ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1198
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    18 เม.ย. 61

สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิขสิทธิ์ พ.ค. 2537 การกระทำโดยไม่ได้รับอนุญาต 

ถือเป็นการละเมิด ซึ่งจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ โดยไม่ต้องจำเป็นต้องแจ้งแก่ผู้กระทำผิดล่วงหน้า

ตัวอย่างกรณีมีผู้กระทำผิด



****

นิยายเรื่องนี้ เคยตีพิมพ์เป็นรูปเล่มแล้วประมาณช่วงปี  2555 ภายใต้ชื่อ เพลิงแค้นอสูร

กระดาษทรายแก้วได้นะเรื่องนี้มีแก้คำผิด และรีไรท์ให้เนื้อเรื่องสมบูรณ์ขึ้น จัดวางขายเฉพาะ รูปแบบ ebook เท่านั้น 

ต้องการโหลดอีบุ๊ค คลิกที่รูปภาพด้านล่างได้เลยค่ะ 


ทดลองอ่านตัวอย่างนิยาย

Prologue

 

 

 

 

โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง

บรรดานางพยาบาล คนไข้ ญาติผู้ป่วยที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นอันต้องแตกตื่น เมื่อชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเดินพรวดพราดเข้ามาภายในโรงพยาบาล สีหน้าแต่ละคนนั้นเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะคนที่เดินนำอยู่ด้านหน้าสุด

ชายหนุ่มวัยกลางคนผู้มีรูปร่างสูงใหญ่กำยำเกินกว่ามาตรฐานชายไทยทั่วไป ใบหน้าหล่อเหลาซึ่งปกติก็ดูดุดันอยู่แล้วเพราะหนวดเคราครึ้มรอบปลายคางคมสันกับรอยแผลเป็นจางๆ ที่ทาบผ่านแก้มข้างซ้าย เป็นทั้งตำหนิและเสน่ห์ที่ชวนมอง แต่ในเวลานี้น้อยคนนักที่จะกล้ามองสบดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น

คนติดตามอีกห้าคนที่เดินตามไม่ทิ้งระยะห่างนั้นก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกแตกต่างกันเท่าไรนัก แม้ว่าทั้งห้าจะไม่ได้มีใบหน้าหล่อเหลา หรือมีแผลเป็นเด่นชัด แต่ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่ไม่แพ้ผู้เป็นนายและท่าทางการก้าวย่างไม่ต่างจากพวกตำรวจนอกเครื่องแบบในภาพยนตร์หรือละครโทรทัศน์เลยสักนิดก็ทำให้คนมองต่างเลือกที่จะพาตัวเองหลบออกจากเส้นทางของพวกเขา

ทั้งหกคนเดินมาหยุดหน้าห้องไอซียู

ผมต้องการทราบอาการคนไข้ที่ชื่อภัณฑิรา เวียงไพร คนไข้ที่ถูกส่งตัวมารักษาตอนเช้าวันนี้ ชายหนุ่มผู้มีแผลเป็นบนแก้มซ้ายเอ่ยกับพยาบาลวัยกลางคนผู้นั่งประจำอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ด้วยเสียงที่พยายามควบคุมให้ปกติที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังห้าวลึกน่าหวาดหวั่นอยู่ดี

กรุณารอสักครู่นะคะ นางพยาบาลรับคำแล้วรีบจัดการพิมพ์ชื่อนามสกุลเพื่อหาข้อมูลคนไข้ทันที

ประสบการณ์ทำงานภายในโรงพยาบาลมาหลายสิบปี ทำให้เธอคุ้นชินกับญาติผู้ป่วยหลากหลายรูปแบบ พวกเขาส่วนใหญ่มาพร้อมอารมณ์และความกังวลที่เตรียมจะทุ่มใส่ใครก็ตามที่เข้ามาขวางหน้า

ตอนนี้คนไข้พักอยู่ในห้องไอซียูสี่ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณเป็นญาติกับคนไข้หรือเปล่าคะ?”

ครับ ผมเป็นพี่ชายของเธอ ไม่ทราบผมจะเข้าไปเยี่ยมเธอได้หรือเปล่าครับ?” รฐนนท์ถามอีกครั้ง น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความ   ร้อนรนชัดเจน เชื่อว่าคงไม่มีพี่ชายคนไหนที่จะไม่รู้สึกเหมือนเขาตอนนี้

  จะไม่ให้เขารู้สึกร้อนรนได้อย่างไร เมื่อจู่ๆ ก็มีคนโทรมาหาบอกว่าตอนนี้น้องสาวคนเดียวของเขาเพิ่งจะถูกส่งเข้ารักษาตัวในห้องไอซียูที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เนื่องจากกินยาเกินขนาด

คุณสามารถเข้าไปเยี่ยมคนไข้ได้ค่ะ แต่เนื่องจากตอนนี้คนไข้ยังไม่รู้สึกตัว ดิฉันเลยอยากแนะนำให้คุณลองคุยกับคุณหมอซึ่งเป็นเจ้าของไข้ก่อน พอดีตอนนี้ท่านยังอยู่ที่โรงพยาบาลน่ะค่ะ

ใจรฐนนท์อยากจะเข้าไปดูอาการน้องสาวมากกว่า เขาอยากเห็นกับตาว่าน้องสาวของเขาปลอดภัยและยังมีลมหายใจอยู่ แต่สิ่งที่นางพยาบาลพูดก็มีเหตุผล หากตอนนี้น้องสาวเขายังไม่รู้สึกตัว การเข้าไปเยี่ยมเธอก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก

ครับ” ชายหนุ่มตอบรับหลังจากนิ่งคิดไปอึดใจ “รบกวน    คุณพยาบาลช่วยติดต่อคุณหมอให้ผมด้วย

นางพยาบาลวัยกลางคนพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ ก่อนจะยกหูโทรศัพท์แล้วกดติดต่อหมายเลขภายใน เพื่อแจ้งไปยังคุณหมอ  ซึ่งเป็นผู้ทำการรักษาน้องสาวของชายหนุ่มตรงหน้าทราบ

เธอพูดโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะวางหูลงแล้วเงยหน้าหน้ามองชายหนุ่มร่างสูงอีกครั้ง

เชิญคุณเข้าไปพบคุณหมอได้ที่ห้องตรวจทางซ้ายมือค่ะ นางพยาบาลพูดพร้อมเดินออกมาชี้ทางให้ชายหนุ่ม

รฐนนท์พยักหน้ารับ หันไปส่งสัญญาณให้คนติดตามทั้งห้าคนคอยอยู่ตรงนี้ แล้วจึงเดินเข้าไปตามทางที่นางพยาบาลชี้ เขาหยุดที่หน้าห้อง ประตูเปิดออกอยู่ก่อนแล้ว คุณหมอท่านหนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเล็กๆ มือกำลังขับปากกาลงบนแฟ้มประวัติคนไข้ มีนางพยาบาลคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆ เมื่อเธอเห็นเขาจึงเอ่ยเชิญให้เข้าไปด้านใน

ผมเป็นพี่ชายของภัณฑิรา คนไข้ที่ถูกส่งตัวมาเมื่อเช้านี้    ชายหนุ่มบอกทันทีหลังจากนั่งลงที่เก้าอี้ว่างตรงหน้าคุณหมอสูงวัย น้องสาวผมอาการเป็นยังไงบ้างครับ?”

ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้วครับ โชคดีที่เพื่อนเธอนำตัวมาส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา

แล้วเธอจะฟื้นเมื่อไรครับ?”

คุณหมอผู้เจอกับญาติคนไข้มาหลายประเภทเพียงแค่ยิ้มนิดๆ อย่างใจเย็นก่อนจะตอบ คงไม่เกินวันพรุ่งนี้

แต่ทำไมเธอยังอยู่ในห้องไอซียูล่ะครับ?”

ทางเราต้องขอดูอาการคนไข้ก่อน เนื่องจากยานอนหลับที่เธอกินเข้าไปเป็นยานอนหลับชนิดที่กดประสาทค่อนข้างแรง        คุณหมอสูงวัยอธิบายด้วยเสียงเรียบๆ อย่างชัดถ้อยชัดคำ แม้ว่าเราจะสามารถล้างท้อง และรักษาได้ทันเวลา แต่เพราะตัวยาที่เธอกินเข้าไปมีฤทธิ์ จึงส่งผลโดยตรงต่อเด็กในครรภ์ คนไข้เกิดภาวะตกเลือดและแท้ง

คำบอกเล่าของคุณหมอสูงวัยทำเอารฐรนนท์แข็งทื่อไปทั้งร่าง สมองเหมือนจะมึนงงไปชั่วขณะ

น้องสาวผม...แท้ง... ชายหนุ่มพึมพำคำนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งตะลึงงัน

ครับ คนไข้ตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้ว ซึ่งผมคิดว่าตัวคนไข้เองก็น่าจะรู้ตัว เพราะครั้งหนึ่งตอนที่รักษา เธอละเมอคำว่าลูกออกมา จากประสบการณ์ของผม ผมคิดว่าคนไข้คงมีอาการเครียดจากการตั้งครรภ์ ภาวะร่างกายกับฮอล์โมนที่เปลี่ยนแปลง  จึงทำให้เกิดความกดดันและเครียดสะสมมากเกินไป...

หลังจากนั้นรฐนนท์ไม่สามารถจำได้แล้วจริงๆ ว่าคุณหมอพูดอะไรกับเขาบ้าง สิ่งเดียวที่รับรู้คือน้องสาวเขาแท้ง

ภัณฑิราท้อง!

 

เป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้วที่รฐนนท์มาอาศัยอยู่ในบ้านพักของเขาเองในกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่แออัดไปด้วยผู้คนและการจราจรที่คับคั่ง บ้านหลังนี้เป็นไม้สองชั้นที่มีพื้นที่รอบข้างพอสมควร สามารถปลูกต้นไม้ใหญ่ได้ทำให้ภายในบริเวณบ้านร่มรื่นท่ามกลางตึกสูงที่เบียดเสียดกันจนน่าอึดอัดรอบด้าน  รฐนนท์ไม่ชอบนอนในโรงแรมเขาเห็นบ้านหลังนี้แล้วถูกใจ ราคานับว่าพอรับได้ จึงตัดสินใจซื้อเอาไว้เมื่อหลายปีที่แล้ว

ความจริงภัณฑิราก็ควรจะมาพักอยู่ที่บ้านหลังนี้ หากไม่ใช่เพราะมหาวิทยาลัยที่น้องสาวเขาเลือกเรียนนั้นอยู่อีกฟากของเมืองหลวงที่แออัดและขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองหลวงที่มีปัญหาด้านการจราจรติดขัด รฐนนท์จึงไม่มีทางเลือกเมื่อน้องสาวมาอ้อนวอนว่าเบื่อกับสภาพการจราจรที่ติดหนัก อ้างว่าต้องเข้าเรียนสายก็เพราะเหตุนี้หลายครั้งจนเขายอมใจอ่อนซื้อคอนโดห้องหนึ่งใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยให้

ถ้าเขาไม่ใจอ่อนซื้อคอนโดให้ยัยภัณก็คงจะดี เพราะหากภัณฑิราอาศัยอยู่บ้านหลังนี้ซึ่งมีคนของเขาคอยดูแลอยู่ เรื่องแบบนี้คงจะไม่เกิดขึ้น! คงไม่ต้องมานั่งปวดใจเหมือนตอนนี้ ยิ่งยามคิดถึงใบหน้าเปื้อนน้ำตาของน้องสาวในตอนที่เอ่ยเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของตนกับชายคนนั้นด้วยแล้ว หัวใจคนเป็นพี่ก็ยิ่งเจ็บช้ำ!!

น้องสาวเขาฟื้นคืนสติแล้ว หลังจากนอนไม่ได้สติในห้องไอซียูถึงสองวันเต็มๆ หมอยืนยันว่าสภาพร่างกายของเธอไม่มีปัญหา

ปัญหาใหญ่ก็คือจิตใจที่บอบช้ำอย่างหนัก

น้องสาวที่แสนจะไร้เดียงสาของเขาที่ถูกเล่ห์เหลี่ยมของผู้ชายชั่วคนหนึ่งล่อลวง ลอบวางยาจนทำให้ภัณฑิราตกเป็นของตนเอง และจากนั้นก็ค่อยๆ หว่านเสน่ห์ด้วยวาจาและคำสัญญามากมายจนเด็กไร้เดียงสาอย่างภัณฑิราลุ่มหลง แต่ช่วงเวลาแสนหวานนั้นก็จบลงอย่างรวดเร็วเมื่อผู้ชายคนนั้นรู้ว่าน้องสาวเขาตั้งท้อง

...เขาสั่ง...เขาสั่งให้...ภัณเอาเด็กออก...เขาบอกว่าต้องเอาออก...แต่ภัณกลัว...กลัวมาก...เสียงสะอื้นฮักของน้องสาวตลอดเวลาที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ยังฝั่งแน่นอยู่ในใจ

รฐนนท์สั่งให้คนเข้าไปตรวจค้นในคอนโดของน้องสาว พบยาที่หน้าซองระบุว่าเป็นวิตามินสำหรับบำรุงครรภ์ แต่เมื่อนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบกลับพบว่าความจริงแล้วมันเป็นยากดประสาทอย่างแรงและห้ามผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์กินอย่างเด็ดขาด

ยา...ที่ผู้ชายคนนั้นกลับเอามาให้น้องสาวเขากิน!

ความคิดนั้นทำให้รฐนนท์ต้องกัดฟันกรอด ก่อนจะเหลือบสายตาไปมองเอกสารปึกใหญ่บนโต๊ะตรงหน้า

ในกองเอกสารปึกใหญ่นั้น รูปใบหนึ่งถูกแยกออกมาวางอยู่กลางโต๊ะ รูปของผู้ชายวัยกลางคนอายุไม่น่าจะเกินสามสิบปี ใบหน้าหล่อเหลา แบบเจ้าสำอาง บุคลิกท่าทางเหมือนพวกนายแบบบในนิตยสาร

สายตาคมเหลือบไปมองรูปอีกสองใบที่วางถัดออกไป รูปแรกคือภาพถ่ายของผู้ชายที่ชื่อนิธิศยืนเคียงคู่กับผู้หญิงสวยจัดจนสะดุดตา เธอสวมชุดราตรีแบบเกาะสายเดี่ยวสีแดงสดที่คอเสื้อคว้านลึกลงมาจากถึงเนินอกที่ดูเหมือนจะหกล้นออกมาได้ทุกเมื่อ   ทั้งการแต่งหน้าและเสื้อผ้าที่สวมใส่นั้น รฐนนท์ตัดสินใจทันทีว่าผู้หญิงคนนี้เป็นประเภทสาวไฟแรงสูง จัดจ้าน

เพียงแค่ปลายนิ้วเรียวนั้นกระดิกเรียก ผู้ชายส่วนใหญ่คงแทบจะยอมคุกเข่าให้

แต่พวกเขาก็เป็นได้แค่ของเล่นชั่วคราวเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ที่จะครอบครอง เพราะทุกคนรู้ดีว่าเธอเป็นสิทธิ์ขาดของผู้ชายที่ชื่อนิธิศ ทั้งสองประกาศตัวคบหากันนานมากว่าสามปีแล้ว แถมนิธิศยังเป็นผู้ชาย ที่ได้รับการสนับสนุนจากพ่อของฝ่ายหญิงด้วย หนังสือพิมพ์นิตยสารธุรกิจหลายฉบับถึงขนาดเขียนถึงชายหนุ่มคนนี้ว่าเป็น

...ว่าที่ลูกเขยที่ว่าที่พ่อตาแสนจะภาคภูมิใจ

มือหนาเอื้อมมือไปหยิบรูปใบสุดท้ายขึ้นมา เป็นภาพภัณฑิราถ่ายคู่กับผู้ชายที่ทำลายอนาคตของเธอ พื้นหลังของภาพคือหาดทรายสีขาวกับทะเลสีครามของภูเก็ต ท่าทางทั้งสองโอบกอดสนิทสนมประหนึ่งคู่รักที่กำลังหอมหวาน ใบหน้าของภัณฑิราสดใสด้วยรอยยิ้ม

จากรายงานที่คนสนิทของเขาหามาได้ ผู้ชายที่อยู่ในรูปนั้นมีชื่อเสียงกระฉ่อนเรื่องความเจ้าชู้มักมาก แม้จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นว่าที่ลูกเขยของตระกูลร่ำรวย แต่นิธิศก็แอบมีชู้รักรายทางมากมายและหลายครั้งที่ภาพความสนมสนิทนั้นปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ เป็นข่าวซุบซิบให้พวกในวงสังคมได้มีหัวข้อสนทนากันอย่างสนุกสนาน

...ทั้งๆ ที่เป็นแบบนั้น แต่ดูเหมือนฝ่ายผู้หญิงที่เป็นคู่หมั้นจะไม่ได้สนใจสักนิด ทุกครั้งที่นายนิธิศมีข่าวแบบนี้ เธอก็มักจะออกมาแก้ตัวแทนอยู่เสมอ... นี่คือสิ่งคนของเขารายงาน

ในความคิดของรฐนนท์เหตุผลของเรื่องนี้นั้นเดาได้ง่ายมาก ผู้หญิงไฟแรงสูงคนนี้คงจะทั้งรักทั้งหลงคู่หมั้นของตัวเองจนไม่ลืมหูลืมตา

ลืมแม้กระทั่งสามัญสำนึกที่ควรมี!!

รินีคือคนที่พาน้องสาวเขามาส่งที่โรงพยาบาล ทั้งยังคอยมาทราบถามอาการของภัณฑิราอยู่เสมอ เมื่อคิดถึงการปกป้องคู่หมั้นครั้งแล้วครั้งเล่าของผู้หญิงคนนี้แล้วสิ่งเดียวที่รฐนนท์คิดก็คือ

ผู้หญิงรู้เห็นเป็นใจกับไอ้คู่หมั้นสารเลวของตัวเอง!

ธารินี ชายหนุ่มพึมพำชื่อนั้นออกมาช้าๆ น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำอย่างน่ากลัว

 


***


การลงซ้ำเป็นความตั้งใจของผู้เขียน


***


Prologue

 

 

 

 

โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง

บรรดานางพยาบาล คนไข้ ญาติผู้ป่วยที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นอันต้องแตกตื่น เมื่อชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเดินพรวดพราดเข้ามาภายในโรงพยาบาล สีหน้าแต่ละคนนั้นเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะคนที่เดินนำอยู่ด้านหน้าสุด

ชายหนุ่มวัยกลางคนผู้มีรูปร่างสูงใหญ่กำยำเกินกว่ามาตรฐานชายไทยทั่วไป ใบหน้าหล่อเหลาซึ่งปกติก็ดูดุดันอยู่แล้วเพราะหนวดเคราครึ้มรอบปลายคางคมสันกับรอยแผลเป็นจางๆ ที่ทาบผ่านแก้มข้างซ้าย เป็นทั้งตำหนิและเสน่ห์ที่ชวนมอง แต่ในเวลานี้น้อยคนนักที่จะกล้ามองสบดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น

คนติดตามอีกห้าคนที่เดินตามไม่ทิ้งระยะห่างนั้นก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกแตกต่างกันเท่าไรนัก แม้ว่าทั้งห้าจะไม่ได้มีใบหน้าหล่อเหลา หรือมีแผลเป็นเด่นชัด แต่ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่ไม่แพ้ผู้เป็นนายและท่าทางการก้าวย่างไม่ต่างจากพวกตำรวจนอกเครื่องแบบในภาพยนตร์หรือละครโทรทัศน์เลยสักนิดก็ทำให้คนมองต่างเลือกที่จะพาตัวเองหลบออกจากเส้นทางของพวกเขา

ทั้งหกคนเดินมาหยุดหน้าห้องไอซียู

ผมต้องการทราบอาการคนไข้ที่ชื่อภัณฑิรา เวียงไพร คนไข้ที่ถูกส่งตัวมารักษาตอนเช้าวันนี้ ชายหนุ่มผู้มีแผลเป็นบนแก้มซ้ายเอ่ยกับพยาบาลวัยกลางคนผู้นั่งประจำอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ด้วยเสียงที่พยายามควบคุมให้ปกติที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังห้าวลึกน่าหวาดหวั่นอยู่ดี

กรุณารอสักครู่นะคะ นางพยาบาลรับคำแล้วรีบจัดการพิมพ์ชื่อนามสกุลเพื่อหาข้อมูลคนไข้ทันที

ประสบการณ์ทำงานภายในโรงพยาบาลมาหลายสิบปี ทำให้เธอคุ้นชินกับญาติผู้ป่วยหลากหลายรูปแบบ พวกเขาส่วนใหญ่มาพร้อมอารมณ์และความกังวลที่เตรียมจะทุ่มใส่ใครก็ตามที่เข้ามาขวางหน้า

ตอนนี้คนไข้พักอยู่ในห้องไอซียูสี่ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณเป็นญาติกับคนไข้หรือเปล่าคะ?”

ครับ ผมเป็นพี่ชายของเธอ ไม่ทราบผมจะเข้าไปเยี่ยมเธอได้หรือเปล่าครับ?” รฐนนท์ถามอีกครั้ง น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความ   ร้อนรนชัดเจน เชื่อว่าคงไม่มีพี่ชายคนไหนที่จะไม่รู้สึกเหมือนเขาตอนนี้

  จะไม่ให้เขารู้สึกร้อนรนได้อย่างไร เมื่อจู่ๆ ก็มีคนโทรมาหาบอกว่าตอนนี้น้องสาวคนเดียวของเขาเพิ่งจะถูกส่งเข้ารักษาตัวในห้องไอซียูที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เนื่องจากกินยาเกินขนาด

คุณสามารถเข้าไปเยี่ยมคนไข้ได้ค่ะ แต่เนื่องจากตอนนี้คนไข้ยังไม่รู้สึกตัว ดิฉันเลยอยากแนะนำให้คุณลองคุยกับคุณหมอซึ่งเป็นเจ้าของไข้ก่อน พอดีตอนนี้ท่านยังอยู่ที่โรงพยาบาลน่ะค่ะ

ใจรฐนนท์อยากจะเข้าไปดูอาการน้องสาวมากกว่า เขาอยากเห็นกับตาว่าน้องสาวของเขาปลอดภัยและยังมีลมหายใจอยู่ แต่สิ่งที่นางพยาบาลพูดก็มีเหตุผล หากตอนนี้น้องสาวเขายังไม่รู้สึกตัว การเข้าไปเยี่ยมเธอก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก

ครับ” ชายหนุ่มตอบรับหลังจากนิ่งคิดไปอึดใจ “รบกวน    คุณพยาบาลช่วยติดต่อคุณหมอให้ผมด้วย

นางพยาบาลวัยกลางคนพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ ก่อนจะยกหูโทรศัพท์แล้วกดติดต่อหมายเลขภายใน เพื่อแจ้งไปยังคุณหมอ  ซึ่งเป็นผู้ทำการรักษาน้องสาวของชายหนุ่มตรงหน้าทราบ

เธอพูดโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะวางหูลงแล้วเงยหน้าหน้ามองชายหนุ่มร่างสูงอีกครั้ง

เชิญคุณเข้าไปพบคุณหมอได้ที่ห้องตรวจทางซ้ายมือค่ะ นางพยาบาลพูดพร้อมเดินออกมาชี้ทางให้ชายหนุ่ม

รฐนนท์พยักหน้ารับ หันไปส่งสัญญาณให้คนติดตามทั้งห้าคนคอยอยู่ตรงนี้ แล้วจึงเดินเข้าไปตามทางที่นางพยาบาลชี้ เขาหยุดที่หน้าห้อง ประตูเปิดออกอยู่ก่อนแล้ว คุณหมอท่านหนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเล็กๆ มือกำลังขับปากกาลงบนแฟ้มประวัติคนไข้ มีนางพยาบาลคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆ เมื่อเธอเห็นเขาจึงเอ่ยเชิญให้เข้าไปด้านใน

ผมเป็นพี่ชายของภัณฑิรา คนไข้ที่ถูกส่งตัวมาเมื่อเช้านี้    ชายหนุ่มบอกทันทีหลังจากนั่งลงที่เก้าอี้ว่างตรงหน้าคุณหมอสูงวัย น้องสาวผมอาการเป็นยังไงบ้างครับ?”

ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้วครับ โชคดีที่เพื่อนเธอนำตัวมาส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา

แล้วเธอจะฟื้นเมื่อไรครับ?”

คุณหมอผู้เจอกับญาติคนไข้มาหลายประเภทเพียงแค่ยิ้มนิดๆ อย่างใจเย็นก่อนจะตอบ คงไม่เกินวันพรุ่งนี้

แต่ทำไมเธอยังอยู่ในห้องไอซียูล่ะครับ?”

ทางเราต้องขอดูอาการคนไข้ก่อน เนื่องจากยานอนหลับที่เธอกินเข้าไปเป็นยานอนหลับชนิดที่กดประสาทค่อนข้างแรง        คุณหมอสูงวัยอธิบายด้วยเสียงเรียบๆ อย่างชัดถ้อยชัดคำ แม้ว่าเราจะสามารถล้างท้อง และรักษาได้ทันเวลา แต่เพราะตัวยาที่เธอกินเข้าไปมีฤทธิ์ จึงส่งผลโดยตรงต่อเด็กในครรภ์ คนไข้เกิดภาวะตกเลือดและแท้ง

คำบอกเล่าของคุณหมอสูงวัยทำเอารฐรนนท์แข็งทื่อไปทั้งร่าง สมองเหมือนจะมึนงงไปชั่วขณะ

น้องสาวผม...แท้ง... ชายหนุ่มพึมพำคำนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งตะลึงงัน

ครับ คนไข้ตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้ว ซึ่งผมคิดว่าตัวคนไข้เองก็น่าจะรู้ตัว เพราะครั้งหนึ่งตอนที่รักษา เธอละเมอคำว่าลูกออกมา จากประสบการณ์ของผม ผมคิดว่าคนไข้คงมีอาการเครียดจากการตั้งครรภ์ ภาวะร่างกายกับฮอล์โมนที่เปลี่ยนแปลง  จึงทำให้เกิดความกดดันและเครียดสะสมมากเกินไป...

หลังจากนั้นรฐนนท์ไม่สามารถจำได้แล้วจริงๆ ว่าคุณหมอพูดอะไรกับเขาบ้าง สิ่งเดียวที่รับรู้คือน้องสาวเขาแท้ง

ภัณฑิราท้อง!

 

เป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้วที่รฐนนท์มาอาศัยอยู่ในบ้านพักของเขาเองในกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่แออัดไปด้วยผู้คนและการจราจรที่คับคั่ง บ้านหลังนี้เป็นไม้สองชั้นที่มีพื้นที่รอบข้างพอสมควร สามารถปลูกต้นไม้ใหญ่ได้ทำให้ภายในบริเวณบ้านร่มรื่นท่ามกลางตึกสูงที่เบียดเสียดกันจนน่าอึดอัดรอบด้าน  รฐนนท์ไม่ชอบนอนในโรงแรมเขาเห็นบ้านหลังนี้แล้วถูกใจ ราคานับว่าพอรับได้ จึงตัดสินใจซื้อเอาไว้เมื่อหลายปีที่แล้ว

ความจริงภัณฑิราก็ควรจะมาพักอยู่ที่บ้านหลังนี้ หากไม่ใช่เพราะมหาวิทยาลัยที่น้องสาวเขาเลือกเรียนนั้นอยู่อีกฟากของเมืองหลวงที่แออัดและขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองหลวงที่มีปัญหาด้านการจราจรติดขัด รฐนนท์จึงไม่มีทางเลือกเมื่อน้องสาวมาอ้อนวอนว่าเบื่อกับสภาพการจราจรที่ติดหนัก อ้างว่าต้องเข้าเรียนสายก็เพราะเหตุนี้หลายครั้งจนเขายอมใจอ่อนซื้อคอนโดห้องหนึ่งใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยให้

ถ้าเขาไม่ใจอ่อนซื้อคอนโดให้ยัยภัณก็คงจะดี เพราะหากภัณฑิราอาศัยอยู่บ้านหลังนี้ซึ่งมีคนของเขาคอยดูแลอยู่ เรื่องแบบนี้คงจะไม่เกิดขึ้น! คงไม่ต้องมานั่งปวดใจเหมือนตอนนี้ ยิ่งยามคิดถึงใบหน้าเปื้อนน้ำตาของน้องสาวในตอนที่เอ่ยเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของตนกับชายคนนั้นด้วยแล้ว หัวใจคนเป็นพี่ก็ยิ่งเจ็บช้ำ!!

น้องสาวเขาฟื้นคืนสติแล้ว หลังจากนอนไม่ได้สติในห้องไอซียูถึงสองวันเต็มๆ หมอยืนยันว่าสภาพร่างกายของเธอไม่มีปัญหา

ปัญหาใหญ่ก็คือจิตใจที่บอบช้ำอย่างหนัก

น้องสาวที่แสนจะไร้เดียงสาของเขาที่ถูกเล่ห์เหลี่ยมของผู้ชายชั่วคนหนึ่งล่อลวง ลอบวางยาจนทำให้ภัณฑิราตกเป็นของตนเอง และจากนั้นก็ค่อยๆ หว่านเสน่ห์ด้วยวาจาและคำสัญญามากมายจนเด็กไร้เดียงสาอย่างภัณฑิราลุ่มหลง แต่ช่วงเวลาแสนหวานนั้นก็จบลงอย่างรวดเร็วเมื่อผู้ชายคนนั้นรู้ว่าน้องสาวเขาตั้งท้อง

...เขาสั่ง...เขาสั่งให้...ภัณเอาเด็กออก...เขาบอกว่าต้องเอาออก...แต่ภัณกลัว...กลัวมาก...เสียงสะอื้นฮักของน้องสาวตลอดเวลาที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ยังฝั่งแน่นอยู่ในใจ

รฐนนท์สั่งให้คนเข้าไปตรวจค้นในคอนโดของน้องสาว พบยาที่หน้าซองระบุว่าเป็นวิตามินสำหรับบำรุงครรภ์ แต่เมื่อนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบกลับพบว่าความจริงแล้วมันเป็นยากดประสาทอย่างแรงและห้ามผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์กินอย่างเด็ดขาด

ยา...ที่ผู้ชายคนนั้นกลับเอามาให้น้องสาวเขากิน!

ความคิดนั้นทำให้รฐนนท์ต้องกัดฟันกรอด ก่อนจะเหลือบสายตาไปมองเอกสารปึกใหญ่บนโต๊ะตรงหน้า

ในกองเอกสารปึกใหญ่นั้น รูปใบหนึ่งถูกแยกออกมาวางอยู่กลางโต๊ะ รูปของผู้ชายวัยกลางคนอายุไม่น่าจะเกินสามสิบปี ใบหน้าหล่อเหลา แบบเจ้าสำอาง บุคลิกท่าทางเหมือนพวกนายแบบบในนิตยสาร

สายตาคมเหลือบไปมองรูปอีกสองใบที่วางถัดออกไป รูปแรกคือภาพถ่ายของผู้ชายที่ชื่อนิธิศยืนเคียงคู่กับผู้หญิงสวยจัดจนสะดุดตา เธอสวมชุดราตรีแบบเกาะสายเดี่ยวสีแดงสดที่คอเสื้อคว้านลึกลงมาจากถึงเนินอกที่ดูเหมือนจะหกล้นออกมาได้ทุกเมื่อ   ทั้งการแต่งหน้าและเสื้อผ้าที่สวมใส่นั้น รฐนนท์ตัดสินใจทันทีว่าผู้หญิงคนนี้เป็นประเภทสาวไฟแรงสูง จัดจ้าน

เพียงแค่ปลายนิ้วเรียวนั้นกระดิกเรียก ผู้ชายส่วนใหญ่คงแทบจะยอมคุกเข่าให้

แต่พวกเขาก็เป็นได้แค่ของเล่นชั่วคราวเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ที่จะครอบครอง เพราะทุกคนรู้ดีว่าเธอเป็นสิทธิ์ขาดของผู้ชายที่ชื่อนิธิศ ทั้งสองประกาศตัวคบหากันนานมากว่าสามปีแล้ว แถมนิธิศยังเป็นผู้ชาย ที่ได้รับการสนับสนุนจากพ่อของฝ่ายหญิงด้วย หนังสือพิมพ์นิตยสารธุรกิจหลายฉบับถึงขนาดเขียนถึงชายหนุ่มคนนี้ว่าเป็น

...ว่าที่ลูกเขยที่ว่าที่พ่อตาแสนจะภาคภูมิใจ

มือหนาเอื้อมมือไปหยิบรูปใบสุดท้ายขึ้นมา เป็นภาพภัณฑิราถ่ายคู่กับผู้ชายที่ทำลายอนาคตของเธอ พื้นหลังของภาพคือหาดทรายสีขาวกับทะเลสีครามของภูเก็ต ท่าทางทั้งสองโอบกอดสนิทสนมประหนึ่งคู่รักที่กำลังหอมหวาน ใบหน้าของภัณฑิราสดใสด้วยรอยยิ้ม

จากรายงานที่คนสนิทของเขาหามาได้ ผู้ชายที่อยู่ในรูปนั้นมีชื่อเสียงกระฉ่อนเรื่องความเจ้าชู้มักมาก แม้จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นว่าที่ลูกเขยของตระกูลร่ำรวย แต่นิธิศก็แอบมีชู้รักรายทางมากมายและหลายครั้งที่ภาพความสนมสนิทนั้นปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ เป็นข่าวซุบซิบให้พวกในวงสังคมได้มีหัวข้อสนทนากันอย่างสนุกสนาน

...ทั้งๆ ที่เป็นแบบนั้น แต่ดูเหมือนฝ่ายผู้หญิงที่เป็นคู่หมั้นจะไม่ได้สนใจสักนิด ทุกครั้งที่นายนิธิศมีข่าวแบบนี้ เธอก็มักจะออกมาแก้ตัวแทนอยู่เสมอ... นี่คือสิ่งคนของเขารายงาน

ในความคิดของรฐนนท์เหตุผลของเรื่องนี้นั้นเดาได้ง่ายมาก ผู้หญิงไฟแรงสูงคนนี้คงจะทั้งรักทั้งหลงคู่หมั้นของตัวเองจนไม่ลืมหูลืมตา

ลืมแม้กระทั่งสามัญสำนึกที่ควรมี!!

รินีคือคนที่พาน้องสาวเขามาส่งที่โรงพยาบาล ทั้งยังคอยมาทราบถามอาการของภัณฑิราอยู่เสมอ เมื่อคิดถึงการปกป้องคู่หมั้นครั้งแล้วครั้งเล่าของผู้หญิงคนนี้แล้วสิ่งเดียวที่รฐนนท์คิดก็คือ

ผู้หญิงรู้เห็นเป็นใจกับไอ้คู่หมั้นสารเลวของตัวเอง!

ธารินี ชายหนุ่มพึมพำชื่อนั้นออกมาช้าๆ น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำอย่างน่ากลัว

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

2 ความคิดเห็น