ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 864
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    16 พ.ย. 60

**เนื้อหาในตอนนี้ถูกตัดทอนเพื่อความเหมาะสมกับเว็บไซต์

Chapter 3

           

 

 

 

เข็มขัดหนังถูกปลดจากข้อมือเรียวเล็กนานแล้ว ทิ้งเอาไว้เพียงรอยถลอกหลายจุดเอาไว้ดูต่างหน้า ร่างเล็กนอนขดตัวแน่นบนเตียงกว้าง ความร้อนผ่าวซาบซ่านในเรือนร่างนั้นกลับเร้าระอุขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจก็หอบถี่กระชั้นมากขึ้นทุกที โคนผมชื้นเพราะหยาดเหงื่อจนทำให้ผมยาวยุ่งเหยิงแนบลู่ไปกับกรอบหน้า ดวงตากลมโตคู่สวยจับจ้องอยู่ที่ร่างสูงซึ่งนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ที่เก้าอี้ใกล้ประตูห้อง

 คลื่นความร้อนแผ่ซ่านอีกระลอก ทำให้ร่างบางสั่นสะท้าน เปลือกตาบางปิดสนิท ฟันขาวเป็นระเบียบกัดเม้มที่ริมฝีปากตัวเองแน่น ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจปิดกั้นเสียงครางแผ่วเบาไม่ให้ลอดพ้นจากริมฝีปากบางได้อยู่ดี

 ความว่างเปล่าโหยหาต้องการการเติมเต็ม ธารินีรู้ว่าผู้ชายตรงหน้าสามารถมอบให้เธอได้

และนั่นก็คือสิ่งที่เขาต้องการ

ความจริงนั้นทำให้ธารินีได้แต่กัดฟันพยายามอดทนกับความทรมานแสนสาหัสนี้ต่อไป ธารินรู้สึกเหมือนสมองเธอว่างเปล่าไปชั่วขณะ ลมหายใจขาดห้วงไปอึดใจใหญ่ทีเดียว ก่อนที่เปลือกตาบางจะเปิดปรืออีกครั้ง

ดวงตากลมโตวาวแววหวานเชื่อมเพราะฤทธิ์ยาสวาทจับจ้อง... ยังไม่ทันจะได้จ้องมองอีกฝ่ายอยากโกรธแค้น หญิงสาวก็ต้องกัดริมฝีปากตัวเองแน่น เพราะคลื่นความร้อนหวนกลับมาอีกระลอก...

ครั้งนี้มันมากเสียจนธารินีกรีดร้องออกมาอย่างห้ามตัวเองไม่ได้

อย่ายอมแพ้นะธารินี เธอจะยอมแพ้ไม่ได้...หญิงสาวได้แต่เอ่ยปลุกปลอบตัวเองในใจ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามจะตั้งสติ แต่มันแทบไม่สามารถดับความร้อนที่กำลังแผดเผาในตัวเธอได้เลย ...

ความร้อนนั้นทำให้ในปากแห้งผากจนต้องแลบลิ้นออกมาไล้เลียริมฝีปากตัวเอง

ด้านคนที่ดูเหมือนจะนั่งไขว่ห้างอย่างสบายใจเองก็ใช่ว่าจะรู้สึกสบายอย่างที่เขาพยายามแสดงให้เห็น

เพราะการนั่งมองผู้หญิงที่มีเรือนร่างแสนยั่วยวนกำลังสั่นสะท้าน...ทำให้ชายหนุ่มแทบหลุดเสียงครางออกมา

ยอมแพ้เถอะน่า ผมรู้นะว่าตอนนี้คุณทรมานมากรฐนนท์พูดขึ้นหลังจากที่เขาจับจ้องมองร่างบางบนเตียงอยู่นาน

....แต่ธารินียังคงพยายามข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้ แม้จะเห็นๆ กันอยู่ว่ามันทำให้ตัวเองเธอทรมานมากแค่ไหน หลายครั้งที่เสียงครางหวานหลุดลอดจากริมฝีปากที่ถูกขบกัดจนแดงช้ำจนมีเลือดจะไหลซึมออกมาที่มุมปาก

ซึ่งมันช่างเป็นภาพที่เย้ายวนใจยิ่งนักในสายตาของรฐนนท์

ในปากแห้งผากอยากจะลุกขึ้น เดินเข้าไปหาแล้วไล้เลียปลอบประโลมริมฝีปากแดงช้ำคู่นั้นด้วยตัวเองเพียงแค่คิดส่วนที่ถูกปลุกเร้าในร่างกายก็ยิ่งโหยหา ชายหนุ่มลอยสบถในใจและพยายามระงับจินตนาการอันบรรเจิดของตนเอาไว้

แต่ก็ใช่ว่าเขาจะสามารถปกปิดมันได้มิด

คุณ...เองก็ไม่ต่างกัน...หรอก... เสียงหวานที่เอ่ยแหบพร่าขาดห้วงสลับกับเสียงลมหายใจหนักหน่วง การ...มองฉัน...มันทรมานมากเลยใช่ไหม

ไม่ใช่เพียงคำพูดของเธอเท่านั้นที่ยั่วยวน ก่อนที่รฐนนท์จะทันได้ตอบโต้ มือเรียวเล็กที่เคยประสานบีบกันเอาไว้แน่นก็ค่อยๆ คลายออก ดวงตาสองคู่ประสานกัน

คู่หนึ่งท้าทาย ในขณะที่อีกคู่จ้องมองแทบไม่กะพริบ

หญิงสาวใช้มือขวาลูบไล้ไปตามลำแขนเรียวของตัวเองเคลื่อนไปที่ไหล่เนียน แล้วจึงไล้ปลายนิ้วนั้นกลับไปยังข้อมือเล็กอีกครั้ง

เขามองการเคลื่อนไหวนั้นอยู่ตลอด ไม่สามารถละสายตาได้ เพลิงพิศวาสลุกโชนในดวงตาคมคู่นั้นอย่างไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป

หากแต่ร่างสูงยังคงไม่ขยับตัว

ผมยอมรับว่าผมต้องการคุณ ผมไม่โกหกหรอกว่าเรือนร่างของคุณเย้ายวนอารมณ์ผมมากจนแทบจะทนไม่ไหว ผมอยากจะตรงเข้าไปหาคุณ สัมผัสคุณ ... ชายหนุ่มทิ้งประโยคของตัวเองเอาไว้อย่างจงใจ ขณะที่สายตาเคลื่อนลงไปยังจุดที่เขาไม่ได้เอ่ยถึง

แต่แค่นั้นก็มากพอแล้วกับการเพิ่มความทรมานแสนสาหัสให้แก่ธารินี

และชายหนุ่มเองก็รู้ดี

ยังเร็วเกินไปนะธารินีหากคุณคิดจะเล่นเกมพิศวาสนี้กับผม! ชายหนุ่มลอบคิดในใจ ขณะที่ริมฝีปากหนาบิดเหยียดเผยให้เห็นรอยยิ้มบางๆ

ธารินีเม้มปากแน่นอีกครั้งเมื่อคลื่นอารมณ์ร้อนจัดจู่โจมอีกระลอก ....ความต้องการก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทบทวีจนร่างบางนั้นบิดเร้าสั่นสะท้าน รู้สึกราวกับร่างกายเธอกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับสติที่กำลังจะหลุดลอย ความคิดนั้นทำให้หญิงสาวได้แต่กัดฟันแน่นแต่ก็ไม่อาจสะกัดกั้นเสียงครางเครือที่เกิดจากอารมณ์ร้อนแรงนั้นได้เลย

เธอไม่มีทางชนะเกมนี้อย่างแน่นอน ไม่มีทางเลยอย่างนั้นหรือ

เรามาจบความทรมานนี้กันเถอะน่า ไม่เห็นจะต้องฝืนทนขนาดนั้นเลย แค่ลองอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง หรือคุณกลัวว่าผมจะทำให้คุณรู้สึกดีกว่านายนิธิศ กลัวจะติดใจจนลืมไม่ลงหรือไง เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าไม่ต่างจากเธอเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

แต่เนื้อหาสาระของประโยคที่เขาพูดฟังดูช่างลางเลือนเหลือเกินในเวลานี้

ยอมรับซะ แล้วผมจะช่วยให้คุณหายทรมาน

จริงเหรอ? แค่ยอมรับเท่านั้นใช่ไหม?

ร่างบางบนเตียงขยับยันตัวลุกขึ้นช้าๆ สายตาคมนั้นจับจ้องมองการกระทำนั้นตลอดเวลา และเมื่อเขามองสบตากับดวงตากลมโตคู่สวยหวานเชื่อมที่เปิดลืมขึ้นอีกครั้ง รฐนนท์ก็รู้ทันทีว่าเขาคือผู้ชนะในเกมสวาทนี้แล้ว

 ถอดเสื้อผ้าคุณออกสิธารินีเสียงทุ้มลึกร้องสั่ง ขณะที่มือหนาเอื้อมไปหยิบกล้องโพลารอยด์ขึ้นมา

ธารินียามนี้ไม่หลงเหลือสติใดๆ อีกต่อไป สมองไม่สามารถรับรู้สิ่งที่อยู่ในมืออีกฝ่ายได้ มือน้อยขยับยกขึ้นแตะที่ซิปด้านหลังชุดเดรสอกเกาะที่สวมอยู่ ทุกท่วงท่าของการเคลื่อนไหวถูกบันทึกภาพด้วยกล้องในมือของชายหนุ่ม ฟิล์มโพลอรอยด์ที่ปริ้นออกมาใบแล้วใบเล่าถูกวางทิ้งเอาไว้บนโต๊ะใกล้ๆ สายตาคมจับจ้องมองร่างบางที่เต็มอิ่มไปทุกส่วนผ่านเลนส์นั้นไหวระริกด้วยเพลิงพิศวาสชัดเจน

ยิ่งเรือนร่างเย้ายวนนั้นถูกเปิดเผยแก่สายตามากเท่าไร ลำคอของชายหนุ่มก็ยิ่งแห้งผากมากขึ้นเท่านั้น

เสียงชัตเตอร์ที่ดังอย่างต่อเนื่องนั้นส่งกระแสไฟร้อนระอุไปทั่วทุกรูขุมขน ยิ่งยามคิดว่าสายตาคมที่เหมือนจะกลืนกินนั้นกำลังจับจ้องมองผ่านช่องเล็กๆ นั้นมาที่เธอด้วยแล้ว มันก็ยิ่งกระตุ้นความปรารถนาร้อนระอุลุกโชนในส่วนลึก

.....

ความเงียบที่จู่ๆ ก็เกิดขึ้นทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นช้าๆ มือที่กำลังจะเอื้อมไปปลดตะขอบราเซียด้านหลังพลันหยุดชะงัก ลมหายใจติดขัดอยู่ในปอด ดวงตาเบิกกว้างมองเรือนร่างแกร่งกำยำสูงใหญ่ของรฐนนท์ในสภาพเปลือยเปล่าหมดจด  

กล้องโพลอรอยด์ถูกวางไว้ที่โต๊ะเล็กๆ ข้างเก้าอี้

ธารินีรับรู้เพียงกระแสลมที่พักวูบเข้ามา ก่อนที่จะสั่นสะท้านไปทั่งร่างเมื่อเสียงทุ้มแหบพร่าถูกกระซิบประชิดริมใบหู

ที่เหลือผมจัดการเอง

หญิงสาวยังไม่ทันแม้แต่จะปรับลมหายใจของตัวเอง ....

เรือนร่างทั้งสองแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ร่างหนึ่งบอบบางนุ่มนิ่มและส่งกลิ่นหอมหวานยวนใจ ส่วนอีกร่างนั้นหนักอึ้งกำยำด้วยมัดกล้าม ความร้อนผ่าวโอบล้อมอยู่รอบตัวทั้งคู่

สายตาสองคู่สบประสาน สะท้อนล้อเพลิงพิศวาสของกันและกันอย่างยั่วยวน ร่างสูงด้านบนขยับร่างช้าๆ หยอกเย้าให้ผิวกาย...

เรือนร่างที่ทาบทับสนิทไปตลอดนั้นทำให้ลมหายใจติดขัดยิ่งกว่าเดิม มือเล็กยกขึ้น วางลงที่ไหล่แข็งแกร่งอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพียงสัมผัสจากปลายเล็บที่แตะลงเท่านั้น ร่างสูงก็ถึงกับสะท้านเฮือก พร้อมกับเสียงครางลึกในลำคอ

เสียงที่ได้ยินทำให้มือเล็กชะงักงัน ดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยเพลิงพิศวาสมีความสงสัยใคร่รู้เข้ามาปะปนอย่างชัดเจน ทำให้คิ้วหนาของรฐนนท์ขมวดเป็นปมเข้าหากันเล็กน้อย

ท่าทางกล้าๆ กลัวๆ ราวกับไม่เคยผ่านมือชาย...แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร ความคิดชั่วแล่นของตัวเองที่ออกนอกลู่นอกทางช่างน่าขันจริงๆ  รฐนนท์ไล่ความคิดออกจากหัวแล้วดึงสติให้กลับมามุ่งมั่นปรนเปรอความเร่าร้อนให้กับคนที่นอนหอบสะท้านใต้ร่างต่อ

ริมฝีปากหนากดบดเบียดลงบนริมฝีปากแดงช้ำ สัมผัสที่ทาบลงมานั้นไม่ได้อ่อนโยนเลยแม้แต่นิด มันทั้งดุดัน รุนแรงและเรียกร้อง ตักตวงอย่างหยาบคาย หากแต่อีกฝ่ายเองก็ตอบสนองด้วยไฟพิศวาสและสัมผัสที่เท่าเทียม เรียกเสียงครางกระหึ่มในลำคอแกร่งได้อย่างดี

ความหวานหอมจากรสสัมผัสที่ได้รับทำให้รฐนนท์ยิ่งหิวกระหาย ในขณะที่ริมฝีปากยังคงตักตวงความหอมหวานนั้นอย่างตะกละตะกลาม มือหนาทั้งสองข้างก็ไม่ได้อยู่เฉย เลื่อนลงไปลูบไล้สัมผัสเรือนร่างเย้ายวน ปลายนิ้วหยาบกระด้างส่งกระแสไฟร้อนจัดไปทั่วทุกพื้นที่ตารางนิ้วบนผิวเนียนนุ่ม

เสียงหวานกรีดร้องอย่างไม่อาจยั้งตัวเอง ศีรษะสะบัดแหงนหงาย

ยิ่งเขาสัมผัส ยิ่งเขาลูบไล้ ร่างบางของธารินีก็ยิ่งแอ่นผวารับสัมผัสนั้น เพราะไม่คุ้นเคยกับความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างชายหญิง เธอจึงไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อปลดเปลื้องความร้อนที่ระอุอยู่ภายใน มือน้อยทั้งสองข้างเกาะเกี่ยวไหล่กว้างเอาไว้ต่างหลักยึด เล็บคมจิกฝังลงบนผิวเนื้อที่แกร่งแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อเพื่อหวังระบายความอึดอัดภายในกาย ขณะที่สะโพกก็แอ่นหยัดลอยขึ้นเหนือจากที่นอนนุ่ม

ทั้งเชิญชวน ทั้งยั่วเย้า

การที่ต้องนั่งมองหญิงสาวหอบหายใจสะท้านนานร่วมชั่วโมง กับการเคลื่อนไหวของเธอยามนี้ที่พยายามหยัดร่างขึ้นแนบชิด ทำให้ความอดทนของรฐนนท์นั้นขาดสะบัด เสียงคำรามกระหึ่มดังก้องจากลำคอแกร่ง ...

สายตาคมมองสบดวงตากลมสวยที่หรี่ปรือจากไฟพิศวาสเพียงชั่วครู่ก่อนจะผลักดันเดินหน้าประสานร่างทั้งสองให้เป็นหนึ่ง ...

เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้ง เพียงแต่มันไม่ใช่เสียงจากความพิศวาสเหมือนก่อนหน้านี้ แต่เป็นเสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างชัดเจน

ร่างบางถูกกระชากจากอารมณ์พิศวาสด้วยความเจ็บปวดเจียนขาดใจดิ้นพล่านใต้ร่างแกร่ง แม้ชายหนุ่มจะตกใจกับความจริงที่ได้รับรู้หากแต่เขาก็ยังมีสติมากพอที่จะใช้ร่างหนาและน้ำหนักที่มากกว่าของตัวเองตรึงกดบังคับให้หญิงสาวต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีทางหลีกหนี

น้ำหนักเขากดตัวเธอจมลงในฝูกนอน แรงบีบรัดนั้นเย้ายวนใจเสียจนเหงื่อเม็ดใหญ่ไหลจากหน้าผากผ่านแนวคางคมสันก่อนหยดลงบนแก้มเนียนแดงระเรื่อผสมกับหยาดน้ำตาที่ไหลริน

เปลือกตาทั้งสองข้างของเธอปิดสนิท คิ้วเรียวขมวดแน่น ศีรษะค่อยๆ เอียงซบลงบนเหมือน เลือดหยาดเล็กๆ ไหลซึมจากริมฝีปากที่ถูกขบกัดอย่างแรง

จากสิ่งที่รฐนนท์ได้สัมผัสผ่าน ความจริงที่เขาไม่อาจจะปฏิเสธได้ เขาคือผู้ชายที่ทำลายเยื่อพรหมจารีของธารินี ....

....

 ไม่เป็นไร อีกสักพักความเจ็บปวดจะหายไป เสียงทุ้มเข้มแหบพร่าปลอบประโลมพร้อมกับริมฝีปากหนาที่จูบซับหยาดน้ำตาที่ไหลริน

แพขนตาเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาขยับไหว ก่อนที่เปลือกตาบางจะเปิดลืม ดวงตากลมโตวาววามจ้องมองคนให้คำสัญญา   ราวกับไม่อยากเชื่อ แต่หญิงสาวมีเวลาไม่นานนักในการคิด        เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมผ่อนปรนให้ ไม่ให้โอกาสเธอได้โต้แย้ง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นเขายัดเหยียดให้เธอทั้งสิ้น

ทั้งความเจ็บปวด ทั้งความวาบหวามที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วทุกส่วนในร่างกายเธอ

แต่ถึงอย่างนั้นทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เขาบอก เมื่อเวลาค่อยๆ ผ่านไป ความเจ็บปวดที่ได้รับนั้นค่อยๆ ถดถอยขณะที่ความรู้สึกหนึ่งที่เข้ามาแทนที่

คิ้วเรียวขมวดเป็นปม ริมฝีปากบวมช้ำเผยอแยกออกจากกันแต่ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาให้ได้ยิน ดวงตาหวานเชื่อมด้วยไฟพิศวาสจับจ้องมองเขา

....ดวงตาคมจับจ้องมองใบหน้าเรียวสวย ขณะที่สะโพกเริ่มขยับกำหนดจังหวะการเคลื่อนไหว

ดวงตากลมโตหวานเชื่อมจ้องมองเขา ....เล็บคมจิกลงบนแผ่นหลังกว้าง  ศีรษะของธารินีสะบัดหงายไปด้านหลัง พร้อมเสียงหวีดร้องหวานหูขึ้นเป็นจังหวะ....

....

.....

ผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดที่เคยเรียบตึงบนเตียงกว้างถูกดึงกระชากจากแรงอารมณ์จนยับยุ่ง อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เรือนร่างบางแอ่นหยัดขึ้นหารับสัมผัสร้อนแรงจากอีกฝ่ายจนแผ่นหลังเนียนแทบจะยกลอยพ้นจากผ้าปูที่นอนเนื้อดี  แม้ริมฝีปากจะเม้มแน่นพยายามปิดกลั้นเสียงที่น่าอับอาย หากแต่มันก็ยังคงหลุดลอดออกมาให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง

ทุกครั้งที่เธอพยายามกักเก็บเสียงนั้นเอาไว้ .... ไม่มีการผ่อนปรน คล้ายกับพึงพอใจอย่างยิ่งที่ได้กลั่นแกล้งเธอ

ธารินีรู้สึกสมองขาวโพลนเต็มไปด้วยม่านหมอกทำให้ไม่สามารถจะตั้งสติหรือคิดอะไรได้อีก ถูกผลักดันให้ไปยืนอยู่เหนือขอบเหวอย่างที่เธอไม่สามารถต่อต้านได้ เสียงกรีดร้องดังลอดจาก          ริมฝีปากบางอีกครั้ง หากครานี้เสียงหวานใสนั้นไม่ได้มีความเจ็บปวดปนอยู่เลยสักนิด แต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยกระแสของความหฤหรรษ์สูงสุด หญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งถูกหมุนเหวี่ยงอย่างแรงจนกระทั่งร่างกายและในสมองมีเพียงดาวนับล้าน ทุกตารางนิ้วของผิวกายยังรู้สึกซาบซ่านและไวต่อสัมผัสอย่างยิ่ง เพียงแค่ลมหายใจอุ่นๆ ของร่างหนาที่ริดรนอยู่ที่ซอกคอก็ทำให้ร่างบางสะท้านไหว

ด้านรฐนนท์เองก็ไม่ได้รู้สึกน้อยไปกว่าหญิงสาวนัก .... เสียงคำรามก้องในนาทีสุดท้ายของห้วงพิสุทธิ์แห่งอารมณ์นั้นเป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างดีว่าความร้อนแรงนี้ทำให้เตลิดไปไกลมากแค่ไหน

รฐนนท์ลืมเลือนทุกอย่าง ....ร่างหนานั้นทรุดทาบทับร่างบางอย่างคนไร้เรี่ยวแรง

แม้ไม่อยากจะเชื่อ แต่รฐนนท์ก็ต้องยอมรับว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่อารมณ์เขาเตลิดไกลถึงเพียงนี้ เขาไม่สามารถยับยั้งอารมณ์ใดๆ เอาไว้ได้เลย แทบไม่มีสตินึกคิดเสียด้วยซ้ำ....

หลังจากที่ลมหายใจเริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ชายหนุ่มขยับดันตัวขึ้นช้าๆ ใช้ศอกของตัวเองยันรับน้ำหนักตัว ผ่อนน้ำหนักที่กดทับร่างบาง มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นและปัดไล้ปอยผมเปียกชุ่มด้วยเหงื่อออกจากใบหน้าหวานอย่างทะนุถนอม ดวงตาคู่สวยหรี่ปรือขึ้นช้าๆ เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมเข้มสีดำสนิทรีบเบือนหลบอย่างเอียงอาย

ท่าทางของสาวไร้เดียงสาที่ดูน่ารักนักในสายตาของรฐนนท์ เสียงหัวเราะต่ำเบาดังลอดจากลำคอแกร่งก่อนที่มันจะกลายเป็นเสียงครางแหบพร่า

....ร่างบางเริ่มกลับมาขยับอย่างกระสับกระส่ายอีกครั้ง

ใบหน้าหวานที่แดงซ่านจากพายุที่เพิ่งผ่านไปค่อยๆ แดงจัดขึ้นอีกครั้ง ฟันสีขาวสะอาดที่เรียงสวยกัดเม้มริมฝีปากตนเองแน่น

... ไม่มีความต้องการที่เร่งด่วนอีก เหลือเพียงความมุ่งมั่นที่จะโชว์ทักษะความเชี่ยวชาญและพละกำลังที่สั่งสมมานานปีเท่านั้น

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #2 ธรมาน (@pontip82810) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 01:30
    มาต่อด่วนๆๆๆๆๆๆๆๆค่า
    #2
    0