ตอนที่ 6 : ตอนที 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 811
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    5 ม.ค. 60

ความปวดเมื่อยและอ่อนล้าทั่วร่างกายทำให้คิ้วเรียวต้องขมวด  นึกอยากจะขยับร่างกาย แต่ก็ดูเหมือนร่างกายจะไม่ทำตามคำสั่งเท่าไหร่นัก เสียงเรียกชื่อเธอดังอยู่ไม่ไกลนัก เรียกให้เปลือกตาบางขยับลืมขึ้น แสงจ้าที่กระทบแก้วตาทำให้เปลือกตาต้องปิดลงอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ เปิดขึ้นอีกครั้ง ภาพตรงหน้าพร่าเลือนมองแทบไม่ชัด แต่ด้วยจิตสำนึกรู้แน่ว่าคนที่กำลังเรียกเธออยู่เป็นผู้ชาย

อิน... เสียงเรียกนั้นฟังนุ่มหูนัก กระแสแห่งความห่วงใยชัดในน้ำเสียงนั้น

ภาพตรงหน้าเริ่มชัดเจนขึ้นทีละนิด ภาพที่อยู่ในสายตาคือภาพของชายหนุ่มใบหน้าคมสัน ดวงตาคมกำลังจ้องมองตรงมายังเธอ ใบหน้าของชายหนุ่มที่เธอได้แต่เฝ้าแอบหลงรักมานานหลายปี

คุณ... ริมฝีปากขยับเรียก น้ำเสียงนั้นแหบพร่า ลำคอแสบร้าวและเจ็บระบม แต่ก็ยังอยากจะเอ่ยเรียกชื่อเขา เพราะสิ่งที่เห็นมันราวกับความฝัน

แต่ก่อนที่อินทิราจะได้เรียกชื่อของใครคนนั้นออกมา เสียงของใครอีกคนก็ดังขึ้น ใบหน้าของเขาเลือนหายไป และสิ่งที่ปรากฏชัดคือใบหน้าของใครอีกคน

คุณ...ภากร?

อิน..ฟื้นเสียที ผมเป็นห่วงแทบแย่!”

คิ้วเรียวของอินทิราขมวดเล็กน้อย สายตากวาดมองไปรอบๆ อย่างสำรวจ เพื่อที่จะ...หาใครคนนั้น

ตอนนี้คุณอยู่ที่โรงพยาบาล คุณหมดสติไปหนึ่งคืนเต็มๆ ภากรร้องบอกโดยที่หญิงสาวไม่ได้เอ่ยถาม สายตาคมที่มองมาเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างชัดเจน ทำให้ส่วนลึกในหัวใจของอินทิรารู้สึกผิดที่เธอคิดว่าเขาเป็นใครอีกคน

ไม่มีทางที่เขาจะเป็นห่วงเธอหรอก ตอนนี้เขาคงกำลังสมน้ำหน้าเธอเสียมากกว่า

คุณเป็นคนพาอินมาโรงพยาบาลเหรอคะ?

ไม่ใช่ รุธเป็นคนพาคุณมาส่งโรงพยาบาล คุณพอจะจำได้ไหมว่าทำไมคุณถึงหมดสติ? ภากรเอ่ยถามพร้อมประคองร่างบางให้นั่งพิงหัวเตียง ก่อนจะหันไปหยิบน้ำและยื่นส่งให้

ตอนเช้าฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไหร่อยู่แล้วน่ะค่ะ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นหนักถึงขนาดที่ให้คนอื่นเดือดร้อนแบบนี้ อินทิราตอบ โดยที่ไม่ยอมสบตากับภากร

คุณแน่ใจนะว่าไอ้รุธไม่ได้เป็นคนทำให้คุณหมดสติ?  ครั้งนี้คำถามของภากรเจาะจงมากขึ้น ซึ่งมันเรียกให้อินทิราต้องเงยหน้ามองคนพูดทันที ภากรจ้องมองสบดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาความจริง

อินไม่สบายอยู่ก่อนแล้วจริงๆ ค่ะ หญิงสาวตอบด้วยเสียงหนักแน่น เธอไม่ได้โกหกเขา เช้าเมื่อวานนี้เธอมีอาการปวดหัวและอ่อนเพลียจริง ถึงเขาคนนั้นจะมีส่วนที่ทำให้อาการต่างๆ แย่ลงด้วยเช่นกัน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องพูดออก

ถ้าคุณพูดแบบนั้นผมก็จะเชื่อ ภากรตอบกลับ แม้จะพูดแบบนั้น แต่จากสายตาของเขา อินทิราก็บอกได้อย่างดีว่าชายหนุ่มยังคงสงสัยคำตอบของเธออยู่

ภากรอยู่ดูแลอินทิราจนกระทั่งเวลาล่วงเลยเข้ามาถึงเกือบบ่ายโมง ชายหนุ่มจึงขอตัวกลับ เพราะเขามีประชุมสำคัญตอนบ่ายสอง หลังจากภากรกลับออกไปแล้ว ชยันต์ก็เข้าไปยังห้องพักของอินทิราด้วยท่าทางเคร่งเครียด นายแพทย์หนุ่มเดินไปนั่งที่ข้างเตียง สายตาคมเข้มอย่างไม่พอใจนั้นทำให้อินทิรารู้สึกไม่สบายใจ อิน พี่อยากจะคุยกับอินหน่อยได้ไหม?

ค่ะ

ทำไมอินไม่บอกพี่ว่าอินทำงานที่บริษัทของนายนิรุธ? น้ำเสียงเคร่งเครียดนั้นทำให้อินทิรารู้สึกผิด เพราะเธอบอกเพียงว่าเธอได้งานเป็นผู้ช่วยเลขา แต่เธอปิดบังเรื่องคนที่เธอต้องทำงานด้วย

อินต้องขอโทษที่ปิดบังพี่หมอ แต่อินไม่อยากให้พี่หมอไม่สบายใจ

แล้วอินคิดว่าการที่พี่มารู้ที่หลังมันจะทำให้พี่สบายใจกว่าหรือไง ชยันต์ถามกลับ ตอนนี้เขารู้สึกไม่ค่อยพอใจกับการกระทำของอินทิราเท่าไหร่นัก สำหรับเขาอินทิราก็เปรียบเสมือนน้องสาวที่เขาต้องดูแล แล้วพี่ชายอย่างเขาจะพอใจได้อย่างไร หากน้องสาวต้องไปทำงานกับคนที่มองว่าเธอเป็นฆาตกร

อินทิราก้มหน้านิ่งอย่างรู้สึกผิด เธอรู้ว่าชยันต์คงโกรธเธอมาก และเธอก็ไม่ขอแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น

อินจะกลับไปทำงานที่บริษัทนั้นอีกเหรอ? คำถามถูกเอ่ยอย่างไม่อ้อมค้อม เพราะชยันต์ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องทำอย่างนั้น

งานดีๆ เงินเยอะๆ แบบนี้หายากนะคะ หญิงสาวพยายามฝืนยิ้มส่งให้ แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายคงรู้แน่ว่ามันเป็นอาการที่เธอแสร้งทำ

ถ้าอินหางานใหม่ พี่จะให้เงินเพิ่มเท่ากับที่อินเคยได้

พี่หมอ!” อินทิราร้องอย่างตกใจ เธอไม่คิดเลยว่าจะได้ยินคำพูดนี้จากคนตรงหน้า อินไม่ต้องการเงินของพี่หมอเลยสักนิด

เธอรบกวนเขาและครอบครัวมากมายเหลือเกิน เท่าที่ผ่านมามันก็มากเกินพอแล้ว

ภายในห้องมีเพียงความเงียบ ชยันต์จ้องมองคนบนเตียง ขณะที่อินทิราเหม่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง นานทีเดียวก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยอีกครั้ง

อินอยากจะลองดูค่ะ...อินจะสู้กับความเจ็บปวด ตลอดเวลาสี่ปีที่ผ่านมา อินเจ็บช้ำกับมันมามากเหลือเกิน ต่อไปนี้อินจะสู้ค่ะพี่หมอ...ใช่ มันนานมากแล้วที่เธอเอาแต่พึ่งพาคนอื่น วันนี้เธอจะขอยืนหยัดด้วยขาของตัวเอง มันนานเกินพอแล้วที่เธอจมอยู่กับความเจ็บปวด “…พี่หมอเคยพูดกับอินว่าอย่าคิดถึงอดีต ให้เดินหน้าต่อไป ตอนนี้อินกำลังทำตามที่พี่หมอบอก

ชยันต์ไม่ตอบว่าอะไร สายตาคมมองสบดวงตากลมโตที่มีแววมุ่งมั่นแน่วแน่

 “ถ้าพี่หมอหวังดีกับอินจริงๆ พี่หมอก็อย่าห้ามอินเลยนะคะ อินอยากให้พี่หมอสนับสนุนอิน สนับสนุนน้องสาวคนนี้ให้ก้าวต่อไป อินทิราพูดอีกเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบ

เพราะอะไรอิน บอกพี่สิ เพราะอะไรอินถึงอยากกลับไปทำงานร่วมกับผู้ชายคนนั้น คนที่กล่าวหาอินอย่างโหดร้ายแบบนั้น?

อินทิราไม่ตอบ หญิงสาวได้แต่ก้มหน้านิ่ง แต่ภายในใจกลับมาคำตอบที่ชัดเจน

...เพราะอินอยากอยู่ใกล้เขา แม้หัวใจนี้จะแหลกเหลวไม่เหลือชิ้นดีก็ตามที

เอาเถอะ ถ้าอินคิดแบบนั้น แต่พี่อยากจะขอร้องอิน หากมันสาหัสเกินกว่าอินจะทนไหว อินยังมีพี่คนนี้อยู่ และพี่พร้อมที่จะคอยช่วยอินเสมอ นายแพทย์หนุ่มตอบในที่สุด อินพักผ่อนเถอะ พี่ต้องไปทำงานต่อแล้วพูดจบนายแพทย์หนุ่มก็เดินออกจากห้องพักของอินทิราทันที

นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้เห็นสายตาแบบนั้นของอินทิรา

สายตาที่ต้องการอะไรสักอย่างอย่างจริงจัง...แต่เขาทำถูกแล้วใช่ไหมที่ปล่อยให้เธอได้ทำตามที่เธอต้องการ เขาเองคงได้แต่หวังให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับน้องสาวของเขาคนนี้บ้าง ขอเพียงสักอย่างเดียวก็ยังดี

อินทิราต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีกสองวันตามคำสั่งของชยันต์ ทั้งสองวันภากรมักหาเวลามาเยี่ยมเธอเสมอ ทั้งในยามพักกลางวันและตอนเย็น แต่ไม่มีสักวันที่เธอจะได้เห็นหน้าเขา

หลังออกจากโรงพยาบาลอินทิราก็กลับมาทำงานอีกครั้ง เพราะการที่เธอถูกผู้บริหารระดับสูงอย่างนิรุธอุ้มไปส่งโรงพยาบาลอยู่ในสายตาของคนกว่าครึ่งร้อย วันนี้เมื่อเธอมาทำงานสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมองมาที่เธออย่างไม่ปิดบัง สายตาที่มองมานั้น ทำให้อินทิรารู้ว่าเธอคงตกเป็นหัวข้อสนทนาของคนทั้งบริษัทอีกครั้ง

หญิงสาวก็ได้แต่ทำใจ เพราะถึงอย่างไรเธอก็ถูกมองว่าไม่ดีมาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาทำงานที่บริษัทนี้อยู่แล้ว

อีกสิ่งหนึ่งที่หญิงสาวได้แต่ก้มหน้ายอมรับ นั่นก็คือคำกระแหนะกระแหนของเลขารุ่นพี่อย่างอังคณารวมไปถึงสุจารีซึ่งเป็นเลขาของนิรุธด้วย ทันทีที่เธอกลับมาทำงาน อังคณาก็มอบหมายงานให้เธอทำแทบจะล้นมือ

และตอนนี้แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่าบ่ายโมงแล้ว แต่    อินทิราก็งานยุ่งเสียจนไม่มีเวลาไปกินข้าวเที่ยง ในขณะที่อังคณานั้นลงไปตั้งแต่ยังไม่เที่ยงดี จนกระทั่งป่านนี้ก็ยังไม่กลับขึ้นมา แม้จะเหน็ดเหนื่อย แต่อินทิราก็ไม่คิดจะปริปากบ่น

เมื่อเตรียมเอกสารเร่งด่วนเสร็จเรียบร้อย อินทิราก็นำแฟ้มข้อมูลต่างๆ ไปเก็บยังห้องเอกสาร ขณะที่เธอกำลังเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานนั้นเอง เธอก็เห็นหลังของผู้หญิงคนหนึ่งหายเข้าไปในห้องของภากร และมันก็ทำให้หญิงสาวต้องร้องเรียกอีกฝ่ายเอาไว้

 “เดี๋ยวค่ะ คุณ!”  แต่หญิงสาวคนนั้นหาได้สนใจเสียงร้องเรียกของเธอ อินทิราจึงรีบวิ่งตามเข้าไปในห้องของภากรทันที ขอโทษค่ะ คุณเข้ามาไม่ได้นะคะ

ไม่เป็นไรอิน นี่น้องสาวผมเอง ภากรรีบอธิบายทันที เมื่ออินทิราวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง

แต่ดารินทร์นั้นรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก หญิงสาวตั้งใจจะหันไปต่อว่าคนพูด แต่เมื่อหันไปดวงตาสวยก็ต้องเบิกกว้าง ริมฝีปากสั่นระริกขณะที่นิ้วชี้ตรงไปที่อินทิรา เธอ!”

ดาเป็นอะไร? ภากรรีบเข้าไปหาเมื่อเห็นน้องสาวนิ่งอึ้ง หน้าขาวซีดลงอย่างฉับพลันไปราวกับเห็นผี

พี่กร... ดารินทร์คล้ายจะได้สติ แต่สายตายังไม่ถอนไปจากใบหน้าของอินทิราแม้แต่น้อย

ดาเป็นอะไรหรือเปล่า? ภากรถามน้องสาวอีกครั้งทันที

ดาไม่เป็นอะไรค่ะ...แต่ผู้หญิงคนนี้...สายตาของ        ดารินทร์เหลือบมองไปทางอินทิรา

ภากรมองตามสายตาของน้องสาว ก่อนจะเอ่ยแนะนำ นี่คืออินทิรา อินเป็นผู้ช่วยเลขาของพี่เอง

ผู้ช่วยเลขา? พี่กรมีผู้ช่วยเลขาตั้งแต่เมื่อไร?

อินเข้ามาทำงานได้เกือบเดือนแล้ว แต่อย่ามาหาว่าพี่ไม่บอกนะ ก็เราน่ะ ถ้าไม่ใช่เรื่องของไอ้รุธก็ไม่เคยสนใจอะไรสักอย่างนี่ ภากรพูดพร้อมขยี้หัวน้องสาวเบาๆ ก่อนจะหันไปทางอินทิราและเอ่ยแนะนำน้องสาวคนเดียวให้หญิงสาวรู้จัก อินครับ นี่ดารินทร์ น้องสาวของผมเอง

สวัสดีค่ะคุณดารินทร์ เมื่อสักครู่ดิฉันต้องขอโทษด้วย ดิฉันไม่ทราบจริงๆ ว่าคุณเป็นน้องสาวของคุณภากร อินทิราเอ่ยอย่างสุภาพ ความรู้สึกผิดแสดงชัดบนใบหน้าของหญิงสาว

ดารินทร์ไม่ตอบ สายตามองอินทิราอย่างพิจารณา

...คล้ายมาก คล้ายเหลือเกิน คล้ายผู้หญิงคนนั้นมาก ถ้าหากมองผ่านคงต้องคิดว่าเป็นผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ แต่เมื่อลองพิจารณาดีๆ ผู้หญิงตรงหน้าเธอดูอ่อนวัยกว่ามาก รูปร่างผอมบางกว่า และที่สำคัญแม้ผู้หญิงคนนี้จะดูเหมือนเป็นผู้หญิงเชยๆ แต่ในความเชยนั้นก็มีเสน่ห์ดึงดูดใจมากกว่า

ดา... เสียงร้องของพี่ชายทำให้ดารินทร์ถอนสายตาจากอินทิรา ดาเป็นอะไร ทำไมจ้องอินแบบนั้น?

เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอกคะ แค่คิดว่าหน้าคล้ายคนรู้จักก็เท่านั้น

คิ้วหนาขมวดนิดๆ อย่างสงสัย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามอะไร เพราะรู้ดีว่าน้องสาวเป็นคนยังไง หากนิรุธรู้จักอินทิรา มันก็ย่อมเป็นไปได้ว่าบางทีน้องสาวของเขาอาจจะเคยพบเจออินทิรามาก่อน

เห็นที่เขาจะต้องลองเลียบเคียงถามอินทิราซะแล้วว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกันแน่ ระหว่างหญิงสาวกับเพื่อนซี้ของเขา

ว่าแต่ดามาหาพี่ถึงบริษัทอย่างนี้ มีธุระอะไรหรือเปล่า?

คำถามของภากรดึงความสนใจของดารินทร์ได้ดีนัก ดาจะไปดูสถานที่กับพี่กรด้วย!”

อะไรนะ!” ภากรย้อนถามราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง

ดาจะไปดูสถานที่ที่จะสร้างรีสอร์ทใหม่กับพี่กรด้วย!”   ดารินทร์ย้ำอีกครั้ง สีหน้าและท่าทางเอาเรื่อง บ่งบอกได้อย่างดีว่าหญิงสาวต้องการและเธอต้องได้อย่างที่เธอพูดด้วย

เดี๋ยวดา ดาไม่เคยคิดจะไปกับพี่นี่นา แล้วคราวนี้นึกยังไงจะไปด้วย ภากรถามกลับด้วยความแปลกใจ

ดารินทร์ซบหน้าลงที่อกแกร่งของพี่ชายและเอ่ยด้วยเสียงออดอ้อนก็ครั้งนี้ดาอยากไป เห็นว่าเป็นเกาะส่วนตัวด้วย แถมยังมีที่ดำน้ำใกล้ๆ อีก น่าสนุกจะตาย

ก็รออีกนิด ถ้าโครงการผ่าน ไม่เกินหนึ่งปี เราค่อยไปก็ได้นี่

ไม่! ดาจะไปกับพี่กรด้วย และดาต้องได้ไป การเพิ่มดาไปอีกคนมันจะทำให้พวกพี่ลำบากมากนักหรือไงคะ ดาสัญญาว่าดาจะไม่เรื่องมาก

ภากรหรี่ตามองน้องสาวตัวเองอย่างพิจารณา เขาเคยชวนดารินทร์หลายครั้งในการไปดูสถานที่เพื่อสร้างรีสอร์ทหรือโครงการใหม่ของบริษัท แต่ดารินทร์มักจะปฏิเสธเสมอเพราะการเดินทางหรือห้องพักมักจะไม่สะดวกสบายสักเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะสถานที่ในครั้งนี้เป็นเกาะซึ่งยังไม่มีการสร้างรีสอร์ทหรือสิ่งปลูกสร้างมาก่อน การไปสำรวจสถานที่จึงต้องพักอาศัยบนเรือเท่านั้น ทำไมจู่ๆ ดาถึงอยากไปกับพี่?

ดาไม่ได้จะตามพี่กรไปสักหน่อย…” ดารินทร์ยังตอบไม่ทันจบประโยค ประตูห้องทำงานของภากรก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง และครั้งนี้มันก็ทำให้อินทิราชะงัก หญิงสาวแทบจะยืนตัวลีบติดผนังห้องเมื่อเห็นว่าใครเข้ามา

ต่างจากดารินทร์ ใบหน้าหวานนั้นคลี่ยิ้มกว้าง พร้อมโผเข้ากอดร่างสูงทันที กิริยาของน้องสาวทำให้คนเป็นพี่ชายได้แต่ส่ายหัว

เขาเคยเตือนดารินทร์หลายครั้ง และทุกครั้งก็ได้ผลเหมือนเดิม คำพูดเขาเป็นเพียงแค่สายลมที่ไม่พัดผ่านหูของน้องสาวด้วยซ้ำ

พี่รุธมาพอดี เมื่อกี้พี่กรอนุญาตให้ดาไปด้วยแล้วนะคะ ทีนี้พี่รุธอย่ามาห้ามดาอีกนะ น้ำเสียงหวานเอ่ยอย่างออดอ้อน

ขณะที่คนฟังทั้งสองคนได้แต่มองหน้ากันอย่างลำบากใจ นิรุธนั้นรู้ดีว่าเพื่อนซี้ของเขาไม่กล้าขัดน้องสาว ส่วนภากรเองก็รู้ว่า   นิรุธคงจะไปหลอกดารินทร์เอาไว้ เสียก็แต่ว่าเพื่อนซี้ของเขามาบอกเรื่องแผนการที่คิดช้าไปเท่านั้น

พี่ไปแค่คืนเดียวเอง เดี๋ยวก็กลับ ถ้ากลับมาพี่สัญญาจะพาดาไปทานข้าวเย็น นิรุธรีบบอกทันที ความจริงการไปดูสถานที่ในครั้งนี้เขาไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเลย แต่เขายกมาอ้างเพื่อต้องการหลบเลี่ยงดารินทร์เท่านั้น

ไม่! ก่อนที่พี่รุธจะไปดูงานพี่รุธก็พูดแบบนี้ แต่พอกลับมา พี่รุธไม่เพียงไม่บอกดา แต่พี่รุธยังจะหนีดาไปเที่ยวอีก แบบนี้จะให้ดาเชื่อได้ยังไงว่าเมื่อพี่รุธกลับมาพี่รุธจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับดา   ดารินทร์ร้องบอกหน้าตาบึ้งตึง

ดาต้องเข้าใจว่าช่วงนี้พี่ยุ่งมากจริงๆ

ก็เพราะอย่างนั้นน่ะสิคะ ดาถึงจะยอมทนลำบากไปดูสถานที่กับพี่รุธด้วย!!!”

ภากรเองยามนี้รู้สึกปวดหัวยิ่งนัก เพราะความจริงการไปดูสถานที่ในครั้งนี้ เขาตั้งใจจะชวนอินทิราไปเป็นเพื่อน แล้วเขาก็จะได้ใช้โอกาสนี้เพื่อทำความสนิทสนมกับหญิงสาว แต่ดูเหมือนแผนการของเขาจะต้องล้มเหลวไม่เป็นท่า

บนเรือมันลำบากนะดา ไหนจะห้องน้ำห้องท่าอีก เมื่อเห็นว่าเพื่อนซี้เอาแต่เงียบนิรุธจึงต้องหาทางออกต่อ

ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่คะ เงินเรามีตั้งมาก เช่าเรือยอร์ชดีๆสักลำก็ได้ ถ้าพี่รุธกลัวว่าจะเสียงบประมาณ ดาออกให้ก็ได้!”

แต่...

ไม่มีแต่ทั้งนั้นค่ะ ดาตัดสินใจจะไปแล้ว ใครก็ห้ามดาไม่ได้!!”  ดารินทร์สวนกลับแทบจะทันทีและคำพูดของเธอก็ทำเอาอีกฝ่ายพูดไม่ออก ได้แต่ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางเพื่อนซี้

ดาจะไปได้ก็ต่อเมื่ออินทิราไปด้วย!” ภากรโผล่งขึ้นทันที และมันก็ทำให้สองคนที่กำลังเถียงกันอยู่ กับอีกหนึ่งคนที่พยายามยืนนิ่งๆ อยู่ชิดประตูห้องต้องตกตะลึงกับคำประกาศนั้น

พี่กรว่าอะไรนะคะ/แกว่าอะไรนะ!!” ดารินทร์และ           นิรุธถามออกมาพร้อมกัน ดารินทร์นั้นตวัดหันไปมองอินทิราทันที อาการนั้นทำให้นิรุธมองตาม สายตาคมต้องเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าใครอยู่ในห้องด้วย

พี่จะอนุญาตให้ดาไปก็ต่อเมื่ออินทิราไปด้วยเท่านั้น ภากรพูดเสียงเข้มท่าทางจริงจัง

เอ่อ...แต่ดิฉันว่า... อินทิราพูดอะไรไม่ออกเมื่อสายตาสามคู่กำลังจับจ้องมองมาที่เธอ สายตาของภากรนั้นเป็นสายตาอ้อนวอนแกมขอร้องให้รับปาก ส่วนสายตาอีกสองคู่นั้นมีกระแสความไม่พอใจชัดเจน เพียงแต่สายตาคมมีแววของความเกลียดชังแฝงอยู่ด้วย

ทำไมพี่กรต้องเอาผู้ช่วยเลขาไปด้วยล่ะคะ?

ก็เพราะดาจะได้มีเพื่อนไง ดาเป็นผู้หญิง ไปอยู่บนเรือก็ลำบากพอแล้ว ถ้าดาไม่อยากให้อินทิราไป พี่ก็ขอสั่งห้ามไม่ให้ดาไปเหมือนกัน ภากรยื่นคำขาดเสียงแข็ง

แกกำลังคิดจะทำอะไร? นิรุธถามเสียงต่ำแทบไม่พ้นจากลำคอ

ภากรยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะตอบ ก็ไม่มีอะไร ความจริง ฉันควรจะถามแกมากกว่า เพราะว่ากันตามตรงแล้วแกเองไม่จำเป็นต้องไปดูสถานที่ก็ได้ และตอนแรกฉันก็ตั้งใจจะชวนอินไปอยู่แล้ว

ดารินทร์มองตามสายตาของพี่ชายก็พอจะเดาได้ว่าพี่ชายของเธอนั้นพึงพอใจในตัวผู้ช่วยเลขาคนใหม่คนนี้ไม่น้อย ความไม่พอใจในตอนแรกจึงหายไปแทบจะทันที ก่อนริมฝีปากบางยิ้มกว้าง

โธ่ พี่กรก็ไม่บอกดาตั้งแต่แรก ปล่อยให้ดากับพี่รุธเถียงกันอยู่ได้ พี่รุธคะ ดาว่าเราอย่าไปเป็นก้างขวางคอทั้งคู่เลยนะคะ แค่ดูสถานที่ให้พี่กรกับผู้ช่วยเลขาของเขาจัดการไปก็ได้ ส่วนเราก็ไปพักผ่อนต่างประเทศกันสักสามวันสองคืน ดีไหมคะ?

นิรุธไม่ตอบ ในฐานะผู้ชาย เขามองเห็นตั้งแต่ครั้งแรกแล้วว่าภากรพึงพอใจในตัวอินทิรา และเขารู้สึกไม่ชอบเลยสักนิด เขาไม่ต้องการให้ภากรเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนี้ เพราะเขาคงทนไม่ได้หากต้องพบเจอหน้าอินทิราไปตลอดชีวิต เพียงแค่พบเจอกันที่ทำงาน มันก็ทำให้เขาเจ็บปวดมากพอแล้ว

ถ้าดาจะไม่ไปก็ไม่เป็นไร แต่พี่จะไป นิรุธเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่น ซึ่งทำเอาภากรชะงักเล็กน้อย เพราะเขาคิดว่านิรุธคงจะตอบปฏิเสธแน่ๆ ดารินทร์อ้าปากจะค้าน แต่นิรุธก็ยกมือขึ้นห้ามซะก่อน โครงการนี้สำคัญมาก พี่อยากเห็นสถานที่ด้วยตัวเอง!

ใบหน้าหวานบึ้งตึงลงอีกครั้ง ดารินทร์ตวัดสายตาไปมองอินทิราอย่างไม่พอใจ แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เธอก็ต้อมจำยอมดาจะไปด้วย!!”

คุณกรคะ อินว่าให้คุณอังคณาไปจะดีกว่านะคะ อินทิราค้านเรียกให้สายตาสามคู่หันไปจ้องมองเธอทันที เอ่อ...คุณอังคณาเธอรู้งานมากกว่าอิน

ก็เพราะอย่างนั้นไงล่ะผมถึงอยากให้คุณไป คุณจะได้เรียนรู้งาน ภากรตอบทันที

แต่อิน...

ไม่มีข้ออ้างอินทิรา นี่เป็นคำสั่ง ภากรตัดบทก่อนที่    อินทิราจะยกข้ออ้างอะไรขึ้นมาอีก และสิ่งที่ชายหนุ่มพูดมันก็ทำให้อินทิราไม่สามารถโต้แย้งใดๆ ได้อีก ตกลงตามนี้ เราทั้งสี่คนจะไปดูสถานที่ด้วยกัน

สี่คนที่อยู่ในห้องทำงานของภากรยามนี้ต่างตกอยู่ในความคิดของตนเอง ภากรนั้นได้แต่ส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยหน่าย เพราะดูเหมือนเขาจะไม่มีทางได้อยู่ตามลำพังกับอินทิราอย่างที่วางแผนเอาไว้

สายตาคมของนิรุธยังจับจ้องอยู่ที่อินทิรา สายตาคมที่มองนั้นไม่พอใจ ไม่สบอารมณ์ เขาจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อกันเพื่อนซี้เขาออกจากผู้หญิงคนนี้และในขณะเดียวกัน เขาก็จะยังคงทำตามแผนเดิม นั่นคือการกลั่นแกล้งจนอินทิรายอมลาออกไปจากบริษัทด้วยตนเอง

ดารินทร์เองตอนนี้ในสมองก็คิดแผนการบางอย่างไว้เหมือนกัน บางทีการไปดูสถานที่ในครั้งนี้อาจจะเป็นเรื่องดีสำหรับเธอก็ได้ เธอจะได้แสดงให้ผู้หญิงคนนี้เห็นว่านิรุธเป็นของเธอ และเธอจะช่วยพี่ชายของเธอทุกวิถีทางเพื่อให้พี่ชายเธอได้สมหวัง ส่วนเธอก็จะได้ใกล้ชิดกับนิรุธ แบบนี้เธอก็จะได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง

ส่วนอินทิรานั้นได้แต่ยืนนิ่ง ตัดพ้อในความโชคร้ายของตัวเอง ทำไมภากรถึงไม่ให้อังคณาไป ทำไมต้องเป็นเธอ หากอังคณารู้เรื่องเข้า เลขารุ่นพี่คงยิ่งเกลียดเธอมากขึ้นอีกเป็นแน่ และดูจากสายตาของดารินทร์ เธอก็รู้ว่าหญิงสาวสวยผู้นี้ไม่ชอบเธอ แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่การไปดูสถานที่ในครั้งนี้นิรุธจะร่วมเดินทางไปด้วย

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #10 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 21:33
    เฮ้อ ชีวิตจะน่าสงสารไปถึงไหนน้อ
    #10
    0
  2. #9 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 21:33
    เฮ้อ ชีวิตจะน่าสงสารไปถึงไหนน้อ
    #9
    0