บอดี้การ์ดหัวใจ (บ้านตัวก.)

  • 98% Rating

  • 38 Vote(s)

  • 579,471 Views

  • 3,690 Comments

  • 2,754 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    61

    Overall
    579,471

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 1 ค่ำคืนแห่งโชคชะตา (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14660
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    17 ม.ค. 61

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น ก่อนหน้านี้เธอยังมี       ชุดเดรสแบรนด์ดังราคาแพงอยู่ติดตัว แต่วินาทีถัดมาชุดของเธอก็ถูกตัดขาดหลุดร่วงลงไปกองกับพื้น พร้อมกับที่เท้าของเขาเตะเศษซากชุดสวยเข้าไปใต้ท้องรถ ปลายตะวันไม่ทันได้ยกมือขึ้นปิดบังเรือนร่างตัวเองด้วยซ้ำ ตอนที่ถูกคนร่างสูงอุ้มขึ้นไปนอนพาดที่ฝากระโปรงหน้ารถ ซึ่งเขาจัดการถอดเสื้อสูทตัวนอกวางเอาไว้ก่อนแล้ว

นี่... อุ๊บ!!!” ปลายตะวันพยายามจะร้อง แต่เสียงของเธอกลับถูกหยุดด้วยซอกไหล่หนา

อยู่นิ่งๆ อย่าร้อง อย่าดิ้น อย่าทำอะไรทั้งนั้น!” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู ขณะที่มือข้างหนึ่งของเขาเอื้อมไปตวัดเรียวขาข้างหนึ่งของเธอมาวางพาดไว้กับท่อนแขนตัวเอง

ถ้าเชื่อเขาบอก เธอก็บ้าแล้ว ปลายตะวันคิดและพยายามจะดิ้นผลักร่างสูงออกไปให้พ้นตัว

นังปลายตะวัน!” เสียงเหี้ยมดังขึ้นใกล้มาก ชนิดที่ว่าปลายตะวันเกือบได้ยินเสียงลมหายใจของคนพูดเลยทีเดียว

แขนเรียวที่ก่อนหน้านี้พยายามผลักไสคนที่อยู่เหนือร่างกลับเปลี่ยนเป็นตวัดโอบรัดไหล่หนาเอาไว้แน่น ขาทั้งสองข้างยกขึ้นรัดที่เอวสอบโดยไม่รู้ตัว

มีอะไร?” เสียงทุ้มดังขึ้นที่ข้างหู น้ำเสียงของเขาเย็นชาเข้มลึกเต็มไปด้วยอำนาจอย่างชัดเจน

กันธีร์ที่ใช้แขนข้างหนึ่งเท้าอยู่กับฝากระโปรงหน้ารถ ส่วนอีกมือรองรับบริเวณท้ายทอยของหญิงสาว กดใบหน้าของเธอเข้ากับซอกไหล่เขากันไม่ให้คนร้ายเห็นใบหน้าเธอ

คิดจะยืนมองไปถึงเมื่อไร อดีตนายตำรวจหนุ่มถามเสียงเย็นอีกครั้ง ดวงตาคมจ้องมองอีกฝ่ายนั้นไม่มีความกลัวเกรงเลยสักนิด

คนร้ายที่เดินเข้ามาอย่างมั่นใจต้องสบถลั่น ก่อนจะเดินถอยออกไปอย่างหน้าม้าน

ใช่นังปลายตะวันไหมพี่?” เสียงหนึ่งในคนร้ายเอ่ยถาม

ใช่ที่ไหน ก็แค่พวกอารมณ์จัด รอให้ไปถึงโรงแรมไม่ไหว ต้องเปิดหนังสดกันหน้าฝากระโปรงรถ!!

ในผับก็ไม่มี รถก็ยังจอดอยู่ แล้วมันจะไปไหนได้ล่ะพี่?”

ฉันจะไปรู้ได้ยังไงวะ!!!” เสียงตวาดลั่นลานจอดรถ แกสองคนไปเฝ้าที่รถนังปลายตะวันเอาไว้ ฉันจะเข้าไปหามันข้างในเอง แล้วอย่าให้คลาดสายตาเด็ดขาด ขืนคืนนี้กลับไปหานายมือเปล่า ทั้งฉันทั้งแกก็ได้โดนศอก โดนหมัด หรือไม่ก็บาทาเป็นของรางวัลแน่ไป!!!

 

ความเงียบโรยตัวอยู่รอบกายสองหนุ่มสาว แต่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ อยู่พักใหญ่ อดีตนายตำรวจรอเพื่อให้แน่ใจว่าคนร้ายไปจากลานจอดรถแล้วจริงๆ ส่วนปลายตะวันนั้นความหวาดกลัวทำให้เธอกอดยึดคนเหนือร่างเอาไว้แน่น ไม่รับรู้เลยสักนิดว่าอันตรายได้ผ่านไปแล้ว ทั้งยังลืมสภาพของตัวเองและความโกรธหน้านี้ไปเสียสนิท จนกระทั่งเสียงทุ้มของคนร่างสูงดังขึ้นนั่นแหละ

พวกมันไปหมดแล้ว ปล่อยผมเถอะ

ปลายตะวันเอนหน้าออกจากซอกไหล่เขา เธอกะพริบตาสองครั้งติดๆ กัน ดวงตากลมโตมองเขาอย่างมึนงง ก่อนสมองจะค่อยๆ เรียบเรียงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หญิงสาวเหลือบลงมองสภาพตัวเอง และเสียงกรีดร้องของเธอคงดังสนั่นลานจอดรถไปแล้ว หากอดีตนายตำรวจหนุ่มไม่เอื้อมมือมาปิดริมฝีปากบางเอาไว้เสียก่อน

เสียงอู้อี้ดังอยู่ใต้ฝ่ามือหนาพร้อมดวงตากลมโตที่ขึงมองอย่างเอาเรื่อง

ผมจะปล่อย ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่ร้อง

ปลายตะวันขึงตาใส่คนพูดอีกครั้ง แต่เมื่อเขายังทำหน้านิ่งไร้อารมณ์ เธอจึงต้องจำใจพยักหน้ารับ

กันธีร์ไม่ได้ปล่อยหญิงสาวทันที เขารออยู่ประมาณสิบวินาทีก่อนจะคลายมือออก เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง แล้วถอยหลังไปยืนห่างจากร่างบางสองก้าว อดีตนายตำรวจหนุ่มมีความเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่มองคนที่เหลือเพียงชุดชั้นในตัวน้อยติดตัว

คุณเอาเสื้อสูทผมไปใส่ก่อนก็แล้วกัน

มันก็แน่ล่ะย่ะปลายตะวันแว้ดกลับขณะเลื่อนตัวลงจากฝากระโปรงหน้ารถแล้วรีบสวมเสื้อสูทตัวใหญ่ เพื่อปิดบังเรือนร่าง คุณฉีกชุดฉันจนกลายเป็นเศษผ้าไปแล้วนี่

คนร้ายจำชุดของคุณได้ ผมไม่มีทางเลือกอื่น

ริมฝีปากบางของคนฟังเม้มแน่น อยากจะโต้แย้งใจแทบขาดแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเธอรู้ว่าอีกฝ่ายพูดถูก และมันยิ่งน่าเจ็บใจเมื่อเธอเองก็รู้ดีว่าสิ่งที่เขาทำเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำ

คุณคงกลับแท็กซี่ด้วยสภาพนี้ไม่ได้... เขาเริ่มเอ่ยอีกครั้ง แต่พูดได้ยังไม่ทันจบประโยค เสียงหวานก็เอ่ยขัดขึ้นซะก่อน

ก็แน่น่ะสิ

คิ้วของกันธีร์เลิกสูง สายตาคมกวาดมองไปทั่วร่างอย่างพิจารณา

มันไม่ใช่สายตาหยาบโลนเลยสักนิด แถมมันยังส่งผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจปลายตะวันอีกต่างหาก ความเขินอายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ส่งผลให้อุณหภูมิบนใบหน้าสูงขึ้นทีละนิด

บอกตามตรงนะ ในความเห็นของผม เสื้อผมที่คุณใส่อยู่ยังดูโป๊น้อยกว่าชุดที่ผมตัดทิ้งไปเมื่อกี้อีก

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง อาการเขิน ความรู้สึกอายแปลกๆ ก่อนหน้านี้หายวับไปทันทีราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น และถูกแทนที่ด้วยความโกรธจัด       ริมฝีปากบางเผยอสั่นระริก พยายามหาคำพูดเจ็บแสบมาตอกกลับใส่คนหน้านิ่ง แต่ยังคิดไม่ทันออก ผู้ชายปากจัดก็มาให้เธออีกยกเสียแล้ว

และไม่ต้องห่วงว่าผมจะเห็นอะไรต่อมิอะไรของคุณหรอกนะ เมื่อกี้ผมให้ความสนใจกับคนร้ายมากกว่าจะมองคุณ

ปลายตะวันกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อกันไม่ให้ตัวเองกรีดร้องออกมา มือน้อยทั้งสองข้างก็กำแน่นจนเล็บยาวคมจิกลงในฝ่ามือ เธอต้องสูดหายใจเข้าออกลึกถึงห้าครั้งติดกันกว่าจะตั้งสติได้

แล้วคนฉลาดอย่างคุณคิดจะส่งฉันกลับบ้านยังไงล่ะ? บอกไว้ก่อน สภาพแบบนี้ฉันไม่ยอมขึ้นแท็กซี่หรอกนะ

รถคุณจอดอยู่ที่ไหน? กุญแจรถอยู่กับตัวหรือเปล่า?”

ริมฝีปากบางบิดเป็นรอยยิ้มเยาะ ปลายตะวันเคลื่อนไหวด้วยท่าทางยั่วเย้า ขาเรียวข้างขวายื่นจรดปลายเท้ามาด้านหน้า ขณะที่มือซ้ายเอื้อมมาเปิดเลิกชายเสื้อสูทขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นสายรัดเล็กๆ ที่อยู่รอบต้นขากลมกลึง

คิ้วหนาเลิกสูงอีกครั้งเมื่อเห็นกุญแจรถถูกเสียบเหน็บเอาไว้

รถยนต์สมัยนี้สตาร์ตได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจเสียบ เพียงแค่คนถือกุญแจอยู่ในรัศมีการส่งสัญญาณก็พอ แต่เขาก็คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีใครเก็บกุญแจรถเอาไว้ แบบนี้

ปลายตะวันตั้งใจจะยั่วให้สีหน้าเย็นชานั้นเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่กลับเป็นตัวเธอเองนั่นแหละที่รู้สึกอายจนต้องรีบปล่อยชายเสื้อให้ปิดบังเรือนร่างตามเดิม

เห็นแล้วใช่ไหมว่าฉันมีกุญแจ ฉันสามารถขับรถกลับบ้านได้ รถฉันจอดอยู่หน้าผับ ใกล้ๆ ทางเข้าออกนั่นแหละแต่คุณลืมอะไรไปหรือเปล่า เมื่อกี้คนร้ายสั่งให้พวกมันสองคนไปเฝ้าอยู่ที่รถฉันนะ

ผมไม่ได้ลืม อดีตนายตำรวจตอบกลับด้วยเสียงเรียบๆ หน้าตานิ่งๆ เช่นเดิม

หน้านิ่งอย่างกับเครื่องเคลือบ! ปลายตะวันเหน็บอีกฝ่ายในใจ

แล้วคุณคิดจะให้ฉันขึ้นรถได้ยังไงไม่ทราบ คิดว่าตัวเองจะจัดการคนร้ายสองคนได้หรือไง

ได้คำตอบของเขาสั้นเรียบ แต่น้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง

ถ้ามั่นใจขนาดนั้น เมื่อกี้จะหลบทำไม จัดการพวกมันซะตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง

ผมไม่อยากลงมือถ้าไม่จำเป็น

แต่การฉีกชุดฉันจำเป็นมากงั้นสิ

กันธีร์เลือกที่จะเงียบเพราะเขารู้สึกว่าหากเขาโต้ตอบกลับไปล่ะก็       คืนนี้เขาคงไม่ได้ไปไหนต่อแน่ๆ

เรื่องคนเฝ้ารถผมจะจัดการเอง พอได้โอกาสคุณก็รีบขึ้นรถแล้วขับออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เข้าใจนะ

ปลายตะวันทำปากยื่นนิดๆ แต่ก็พยักหน้ารับ

อดีตนายตำรวจหนุ่มไม่พูดอะไรอีก เขาออกเดินนำหญิงสาวกลับไปที่ด้านหน้าของผับยังที่เธอจอดรถเอาไว้ เขาเดินมาจนถึงมุมตึกของผับแล้วจึงสั่งให้เธอหยุดรออยู่ตรงนี้

รอสัญญาณจากผม

ปลายตะวันทำท่าตะเบ๊ะแข็งขันล้อเลียน กันธีร์ไม่อยากเสียเวลา      ต่อปากต่อคำด้วย เขาจึงหันหลังให้และเดินออกไปจากจุดที่ซ่อนตัวอยู่ ตรงไปยังรถสปอร์ตคันหรูซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลนัก หญิงสาวมองตามร่างสูง อยากรู้ว่าเขาจะใช้วิธีไหนจัดการกับคนร้ายสองคนที่ยืนเฝ้ารถเธออยู่

กันธีร์เดินตรงเข้าไปที่รถโดยไม่ได้สนใจชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำ เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาทำท่ากดแล้วจึงยกขึ้นแนบหูเมื่อเขามาหยุดใกล้คนร้ายทั้งสองมากพอ อดีตนายตำรวจหนุ่มก็เอ่ยด้วยระดับเสียงที่มั่นใจว่าคนใกล้ๆ ต้องได้ยินด้วย

ปลายตะวันนี่ผมเองนะ ผมรอคุณอยู่ที่รถ ถ้าคุณเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วก็รีบออกมาเลยนะ เราจะได้ไปต่อที่อื่นกัน

คนร้ายทั้งสองหันมามองเขาทันที ก่อนจะเหลือบกลับไปมองหน้ากัน

ผมรับรองนะว่าที่ใหม่ที่ผมจะพาคุณไปดีกว่าที่นี่เป็นร้อยเท่า... ผมเคยทำให้คุณผิดหวังงั้นเหรอปลายตะวัน แล้วผมบอกคุณหรือยังชุดสีเงิน      ที่คุณใส่คืนนี้สวยจนผมแทบละสายตาไม่ได้เลย กันธีร์ทิ้งหางเสียงนิดๆ เหมือนที่เขาเห็นน้องชายฝาแฝดทำอยู่บ่อยครั้ง แต่สายตานั้นมองสังเกตอาการคนร้ายทั้งสองคนผ่านทางภาพสะท้อนของกระจกรถ

คนร้ายพยักหน้าเป็นสัญญาณให้กัน ก่อนที่หนึ่งในสองคนจะรีบวิ่งผ่านเข้าประตูผับไป สิ่งที่เห็นนั้นทำให้อดีตนายตำรวจหนุ่มลอบถอนหายใจเล็กน้อย

ยังเหลืออีกหนึ่งสินะ เขาคิด แต่ไม่เสียเวลามาก ร่างสูงหมุน           เข้าประชิดคนร้าย อาศัยจังหวะที่เขาหันหลังให้ สันมือถูกยกขึ้นกลางอากาศก่อนที่มันจะสับลงที่ก้านคอบริเวณท้ายทอย เสียงปึกทึบๆ ไม่ได้ดังพอที่ใครจะได้ยิน กันธีร์ใช้แขนทั้งสองข้างสอดเข้าไปใต้รักแร้รองรับร่างคนร้ายที่หมดสติกลางอากาศ จัดการลากเอาไว้นั่งพิงไว้ที่โคนต้นไม้ใกล้ๆ

บริเวณนั้นไม่ใช่ไม่มีคน เพียงแต่ไม่มีใครคิดจะสนใจเท่านั้น สภาพของคนร้ายที่อยู่ตรงนั้น ในสายตาของคนที่เห็น ก็คงคิดเพียงแต่ว่าเป็นคนที่ดื่มหนักจนไม่ได้สตินั่นแหละ

เล่นบทบู๊ก็เก่งเหมือนกันนี่ เสียงหวานดังขึ้นใกล้ๆ ทำให้กันธีร์ต้องรีบหันไปมอง

คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นร่างบางหยุดยืนอยู่ด้านหลัง

ผมบอกให้คุณรอ

ปลายตะวันไม่ตอบอะไร เธอแค่ยักไหล่ก่อนจะเดินนวยนาดไปที่รถ มือเรียวเอื้อมไปเปิดประตู จัดการโยนรองเท้าส้นสูงเข้าไปไว้ด้านหลัง สอดตัวเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ พร้อมปิดประตูเสียงดัง หลายสิบวินาทีกว่าเสียงสตาร์ตรถดังจะขึ้น กระจกถูกกดลง แล้วเสื้อสูทของเขาก็ถูกยื่นออกมานอกตัวรถ

กันธีร์เอื้อมมือไปรับเสื้อตัวเองคืนมา คิ้วหนาเลิกขึ้นนิดๆ เมื่อเห็นว่าคนที่นั่งในรถสวมเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่ง

คุณจัดการได้ดีทีเดียว ดูเหมือนครั้งนี้คุณพ่อจะเลือกคนมีฝีมือจริงๆ มาได้สักที ปลายตะวันเว้นจังหวะการพูดเล็กน้อย แล้วจึงเอ่ยต่อ แต่งานของคุณจบแล้ว คุณถูกไล่ออก

โดยไม่รอฟังคำตอบใดๆ กระจกติดฟิล์มทึบก็ถูกเลื่อนขึ้นจนสุด พร้อมกับรถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวออกถนนหายไปจากสายตา

ถูกไล่ออก? เขาเป็นเจ้าของไร่ชานะ เธอมีสิทธิ์อะไรมาไล่เขาออก?

กันธีร์ยืนนิ่งอยู่ประมาณสิบวินาที ก่อนจะส่ายศีรษะเลิกใส่ใจคำพูดประโยคสุดท้ายของหญิงสาวจอมรั้น เพราะคิดไปมันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรขึ้นมา มีแต่จะปวดหัวเปล่าๆ เขาสะบัดเสื้อสูทในมือแล้วต้องชะงักเมื่อกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ลอยมาแตะปลายจมูก คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอีกครั้ง มันเป็นกลิ่นหอมแบบเดียวกันที่ติดอยู่ที่ซอกคอเขา

กัน!” เสียงเรียกคุ้นหูดังมาจากด้านหลัง ก่อนร่างสูงของนฤเดชจะเข้ามาหยุดเคียงข้าง คิ้วหนาของเขาเลิกสูงเมื่อเห็นสภาพเสื้อเชิ้ตของเพื่อนสนิท    ที่ถูกดึงจนกระดุมหลุดหายไปหลายเม็ด แต่ก็มีบางเม็ดที่ยังห้อยต่องแต่งอยู่บนเสื้อ หายไปฟัดกับแมวยั่วสวาทมาเหรอครับคุณกัน เสื้อผ้าถึงได้เป็นแบบนี้?”

ฉันจะกลับแล้ว ส่วนเรื่องที่คุยกัน เอาเป็นว่าฉันจะลองเอาไปคิดดูอีกที

เฮ้ยๆ คุณกันครับ!” นฤเดชร้องเรียกเสียงหลงเมื่อคนพูดทำท่าจะกลับจริงๆ เขารีบเดินไปดักหน้าคนเป็นเพื่อน มือทั้งสองข้างยกขึ้นทำท่าห้าม ฉันแค่แซวแกนิดหน่อยเอง ถึงกับงอนกันเลยเหรอวะครับไอ้คุณกัน

คนถูกเหน็บไม่ตอบโต้อะไร แต่ยืนนิ่งจ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาจริงจัง

นฤเดชซึ่งรู้จักนิสัยเพื่อนดีต้องถอนหายใจอย่างยอมแพ้

ฉันไม่รั้งแกไว้ก็ได้ แต่ว่าเรื่องที่คุยกัน แกช่วยรับปากหน่อยไม่ได้เหรอ งานมันกะทันหัน ฉันหาคนไม่ได้จริงๆ ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่โทรเรียกแกลงมากรุงเทพฯ หรอกน่า

แกน่าจะรู้ว่าฉันไม่ชอบงานแบบนี้

ก็รู้ แต่มันไม่มีทางเลือกนี่หว่า!” สารวัตรหนุ่มสวนกลับทันที ถ้าเป็นคนอื่น ฉันก็คงไม่รบกวนหรอก แต่นี่คุณเกริกเกียรติกับแม่ฉันสนิทกัน แม่ขอร้องมา แถมยังกระซิบบอกด้วยว่าอยากได้แกเป็นคนทำหน้าที่นี้ แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะครับไอ้คุณเพื่อน

กันธีร์ฟังแล้วก็ต้องถอนหายใจยาว เขาเองรู้จักครอบครัวของนฤเดชเป็นอย่างดีเพราะทั้งสองคนเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันตอนเรียนอยู่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ พอจบออกมาก็ได้มาเป็นคู่หูร่วมกันทำงานในกองปราบฯ อีก พวกเขาจึงสนิทกันมาก ด้านนฤเดชเองก็รู้จักครอบครัวของเขาไม่น้อยไปกว่ากัน

ก่อนหน้านี้เขาก็ยังขอความช่วยเหลือจากนฤเดชในการส่งกำลังตำรวจมาคุ้มกันพี่สะใภ้จากคนรักเก่าซึ่งพยายามตามรังควานไม่ยอมเลิกรา ถ้าไม่ได้นฤเดชช่วยไว้ พี่สะใภ้เขาอาจจะมีอันตราย รวมถึงหลานสาวตัวน้อยของเขาด้วย เพราะอย่างนั้นแหละกันธีร์ถึงตอบปฏิเสธเพื่อนได้ไม่เต็มปากนัก

ฉันขอดูตัวคนที่ฉันจะคุ้มกันก่อน

มันต้องอย่างนี้สิวะเพื่อน!!!” นฤเดชร้องอย่างดีใจ พร้อมกับมือที่เอื้อมไปตบไหล่อีกฝ่าย

ฉันยังไม่ได้รับปาก

เดี๋ยวค่อยว่ากันพรุ่งนี้ก็ได้น่า คนพูดยิ้มกว้าง ดวงตาแพรวพราว    เจ้าเล่ห์ แต่ฉันว่า ถ้าแกเห็นคนที่แกจะคุ้มกัน แกคงปฏิเสธไม่ลงหรอก ฉันเองถ้าไม่ติดต้องไปตามสืบคดีที่ชัยภูมิล่ะก็ ไม่พลาดที่จะรับงานนี้หรอก

กันธีร์ยืนนิ่งไม่พูดอะไร ดูจากท่าทางของคนเป็นเพื่อนแล้ว ลูกสาวทนายความชื่อดังคนนี้คงหน้าตาดีไม่น้อยสินะ

แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาอยู่แล้ว สำหรับเขาแล้ว หน้าตาของผู้หญิง มันก็แค่เปลือกนอกเท่านั้น ไม่มีใครรู้หรอกว่าภายใต้ความสวยงามนั้นจะซ่อนความสกปรกเอาไว้มากแค่ไหน

พรุ่งนี้แกไปรับฉันที่บ้านนายก้องนะ

สถานที่นัดหมายไม่ได้ผิดไปจากที่นฤเดชคิดเอาไว้เลยสักนิด แต่เขาก็ยังอดแซวเพื่อนไม่ได้

ได้ครับ ไอ้คนหลงหลาน!!

กันธีร์ไม่สะดุ้งสักนิด แต่เขากลับยืดตัวขึ้น คิ้วหนาเลิกสูงเหมือนจะถามกลับมาว่า แล้วผิดตรงไหน

ท่าทางที่ทำให้คนเป็นเพื่อนต้องส่ายหัวอย่างอดขำไม่ได้

คุณอาคนนี้หลงหลานไม่ธรรมดาหรอก ก็ถึงขนาดนั่งเครื่องมาจากเชียงรายทุกวันเสาร์เพื่อมาเล่นกับหลานสาวตัวน้อยวัยแปดเดือนที่กำลังเริ่มหัดยืนทรงตัว แต่จะว่าไปก็โทษกันธีร์ไม่ได้หรอก เพราะยายตัวน้อยน่ะน่ารักน่าหยิกเสียขนาดนั้น แถมยังเป็นหลานคนแรกด้วย ทั้งย่า ทั้งอาจึงเห่อกันสุดๆ เป็นเจ้าหญิงน้อยตั้งแต่ยังไม่คลอดด้วยซ้ำ

คิดไปแล้ว พรุ่งนี้เขาเองก็น่าจะไปที่บ้านก้องภพเช้ากว่าเวลานัดหน่อยดีกว่า จะได้ไปเล่นกับเจ้าหญิงศิกานต์ตัวยุ่งด้วย



***


การลงซ้ำเป็นเจตนาของผู้เขียน


***

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น ก่อนหน้านี้เธอยังมี       ชุดเดรสแบรนด์ดังราคาแพงอยู่ติดตัว แต่วินาทีถัดมาชุดของเธอก็ถูกตัดขาดหลุดร่วงลงไปกองกับพื้น พร้อมกับที่เท้าของเขาเตะเศษซากชุดสวยเข้าไปใต้ท้องรถ ปลายตะวันไม่ทันได้ยกมือขึ้นปิดบังเรือนร่างตัวเองด้วยซ้ำ ตอนที่ถูกคนร่างสูงอุ้มขึ้นไปนอนพาดที่ฝากระโปรงหน้ารถ ซึ่งเขาจัดการถอดเสื้อสูทตัวนอกวางเอาไว้ก่อนแล้ว

นี่... อุ๊บ!!!” ปลายตะวันพยายามจะร้อง แต่เสียงของเธอกลับถูกหยุดด้วยซอกไหล่หนา

อยู่นิ่งๆ อย่าร้อง อย่าดิ้น อย่าทำอะไรทั้งนั้น!” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู ขณะที่มือข้างหนึ่งของเขาเอื้อมไปตวัดเรียวขาข้างหนึ่งของเธอมาวางพาดไว้กับท่อนแขนตัวเอง

ถ้าเชื่อเขาบอก เธอก็บ้าแล้ว ปลายตะวันคิดและพยายามจะดิ้นผลักร่างสูงออกไปให้พ้นตัว

นังปลายตะวัน!” เสียงเหี้ยมดังขึ้นใกล้มาก ชนิดที่ว่าปลายตะวันเกือบได้ยินเสียงลมหายใจของคนพูดเลยทีเดียว

แขนเรียวที่ก่อนหน้านี้พยายามผลักไสคนที่อยู่เหนือร่างกลับเปลี่ยนเป็นตวัดโอบรัดไหล่หนาเอาไว้แน่น ขาทั้งสองข้างยกขึ้นรัดที่เอวสอบโดยไม่รู้ตัว

มีอะไร?” เสียงทุ้มดังขึ้นที่ข้างหู น้ำเสียงของเขาเย็นชาเข้มลึกเต็มไปด้วยอำนาจอย่างชัดเจน

กันธีร์ที่ใช้แขนข้างหนึ่งเท้าอยู่กับฝากระโปรงหน้ารถ ส่วนอีกมือรองรับบริเวณท้ายทอยของหญิงสาว กดใบหน้าของเธอเข้ากับซอกไหล่เขากันไม่ให้คนร้ายเห็นใบหน้าเธอ

คิดจะยืนมองไปถึงเมื่อไร อดีตนายตำรวจหนุ่มถามเสียงเย็นอีกครั้ง ดวงตาคมจ้องมองอีกฝ่ายนั้นไม่มีความกลัวเกรงเลยสักนิด

คนร้ายที่เดินเข้ามาอย่างมั่นใจต้องสบถลั่น ก่อนจะเดินถอยออกไปอย่างหน้าม้าน

ใช่นังปลายตะวันไหมพี่?” เสียงหนึ่งในคนร้ายเอ่ยถาม

ใช่ที่ไหน ก็แค่พวกอารมณ์จัด รอให้ไปถึงโรงแรมไม่ไหว ต้องเปิดหนังสดกันหน้าฝากระโปรงรถ!!

ในผับก็ไม่มี รถก็ยังจอดอยู่ แล้วมันจะไปไหนได้ล่ะพี่?”

ฉันจะไปรู้ได้ยังไงวะ!!!” เสียงตวาดลั่นลานจอดรถ แกสองคนไปเฝ้าที่รถนังปลายตะวันเอาไว้ ฉันจะเข้าไปหามันข้างในเอง แล้วอย่าให้คลาดสายตาเด็ดขาด ขืนคืนนี้กลับไปหานายมือเปล่า ทั้งฉันทั้งแกก็ได้โดนศอก โดนหมัด หรือไม่ก็บาทาเป็นของรางวัลแน่ไป!!!

 

ความเงียบโรยตัวอยู่รอบกายสองหนุ่มสาว แต่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ อยู่พักใหญ่ อดีตนายตำรวจรอเพื่อให้แน่ใจว่าคนร้ายไปจากลานจอดรถแล้วจริงๆ ส่วนปลายตะวันนั้นความหวาดกลัวทำให้เธอกอดยึดคนเหนือร่างเอาไว้แน่น ไม่รับรู้เลยสักนิดว่าอันตรายได้ผ่านไปแล้ว ทั้งยังลืมสภาพของตัวเองและความโกรธหน้านี้ไปเสียสนิท จนกระทั่งเสียงทุ้มของคนร่างสูงดังขึ้นนั่นแหละ

พวกมันไปหมดแล้ว ปล่อยผมเถอะ

ปลายตะวันเอนหน้าออกจากซอกไหล่เขา เธอกะพริบตาสองครั้งติดๆ กัน ดวงตากลมโตมองเขาอย่างมึนงง ก่อนสมองจะค่อยๆ เรียบเรียงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หญิงสาวเหลือบลงมองสภาพตัวเอง และเสียงกรีดร้องของเธอคงดังสนั่นลานจอดรถไปแล้ว หากอดีตนายตำรวจหนุ่มไม่เอื้อมมือมาปิดริมฝีปากบางเอาไว้เสียก่อน

เสียงอู้อี้ดังอยู่ใต้ฝ่ามือหนาพร้อมดวงตากลมโตที่ขึงมองอย่างเอาเรื่อง

ผมจะปล่อย ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่ร้อง

ปลายตะวันขึงตาใส่คนพูดอีกครั้ง แต่เมื่อเขายังทำหน้านิ่งไร้อารมณ์ เธอจึงต้องจำใจพยักหน้ารับ

กันธีร์ไม่ได้ปล่อยหญิงสาวทันที เขารออยู่ประมาณสิบวินาทีก่อนจะคลายมือออก เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง แล้วถอยหลังไปยืนห่างจากร่างบางสองก้าว อดีตนายตำรวจหนุ่มมีความเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่มองคนที่เหลือเพียงชุดชั้นในตัวน้อยติดตัว

คุณเอาเสื้อสูทผมไปใส่ก่อนก็แล้วกัน

มันก็แน่ล่ะย่ะปลายตะวันแว้ดกลับขณะเลื่อนตัวลงจากฝากระโปรงหน้ารถแล้วรีบสวมเสื้อสูทตัวใหญ่ เพื่อปิดบังเรือนร่าง คุณฉีกชุดฉันจนกลายเป็นเศษผ้าไปแล้วนี่

คนร้ายจำชุดของคุณได้ ผมไม่มีทางเลือกอื่น

ริมฝีปากบางของคนฟังเม้มแน่น อยากจะโต้แย้งใจแทบขาดแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเธอรู้ว่าอีกฝ่ายพูดถูก และมันยิ่งน่าเจ็บใจเมื่อเธอเองก็รู้ดีว่าสิ่งที่เขาทำเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำ

คุณคงกลับแท็กซี่ด้วยสภาพนี้ไม่ได้... เขาเริ่มเอ่ยอีกครั้ง แต่พูดได้ยังไม่ทันจบประโยค เสียงหวานก็เอ่ยขัดขึ้นซะก่อน

ก็แน่น่ะสิ

คิ้วของกันธีร์เลิกสูง สายตาคมกวาดมองไปทั่วร่างอย่างพิจารณา

มันไม่ใช่สายตาหยาบโลนเลยสักนิด แถมมันยังส่งผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจปลายตะวันอีกต่างหาก ความเขินอายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ส่งผลให้อุณหภูมิบนใบหน้าสูงขึ้นทีละนิด

บอกตามตรงนะ ในความเห็นของผม เสื้อผมที่คุณใส่อยู่ยังดูโป๊น้อยกว่าชุดที่ผมตัดทิ้งไปเมื่อกี้อีก

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง อาการเขิน ความรู้สึกอายแปลกๆ ก่อนหน้านี้หายวับไปทันทีราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น และถูกแทนที่ด้วยความโกรธจัด       ริมฝีปากบางเผยอสั่นระริก พยายามหาคำพูดเจ็บแสบมาตอกกลับใส่คนหน้านิ่ง แต่ยังคิดไม่ทันออก ผู้ชายปากจัดก็มาให้เธออีกยกเสียแล้ว

และไม่ต้องห่วงว่าผมจะเห็นอะไรต่อมิอะไรของคุณหรอกนะ เมื่อกี้ผมให้ความสนใจกับคนร้ายมากกว่าจะมองคุณ

ปลายตะวันกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อกันไม่ให้ตัวเองกรีดร้องออกมา มือน้อยทั้งสองข้างก็กำแน่นจนเล็บยาวคมจิกลงในฝ่ามือ เธอต้องสูดหายใจเข้าออกลึกถึงห้าครั้งติดกันกว่าจะตั้งสติได้

แล้วคนฉลาดอย่างคุณคิดจะส่งฉันกลับบ้านยังไงล่ะ? บอกไว้ก่อน สภาพแบบนี้ฉันไม่ยอมขึ้นแท็กซี่หรอกนะ

รถคุณจอดอยู่ที่ไหน? กุญแจรถอยู่กับตัวหรือเปล่า?”

ริมฝีปากบางบิดเป็นรอยยิ้มเยาะ ปลายตะวันเคลื่อนไหวด้วยท่าทางยั่วเย้า ขาเรียวข้างขวายื่นจรดปลายเท้ามาด้านหน้า ขณะที่มือซ้ายเอื้อมมาเปิดเลิกชายเสื้อสูทขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นสายรัดเล็กๆ ที่อยู่รอบต้นขากลมกลึง

คิ้วหนาเลิกสูงอีกครั้งเมื่อเห็นกุญแจรถถูกเสียบเหน็บเอาไว้

รถยนต์สมัยนี้สตาร์ตได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจเสียบ เพียงแค่คนถือกุญแจอยู่ในรัศมีการส่งสัญญาณก็พอ แต่เขาก็คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีใครเก็บกุญแจรถเอาไว้ แบบนี้

ปลายตะวันตั้งใจจะยั่วให้สีหน้าเย็นชานั้นเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่กลับเป็นตัวเธอเองนั่นแหละที่รู้สึกอายจนต้องรีบปล่อยชายเสื้อให้ปิดบังเรือนร่างตามเดิม

เห็นแล้วใช่ไหมว่าฉันมีกุญแจ ฉันสามารถขับรถกลับบ้านได้ รถฉันจอดอยู่หน้าผับ ใกล้ๆ ทางเข้าออกนั่นแหละแต่คุณลืมอะไรไปหรือเปล่า เมื่อกี้คนร้ายสั่งให้พวกมันสองคนไปเฝ้าอยู่ที่รถฉันนะ

ผมไม่ได้ลืม อดีตนายตำรวจตอบกลับด้วยเสียงเรียบๆ หน้าตานิ่งๆ เช่นเดิม

หน้านิ่งอย่างกับเครื่องเคลือบ! ปลายตะวันเหน็บอีกฝ่ายในใจ

แล้วคุณคิดจะให้ฉันขึ้นรถได้ยังไงไม่ทราบ คิดว่าตัวเองจะจัดการคนร้ายสองคนได้หรือไง

ได้คำตอบของเขาสั้นเรียบ แต่น้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง

ถ้ามั่นใจขนาดนั้น เมื่อกี้จะหลบทำไม จัดการพวกมันซะตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง

ผมไม่อยากลงมือถ้าไม่จำเป็น

แต่การฉีกชุดฉันจำเป็นมากงั้นสิ

กันธีร์เลือกที่จะเงียบเพราะเขารู้สึกว่าหากเขาโต้ตอบกลับไปล่ะก็       คืนนี้เขาคงไม่ได้ไปไหนต่อแน่ๆ

เรื่องคนเฝ้ารถผมจะจัดการเอง พอได้โอกาสคุณก็รีบขึ้นรถแล้วขับออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เข้าใจนะ

ปลายตะวันทำปากยื่นนิดๆ แต่ก็พยักหน้ารับ

อดีตนายตำรวจหนุ่มไม่พูดอะไรอีก เขาออกเดินนำหญิงสาวกลับไปที่ด้านหน้าของผับยังที่เธอจอดรถเอาไว้ เขาเดินมาจนถึงมุมตึกของผับแล้วจึงสั่งให้เธอหยุดรออยู่ตรงนี้

รอสัญญาณจากผม

ปลายตะวันทำท่าตะเบ๊ะแข็งขันล้อเลียน กันธีร์ไม่อยากเสียเวลา      ต่อปากต่อคำด้วย เขาจึงหันหลังให้และเดินออกไปจากจุดที่ซ่อนตัวอยู่ ตรงไปยังรถสปอร์ตคันหรูซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลนัก หญิงสาวมองตามร่างสูง อยากรู้ว่าเขาจะใช้วิธีไหนจัดการกับคนร้ายสองคนที่ยืนเฝ้ารถเธออยู่

กันธีร์เดินตรงเข้าไปที่รถโดยไม่ได้สนใจชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำ เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาทำท่ากดแล้วจึงยกขึ้นแนบหูเมื่อเขามาหยุดใกล้คนร้ายทั้งสองมากพอ อดีตนายตำรวจหนุ่มก็เอ่ยด้วยระดับเสียงที่มั่นใจว่าคนใกล้ๆ ต้องได้ยินด้วย

ปลายตะวันนี่ผมเองนะ ผมรอคุณอยู่ที่รถ ถ้าคุณเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วก็รีบออกมาเลยนะ เราจะได้ไปต่อที่อื่นกัน

คนร้ายทั้งสองหันมามองเขาทันที ก่อนจะเหลือบกลับไปมองหน้ากัน

ผมรับรองนะว่าที่ใหม่ที่ผมจะพาคุณไปดีกว่าที่นี่เป็นร้อยเท่า... ผมเคยทำให้คุณผิดหวังงั้นเหรอปลายตะวัน แล้วผมบอกคุณหรือยังชุดสีเงิน      ที่คุณใส่คืนนี้สวยจนผมแทบละสายตาไม่ได้เลย กันธีร์ทิ้งหางเสียงนิดๆ เหมือนที่เขาเห็นน้องชายฝาแฝดทำอยู่บ่อยครั้ง แต่สายตานั้นมองสังเกตอาการคนร้ายทั้งสองคนผ่านทางภาพสะท้อนของกระจกรถ

คนร้ายพยักหน้าเป็นสัญญาณให้กัน ก่อนที่หนึ่งในสองคนจะรีบวิ่งผ่านเข้าประตูผับไป สิ่งที่เห็นนั้นทำให้อดีตนายตำรวจหนุ่มลอบถอนหายใจเล็กน้อย

ยังเหลืออีกหนึ่งสินะ เขาคิด แต่ไม่เสียเวลามาก ร่างสูงหมุน           เข้าประชิดคนร้าย อาศัยจังหวะที่เขาหันหลังให้ สันมือถูกยกขึ้นกลางอากาศก่อนที่มันจะสับลงที่ก้านคอบริเวณท้ายทอย เสียงปึกทึบๆ ไม่ได้ดังพอที่ใครจะได้ยิน กันธีร์ใช้แขนทั้งสองข้างสอดเข้าไปใต้รักแร้รองรับร่างคนร้ายที่หมดสติกลางอากาศ จัดการลากเอาไว้นั่งพิงไว้ที่โคนต้นไม้ใกล้ๆ

บริเวณนั้นไม่ใช่ไม่มีคน เพียงแต่ไม่มีใครคิดจะสนใจเท่านั้น สภาพของคนร้ายที่อยู่ตรงนั้น ในสายตาของคนที่เห็น ก็คงคิดเพียงแต่ว่าเป็นคนที่ดื่มหนักจนไม่ได้สตินั่นแหละ

เล่นบทบู๊ก็เก่งเหมือนกันนี่ เสียงหวานดังขึ้นใกล้ๆ ทำให้กันธีร์ต้องรีบหันไปมอง

คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นร่างบางหยุดยืนอยู่ด้านหลัง

ผมบอกให้คุณรอ

ปลายตะวันไม่ตอบอะไร เธอแค่ยักไหล่ก่อนจะเดินนวยนาดไปที่รถ มือเรียวเอื้อมไปเปิดประตู จัดการโยนรองเท้าส้นสูงเข้าไปไว้ด้านหลัง สอดตัวเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ พร้อมปิดประตูเสียงดัง หลายสิบวินาทีกว่าเสียงสตาร์ตรถดังจะขึ้น กระจกถูกกดลง แล้วเสื้อสูทของเขาก็ถูกยื่นออกมานอกตัวรถ

กันธีร์เอื้อมมือไปรับเสื้อตัวเองคืนมา คิ้วหนาเลิกขึ้นนิดๆ เมื่อเห็นว่าคนที่นั่งในรถสวมเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่ง

คุณจัดการได้ดีทีเดียว ดูเหมือนครั้งนี้คุณพ่อจะเลือกคนมีฝีมือจริงๆ มาได้สักที ปลายตะวันเว้นจังหวะการพูดเล็กน้อย แล้วจึงเอ่ยต่อ แต่งานของคุณจบแล้ว คุณถูกไล่ออก

โดยไม่รอฟังคำตอบใดๆ กระจกติดฟิล์มทึบก็ถูกเลื่อนขึ้นจนสุด พร้อมกับรถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวออกถนนหายไปจากสายตา

ถูกไล่ออก? เขาเป็นเจ้าของไร่ชานะ เธอมีสิทธิ์อะไรมาไล่เขาออก?

กันธีร์ยืนนิ่งอยู่ประมาณสิบวินาที ก่อนจะส่ายศีรษะเลิกใส่ใจคำพูดประโยคสุดท้ายของหญิงสาวจอมรั้น เพราะคิดไปมันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรขึ้นมา มีแต่จะปวดหัวเปล่าๆ เขาสะบัดเสื้อสูทในมือแล้วต้องชะงักเมื่อกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ลอยมาแตะปลายจมูก คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอีกครั้ง มันเป็นกลิ่นหอมแบบเดียวกันที่ติดอยู่ที่ซอกคอเขา

กัน!” เสียงเรียกคุ้นหูดังมาจากด้านหลัง ก่อนร่างสูงของนฤเดชจะเข้ามาหยุดเคียงข้าง คิ้วหนาของเขาเลิกสูงเมื่อเห็นสภาพเสื้อเชิ้ตของเพื่อนสนิท    ที่ถูกดึงจนกระดุมหลุดหายไปหลายเม็ด แต่ก็มีบางเม็ดที่ยังห้อยต่องแต่งอยู่บนเสื้อ หายไปฟัดกับแมวยั่วสวาทมาเหรอครับคุณกัน เสื้อผ้าถึงได้เป็นแบบนี้?”

ฉันจะกลับแล้ว ส่วนเรื่องที่คุยกัน เอาเป็นว่าฉันจะลองเอาไปคิดดูอีกที

เฮ้ยๆ คุณกันครับ!” นฤเดชร้องเรียกเสียงหลงเมื่อคนพูดทำท่าจะกลับจริงๆ เขารีบเดินไปดักหน้าคนเป็นเพื่อน มือทั้งสองข้างยกขึ้นทำท่าห้าม ฉันแค่แซวแกนิดหน่อยเอง ถึงกับงอนกันเลยเหรอวะครับไอ้คุณกัน

คนถูกเหน็บไม่ตอบโต้อะไร แต่ยืนนิ่งจ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาจริงจัง

นฤเดชซึ่งรู้จักนิสัยเพื่อนดีต้องถอนหายใจอย่างยอมแพ้

ฉันไม่รั้งแกไว้ก็ได้ แต่ว่าเรื่องที่คุยกัน แกช่วยรับปากหน่อยไม่ได้เหรอ งานมันกะทันหัน ฉันหาคนไม่ได้จริงๆ ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่โทรเรียกแกลงมากรุงเทพฯ หรอกน่า

แกน่าจะรู้ว่าฉันไม่ชอบงานแบบนี้

ก็รู้ แต่มันไม่มีทางเลือกนี่หว่า!” สารวัตรหนุ่มสวนกลับทันที ถ้าเป็นคนอื่น ฉันก็คงไม่รบกวนหรอก แต่นี่คุณเกริกเกียรติกับแม่ฉันสนิทกัน แม่ขอร้องมา แถมยังกระซิบบอกด้วยว่าอยากได้แกเป็นคนทำหน้าที่นี้ แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะครับไอ้คุณเพื่อน

กันธีร์ฟังแล้วก็ต้องถอนหายใจยาว เขาเองรู้จักครอบครัวของนฤเดชเป็นอย่างดีเพราะทั้งสองคนเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันตอนเรียนอยู่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ พอจบออกมาก็ได้มาเป็นคู่หูร่วมกันทำงานในกองปราบฯ อีก พวกเขาจึงสนิทกันมาก ด้านนฤเดชเองก็รู้จักครอบครัวของเขาไม่น้อยไปกว่ากัน

ก่อนหน้านี้เขาก็ยังขอความช่วยเหลือจากนฤเดชในการส่งกำลังตำรวจมาคุ้มกันพี่สะใภ้จากคนรักเก่าซึ่งพยายามตามรังควานไม่ยอมเลิกรา ถ้าไม่ได้นฤเดชช่วยไว้ พี่สะใภ้เขาอาจจะมีอันตราย รวมถึงหลานสาวตัวน้อยของเขาด้วย เพราะอย่างนั้นแหละกันธีร์ถึงตอบปฏิเสธเพื่อนได้ไม่เต็มปากนัก

ฉันขอดูตัวคนที่ฉันจะคุ้มกันก่อน

มันต้องอย่างนี้สิวะเพื่อน!!!” นฤเดชร้องอย่างดีใจ พร้อมกับมือที่เอื้อมไปตบไหล่อีกฝ่าย

ฉันยังไม่ได้รับปาก

เดี๋ยวค่อยว่ากันพรุ่งนี้ก็ได้น่า คนพูดยิ้มกว้าง ดวงตาแพรวพราว    เจ้าเล่ห์ แต่ฉันว่า ถ้าแกเห็นคนที่แกจะคุ้มกัน แกคงปฏิเสธไม่ลงหรอก ฉันเองถ้าไม่ติดต้องไปตามสืบคดีที่ชัยภูมิล่ะก็ ไม่พลาดที่จะรับงานนี้หรอก

กันธีร์ยืนนิ่งไม่พูดอะไร ดูจากท่าทางของคนเป็นเพื่อนแล้ว ลูกสาวทนายความชื่อดังคนนี้คงหน้าตาดีไม่น้อยสินะ

แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาอยู่แล้ว สำหรับเขาแล้ว หน้าตาของผู้หญิง มันก็แค่เปลือกนอกเท่านั้น ไม่มีใครรู้หรอกว่าภายใต้ความสวยงามนั้นจะซ่อนความสกปรกเอาไว้มากแค่ไหน

พรุ่งนี้แกไปรับฉันที่บ้านนายก้องนะ

สถานที่นัดหมายไม่ได้ผิดไปจากที่นฤเดชคิดเอาไว้เลยสักนิด แต่เขาก็ยังอดแซวเพื่อนไม่ได้

ได้ครับ ไอ้คนหลงหลาน!!

กันธีร์ไม่สะดุ้งสักนิด แต่เขากลับยืดตัวขึ้น คิ้วหนาเลิกสูงเหมือนจะถามกลับมาว่า แล้วผิดตรงไหน

ท่าทางที่ทำให้คนเป็นเพื่อนต้องส่ายหัวอย่างอดขำไม่ได้

คุณอาคนนี้หลงหลานไม่ธรรมดาหรอก ก็ถึงขนาดนั่งเครื่องมาจากเชียงรายทุกวันเสาร์เพื่อมาเล่นกับหลานสาวตัวน้อยวัยแปดเดือนที่กำลังเริ่มหัดยืนทรงตัว แต่จะว่าไปก็โทษกันธีร์ไม่ได้หรอก เพราะยายตัวน้อยน่ะน่ารักน่าหยิกเสียขนาดนั้น แถมยังเป็นหลานคนแรกด้วย ทั้งย่า ทั้งอาจึงเห่อกันสุดๆ เป็นเจ้าหญิงน้อยตั้งแต่ยังไม่คลอดด้วยซ้ำ

คิดไปแล้ว พรุ่งนี้เขาเองก็น่าจะไปที่บ้านก้องภพเช้ากว่าเวลานัดหน่อยดีกว่า จะได้ไปเล่นกับเจ้าหญิงศิกานต์ตัวยุ่งด้วย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

36 ความคิดเห็น

  1. #3154 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 13:51
    นางเอกเราเข้าใจผิดเพราะคิดว่าเป็นคนของพ่อส่งมาดูแล
    แต่งานที่กันจะรับคงไม่ใช่คุ้มกันนางเอกหรอกนะ
    #3154
    0
  2. #2471 T--dZ (@lllvioletlll) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 22:22
    นางเอกสวย เลิศ เชิด เปรี้ยว 

    และมั่นหน้ามากจ้าาาา
    #2471
    0
  3. #2385 Snook (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 13:57
    นางเอกฤทธิ์เยอะเเบบนี้ ต้องเจอพระเอกปราบบบบบบบบ
    #2385
    0
  4. #1326 เปเป (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 19:16
    พระเอกหล่อมากค่ะตอนนี้ แต่นางเอกไมเหมือนไฮโสสวยเฉี่ยวไปวันๆ

    รอดูต่อไปค่ะ น่าหนุก
    #1326
    0
  5. #326 basorexia7 (@yellow-gardenia) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กันยายน 2557 / 21:27
    นางเอกแรดจริงๆค่ะ อุ้ปปปปส์5555
    #326
    0
  6. วันที่ 16 กันยายน 2557 / 10:11
    สารวัตรนฤเดชก็หลงหลานสาวของสารวัตรกันธีร์เหมือนกันล่ะค๊า  ..อิอิ
    #301
    0
  7. วันที่ 12 กันยายน 2557 / 22:38
    ขาคุ้นๆแฮะ...
    #262
    0
  8. #249 เลือดสีชมพู. (@ziintaeliin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กันยายน 2557 / 16:22
    พี่กันน่ารักกกก <3 ฉลาดและว่องไวมากกก
    #249
    0
  9. #237 Snook (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กันยายน 2557 / 22:36
    ผู้ชายบ้านนี้น่ารักมากเลย
    #237
    0
  10. วันที่ 10 กันยายน 2557 / 18:24
    ต่อด่วน
    #213
    0
  11. #212 ploy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กันยายน 2557 / 18:16
    สนุกค่ะ คาดว่าจะสนุกกว่าคู่ของหมอก้อง แต่ขอท้วงเรื่องหลานสาวนิดนึงค่ะ เด็กแปดเดือนเพิ่งเริ่มจะคลาน เร็วไปที่จะหัดเดินค่ะ ถ้าอายุสิบเดือนกว่าพอได้ คือหมายความว่าเด็กคนนั้นต้องคลานได้ตั้งแต่อายุเจ็ดเดือนและจะเดินได้ตอนอายุสิบสองเดือนกว่าๆค่ะ

    ด้วยความหวังดีจากพี่เลี้ยงเด็กในฝรั่งเศสค่ะ
    #212
    0
  12. #204 kaikaikaiexo (@kaikaikaikey) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กันยายน 2557 / 22:23

    สนุกกกมากกกก พี่กันเท่ฝุดดดดดดดดดดดดดดดดด

    #204
    0
  13. #201 ICCube (@naonic37) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กันยายน 2557 / 18:59
    555 พระเอกหลงหลาน ขนาดคนพูดก็หลงเหมือนกัน ทำเป็นไปว่าเขา
    #201
    0
  14. #198 Thippayapat Changlek (@emmy_thip) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 22:18
    ตอนหน้าจะได้เจอหลานสาวมั้ยน้าาาา แอบคิดถึงหมอก้อง กับ วิ เบาๆๆ 555
    #198
    0
  15. #197 kumiko_chan (@monkeyfly) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 22:15
    ไอ้คนหลงหลาน 5555
    #197
    0
  16. #193 Bow Malinee Jang (@19870722) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 21:18
    อยากมีคนคุ้มกันบ้าง ทางนี้คร้า รออยู่ตรงนี้ ฮิ้วววววววว
    #193
    0
  17. #192 ป้าดา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 20:48
    ครอบครัวหมอก้องร่วมแจมหน่อยซิ
    #192
    0
  18. #191 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 18:54
    คู่นี้จะลงรอยกันมั้ยยย 5555 หนุกมากเลยยย
    คิดถึงคู่หมอก้อง >< อยากเห็นเด็กน้อยจังเลยย
    #191
    0
  19. #190 ahora (@ahora) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 18:50
    ตัวเล็กมาแล้ว อยากเห็นคุณอาเล่นกับคุณหลาน 55555 ตัวเล็กมาแย่งซีนนางเอกเลย
    #190
    0
  20. #188 SHfah (@fhash) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 10:03
    อยากเห็นเจ้าหญิงศิกานต์จังเลยยย คิดถึงหมอก้องกับหนูวิด้วย
    #188
    0
  21. #186 อลวน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 01:07
    สงสารนายกันนะอยู่ใกล้ปลายตะวันที่ไีรกลายเป็นคนบ้ากามทุกทีเลย 55

    โอ้ยย..ชอบอะผู้ชายในฝันเลย คุณอาหลงหลาน น่ารัก
    #186
    0
  22. #185 นัท (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 23:58
    คิดถึงหมอก้องค้าาาา.
    #185
    0
  23. #184 Self Confidentgirl (@badromeo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 22:56
    สนุกมากค่ะไรท์>< ปลายตะวันเธอแซ่บยิ่งกว่าคุณวิอีกนะเนี้ย//555 คุณกันหลงหลานอ่ะ
    #184
    0
  24. #183 pakki (@pakki29) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 21:35
    น่ารักจัง มีครอบครัวพี่หมอเราโผล่มาด้วย
    #183
    0
  25. #182 ณ มล (@kulrat) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 21:27
    นางเอกรู้ได้ไงว่าหนุ่มกันธีร์คนนี้จะมาเป็นบอดี้การ์ดให้อ่ะ
    มีคำผิดอยู่นิดหน่อยที่อ่านเจอคือคำว่ารังควาน แต่ไรเตอร์พิมพ์เป็นรังคาน ลองดูนะค่ะ
    ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆค่ะ ว่าแต่ว่าเรื่องนี้นางเอกเราเป็นสาวมั่นมากเกินไปไหมเนี๊ยะ
    #182
    0