจะหายไปตลอดกาล ก้ไม่เป็นอะไรสินะ" เทพเจ้าบอกกับฉันอีกครั้ง
"ค่ะ" ฉันตอบรับ
"ถ้าเจ้าเลือกเส้นทางนี้ ข้าก็คงทำได้เพียงปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฏกาลเวลา" เทพเจ้าพูดกับฉันและหายไป
ถึงแม้ว่าฉันจะหายไปก็ม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นอะไรจริง ๆ พอคิดแบบนี้ฉันก็เอาแต่ร้องไห้ออกมา แล้ววันเวลาก้ผ่านเลยไป


วันที่ 7 
"ตื่นได้แล้ว" เสียงของฮันบินกระซิบที่ข้างหูของฉันในขณะที่ฉันนอนหลับอยู่
"อืม" ฉันตอบรับเบาๆ ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นมา
"วันนี้เธออยากทำอะไร" เขาถามฉันทันทีที่ฉันลุกขึ้น
"ฉันอยากใช้เวลาทั้งวันนี้อยู่กับนายตลอดทั้งวั แบบไม่ห่างไปไหนแม้แต่นิดเดียวเลยละ อยากกอดนายเอาไว้ตลอด ๆ อยากมองหน้านายจนถึงวินาสุดท้ายของวัน อยากจับมือนาย อยากจดจำนายไปตลอดทั้งวัน" ฉันพูดพร้อมกับจ้องมองที่ใบหน้าของฮันบิน
"งั้นก็มาทำแบบนั้นเถอะ" ฮันบินพูดด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะอุ้มฉันขึ้น 
"นี่นายจะพาฉันไปไหน" ฉันร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ
"อาบน้ำไง" เขาพูดแกล้งฉัน
"จะบ้าหรอ ไม่ต้องขนาดนี้ ฮ่า ๆ" ฉันพูดพร้อมหัวเราะออกมาก่อนที่เขาจะปล่อยฉันลง
"รออยู่ข้างนอกละ" เขาพุดและเดินออกไป
//มาทำวันสุดท้ายให้ดีที่สุดเถอะ// ฉันคิดแบบนี้แล้วก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะเดินไปหาฮันบินที่โต๊ะอาหาร
"เชิญครับ" ฮันบินเลื่อนเก้าอี้เพื่อให้ฉันเข้าไปนั่ง  เราทานอาหารกันอย่างมีความสุข
วันทั้งวันนี้ฉันใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเล่นกับเขา พูดคุยกับเขา หัวเราะกับเขา และสร้างความทรงจำดีๆร่วมกันมากมาย
แต่เวลาก็ย่อมเดินเร็วเสมอเมื่อเรามีความสุข ฉันอยู่กับฮันบินทั้งวันจริงๆ ตอนนี้เราทั้งสองคนนั่งอยู่บนชิงช้าสวรรค์ และกัลพูดคุยกัน
"เธอก็ยังคงเป็น เด็กน้อยของฉันอยู่เสมอเลยนะ ทุกครั้งที่ฉันตามใจเธอ เธอจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งเลย" เขาพุดด้วยรอยยิ้ม
"ก็เพราะว่าฉันรักนายไง" ฉันตอบด้วยรอยยิ้ม
" วันนี้เธอบอกรักฉันไปทั้งหมดกี่ครั้งเเล้วน้าาาา"  เขาพูดพร้อมกับทำท่านับนิ้ว
" ฉันบอกรักนายทุก ๆ  3 นาทีเลยละ ฮ่า ๆๆ" ฉันพูดพร้อมกับหัวเราะออกมา
"แล้วฉันเคยบอกรักเธอบ้างหรือยัง" เขาถามและจ้องมองมาที่ฉัน
"ฮ่าๆ" ฉันขำกลบเกลื่อน //ไม่เป็นไรหรอกน่า ถึงนายจะไม่รักฉันก้ไม่เป็นไร ฉันขอแค่ฉันได้พูดและบอกกับนายก็พอแล้ว//
"ฉันรักเธอนะ" ฮันบินพูดเบาๆ ก่อนจะค่อย ๆ ยื่นหน้าเข้ามาหาฉัน ริมฝีปากของเขาประกบลงที่ริมฝีปากของฉันอย่างอบอุ่นและนุ่มนวล ก่อนที่ทุกอย่างจะค่อย ๆ เลือนลางหายไป ก่อนที่ร่างกายของฉันจะค่อยๆเลือนหายไป
"อย่าลืมคำสัญญาละ" ฉันพูดกับเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ร่างของฉันจะสลายไปอย่างสมบูรณ์

12 มิถุนายน 2019 
ไอค่อนประกาศทัวร์คอนเสริต์ 10 ประเทสเพื่อฉลองความสำเร็จกับบทเพลง Love scenario ที่มียอดเข้าชมทะลุ 500 ล้านวิว หลังจากปล่อยเพลงออกมา ไอค่อนก็ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง และมีแฟน ๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
"อะไรที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้คะ" นี่เป็นข้อความของพิธีกรคนนึงที่ทำการสัมภาษณ์ไอค่อน หลังจากที่พวกเขาโ่งดังไปทั่วโลก
"ผู้หญิงคนนึงครับ เธออยู่ในความฝัน และก็อยู่ในหัวใจของผมเสมอ ผมแต่งเพลงนี้เพื่อบอกกับเธอว่า เธอไม่เคยหายไป แม้ว่าเรื่องราวทั้งหมดมันจะเป็นแค่ความฝันที่จบลงไปแล้ว" ฮันบินพูดด้วยรอยยิ้ม
"คุณบอกว่าผู้หญิง คุณมีแฟนแล้วหรอคะ"  พิธิกรแกล้งถาม
"ครับ เธอเป็นแฟนของผม เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมรัก และรักมาโดยตลอด เป็นคนที่ผมไม่มีทางลืมได้"  เขาพูดด้วยรอยยิ้ม
"แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนคะ" พิธิกรถามย้ำอีกครั้ง
"เขาอยู่ในหัวใจของผมครับ"  ฮันบินพูดพร้อมกับเอามือทาบที่หน้าอกข้างซ้ายของเขา
"ผู้หญิงของฮันบินไม่มีจริงครับ เธอเป็นเเค่ความฝัน แต่เป็นฝันที่ฮันบินคิดว่ามันจริงนะครับ ฮ่า ๆ" ฐ้อบบี้พูดแก้ต่าง
"เป็นมุขหรอคะเนี้ย" พิธิกรทำท่าท่างขำ 
"เธอมีตัวตนครับ เธอคือไอคอนิกทุกคน" ฮันบินพูดปิดฉากจบ
"ผมอยากบอกไอคอนิกว่าถึงแม้ว่าความรักของเรามันจะจบลงในวันข้างหน้า แต่มันจะไม่มีทางจางหายไปจากหัวใจของผม ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ขอบคุณความรัก ความห่วงใย ผมสัญญาว่าจะเป็นฮันบินที่ขยันและเป็นฮันบินที่ดีกว่าเดิมเพื่อให้ทุกคนภูมิใจครับ"  เขาพูดพร้อมกับน้ำต่ที่เอ่อล้นออกมา


"ฉันไม่เคยลืมเธอเลยนะ ถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันจะไม่มีทางได้เจอเธออีก" 


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Loser is me จากทั้งหมด 3 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัปเดต

  • รักดราม่า

    2

    4/8

    0

    0%

    6 ธ.ค. 62

  • แฟนฟิคเกาหลี

    เรื่องสั้น

    2/32

    1

    0%

    30 ต.ค. 62

  • แฟนฟิคเกาหลี

    เรื่องสั้น

    7/146

    1

    0%

    20 ต.ค. 62

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 babiMIN (@minibabimin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 23:13

    :))))))))
    #1
    0