ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 788
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    4 ม.ค. 60

4

 

 

เช้าวันนี้อินทิราตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนศีรษะนิดๆ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตัวรุมๆ คล้ายจะมีไข้ แต่โดยรวมแล้วอาการไม่ได้หนักมากถึงขนาดลุกจากที่นอนไม่ขึ้นเธอจึงไม่อยากจะขาดงาน

หญิงสาวลุกขึ้นช้าๆ เดินเข้าไปในห้องน้ำ ออาบน้ำเตรียมตัวไปทำงานตามปกติ ภาพที่สะท้อนอยู่ในกระจกนั้นแทบจะดูไม่ได้ ใบหน้าขาวซีดดูอิดโรยนัก ที่แขนทั้งสองข้างมีรอยเขียวช้ำเป็นจ้ำกระจายไปทั่ว บางจุดเป็นสีม่วงดูน่ากลัวทีเดียว

ชินเสียแล้วกับรอยพวกนี้...นั่นเป็นเหตุผลที่ตั้งแต่ไหนแต่ไรเธอไม่เคยมีเสื้อผ้าแขนกุดหรือสายเดี่ยวเหมือนผู้หญิงอื่นทั่วไป เพราะเสื้อผ้าพวกนั้นไม่สามารถปกปิดรอยช้ำน่าเกลียดพวกนี้ได้

แม้จะรู้สึกไม่สบาย แต่ถึงอย่างไรอินทิราก็ต้องฝ่าฟันกับผู้คนมากมายที่เบียดเสียดบนรถประจำทางกับการจราจรที่ติดขัดในเวลาเร่งด่วนอย่างไม่มีทางเลี่ยง อีกทางที่สะดวกและรวดเร็วกว่าก็คือการเรียกรถแท็กซี่ แต่ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพื่อความสะดวกเป็นเงินโดยประมาณกว่าที่สองร้อยบาท...เงินสองร้อยบาทที่ต้องเสียเมื่อเทียบกับค่ารถประจำทางที่ไม่ถึงยี่สิบบาทนั้นก็ทำให้อินทิราได้แต่ถอนหายใจ

คนจนอย่างเธอมีทางเลือกอื่นอีกงั้นเหรอ

กว่าอินทิราจะมาถึงที่ทำงาน หญิงสาวก็แทบจะหมดแรง วันนี้ถือว่าเป็นโชคร้ายสำหรับเธอมากนัก เพราะวันนี้การจราจรยิ่งติดขัดกว่าทุกวันเนื่องจากเมื่อคืนฝนตกหนักทำให้น้ำท่วม ถนนใช้งานได้เพียงสองช่องการจราจรจากสี่ช่องทาง อีกทั้งรถประจำทางที่เธอขึ้นนั้นคนเบียดแน่นตั้งแต่ต้นสายจนถึงป้ายรถประจำทางที่เธอต้องลง ทำให้เธอต้องยืนเบียดท่ามกลางผู้คนตลอดเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงบนรถประจำทางจนกระทั่งถึงที่หมาย

ถึงแม้เธอจะสามารถมาถึงที่ทำงานได้ แต่มันก็เลยเวลาเข้างานไปแล้วถึงครึ่งชั่วโมง

คิดว่าตัวเองมีท่านอิทธิพลกับคุณภากรหนุนหลังหรือยังไง ถึงได้เข้างานสายถึงครึ่งชั่วโมงแบบนี้ อังคณาประชดประชันทันทีที่เห็นอินทิรา

อินขอโทษค่ะ แต่วันนี้รถติดมากจริงๆ

ฉันก็ไม่เคยเห็นวันไหนกรุงเทพฯ รถไม่ติดนี่ อังคณาย้อนกลับแทบจะทันที

อินทิราได้แต่ก้มหน้านิ่ง รู้ดีว่าการตอบโต้ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น มีแต่ทำให้อีกฝ่ายโกรธเกลียดเธอมากขึ้นเท่านั้น

เอกสารชุดหนึ่งถูกโยนมาตรงหน้าอินทิรา ทั้งๆ ที่เธอยังไม่ทันได้พักหายใจ ทำให้หญิงสาวต้องหันไปมองเลขารุ่นพี่ เอกสารนั่นต้องเอาไปให้คุณนิรุธเซ็น และคุณภากรต้องใช้ตอนบ่าย

ค่ะ อินทิรารับคำอย่างเสียไม่ได้ วันนี้เธอผิดมากพอแล้วที่เข้างานสาย เธอไม่อยากให้อังคณามาว่าเธอได้อีกว่าเป็นคนเกี่ยงงาน แต่ถึงอย่างนั้นชื่อของคนที่ต้องเอาเอกสารไปให้ก็เซ็นก็ทำให้อินทิราถึงกับลอบกลั้นลมหายใจ

เป็นคนอื่นไม่ได้หรือไงนะ ทำไมต้องเป็นเขาด้วย

เมื่ออินทิรามาถึงหน้าห้องทำงานของนิรุธ เธอก็ต้องแปลกใจเพราะสุจารีซึ่งเป็นเลขาหน้าห้องของชายหนุ่มไม่ได้อยู่ที่โต๊ะ หญิงสาวมองไปรอบๆ อย่างลังเล จะให้วางเอกสารเอาไว้ก็กลัวว่าสุจารีจะไม่เข้าใจ แต่จะให้เธอเคาะประตูเข้าไปเผชิญหน้ากับคนในห้องเธอก็ไม่อยากทำเช่นกัน

มีอะไร? เสียงสุจารีดังขึ้นด้านหลังทำให้อินทิราหันไปมอง และเธอก็พบเลขาสาวใหญ่กำลังเดินมาที่โต๊ะของเธอ พร้อมถ้วยกาแฟที่มีควันลอยครุ้ง ฉันถามว่ามีอะไร?

เอ่อ...อินเอาเอกสารนี่มาให้คุณนิรุธเซ็นน่ะค่ะ เป็นเอกสารสำคัญที่ต้องการด่วน คุณภากรต้องใช้เอกสารนี้ตอนบ่ายค่ะ

เอาเข้าไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานในห้องได้เลย เอาวางซ้อนไว้กับกองเอกสารที่อยู่บนโต๊ะนั่นแหละ สุจารีบอกอย่างไม่ใส่ใจนัก

แต่คุณนิรุธ...

คุณนิรุธยังไม่มาทำงาน เธอรีบๆ เอาเข้าไปวางไว้ตามที่ฉันบอกเถอะน่า อย่าเรื่องมากนักเลย ฉันยังมีงานที่ต้องทำอีกเยอะแยะ ถึงเธอจะมีใครหนุนหลัง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องเป็นขี้ข้าเธอนะสุจารีว่ากลับ ท่าทางและสายตาไม่พอใจที่แสดงอย่างชัดเจนทำให้อินทิราเลือกที่จะเงียบ

สุจารีก็เหมือนอังคณา...สองคนนี้ไม่เคยมองเธอในแง่ดีเลยสักนิด

เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น อินทิราจึงต้องจำใจนำเอกสารนั้นเข้าไปวางไว้บนโต๊ะเจ้าของห้องด้วยตัวเอง ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานใหญ่ สายตาหวานก็กวาดมองไปรอบๆ เพื่อหาตัวเจ้าของห้อง และเมื่อแน่ใจว่าในห้องไม่มีใครอยู่จริงๆ อย่างที่สุจารีบอกหญิงสาวถึงได้แต่ลอบถอนหายใจ หญิงสาวนำเอกสารปึกนั้นวางไว้บนโต๊ะทำงานใหญ่ ที่มีเอกสารวางไว้อยู่ก่อนแล้วสามแฟ้ม  ตอนแรกอินทิราก็ตั้งใจจะรีบกลับออกจากห้องนี้ แต่ว่าหางตาของเธอไปสะดุดเข้ากับกรอบรูปที่ตั้งอยู่ที่มุมด้านหนึ่งของโต๊ะทำงาน

ภาพนั้นเป็นภาพของผู้หญิงสาวสวย ดวงตาเจิดจ้าเป็นประกาย ผมยาวสนิทสีดำยาวลงมาถึงช่วงอก การแต่งตัวและสภาพโดยรอบบ่งบอกว่าสถานที่ในภาพไม่ใช่ในประเทศไทย

จู่ๆ ลมหายใจของเธอก็ขาดหาย อาการปวดหัวดูจะยิ่งหนักขึ้น ดวงตาแสบร้อนด้วยความรู้สึกหวาดกลัว รู้สึกผิดและอิจฉา...มือเรียวสั่นระริกค่อยๆ ยกขึ้นช้าๆ และเอื้อมไปหยิบรูปนั้นขึ้นมา

โดยที่ไม่รู้เลยว่า ภายในห้องทำงานหรูนี้ไม่ได้มีเพียงเธอคนเดียว

เมื่อเช้าเขาเข้างานสายเพราะการจราจรที่ติดหนัก เขาโทรมาบอกเลขาว่าจะเข้ามาช้าประมาณหนึ่งชั่วโมง แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้สายมากอย่างที่คิด ตอนที่เขามาเลขาหน้าห้องไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะของเธอ ซึ่งไม่ได้ทำให้เขาคิดอะไรมากนัก เขามั่นใจว่าสุจารีมาถึงบริษัทแล้ว

ตอนที่รถติดนั้นเองนิรุธเผลอทำกาแฟหกรดเสื้อตัวเอง ทำให้เขาต้องเข้าไปทำความสะอาดในห้องน้ำขนาดเล็กซึ่งอยู่ในภายในห้อง และเมื่อเขาออกมาเขาก็พบกับอินทิราที่กำลังถือกรอบรูปคริสตัลอยู่ในมือ

 “เธอมาทำอะไรในห้องทำงานของฉัน!!”

เสียงตวาดลั่นที่ดังขึ้นทำให้อินทิราสะดุ้งสุดตัว จนเผลอปล่อยของในมือตกลงพื้น เป็นผลให้กรอบรูปคริสตัลนั้นแตกกระจายเต็มพื้นเสียงดังสนั่น

คะ...คุณนิรุธ...เสียงเรียกนั้นแผ่วเบาแทบจะเป็นเสียงคราง

เมื่อเห็นกรอบภาพของคนรักกระจายอยู่คาพื้นทำให้สติของชายหนุ่มขาดสะบั้น กรอบรูปของอรจิราเป็นอย่างเดียวที่เขามีหลงเหลือ เป็นอย่างเดียวที่ทำให้เขามีชีวิตอยู่ได้ และผู้หญิงคนนี้ก็มาทำลายมันลงอีกครั้ง เหมือนที่เธอเคยทำมันแล้วเมื่อสี่ปีก่อน

เธอเข้ามาทำอะไร เธอต้องทำลายหัวใจฉันอีกเท่าไหร่ถึงจะสาแก่ใจเธอ อินทิรา!!!” แววตาน่ากลัวโชนแสงอยู่ในดวงตาคมกล้า

ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะทันตั้งตัว ขายาวก็ก้าวเข้ามาประชิดร่างเสียงแล้ว มือหนาทั้งสองข้างทำหน้าที่ราวกับคีมเหล็กบีบยึดต้นแขนเรียวแน่น

ตอบฉันมา เธอต้องทำลายหัวใจฉันอีกเท่าไหร่!!”           นิรุธถามย้ำอีกเมื่อหญิงสาวยังคงเงียบ ชายหนุ่มจับร่างบางเขย่าอย่างไม่ปรานี

เมื่อโดนเขย่าร่างอย่างแรงอาการปวดหัวมันก็ยิ่งทวีคูณ มือหนาทั้งสองข้างที่ยึดไหล่อยู่ก็จับพอดีเข้ากับจุดที่เธอปวดและมีรอยช้ำ ภาพตรงหน้าเริ่มทับซ้อนและพร่าเลือนลงไปเรื่อยๆ หูแทบไม่ได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มตะโกนใส่

ฉันถามทำไมไม่ตอบ!!” นิรุธยังคงสนใจแต่อารมณ์กรุ่นโกรธของตนเอง ชายหนุ่มไม่ได้แม้แต่จะสังเกตเลยสักนิดว่ายามนี้ร่างบางที่เขาจับเขย่าอย่างไร้ความปรานีนั้นค่อยๆ ทรุดตัวลงช้าๆ

ภาพที่แล่นสู่สายตาของหญิงสาวค่อยๆ มืดลงทีละนิด จุดสีดำเล็กๆ แผ่วงกว้างจนกลายเป็นสีดำสนิท เมื่อสมองหยุดสั่งการ ร่างจึงทรุดฮวบลง นิรุธตอบสนองต่ออาการนั้นอย่างรวดเร็ว ลำแขนแข็งแกร่งตวัดรวบร่างบางสู่วงแขนอย่างทันท่วงที

ดวงตากลมโตปิดสนิท ใบหน้าหวานยามนี้ขาวซีดอ่อนซบอยู่ที่อกแกร่ง แขนเรียวห้อยตกบ่งบอกอาการหมดสติอย่างชัดเจน

อินทิรา…” ชายหนุ่มเอ่ยเรียกและใช้มือแตะที่แก้มเนียนหวังจะเรียกสติ แต่เมื่อปลายนิ้วสัมผัส เขาก็ต้องชะงัก ก่อนจะใช้หลังมืออังที่หน้าผากมน ความร้อนจัดที่แผ่จากร่างบางสู่หลังมือ ทำให้คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน หลังมือนั้นเลื่อนลงสัมผัสที่ซอกคอเนียนและสิ่งที่ได้ คืออุณภูมิที่ร้อนยิ่งกว่าบริเวณหน้าผาก

ไม่ต้องรอให้สมองประมวลผลใดๆ อีกวงแขนแข็งแรงรวบร่างบางขึ้นสู่วงแขน ขายาวก้าวเดินตรงไปที่ประตูห้องอย่างร้อนรน    นิรุธย่อตัวลงเพื่อเปิดประตู ปากก็ร้องตะโกนเรียกเลขาส่วนตัวไปด้วย

คุณสุจารี!”

คนถูกเรียกสะดุ้งแทบสุดตัว และยิ่งตกใจมากขึ้นเมื่อพบว่าเจ้านายหนุ่มเดินออกมาจากห้องพร้อมร่างของอินทิราในอ้อมแขน

คุณนิรุธมาทำงานตั้งแต่เมื่อไหร่!!

คุณสุจารี!!” นิรุธเรียกซ้ำอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายเอาแต่ยืนมองเขาอย่างตะลึง ไปกดลิฟต์ให้ผมหน่อย แล้วก็โทรบอกให้เอารถมาจอดรอผมที่หน้าบริษัท

ค่ะๆ สุจารีรับคำ ก่อนจะวิ่งไปกดเรียกลิฟต์ให้

ประตูลิฟต์ยังเปิดไม่ทันสุดด้วยซ้ำร่างสูงก็รีบก้าวเข้าไปในภายใน พร้อมย่อตัวกดหมายเลขชั้นล่างสุดทันที

เลขดิจิตอลที่ลดลงเรื่อยๆ ดูจะช้านักในความคิดของคนใจร้อนยามนี้ สายตาคมก้มลงมองใบหน้าของคนในวงแขน แก้มเนียนแทบจะไม่มีสีเลือด ริมฝีปากก็ซีดขาวอย่างน่ากลัว ใบหน้าที่ซบอกกว้างส่งผ่านความร้อนจัดจากร่างบางผ่านเสื้อเชิ๊ตเนื้อดี

ป่วยขนาดนี้แล้วทำไมยังมาทำงานอีก!

ชายหนุ่มได้แต่ตำหนิในใจ พร้อมความรู้สึกผิดในส่วนลึกของหัวใจ...เขาโมโหมากจนไม่ทันได้สังเกตอะไร ไม่สนใจที่จะมองความผิดปกติของอีกฝ่าย ซ้ำยังเป็นคนทำให้อาการต่างๆ ของเธอแย่ลงไปอีก จนถึงขนาดหมดสติในอ้อมแขนเขา

 

ขอโทษนะคะ คุณคือคนที่พาคุณอินทิราเข้ามารับการรักษาเมื่อครู่ใช่หรือเปล่าคะ? เสียงร้องถามของพยาบาลทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ที่กำลังอ่าน

ครับ

คุณหมอขอเชิญพบที่ห้องค่ะ

คิ้วหนาขมวดเป็นปมเล็กน้อยเมื่อได้ฟัง สายตาของพยาบาลสาวที่ใช้มองเขามันก็ดูมีความเกรงกลัวแปลกๆ เธอเป็นอะไรมากงั้นเหรอ?

ก็แค่เป็นไข้ไม่ใช่หรือไง...หรือจะมีอาการอื่นแทรกซ้อน?

เอ่อ...คุณไปคุยกับคุณหมอเองจะดีกว่าค่ะ

คำตอบของพยาบาลสาวทำให้นิรุธชะงัก ก่อนจะพยักหน้ารับ นำหนังสือพิมพ์ไปเก็บเข้าที่และเดินตามพยาบาลสาวเข้าไปพบคุณหมอผู้ตรวจรักษาอาการของอินทิรา

เชิญนั่งครับ คุณหมอเจ้าของห้องพูดเมื่อชายหนุ่มเดินเข้าไป

สวัสดีครับ คุณพยาบาลบอกว่าคุณหมอมีเรื่องจะคุยกับผม คงจะเกี่ยวกับอาการของอินทิรา ไม่ทราบว่าเธอมีอาการแทรกซ้อนอย่างอื่นนอกจากเป็นไข้หวัดอย่างนั้นเหรอครับ? นิรุธเป็นฝ่ายถามขึ้นก่อน เขาเองก็รู้สึกเป็นห่วงอยู่นิดหน่อยเหมือนกัน เพราะตัวของอินทิราร้อนจัดจนน่ากังวล

ก่อนอื่นผมคงต้องถามก่อนว่าคุณกับคนไข้เป็นอะไรกัน?

คำถามของคุณหมอทำเอาชายหนุ่มชะงัก แววกรุ่นโกรธฉายชัดในดวงตาคม ถ้าคุณหมอกำลังจะบอกผมว่าผู้หญิงคนนั้นตั้งท้องล่ะก็ ผมคงต้องขอปฏิเสธว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของผม!!”

เขารู้ว่าอินทิราอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่มีคนรัก

ผมว่าคุณคงเข้าใจผิด คนไข้ไม่ได้ตั้งครรภ์อย่างที่คุณคิด แต่ที่ผมถามเพราะสาเหตุที่คนไข้มีอาการตัวร้อนจัด ไข้ขึ้นสูงมาจากภาวะอ่อนเพลียของร่างกาย และ... คุณหมอวัยกลางคนหยุดพูดและมองสบตาคมที่มองกลับโดยไม่หลบสายตา ...บาดแผลตามร่างกาย

บาดแผล? คิ้วหนาขมวดเป็นปมมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะความไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณหมอต้องการจะสื่อกับเขา

ครับ บาดแผล...ทั่วร่างกายของคนไข้มีรอยฝกช้ำมากมาย ทั้งเก่าและใหม่ เหมือนเธอถูกทารุณมาเป็นเวลานาน

อะไรนะ!!!” นิรุธร้องถามออกไปอย่างตกใจ

ผมคิดว่าคุณคงไม่รู้เรื่อง...

ก็แน่น่ะสิ! นี่อย่าบอกนะว่าคุณหมอคิดว่าผมทุบตีเธอ!!!” นิรุธโวยวายอย่างหงุดหงิด เพราะอย่างนี้เองน่ะเหรอ พยาบาลคนที่มาหาเขาจึงมีอาการหวาดกลัวนัก

ก่อนที่คุณหมอจะทันได้พูดอะไรออก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ประตูถูกเปิดออกแทบจะทันทีกับเสียงเคาะ ร่างสูงในชุดกราวน์สีขาวก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางรีบร้อน

ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าเมื่อกี้คุณหมอได้ตรวจคนไข้ชื่ออินทิรา แก้วรัตน์หรือเปล่าครับ?  ตอนที่ชยันต์ได้รับข่าวจากผู้ช่วยพยาบาลที่รู้จักสนิทสนมกันพอสมควรมาบอกว่าเธอเห็นผู้หญิงรูปร่างหน้าตาคล้ายอินทิราถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉินเขาก็ตกใจมาก รีบลงจากตึกที่ทำงานเพื่อมายังห้องฉุกเฉิน และเมื่อเช็คจนแน่ใจแล้วว่าคนที่ถูกส่งมาคืออินทิราจริงๆ เขาก็รีบสอบถามชื่อคุณหมอเจ้าของไข้และรีบมาที่นี่ทันที

ชื่อที่ออกจากปากของคุณหมอหนุ่มทำเอานิรุธมองอย่างแปลกใจ

เพราะทั้งชื่อ ทั้งนามสกุลไม่ผิดเพี้ยนราวกับรู้จักกันมาอย่างดี...

ครับ ไม่ทราบคุณหมอชยันต์รู้จักเธอเหรอครับ? คุณหมอเจ้าของไข้ถามกลับ

ครับ ผมรู้จักเธอเป็นการส่วนตัว ไม่ทราบคุณหมอพอจะบอกผมได้ไหมครับว่าตอนนี้ย้ายเธอไปพักที่ไหน?

คนไข้ยังนอนหลับเพราะฤทธิ์ยาอยู่ที่ห้องตรวจด้านหลัง

ถ้าอย่างนั้นขอให้สั่งย้ายเธอเข้าพักห้องพิเศษเดี่ยวเลยนะครับ ต่อจากนี้ผมจะรับผิดชอบอาการรวมทั้งค่าใช้จ่ายของเธอเอง

ก็ได้ครับ ผมจะจัดการให้ แต่ในฐานะที่ผมเป็นคนตรวจคนไข้ ผมอยากจะทราบว่าคุณพอจะรู้สาเหตุของรอยฟกช้ำตามร่างกายของเธอหรือเปล่า? คำถามนั้นทำเอานายแพทย์หนุ่มอึ้งไปเล็กน้อย

ครับผมทราบ คำตอบสั้นๆ นั้นไม่ได้ให้ความกระจ่างอะไรมากนัก

คุณหมอผู้ตรวจอินทิราไม่ถามอะไรมากนัก เนื่องจากเขาเองก็พอจะรู้จักนายแพทย์หนุ่มตรงหน้าไม่น้อย หรือความจริงทุกคนที่ทำงานในโรงพยาบาลแห่งนี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักนายแพทย์หนุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมหัวใจคนนี้แน่ ด้วยรูปร่างหน้าตาที่จัดว่าดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานทำให้เขาเป็นหัวข้อสนทนาของพยาบาลสาวๆ ส่วนหมอคนอื่นๆ ก็เอ่ยชื่นชมในความสามารถของนายแพทย์หนุ่มนามชยันต์ เอื้ออังกรูให้เขาฟังอยู่เสมอ เขาเองได้พบปะพูดคุยกับคุณหมอหนุ่มรายนี้อยู่สองสามครั้งเช่นกัน ถ้าอย่างนั้นผมจะทำตามที่คุณหมอต้องการ ผมจะสั่งให้พยาบาลย้ายคนไข้ไปพักฟื้นที่ตึกศัลยกรรมหัวใจ  

ขอบคุณคุณหมอมากครับ นายแพทย์หนุ่มเอ่ยจากใจจริง

ชยันต์รู้สึกห่วงอินทิรามาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ตั้งแต่ที่แม่ของเขาโทรบอก แต่เนื่องจากเขามีผ่าตัดสำคัญจึงไม่อาจปลีกตัวไปหาได้ เขาจึงตั้งใจว่าเย็นนี้จะแวะไปหาหญิงสาวที่ห้องพัก...ไม่นึกเลยว่าเธอจะถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลมาเสียก่อน

ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้น เขาเองก็เป็นห่วงหญิงสาวมาตลอด เพราะไม่ใช่เพียงร่างกายของอินทิราเท่านั้นที่โดนทำร้าย แต่จิตใจของหญิงสาวก็บอบช้ำไม่ต่างกัน...แม้ดูภายนอกอินทิราจะดูเหมือนคนที่มีความเสียใจปกติ แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย

ขอโทษครับ!” เสียงร้องดังขึ้นทำให้นายแพทย์หนุ่มหยุดเดินและหันไปมอง

คนเรียกเป็นชายหนุ่มมาดนักธุรกิจ รูปร่างและท่าทางดูคุ้นตานัก กำลังเดินตรงเข้ามาหาเขา

ต้องขอโทษที่เรียกให้คุณหยุด คือผมเป็นคนพา         อินทิรามาส่งโรงพยาบาล

อย่างนั้นเหรอครับ ผมต้องขอบคุณจริงๆ ชยันต์ตอบกลับพร้อมื่นมือส่งให้อีกฝ่าย ซึ่งก็รับไปเขย่าอย่างมีมารยาทเช่นกัน ผมว่าผมคุ้นหน้าคุณมากเลย แต่จำไม่ได้ว่าเคยพบที่ไหน

ครับ ผมเองก็คิดเหมือนกัน นิรุธตอบ เขาเองก็รู้สึกคุ้นตาคนตรงหน้าเช่นกัน เพียงแต่จำไม่ได้ว่าพบกันที่ไหน นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

ไม่ทราบว่าคุณทำงานที่เดียวกับอินเหรอครับ? ชยันต์พูดพร้อมชวนอีกฝ่ายให้ออกเดิน เพื่อไปยังห้องพักฟื้นที่เขาได้ให้พยาบาลจัดการให้แล้ว

ครับ ผมเป็นเจ้านายของเธอ

อย่างนั้นเหรอครับ ผมดีใจจริงๆ ที่อินได้เจ้านายดีๆ อย่างคุณ อินเป็นคนน่าสงสาร เธอผ่านอะไรร้ายๆ มามากเหลือเกิน นายแพทย์หนุ่มพูด น้ำเสียงนั้นฉายชัดถึงความห่วงใย คำพูดที่แสดงชัดถึงความสนิทสนมนั้นทำให้นิรุธอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้

คุณเป็นคนรักของอินทิราเหรอครับ?คำถามของนิรุธทำให้ชยันต์ต้องหันกลับมามอง ผมแค่ถามดูน่ะครับ

ชยันต์มองอีกฝ่ายอย่างพิจารณา ในฐานะที่เป็นผู้ชายด้วยกัน เขารู้ว่าชายคนนี้ไม่มีความหึงหวงแม้แต่น้อย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ใส่ใจในตัวอินทิรา เขามองไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่

บ้านของเราอยู่ติดกัน ผมจึงรู้จักและสนิทกับอินมาตั้งแต่เด็กๆ

คำอธิบายนั้นสั้นแต่ได้ใจความอย่างที่สุด นิรุธพยายามนึกถึงบ้านหลังเล็กของคนรักที่เขาเคยไปอยู่บ่อยครั้ง แต่ตอนนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

ทั้งสองไม่ได้คุยอะไรกันอีกจนกระทั่งมาถึงห้องพักฟื้นของอินทิรา ห้องนี้เป็นห้องพิเศษแบบวีไอพี เป็นห้องที่ดีที่สุดและราคาแพงที่สุดเช่นกัน ห้องมีขนาดใหญ่กว่าห้องทั่วไปเล็กน้อย แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันราวกับอยู่ในโรงแรมเลยก็ว่าได้ ที่กลางห้องคือเตียงคนไข้ที่มีร่างบางนอนสงบนิ่งอยู่ ใบหน้าหวานนั้นแม้จะยังขาวซีดแต่ก็ไม่ได้น่ากังวลมากนักเหมือนตอนก่อนที่จะพาตัวเข้ารับการรักษา ที่แขนข้างซ้ายถูกเจาะเข็มต่อร้อยด้วยสายน้ำเกลือที่เชื่อมตรงกับกระปุกที่แขวนห้อยอยู่

หากมองไกลๆ ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดปกติ แต่เมื่อเดินมาหยุดที่ข้างเตียง ดวงตาคมก็ต้องเบิกกว้างเมื่อแขนเรียวถูกเปิดเผยต่อสายตา

นิรุธได้แต่ยืนอึ้งคำพูดติดอยู่ในลำคอเมื่อเห็นรอยช้ำเป็นจ้ำน่ากลัวปรากฏอยู่ทั่วแขนทั้งสองข้างของหญิงสาว ผิวขาวเนียนเต็มไปด้วยรอยช้ำสีเขียว และสีม่วง บางจุดเป็นสีคล้ำจนน่ากลัว ทั้งรอยเก่าและรอยใหม่

 “รอยพวกนี้มันอะไรกัน?

นิรุธได้แต่ยืนอึ้งพูดอะไรไม่ออก ถึงเขาจะเกลียดผู้หญิงตรงหน้าขนาดไหน แต่เขาก็ยังรู้สึกโกรธเคืองอยู่ในส่วนลึกๆ ของหัวใจ ใครกันที่ใจทรามทำได้ถึงเพียงนี้ รอยช้ำที่ปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วแขนเรียวทั้งสองข้างเป็นหลักฐานอย่างดีว่าหญิงสาวคนนี้ถูกทุบตีมาเป็นเวลาเนิ่นนาน

คุณบอกว่าคุณรู้ว่าอะไรคือสาเหตุของรอยเหล่านี้? นิรุธหันไปถามนายแพทย์หนุ่มทันที เขาจำได้ว่านายแพทย์หนุ่มพูดว่ารู้สาเหตุ

ชยันต์มองชายหนุ่มตรงหน้าและเกิดอาการลังเลเล็กน้อย ถึงชายหนุ่มผู้นี้จะเป็นคนนำตัวอินทิรามาส่งโรงพยาบาล แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีสิทธิ์เล่าเรื่อส่วนตัวของหญิงสาวให้ใครฟัง

บอกผมมาว่ารอยพวกนี้เกิดจากอะไร!” นิรุธเสียงดังขึ้นอีกนิด และท่าทางเอาเรื่องของชายหนุ่มทำให้ชยันต์สะกิดใจ

เขาเคยเห็นท่าทางแบบนี้ที่ไหนสักแห่ง...และภาพในอดีตก็กลับเข้ามาในสมอง ภาพเมื่อสี่ปีก่อน ที่งานสวดศพของอรจิรา ผู้ชายแต่งตัวด้วยชุดสูทราคาแพง ท่าทางโกรธจัด สีหน้าและแววตามองมายังอินทิราที่ร้องไห้อยู่แทบพื้นด้วยความเกลียดชัง พร้อมคำพูดที่โหด

ดวงตาของนายแพทย์หนุ่มหรี่ลงนิดๆ เมื่อนึกออกว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นใคร

...แต่ทำไมถึงเป็นเขา ทำไมเขาถึงเป็นคนนำตัวอินทิรามาส่งโรงพยาบาล?

ผมถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับอินทิรา ใครเป็นคนทำร้ายเธอ!!” นิรุธถามอีกครั้ง คราวนี้เป็นเสียงกดต่ำ ที่แสดงชัดถึงการพยายามระงับอารมณ์

นิรุธไม่เข้าใจว่าทำไมนายแพทย์หนุ่มถึงเอาแต่ยืนนิ่งมองเขา ทั้งๆ ที่เขาอยากจะรู้สาเหตุของบาดแผลมากมายที่ปรากฏบนร่างของอินทิราจะแย่อยู่แล้ว

ก่อนที่ผมจะตอบคุณ คุณควรตอบคำถามของผมก่อน...คุณคือคนรักของอรจิราใช่ไหม?

ชื่อของอรจิราที่ออกจากปากนายแพทย์หนุ่มทำให้นิรุธชะงักทันที

ท่าทางของชายหนุ่มตรงหน้าบอกชยันต์ได้อย่างดีว่าเขาจำคนไม่ผิดแน่แล้ว ถ้าคุณใช่คุณนิรุธ อัครไพศาลกุลล่ะก็ ผมก็คงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบอกหรือพูดอะไรกับคุณทั้งนั้น

คุณหมายความว่ายังไง?

ผมไม่รู้ว่าทำไมอินถึงไปทำงานที่บริษัทของคุณ แต่ทันทีที่อินได้สติ ผมจะให้อินไปลาออกทันที ชยันต์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงและท่าทางหนักแน่น

คุณมีสิทธิ์อะไรที่จะทำแบบนั้น...คุณบอกเองว่าไม่ได้เป็นคนรักของอิน และการที่เธอทำงานที่บริษัทของผมมันเสียหายตรงไหน!” นิรุธว่ากลับ เสียงดังขึ้นอีกนิด

สองหนุ่มมองหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

เพราะคุณเกลียดอินทิรา คำตอบนั้นสั้น แต่มันปักเข้าแทงใจของนิรุธอย่างเจ็บแสบ ถ้าคุณอยากรู้ว่าแผลบนตัวอินเกิดจากอะไร ผมก็จะบอกให้...

ริมฝีปากของนายแพทย์หนุ่มปรากฏรอยยิ้มหยันที่ทำให้  นิรุธรู้สึกว่าแปลกๆ มันเหมือนเขากำลังถูกเยาะเย้ย กำลังถูกเหยียดหยัน

บาดแผลทุกแผลบนตัวของอินทิราเกิดจากฝีมือแม่ของเธอเอง น้าอสมาทุบตีอินมาตั้งแต่อินยังเด็ก ตอนนั้นอินจะมีอรคอยปกป้องเสมอ แต่เมื่ออรเสียชีวิต น้าอสมาก็ยิ่งทุบตีอินมากขึ้น อินไม่เคยหลบสักครั้ง ยอมรับทุกอย่างที่น้าอสมาด่าว่า อินก้มหน้ายอมรับทุกคำ แม้ว่าความจริงภายในของอินจะแตกสลายเพราะคำกล่าวที่น้าอสมา ที่คุณ!...กล่าวหาเธอ นายแพทย์หนุ่มเอ่ยด้วยเสียงเรียบๆ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

นิรุธพูดอะไรไม่ออก คำพูดของนายแพทย์หนุ่มยังคงดังชัดอยู่ในสมอง

คุณจะอยู่รอจนกระทั่งอินฟื้นก็ได้ เพราะถึงยังไงคุณก็เป็นคนนำตัวเธอส่งโรงพยาบาล แต่ผมอยากบอกคุณเอาไว้อย่างหนึ่ง การที่คุณอยู่ใกล้เธอ มันมีแต่จะยิ่งทำให้อินเจ็บปวดและรู้สึกผิดมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ดังนั้นมันคงจะเป็นการดีกว่าหากคุณยอมให้เธอจมอยู่กับความเจ็บช้ำของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องมีใครคอยซ้ำเติมหรือตอกย้ำอีก

แต่ทุกประโยค ทุกคำที่พูดนั้นราวกับมีดที่ถูกลับคมมาอย่างดี โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย นิรุธบอกไม่ได้เลยว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไร โกรธ สงสาร เห็นใจ หรือรู้สึกผิด ในใจมันสับสนไปหมด

ตอนนี้นิรุธไม่รู้จริงๆ ว่าเขาควรจะทำยังไงดี

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #8 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 12:35
    เริ่มสำนึกอ่ะ ดี้ โธ่เว้ยยยยย มันน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้ว
    #8
    0
  2. #7 ดอกอ้อ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 00:43
    น่าสงสาร
    #7
    0
  3. #6 ์์Nippy (@Thannaree499) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 12:54
    เพิ่งเข้ามาอ่าน อินน่าสงสารมาก ถ้าคุณนิรุธจะทำอะไรให้อินเจ็นช้ำอีกก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วนะ 
    #6
    0
  4. #5 EkibZa รักในหลวง (@ekibza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 11:18
    โอ้ย ! น่าสงสารอ่ะ
    #5
    0