ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 810
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    15 พ.ย. 60

Chapter 2

 

 

 

 

 

เสียงฝีเท้าก้าวเดินบนไม้กระดานทำให้ลุงเกิดซึ่งยืนรอผู้เป็นนายอยู่ที่ชานบันไดชั้นสองของบ้านไม้ทรงไทยสวยหันกลับไปมอง ก่อนจะต้องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นการแต่งกายของเจ้านายหนุ่ม

นายแน่ใจเหรอครับว่าจะแต่งตัวอย่างนี้?”

คนถูกถามก้มลงมองการแต่งกายของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้ามองคนสนิทพร้อมด้วยคิ้วหนาที่เลิกสูงคล้ายจะถามว่าแปลกตรงไหน ทำให้คนถามต้องกวาดสายตาไล่มองผู้เป็นนายตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าอีกรอบ

รฐนนท์สวมเสื้อเชิ้ตเก่าๆ ที่สีซีดจนดูไม่ออกว่าเป็นสีน้ำเงินหรือสีฟ้า เข้าคู่กับกางเกงยีนสีซีดไม่น้อยหน้าตัวเสื้อ ตรงเข่าข้างขวามีรอยขาดนิดๆ รองเท้าที่สวมก็เป็นรองเท้าผ้าใบเก่าๆ ขาดๆ ส่วนใบหน้าคมสันนั้นก็ใช่ว่าจะดีไปกว่ากัน เคราดกจนเกือบจะเขียวครึ้มขาดการดูแลมาหลายวันอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งบวกกับรูปร่างกำยำสูงใหญ่ของชายหนุ่มเข้าไปแล้ว ลุงเกิดก็บอกได้คำเดียวว่าเจ้านายของเขาช่างเหมือนพวกกุ๊ยปางไม้จริงๆ

จริงอยู่ว่าคนที่พวกเขากำลังจะไปพบไม่ใช่คนใหญ่คนโตหรือคนสำคัญ หนำซ้ำยังเป็นคนที่จะต้องจัดการเสียด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นชายชราก็ไม่เห็นที่เจ้านายเขาจะต้องแต่งตัวแบบนี้

ลุงทำหน้าเหมือนไม่เคยเห็นผมแต่งตัวแบบนี้?” รฐนนท์ถามอีกทำเอาลุงเกิดได้แต่ยกมือเกาหัวตัวเองแกรกๆ

ก็ปกตินายจะใส่ชุดแบบนี้เฉพาะตอนที่เข้าป่า แล้วนายไม่คิดว่าคนเขาจะกลัวนายจนวิ่งหนีซะก่อนเหรอน่ะ?” ลุงเกิดว่ากลับ และได้แต่เหน็บในใจด้วยว่า

ก็เพราะเจ้านายหนุ่มของเขาชอบแต่งตัวแบบนี้อย่างไรเล่า สาวๆ ถึงได้วิ่งหนีกันหมด!! ถึงได้อยู่เป็นโสดจนอายุเข้าเลขสามแบบนี้ ทั้งๆ ที่ตอนสมัยเรียนมีแต่สาวๆ ตามจีบเป็นพรวน

ให้กลัวสิดี ยิ่งรู้สึกกลัวมากเท่าไรก็ยิ่งดีเสียงทุ้มต่ำที่ตอบกลับมา ทำเอาคนถามอึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจอย่างยอมแพ้ แล้วยัยภัณเป็นยังไงบ้าง?”

ไอ้จ้อยโทรมาบอกว่าเพิ่งถึงที่ไร่สักครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ พอถึงบ้าน คุณภัณเธอก็ขอตัวขึ้นห้อง บอกว่าอยากพักผ่อน ผมฝากให้คำหล้าดูแลแล้ว

อืม รฐนนท์รับคำสั้นๆ เขาไม่คิดจะถามอะไรต่อ ไม่คิดจะซักไซ้ เพราะเขาไว้ใจคนของเขา รู้ว่าคนของเขาจะดูแลน้องสาวอย่างดี

จะมีที่น่าเป็นห่วงก็ตัวภัณฑิราเองนั่นแหละ เมื่อเช้าที่เขาส่งเธอขึ้นรถ สีหน้าน้องสาวเขายังไม่ค่อยจะดีนัก จากเด็กสาวร่าเริง      ขี้อาย ตอนนี้ภัณฑิรากลายเป็นเด็กสาวที่เซื่องซึมและแทบไม่พูดสักคำ การเห็นน้องสาวมีท่าทางแบบนั้นมันยิ่งทำให้หัวใจคนเป็นพี่รู้สึกเจ็บปวด

เสียงสะอื้นของน้องสาวยังดังชัดเจนในหูทั้งสองข้าง ร่างที่สั่นสะท้านโผกอดเขาอย่างหวาดกลัวนั้นก็ยังติดในความทรงจำ

เขาจะไม่ปล่อยคนที่ทำให้ภัณฑิราต้องเจ็บปวดลอยนวลไปได้ง่ายๆ คนพวกนั้นต้องรับรู้รสชาติของความเจ็บปวดอย่างที่น้องสาวเขาได้รับ

ไม่น้อยกว่า แต่ต้องมากเป็นเท่าทวี

ไป รฐนนท์สั่งเพียงสั้นๆ ก่อนที่เขาจะเดินนำลงบันไดไม้    ไปยังรถยนต์อเนกประสงค์ที่ติดฟิล์มทึบจนไม่สามารถมองเห็นด้านในตัวรถได้

ลุงเกิดไม่พูดหรือถามอะไรมาก ไม่สนด้วยว่าสิ่งที่เจ้านายคิดจะทำถูกหรือผิด เขาแค่พร้อมทำทุกอย่างตามที่ผู้เป็นนายสั่งเท่านั้น  ชายสูงวัยเดินตามชายหนุ่มลงจากบันไดมาพร้อมยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องเข้าประจำที่นั่งหลังพวงมาลัย ส่วนตนเองเดินเข้าไปเปิดประตูที่นั่งคู่กับคนขับ

ไม่นานนักรถยนต์อเนกประสงค์ที่ทั้งสามนั่งก็ค่อยๆ แล่นออกจากบ้านพักบนพื้นที่ขนาดหนึ่งไร่เศษ ผ่านต้นไม้ที่ถูกนำมาปลูกประดับหนาทึบจนเกือบเต็มพื้นที่ แทบมองไม่เห็นด้านนอก บริเวณอาณาเขตบ้านที่ร่มรื่นเสียจนไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่ในเขตตัวเมืองของกรุงเทพมหานครที่เต็มไปด้วยป่าคอนกรีตแห่งนี้ 

 

คุณน้ำไม่รอคุณนิธิศมารับเหรอคะ?” เบญจรีเอ่ยถามเมื่อเห็นเจ้านายสาวเดินออกมาจากห้องทำงานทันทีหลังจากได้เวลาเลิกงาน

น้ำมีธุระสำคัญที่อื่นค่ะ ยังไงน้ำฝากบอกคุณนิธิศด้วยว่าค่อยนัดใหม่วันหลังนะคะธารินีเอ่ยกับเลขา แล้วรีบเดินไปยังลิฟต์ของผู้บริหารทันที ตอนนี้ใกล้เวลาที่เธอนัดกับพี่ชายของภัณฑิราเอาไว้แล้ว เพราะเธอมีประชุมช่วงบ่ายจึงลืมบอกให้เบญจรียกเลิกนัดกับนิธิศล่วงหน้า

ไม่ต้องเดาเลยว่าวันนี้เมื่อเธอกลับบ้าน ผู้เป็นพ่อคงจะมาดักรอเพื่อต่อว่าอย่างแน่นอน

แต่ช่างเถอะ เธอเองก็โดนต่อว่ามาเยอะ โดนอีกสักครั้งจะเป็นไรไป

ธารินีรีบออกจากบริษัท ขับรถฝ่าการจราจรที่คับคั่งมาจนถึงคอนโดของภัณฑิราซึ่งเป็นที่นัดหมาย ระหว่างทางมาที่นี่ ธารินีไม่ลืมที่จะแวะซื้อดอกไม้ช่อใหญ่เพื่อเป็นของเยี่ยมแก่เด็กสาว และเป็นการขอโทษแก่ทั้งสองพี่น้องกับเหตุการณ์ร้ายๆ ที่เกิดขึ้น

ขาเรียวก้าวอย่างรีบเร่ง เพราะตอนนี้เลยเวลาที่นัดเอาไว้พอสมควรแล้ว เมื่อมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องพักของภัณฑิรา หญิงสาวก็ก้มลงมองสำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง อดทำหน้ายุ่งไม่ได้ เมื่อพบว่าชุดที่สวมนั้นค่อนข้างจะโป๊ไปสักนิด

ธารินีบอกไม่ได้ว่าทำไมเธอจึงกังวล ทั้งๆ ที่การแต่งตัวของเธอก็เป็นเหมือนปกติทุกวัน ชุดสูททันสมัยที่ถูกสั่งตัดแบบเข้ารูปพอดิบพอดีไปทุกสัดส่วนนั้นเน้นให้เรือนร่างเย้ายวนยิ่งดูชวนมองมากขึ้น กระโปรงสูทไม่ได้สั้นมากก็จริง แต่ก็มีการผ่าแยกเหนือผ้าจนเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อยอย่างเก๋ไก๋

หากเป็นคนอื่นใส่ก็อาจจะไม่ดูยั่วยวนมากนัก แต่เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่เต็มไปทุกสัดส่วน ทั้งหน้าอก ทั้งสะโพก มันจึงทำให้ดูเย้ายวนอย่างมากในสายตาคนอื่น

ธารินีพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองด้วยการสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเอื้อมมือไปเคาะที่ประตูเบาๆ สองครั้ง เธอรอไม่นานนัก ก่อนที่ประตูห้องจะถูกเปิดออก ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าทำให้หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย เท้าทั้งสองข้างก้าวถอยอัตโนมัติ เสียงกรีดร้องเกือบจะหลุดออกมาจากริมฝีปากอยู่ร่อมร่อ

ชายร่างสูงที่ใบหน้ารกครึ้มไปด้วยหนวดเครา การแต่งกายก็ดูเถื่อนๆ เหมือนพวกนักเลงข้างถนน

เอ่อ...ฉันมาหาคุณรฐนนท์ค่ะ ฉันชื่อธารินี

รฐนนท์คือผมเอง ชายหนุ่มตอบกลับมา

เสียงทุ้มต่ำนั้นบอกธารินีว่าเป็นเขาคนนี้แน่ คนเดียวกับที่เธอคุยด้วยทางโทรศัพท์ ซึ่งการรับรู้นั้นทำให้หญิงสาวอดรู้สึกผิดหวังนิดๆ ไม่ได้ เพราะเธอคิดว่าเจ้าของเสียงทุ้มมีเสน่ห์คนนั้นคงจะเป็นผู้ชายท่าทางสุภาพเป็นมิตร เป็นคนที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นอ่อนโยนมากกว่านี้

ฉันขอโทษที่มาช้านะคะ พอดีฉันติดงานจริงๆ”

“ไม่เป็นไรครับ อย่างน้อยคุณก็มีความตั้งใจที่จะมา”

“ขอบคุณค่ะ ว่าแต่ภัณฑิราเป็นอย่างไรบ้างคะ?“

ผมส่งยัยภัณกลับบ้านที่ต่างจังหวัดไปแล้ว

คะ?” ธารินีฟังคำนั้นอย่างตกใจ กลับต่างจังหวัดไปแล้ว?”

ใช่ครับ ผมส่งน้องสาวผมกลับไปแล้ว เพื่อที่เธอจะได้พักฟื้นร่างกายและจิตใจ

อ๋อ ค่ะหญิงสาวรับคำแบบเสียดายอยู่หน่อยๆ แต่ก็เห็นด้วยกับเหตุผลที่อีกฝ่ายบอก

การพักฟื้นอยู่ที่บ้านคงจะดีกับเด็กสาวมากกว่าการต้องมาอยู่ในคอนโดที่มีแต่ความทรงจำเลวร้ายแบบนี้

อย่างที่ฉันบอกคุณทางโทรศัพท์ ฉันเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าบ้านของคุณอยู่ไม่ไกลนัก ฉันก็สามารถขับรถตามคุณไปได้นะคะ

คงไม่ได้หรอกครับ หากจะขับรถไปก็คงจะถึงพรุ่งนี้เช้า

ร่างบางชะงักอีกครั้ง คิ้วเรียวสวยขมวดนิดๆ อย่างไม่เข้าใจ

ถ้าคุณห่วงเรื่องน้องสาวผมก็วางใจเถอะครับ เธอสบายดี และคุณไม่ต้องกังวลเพราะผมไม่คิดจะฟ้องร้องคู่หมั้นของคุณหรอก

ฉันไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลยค่ะ ฉันมาวันนี้เพราะฉันอยากมาเยี่ยมภัณฑิรา แล้วก็อยากจะขอโทษด้วยตัวเอง เป็นฉันที่บกพร่องไม่สามารถดูแลเด็กในความรับผิดชอบได้ดีพอ ธารินีเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะก้มลงมองช่อดอกไม้ในอ้อมแขนตนเอง ฉันอยากให้คุณรับดอกไม้นี่เอาไว้ ฉันซื้อมาให้น้องสาวคุณ เธอเคยบอกว่าชอบดอกลิลลี่

ดวงตาคมของชายหนุ่มฉายแววบางอย่างที่ธารินีไม่เข้าใจ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือมารับช่อดอกไม้ไป

ผมขอยืนยันอีกครั้งว่าผมไม่คิดจะฟ้องร้องอะไรทั้งนั้น

และฉันก็ขอยืนยันค่ะว่าฉันไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลย” ธารินีย้ำสิ่งที่ตัวเองคิดอีกครั้งเช่นกัน “สิ่งสำคัญคือความรู้สึกของคุณและน้องสาว ฉันหวังว่าฉันจะสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อเป็นการชดใช้ให้พวกคุณทั้งคู่ ส่วนเรื่องที่คุณจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง มันเป็นสิทธิ์ของพวกคุณค่ะ ถึงตอนนั้นก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ที่ผมบอกว่าจะไม่ฟ้องร้องก็เพราะมันจะยิ่งทำให้น้องสาวผมเจ็บปวดที่ต้องนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีก แต่ผมไม่ใช่คนที่จะยอมให้น้องสาวผมเจ็บปวดอยู่ฝ่ายเดียว...ผมเชื่อเรื่องการตอบแทนที่สาสม

คะ?” ธารินีร้องพลางมองหน้าอีกฝ่าย เธอไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ชายหนุ่มพูดมันหมายถึงอะไร

แต่ก่อนที่หญิงสาวจะทันได้เอ่ยปากถาม เธอก็รู้สึกว่ามีใครบางคนเข้ามายืนประชิดด้านหลังของเธอ ใครคนนั้นเอื้อมมือมาด้านหน้าพร้อมกับผ้าที่มีกลิ่นฉุดจัดที่โปะมิดทั้งปากและจมูกของเธอ

หัวใจดวงน้อยของธารินีหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความหวาดกลัวแผ่ไปทั่วร่าง สัญชาตญาณทำให้เธอดิ้นและต่อสู้ แต่ร่างที่อยู่ด้านหลังแข็งแรงกว่า อีกทั้งกลิ่นหอมฉุนนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกวิงเวียนอย่างมาก สัญชาตญาณทำให้เธอพยายามดิ้นเพื่อเอาตัวรอด แม้อีกฝ่ายจะสูงอายุกว่า แต่กำลังกายของเธอจะเทียบกับคนที่สั่งสมจากการทำงานในปางไม้มาทั้งชีวิตได้ยังไง

ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอไม่ขยับเลยสักนิด เพียงแค่ยืนกอดอกอยู่ตรงนั้น เธอเอื้อมแขนไปหาเขาหมายจะไขว่คว้า ร้องขอให้เขาช่วย แม้จะรู้ทุกอย่างเป็นแผนการของอีกฝ่าย แต่เธอยังอยากจะขอความเมตตา

แต่เขาไม่มีสิ่งนั้นมอบให้เธอ 

หลายนาทีผ่านไป สมองเริ่มมึนคง ไม่เพียงแค่กลิ่นฉุนแสบจมูกเท่านั้นที่ทำให้สติเริ่มพร่าเลือน แต่เป็นความตกใจอย่างรุนแรงด้วย ปอดทั้งสองข้างเริ่มแสบร้าว ยิ่งเธอพยายามจะหายใจก็เหมือนกับว่าสติยิ่งหลุดลอย

สิ่งสุดท้ายที่เธอเห็นก่อนภาพตรงหน้าจะมืดสนิทก็คือรอยยิ้มอย่างยินดีของคนตรงหน้า

ร่างบางหมดสติอ่อนพับลงสู่อ้อมแขนของลุงเกิด เปลือกตาบางปิดสนิท ใบหน้าหวานเอียงซบอยู่กับลำแขนแกร่งของลุงเกิด

รฐนนท์มองดอกไม้ช่อใหญ่ในมือเล็กน้อย ก่อนจะโยนมันทิ้งไว้ที่พื้นอย่างไม่ใยดี เขาเดินตรงเข้าไปหาคนสนิท หยิบเข็มฉีดยาอันเล็กออกมาจากเป๋ากางเกงด้านหลัง ดึงปลอกออก แล้วจัดการกดปลายเข็มที่ต้นแขนเรียวด้วยท่าทางชำนาญ ปลายนิ้วกดเดินยาจนหมด แล้วจึงยื่นส่งเข็มฉีดยานั้นให้กับคนสนิท จัดการช้อนร่างธารินีขึ้นสู่วงแขน แล้วออกคำสั่ง

เดินนำไปเลยลุงเกิด

 

เปลือกตาบางขยับเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ เปิดลืมขึ้น ดวงตาคู่สวยยังคงหรี่ปรือมึนงง คิ้วเรียวสวยขมวดเป็นปมเมื่อรู้สึกปวดจี๊ดบริเวณขมับทั้งสองข้าง มือเรียวยกขึ้นกดนวดช้าๆ เพื่อลดทอนความปวดนั้น ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบกาย

สภาพห้องกว้างที่ไม่คุ้นตานั้นทำเอาคิ้วเรียวที่ขมวดเป็นปมอยู่แล้วยิ่งขมวดแน่นขึ้นไปอีก แม้จะยังรู้สึกมึนงงแต่หญิงสาวก็ลุกขึ้นจากเตียง พาตัวเองเดินหยุดหน้าประตูบานเดียวที่มีในห้อง เอื้อมมือไปจับลูกบิดและพยายามหมุนเปิด แต่เธอก็พบว่ามันล็อกอยู่ ธารินีหันไปทางหน้าต่างทางด้านซ้ายซึ่งถูกเปิดทิ้งเอาไว้ หากแต่เมื่อมองออกไปธารินีก็แทบพูดอะไรไม่ออก

สิ่งที่เห็นคือต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นหนาทึบจนสุดสายตา ด้านล่างคือลำธารที่มีน้ำไหลเอื่อย ความสูงจากขอบหน้าต่างลงไปถึงพื้นน้ำด้านล่างระยะประมาณเกือบสิบเมตรเห็นจะได้

ความตื่นกลัวเริ่มรุกคืบคลานเข้ามาในหัวใจ เมื่อรับรู้ว่าตอนนี้สภาพของตนเองเหมือนกับกำลังถูกใครบางคนกักขัง ทันใดนั้นภาพของชายร่างสูงท่าทางดิบเถื่อนคนนั้นกลับเข้ามาในสมอง รอยยิ้มบิดเบี้ยวภายใต้หนวดเครารกครึ้ม

...ผมเชื่อเรื่องการตอบแทนที่สาสม...

เป็นเขา!

แกร็ก

เสียงประตูถูกไขและเปิดออกทำให้ร่างบางสะดุ้งเฮือก ถอยหรูไปอยู่อีกด้านของห้อง คนที่เข้ามาไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือชายคนที่อ้างตัวเป็นพี่ชายของภัณฑิรานั่นเอง

ตื่นแล้วเหรอ ดีจังเขาพูดก่อนที่ร่างสูงนั้นจะเดินเข้ามาด้านในด้วยท่าทางเอื่อยๆ แล้วนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่งซึ่งวางอยู่ข้างประตูบานนั้น

ร่างบางขยับตัวอย่างระวังตัว ดวงตาคมสวยจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะเหลือบไปมองประตูไม้ด้านข้าง

ถ้าคุณอยากเดินออกไปจากห้องนี้ผมก็ไม่ว่าหรอก แต่บอกเอาไว้ก่อนว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะคิดหนี ถนนลาดยางที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างออกไปสิบสองกิโลเมตร ในรัศมีสิบกิโลเมตรรอบๆ เป็นป่าและไร่ผลไม้ ถ้าจะเดินก็ได้อยู่หรอกนะ แต่ว่ามันคงเหนื่อยน่าดูเชียวละ รฐนนท์เอ่ยด้วยท่าทางสบายๆ คล้ายจะยั่วอีกฝ่ายไปในตัว

คุณเป็นใคร? แล้วจับฉันมาทำไม?”

ผมเป็นพี่ชายของเด็กสาวคนหนึ่งที่ถูกย่ำยีด้วยฝีมือของคู่หมั้นคุณ ส่วนเหตุผลที่ผมจับคุณมา ผมคิดว่าผมบอกไปแล้วนะ

การตอบแทนที่สาสม หญิงสาวพึมพำคำตอบนั้นออกมาทันที ซึ่งเรียกรอยยิ้มหยันบนใบหน้าที่รกครึ้มไปด้วยหนวดเคราได้อย่างดี

เข้าใจง่ายๆ แบบนี้ก็ดีหน่อย ดูเหมือนคุณจะไม่ใช่ผู้หญิงสวยแต่รูปลักษณ์ภายนอกอย่างที่คิด แต่ทำไมนะ ผู้หญิงที่ดูท่าทางฉลาด และจัดจ้านแบบคุณถึงยอมหมั้นกับผู้ชายที่หาข้อดีอะไรไม่ได้เลยอย่างนายนิธิศได้ รฐนนท์เอ่ยถาม พร้อมวาดขายาวๆ นั้นสลับไขว่ห้างราวกับกำลังนั่งพูดเรื่องดินฟ้าในบ้านพักตากอากาศธรรมดาๆ นายนิธิศ ไม่มีทั้งชาติตระกูลหรือฐานะ สิ่งที่เขามีก็แค่ความสามารถเรื่องการบริหารธุกิจเท่านั้นและเขาก็ไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวในโลกที่มีความสามารถแบบนี้ เขามีผู้หญิงเก็บมากมาย เปลี่ยนผู้หญิงบนเตียงบ่อยยิ่งกว่าผ้าปูเตียงเสียอีก บอกตามตรงผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคุณติดใจอะไรผู้ชายแบบนั้น หรือว่า...

คำพูดนั้นถูกทิ้งค้างเอาไว้ ก่อนที่สายตาคมของชายหนุ่มจะกวาดไล่ไปทั่วเรือนร่างเย้ายวนอย่างหยาบคาย และจงใจหยุดสายตาเอาไว้ตรงบริเวณที่ต่ำกว่าหน้าท้องของเธอ

หรือว่าอะไร!” ธารินีแว้ดกลับ ใบหน้าหวานแดงจัด ทั้งโกรธ ทั้งอาย ที่ถูกสายตาคู่นั้นโลมเลีย มือเรียวทั้งสองข้างพยายามดึงรวบรอยแยกของกระโปรงผ่าสูงเข้าหากัน

ต้องให้ผมพูดด้วยเหรอ?” รฐนนท์ย้อนถามเสียงสูง “แหม ก็ไม่น่าจะเป็นอะไรที่ต้องใช้สมองคิดมากเลยนี่ สิ่งที่ผมหมายถึงก็คือลีลาบนเตียงไง หมอนั่นคงมีทีเด็ดที่ทำให้คุณลืมไม่ลงเลยละสิ ถึงติดใจจนปล่อยมือไม่ได้ เขาทำให้คุณร้องครวญครางถึงสวรรค์เลยสินะ บิดเร้าอย่างเร่าร้อน อ้อนวอน...

เพียะ!

ใบหน้าคมสันสะบัดหันจากแรงตบของมือเรียวที่ยามนี้สั่นระริกจากความโกรธจัด

ความโกรธที่ถูกดูหมิ่นทำให้ธารินีลืมสถานภาพของตัวเอง  ถลาเข้าหาร่างสูงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้แล้วตวัดฝ่ามือใส่ใบหน้าของชายหนุ่มอย่างไม่คิดจะยั้งมือ

เก็บคำพูดแสนทุเรศของคุณเอาไว้เถอะ เก็บเอาไว้กับตัวคุณนั่นแหละ!

ลิ้นหนาแลบเลียรสชาติคาวของเลือดที่ริมฝีปากตนเอง นิ้วโป้งยกขึ้น แตะเบาที่มุมปาก ปาดเช็ดหยดเลือดเล็กๆ นั้นด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ

การเอาคืนที่สาสม ธารินีพูดขึ้น พร้อมตั้งท่าจะเดินผ่านชายหนุ่มไปยังประตูห้องเพื่อออกไปให้พ้นหน้าคนหยาบคายคนนี้

เดินสิบสองกิโลเมตรแล้วยังไง ต่อให้ต้องเดินสองร้อยกิโลเมตรเธอก็ไม่ขออยู่ที่นี่ทนให้ผู้ชายทุเรศคนนี้เหยียดหยามอีกแม้แต่คำเดียว

แต่ยังไม่ทันที่มือของเธอจะแตะลูกบิดประตู คนที่นั่งอยู่จู่ๆ ก็ลุกพรวดขึ้น ทำเอาร่างบางผงะถอยหลัง

เพราะเธอสูงกว่าไหล่เขาเพียงเล็กน้อย เมื่ออีกฝ่ายยืนเต็มความสูงในระยะประชิดแค่คืบเดียวแบบนี้ มันก็เท่ากับบังคับให้หญิงสาวต้องเงยหน้าขึ้นหากต้องการเผชิญหน้ากับเขา

ความใกล้ชิดที่จู่ๆ ก็เกิดขึ้นและความน่าเกรงขามที่แผ่ออกจากตัวคนร่างสูง ทำให้ลมหายใจของธารินีแทบหยุดชะงัก ร่างกายแข็งทื่อไม่สามารถขยับถอยห่างออกมาจากอีกฝ่ายได้ ยิ่งยามเมื่อสายตาของเธอมองสบเข้ากับดวงตาคมสีดำสนิทคู่นั้นด้วยแล้ว มันก็ยิ่งทำให้ธารินีรู้สึกราวกับอากาศในปอดถูกดูดกลืนหายไปในหลุมดำที่ไม่อาจมองเห็น

โกรธเหรอที่ผมบอกว่าคุณติดใจลีลาบนเตียงของนายนิธิศ?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม

เสียงนั้นต่ำจนทำให้คนฟังรู้สึกถึงความเย็บเยียบจนถึงขั้วหัวใจ

หะ...หยาบ...

หยาบคายงั้นเหรอ?” ชายหนุ่มพูดขัดก่อนที่หญิงสาวจะพูดจบ คุณจะบอกว่าผมหยาบคายที่เอาความจริงมาพูดอย่างนั้นน่ะเหรอ น่าขำไปหน่อยนะ

ธารินีไม่พูดอะไร เพียงแค่เม้มริมฝีปากแน่นเท่านั้น

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอต้องเผชิญหน้ากับนิธิศอยู่ตลอด หลายครั้งที่เขาใช้กำลังรุนแรงกับเธอ แต่ธารินีไม่เคยมีความลังเลหรือหวาดกลัวที่จะตอบโต้เลยสักนิด หากคนตรงหน้าเป็นนิธิศ เธอคงตบสั่งสอนเขาอีกรอบ คงจะผลักเขาออกห่าง  อย่างไม่ใยดีไปแล้ว

แต่กับผู้ชายคนนี้มันต่างกัน เธอไม่เพียงแต่ขยับตัวไม่ได้ แต่เธอยังหวาดกลัวเขาอีกด้วย ความหวาดกลัวที่พุ่งขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

ว่าไง ทำไมไม่ตอบละ หรือจนคำพูดแล้ว เพราะสิ่งที่ผมพูดมันถูกต้องที่สุดแล้ว

ไม่ใช่!” ธารินีตวาดกลับไป พร้อมบังคับให้ขาตัวเองก้าวถอยห่างจากร่างสูงได้ในที่สุด

แต่ร่างสูงนั้นกลับก้าวรุกเข้ามาประชิด ไม่เว้นระยะให้เธอได้หายใจ

จะปฏิเสธเหรอ ถ้าอย่างนั้นเพราะอะไรคุณถึงหมั้นกับคนแบบนั้น ทำไมถึงออกมาแก้ข่าวคาวโลกีย์ให้ผู้ชายคนนั้นตลอดเวลา ทำไมถึงมาขอโทษในสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นทำกับเด็กสาวบริสุทธิ์คนหนึ่ง ทำไม!!!

ฉันเปล่า...

ยอมรับมาเถอะน่าว่าคุณน่ะหลงมัวเมาไปกับความสุขที่ไอ้นิธิศมันบำรุงบำเรอให้คุณบนเตียง มันคงถึงอกถึงใจคุณมากสินะ ถึงปล่อยมือจากมันไม่ได้ แถมยังทำตัวเป็นแม่เล้าส่งผู้หญิงให้มันถึงเตียงอีกด้วย!

เลว!!!” ธารินีตวาดลั่น ความเกรงกลัวดูเหมือนจะหายไปกว่าครึ่งเมื่อได้ฟังคำกล่าวหาที่ถูกยัดเยียดให้ คุณเองก็ไม่ได้ต่างจากผู้ชายคนนั้นเลยเพราะในสมองคุณมันก็มีแต่เรื่องเลวๆ พอกัน!

จะปฏิเสธเหรอทั้งๆ ที่เห็นๆ กันอยู่เนี่ยนะ คุณเองบอกไม่ใช่เหรอว่าน้องสาวผมคือเด็กในความรับผิดชอบของคุณ พอเกิดเรื่องคุณก็พาน้องสาวผมไปส่งโรงพยาบาล คุณโทรมาถามข่าวน้องสาวผม เพราะกลัวว่าผมจะฟ้องร้องไอ้นิธิศใช่ไหม กลัวว่าถ้ามีข่าวแบบนั้นพ่อคุณจะสั่งให้คุณถอนหมั้นแล้วคุณจะต้องเหงาเปล่าเปลี่ยวเดียวดายเพราะไม่มีใครทำให้คุณถึงใจเท่ากับที่ไอ้นิธิศทำ ใช่ไหม!

ตลอดเวลาที่ผ่านไม่ใช่ธารินีไม่รู้ว่ามีคนพูดถึงเธออย่างไร เพียงแต่ไม่มีใครกล้าพูดตรงๆ ต่อหน้าเท่านั้นเอง เธอไม่ได้โกรธเพราะถูกกล่าวหาว่าหลงใหลลีลาความใคร่ของนิธิศ แต่เป็นสิ่งที่ชายคนนี้เรียกเธอ

แม่เล้า!!!

พอกันที มากพอแล้วกับคำกล่าวหาแบบนี้

ธารินีเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคู่สวยจ้องมองอีกฝ่ายอย่างโกรธจัด ก่อนจะขยับแขนเรียว ตั้งใจจะตบหน้าคนร่างสูงอีกสักครั้ง ให้สมกับคำหยาบคายที่เขาพ่นใส่หน้าเธอ

หมั่บ!

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อข้อมือเรียวถูกยึดเอาไว้แน่น

เอะอะก็จะตบ หรือว่าความจริงคุณเป็นพวกชอบความรุนแรงรฐนนท์ถามกลับไป และเขาต้องรีบยกมืออีกข้างเพื่อจับยึดข้อมือน้อยอีกข้างที่ตั้งใจจะยกขึ้นทำร้ายร่างกายเขา

เลว หยาบคาย ในสมองคุณมันก็มีแต่เรื่องต่ำๆ คุณมันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับนิธิศหรอก!” ธารินีตวาดใส่หน้าคมสันพร้อมพยายามดึงข้อมือตัวเองกลับ พยายามจะสั่งสอนอีกฝ่าย โดนไม่สนใจความเจ็บที่ข้อมือแม้แต่น้อย

เพราะข้อมือถูกจับยึดเอาไว้จนแน่น หญิงสาวจึงตัดสินใจใช้ส่วนอื่นที่ว่าง เข่าเรียวสวยยกขึ้นกระแทกเข้าที่หน้าขาของชายหนุ่มอย่างแรง ห่างจากจุดกลางลำตัวของเขาไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

ความตกใจที่ถูกเล่นงานบวกกับเข่าน้อยๆ ร้ายกาจนั้นที่เกือบจะพุ่งเข้าสู่จุดสำคัญทำให้รฐนนท์ปล่อยมือน้อยทั้งสองข้าง

ธารินีเป็นอิสระ เธอถอยหลังไปสามก้าวอย่างรวดเร็ว ใบหน้าหวานเชิดสูง ขณะทีริมฝีปากเหยียดยิ้มหยัน

ใช่แล้ว ฉันติดใจลีลาของนิธิศ ฉันส่งน้องสาวคุณให้นิธิศ พอใจหรือยัง แค่นี้ใช่ไหมที่คุณต้องการจะฟัง!

หึ ในที่สุดก็ยอมรับสินะ

บอกไม่ใช่ เขากลับไม่ฟัง แต่พอเธอโกหก เขากลับเชื่อ! ผู้ชายเฮงซวย!! ดีถ้าเขาอยากฟังนัก ก็เอาให้มันสุดๆ ไปเลย!!!

ใช่ ฉันยอมรับ ก็ทำไมจะไม่ติดใจละ ในเมื่อใครก็สนองฉันไม่ได้ไม่ถึงใจเหมือนนิธิศนี่! น้องคุณเองก็ติดใจลีลาเขาเหมือนกันไม่ใช่หรือไง ถึงได้คบหากับคู่หมั้นฉันได้เป็นเดือนสองเดือนทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าผู้ชายเขามีตัวจริงอยู่แล้ว!!” ความโกรธจัดที่มีทำให้ ธารินีไม่รู้สึกหวาดกลัวใดๆ ทั้งนั้น

แต่หญิงสาวไม่ได้รับรู้เลยว่าคำพูดที่ตัวเองพูดเพื่อประชดประชันอีกฝ่ายออกไปเพราะอารมณ์โกรธนั้นมันไม่ต่างจากการโยนเชื้อไฟเข้าสู่กองเพลิงที่ลุกโชนอยู่แล้ว

ก่อนที่ธารินีจะทันได้เอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาอีก ร่างเธอก็ต้องลอยวืดขึ้นกลางอากาศ แล้วตกกระแทกลงที่กลางเตียงกว้าง แรงโยนนั้นทำให้หญิงสาวจุกจนร้องแทบไม่ออก

อ๊ะ! คุณจะทำอะไร!!” เสียงหวานร้องอย่างตกใจ เมื่อเธอพบว่าร่างสูงขึ้นมาคร่อมอยู่เหนือร่าง หัวใจดวงน้อยเหมือนถูกกระชากด้วยมือมืดที่มองไม่เห็น “ลงไปจากตัวฉันนะ!

 สะโพกแกร่งนั้นกดทับบริเวณสะโพกเธอเอาไว้เพื่อกันไม่ให้ได้ทำร้ายเขาอีก มือหนาข้างหนึ่งจับรวบมือน้อยทั้งสองข้าง ยึดตรึงเอาไว้เหนือศีรษะ ขณะที่มืออีกข้างกระชากเข็มขัดหนังออกจากขอบเอวกางเกงยีน

สิ่งที่เห็นนั้นทำให้ธารินียิ่งหวาดกลัว

คะ คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันนะ!!!!” หญิงสาวร้องลั่น พร้อมพยายามดิ้นอย่างสุดชีวิตเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร

ความหวาดกลัวที่ถูกความโกรธจัดเข้าแทรกก่อนหน้านี้กลับเข้าสู่หัวใจอีกครั้ง ทั้งยังเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ยิ่งยามที่เห็นกระดุมกางเกงยีนเม็ดบนสุดของอีกฝ่ายหลุดออกจากรังดุมด้วยแล้ว ธารินีก็ยิ่งหวาดกลัว มือมืดที่อยู่ในอกกระชากหัวใจเธอลงสู่หลุมดำที่มองไม่เห็น

ปล่อยนะ ปล่อยฉันนะ!!

จะตะโกนเท่าไรก็ไม่มีประโยชน์หรอก ร้องให้คอแตกก็ไม่มีใครมาช่วยคุณอยู่ดี ทางที่ดีเก็บเสียเองไว้สักหน่อยดีกว่า เอาไว้ร้องตอนที่ต้องอ้อนวอนผมไงรฐนนท์พูดใส่หน้าคนใต้ร่างอย่างสะใจ ขณะที่มือทั้งสองข้างทำงานประสานกัน เขาเข็มขัดหนังรวบข้อเรียวทั้งสองข้างของธารินีเอาไว้กับซี่เหล็กหนาที่หัวเตียง

พันธนาการเธอเอาไว้จนไม่สามารถใช้มือน้อยๆ นั่นทำร้ายร่างกายเขาได้อีก

คุณจะทำอะไร! ปล่อยฉันนะ! จะทำอะไรฉัน!”

ก็แล้วคุณคิดว่ายังไง ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ด้วยกันตามลำพังบนเตียงพวกเขาควรจะทำอะไรกันดี

คุณ...!!” ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง ยิ่งพยายามบิดข้อมือน้อยอแรงขึ้นอีก โดยไม่สนใจแรงเสียดสีที่เกิดจากเข็มขัดหนัง คุณจะข่มขืนฉันเหรอ?”

ร่างสูงที่กำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมมองใบหน้าหวานที่ยามนี้ซีดขาวอย่างสะใจ

ข่มขืน? แหม ใช้คำที่รุนแรงจริงนะ แต่ไม่หรอก ผมไม่ใช่พวกชอบนิยมการข่มขืน แต่ผมชอบการสมยอมทั้งสองฝ่ายมากกว่า เพราะหากว่าเป็นการสมยอมแล้วมันก็ย่อมจะฟ้องร้องอะไรกันไม่ได้อยู่แล้ว ถูกไหม?”

“ถ้าอย่างนั้นมันก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น ฉันไม่มีทางยอมคุณหรอก!!

ริมฝีปากของรฐนนท์ฉีกยิ้มกว้างอีกครั้ง ก่อนที่มือหนาจะล้วงไปหยิบของบางอย่างออกจากกระเป๋ากางเกงยีนด้านหลัง เขาชูของสิ่งนั้นให้หญิงสาวดู

ขวดแก้วใบเล็กขนาดพอๆ กับหลอดเข็มฉีดยาแต่สั้นกว่าครึ่งหนึ่ง ภายในบรรจุน้ำใสๆ เอาไว้เต็มหลอด

นั่น...อะไร... เสียงที่เคยกรีดร้องกลายเป็นเสียงแหบพร่ายามเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมืออีกฝ่าย

คำถามที่ถามออกไป ไม่ใช่ว่าสมองไม่อาจคาดเดา เพียงแต่เธอไม่อยากจะยอมรับเท่านั้น

แน่ใจหรือว่าไม่รู้ ชายหนุ่มถามกลับอย่างรู้ทัน โตๆ กันแล้ว แล้วก็น่าจะเคยได้ยินมาบ้างสิ อีกอย่างของนี่ไอ้นิธิศคู่ขาของคุณก็มีเหมือนกัน

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นอีกเท่าตัว ความหวาดกลัวเกาะแน่นที่ขั้วหัวใจ ข้อมือน้อยทั้งสองข้างออกแรงบิดหนักขึ้น ร่างบางดิ้นพล่านเพื่อให้หลุดจากพันธนาการ

จะกลัวอะไร ของนี่มันทำให้มีความสุขนะรฐนนท์บอก พร้อมเปิดฝาขวดเล็กใสนั้นออก ยื่นขวดไปจรดที่ริมฝีปากบางซึ่งเม้มแน่น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายต่อต้าน ชายหนุ่มจึงใช้มืออีกข้างจับบีบที่กรามของหญิงสาวอย่างแรง บังคับให้หญิงสาวเปิดปากออก แล้วจัดการกรอกน้ำใสๆ ที่อยู่ในขวดแก้วลงไปจนหมด

ธารีนีตั้งใจพ่นสิ่งที่ถูกบังคับให้กลืนออกมาแต่อีกฝ่ายรู้ทัน รีบบีบปลายจมูกเล็กได้รูปเอาไว้ เพื่อบังคับให้หญิงสาวต้องใช้ปากหายใจ จนในที่สุดหญิงสาวก็สำลักเอาสิ่งที่อยู่ในขวดแก้วนั้นเข้าไปกว่าครึ่ง

มันไม่ใช่การสมยอม!” ธารินีกรีดร้องเสียงดังลั่น หยาดน้ำใสๆ เริ่มไหลรินจากดวงตาคู่สวยช้าๆ เมื่อรับรู้ชะตากรรมตัวเอง

ไม่ใช่ตอนนี้ แต่อีกเดี๋ยวก็ใช่อีกฝ่ายตอบกลับด้วยน้ำเสียงคล้ายจะสะใจ

ธารินีได้แค่กัดฟันแน่น ทั้งหวาดกลัว ทั้งเจ็บใจกับสิ่งที่ตนเองต้องมาประสบ

ยิ่งเห็นความหวาดกลัวในดวงตาคู่นั้นมากเท่าไร รฐนนท์ก็ยิ่งสะใจมากเท่านั้น

กลัวน่ะดีแล้ว จะได้รู้ถึงความรู้สึกของน้องสาวเขาเสียบ้าง  จะได้รับรู้ว่าน้องสาวเขาต้องรู้สึกอย่างไร ตอนที่ถูกล่อลวง น้องสาวเขาต้องรู้สึกอย่างไรตอนที่ต้องรู้ว่าตัวเองอยู่ในฐานะผู้หญิงเก็บ รู้ตัวว่าท้องกับผู้ชายที่จะไม่มีวันยอมรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง

คุณต้องรับรู้ความรู้สึกทั้งหมดที่น้องสาวผมรู้สึก ธารินี

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #1 Lyn_Madam (@Lyn_Madam) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 22:33
    ค้างงงง ต่อเถอะค่ะ พลีสสสสสส
    #1
    0