ตอนที่ 13 : ตอนที่ 7 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    8 ธ.ค. 60

เล่ห์รักในเพลิงพรหม
กระดาษทรายแก้ว
www.mebmarket.com
เพราะน้องสาวคนเดียวของเขาถูกคู่หมั้นเธอทำลาย เธอจึงกลายเป็นเหยื่อในไฟแค้นของเขา...“ฉันยังติดค้างอะไรคุณอีกเหรอคะ?”แก้มสากกระตุกเล็กน้อยกับสิ่งที่ได้ยิน“คุณคิดจะยืนหันหลังให้ผมอยู่อย่างนั้นน่ะเหรอ?”“ถ้าคุณไม่ต้องการจะพูด ก็เชิญคุณกลับไปเถอะค่ะ ฉันยังมีงานต้องทำอีก”“คุณพูดเหมือนเราเป็นคนอื่นคนไกลอย่างนั้นแหละ ไม่รู้หรือไงว่าหัวใจผมเจ็บนะที่ถูกตัดรอนอย่างเย็นชาแบบนี้ บอกตามตรงว่าผมไม่ชอบสักนิดกับท่าทางแกล้งทำเป็นเย็นชาของคุณ ผมชอบตอนที่คุณเร่าร้อนมากกว่า”******นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายแนว โรมานซ์-ดราม่า ต้นฉบับถูกเขียนตั้งแต่ช่วงปี 2555 และได้ตีพิมพ์ในชื่อเดียวกันคือ "เพลิงแค้นอสูร" จัดพิมพ์และจำหน่ายโดยสนพ. อินเลิฟ กระดาษทรายแก้วได้นำเรื่องนี้ มารีไรท์ใหม่อีกครั้งในรูปแบบของ ebook

เนื้อหาตอนนี้จะลงเป็นตอนสุดท้ายนะคะ 
เรื่องเต็มสามารถตามอ่านได้ที่ Meb ค่ะ


ตอนที่ 7 

ถึงจะถูกเรียกว่าสัมมนาประจำปีแต่จริงๆ แล้วมันก็คือการพาพนักงานที่เคร่งเครียดจากการทำงานมาทั้งปีมาพักผ่อน แต่การพักผ่อนนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นการมาเที่ยวอย่างเดียว แต่มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีของพนักงานด้วย

กิจกรรมที่จัดขึ้นส่วนใหญ่จะเกมเพื่อความสนุกสนานเรียกเสียงหัวเราะเฮฮาได้อย่างดี นิธิศกับธารินีเองก็ถือโอกาสร่วมเล่นเกมด้วย เพื่อให้เหล่าพนักงานรู้สึกเป็นกันเอง  

“เหนื่อยจริงๆ แต่ก็สนุกดีจริงไหมครับ?” ผู้จัดการฝ่ายบุคคลถามสองหนุ่มสาวซึ่งกำลังนั่งพักอยู่หลังจากกิจกรรมต่างๆ จบลง และเหล่าพนักงานแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัยก่อนจะมารวมตัวกันอีกครั้งเมื่อถึงเวลาอาหารค่ำ

 คุณเองก็ทำหน้าที่ได้ดีเหมือนกัน ไม่ผิดหวังจริงๆ ที่ให้คุณดูแลรับผิดชอบธารินีเอ่ยพร้อมส่งยิ้มหวานให้อีกฝ่าย

ยิ้มหวานที่ทำให้ผู้จัดการวัยกลางคนหน้าแดงเรื่อ จนอดยิ้มกว้างอย่างอดภูมิใจไม่ได้

ขอบคุณมากครับ

ผมคิดเอาไว้แล้วว่าเลือกคนไม่ผิด ยังไงในส่วนของปีหน้าผมก็ขอฝากเอาไว้ด้วยนะนิธิศพูดขึ้นบ้าง

ครับ คุณธารินีกับคุณนิธิศหายห่วงได้เลยครับ ผมจะทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถแน่นอน ผู้จัดการสูงวัยกล่าวด้วยเสียงจริงจัง ก่อนจะขอตัวแยกไปพักผ่อนบ้าง

ทันทีที่ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเดินจากไป ธารีนีลุกขึ้นเช่นกันและเธอคงจะเดินจากไปแล้วถ้าไม่ใช่เพราะเสียงทุ้มเข้มของนิธิศดังขึ้นทันทีที่เธอขยับตัว

จะรีบไปไหนล่ะน้ำ?”

ฉันจะไปเดินเล่นรอบๆ รีสอร์ท

คุณจะรังเกียจไหม ถ้าผมจะขอไปด้วย?”

คำถามนี้ทำให้ธารินีอดแปลกใจไม่ได้ ใบหน้าหวานสวยหันไปมองคนพูดพร้อมด้วยคิ้วเรียวที่เลิกสูง

คุณอย่ามองผมเป็นศัตรูนักจะได้ไหมน้ำ นิธิศพูดพร้อมลุกขึ้นยืนช้าๆ เรื่องก่อนหน้านี้ผมยอมรับว่าตัวเองมีส่วนผิดที่พูดจาหาเรื่องคุณ”

มีส่วนผิด?” ธารินีทวนคำนั้นด้วยเสียงที่สูงกว่าปกติเล็กน้อย

ผมยอมรับว่าผมเป็นฝ่ายหาเรื่องคุณก่อน นิธิศตอบกลับ

ตั้งแต่แยกกับธารินีก่อนหน้านี้ นิธิศก็คิดเรื่องระหว่างทั้งสองมาตลอด ที่ผ่านมาเขาพยายามเอาใจพ่อของเธอเพื่อให้ได้ใจของหยิงสาว แต่ดูเหมือนไม้แข็งแบบนี้จะไม่ได้ผล นิธิศจึงคิดว่าเขาควรจะใช้ไม้อ่อนเข้าหา

หากเขายอมอ่อนลงบ้างมันอาจจะทำให้ธารินีหันมามองเขาในแง่ที่ดีขึ้นบ้างก็ได้

ผู้หญิงทุกคนล้วนต้องการการเอาใจทั้งนั้น

หมู่นี้คุณทำให้ฉันแปลกใจเสมอนะนิธิศ

บางทีอาจจะเป็นเพราะผมเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะทะเลาะกันตลอดเวลาก็ได้

 ธารินีไม่ตอบอะไร เธอเพียงแค่จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าชั่วอึดใจ ก่อนจะหันหลังแล้วก้าวเท้าออกเดินสำรวจบริเวณรอบๆ          รีสอร์ทอย่างที่ตั้งใจ และเธอไม่พูดอะไรเมื่อรู้ว่ามีคนเดินตามมาด้านหลัง

หญิงสาวไม่สนหรอกว่าเขาจะเดินตามเธอไปถึงไหน ตราบใดที่เขาเดินอยู่เงียบๆ และไม่พูดจาหาเรื่องเธอก็พอแล้ว

หญิงสาวเดินสำรวจบริเวณรอบๆ รีสอร์ทอย่างตื่นตาตื่นใจ รีสอร์ทนี้นับว่าเป็นรีสอร์ทใหญ่ที่สามารถรองรับคนเข้าพักได้หลักร้อย แต่ด้วยการจัดสรรพื้นที่และการตกแต่งอย่างดีทำให้รีสอร์ทแห่งนี้กลมกลืนเข้ากับธรรมชาติรอบด้าน ต้นไม้ใหญ่มากมายอยู่รายรอบบริเวณรีสอร์ท ทำให้สถานที่แห่งนี้ดูราวกับถูกตัดขาดจากโลกความวุ่นวายภายนอก ต้นไม้ใหญ่ช่วยเรื่องอากาศที่บริสุทธิ์ มีเสียงนกร้อง เสียงน้ำตกดังแว่วอยู่ไกลๆ ยิ่งทำให้ผ่อนคลายอารมณ์ได้อย่างดี

ธารินีก็อดไม่ได้ที่จะปล่อยความคิดและซึมซับบรรยากาศอันน่าสบายนี้

นิธิศที่เดินตามอยู่ด้านหลังได้แต่เฝ้ามองเสี้ยวใบหน้าหวานกับรอยยิ้มบางนั้นอย่างหลงใหล เขาไม่สามารถถอนสายตาจากรอยยิ้มนั้นได้เลย

รอยยิ้มที่เขาได้แต่หวังว่าสักวันมันจะเป็นรอยยิ้มเพื่อเขา

ธารินีนั้นยังคงก้าวเดินไปเรื่อยๆ ตามทางเท้าเส้นเล็กๆ ที่ทอดยาวเข้าสู่ส่วนของป่าทึบที่อยู่ด้านหลังรีสอร์ท แม้เส้นทางจะดูรกชัฎไปบ้าง แต่ภาพของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และอากาศสดชื้นสะอาดปอดก็ชวนให้รู้สึกอยากเดินลึกเข้าไปด้านในอีกนิด

น้ำ ผมว่าเรากลับเถอะ ทางข้างหน้าดูรกแล้วก็อันตรายมากนะเสียงทุ้มเข้มของนิธิศดังขึ้น พวกเขาเดินห่างจากออกตัวรีสอร์ทมาไกลพอสมควรแล้ว อาจจะถึงเจ็ดถึงแปดร้อยเมตรเลยด้วยซ้ำ หรือไม่ก็อาจจะเดินเลยออกมาจากเขตของที่พักแล้วด้วย

ถ้าคุณอยากกลับก็กลับไปก่อนเถอะ ฉันยังอยากเดินต่ออีกนิดธารินีตอบกลับไปโดยที่ไม่ได้หันไปมองอีกฝ่าย

เธอได้ยินเสียงน้ำตกอยู่ไม่ไกล เธออยากจะเห็นมัน

ทางข้างหน้ามันรกจะตาย คุณยังจะเดินต่อไปอีกทำไม ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลยนอกจากต้นไม้ นิธิศว่าอีกพร้อมเดินตรงเข้าไปหยุดตรงหน้าหญิงสาว เป็นการบังคับให้เธอต้องหยุดเดิน เดินต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ เผลอๆ จะอันตรายด้วย กลับไปนั่งเล่นที่           รีสอร์ทดีกว่า

“ทางรกไปหน่อยก็จริงๆ แต่ก็ยังมีทางไม่ใช่เหรอ”

“กลับรีสอร์ทเถอะ”

ธารินีจ้องมองคนตรงหน้า ก่อนจะเอ่ย ฉันไม่ได้ขอร้องให้คุณเดินตามฉันมา

น้ำ ผมไม่อยากจะมาทะเลาะกับคุณในเรื่องนี้นะ เราไม่ใช่คนพื้นที่ คุณอาจจะหลงทางหรือเจอสัตว์อันตรายก็ได้ กลับรีสอร์ทเถอะชายหนุ่มไม่พูดเปล่าแต่เขาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเล็ก ดึงให้หญิงสาวออกเดินกลับไปที่รีสอร์ทโดยไม่สนว่าหญิงสาวจะยินยอมหรือไม่

นิธิศปล่อยฉันนะ!” ธารินียังคงดื้อรั้น

หยุดต่อต้านผมสักทีได้ไหมน้ำ มีเหตุผลบ้างสิ!” นิธิศเองก็เริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาบ้างเหมือนกัน กลับไปที่รีสอร์ทกับผมเดี๋ยวนี้เลย!

คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน!

สิทธิ์ของความเป็นคู่หมั้นที่กำลังจะได้เป็นสามีคุณยังไงล่ะ!!” นิธิศสวนกลับไป ตอนนี้เขาเริ่มจะควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว เขาโกรธที่ธารินีต่อต้านเขาทุกครั้ง ทั้งๆ ที่เขาทำก็เพราะเขาหวังดีกับเธอทั้งนั้น ทุกๆ อย่างที่เขาทำก็เพราะเขาต้องการเธอมาอยู่ในอ้อมแขนเท่านั้น

แล้วเขาผิดตรงไหน!

ถึงเรากำลังจะแต่งงานกันก็ใช่ว่าคุณจะออกคำสั่งกับฉันได้หรอกนะ!”

ผู้ชายคนนี้มักจะพูดอะไรที่ทำร้ายจิตใจเธอได้ถึงแก่นจริงๆ เขาพูดราวกับว่าเธอเป็นตุ๊กตาไม้ที่ไร้ความรู้สึก เคลื่อนไหวได้ก็เพราะเขาออกคำสั่ง...

สิ่งที่ธารินีเห็นมาตลอด เห็นผู้เป็นแม่ได้แต่ก้มหน้าทำตามคำสั่งของพ่อทั้งๆ ที่ตัวเองต้องเจ็บปวดจนถึงขั้วหัวใจ

ชีวิตเธอถูกกำหนดให้ต้องรับบทตุ๊กตาไม้มาตลอดและจะยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป เพราะอย่างนั้นธารินีถึงหวงแหนอิสระในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ของเธอ เพราะมันคือสิ่งล่ำค่า

ถ้าคุณอยากจะกลับก็เชิญกลับไปคนเดียว อย่ามายุ่งกับฉัน!

คุณควรจะหัดเชื่อฟังผมเอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้นะน้ำ มันไม่มีประโยชน์อะไรที่คุณจะต่อต้านผมอยู่ตลอดแบบนี้!

แต่มันก็ยังไม่ถึงเวลาไม่ใช่เหรอ ธารินีตอบกลับไปเสียงเย็น และหันหลังเดินกลับไปยังทิศทางที่มุ่งเข้าสู่ป่าลึกอีกครั้งโดยไม่คิดจะสนใจนิธิศอีก

แต่ทันทีที่ธารินีหันหลังกลับ ร่างบางก็ต้องชะงักเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงคุ้นตาของใครบางคน หัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นอย่างฉับพลัน

เขากำลังเดินพ้นแนวต้นไม้หนาทึบ เท้ามั่นคงของเขากำลังเดินตรงมายังจุดที่เธอและนิธิศยืนอยู่

นิธิศสังเกตอาการของหญิงสาวแล้วหันไปมองตาม ก่อนจะต้องคำรามลั่น

แก!!

ผมจะคิดว่านั่นเป็นคำทักทายที่สุภาพก็แล้วกันนะครับ       รฐนนท์เอ่ยตอบเรียบๆ ไม่ใส่ใจสีหนีาและท่าทางเหมือนจะเข้ามาขย้ำคอเขาของนิธิศ สายตาเลือกที่จะเหลือบไปมองสบดวงตาคู่สวย       ริมฝีปากหนาคลี่ออกทีละนิด เผลอรอยยิ้มบางๆ ใบบนใบหน้า

ตอนที่ผู้จัดการรีสอร์ทนำรายงานเข้ามาให้หลังจากที่เขาเพิ่งจะจัดการเคลียร์ปัญหาที่ปางไม้เสร็จทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดมาก เพราะเขากำลังจะเตรียมตัวตีตั๋วไปกรุงเทพฯ อีกครั้งเพื่อปรับความเข้าใจกับธารินี แต่เมื่อเห็นชื่อบริษัทที่ปรากฏอยู่ในรายงานการจองห้องพักของรีสอร์ท ชายหนุ่มก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

เขาตัดสินใจรอให้หญิงสาวเป็นฝ่ายมาหาเขาเอง  และใบหน้าหวานสวยที่ตกใจจนดวงตาเบิกกว้างก็เป็นภาพที่เขาคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าจะต้องได้เห็น

ผู้หญิงสวยเวลาตกใจก็น่ารักดีเหมือนกัน

แกมาทำอะไรที่นี่!” นิธิศตวาดถามพร้อมขยับเข้ามายืนเคียงข้างหญิงสาว แสดงความเป็นเจ้าของเต็มที่

แหม คุณคงไม่ได้คิดว่าผมสะกดรอยตามพวกคุณมาจากกรุงเทพฯ หรอกใช่ไหมครับ ผมไม่ใช่คนโรคจิตสักหน่อยนะคุณ       รฐนนท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงขบขัน “จริงๆ พวกคุณนั่นแหละที่เป็นฝ่ายตามผมมา”

“พูดบ้าอะไรของแก!

“ผมทำงานที่นี่ครับ”

“หน้าอย่างแกน่ะเหรอจะทำงานในรีสอร์ที้”

“ผมพูดความจริงนะ”

“ใครเขาจะตาบอดรับกุ๊ยอย่างแกมาทำงาน!

“ที่นี่เขารับคนเข้าทำงานที่ความสามารถไม่ใช่หน้าตาครับ”

นิธิศกัดฟันกรอดที่อีกฝ่ายเถียงไม่ขาดคำเลย “จากสารรูปแก ฉันว่าก็คงเป็นได้แค่คนสวนสินะ”

“ผมทำทุกหน้าที่ครับ แล้วแต่จะมีคนเรียกใช้ ทำตั้งแต่งานจัดสวนยันต้อนรับแขกของรีสอร์ทก็เคยทำมาแล้วนะ

อย่างแกเนี่ยนะต้อนรับแขก สารรูปเหมือนพวกกุ๊ยข้างถนนแบบเนี้ยนะ สงสัยรีสอร์ทนี้คงไม่ได้ดีจริงอย่างที่โฆษณาแล้วล่ะมั้ง

อ้าวๆ คุณพูดอย่างนี้ ผมฟ้องคุณได้นะ รีสอร์ทนี้น่ะเพิ่งได้รับรางวัลรีสอร์ทเชิงอนุรักษ์มาหยกๆ ยอดคนจองเต็มเกือบตลอดทั้งปีเชียวนะรฐนนท์สวนกลับไปอีกด้วยท่าทางจริงจัง แต่ก็เหมือนจะยั่วโมโหอีกฝ่ายอยู่ในทีเช่นกัน

ที่แกพูดมาก็ถูก ฉันอาจจะหลงประเด็นไปหน่อย จริงๆ          รีสอร์ทก็สวยดี จะมีส่วนแย่ก็ตรงที่รับพนักงานอย่างแกเข้ามาทำงาน สงสัยเย็นนี้ฉันคงต้องเรียกผู้จัดการรีสอร์ทมาคุยสักหน่อยว่าจ้างพนักงานขาดการอบรมอย่างแกมาได้ยังไง นิธิศพูดพร้อมเชิดหน้าขึ้นเพราะคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายได้เปรียบ อยากรู้จริงๆ ว่าผู้จัดการของแกจะเลือกอะไร ระหว่างพนักงานกุ๊ยๆ อย่างแก กับแขกวีไอพีอย่างฉัน

นิธิศ!” ธารินีร้องขึ้นอยากตกใจเมื่อเข้าใจความหมายที่นิธิศต้องการจะสื่อ

อย่ามองผมอย่างนั้น ความจริงผู้จัดการรีสอร์ทนี้ควรจะขอบคุณผมด้วยซ้ำ

ธารินีขึงตามองชายหนุ่มอย่างโกรธจัดกับคำพูดกร่างๆ ของเขา

วางใจเถอะคุณรฐนนท์ ฉันรับรองว่าเรื่องนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้น

น้ำ! คุณจะเข้าข้างมันทำไม ก็เห็นๆ กันอยู่ว่ามันหยาบคายกับเราซึ่งเป็นแขกของรีสอร์ท!

แต่ที่ฉันเห็น คุณต่างหากที่เป็นฝ่ายหยาบคาย คุณนนท์เขาก็แค่เดินมาเฉยๆ เป็นคุณที่พูดจาหาเรื่องเขา!

คุณ!” นิธิศมองคู่หมั้นสาวของตัวเอง แล้วหันหลับไปมองใบหน้ากวนๆ ของรฐนนท์อีกครั้ง กรามคมสันขบกันแน่นอย่างเจ็บใจ หึ ผมเข้าใจแล้ว การที่คุณอยากเดินเข้าไปในป่านั่นก็เพราะคุณนัดมันเอาไว้ใช่มั้ยล่ะ!

อะไรนะ?” ธารินีถามกลับอย่างมึนงง สมองเริ่มตามไม่ทันความคิดของคนหาเรื่อง

ตกใจขนาดนั้นเชียวเหรอน้ำ นี่ถ้าผมไม่เดินตามคุณมา คุณคงจะเสพสำราญกับไอ้กุ๊ยนี้สบายใจไปเลยสิท่า!

ธารินีพูดอะไรไม่ออกเมื่อได้ยินคำพูดดูถูกหยาบคายที่ออกจากปากของนิธิศ

นี่คุณครับ จะพูดจะจาอะไรผมว่าคิดสักนิดเถอะครับ อย่างน้อยก็ให้เกียรติผู้หญิงเขาหน่อย โดยเฉพาะเมื่อคนคนนั้นได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นของคุณ รฐนนท์พูดขึ้นอย่างอดไม่ได้

จริงอยู่ว่าเขาเองก็เคยเอาคำพูดเหล่านี้โยนใส่หน้าธารินี แต่ตอนนั้นเป็นเพราะเขาเข้าใจหญิงสาวผิดไปต่างหาก ซึ่งมันต่างจากนิธิศที่อยู่ในฐานะคู่หมั้นและน่าจะรู้จักหญิงสาวมากกว่าใคร

เขาเอง หากย้อนเวลากลับไปได้เขาก็คงจะไม่มีวันหลุดคำพูดเหล่านี้ออกจากปากอย่างแน่นอน

แกหุบปากไปเลยไอ้กุ๊ย!” นิธิศตวาดลั่น ความโกรธและความหึงหวงในใจมีมากจนแทบจะทำให้ใบหน้ามืดคล้ำ แกเองควรจะหัดเจียมตัวซะบ้าง คิดว่าตัวเองเป็นใคร คนท่าทางกุ๊ยๆ อย่างแกมันก็เป็นได้แค่ของเล่นของน้ำเท่านั้น น้ำก็แค่อยากจะเอาคืนฉันที่ฉันมีผู้หญิงมากมายต่างหาก

คุณนี่มันเลวจริงๆ นะครับ ผู้หญิงเขายืนอยู่ตรงนี้ คุณยังว่าเขาให้เสียหายอีก

แล้วแกจะทำไม น้ำเป็นเมียฉัน ฉันจะพูดจะว่าอะไรก็ได้ เป็นแค่ชู้อย่าแส่!

เพียะ!

เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังสนั่นพร้อมกับใบหน้าของนิธิศที่สะบัดหันเพราะแรงจากฝ่ามือน้อยที่สะบัดตบด้วยอารมณ์ที่เดือดระอุ

ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาอีก นิธิศหันมามองร่างบางตรงหน้า ดวงตาวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธจัด ธารินีเองก็จ้องมองกลับไปด้วยสายตาที่สื่ออารมณ์เดียวกัน ส่วนรฐนนท์ได้แต่ยืนมองทั้งสองคนโดยไม่พูดอะไร มือข้างหนึ่งที่กำแน่นก่อนหน้านี้คลายออกช้าๆ

เขาคิดจะสั่งสอนคนหยาบคายสักหมัด แต่เขาดันช้ากว่าหญิงสาวไปก้าวหนึ่ง ที่เธอมีโอกาสก่อนก็เพราะยืนอยู่ใกล้ผู้ชายใจหยาบมากกว่าเขา

เพราะในหัวคุณมักมีแต่ความคิดต่ำๆ แบบนี้ไงล่ะนิธิศ ฉันถึงได้รู้สึกขยะแขยงและรังเกียจคุณนัก ธารินีพูดจบก็สะบัดหน้าหันหลังออกเดินทันที โดยไม่สนใจใครทั้งนั้น สองเท้าก้าวอย่างรวดเร็วตามอารมณ์ที่เดือดพล่าน เส้นทางเบื้องหน้าจะมุ่งไปสู่หุบเหวหรือป่าเขา ก็ไม่สำคัญอีกแล้ว

น้ำ คุณจะไปไหน?” นิธิศตะโกนเรียกพร้อมทำท่าจะเดินตาม แต่เขาก็ต้องชะงักเมื่อร่างสูงของรฐนนท์ขยับเข้ามาขวาง หลีกไปไอ้กุ๊ย!

ผมจะขอเตือนคุณเอาไว้นะคุณนิธิศ ถ้าคุณไม่หยุดพ่นคำพูดต่ำๆ ของคุณล่ะก็ ครั้งหน้าหมัดของผมนี่แหละที่จะกระแทกหน้าคุณรฐนนท์เอ่ยเตือนด้วยเสียงต่ำเบา

คนฟังลอบกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ

แก...ไม่มีวันได้น้ำไปหรอก น้ำเป็นของฉัน!

มุมปากของคนฟังกระตุกขึ้นนิดๆ ท่าทางที่เหมือนจะเย้ยหยันท้าทาย โดยที่ไม่พูดอะไรอีก รฐนนท์ก็หันหลังให้นิธิศ เดินตรงไปยังทิศทางที่ร่างบางเพิ่งจะเดินไป ทิ้งให้นิธิศได้แต่ยืนกัดฟันกรอดอย่างโกรธจัดคนเดียว

บ้าเอ๊ย!” ชายหนุ่มสบถลั่นอย่างเจ็บใจ เขาอยากจะเป็นคนที่เดินตามธารินีไป แต่สายตาและท่าทางข่มขู่ของไอ้กุ๊ยนั่นมันก็ทำให้เขาต้องหยุดตัวเองเอาไว้

แกจะอยู่กวนใจฉันได้อีกไม่นานหรอก! ชายหนุ่มคิดในใจ ก่อนจะสะบัดหน้าหันหลังกลับ เดินไปยังทิศทางกลับรีสอร์ท

ทิศทางซึ่งตรงกันข้ามกับทางที่ธารินีและรฐนนท์เพิ่งจะเดินจากไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

2 ความคิดเห็น