ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 848
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    15 พ.ย. 60

Chapter 1

 

 

 

เรียวขายาวสวยก้าวย่างอย่างมั่นคงบนรองเท้าส้นเข็มแหลมเล็กสูงกว่าสามนิ้ว รูปร่างเพรียวสวมสมบวกกับส่วนสูงที่เกินกว่ามาตรฐานหญิงไทยส่งผลให้ยิ่งดูโดดเด่น เนื้อนวลอิ่มแทบจะล้นขอบชุดเดรสเกาะอกกระเพื่อมไหวทุกครั้งที่ส้นเท้ากระแทกลงบนพื้น ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวดึงดูดสายตาแทบทุกคนที่เธอเดินผ่าน  ใบหน้าได้รูปสวยไร้ที่ติ แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเชิดสูงเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ไม่แคร์ว่าจะถูกสายตามากมายแค่ไหนจับจ้องมองมา

ธารินีไม่ใช่ผู้หญิงที่ผอมบางเสียจนมองไม่เห็นสัดส่วนโค้งเว้าของร่างกาย หากแต่ทุกส่วนนั้นเหมือนจะถูกสร้างสรรค์โดยมือของพระเจ้าที่ประทานพรให้ เนินอกอวบอิ่มรับกับเอวคอดกิ่วเล็ก สะโพกผายนิดๆ กับบั้นท้ายกลมกลึงเต็มแน่นเย้ายวนตายามเยื่องย่าง ยิ่งเมื่อเจ้าของเรือนร่างสมส่วนนี้เป็นคนรู้จักเลือกเฟ้นเสื้อผ้ามาสวมใส่ด้วยแล้ว มันก็ยิ่งทำให้เวลาที่เธอปรากฏตัวที่ไหน ก็มักจะได้รับความสนใจจากสายตาของผู้คนรอบข้างอยู่เสมอ

ไม่เว้นแม้แต่ในบริษัทของตัวเอง ทั้งๆ ที่ทุกคนควรจะชินตากับความเย้ายวนนี้ แต่ก็เปล่าเลย

ทันทีที่ประตูบริษัทถูกเปิดออกและธารินีก้าวผ่านประตูเข้ามา สายตาทุกคู่ก็เหมือนจะถูกเรือนร่างเย้ายวนของหญิงสาวตรึงเอาไว้  

บรรดาหนุ่มๆ นั้นได้แต่มองหญิงสาวอย่างเคลิบเคลิ้มสายตานั้นละห้อยโหยหาอย่างไม่ปิดบังไม่ว่าหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ ส่วนสาวๆ เองก็ได้แต่ลอบมองเจ้าของเรือนร่างสมส่วนนี้ด้วยความอิจฉาและชื่นชมในเวลาเดียวกัน

แต่ใครบ้างละจะไม่อิจฉา ธารินีไม่ใช่แค่หญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาที่สมบูรณ์พร้อม แต่เธอยังมีรูปทรัพย์และชาติตระกูลที่ดีอีกด้วยในฐานะลูกสาวคนเดียวของเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ติดอันดับต้นๆ ของประเทศ

ราวกับหงส์ที่เกิดบนบัลลังก์ทองคำ

ธารินีโปรยยิ้มตามมารยาททักทายบรรดาพนักงานตลอดทางที่เดินเข้ามาจนกระทั่งไปหยุดที่หน้าลิฟต์ตัวด้านในสุด ซึ่งเป็นลิฟต์สำหรับผู้บริหารระดับสูงโดยเฉพาะ ทันทีที่ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปกดที่ปุ่ม ประตูอลูมิเนียมก็เปิดแยกออก

หญิงสาวก้าวเข้าไปด้านใน เสียงถอนหายใจดังขึ้นเบาๆ เมื่อประตูลิฟต์ปิดลง สายตากลมโตกวาดมองไปรอบๆ ตัว ลิฟต์ที่กว้างขนาดพอบรรจุคนถึงสิบห้าคน หากแต่ภายในกล่องสี่เหลี่ยมนี้กลับมีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้น

เปลืองพลังงานโดยใช่เหตุจริงๆ...ธารินีอดที่บ่นจะในใจไม่ได้

ผู้บริหารคนอื่นๆ มักจะเข้าบริษัทหลังเวลาเริ่มงานเล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงบรรดาพนักงานมากมายที่จะยืนออกันเต็มหน้าลิฟต์ทุกเช้า แต่ธารินีไม่ชอบ เธอชอบมาทำงานแต่เช้า เธอชอบที่จะพูดคุยกับพนักงานเพื่อสร้างความเป็นกันเอง ตอนที่เข้ามาทำงานใหม่ๆ ธารินีใช้ลิฟต์ร่วมกับพนักงานคนอื่นๆ  แต่การกระทำนั้นกลับทำให้เธอถูกผู้เป็นพ่อตำหนิอย่างรุนแรง

...แกเป็นถึงผู้บริหารระดับสูง เป็นลูกสาวของฉัน แกคิดจะทำตัวต่ำๆ เหมือนแม่แกหรือไง!...คำต่อว่านั้นติดตรึงอยู่ในใจไม่เคยลบเลือน นับตั้งแต่วันนั้นธารินีก็ไม่เคยใช้ลิฟต์ร่วมกับพนักงานทั่วไปอีกเลย ไม่ว่าเธอจะมาเช้าหรือสายก็ตาม

ทุกอย่างที่สามารถทำให้ผู้เป็นพ่อพึงพอใจนั่นคือหน้าที่ของเธอ หญิงสาวได้แต่รำพันกับตัวเองในใจ

สวัสดีค่ะคุณน้ำ เสียงใสของเบญจรีเลขาหน้าห้องวัยสามสิบปลายๆ เอ่ยทักเมื่อเห็นเจ้านายสาวเดินออกมาจากลิฟต์ มาทำงานเช้าเหมือนเดิมเลยนะคะ

พี่เบญเองก็ขยันแต่เช้าเหมือนกันนั่นแหละธารินีเอ่ยทักเลขาตนเองอย่างสนิทสนม ชื่อเล่นที่ทั้งสองเรียกกันนั้นเป็นชื่อที่จะใช้เอ่ยเรียกยามที่อยู่กันเพียงสองคนเท่านั้น

และก็มีเพียงเบญจรีเช่นกันรู้ว่าจริงๆ ว่า ลูกสาวคนสวยของเจ้าของบริษัทที่ดูเหมือนจะเย่อหยิ่งคนนี้แท้จริงแล้วเป็นคนอ่อนโยนยิ่งกว่าใคร แม้ภายนอกจะเป็นผู้หญิงที่แต่งตัวจัดจ้านนำแฟชั่น ดูยั่วยวนอารมณ์ขนาดไหน แต่ตัวตนจริงๆ ของธารินีนั้นกลับไม่ได้เป็นเหมือนที่เห็นภายนอก

จะมีก็เพียงแค่ความมั่นใจเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดนี่ละมั้งที่เป็นนิสัยแท้จริงที่หญิงสาวแสนสวยคนนี้แสดงออกให้คนทั่วไปเห็น

ตอนสิบโมงเช้า คุณน้ำมีประชุมกับฝ่ายบุคคล เรื่องแผนการสัมมนาของพนักงานปีนี้ ช่วงบ่ายมีประชุมกับผู้บริหารระดับสูงเกี่ยวกับโครงการของไตรมาสหน้าและตอนเย็นคุณน้ำมีนัดทานอาหารค่ำกับคุณนิธิศ เบญจรีรายงานตารางประจำวันให้เจ้านายสาวขณะเดินถือแฟ้มเอกสารต่างๆ ตามเข้ามาในห้อง

กินข้าวอีกแล้วเหรอ ธารินีบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดเอกสารหนึ่งในสามแฟ้มที่เลขาคนสนิทเอามาให้ 

เบญจรีซึ่งรู้จักหญิงสาวเป็นอย่างดีได้แต่ลอบส่งยิ้มให้กำลังใจอีกฝ่ายเท่านั้น ก่อนจะเดินออกจากห้องไปหนึ่งรอบ แล้วกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับกาแฟร้อนๆ หอมกรุ่นที่เพิ่งชงเสร็จ

คุณน้ำจะให้พี่ยกเลิกนัดให้หรือเปล่าคะ?”

คนถูกถามเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มงาน สองสาวต่างวัยส่งสายตาอย่างรู้กัน ก่อนคนอ่อนวัยกว่าจะส่ายหน้าปฏิเสธ คราวก่อนก็เบี้ยวนัดไปทีแล้ว คราวนี้ขืนเบี้ยวอีก เขาก็คงเอาไปฟ้องคุณพ่อจนน้ำโดนตำหนิชุดใหญ่กันพอดี ช่างเถอะค่ะ ก็แค่กินข้าวเย็น คู่หมั้นคู่ไหนๆ เขาก็ทำกันทั้งนั้น ธารินีตอบกลับไปด้วยเสียงเรียบๆ ไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย อ่อ...พี่เบญคะ เรื่องที่น้ำให้พี่เบญติดต่อทางโรงพยาบาลได้เรื่องบ้างหรือเปล่าคะ?”

ทางโรงพยาบาลบอกแค่ว่าญาติของน้องภัณมาติดต่อรับตัวไปแล้ว เห็นว่าเป็นพี่ชายนะคะ

งั้นเหรอคะ... ธารินีพึมพำ ใบหน้าสวยหวานเคร่งเครียดขึ้นชัดเจนเมื่อคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับเด็กฝึกงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขาของบริษัท

หนึ่งสัปดาห์แล้วหลังจากที่เกิดเรื่องในวันนั้น หลังจากที่จู่ๆ เด็กฝึกงานของเธอก็หายตัวไปกว่าสามวันโดยไม่มีการแจ้งลาล่วงหน้า แถมยังไม่สามารถติดต่อได้ ด้วยความเป็นห่วงธารินีจึงตัดสินใจจะไปหาเด็กสาวตามที่อยู่ที่ภัณฑิราได้กรอกข้อมูลเอาไว้ในเอกสารขอฝึกงาน ความจริงมันก็ไม่ใช่หน้าที่ของเธอหรอกที่จะต้องเป็นห่วงนักศึกษาที่เข้ามาฝึกงานในบริษัททุกคน

แต่กับภัณฑิราแล้วมันเป็นกรณีพิเศษ เพราะเด็กคนนี้ไม่เพียงแต่เข้ามาฝึกในตำแหน่งผู้ช่วยเลขาหน้าห้องของเธอเท่านั้น แต่นักศึกษาฝึกงานสาวสวยคนนี้ยังถูกนิธิศล่อลวงด้วย

และก็เพราะเรื่องนี้แหละเป็นเหตุให้ธารินีอดที่จะเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้

ปกติแล้วเธอไม่คิดจะสนใจว่าคู่หมั้นของเธอจะไปควงสาวหรือจะมีนางบำเรอสักกี่คน เพราะธารินีคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องของเธอ การหมั้นหมายนี้เกิดขึ้นก็เพราะเป็นคำสั่งของผู้เป็นพ่อ ส่วนตัวแล้ว ธารินีไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ กับนิธิศเลยสักนิด เธอไม่อยากสนิทสนมกับผู้ชายมักมากเจ้าเล่ห์คนนี้เลยด้วยซ้ำ ไม่อยากเสวนาด้วยเลยถ้ามีทางเลือกอื่น

แต่มันเป็นความผิดของธารินีที่ไม่ได้สังเกตเลยว่าเหตุใดช่วงเวลาเกือบสามเดือนที่ผ่านมานิธิศจึงแวะเวียนมาที่ห้องทำงานของเธอนัก ทั้งๆ ที่ปกติแล้วเขาแทบจะไม่เฉียดเข้ามาใกล้ และที่สำคัญคือธารินีไม่ได้สังเกตถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นของเด็กสาวที่เข้ามาฝึกงานเลย

กว่าธารินีจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ตอนที่ทุกอย่างสายเกินจะแก้ไขแล้ว เมื่อเธอไปพบรูปถ่ายของทั้งคู่ในท่าทางอย่างสนิทสนมที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของภัณฑิรา

พอคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว ก็ทำให้ธารินีรู้สึกผิดอย่างยิ่ง ในใจหนักอึ้งเหมือนมีหินก้อนใหญ่ถ่วงเอาไว้ก็ไม่ปาน

วันนั้นเธอควรจะเรียกภัณฑิราเข้ามาคุย เธอควรจะเตือนเด็กสาวให้เลิกยุ่งเกี่ยวและอย่าหลงคารมของผู้ชายมากเล่ห์เอาแต่ได้คนนั้น แต่เพราะช่วงนั้นเธอติดงานสำคัญ จึงไม่มีเวลาได้จัดการ จนกระทั่งเมื่อสะสางงานเสร็จ เบญจรีก็มารายงานว่าเด็กสาวไม่มาฝึกงานได้สามวัน โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้

ธารินีรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี เธอจึงให้เลขาส่วนตัวไปหาที่อยู่ของเด็กสาวมาจากฝ่ายบุคคล พอได้ที่อยู่ก็รีบไปที่คอนโดของเด็กสาวหลังเลิกงาน เคาะเรียกอยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีใครมาเปิด เธอลองขอให้เจ้าหน้าที่คอนโดลองต่อสายภายใน เสียงข้างในดังแต่ไม่มีคนรับ ธารินีเกือบจะตัดใจอยู่แล้ว ตอนนั้นไม่รู้เธอนึกอะไรจึงเอื้อมมือไปลองหมุนลูกบิดดู ปรากฏว่าประตูไม่ได้ล็อก ธารินีเข้าไปด้านในแล้วจึงพบว่าภัณฑิรานอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น ความกังวลที่มีมากทำให้ธารินีตัดสินใจนำตัวเด็กสาวส่งโรงพยาบาล

ตอนนั้นเองที่ธารินีรู้ว่าภัณฑิรากำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ส่วนเหตุผลที่ไม่ได้สติก็เพราะกินยาที่มีฤทธิ์กดประสาทมากเกินขนาด

พอกลับจากโรงพยาบาลธารินีก็เข้าไปต่อว่านิธิศทันที แน่นอนว่าเขาย่อมปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้น ต่อให้มีหลักฐานมายันตรงหน้า ผู้ชายคนนี้ก็ยังปฏิเสธอยู่ดี

คุณอย่าไปฟังเด็กคนนั้น ไม่มีหลักฐานว่าเด็กในท้องของภัณฑิราเป็นลูกผม เด็กคนนั้นอาจจะมั่วกับใครมาก็ได้ แล้วก็คิดจะมาโยนความผิดให้ผม

เพียะ!

ธารินีทนฟังถ้อยคำหยาบช้าของอีกฝ่ายไม่ไหวจึงสะบัดมือเรียวตบฉาดเข้าที่แก้มคมสันนั้นอย่างแรง

คุณทำอะไรไปคุณย่อมรู้แก่ใจอยู่แล้ว และฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่ออ้อนวอนขออะไรจากคุณ แต่ฉันมาเพื่อบอกให้คุณรู้เอาไว้เท่านั้น อย่าคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำจะไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น ชีวิตเด็กคนหนึ่งต้องจบลงเพราะคุณ เพราะฉะนั้นสักวันบาปนั้นจะกลับมาหาคุณเอง!” พูดจบธารินีก็เดินออกจากมาทันที โดยไม่คิดจะหันกลับไปมองอีก

เธอรู้ดีว่าผู้ชายอย่างนิธิศไม่มีวันสำนึกกับสิ่งที่เธอพูด เพราะเรื่องนี้ไม่ไช่เหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้น แต่มันเกิดมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง

ธารินไม่อยากจะยอมรับนัก แต่นิธิศเป็นผู้ชายที่จัดว่าหน้าตาดีมากคนหนึ่งจริงๆ รูปร่างบุคลิกเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ อีกทั้งวาจานั้นก็เป็นเลิศ เรียกได้ว่าเป็นพวกลิ้นทองคำก็คงไม่ผิดนัก ไม่ว่าชายหนุ่มคนนี้จะพูดอะไร ก็ดูเหมือนเขาจะได้อย่างที่ต้องการทุกครั้งไป ไม่ว่าจะเรื่องการเจรจาธุรกิจหรือเรื่องผู้หญิง หลายครั้งที่เธอต้องให้ข่าวปกป้อง เข้าข้าง ยืนยันความบริสุทธิ์ของผู้ชายคนนี้เพียงเพื่อให้พ่อของเธอพอใจ 

และทุกครั้งที่ต้องทำ มันก็ทำให้ธารินีเกลียดผู้ชายคนนี้มากยิ่งขึ้น รวมถึงเกลียดตัวเธอเองด้วย

พี่เบญคะ พี่เบญช่วยไปเอาประวัติของภัณมาให้น้ำอีกครั้งได้ไหมคะ?”

คุณน้ำจะเอาไปทำอะไรคะ?”

ถ้าน้ำจำไม่ผิด ภัณลงชื่อคนติดต่อฉุกเฉินเอาไว้ด้วย ตอนที่พาภัณไปส่งที่โรงพยาบาล น้ำมัวแต่ตกใจจนลืมคิด ตอนนี้เพิ่งจะนึกขึ้นได้น่ะค่ะ

แล้วคุณน้ำจะ... เบญจรีไม่สามารถเอ่ยได้จนจบประโยคเพราะเธอพอจะเดาใจเจ้านายสาวได้

สีหน้าของเลขาคนสนิทบอกชัดว่าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ธารินีคิดจะทำ

ถ้าน้ำยังไม่รู้ว่าภัณฑิราปลอดภัยดี น้ำคงรู้สึกผิดกว่าที่เป็นอยู่แน่ๆ ค่ะพี่เบญ ตอนนี้น้ำก็เกลียดตัวเองจะแย่แล้ว อย่าให้น้ำต้องเกลียดตัวเองไปมากกว่านี้เลยนะคะ อย่างน้อยน้ำก็อยากชดใช้ความผิดให้กับเด็กคนนั้นบ้าง

มันไม่ใช่ความผิดคุณน้ำเลยนะคะ เบญจรีรีบแย้ง

ไม่ผิดตรงๆ แต่ก็มีส่วนค่ะ เอาเป็นว่าพี่เบญช่วยน้ำหน่อยก็แล้วกันนะคะ

เบญจรีมองดวงตาคมสวยที่แน่วแน่ของเจ้านายสาวแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาวอย่างยอมแพ้

พี่จะไปขอข้อมูลจากฝ่ายบุคคลให้ค่ะ แต่ถ้าคุณน้ำติดต่อญาติของน้องภัณได้แล้ว คุณน้ำจะทำยังไงต่อคะ?”

น้ำยังไม่รู้เลยค่ะ ถ้าทางครอบครัวเขาเดือดร้อนก็คงต้องช่วยเหลือกันไป ถ้าทางนั้นเรียกค่าสินไหมน้ำก็พร้อมจะจ่าย คงต้องดูสถานการณ์อีกทีธารินียอมรับตามตรง  น้ำหวังว่าภัณฑิราจะไม่ใช่ลูกสาวผู้มีอิทธิพลใหญ่ ไม่อย่างนั้น น้ำอาจจะโดนลักพาตัวจับไปขังเพื่อแก้แค้นเหมือนในละครโทรทัศน์หลังข่าวก็ได้

โธ่ คุณน้ำ ยังจะมาพูดเล่นอีก ถ้าเกิดอะไรแบบนั้นขึ้นจริงๆ ขึ้นมาจะทำยังไง เบญจรีหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อยเมื่อคิดตามสิ่งที่เจ้านายสาวบอก เพราะการทำหน้าที่เลขาในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เธอย่อมรู้ดี คำว่า  ผู้มีอิทธิพล นั้นมันไม่ได้มีแค่ในละครโทรทัศน์

หากแต่ในชีวิตจริงมันเป็นยิ่งกว่านั้นเสียอีก

พี่เบญอย่าคิดมากสิคะ ไม่น่าจะมีอะไรหรอก

เบญจรีไม่ตอบ เพราะเธอยังอดรู้สึกกลัวไม่ได้

พี่เบญไปทำงานเถอะค่ะ น้ำเองก็ต้องเตรียมตัวสำหรับการประชุมทั้งเช้าทั้งบ่ายด้วย ยังไงก็อย่าคิดมากนะคะ แล้วอย่าลืมที่น้ำขอด้วย

เลขาสาวใหญ่รับคำอย่างจำใจก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของเจ้านายสาวเพื่อกลับไปทำหน้าที่ของตนเองต่อ

ด้านธารินีนั้นเมื่อประตูห้องทำงานปิดลง หญิงสาวก็ถอนหายใจยาว ร่างบางหมุนเก้าอี้กลับหลังไปมองภาพตึกสูงน้อยใหญ่ของกรุงเทพมหานครเบื้องหน้า หัวใจดวงน้อยรู้สึกหนักอึ้ง ไหล่ที่เคยตั้งตรงเสมอลดลู่ลงมาอย่างสุดจะทน

ธารินีรู้ดีว่าเธอจะต้องเจอกับคำพูดประเภทไหน หากเธอโทรไปหาญาติของภัณฑิรา ไม่มีพ่อแม่พี่น้องคนไหนหรอกที่จะแสดงมารยาทดีกับเธอ หรือรู้สึกเป็นเกียรติที่เธอติดต่อไป ในเมื่อเธอคือคู่หมั้นของผู้ชายที่ทำร้ายคนในครอบครัวของตัวเอง

หากภัณฑิราเป็นน้องสาวของเธอ เธอเองก็คงโกรธจนแทบอยากจะใช้มีดเฉือนหัวใจผู้หญิงแบบนี้ออกมาเหมือนกัน 

แต่เธอจะทำอะไรได้นอกจากแสดงความเสียใจกับเด็กสาวคนนั้น เธอจะทำอะไรได้ในเมื่อตัวเธอเองก็จำใจต้องทนแบกรับโชคชะตาอันแสนโหดร้ายนี้เช่นกัน

 

เป็นอันตกลงให้ดำเนินการตามแผนงานของคุณอุดร เรื่องติดต่อต่างๆ คงต้องฝากเอาไว้กับคุณด้วย นิธิศเอ่ยสรุปการประชุมในฐานะรักษาการประธานบริษัท เมื่อการวางแผนงานเกี่ยวกับการสัมมนาประจำปีของบริษัทได้รับข้อยุติในที่สุด

บรรดาผู้เข้าร่วมประชุมพากันทยอยเดินออกจากห้องประชุม

ธารินีเองก็รีบรวบเก็บของและเอกสารของตัวเองเช่นกัน

น้ำคุณอยู่ก่อน ผมมีเรื่องจะคุยด้วย

ร่างบางชะงักเล็กน้อย เธอหันกลับไปมองคนเรียกด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์

คุณมีปัญหาเรื่องงบประมาณการสัมมนา?” ในฐานะผู้บริหารฝ่ายการเงิน เธอมีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนนี้

ไม่ใช่เรื่อนั้น ผมต้องการคุยกับคุณเรื่องภัณฑิรา

คิ้วเรียวเลิกสูงขึ้นเล็กน้อย ไม่พูดอะไรอีกก็หันหลังกลับเดินตรงไปยังประตูห้องประชุม

น้ำ หยุด!!” เสียงนิธิศเอ่ยเรียก แต่นั่นไม่สามารถหยุดธารินีได้ ธารีนี ผมบอกให้หยุด!

คนถูกเรียกยังคงก้าวเดินต่อไปไม่คิดจะหยุดตามที่อีกฝ่ายสั่ง แต่พอมือเรียวสวยเอื้อมไปจับที่ลูกบิดประตูห้องประชุม ตอนนั้นเองที่ร่างสูงเข้ามาประชิดตัว มือหนาของเขาคว้าจับที่ข้อมือเรียวเล็ก ดึงกระชากร่างธารินีจนตัวปลิววืด แผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังห้องประชุมอย่างแรง

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเพราะความเจ็บแปลบนั้น ก่อนดวงตาคมคู่สวยจะตวัดขึ้นมองสบตาคนร่างสูงนิสัยหยาบกระด้าง

เมื่อผมบอกให้คุณหยุดคุณก็ควรจะหยุดนะน้ำ

แต่ฉันไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องหยุด เราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกัน ฉันมีงานที่สำคัญกว่ารออยู่ธารินีบอก พร้อมพยายามบิดข้อมือที่ถูกอีกฝ่ายตรึงยึดไว้ ปล่อยฉัน

ผมปล่อยแน่ถ้าคุณบอกผมว่าทำไมคุณถึงยังคิดจะยุ่งเรื่องของเด็กนั่นอีก คุณให้เลขาไปเอาประวัติเด็กคนนั้นทำไม?”

ริมฝีปากเหยียดยิ้มหยันนิดๆ กับคำถามนั้น เป็นห่วงอะไรละ กลัวว่าฉันจะมีผลตรวจดีเอ็นเอของเด็กในท้องภัณฑิราหรือไง?”

คุณ!” ดวงตาของนิธิศเบิกกว้าง อาการตกใจนั้นแทบจะปิดไม่มิด ภัณฑิราแท้งไปแล้ว

ถึงจะแท้งแต่ก็ตรวจดีเอ็นเอได้ คุณไม่รู้เหรอ?” ธารินีสวนกลับทันที

ความจริงเธอไม่รู้หรอกว่าตรวจได้หรือไม่ แต่เมื่อเห็นท่าทางตกใจของอีกฝ่าย มันก็ทำให้หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะข่มขู่ให้เขารู้จักหวาดกลัวกับผลการกระทำของตัวเองเสียบ้าง

คุณพ่อไม่เคยว่าคุณที่มีบรรดาสาวๆ เอาไว้นอนหนุนอก แต่ท่านคงรับไม่ได้แน่ๆ กับพฤติกรรมที่วางไข่เรี่ยราดแบบนี้

ธารินี!!” ชายหนุ่มเอ่ยชื่ออีกฝ่ายลอดผ่านฟันที่ขบกันแน่นจนเห็นเด่นชัดบนใบหน้า

หญิงสาวจ้องมองอีกฝ่ายตรงๆ ไม่คิดจะหลบตา ดวงตาคมสวยเต็มไปด้วยความท้าทายไม่มีเศษเสี้ยวของความหวาดกลัวเลยสักนิด

เลิกยุ่งเรื่องเด็กนั่นซะ!!”

ทำไมฉันต้องทำตามที่คุณสั่งด้วย การที่ฉันจะทำอะไรมันก็เป็นเรื่องของฉัน

คุณควรจะฟังคำสั่งของผมนะธารินี เพราะอย่างน้อยผมก็เป็นเจ้าของตัวคุณ!”

ประโยคที่ได้ยินนั้นเรียกเสียงหัวเราะเหยียดหยันจากคนฟังได้อย่างดี คุณไม่ได้เป็นเจ้าของฉันนิธิศ ไม่มีทางได้เป็น และฉันจะทำอย่างที่ฉันอยากจะทำ!!

ดวงตาของนิธิศหรี่แคบก่อนจะยอมปล่อยร่างบางในที่สุด เพราะเขารู้ดีว่าการถกเถียงกับธารินีเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ ไม่ว่าเขาจะสั่งหรือขอร้อง ผู้หญิงคนนี้ก็จะทำอย่างที่ตั้งใจ มันน่าเจ็บใจที่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะสามารถยกพ่อของเธอขึ้นมาข่มขู่ให้หญิงสาว     จนมุมได้เหมือนเรื่องอื่นๆ

ก็ได้ธารินี ตอนนี้คุณอยากจะทำอะไรก็เชิญ แต่ผมขอเตือนคุณเอาไว้เลยนะ เมื่อใดก็ตามที่คุณขึ้นชื่อว่าเป็นเมียผม ถึงตอนนั้นถ้าคุณคิดจะทำแบบนี้อีก ผมจะไม่หยุดแค่การเตือนแน่ เชื่อผมเถอะ    ธารินี การที่คุณดื้อดึงต่อต้านผมในวันนี้มันจะส่งผลต่อคุณแน่เมื่อเราเข้าพิธีแต่งงานกัน เมื่อนั้นผมจะทำให้คุณดิ้นพล่านอยู่ใต้ร่างผมอย่างไม่มีทางหนี ผมจะทำให้ทุกส่วนในร่างกายคุณจดจำว่าใครคือเจ้านายที่แท้จริง พูดจบนิธิศก็เดินออกจากห้องประชุมไปด้วยท่าทางของ    ผู้ชนะ ทิ้งให้ผู้แพ้อย่างธารินีเอาไว้ในห้องประชุมใหญ่เพียงลำพัง

ภายในห้องประชุมธารินีได้แต่ยืนเม้มริมฝีปากตัวเองแน่น ตอนที่นิธิศพูดแต่ละประโยคนั้นใบหน้าของเขาโน้มเข้ามาใกล้จน  ธารินีรู้สึกถึงลมหายใจที่รินรดไปทั่วใบหน้าและลำคอ

มันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงยิ่งนัก! รังเกียจเสียจนเกือบจะอดใจไม่ไหวยกมือขึ้นมาเกาแรงๆ เพื่อให้สัมผัสนั้นหายไปเร็วๆ

อุ้ย คุณธารินีเสียงร้องของแม่บ้านสูงวัยดังขึ้น เมื่อเธอเปิดประตูเข้ามาพบหญิงสาวยืนอยู่ในห้องประชุม ป้าขอโทษค่ะ ป้านึกว่าไม่มีใครอยู่แล้ว

“ฉันกำลังจะไปออกไปพอดี ป้าทำงานของป้าเถอะค่ะหญิงสาวบอก ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องประชุมใหญ่ กลับไปยังห้องทำงานของตัวเอง

เมื่อมาถึงห้องทำงานเธอก็ได้รับรายงานจากเลขาคนสนิทว่าได้เบอร์ติดต่อญาติของภัณฑิรามาแล้ว

พี่ได้แค่เบอร์พี่ชายของภัณฑิรามาเท่านั้นเองค่ะ พอดีตอนที่พี่ลงไปฝ่ายบุคคลพี่เจอคุณนิธิศด้วย คุณน้ำไม่ได้โดนว่าอะไรใช่ไหมคะ?”

พี่เบญไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ เพราะเขาทำอะไรน้ำไม่ได้เรื่องแบบนี้ลงเอาไปฟ้องคุณพ่อก็เท่ากับตัดหัวตัวเองนั่นแหละ ธารินีเอ่ยเสียงหยัน

จริงอยู่ที่พ่อของเธอไม่ได้สนใจหรือใส่ใจเรื่องความเจ้าชู้มักมากของนิธิศ แต่หากมีเรื่องของเด็กบริสุทธิ์เข้ามาเกี่ยว มันก็เป็นคนละเรื่องกัน แม้พ่อของเธอจะเป็นผู้ชายประเภทเดียวกับนิธิศ ที่ชอบสรรหาผู้หญิงมากมายมาบำรุงบำเรอความสุขส่วนตัว แต่พ่อของเธอก็รับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้นเช่นกัน ทั้งเสื้อผ้า เงินทองของใช้ ผู้หญิงที่คบหากับพ่อของเธอล้วนไม่เคยขาดสิ่งเหล่านี้ ตราบที่พ่อเธอยังให้ความสนใจ

แม่เธอเองก็เป็นหนึ่งในบรรดาผู้หญิงของนายใหญ่แห่ง      จรุงเลิศทรัพย์เช่นกัน แต่แม่ของเธอจากผู้หญิงคนอื่นๆ เพราะแม่ของเธอเป็นผู้หญิงที่พ่อเธอยอมจดทะเบียนสมรส ยกย่องให้ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาเขาตามกฎหมาย แม่คิดว่าตัวเองโชคดีที่ได้รับความสนใจจากเขามากกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ

แต่มันก็แค่นั้นแหละ เมียตามกฎหมาย เมียที่มีใบทะเบียนสมรสหรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าเมียหลวง นั่นคือสิ่งที่แม่ได้เป็น

 

                                                               

หลังงานแต่งงานแค่หกเดือน แม่เธอก็เป็นเพียงไม้ประดับในบ้านเท่านั้น แม่ไม่เคยได้รับความสนใจจากเขาอีกเลย แม้แต่ในวันที่เธอลืมตาดูโลก ทั้งๆ ที่เธอคือเหตุผลที่ทำให้แม่ได้กอดทะเบียนสมรส

ธารินีเติบโตขึ้นมาในบ้านหลังใหญ่ เธอได้ทุกอย่างที่ต้องการ ทั้งเสื้อผ้าราคาแพง ของใช้แบรนด์เนม รถหรูราคาหลายสิบล้าน  รวมถึงการศึกษาที่ดีที่สุด แต่ตลอดเวลานั้นพ่อไม่เคยปล่อยให้เธอหลงระเริงแม้แต่เสี้ยววินาที ทุกวันทุกเวลาเขาจะย้ำถึงสิ่งที่เป็นตัวเธออยู่เสมอ

ความผิดพลาดหนึ่งเดียวในชีวิตเขา

เขาย้ำถึงบุญคุณที่ชุบเลี้ยงเธอกับแม่มาตลอดยี่สิบหกปีและเธอมีหน้าที่ต้องทดแทน

คุณน้ำ เสียงเรียกของเลขาคนสนิททำให้ความคิดของ  ธารินีกลับมาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง สายตาคู่สวยมองไปทางเบญจรีก่อนจะเหลือบกลับมามองกระดาษโน้ตแผ่นเล็กบนโต๊ะทำงานของตัวเอง

กระดาษซึ่งมีชื่อและเบอร์โทรของพี่ชายเพียงคนเดียวของภัณฑิรา

คุณน้ำแน่ใจเหรอคะว่าจะโทรไป...คือพี่ไม่ได้ว่าอะไรนะ แต่เรื่องมันผ่านมากว่าสัปดาห์แล้ว ทางนั้นมารับภัณฑิรากลับไปแล้ว ก็น่าจะพอรู้เรื่องบ้าง แต่เขากลับไม่ได้ติดต่อหรือมาโวยวายอะไรเลย พี่ว่าคุณน้ำก็อย่าเข้าไปยุ่งดีกว่านะ อาจจะเป็นการตีน้ำให้ขุ่นก็ได้    เบญจรีเอ่ยเตือนอีกครั้ง ไม่รู้ทำไมตั้งแต่ตอนที่ธารินีพูดเล่นเมื่อเช้า เธอก็รู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย

เบญจรีรู้สึกเหมือนว่าคำพูดเล่นนั้นจะกลายเป็นจริงขึ้นมาอย่างไรก็ไม่รู้

พี่เบญอย่าห้ามน้ำเลยนะคะ น้ำตัดสินใจแล้ว

เบญจรีถอนหายใจยาว ก่อนจะขอตัวกลับไปทำงานและเดินออกจากห้องไป

ธารีนีมองกระดาษโน้ตสีขาวสะอาดที่มีชื่อและเบอร์โทรศัพท์มือถือเขียนเอาไว้ด้วยลายมือเป็นระเบียบของเบญจรี มือเรียวเอื้อมไปหยิบกระดาษใบนั้นขึ้นมาด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ดวงตาคู่สวยจ้องมองกระดาษโน้ตแผ่นนั้นอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนมืออีกข้างจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือส่วนตัวขึ้นมา ปลายนิ้วกดหมายเลขตามที่เขียนเอาไว้ในกระดาษ

รอสัญญาณอยู่สามครั้ง อีกฝ่ายจึงรับสาย

รฐนนท์พูดครับ

เสียงทุ้มเข้มที่ได้ยินนั้นทำเอาหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบไปเล็กน้อย มันเป็นเสียงที่ชวนให้รู้สึกแปลกๆ

เสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ แต่ก็ฟังรื่นหูอย่างบอกไม่ถูก

ฮัลโหล?”

เอ่อ...สวัสดีค่ะคุณรฐนนท์

ครับ ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครครับ?” อีกฝ่ายถามกลับมา น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำสุภาพ แต่ก็ฉายชัดถึงความระวังตัว

ฉันชื่อธารินีค่ะ ธารินี จรุงเลิศทรัพย์หญิงสาวรีบกล่าวแนะนำตัว คือฉันเป็นผู้รับผิดชอบการฝึกงานของภัณฑิรา น้องสาวคุณน่ะค่ะ

ครับ คนปลายสายตอบกลับมาสั้นๆ แต่เหมือนน้ำเสียงนั้นจะต่ำลึกยิ่งกว่าเดิมจนน่าใจหาย

ธารินีเม้มริมฝีปาก เรียกกำลังใจให้ตัวเองแล้วจึงเอ่ยอีกครั้ง

คุณ...คงทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว

ครับ ผมทราบเรื่องจากน้องสาวผมแล้ว

อีกครั้งที่หัวใจดวงน้อยของธารินีกระตุกวูบ ความเสียใจ ความรู้สึกผิดทิ้งตัวหนักอึ้งในหัวใจ แล้ว...ตอนนี้ภัณฑิราเป็นยังไงบ้างคะ ฉันไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาล แต่ทางนั้นบอกว่าคุณรับตัวเธอออกมาแล้ว

น้องสาวผมสบายดีครับ ไม่ต้องห่วง แม้เธอจะเจ็บปวดแต่เธอจะสบายดีในไม่ช้า

คำพูดของอีกฝ่ายทำเอาธารินีแทบพูดไม่ออก มันเป็นคำพูดตรงไปตรงมาอย่างที่สุด สุภาพแต่ก็แรงจนทำให้หน้าชาได้เลยทีเดียว

 ฉันต้องขอโทษจริงๆ ที่ดูแลน้องสาวของคุณได้ไม่ดี ทั้งๆ ที่ภัณฑิราอยู่ในความรับผิดชอบของฉัน แต่ฉันกลับปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้น ถ้ามีโอกาสฉันก็อยากไปเยี่ยมภัณฑิรารวมทั้งไปขอโทษคุณด้วยตัวเอง

คุณ...จะมาเยี่ยม มาขอโทษ?” น้ำเสียงคนปลายสายคล้ายไม่อยากเชื่อ

ค่ะ!” ธารินีรีบบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ฉันคิดว่ามันออกจะน่าเกลียดไปสักนิดที่จะขอโทษคุณทางโทรศัพท์แบบนี้ทั้งๆ ที่เรื่องที่เกิดขึ้นร้ายแรงมาก อีกอย่างฉันอยากไปเยี่ยมภัณฑิราจริงๆ ฉันชอบเธอมาก น้องสาวคุณเป็นเด็กสาวที่น่ารัก

ธารินีบอกสิ่งที่อยู่ในใจออกไปตามตรง แม้รู้ว่าโอกาสที่เธอจะได้รับการให้อภัยนั้นมีน้อยเต็มที

ฉันอยากจะบอกคุณว่าฉันยินดีให้ความช่วยเหลือรวมถึงการชดเชยทุกอย่างที่เป็นไปได้ หากคุณและภัณฑิราต้องการ

การชดเชย? คุณหมายถึงเงินอย่างนั้นเหรอ?” เสียงทุ้มเข้มที่ถามกลับมานั้นสูงขึ้นเล็กน้อย

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ! ฉันไม่ได้คิดจะดูถูกคุณหรือน้องสาวเลย ฉันหมายถึงทุกอย่างที่ฉันสามารถทำได้และคุณเชื่อฉันได้เลยนะคะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะไม่ถูกเผยแพร่ใดๆ ทั้งสิ้น ฉันจะเก็บเรื่องนี้เอาไว้กับตัวจนวันตาย สำหรับเอกสารรับรองการฝึกงานของภัณฑิราฉันก็ให้ฝ่ายบุคคลจัดการเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ธารินีเอ่ยอย่างร้อนใจ ฉันอยากให้คุณเชื่อฉัน แม้ว่ามันจะดูยากไปสักนิด แต่ฉันจริงใจจริงๆ นะคะ

อีกฝ่ายเงียบไปนานจนมือของธารินีที่รอฟังนั้นเย็นเฉียบ เธอรู้ว่าการกระทำของเธอนั้นเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่ภัณฑิราสูญเสีย แต่เธอก็พยายามอย่างที่สุดแล้ว

คุณบอกว่าคุณอยากจะมาเยี่ยมน้องสาวผม?” เสียงปลายสายดังขึ้นอีกครั้ง

ครั้งนี้ประโยคที่อีกฝ่ายพูดทำให้หัวใจของคนฟังรู้สึกเบาขึ้นมาเล็กน้อย

ค่ะ ฉันอยากเห็นกับตาว่าภัณฑิราสบายดีแล้วจริงๆ แล้วก็อยากขอโทษคุณด้วยตัวเอง

“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ คุณเคยไปที่คอนโดของน้องสาวผมใช่ไหม?”

เคยค่ะ

ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้คุณก็ไปรอผมที่นั่นล่ะกัน ผมจะไปรับคุณมาเยี่ยมยัยภัณ

เย็นนี้เหรอคะ?”

“ทำไมครับ หรือว่าคุณไม่สะดวก?”

“ไม่ค่ะ! ฉันสะดวก” หญิงสาวตอบรับทันที

ช่างเถอะ อย่างไรมันก็ไม่ใช่นัดสำคัญอะไร ที่สำคัญเธอก็ไม่ได้อยากไปอยู่แล้วด้วย ดีเสียอีก ตอนนี้เธอก็มีข้ออ้างที่จะไม่ต้องไปทนนั่งปั้นหน้ากินข้าวกับผู้ชายคนนั้นแล้ว

เย็นนี้ฉันจะไปพบคุณที่คอนโด สักประมาณห้าโมงเย็นจะสะดวกไหมคะ พอดีก่อนหน้านั้นฉันติดธุระสำคัญนิดหน่อยน่ะค่ะ?”

ไม่มีปัญหา ผมจะรอจนกว่าคุณจะมา

ขอบคุณค่ะคุณรฐนนท์ ขอบคุณมากธารินีเอ่ยด้วยความโล่งใจ ก่อนจะกล่าวลาและกดวางสาย

หัวใจที่หนักอึ้งก่อนกดโทรศัพท์นั้นรู้สึกเบาขึ้นกว่าครึ่ง ดูเหมือนพี่ชายของภัณฑิราจะไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เธอคิดเอาไว้ เขาท่าทางเป็นคนที่ค่อนข้างใจเย็นเสียด้วยซ้ำ

ใจเย็น แล้วก็สุขุม น้ำเสียงทุ้มลึกนั้นก็ชวนฟังไม่น้อย...ธารินีคิดแล้วก็อดลอบยิ้มกับตัวไม่ได้

 

ในขณะที่ธารินีกำลังรู้สึกโล่งอก หญิงสาวไม่ได้รับรู้เลยว่าชายหนุ่มเจ้าของเสียงทุ้มลึกที่อยู่อีกด้านนั้นกำลังเอื้อมมือไปหยิบรูปถ่ายของเธอขณะที่ออกงานคู่กับนิธิศขึ้นมาไว้ในมือ ริมฝีปากหนานั้นเหยียดออกเป็นรอยยิ้มช้าๆ

รอยยิ้มที่ทำให้ลุงเกิดซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนักต้องรู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลัง

เพราะเห็นกันมาตั้งแต่ชายหนุ่มยังเป็นเด็กตัวนิดเดียว ลุงเกิดจึงรู้ดีว่ารอยยิ้มนั้นมาพร้อมความน่ากลัวขนาดไหน ไม่บ่อยนักหรอกที่นายของเขาจะยิ้มแบบนี้

แต่ทุกครั้งที่ได้เห็น ผลที่ตามมาก็คือชีวิตของใครสักคนต้องพังพินาศลงในไม่ช้า คิดแล้วก็ต้องลอบกลืนน้ำลาย อดที่จะสงสารเจ้าของเสียงหวานใสที่เจ้านายเพิ่งจะวางสายไปไม่ได้

 ลุงเกิด ผมมีเรื่องต้องวานให้ลุงช่วยนิดหน่อย ผมต้องการของบางอย่าง ต้องการด่วนที่สุด ถ้าเป็นไปได้ก็ก่อนห้าโมงเย็นวันนี้

นายจะให้ผมหาอะไรครับ?” ชายสูงวัยถาม

ใบหน้าคมสันนั้นหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนสนิทอีกครั้ง รอยยิ้มที่เหยียดหยันนั้นฉีกกว้างขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว

แค่ของเล็กๆ น้อยๆ ที่จะเตรียมเอาไว้ต้อนรับคุณหนูธารินี จรุงเลิศทรัพย์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

2 ความคิดเห็น