ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1423
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    10 ม.ค. 60

 

6

 

 

วันนี้เป็นวันเดินทางเพื่อไปดูสถานที่ซึ่งเป็นเกาะขนาดกลางอยู่ฝั่งทะเลอันดามัน หลังจากวันนั้นเธอพยายามขอร้องภากรอยู่หลายครั้งเพื่อให้เขายกเลิกคำสั่ง เปลี่ยนให้อังคณาไปแทน แต่ภากรก็ไม่ยอม สุดท้ายเธอจึงไม่มีทางเลือกต้องร่วมเดินทางกับทั้งสี่คนไปด้วย หากเป็นการดูงานที่มีเพียงเธอและภากรเธออาจจะไม่อึดอัดใจเหมือนอย่างตอนนี้ก็ได้

แต่การไปดูงานครั้งนี้มีเขาคนนั้นไปด้วย...

อินโกรธผมเหรอที่บังคับให้คุณมาดูงานในครั้งนี้? เสียงทุ้มของภากรถามขึ้น ทำให้อินทิราที่เหม่อมองวิวด้านนอกต้องหันกลับไปมองคนพูด

ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังอยู่ระหว่างทาง ภากรอาสาขับรถมารับเธอแต่เช้า และโชคดีของอินทิราที่นิรุธขับรถของตัวเองไปอีกคัน

ไม่ใช่หรอกค่ะ อินเข้าใจว่ามันเป็นงาน อินทิราตอบ พร้อมส่งยิ้มให้

แต่ดูเหมือนอินจะไม่อยากมา? ภากรถามกลับอีก

คนถูกถามได้แต่นิ่งเงียบ เพราะเธอเองเป็นคนที่โกหกไม่เก่ง คุณกรอย่าคิดมากเลยค่ะ อินเข้าใจว่ามันเป็นงาน แต่อินยอมรับค่ะว่าไม่อยากมา และอินก็คิดว่าคุณกรคงทราบว่าอะไรคือเหตุผลของอิน

ครั้งนี้เป็นภากรที่ต้องนิ่งเงียบ เพราะสิ่งที่อินทิราพูดเป็นความจริง เขารู้ทั้งรู้ว่าเพราะอะไรหญิงสาวจึงไม่อยากเป็นหนึ่งในผู้ร่วมเดินทาง แต่เขาก็ยังบังคับให้เธอไปด้วย ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองช่างเห็นแก่ตัวนัก แต่มันก็เป็นเพราะเขาอยากใกล้ชิดเธอ อยากใช้เวลาร่วมกับเธอ

คุณกรอย่าคิดมากเลยนะคะ แต่ถ้าคุณกรรู้สึกผิดมาก อินว่าอาหารอร่อยๆ สักมื้อก็จะดีมากเลยล่ะค่ะ อินทิราพูดพร้อมส่งยิ้มให้กำลังใจอีกฝ่าย

เอาเป็นว่า ผมจะเลี้ยงคุณทุกมื้อเลยดีกว่า!”

อย่าเลยค่ะ แค่มื้อเดียวก็พอแล้ว

ไม่เป็นหรอก เพราะจริงๆ แล้วมันเป็นงบบริษัทน่ะ ชายหนุ่มพูดพร้อมขยิบตาให้ ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะใสของอินทิราได้ดีนัก

โธ่ อินก็นึกว่าจะได้ถอนขนหน้าแข้งคุณกรซะหน่อย

เอาไว้กลับกรุงเทพฯ ผมจะให้อินถอนขนหน้าแข้งผมก็ได้นะ ถ้าอินยอมไปทานข้าวกับผมสักมื้อ ภากรได้ทีจึงรีบฉวยโอกาสทันที

นี่เราต้องขับกันไปอีกนานไหมคะ? อินทิรารีบเปลี่ยนเรื่องทันที แม้ใบหน้าหวานจะยังมีรอยยิ้ม แต่ภายในใจของหญิงสาวนั้นรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เพียงแค่ภากรแสดงออกอย่างชัดเจนว่าสนใจในตัวเธอ เลขารุ่นพี่และคนทั้งบริษัทก็แทบมองเธอด้วยสายตาไม่เป็นมิตรอยู่แล้ว เธอไม่อยากให้ใครนินทาหรือมองเธอไม่ดีมากไปกว่านี้อีก ถึงเธอตั้งใจว่าจะทำงานที่บริษัทแห่งนี้แค่สองเดือนก็ตามที

อีกประมาณชั่วโมง พอไปถึงเราจะจอดรถกันที่รีสอร์ท แล้วก็จะนั่งสปีดโบ๊ทเพื่อไปดูสถานที่ ทางด้านภากรนั้นรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามของขา เขามั่นใจว่าคนฉลาดอย่างอินทิราย่อมรู้ถึงท่าทางที่เขามีให้ แต่เธอก็ยังแสร้งทำเป็นไม่เห็นตลอดเวลา ก็ใช่ว่าเขาจะไม่รู้เรื่องเสียงนินทาที่พนักงานในบริษัทต่อว่าเธอ แต่เขาก็ไม่อยากให้หญิงสาวนำคำของคนที่ชอบนินทาเรื่องคนอื่นมาใส่ใจมากนัก

สองหนุ่มสาวก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก ภากรกลับไปตั้งหน้าตั้งตาขับรถเช่นเดิม ส่วนอินทิราก็ได้แต่เหม่อมองวิวทิวทัศน์ภายนอก ในรถจึงเหลือเพียงความเงียบเท่านั้น

หลังจากขับรถมานานเกือบเจ็ดชั่วโมง ในที่สุดรถของภากรก็จอดเทียบเข้าที่จอดรถของรีสอร์ทสุดหรูแห่งหนึ่ง ความสวยงามและความหรูหราทำให้อินทิราอดที่จะมองไปรอบๆ ไม่ได้ รีสอร์ทแห่งนี้เป็นรีสอร์ทส่วนตัว ที่บ้านพักแต่ละหลังแยกออกจากกัน เน้นความส่วนตัวของผู้เข้าพัก บรรยากาศที่ร่มรื่นราวกับอยู่ในบ้านพักกึ่งสวนยิ่งทำให้  รีสอร์ทแห่งนี้ดูน่าหลงใหลยิ่งนัก

กำลังคิดอยู่เชียวว่าแกจะขับเลยไปที่อื่นแทนที่จะมาตามนัด เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นเรียกให้อินทิราละสายตาจากการสำรวจ และหันกลับไปมองทางต้นเสียง

ที่ชุดรับแขกบริเวณด้านหน้าของบ้านพักหลังใหญ่ นิรุธและดารินทร์ได้นั่งรออยู่ก่อนแล้ว สายตาของชายหนุ่มนั้นจับจ้องมองเธออย่างไม่พอใจ

มีสุภาพสตรีนั่งอยู่ด้วย ฉันก็ต้องขับรถระวังหน่อยสิวะ ภากรตอบพร้อมโยนกระเป๋าเสื้อผ้าส่งไปให้ ซึ่งนิรุธก็ยื่นมือมารับได้อย่างไม่ยากนัก และชายหนุ่มก็โยนมันกลับมาที่เจ้าของเดิมทันที แล้วนี่พวกแกมาถึงนานหรือยัง?

ก็สักพักแล้วล่ะค่ะ ความจริงดาก็ชวนพี่รุธไปว่ายน้ำแก้เบื่อนะคะ แต่พี่รุธน่ะสิไม่ยอมไปกับดา!” ดารินทร์เอ่ยเสียงคล้ายประชดประชันนิดๆ พร้อมสายตาหวานที่ส่งค้อนไปให้

พี่กลัวว่าถ้าไอ้กรมาก็จะเสียเวลารอเราอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าน่ะสิ นิรุธหันไปตอบดารินทร์ ก่อนจะเบนสายตาไปยังอินทิราที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ไม่ไกล แต่ใครจะไปคิดว่าจะชักช้าขนาดนี้

อินทิราได้แต่เม้มปากแน่นกับคำประชดนั้น เธอเองก็ค่อนข้างรู้สึกผิดเหมือนกัน หากจะบอกว่าเป็นความผิดเธอบางส่วนก็ได้ เพราะเธอขอร้องไม่ให้ภากรขับรถเร็วเกินไปนัก ภากรจึงต้องขับรถด้วยความเร็วต่ำกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งๆ ที่ถนนนั้นโล่งจนคันอื่นๆ ขับแซงกันไปหมด

นั่นเป็นความเร็วที่สุดเท่าที่เธอจะรับได้แล้ว

เพราะเธอกะคำนวณเอาไว้แล้วจึงให้ภากรไปรับเธอแต่เช้ามืดเพื่อไม่ให้เป็นตัวถ่วงอีกสองคนที่เหลือ แต่สุดท้ายก็ยังมาถึงที่หลังอยู่ดี

อย่าบ่นมากน่า ความจริงแกเป็นคนขอตามมาเองด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเลิกบ่น!” ภากรตัดบท ก่อนที่ใครจะพูดอะไรอีก พูดจบชายหนุ่มหันไปหาอินทิรา อินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ นี่ใกล้เวลาที่นัดลงเรือแล้ว

อินขอล้างหน้าล้างตาหน่อยก็พอค่ะ เดี๋ยวอินจะไปชุดนี้เลย อินทิราบอก พร้อมทำท่าจะเดินเข้าไปภายในบ้านพัก แต่ภากรก็ยึดแขนหญิงสาวเอาไว้ซะก่อน

ชุดนี้เหรออิน?

ค่ะ หญิงสาวตอบ ไม่เข้าใจว่าการใส่ชุดกางเกงยีนกับเสื้อเชิ๊ตและรองเท้าผ้าใบของเธอจะแปลกตรงไหน มันเหมาะมากเสียด้วยซ้ำที่จะสำรวจพื้นที่

อินเปลี่ยนชุดที่สบายกว่านี้ดีกว่านะ แล้วก็เอาชุดว่ายน้ำไปด้วย พวกเราไม่ได้รีบมากขนาดนั้นหรอก

ชุดว่ายน้ำเหรอคะ?  อินทิราเป็นฝ่ายถามกลับบ้าง เธอไม่เข้าใจว่าการไปสำรวจพื้นที่ทำไมต้องเอาชุดว่ายน้ำไปด้วย?

นี่อินไม่ได้เตรียมชุดว่ายน้ำมาเหรอ?

ค่ะ อินทิราตอบหน้าซื่อ

โอ้ยย จะพูดกันอีกนานหรือเปล่าคะเนี่ย นี่! เธอน่ะ รีบไป ไปเตรียมของได้แล้ว อย่ามามัวลีลามากนัก ทำให้คนอื่นเขาเสียเวลามาตั้งเท่าไหร่แล้วไม่รู้หรือไง!!” ดารินทร์ที่ยืนฟังอยู่นานแว้ดลั่นเมื่อเห็นว่าทั้งสองดูท่าจะถามกันต่ออีกนาน

ดา! ทำไมพูดกับอินแบบนี้ ถึงยังไงอินเขาก็แก่กว่าดานะ หัดมีมารยาทซะบ้างสิ!” ภากรดุน้องสาวทันที

ก็แค่ผู้ช่วยเลขา ไม่จำเป็นต้องสุภาพมากนักหรอก ครั้งนี้คนที่พูดคือนิรุธ และคำพูดของชายหนุ่มก็ยิ่งทำให้บรรยากาศยิ่งแย่ลงไปอีก

เอ่อ...อินต้องขอโทษค่ะ แต่อินไม่ได้เอาชุดว่ายน้ำมาหรอกค่ะ เดี๋ยวอินขอเอากระเป๋าเข้าไปเก็บแล้วจะรีบกลับออกมาค่ะ อินทิราพูดรัวเร็วโดยไม่รอให้ใครได้มีโอกาสต่อว่าหรือซักถามอะไรอีก พอพูดจบเธอก็รีบเดินเข้าไปในตัวบ้านทันที และเพียงไม่กี่นาทีต่อมาอินทิราก็กลับออกมา พร้อมที่จะเดินทาง อินพร้อมแล้วค่ะ

ภากรอยากจะบอกว่าพวกเขาไม่ได้รีบขนาดนั้น แต่เขาก็เลือกที่จะเงียบเอาไว้ เพราะคิดว่าการพูดของเขาก็คงมีแต่จะทำให้อีกสองคนที่เหลือรู้สึกไม่พอใจหญิงสาวมากขึ้นเท่านั้น

งั้นก็ไปกันเถอะ ป่านนี้คนเรือคงมารอแล้ว

ดารินทร์นั้นรีบเดินไปควงแขนนิรุธและรั้งให้ชายหนุ่มออกเดินทันที ส่วนภากรนั้นยังคงรั้งรออินทิรา เมื่อหญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ เขาจึงได้แต่พึมพำขอโทษที่น้องสาวและเพื่อนซี้ของเขาเสียมารยาทกับเธอมากเหลือเกิน

สถานที่ที่มาสำรวจดูนั้นเป็นเกาะที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน แม้จะมีหาดที่เล่นน้ำได้เพียงสองด้าน และแต่ละด้านก็ไม่ยาวมาก โดยรวมแล้ว เกาะแห่งนี้เหมาะกับการสร้างสถานที่พักตากอากาศเป็นที่สุด

นิรุธและภากรนั้นลงไปสำรวจและจดรายละเอียดต่างๆ อย่างครบถ้วน สีหน้าจริงจัง อินทิราเองก็พยายามเก็บเกี่ยวข้อมูลที่ทั้งสองคนพูดและจดบันทึกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนดารินทร์ยามนี้นอนอาบแดดในชุดบีกินี่ตัวจิ๋วที่ปิดบังเพียงแค่ส่วนสำคัญของร่างกายเท่านั้น

ท่าทางจริงจังของนิรุธมันทำให้ชายหนุ่มผู้นี้ยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้นในสายตาของอินทิรา และเธอก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเขา ตั้งแต่ได้พบกันอีกครั้งเธอแทบไม่มีโอกาสได้เฝ้ามองเขาแบบนี้เลย ใบหน้าคมสันของเขายิ่งดูคมเข้มและหล่อเหลายิ่งขึ้น กาลเวลาไม่ได้ทำให้ผู้ชายคนนี้ดูแย่ลงแม้แต่นิดเดียว

คุณจะจ้องผมอีกนานไหม? เสียงทุ้มที่หางเสียงตวัดอย่างไม่พอใจดังขึ้น ทำให้อินทิราสะดุ้งเฮือก

ดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อพบว่าตอนนี้นิรุธและภากรกำลังมองตรงมาที่เธอฉันขอโทษค่ะ ฉันแค่คิดอะไรเพลินๆ เท่านั้น

คิดอะไรเพลินๆ งั้นเหรอ บริษัทผมจ้างคุณมาเป็นผู้ช่วยเลขานะ ไม่ได้จ้างมายืนเหม่อลอย!” คำพูดตำหนินั้นอาจจะฟังไม่แรงเท่าไหร่นัก หากคนพูดไม่ได้ใช้น้ำเสียงที่กดต่ำ ราวกับจะยิ่งตอกย้ำความหมายในประโยคที่พูด

ไอ้รุธ แกก็พูดเว่อร์ไป เรื่องแค่นิดเดียวเอง แกต้องให้อินเขากราบขอโทษเลยหรือไงกับการเหม่อเล็กน้อย ภากรรีบเข้าเคลียร์สถานการณ์ทันที เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหน เพื่อนซี้ของเขาคงจะเล่นงานอินทิราให้จนมุมแน่ๆ

ไม่มีอะไรที่จะทำให้ฉันยกโทษให้ผู้หญิงคนนี้ได้หรอก พูดจบ นิรุธก็เดินกลับไปที่เรือทันที โดยไม่สนใจจะหันมามองคนด้านหลังอีก

อินอย่า...

คุณกรอย่าคิดมากเลยค่ะ อินโดนจนชินเสียแล้ว คนพูดพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ความนัยของประโยคที่พูดมันก็ทำให้คิ้วเข้มของภากรอดที่จะขมวดนิดๆ ไม่ได้ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ถามออกไป เพราะตอนนี้คนให้ถามนั้นเดินนำไปแล้ว

สักวันเขาต้องถามอินทิราให้ได้ว่าเธอมีเรื่องทุกข์ใจอะไรกันแน่ ทำไมผู้หญิงอย่างเธอถึงมีดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกได้มากมายขนาดนั้น ระหว่างเรื่องตัวเธอและเพื่อนซี้ของเขามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...สักวันเขาจะต้องรู้คำตอบทั้งหมดนั้นให้ได้

การปะทะกันระหว่างอินทิราและนิรุธทำให้ภากรตัดสินใจให้หญิงสาวกลับมาคอยที่เรือแทน แม้ตอนแรกอินทิราจะปฏิเสธ แต่เมื่อภากรย้ำชัดว่าเป็นคำสั่ง เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่น

ทำไมเธอกลับมาคนเดียว? เสียงหวานแต่ห้วนสั้นดังขึ้นทันทีที่อินทิราก้าวเท้าขึ้นเรือ

คุณภากรกับคุณนิรุธยังสำรวจพื้นที่อยู่ค่ะ

แล้วผู้ช่วยเลขาอย่างเธอกลับมาทำไม? ดารินทร์ถามอีก ทั้งน้ำเสียงและหน้าตาท่าทาง แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอไม่พอใจอีกฝ่าย

ดิฉันไม่ทราบค่ะ คุณภากรเพียงแค่สั่งให้ดิฉันมารอที่เรือ

ถูกพี่กรสั่ง หรือโดนพี่รุธไล่มากันแน่ น้ำเสียงเย้ยหยันนั้นทำให้อินทิราถึงกับสะอึก

ทั้งน้ำเสียงและประโยคที่พูดราวกับมีดร้อนผ่าวที่จี้ลงกลางใจ

เมื่อเห็นอีกฝ่ายหน้าซีดและก้มมองต่ำ ริมฝีปากของ      ดารินทร์จึงเหยียดยิ้มออกนิดๆ ต่อให้คนตาบอดก็ย่อมมองออกถึงความไม่พอใจ ถึงความเกลียดชังที่นิรุธมีต่อผู้หญิงคนนี้  และนั่นก็สร้างความพึงพอใจให้เธออย่างมาก

...ดี ยิ่งพี่รุธเกลียดผู้หญิงคนนี้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะเธอจะไม่ยอมให้พี่รุธมองผู้หญิงคนไหนอีกแล้ว นอกจากเธอ!!

 

การมาดูสถานที่ของภากรและนิรุธเป็นอันต้องหยุดลงอย่างกระทันหันเมื่อภากรได้รับโทรศัพท์จากผู้เป็นแม่พร้อมคำสั่งให้กลับบ้านด่วน เพราะเสียงของมารดามีความกังวลและร้อนใจอย่างชัดเจน ภากรจึงจำเป็นต้องรีบกลับ

แต่ตอนนี้เขากำลังมีปัญหาใหญ่เมื่อเขาและน้องสาวจะต้องกลับบ้านซึ่งทิศทางอยู่ตรงกันข้ามกับที่พักของอินทิรา เขาจึงขอให้นิรุธเป็นคนไปส่งอินทิราแทน ส่วนเขาและดารินทร์จะได้รีบตรงกลับบ้าน แต่น้องสาวเขาไม่ยอม

 “ทำไมดาต้องกลับกับพี่กรด้วย!” ดารินทร์โวยวายอย่างไม่พอใจ สายตาอาฆาตตวัดมองส่งไปยังอินทิราที่ยามนี้มีสีหน้าลำบากใจไม่แพ้กัน

แม่โทรมาตามให้เรากลับบ้านด่วนทั้งคู่ แล้วดาจะให้พี่ทำยังไง? ภากรพูดขึ้นอย่างจนปัญญา เขาเองใจจริงไม่อยากทิ้งให้อินทิรากลับพร้อมเพื่อนซี้เขาเลยสักนิด แต่เพราะคำสั่งของผู้เป็นแม่ที่เรียกตัวเขาและน้องสาวกลับบ้านด่วน ทำให้เขาไม่มีทางเลือก

พี่กรเป็นคนพามาพี่กรก็ต้องเป็นคนพาไปส่งสิ เธอเป็นผู้ช่วยเลขาของพี่กร ไม่ใช่ของพี่รุธสักหน่อย!!” ดารินทร์ยังคงเถียงต่อไป มือเรียวเอื้อมไปคว้าแขนของนิรุธอย่างหวงแหน

ดา... ภากรเอ่ยเรียกน้องสาวด้วยเสียงต่ำลงเล็กน้อย คิ้วหนาขมวดอย่างไม่พอใจกับความดื้อรั้นของน้องสาว ในฐานะพี่ชาย เขาแทบไม่เคยโกรธการกระทำของดารินทร์แม้แต่น้อย แต่ตอนนี้เขาเริ่มโกรธแล้ว เพราะน้องสาวเขาดื้อรั้นเอาแต่ใจไม่รู้สถานการณ์เอาซะเลย

เอ่อ...อินกลับเองก็ได้ค่ะ ถ้าคุณกรจะกรุณาพาอินไปส่งที่ท่ารถบขส. อินทิราเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าสีหน้าของภากรเคร่งเครียดขึ้นอย่างชัดเจน

คิดได้แบบนั้นก็ดี จะได้ไม่ต้องเป็นตัวถ่วง!!”

ดารินทร์!!!” ภากรตวาดเสียงดังลั่น ทำเอาดารินทร์สะดุ้ง

คุณกรอย่าว่าคุณดารินทร์เลยค่ะ คุณดารินทร์เธอพูดถูก อินไม่อยากเป็นตัวถ่วงคุณ ถ้าคุณมีธุระสำคัญก็รีบไปจัดการเถอะค่ะ

แต่...

จริงๆ นะคะ อินกลับเองได้ เมื่อสมัยเรียนอินก็ไปเป็นอาสาสมัครต่างจังหวัดบ่อยๆ ต้องเดินทางเป็นประจำ แค่พาอินไปส่งที่ท่ารถ อินกลับบ้านได้โดยไม่หลงอย่างแน่นอนค่ะ อินทิราพูดขัดขึ้นก่อนที่ภากรจะทันได้เอ่ยค้าน

เธอไม่อยากเป็นตัวถ่วงของเขาอย่างที่ดารินทร์พูด และเธอเองก็ไมอยากจะเดินทางร่วมกับนิรุธ หากเธอสามารถเลือกได้ เธอก็ยินดีที่จะเดินทางโดยรถบขส.เสียยังจะดีกว่าร่วมทางไปกับคนที่มีแต่ความเกลียดชังในตัวเธอ

ด้านนิรุธนั้นมองอินทิราอย่างพิจารณา ท่าทางออกตัวว่าไม่อยากเดินทางร่วมกับเขาแสดงออกอย่างชัดเจน และมันก็ทำให้เขานึกหมั่นไส้ยิ่งนัก

...ในเมื่อรังเกียจที่จะไปกับเขา เขาก็จะทำให้เธอต้องอึดอัดไปตลอดการเดินทางนั่นแหละ

พี่ว่าดากลับไปกับกรเถอะ ส่วนอินทิราพี่จะเป็นคนไปส่งเอง คำพูดของนิรุธดึงสายตาสามคู่ให้จับจ้องมองมายังเขาทันที โดยเฉพาะอินทิราที่ดวงตาเธอฉายชัดถึงความตกใจ ใบหน้าหวานซีดขาวลงอย่างชัดเจนกับสิ่งที่เขาเพิ่งประกาศ และมันก็ทำให้มุมปากของนิรุธยกขึ้นนิดๆ อย่างพึงพอใจ

พี่รุธก็เป็นห่วงผู้ช่วยเลขาคนนี้ขึ้นมาอีกคนแล้วหรือไงคะ!!”

ดาอย่าเพิ่งเข้าใจผิดสิครับ ที่พี่อาสาก็เพราะว่ามันเป็นคราวจำเป็นจริงๆ คุณป้าคงมีธุระสำคัญจริงๆ ถึงโทรมาตาม และพี่คงรู้สึกผิดถ้าพี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ไอ้กรไปพบคุณป้าช้า และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือที่พักของอินทิราเป็นทางผ่านบ้านพี่อยู่แล้ว พี่ก็แค่ให้เธอติดรถไปด้วยเท่านั้น คำพูดของนิรุธฟังดูเหมือนเป็นคำพูดปกติ

แต่มีหรือที่อินทิราจะไม่เข้าใจความนัยที่แฝงในน้ำเสียงของเขา ...ที่เขาให้เธอติดรถไปด้วยก็เพราะความเวทนาเท่านั้น

ดารินทร์เม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ เธอไม่อยากเปิดโอกาสให้ผู้หญิงคนนี้ได้อยู่ตามลำพังกับนิรุธเลยจริงๆ

นะครับดา อย่าดื้อเลยนะ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พี่จะชดเชยเรื่องที่ไม่ได้ไปส่งดา โดยการพาดาไปทานข้าวเย็น

พี่รุธไม่ได้หลอกดานะคะ? เสียงดารินทร์อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ฟังข้อเสนอ

พี่สัญญา นิรุธรับปากหนักแน่น ก่อนจะหันไปมองสบตากับอินทิราที่ยังคงยืนเงียบด้วยท่าทางอึดอัดลำบากใจ

งั้นก็ตกลงค่ะ ดารินทร์ร้องบอกพร้อมคว้ากระเป๋าและเดินไปหยุดตรงหน้าภากร ครั้งนี้ดายอมเพราะพี่รุธเป็นคนช่วยพูด ถ้ามีครั้งหน้าดาไม่ยอมแน่!”

ภากรไม่สนใจคำขู่ของน้องสาว สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่เพื่อนซี้ แกไม่ได้โกหกใช่ไหมเรื่องที่จะไปส่งอิน?

ฉันรับปากว่าจะไปส่งอินทิราให้ถึงหน้าประตูห้องเลย พอใจหรือยัง?

ภากรมองคนพูดอย่างพิจารณา ถ้าคนที่นิรุธต้องไปส่งเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่อินทิรา เขามั่นใจว่าเพื่อนเขาทำตามคำพูดแน่ แต่สถานการณ์ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากไว้ใจนิรุธ ถึงที่พักแล้วโทรหาผมนะอิน

ค่ะ อินทิรารับปากอย่างไม่เต็มเสียงนัก ภากรพยักหน้ารับก่อนจะขอตัวรีบเดินไปที่รถ

เมื่อถูกทิ้งให้อยู่กับเขาตามลำพังความเงียบอันน่าอึดอัดจึงแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว อินทิรารู้สึกราวกับอากาศรอบตัวมีความกดดันมากไปจนทำให้เธอหายใจลำบาก ถ้าคุณนิรุธจะกรุณาก็พาฉันไปส่งที่ท่ารถก็พอค่ะ

คิ้วหนาของชายหนุ่มเลิกขึ้นนิดๆ แล้วก็ให้ไอ้กรมันด่าว่าผมเป็นคนไร้สัจจะงั้นสิ

ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น

อ๋อ...ผมลืมไป คุณเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อย กลับบ้านเองได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคเหนือ

คำพูดของชายหนุ่มทำให้ร่างของอินทิราแข็งทื่อ ดวงตากลมโตหันมามองคนพูด เพราะสิ่งที่ชายหนุ่มพูดมันราวกับน้ำเดือดจัดที่ถูกราดใส่แผลลึกในจิตใจให้ผุพอง

ใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากบางสั่นระริก และนัยน์ตาฉายความเจ็บปวดชัดเจนไม่ได้ทำให้นิรุธรู้สึกสงสารเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกสะใจด้วยซ้ำที่สามารถทำให้เธอเจ็บปวดได้

*****


หลังจากตอนนี้เป็นต้นไป 

สามารถซื้อนิยายในรูปแบบ ebook 

ได้ที่ mebmarket.com นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #12 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 20:03
    ไหนตอนที่แล้วรู้สึกสงสารแล้วไง
    ตอนนี้มันหายไปไหนแล้วล่ะ พ่อคุณเอ๊ยยยยย
    #12
    0
  2. #11 nunuttyjeans (@nunuttyjeans) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 14:59
    อยากได้ebookคะ
    ค้างมากก
    #11
    1
    • #11-1 กระดาษทรายแก้ว (@kon_naruk) (จากตอนที่ 7)
      8 มกราคม 2560 / 13:47
      อีบุ๊ควางขายที่เว็บ เมพ เรียบร้อยแล้วค่ะ
      ตามลิงก์จากหน้านิยายไปได้เลย
      #11-1