ตอนที่ 9 : ตอนที่ 5 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 832
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    28 พ.ย. 60

น้ำ ผู้ชายคนนี้เป็นใคร?” นิธิศบอกไม่ได้ว่าทำไม แต่ทันทีที่เห็นหน้าผู้ชายคนนี้เขาก็รู้สึกไม่ถูกชะตาเอาซะเลย โดยเฉพาะสายตาที่ผู้ชายคนนี้ใช้มองผู้หญิงของเขา ทั้งยังมีการเรียกชื่อที่สนิทสนมนั่นอีก

ไอ้กุ๊ยนี้มันเป็นใคร!

ผมไม่คิดเลยว่าระดับผู้บริหารผูกเนกไทใส่สูทก็พูดจาไร้มารยาทเป็นด้วย รฐนนท์ตอบกลับไปด้วยท่าทางไม่ยี่หระ

กับคนที่แต่งตัวเหมือนกุ๊ยข้างถนนอย่างแกไม่จำเป็นที่ฉันต้องมีมารยาทด้วยหรอก ฉันสามารถสั่งให้รปภ.มาลากแกออกไปจากที่นี่เมื่อไรก็ได้นิธิศสวนกลับกร่างเต็มที่ ไม่รู้รปภ.ข้างล่างปล่อยแกขึ้นมาได้ยังไงหรือบางทีแกอาจจะเข้าใจผิดว่านี่ที่เป็นที่รับสมัครคนงานก่อสร้าง

ผลั่ก!

ธารินีรวบรวมแรงทั้งหมดสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนของนิธิศ ไม่สนว่าจะทำให้เขาไม่พอใจแล้วก้าวเข้ามายืนอยู่ระหว่างชายหนุ่มร่างสูงทั้งสอง สายตาเหลือบหันไปมองทางรฐนนท์ก่อนโดยไม่รู้ตัว

ตกลงไอ้หมอนี่... คำพูดของนิธิศชะงักเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตที่ตวัดมองกลับมา

ใบหน้าและแววตาของธารินีบอกชัดถึงความไม่พอใจ

นิธิศเองก็ใช่ว่าจะชอบใจนัก แต่เขาจำต้องอ่อนข้อลงให้ก่อนเพราะไม่อยากทะเลาะกับคู่หมั้นสาวต่อหน้าผู้ชายที่เขาไม่ถูกชะตาคนนี้

คุณเบญจรีปล่อยให้ผู้ชายคนนี้เข้ามาพบคุณในห้องนี้ตามลำพังได้ยังไง? ความจริงสภาพแบบนี้ไม่น่าจะผ่านรปภ. ข้างล่างมาได้ด้วยซ้ำ แบบนี้มันน่าไล่ออกให้หมดจริงๆ

คุณรฐนนท์เขาเป็นเพื่อนเก่าของฉัน เขาผ่านมาธุระแถวนี้ก็เลยแวะมาหา

แล้วก็มารับน้ำไปกินข้าวเที่ยงด้วย รฐนนท์เสริมอีก พร้อมกับดวงตาคมที่ส่งประกายล้อเลียนไปที่นิธิศ แต่คำพูดประโยคนี้ก็ทำให้เขาได้ดวงตากลมที่ตวัดหันมาขึงใส่ด้วยเหมือนกัน ชายหนุ่มทำหน้าซื่อเอ่ยเสียงใส ผมเสนอเป็นเจ้ามือแล้ว ผมไม่คืนคำหรอกนะ

คุณจะไปกินข้าวกับไปไอ้หมอนี่งั้นเหรอ?” นิธิศถามเสียงสูง สายตากวาดมองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะบิดเป็นยิ้มเย้ยหยัน คนอย่างแกจะมีปัญหาจ่ายค่าอาหารให้น้ำกิน?

ผมมีพอที่จะเลี้ยงข้าวน้ำสามมื้อไปตลอดชีวิตเลยละครับ

นี่แก!!

พอที!” เสียงหวานใสตวาดลั่น พวกคุณหยุดหาเรื่องกันได้ไหม

มันกวนประสาทผมก่อนนะ!” นิธิศเอ่ยเสียงเข้มทันทีอย่างไม่พอใจ แล้ววันนี้ผมตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะมารับคุณไปกินกลางวัน เพราะฉะนั้นคุณก็ยกเลิกนัดไอ้หมอนี่ไปซะ!

ธารินีมองคนออกคำสั่งด้วยสายตาเย็นชา แต่เธอยังไม่ทันจะพูดอะไร เสียงทุ้มของอีกคนก็ดังขึ้นซะก่อน

อ้าวคุณครับ ทำแบบนี้ไม่น่าเกลียดไปหน่อยหรือไง ผมมาก่อนนะ

แต่ฉันเป็นคู่หมั้นของน้ำ”

ก็แค่คู่หมั้น ใช่ว่าจะได้แต่งงานกันสักหน่อย

นิธิศต้องข่มอารมณ์ตัวเองเอาไว้ก่อนจะตอบกลับ

คิดว่าตัวเองฝันอยู่หรือไง ฉันจะบอกให้รู้เอาไว้นะ คนที่จะได้ตัวน้ำก็คือฉัน ผู้ชายที่จะอยู่บนเตียงของน้ำก็คือฉัน!!

อย่าเอาคำพูดต่ำๆ หยาบคายของคุณมาใช่ในห้องทำงานส่วนตัวของฉันนะคุณนิธิศ!” เสียงหวานพูดขึ้นอย่างเฉียบขาด มือทั้งสองกำแน่น แก้มเนียนแดงก่ำเพราะความโกรธจัด

นิธิศกำลังจะโต้แย้งแต่ธารินีไม่ให้โอกาสเขา

คุณเองก็ด้วย หยุดพูดจายียวนชวนหาเรื่องคนอื่นซะที

รฐนนท์ยิ้ม แต่ไม่พูดอะไร

นิธิศกัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจ ยิ่งเห็นท่าทางกวนประสาทของรฐนนท์ด้วยแล้วเขาก็ยิ่งอยากจะเข้าไปอัดสั่งสอนให้อีกฝ่ายรู้สำนึกสักหมัดสองหมัด ถ้าไม่ติดว่าชายตรงหน้ามีรูปร่างที่สูงและดูกำยำกว่าเขาพอและยังมีอะไรยางอย่างในตัวผู้ชายคนนี้ ที่ทำให้สัญชาตญาณของนิธิศร้องเตือนว่าไม่ควรจะหาเรื่องเอาตัวไปแลก

ผมขอโทษเรื่องที่พูดจาหยาบคายไปหน่อย แต่ผมไม่เห็นว่าจะผิดตรงไหน สิ่งที่ผมพูดมันกำลังจะเกิดขึ้นจริงๆ  ยังไงซะเราก็จะต้องแต่งงานกันอยู่แล้ว” นิธิศไม่ใช่คนที่จะยอมรับความผิดง่ายๆ “และผมอยากจะเตือนคุณหน่อยนะน้ำ คุณควรจะเลือกคบเพื่อน    สักหน่อย คนสมัยนี้ไว้ใจไม่ได้หรอกนะ ที่สำคัญพ่อคุณก็คงไม่ชอบนักหากรู้ว่าคุณมีเพื่อนท่าทางเหมือนกุ๊ยข้างถนนแบบนี้

ฉันมีความคิดมากพอ และคุณไม่จำเป็นต้องเอาคุณพ่อฉันมาอ้างหรอก ธารินีตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงและท่าทางเย็นชายิ่งกว่าเดิม

ผมเตือนเพราะเป็นห่วงคุณนะ

ฉันขอบคุณในความเป็นห่วงของคุณ แต่คุณก็ควรจะรู้ว่าฉันไม่ชอบให้ใครมาออกคำสั่ง ฉันจะคบหากับใครมันก็เป็นเรื่องของฉัน เหมือนที่ฉันไม่เคยสนใจว่าคุณจะคบหาหรือนอนกับใคร!

นิธิศรู้สึกเสียหน้าขึ้นมาทันทีเมื่อถูกหญิงสาวตอกกลับอย่างเจ็บแสบ และเขาก็ยิ่งรู้สึกเจ็บใจขึ้นเมื่อหันไปพบสายตากวนๆ ของชายหนุ่มที่หญิงสาวอ้างว่าเป็นเพื่อนเก่า

ผมว่าคุณรีบๆ ลาเพื่อนคุณดีกว่า เราจะได้ไปกินข้าวกันสักที

อ้าวแล้วผมละครับ?”

แกก็ไปกินของแกเองสิ คนอย่างแกอย่างดีก็ได้แค่พาน้ำไปกินอาหารข้างถนนเท่านั้นแหละ ไปเถอะน้ำอย่าเสียเวลาพูดล่ำลากับไอ้หมอนี่เลย ผมจองร้านอาหารอิตาเลี่ยนเอาไว้แล้ว!

อย่าดูถูกร้านข้างถนนสิครับ ร้านดังๆ อร่อยๆ ออกทีวีก็มีเยอะแยะไป ไอ้ร้านอาหารหรูๆ เสิร์ฟแต่อาหารเลี่ยนๆ ตามชื่อนั่นน่ะผมไม่เห็นมันจะน่าพิสมัยตรงไหน อาหารพวกนั้นเขาทำให้พวกฝรั่งเมืองหนาว บ้านเราอากาศร้อนจะตายไป กินเข้าไปมากๆ ระวังไขมันมันจะจุกคอนะคุณ

แม้จะยังโกรธและอารมณ์เสียจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า แต่ธารินีก็ห้ามตัวเองไม่ได้ หลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ

เหตุผลก็เพราะทุกคำที่ชายหนุ่มคนนี้เอ่ยตรงกับความคิดเธออย่างไม่ผิดเพี้ยนเลยแม้แต่นิดเดียว

เธอสงสัยมานานแล้วว่าทำไมคนรอบกายถึงได้ชอบอาหารประเภทนี้กันนัก ทั้งๆ ที่มันแทบไม่ได้มีความอร่อยเลยสักนิด จริงอยู่มันอาจจะอร่อยและน่าลิ้มลองอยู่บ้าง หากนานทีปีหนรับประทานสักครั้ง โดยส่วนตัวแล้วธารินีชอบอาหารพื้นบ้านของไทยมากกว่า โดยเฉพาะอาหารที่มีรสชาติจัดจ้านเผ็ดร้อน เมนูโปรดอย่างหนึ่งของเธอก็คือส้มตำปูปลาร้ารสจัด

เสียงหัวเราะของหญิงสาวทำให้นิธิศหัวเสียยิ่งกว่าเดิม

ส่วนรฐนนท์เหลือบมองใบหน้าหวานที่มีประกายขบขันแล้วก็อดที่จะยิ้มไปด้วยไม่ได้

หึ ที่แกพูดอย่างนี้ไม่ใช่เพราะแกไม่มีปัญหาจ่ายค่าอาหารราคาแพงหรอกเหรอ ถ้ายอมรับมาดีๆ มันก็ไม่ทำให้เสียหน้านักหรอก”

“คุณนี่ยังไงนะ เคยฟังคนอื่นพูดบ้างหรือเปล่า ผมบอกว่าไม่ชอบ ไม่ได้บอกว่าจ่ายไม่ได้สักหน่อย”

“เก็บคำแก้ตัวของแกเอาไว้กับตัวเถอะ!” นิธิศไม่สนใจ เขาหันไปคว้าข้อมือธารินีแล้วฉุดหญิงสาวให้ออกเดิน

“นี่คุณนิธิศ!” ธารินีร้องเสียงหลง แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะอีกฝ่ายแรงมากกว่า

นิธิศเดินไปได้เพียงแค่ไม่กี่ก้าวก็ต้องชะงักเพราะมือหนาของรฐนนท์เอื้อมมือจับที่ข้อมือเขาเอาไว้

นิธิศเลื่อนสายตามองที่ข้อมือตัวเอง แล้วเลื่อนขึ้นไปมองสบตารฐนนท์ ส่งคำสั่งผ่านทางสายตา แต่อีกฝ่ายจ้องกลับมาด้วยสายตาเย็นชา

“ปล่อยมือเถอะครับ”

“แกจะวอนหาเรื่องให้ได้เลยใช่ไหม!

“ผมไม่ได้จะหาเรื่อง แต่คุณกำลังทำให้น้ำเจ็บ”

“เรื่องของคู่หมั้น คนนอกอย่างแกไม่มีสิทธิ์!

รฐนนท์ไม่พูดอะไรอีก เพียงแค่เพิ่มแรงบีบบนข้อมือของอีกฝ่ายเบาๆ เป็นการเตือน นิธิศหน้านิ่ว ตอนแรกเขาก็พยายามจะต่อต้าน แต่พอรู้สึกว่าข้อมืออาจจะหักคามืออีกฝ่ายได้ เขาก็จำต้องยอมปล่อย เขาหันไปทางธารินีแล้วเอ่ยเสียงขุ่น

เห็นไหมน้ำเพื่อนคุณพยายามหาเรื่องผม!

ผมไม่ได้จะหาเรื่อง แต่ผมทนไม่ได้ที่คุณดูจะถนัดแต่ทำร้ายร่างกายของน้ำ สุภาพบุรุษเขาไม่ทำให้สุภาพสตรีเจ็บเพราะการฉุดกระชากลากถูหรอก โดยเฉพาะเวลาที่ผู้หญิงเขาไม่ได้เต็มใจจะไปด้วยแบบนี้

ใบหน้านิธิศแดงจัดจากอารมณ์โกรธที่ปะทุขึ้น

ธารินีเห็นว่าถ้าปล่อยให้สองคนนี้คุยกันเรื่องราวคงจะลุกลามใหญ่โตกว่านี้แน่ หญิงสาวจึงรีบเข้ามายืนอยู่ระหว่างชายหนุ่มร่างสูงทั้งสองอีกครั้ง

พอเถอะ พวกคุณไม่อายที่จะมีเรื่องชกต่อยกันที่นี่ แต่ฉันอาย

คุณกำลังปกป้องมันนะน้ำ คุณพ่อคุณคงภูมิใจหรอก!

หยุดเอาคุณพ่อมาขู่ฉันเถอะนิธิศ คุณกำลังทำตัวหยาบคายกับเพื่อนของฉันและฉันคงต้องเตือนคุณหน่อยนะว่าตอนนี้เรายังเป็นแค่คู่หมั้นกัน ฉันยังมีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ ซึ่งฉันเลือกที่จะไปกินข้าวกลางวันกับเพื่อนของฉัน”

ธารินี!!

ฉันรู้ว่าตัวเองชื่ออะไร ธารินีเอ่ยเสียงเย็นพร้อมกับใบหน้าจริงจัง ใบหน้าที่บอกนิธิศได้เป็นอย่างดีว่าหญิงสาวตัดสินใจแน่วแน่แล้ว และไม่ว่าเขาจะทำอย่างไร เรื่องนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง

นั่นเองที่ทำให้นิธิศต้องจำใจยอมแพ้ แม้เขาจะเจ็บใจที่ตนเองเสียหน้ามากก็ตามที

ก็ได้น้ำ มื้อนี้ผมจะอนุญาตให้คุณไปกับเพื่อนของคุณ แต่เย็นนี้ผมจะไปส่งคุณที่บ้านและผมหวังว่าคุณจะไม่มีข้ออ้างมาบ่ายเบี่ยงอีก เพราะวันนี้คุณพ่อคุณเรียกผมไปกินข้าวที่บ้านเอง บางทีท่านอาจจะอยากพูดเรื่องงานแต่งงานของเราก็ได้ ผมเองก็ให้เวลาคุณมาตั้งสามปีแล้ว เพราะฉะนั้นควรจะถึงเวลาแล้วเสียที!”

นิธิศยอมหลีกทางก็จริง แต่เขาก็ทิ้งประโยคที่ทำให้ธารินีรู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระชากด้วยมือที่มองไม่เห็นด้วยเช่นกัน

หญิงสาวได้แต่ยืนเม้มริมฝีปากแน่น ประโยคสุดท้ายที่นิธิศเอ่ยทิ้งไว้ก่อนจากไป ทำให้ความหวาดกลัวพุ่งขึ้นมาจับที่ขั้วหัวใจ ทำให้เลือดในการมันเย็นเฉียบจนแทบจับเป็นก้อนแข็งเลยทีเดียว

รฐนนท์จ้องมองบานประตูไม้ที่ถูกปิดลงอย่างแรง ขณะที่ในใจขบคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คำพูดและท่าทางของผู้ชายที่ชื่อนิธิศนั้นแสดงอย่างชัดเจนว่าเขากำลังหึงหวง

ตอนแรกที่อ่านประวัติ เขาคิดว่านิธิศต้องการหมั้นกับธารินี เพราะต้องการฮุบกิจการใหญ่โตมูลค่านับพันล้านต่อจากผู้เป็นพ่อของหญิงสาว แต่ตอนนี้เขาคงต้องคิดใหม่เสียแล้ว นิธิศอาจจะมีนิสัยเจ้าชู้และมากรัก มีผู้หญิงมากมาย แต่ดูเหมือนชายเจ้าเล่ห์มากรักคนนั้นเองก็มีของที่รักและหวงยิ่งกว่าสิ่งใดเหมือนกัน

ของที่ผู้ชายอย่างนิธิศถนุถนอม หวงแหน ของสำคัญที่มีชื่อว่าธารีนี จรุงเลิศทรัพย์

ความคิดนั้นทำให้ริมฝีปากหนาของรฐนนท์ยกกระตุกขึ้นอย่างเหยียดหยัน สำหรับคนคนนี้รฐนนท์บอกไม่ถูกเลยว่าเขาโง่หรือมั่นใจเกินไปกันแน่

คุณพอใจแล้วใช่ไหม?” เสียงขุ่นเคืองดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธทจัดกำลังจ้องมองมาที่เขา

ใบหน้าหวานที่บึ้งตึงจนริมฝีปากบางคู่เชิดขึ้นเป็นรูปสามเหลี่ยมแหลมกับดวงตาคู่สวยหรี่ลงจนเล็กแคบนั้นให้ความรู้สึกเหมือนใบหน้าของแมวน้อยขี้หงุดหงิดนักในสายตาของรฐนนท์ น่ารักสียจนชายหนุ่มเกือบที่จะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว

แต่ถ้าเขาหลุดยิ้มออกไปละก็ เขาอาจจะเป็นอีกคนที่โดนไล่ตะเพิดออกจากห้องทำงานของเธอก็ได้

คุณกำลังสะใจใช่ไหมที่สามารถทำให้นิธิศโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไปแบบนั้นได้

คุณพูดเหมือนผมตั้งใจไปกวนโมโหเขาอย่างนั้นแหละ?”

หรือไม่ใช่?”

รฐนนท์เจอสายตากลมโตที่จ้องมองเขม็งมา ก็อดยกมือทั้งสองข้างขึ้นในท่ายอมแพ้ไม่ได้

ก็ได้ๆ ผมยอมรับว่าผมตั้งใจกวนโมโหคู่หมั้นของคุณ แต่คุณจะยกความผิดนี้ให้ผมคนเดียวไม่ได้นะ ในเมื่อคุณเองก็ใช้ผมเป็นโล่ไล่คู่หมั้นตัวเองเหมือนกัน ชายหนุ่มว่ากลับอย่างรู้ทัน ทำเอาร่างบางถึงกับชะงักไปบ้าง

อาการเพียงน้อยนิดนั้นไม่ได้พลาดไปจากสายตาคมเข้มที่จับจ้องมองอยู่เลยสักนิด

ยอมรับมาเถอะว่าคุณเองก็ไม่ได้อยากไปกินข้าวกลางวันเลี่ยนๆ อะไรนั่น

ฉันยอมรับว่าฉันไม่ได้ชื่นชอบอาหารประเภทนั้น ธารีนีตอบกลับไปเรียบๆ ก่อนจะเดินผ่านร่างสูงของรฐนนท์กลับไปนั่งที่เก้าอี้     บุนวมหนานุ่มหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่

จะเที่ยงแล้วนะคุณ เสียงทุ้มเข้มร้องขึ้น เมื่อเห็นร่างบางจับปากกาด้ามสีเงินสวยขึ้นมาในมือ ก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารปึกหนาที่ดึงออกมาจากตู้เอกสารตู้ใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหนึ่งของผนังห้อง

ถ้าหิวก็ออกไปหาอะไรกินสิ จะมายืนบ่นทำไมเสียงหวานตอบกลับมา โดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากเอกสารด้วยซ้ำ คุณมาที่นี่เพื่อแก้เผ็ดนิธิศ ตอนนี้คุณทำสำเร็จแล้ว เพราะฉะนั้นคุณก็ควรจะกลับไปได้แล้ว

คิ้วหนาของรฐนนท์เลิกสูง ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้

ช่างประชดประชันเสียจริงนะแม่คุณ! ชายหนุ่มคิดอย่างขันๆ ในใจ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาร่างบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ มือหนาเอื้อมไปแย่งปากกาในมือของหญิงสาวมา

การถูกขัดจังหวะนั้นทำให้ธารินีต้องเงยหน้ามอง หวังจะต่อว่าที่เขาบังอาจมารบกวนเวลาของเธอ แต่สิ่งที่เธอตั้งใจจะทำเป็นอันต้องเป็นหมัน เพราะรฐนนท์ไม่เพียงดึงปากกาด้ามเงินไปอย่างเดียวเท่านั้น เขายังจับพนักเก้าอี้หมุนให้ตัวเธอหันหน้าไปเผชิญหน้ากับเขาแล้วตั้งใจโน้มตัวลงมาใกล้ จับจังหวะให้พอดิบพอดีกับตอนที่หน้าของเธอมาหยุดตรงหน้าเขา

ลมหายใจของธารินีชะงัก ร่างบางผงะเฮือกถอยหลังจนแผ่นหลังเอนชิดพนักเก้าอี้ด้านหลัง แต่คนหน้าไม่อายยื่นหน้าตามติดทันทีเช่นกัน

ผมบอกคุณตั้งแต่แรกแล้วนะว่าผมมารับคุณไปกินข้าวกลางวัน

ดวงตากลมโตจ้องมองดวงตาคมสีดำสนิทเพื่อจะค้นหาร่องรอยของการโกหก แต่เธอก็ไม่พบเลยสักนิด

ไม่ได้เจอคุณแค่สองวัน แต่คุณดูผอมไปมากเหลือเกิน นี่ปกติคุณกินอะไรบ้างหรือเปล่า หรือเอาแต่ทำงานจนหน้าแทบติดแฟ้มเอกสารอย่างเดียว

มันเรื่องของ...ฉัน ธารินีตอบกลับไปด้วยเสียงแผ่วเบาแทบไม่ลอดริมฝีปาก  ถึงปากจะเอ่ยไปแบบนั้น แต่ไม่รู้ทำไมหัวใจถึงได้เต้นรัวนัก

เขาพบเธอครั้งแรกเมื่อสามวันก่อนแท้ๆ  ทั้งๆ ที่เขากับเธอแทบไม่รู้จักกันเลยสักนิด มาเจอกันก็เพราะเขาตั้งใจวางแผนแก้แค้นให้น้องสาว ทั้งๆ ที่เป็นแบบนั้น เขากลับสังเกตเห็นอะไรที่เล็กน้อยขนาดนี้ได้

น้ำหนักเธอลดลงไปจริงๆ อย่างที่เขาบอก แต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น

ไปกินข้าวกับผมนะ รับรองร้านนี้อร่อยชัวร์ ถ้าคุณว่าไม่อร่อย ผมยินดีเป็นทาสรับใช้คุณ...ทั้งคืนเลย

ลามก!!” ธารินีแว้ดเสียงหลง แก้มเนียนแดงก่ำพร้อมผลักอกคนช่างพูดออกอย่างแรง

เสียงหัวเราะทุ้มลึกน่าฟังดังขึ้น รฐนนท์ยอมถอยหลังออกมาช้าๆ แต่สายตาคมจ้องมองร่างบางเขม็ง สายตาที่บอกให้ธารินีรู้ว่า หากเธอไม่ยอมไปกินมื้อเที่ยงกับเขาละก็ เขาก็จะรวนเธอทั้งวันจนไม่เป็นอันทำงานนั่นแหละ

ทั้งสองจ้องตากันอยู่อึดใจใหญ่ ก่อนที่ธารินียอมเป็นฝ่ายยอมแพ้

แค่ข้าวเที่ยงนะ

รฐนนท์ไม่ตอบ แต่ยิ้มกว้างพร้อมส่งปากกาด้ามสวยคืนให้หญิงสาว

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

2 ความคิดเห็น