ลำดับตอนที่ #1
คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #1 : CELEBRATE
CELEBRATE
งานเลี้ยงไหนก็ต้องมีวันเลิกรา แม้แต่งานเลี้ยงที่อยากให้มันไม่มีวันหยุดสุดท้ายก็จะเหลือแต่เศษซากของความรื่นเริงในตอนท้ายด้วยกันทั้งนั้น
ในเช้าวันสุดท้ายของการสอบ ซองมินได้เฝ้าคอยรอวันนี้เเพื่อจะได้ไปรื่นเริงและใช้เวลาสนุกๆกับงานเลี้ยงปิดท้ายภาคเรียนและอีกผลหนึ่งที่น้อยคนจะรู้ก็คือทักทายกับชายหนุ่มร่างใหญ่คนนั้น
เขาใช้เวลารว่มเดือนในการคุยผ่านทางอินเตอร์เน็ตแต่โปรแกรมแชทก็ไม่อาจทดแทนน้ำเสียงหรือการพูดกันต่อหน้า เขาฝันหวานอยากจะได้คุยกันแต่หลายครั้งที่เขากลับอายจนพูดไม่ออกและเป็นฝ่ายเดินหนี
"ซองมิน วันนี้นายก็ไปที่งานเลี้ยงด้วยใช่มั้ย" ลีทึกกล่าวทักทาย ด้วยความที่โตกว่าเล็กน้อยทำให้ลีทึกเป็นที่ปรึกษาที่ดีและยังเป็นคนสนิทที่เรียกได้ว่าตัวติดกันตลอดเวลา
"ใช่ ไปแน่นอน วันนี้แหละที่ฉันจะลองเข้าไปคุยกับเขา" ซองมินพูดพลางทอดสายตามองไปยังบุรุษเบื้องหน้า
คังอินกำลังยืนคุยกับเพื่อนๆของเขากลางห้องโถงในโรงเรียน ทุกคนต่างก็ตั้งใจพูดคุยเกี่ยวกับข้อสอบที่เพิ่งทำมาหมาดๆหรือบางทีก็นัดแนะวางแผนกันไปงานเลี้ยงหลังจากนี้กันทั้งนั้น
ร่างอวบดีใจลึกๆที่หัวหน้าห้องได้จัดงานเลี้ยงของห้อง เพราะเขาแทบไม่เคยเจอคังอินเลยยกเว้นที่โรงเรียน ในเมื่อโอกาสมาถึงมือเขาแล้วมีหรอที่เขาจะยอมปล่อยไป
"ฉันรู้นะว่าพูดเรื่องอะไรกันอยู่ เรื่องของคัง...ใช่มั้ย" เสียงสวยหวานดังขึ้นแทรกกลางวงสนธนา ฮีชอลรีบตรงดิ่งเข้ามาก่อนจะรวมกลุ่มซุบซิบ
ซองมินพยักหน้าอย่างอายๆหวังว่าวันนี้จะได้มีโอกาสเอ่ยปากสวัสดี นั้นแหละที่เขาต้องการ
ในเช้าวันสุดท้ายของการสอบ ซองมินได้เฝ้าคอยรอวันนี้เเพื่อจะได้ไปรื่นเริงและใช้เวลาสนุกๆกับงานเลี้ยงปิดท้ายภาคเรียนและอีกผลหนึ่งที่น้อยคนจะรู้ก็คือทักทายกับชายหนุ่มร่างใหญ่คนนั้น
เขาใช้เวลารว่มเดือนในการคุยผ่านทางอินเตอร์เน็ตแต่โปรแกรมแชทก็ไม่อาจทดแทนน้ำเสียงหรือการพูดกันต่อหน้า เขาฝันหวานอยากจะได้คุยกันแต่หลายครั้งที่เขากลับอายจนพูดไม่ออกและเป็นฝ่ายเดินหนี
"ซองมิน วันนี้นายก็ไปที่งานเลี้ยงด้วยใช่มั้ย" ลีทึกกล่าวทักทาย ด้วยความที่โตกว่าเล็กน้อยทำให้ลีทึกเป็นที่ปรึกษาที่ดีและยังเป็นคนสนิทที่เรียกได้ว่าตัวติดกันตลอดเวลา
"ใช่ ไปแน่นอน วันนี้แหละที่ฉันจะลองเข้าไปคุยกับเขา" ซองมินพูดพลางทอดสายตามองไปยังบุรุษเบื้องหน้า
คังอินกำลังยืนคุยกับเพื่อนๆของเขากลางห้องโถงในโรงเรียน ทุกคนต่างก็ตั้งใจพูดคุยเกี่ยวกับข้อสอบที่เพิ่งทำมาหมาดๆหรือบางทีก็นัดแนะวางแผนกันไปงานเลี้ยงหลังจากนี้กันทั้งนั้น
ร่างอวบดีใจลึกๆที่หัวหน้าห้องได้จัดงานเลี้ยงของห้อง เพราะเขาแทบไม่เคยเจอคังอินเลยยกเว้นที่โรงเรียน ในเมื่อโอกาสมาถึงมือเขาแล้วมีหรอที่เขาจะยอมปล่อยไป
"ฉันรู้นะว่าพูดเรื่องอะไรกันอยู่ เรื่องของคัง...ใช่มั้ย" เสียงสวยหวานดังขึ้นแทรกกลางวงสนธนา ฮีชอลรีบตรงดิ่งเข้ามาก่อนจะรวมกลุ่มซุบซิบ
ซองมินพยักหน้าอย่างอายๆหวังว่าวันนี้จะได้มีโอกาสเอ่ยปากสวัสดี นั้นแหละที่เขาต้องการ
♦♦♦
เสียงจอแจของการสอบเสร็จเข้ามาทันทีหลังจากเสียงกริ้งบอกหมดเวลาของเทอมหนึ่งที่แสนน่าเบื่อ วันสอบวันสุดท้ายจบลงและแทนที่ด้วยปิดเทอมแบบกึ่งเต็มรูปแบบ
ซองมินรีบวิ่งลงมาเพื่อหวังว่าจะพบร่างใหญ่ยืนอยู่คนเดียวและคงเป็นโอกาสเหมาะที่จะพูดคุยด้วย แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น
"อึก.." ซองมินสะอึกเมื่อเห็นคังอินกับลีทึกยืนคุยหยอกล้อกันเล่นอย่างสนุก เขาไม่แปลกใจเลยที่จะเห็นภาพแบบนั้นเพราะมันก็เป็นแบบนี้มานานแล้ว นานจนเขาลืมไปแล้วว่าคังอินคุยเล่นกับเขาเมื่อไหร่ เมื่อนึกถึงเรื่องเก่าๆร่างอวบก็เอามือมากุมอกซ้ายเบาๆ
แม้จะเจ็บแต่เขาก็ไม่อยากเป็นคนที่หึงหวงใคร ยิ่งรู้ว่าทุกคู่บริสุทธิ์ใจมันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเป็นคนเลว
"อ้าว ซองมิน" ลีทึกวิ่งตรงมาหาทันทีที่เห็นอีกฝ่าย ซองมินเปลี่ยนเป็นใบหน้ายิ้มแย้ม "ตอนเย็นจะแวะที่บ้านฮีชอลก่อนนะแล้วค่อยไปงาน โอเคมั้ย"
"อือ" ซองมินพยักหน้ารับ ก่อนจะมองหาเพื่อนอีกคนหนึ่ง "ฮีชอลล่ะ ?"
"โอ้ยยยยยยยยยยยย แดดก็ร้อนทางก็ไกล เดินก็เมื่อยยย "
ไม่ทันสิ้นเสียงฮีชอลก็เดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนๆในกลุ่ม ชินดงเดินตามหลังมาและคนอื่นๆก็เช่นกัน แต่ที่เด่นชัดคงเป็นฮีชอลที่เดินย่างก้าวราวกับพื้นเป็นรันเวย์ก็ไม่ปาน
"ฉันเหนื่อยแล้ว ให้เวลาแค่สิบนาทีเท่านั้นนะจะรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า งานวันนี้ถ้าฉันไม่แรง ฉันไม่ยอม เข้าใจไหม" ฮีชอลว่าพร้อมกับเอามือขึ้นมาพัดให้คลายร้อน ทุกคนต่างก็มองเป็นตาเดียวหากแต่ก็รู้สึกสนุกในใจ บางคนก็อมยิ้ม
แม้ฮีชอลจะขี้บ่นและพูดมากแต่ก็เป็นคนที่จริงใจและสนุกสนาน ถึงคำพูดจะดูร้ายไปบ้างแต่ทุกคนก็เข้าใจ
"ถ้าครบคนแล้ว พวกเราก็ไปกันเถอะ" ชินดงว่าพลางบอกให้ทุกคนลุกขึ้น ซองมินพยายามมองหาคังอินแต่ก็ไม่พบ ทั้งที่เขาอยากเห็นหน้าอีกครั้ง
ร่างอวบได้แต่ยืนนิ่งจนเพื่อนสนิทต้องเขย่าตัวก่อนจะเดินตามหลังไปติดๆ
♦♦♦
ฮีชอลได้จัดแจงทุกอย่างให้เพื่อนๆนั้งในบ้านกันสบายๆก่อนจะทิ้งให้นั้งรอขณะที่เขาไปอาบน้ำ ซองมิน ลีทึก ชินดง ต่างก็นั้งคุยกันเพื่อรอให้ฮีชอลพร้อมสำหรับงานคืนนี้
"วันนี้นายต้องเข้าไปทักเขา เวลาแทบจะไม่เหลือแล้ว นายต้องทำนะ" ลีทึกพูดกึ่งบังคับ ใบหน้าจริงจังแต่น้ำเสียงกลับอ่อนโยน
"ถ้านายพูดกับคังอินได้ทุกอย่างมันก็จะลื่นไหลไปเอง" ชินดงช่วยเสริม
ซองมินถอนหายใจ "ฉันรู้ว่ามันง่าย แต่ฉันก็ยังทำไม่ไ้่ด้"
บทสนธนาแนวกึ่งบังคับยังคงดำเนินไปเรื่อยๆจนฮีชอลอาบน้ำเสร็จ
"พวกนายเลิกเถียงกันได้แล้ว ซองมิน..แค่เข้าไปคุยไม่คุยก็จบ โอเค้" ฮีชอลว่าพลางเดินไปแต่งตัวในชุดที่วาบหวิวสุดๆ
เสื้อถูกตั้งใจตัดเป็นแนวยาวด้านหลัง ด้านหน้าเป็นรอยขาดแบบตั้งใจเล็กน้อย กางเกงสกินนี่สีดำกับเสื้อปักหมุดเป็นเสื้อตัวนอก
ทุกคนอึ้งไปตามๆกัน
"ถ้าฉันไม่แรง ใครจะแรงจริงมั้ย?" ฮีชอลพูดพลางยิ้มน้อยๆก่อนจะจัดกาตัวเองให้เสร็จเรียบร้อย
หลังจากที่ทุกคนขึ้นรถแล้ว ระหว่างทางก็เป็นการพูดคุยเรื่อยเปื่อยและนินทาซะส่วนใหญ่ แต่ไม่ว่ามันจะสนุกแค่ไหน เบื้องหน้าก็ยังมีเรื่องที่ซองมินต้องทำอยู่ดีและมันคอยรบกวนตัวเขาจนถึงตอนนี้
เมื่อล้อรถหยุดลงภาพตรงหน้าคือร้านอาหารแนวผับซึ่งเหมาะกับนั้งดริ้งกับเพื่อนๆ บรรยากาศเป็นแนวทะเล แสงไฟสีเหลืองเขียวและแดงถูกจัดอย่างลงตัว ต้นไม้เขตร้อนช่วยเสริมให้ทุกอย่างดูกลืมกลืน และแนวทางน้ำที่มีอยู่ทุกที่ทำให้รู้สึกเย็นสบาย
ทุกๆย่างก้าวที่เข้าใกล้พื้นที่จัดงานเท่าไหร่ท้องไส้ซองมินก็เริ่มปั่นป่วน ซองมินได้แต่เพียงเดิน เดิน และเดินเท่านั้น
เมื่อก้าวขึ้บันไดหินก็พบกับลานกว้าง มีเสาสีขาวยึดกับหลังคาทรงกลมเอาไว้ ตรงตรงกลางถูกเป็นเป็นรูปตัวแอล และมีเสียงเพลงคลอขึ้นเบาๆ
สายตาของซองมินสบกับร่างหนาอย่างคาดไม่ถึง แต่ก็ถูกดึงดูดด้วยฮีชอลที่ถอดเสื้อนอกแทบจะทันที
"เอ้าๆ มาแล้วก็ไปนั้งได้แล้ว ตรงนั้นยังว่างอยู่" หัวหน้าห้องพูดพลางบบอกให้ไปนั้งด้านริมในสุดซึ่งไกลจากทางออกมากที่สุด แน่นอนว่าไกลจากคังอินที่สุดเช่นกัน
"คังอินอยู่ตรงนั้นแล้วนะ ต้องเข้าไปทักให้ได้ละ รู้มั้ย" ลีทึกพูดขึ้นเป็นการย้ำอีกครั้ง
ทุกคนในงานแต่งตัวกันตามสบาย มีเพียงแค่กลุ่มพวกเขาเท่าที่ใส่ชุดนักเรียนเว้นแต่ฮีชอลที่ไปเปลี่ยนชุด แต่เพราะอากาศร้อนชื้นซองมินจึงเอาเสื้อออกจากกางเกงและปลดกระดุมออกเล็กน้อยให้ลมพัด
เวลาผ่านไปช้าๆ มีการกินเหล้าเล็กน้อยและอาหารก็มาไม่ขาดสาย หลายครั้งที่ซองมินเห็นคังอินหันมาสบตาแต่เขาก็ไม่อาจเดาได้ว่าคังอินมองเขาหรือว่ามองหลังฮีชอลกันแน่ เพราะเสื้อผ้าวันนี้ทำเอาคนทั้งร้านมองฮีชอลเป็นตาเดียว
ซองมินพยายามเข้าไปพูดคุยแต่ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ต้องอายกลับมาและเดินหนีหายไปไหนต่อไหนไม่รู้ จนเพื่อนๆก็เริ่มทนไม่ไหวอยากจะเข้าไปช่วย
"ฉันทำไม่ได้~~~" ซองมินร้องขึ้น ได้แต่เพียงมองไปที่คังอินที่กำลังยิ้มแย้มกับเพื่อนของเขา
จนสุดท้ายใกล้หมดเวลา ซองมินก็ยังคงไม่ได้พูดคุยกับคังอินสักคำ บางคนเรื่อยทยอยกลับแล้วแต่จู่ๆลีทึกก็เขย่าตัวซองมินอย่างแรง
"ถ้ายังคุยไมไ่ด้ นายก็ต้องถ่ายรูปกับเขา โอเคมั้ย" ลีทึกพูดขึ้นก่อนจะหันไปซุบซิบกับฮีชอล
นัยตาฮีชอลเบิกกว้างทันทีก่อนจะเห็นด้วยและหยิบกล้องดิจิตอลขึ้นมาก่อนจะลากทั้งลีทึกและซองมินไปหาทุกคนทีละกลุ่ม
"มาถ่ายรูปกันเถอะ !" ฮีชอลว่าก่อนจะทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนถึงกับกลุ่มสุดท้าย...
คังอิน
"นี่...ได้โอกาสแล้วก็ไปยืนข้างๆเลยนะ" ลีทึกพูดกระซิบก่อนจะทำแบบเดิม แต่คังอินกลับยกมือขึ้นมาเป็นการห้าม
"ฉันไม่ชอบถ่ายรูป" เสียงทุ้มว่าก่อนที่ทุกคนจะโห่ตามๆกัน
ลีทึกเดินเข้าไปดึงแขนก่อนจะบ่นอุบ "ไม่ใช่ข้อแก้ตัว นายต้องนาย มานี่ๆ"
แต่คังอินยังคงขัดขืน และมีใครที่ไหนสู้แรงเขาได้บ้าง ? แต่ลีทึกยังคงดึงดันให้เข้ามาให้ได้
ซองมินมองทั้งคู่ก็อดที่จะอิจฉาไม่ได้ ได้แต่อยากเป็นลีทึกคนที่สามารถพูดคุยกับคังอินได้เหมือนปกติ
"ถ้าเขาไม่อยากถ่ายก็อย่าบังคับเขาเลย" ซองมินดึงมือที่กำลังฉุดกระชากคังอินออกมา ลีทึกได้แต่หัวเสีย
"คังอิน มานี่! " ฮีชอลพยายามช่วยอีกครั้งแต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จ คังอินได้แต่บอกว่าไม่ถ่ายๆเป็นระยะ
จนสุดท้ายเขาก็เดินหนีออกไป ลีทึกได้แต่ขมวดคิ้วจนแทบจะชนกัน
"นายรู้อะไรมั้ย ตอนที่บอกว่าให้ถ่ายรูปถึงปากคังอินจะบอกว่าไม่แต่มือมันน่ะโอบแกไปแล้วนะ ถ้านายไม่มาห้ามป่านนี้ก็สำเร็จไปแล้ว!" ลีทึกว่าพลางใส่สีหน้าเต็มที่
"บ้าาาา พูดจริงรึเปล่าห๊ะ"
"ฉันพูดจริง ไม่เชื่อเอาอีกเที่ยวถ้าไม่อยากถ่ายจริงก็คงไมไ่ด้ถ่ายหรอก แต่ถ้าได้ถ่ายแปลว่าหมอนั้นก็มีใจให้นาย"
"งั้นรีบจัดอีกรอบเลย" เสียงหวานตอบรับทันที ในตามีประกายแม้ว่าจะกลัวๆแต่ก็ยังดีกว่าดูสิ้นหวัง
ฮีชอลและลีทึกเข้าไปล้อมอีกครั้ง คราวนี้เซ้าซี้กว่าเดิมจนสุดท้ายคังอินก็ยอมมายืน
"เอ้าๆ ใกล้ๆกันหน่อยย" ฮีชอลพูดพลางดันซองมินไปจนติดกับคังอิน
อกแกร่งนาบลงบนหลังบางอย่างช่วยไม่ไ่ด้ รอยยิ้มที่มาจากใจจนแทบจะเก็บไม่อยู่ถูกถ่ายเก็บเอาไว้ทันทีที่แฟลชสาดกระทบผิวหน้า
ซองมินยิ้มให้กับตัวเองในใจก่อนจะรีบวิ่งไปดูรูปแม้ว่าอยากจะให้หลังของเขาติดกัลตัวอีกฝ่ายไว้แบบนั้น
ในขณะที่เขากำลังดูรูปทุกคนต่างก็ต้องไปแล้ว คังอินพยายามเดินออกแต่ติดตรงที่ว่าซองมินขวางทางเอาไว้
มือหนาเกาะที่ไหล่บางก่อนจะยกยิ้มโดยที่ไม่มีใครเห็น ซองมินหันไปมองร่างหนาที่เดินหายวับออกไป
ซองมินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
"เฮ้ยยยยย!!! " ฮีชอลตะโกนเสียงดังลั่นเพราะกล้องเกือบจะตกลงพื้นแต่ยังดีที่สายคล้องเอาไว้ ทำเอาทุกคนใจหายไปตามๆกัน
ลีทึกพูดขึ้นเป้นการแซวเล่นเล็กน้อยว่า "ถึงกล้องจะตกก็ไม่เป็นไรเพราะยังมีเมมโมรี่การ์ดอยู่"
แต่ซองมินตอบออกไปยิ้มๆ "ใช่ เพราะว่ามีเมมโมรี่อยู่"
ทุกคนต่างเข้าใจความหมายแฝงของซองมินได้ดี เมมโมรี่ที่ซองมินบอกคงจะหมายถึงความทรงจำที่ไม่มีอะไรมาทดแทน
-------------------------
ห่างหายไปนานกับการแต่งฟิคคค เรื่องนี้ดราม่าเล็กน้อยนะจ้ะ : )
เก็บเข้าคอลเล็กชัน
ความคิดเห็น