มาดามคานทอง (สนพ.พิมพ์คำ พิมพ์ครั้งที่ 8)

ตอนที่ 5 : Chapter 5 : มาดามตกกระป๋อง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42,115
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 137 ครั้ง
    9 เม.ย. 60


 








เบ็ตตี้ / เบญจาภา


 



 

บทที่ 5 : มาดามตกกระป๋อง

ตรีประดับตั้งท่าจะบอกว่าตนไม่เอามันแล้วไอ้กระเป๋าสามล้านน่ะ! ทว่าในตอนนั้นสายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นนาฬิกาเรือนโตที่อยู่บนผนังห้องบอกเวลาสิบโมงเช้าพอดิบพอดี เท่านั้นละหญิงสาวก็ลืมคำพูดทุกอย่าง ลุกพรึบขึ้นจากโต๊ะราวกับเก้าอี้ที่นั่งทำจากกะทะทองแดงก็ไม่ปาน!

"เดี๋ยวนะ! วันนี้วันอะไรค่ะ!"

ปุริมเลิกคิ้วมองหญิงสาวที่จู่ๆก็ตะโกนขึ้นมาก่อนจะหันมองตามสายตาของเธอแล้วเอ่ยตอบข้อสงสัย “วันพุท...ทำไม”

ทว่าตรีประดับกลับไม่ยืนเฉยรอตอบเขา เพราะทันทีที่เธอทราบวันที่แน่ชัดจากชายหนุ่ม ก็หมุนตัววิ่งหน้าตั้งออกจากบ้านชวนากรอย่างไม่คิดชีวิต ลืมสิ้นว่ายังไม่ได้ปฎิเสธเรื่องค่าสินสอดอะไรนั้นเลย!

ครอบครัวชวนากรมองหญิงสาวที่จากไปราวพายุพัดอย่างงงงวย ขณะที่ปุริมทำเพียงส่ายหน้า เขาวางแก้วกาแฟในมือลง ก่อนจะเดินตามคนกำลังจะแหกปากโวยวายไปเพราะพอจะคาดเดาอะไรได้



 

ตรีประดับวิ่งทักๆข้ามรั้วพุ่มไม้กลับมายังเขตบ้านของตัวเอง วิ่งพลางร้องเรียกบุพการรีไปพลาง ไม่สงไม่สนเจ้ารีเบกก้าที่นอนแอ้งแมงขว้างทางอยู่แม้ซักเสี้ยวนาที

“พ่อออออออ!!!!”

เสียงเรียกลั่นตรอก ลั่นซอย ลั่นหมู่บ้าน ทำให้ผกายฤทธิ์ที่กำลังทำข้าวต้มหมูด้วยความร่าเริงอยู่ในครัวรีบชะโงกหัวออกมาดู ทว่าลูกสาวจอมโวยวายกลับไม่อยู่ด้านล่างเสียแล้ว เธอวิ่งปรู๊ดขึ้นไปชั้นสอง หยิบจับเสื้อผ้าในตู้มาสวมใส่อย่างลวกๆ แต่เพราะตั้งแต่เริ่มทำงาน เธอได้ย้ายไปอยู่คอนโดเพื่อความสะดวกในการเดินทาง ชุดที่มีในตู้เสื้อผ้าของที่บ้านตอนนี้จึงเป็นเพียงชุดอยู่บ้านเท่านั้น!

คนหัวไว้และเก่งในเรื่องแต่งตัวคว้าเอากระโปรงนักศึกษาสีดำออกมาสวม ตามด้วยเสื้อแขนกุดผ้าชีฟอง สุดท้ายดึงเสื้อคาดิแกนสีปูนแห้งที่ไม่ได้ใส่มันอีกเลยตั้งแต่จบมหาลัยมาสวมทับ แล้วรีบกระโดดลงจากบันไดที่ละสามขั้นกระทั่งมาถึงที่ด้านล่าง ที่นั้นเธอพบปุริมยืนกอดอกรออยู่ ข้างๆเขาคือร่างของบิดาซึ่งอยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนลายชิโนริสีขาวชมพู มือข้างหนึ่งถือทัพพี อีกข้างถือหม้อข้าวต้มกลิ่นชวนน้ำลายสอเอาไว้ โหพ่อ ผ้าไม่ได้เข้ากับลุคเลยนะ!

“วันนี้มีประชุม?”

นายแพทย์ปุริมถามเสียงเรียบอย่างคาดเดา ทว่าตรีประดับกลับตอบสั้นๆว่า 'พรีเซนต์งาน' ก่อนจะหันไปทางพ่อบังเกิดเกล้าที่มองมาด้วยสายตาเป็นห่วง

“พ่อจ๋าหนูขอยื่มรถหน่อย!”

ผกายฤทธิ์พยักหน้าก่อนจะส่งกุญแจรถฮัมวี่ไปให้ ทว่าตรีประดับที่ดูรีบร้อนกลับไม่ยอมรับมัน

“ไม่ใช่คันนี้ หนูหมายถึงเจ้าสีนิลของพ่อน่ะ!!!!”

และไม่ทันที่ผกายฤทธิ์จะได้ร้องห้าม บุตรสาวของเขาก็เลิกผ้ากันเปื้อนลายชิโนริขึ้น คว้าพวงกุญแจอีกพวงที่แหน็บติดเข็มขัดไว้ เมื่อได้สิ่งที่ต้องการก็จ้ำอ่าวไปทางโรงรถ โดยมีสองหนุ่มหันหน้ามองกันอย่างตกใจ

ตรีประดับเดินมาถึงยังที่ตั้งของยานพาหนะได้ก็รีบดึงเอาผ้าคลุมออก เผยรถฮาเล่ย์สีดำคันงามที่จอดสงบนิ่งอยู่ เธอไม่ใช่สาวซิ่งหรอกนะ...ก็อาจเคยเป็นเมื่อนานมาแล้ว แต่วันนี้เธอรีบจริงๆ หากอยากไปถึงที่ทำงานด้วยเวลากระชันชิดแบบนี้ ก็คงจะมีแต่วิธีนี้เท่านั้น!

หญิงสาวคิดก่อนจะถกกระโปรงขึ้นเหนือเข่าเพื่อขึ้นคร่อมลูกรักของบิดา เธอขยับสองสามทีอย่างคล่องแคล่วแล้วเริ่มสตาร์ท

‘ปรื้นนนนน!’

เสียงเบิ้ลของฮาเล่ย์สีดำมันปราบดังคำรามทั่วบริเวณโรงรถ กว่าที่ปุริมและผกายฤทธิ์จะไปถึงเพื่อห้ามปราบคนใจร้อน ตรีประดับก็ทะยานฮาเล่ย์คันสวยสวนออกไปทางหน้าบ้านเรียบร้อยแล้ว

“เดี๋ยวไอ้หนู!แล้วข้าวต้มของพ่อละลูก!”

ผกายฤทธิ์ที่ยังคงถือหม้อข้าวต้มไว้ตะโกนถามแข่งกับเสียงกระหึ่มของเจ้าฮาเล่ย์คันโปรด ปุริมมองนัยน์ตาพราวระยับอย่างภาคภูมิใจของผกายฤทธิ์ เขาดูออกว่าพ่อของตัวยุ่งปลื้มใจที่ลูกสาวขับลูกรักออกไปแบบนั้น หมอหนุ่มถอนสายตาจากรุ่นเก๋า เขาตะโกนไล่หลังร่างแบบบางที่ขี่ฮาเล่ย์คันใหญ่ไกลออกไปเรื่อยๆ

“ปริม ใส่หมวกกันน็อคด้วย!”

หญิงสาวไม่ได้หันมามองที่เขาอีกแล้ว เธอทำเพียงคว้าหมวกกันน็อคที่ห้อยอยู่บนแฮนด์จับมาถือไว้ ยกขึ้นกลางอากาศแล้วส่ายไปมาเพื่อบอกให้บุรุษทั้งสองไม่ต้องเป็นห่วงเธอ

อืม…แล้วคิดว่าเขาจะเลิกห่วงได้ไหมละ

นายแพทย์หนุ่มมองตามตรีประดับจนกระทั่งหญิงสาวเลี้ยวฮาเล่ย์ลับสายตาไป เขาหันกลับไปที่ผกายฤทธิ์ซึ่งบัดนี้กำลังใช้ทัพพีตักก้อนหมูสับที่ใส่จนเต็มพิกัดขึ้นมาชิม

“คุณลุงครับ”

“ว่าไงไอ้ลูกชาย”

“ผมขออนุญาต…ไปรับปริมกลับ”

 



 

'บริษัทคีย์นิวเอจ' คือบริษัทเอเจนซี่โฆษณาสัญชาติไทยซึ่งทำงานด้านสื่อแบบครบวงจร ทั้งสื่อสารการตลาด ประชาสัมพันธ์ จัดทําแผนโฆษณาและวางแผนสื่อให้กับลูกค้า ส่งเสริมการขายรูปแบบต่างๆ ทั้งแบบโฆษณาเดี่ยวและแคมเปญ แม้คีย์นิวเอจจะเป็นบริษัทขนาดกลาง ซึ่งมีสูญกลางเป็นเพียงตึกดีไซส์แปลกตาสูงสามชั้นย่านอโศก ไม่ใหญ่โตเท่าพี่ใหญ่ในวงการรายอื่นๆ แต่ผลงานของบริษัทน้องใหม่แห่งนี้กลับไม่ได้เล็กตามไปด้วย เห็นได้จากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คีย์นิวเอจได้รับรางวัลการันตีความสามารถจากทุกสาขาโฆษณา จนใครต่อใครต่างขนานนามว่าคีย์นิวเอจคือเอเจนซี่อายุน้อยแต่อนาคตไกล ซึ่งแกร่งพอที่จะงัดข้อแย่งลูกค้าจากเอเจนซี่รายอื่นที่อยู่มานานกว่าอย่างสบายๆ  ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จนั้นคือการต่อสู้กันอย่างดุเด็จเผ็ดมันของบุคลากรในบริษัท การต่อสู้อันแสนเข้มข้น ที่ค้นหาเพียงโปรเจคหนึ่งเดียวของผู้ชนะเท่านั้น!

“นิกกี้! มาดามรับสายหรือยัง!”

บุริศร์ในชุดสูทตัวหรูร้องถามขณะก้มมองเท้าทั้งสองของตนที่ซอยถี่ลงบันไดหน้าบริษัทมาหาน้องในทีมอย่างรีบร้อน

ชายหนุ่มอีกคนนามธนิกที่กำลังต่อสายหาตรีประดับยิกๆส่ายหน้าปฎิเสธ  “เชื่อเถอะเจ้ว่านิกกดโทรจนเจลที่เล็บจะแตกอยู่แล้ว มาดามมัวทำอะไรอยู่นะ หรือนางยังไม่สางเมา นอนอุตุอยู่บนเตียง ลืมไปแล้วว่าวันนี้มันวันพรีเซนต์ใหญ่ของบริษัท!!”

บุริศร์ยกมือขึ้นกุมขมับพร้อมร่างที่โงนเงนไปมาคล้ายจะเป็นลม ธนิกรีบเข้าไปพยุงร่างสูงหนาของอีกฝ่ายไว้ ขณะที่เจ้าตัวยกยาดมสูดเข้ารูจมูกไปด้วย

“เป็นไปไม่ได้ Group Head อย่างมาดามจะพลาดงานนี้ไม่ได้เด็ดขาด ทีมเราลงแรงกว่าสามเดือนเพื่อคิดงานนี้ ต้องเข่นฆ่าฟาดฟันกับทีมนังเบ็ตตี้จนเลือดตาแทบกระเด็นกว่าจะชนะ ที่สำคัญคุณทัตสึลูกค้าของเราก็อยากพบทีมออกแบบ นี้เป็นโอกาส เป็นผลงานชิ้นไฮโซโบว์ใหญ่ที่พวกเราจะสร้างชื่อให้ทีม! เพราะงั้นยังไงมาดามก็ต้องมา ฉันเชื่อในตัวมาดาม!”

บุริศร์กล่าวอย่างมาดมั่นแม้เวลานัดลูกค้าจะใกล้เข้ามาทุกที พลันนั้นเขาก็นึกถึงใบหน้าสมใจของ 'เบญจาภา' หรือเบ็ตตี้ ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับตรีประดับมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย และนางนั้นคงจะพอใจแน่ถ้ารู้ว่าทีมของพวกหล่อนกำลังจะพลาดงานชิ้นสำคัญ!

ระบบการทำงานของคีย์นิวเอจคือจะแบ่งการทำงานเป็นทีม หนึ่งทีมมีจำนวนสมาชิก 5 คน ภายใน 5 คนนี้มีฝ่ายกลยุทธ์ทางการตลาด (Strategic Plannin) ฝ่ายอาร์ต (Creativ) รวมอยู่ในทีมเดียวกัน โดยหัวหน้าทีมคือ Group Head ซึ่งก็คือตรีประดับ จะคอยดูแล รับผิดชอบ และแจกแจงงานแกลูกทีมหลังได้รับ Brief  งานจากฝ่ายดูแลลูค้า หรือ AE ทว่าที่เกริ่นว่าดุเดือดเลือดพล่านคือในบริษัทคีย์นิวเอจนั้นไม่ได้มีเพียงทีมๆเดียวในการคิดงานส่งลูกค้า แต่มีถึงสองทีมเพื่อแข่งขันกันเอง โดย AE จะส่งงานให้ และฝ่ายบริหารจะมอบต่อให้ Group Head ของสองทีมเพื่อคิดงานที่ดีที่สุดออกมา หากโปรเจกต์ของทีมไหนดีกว่าก็ชนะ ผลงานก็จะได้รับเลือกให้ส่งออกไปสู่มือลูกค้า ซึ่งแปลว่าสองทีมนี้เสมือนเป็นทีมคู่แข่งแต่อยู่ในบริษัทเดียวกัน แน่นอนว่าโปรเจกที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ทีมของตรีประดับก็คิดงานจนชนะมาได้ แล้วมีหรือ Group Head  ของทีมที่แพ้อย่างเบญจาภาจะไม่แสะยิ้มอย่างดีใจ ถ้าฝ่ายนั้นทราบว่าพวกหล่อนกำลังจะพลาดการพรีเซนต์ที่อุตส่าห์ลงแรงสุดตัว!

“เฮ้ยเจ้บี๋ ดูนั้น!!!”

จู่ๆเสียงของธนิกก็โห่ร้องขึ้นอย่างดีใจก่อนจะดึงๆดันๆให้บุริศร์หันไปมองยังถนนทางเข้าบริษัทที่บัดนี้ยังคงคับคั่งไปด้วยรถราอันเป็นผลจากการจราจรที่ติดคัด พลันนั้นบุริศร์ เลขาผู้พ่วงตำแหน่งน้องที่คณะของตรีประดับมาด้วยก็เบิกตากว้าง ครั้นมองเห็นร่างคุ้นตาของคนที่รอบคอยขับ…เดี๋ยวนะ! มาดามขับฮาเล่ย์มาทำงานเหรอ!!!

“มาด๊ามมมม กรี๊ดดด นิกกี้กางร่ม!!!”

แน่นอนว่าความโล่งใจย่อมมีมากกว่าความสงสัย บุริศร์วิ่งเข้าไปใกล้รถฮาเล่ย์คันใหญ่พอดีกับที่ตรีประดับจอดเอี๊ยดจนแทบขมำก่อนจะถอดหมวกกันน็อคออก

“ไม่ต้องกางมันแล้วร่มน่ะ ไปเร็ว!!”

ว่าจบหญิงสาวก็กระโดนลงจากรถ ไม่สนใจกระโปรงที่ถลนขึ้นไปครึ่งขาอ่อน เดินดุ่มๆเข้าไปในบริษัท ไม่ยิ้ม ไม่ยกมือไหว้ตอบใครต่อใครตลอดทางเดินไปจนถึงทางขึ้นลิฟท์!

‘ตึง!’

ลิฟท์ตัวหรูเปิดออกพร้อมร่างแบบบางที่แทบจะกระโจนเข้าไปภายใน บุริศร์และธนิกวิ่งตามมาสบทบซ้ายขวา ก่อนตรีประดับจะกดชั้น 3 แล้วหันมองลูกทีมอีกสองคน

“คุณทัตสึมาหรือยัง!”

“มาแล้วค่ะมาดาม ถึงราวสิบนาทีได้แล้ว คุณจีนเธอว่าจะถ่วงเวลาไว้ให้ ยังไงก็ทันค่ะ แต่เอ่อมาดามคะ ชุดนี้มัน...จะดีหรือคะ”

ตรีประดับก้มมองชุดของตัวเองก่อนจะหันไปทางกระจกลิฟท์ด้านข้างเพื่อสำรวจการแต่งกายให้เต็มตา

โอเคนี้ผมหรือรังนกกระจิบ เสื้อคลุมคาร์ดิแกนนี้ก็ยับยู่ยี่เชียว สภาพนี้น่ะเหรอจะไปพบลูกค้ายัยตรี!ประ!ดับ!

แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะสายไปเสียแล้วเมื่อลิฟท์ได้เคลื่อนตัวมาถึงยังชั้นเป้าหมาย เพราะงั้นคนที่เคยเนียบตั้งแต่หัวจรดเท้า บนตัวต้องมีของแบรนด์เนมซักสามสี่อย่างอย่างตรีประดับจึงจำต้องใช้สองมือรีดชุด ใช้ร่องนิ้วสางผมที่พันกันเป็นสังกะตังให้เข้าที่ เมื่อสำรวจและสรุปได้ว่าเธอคีพลุคให้ดูดีได้แค่นี้จริงๆ หญิงสาวก็สูดหายใจเข้าเต็มปอด ก้าวออกจากลิฟท์ เดินตรงไปยังทางเดินด้านหน้า และที่หน้าห้องประชุมนั้น หญิงสาวพบลูกทีมอีกสามคนกำลังยืนทำหน้าเศร้า มองไปยังประตูห้องประชุมที่ปิดสนิท

“ทุกคน! ขอโทษที่สาย ฉันมาแล้ว”

นิดา ฝ่ายการตลาดของทีมเป็นคนแรกที่เห็นตรีประดับ เธอก้มหน้าน้ำตาคลอ และนั้นทำให้คนเป็นหัวหน้าทีมเริ่มใจเสีย

“เกิดอะไรขึ้นน้องดา"

“ฮึก พี่เบ็ตตี้แย่งงานเราไปแล้วค่ะพี่ปริม ตอนนี้เธอกำลังพรีเซนต์งานของเราอยู่ข้างใน”

"อะไรน๊ะ!!!"

ตรีประดับกีดร้อง และนั้นยิ่งทำให้นิดาตัวสั่นระริกเพราะรู้เดชนางพญาของตรีประดับดี มาดามปริมโกรธแล้ว!

ตรีประดับหันไปมองบุริศร์ที่สะดุ้งโหย่งทันทีที่โดนหันมอง “ไหนหล่อนบอกว่าพี่จีนกำลังถ่วงเวลาอยู่ไงบี๋”

หญิงสาวถามถึงรมณ์รุจี หัวหน้าแผนกที่บุริศร์กล่าวถึงในตอนแรก

“คุณจีนถ่วงเวลาให้เราค่ะ” นิดาแย่งขึ้น “แต่พวกพี่เบ็ตตี้กลับยกทีมเข้ามา พวกเขาเตรียมพร้อมมากอย่างกับเป็นงานของทีมเขาเสียเอง พอลูกค้าเห็นว่าทีมของบริษัทมาถึงแล้วก็ขอเริ่มการพรีเซนต์ คุณจีนเองก็หมดโอกาสที่จะปฎิเสธ”

ตรีประดับกำหมัดแน่นหลังรับฟังเรื่องราวที่เกิด หญิงสาวมองใบหน้าของลูกทีมที่เหลือ สามเดือนกับการอดหลับอดนอน ทุ่มสุดตัว ยอมทำงานห่ามรุ่งห่ามคำ ทว่าอยู่ๆพวกหมานัยขี้แพ้กลับคิดจะมาคาบเอาไป

คิดว่าเธอจะยอมงั้นเหรอ!!

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกสุดใจ เอื้อมมือพลักบานประตูเข้าไปเต็มแรง พลันนั้นใบหน้าเอาเรื่องก็ฉีกยิ้มกว้าง

“สวัสดีค่ะทุกคน ขอโทษนะคะที่ปริมมาสาย”

ตรีประดับร้องขึ้นทันทีที่เธอก้าวเดินเข้าไปภายในห้องประชุม และนั้นทำให้ทุกๆสายตาที่กำลังนั่งฟังการพรีเซต์อยู่หันตัวกลับมามองเธออย่างแปลกใจและตกใจในเวลาเดียวกัน หญิงสาวกวาดสายตามองลูกค้าชาวญี่ปุ่น เธอโค้งให้เขาแล้วกล่าวทักทายเป็นภาษาของอีกฝ่ายตามที่หัดมา ก่อนจะหันมองไปทางรมย์รุจี ที่บัดนี้คลายความตกใจต่อการปรากฏกายของเธอแล้ว เปลี่ยนเป็นตำหนิ ตาที่กรีดอายไลน์เนอร์เสียงคมบาดตานั้น คล้ายกับกำลังส่งสัญญาณบางอย่างมาให้

ตรีประดับเลือกที่จะไม่สนมรมย์รุจี หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองไปทางหน้าห้อง ดูจากสายตาการพรีเซนต์คงจะเริ่มไปได้ซักพักแล้ว เห็นได้จากสไลด์บนจอโปรเจกเตอร์ที่ทีมของเธอทำเองกับมือ ถูกเลื่อนไปยังสไลด์ที่สี่ ตรีประดับกัดฟันกร๊อด เลื่อนสายตาจากโปรเจกเตอร์ไปทางหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่ยืนอยู่ด้านหน้า และเป็นคนเดียวภายในห้องเช่นกันที่ยืนพรีเซนต์งานอยู่

‘ยัยเบ็ตตี้!’

ร่างระหงส์ซึ่งมีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนราวนางแบบส่งยิ้มให้ตรีประดับบางๆ นัยน์ตาคมเฉียวของหล่อนจ้องนิ่งมาที่คู่แข่งคนสำคัญเช่นตรีประดับไม่ยอมหลบไปไหน เบญจาภาดูไม่ตกใจต่อการมาของเจ้าของผลงานตัวจริงเลยซักนิด ซ้ำยังดูพอใจด้วยซ้ำที่ตรีประดับโพล่พรวดเข้ามา คล้ายสมใจที่แผน…กำลังจะเป็นไปตามแผน

“อ้าวเบ็ตตี้ เธอก็มาฟังพรีเซนต์ด้วยเหรอ แต่ขอโทษนะ…ยืนผิดที่หรือเปล่าจ้ะ”

ตรีประดับถามขณะก้าวเดินไปทางด้านหน้าอย่างมั่นใจ ทว่าจู่ๆรมย์รุจีที่นั่งอยู่ไม่ห่างจากบริเวรที่หญิงสาวกำลังจะเดินผ่านกลับคว้าแขนของเธอเอาไว้ ปลายเล็บสีแดงสดกดลงบนข้อมือเล็กอย่างปรามๆ ทว่าความเจ็บแค่นั้นจะไปมีผลอะไร เพราะที่มันกำลังเจ็บกว่าคือใจของเธอและลูกทีมของเธอต่างหาก!

“หยุดนะปริม มานั่งลงข้างๆพี่”

ตรีประดับยิ้มกว้างให้รมณ์รุจี เธอแกะลำแขนของตัวเองออกก่อนจะตอบกลับ

“ไม่ดีกว่าค่ะพี่จีน ตรงนี้ไม่ใช่ที่ของปริม ที่ของปริมคือข้างหน้านั้น! เบ็ตตี้จะมาฉุบมือเปิบ แย่งงานทีมปริมไปเฉยๆไม่ได้!”

หญิงสาวว่าก่อนทำท่าออกเดินอีกครั้ง แต่ครั้งนี้รมย์รุจีกลับยืนขึ้นแล้วร้องห้าม “หยุดได้แล้วปริม! พี่เป็นคนอนุณาตให้เบ็ตตี้พรีเซนต์งานแทนเธอเอง!!”

ตรีประดับชะงักก่อนจะหันมองรมย์รุจีอย่างไม่อยากเชื่อสายตา “พี่จีน”

“นั่งลง รอให้การพรีเซนต์จบ เราค่อยคุยกัน”

“แต่พี่จีนคะ!”

“เธอกำลังทำให้บริษัทของเราเสียชื่อ! อย่าลืมสิว่าคนที่ลืมหน้าที่ของตัวเองก่อนคือตัวเธอนะปริม!”


 

ตลอดเวลาในการนั่งอยู่ในห้องประชุมเพื่อฟังคนอื่นบรรยายงานของตัวเอง ทำให้ตรีประดับรู้สึกชาไปทั้งใบหน้าและหัวใจ เบญจาภาช่างเป็นนักพูดที่ดี หล่อนอธิบายโปรเจคของตรีประดับราวกับเป็นงานที่คิดขึ้นมาเอง ทุกคำพูด และทุกๆการตอบคำถามอย่างมีชีวิตชีวานั้นไม่ผิดไปจากที่ตรีประดับและลูกทีมเคยพรีเซ็นต์เอาไว้ในการแข่งขันคิดโปรเจกครั้งก่อน

คงเป็นครั้งนั้นที่เบญจาภาจดจำคำพูดตรีประดับ หรือไม่อีกฝ่ายก็อาจจะอัดเสียงเอาไป วันนี้ถึงได้พูดทุกอย่างตามเธอได้อย่างแม่นยำ

เธอมันเก่งจริงๆกับเรื่องพันอย่างนี้นังปลิงหัวดำ!

การพรีเซนต์จบลงอย่างสวยงาม ลูกค้าชาวญี่ปุ่ณพอใจกับแนวคิดและแผนการตลาดของโฆษณาตัวใหม่ที่คียน์นิวเอจทำให้ เขากล่าวขอบคุณรมย์รุจี และชมเบญจาภาพร้อมลูกทีมเป็นพิเศษ กล่าวว่าตัดสินใจดีลงานต่อๆไปกับคีย์นิวเอจอย่างถาวร และขอให้ทีมออกแบบคือทีมของเบญจาภาด้วย เพราะชื่นชมในความผิดแปลกใหม่ที่หล่อนใส่ลงมาในชิ้นงาน

รมย์รุจียืนส่งคุณทัตสึและเลขาออกจากห้อง ขณะที่ตรีประดับยันกายที่จู่ๆก็ปวดแปลบในช่องท้องให้ลุกยืนเพื่อเดินตามออกไป ทว่าจู่ๆเงาร่างของเบญจาภากลับมาขว้างทางเธอไว้ เมื่อตรีประดับเงยขึ้นมอง ก็พบรอยยิ้มร้ายจากเรียวปากที่แต้มด้วยลิปเมทสีชมพูอ่อน

“อะไรกันปริม ถึงจะโดนแย่งงานไปต่อหน้าต่อตา แต่อย่างน้อยก็น่าจะแต่งตัวให้มันดีกว่านี้หน่อยไม่ใช่เหรอ”

ตรีประดับกำหมัดแน่น นัยน์ตาหวานที่ไม่ได้แต่งเติมอะไรมาเลยกวาดมองทั่วตำแหน่งใบหน้าของอีกฝ่าย

เธอกำลังเลือกเป้าว่าจะประทับรอยมัดไว้ตรงไหนดี!

“โอ๊ะๆ โกรธซะแล้ว นี้ฉันทำมาดามปริมโกรธอีกแล้วหรือนี้”

ทว่ายังไม่ทันที่ตรีประดับจะได้ลงมือ รมย์รุจีกลับเดินเข้ามาคั่นกลาง หล่อนหันไปมองเบญจาภาแล้วเอ่ยเสียเย็น

“เธอไปได้แล้วเบ็ตตี้ ขอบคุณมากที่ยอมเหนื่อยเพื่อคีย์นิวเอจ”

เบญจาภาแย้มยิ้มยกมือไหว้รมย์รุจี แต่ก่อนที่จะเดินจากไป หล่อนกลับชะงักแล้วหันกลับมามองตรีประดับพร้อมใบหน้าเยาะเย้ยอีกครั้ง มือบางที่ประดับไปด้วยแหวนวงงามตามสมัยนิยมยื่น Storyboard ในมือมาให้หญิงสาว

“ฉันลืมคืน…พึ่งนึกขึ้นได้น่ะว่ามันเป็นผลงานของทีมเธอ”

รมย์รุจีรับเจ้า Storyboard นั้นแทนตรีประดับที่กำลังตัวสั่นเทา ก่อนส่งสายตาตำหนิใส่เบญจาภา ที่ยิ้มแย้มแล้วเดินหัวเราะออกไปพร้อมลูกทีมคนอื่นๆ

เมื่อพ้นไปแล้ว หัวหน้าแผนกอย่างรมย์รุจีก็หันกลับมามองตรีประดับ หล่อนถอนหายใจ เป็นลมหายใจที่ดูเหนื่อยและตำหนิติเตียน

“รู้หรือเปล่าว่าความผิดของเราคืออะไร”

คนเป็นหัวหน้าเริ่มพูด แววตาผิดหวังสาดซัดเข้าสู่จิตใจของตรีประดับจนเธอแทบพูดอะไรไม่ออก

“เพราะรู้ปริมถึงยอมหยุด ไม่อย่างนั้นยัยเบ็ตตี้เจอดีกับปริมแน่”

รมย์รุจีถอนหายใจอีกครั้ง เดินไปหยิบเอกสารในการพรีเซนต์มาถือไว้

“หนึ่งคือเธอมาไม่ตรงเวลา ปล่อยให้ลูกค้ารอ สองบรู๊ฟเอกสารในการประชุมที่พี่สั่งแก้ครั้งสุดท้ายก็ไม่ส่งมาให้ทั้งที่รับปากเอาไว้แล้ว พอพี่โทรเช็คเธอก็ปิดเครื่อง โทรหาลูกทีมเธอได้คำตอบว่าเธอไปเมาที่ร้านยาดองอะไรนั้น นี้เหรอหัวหน้าทีมที่สร้างชื่อให้คีย์นิวเอจมาหลายต่อหลายปีน่ะปริม ความรับผิดชอบของเธอมันหายไปไหน!”

รมย์รุจีกล่าวก่อนจะโยนเอกสารในมือลงบนโต๊ะตรงหน้าตรีประดับ

“โชคดีที่เบ็ตตี้และทีมของเขามาช่วยกู้หน้าบริษัทเราไว้ เขาแก้เอกสารตามที่พี่สั่งอย่างถูกต้องทุกอย่าง ในขณะที่เธอซึ่งเป็นเจ้าของงานแท้ๆกลับหายหัวไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ปริม เราทุกคนรู้ดีว่าคุณทัตสึคือลูกค้ารายใหญ่ ถ้าเราดีลงานผ่านทางเขาได้ นั้นหมายถึงสื่อโฆษณาบริษัทในเครือของเขาทั้งหมดจะเป็นของเรา เธอก็รู้ดี”

“ปริมทราบค่ะ”

“ทราบแต่ก็ยังปล่อยให้ความผิดพลาดนี้เกิดขึ้น นั้นยังน้อย เพราะสิ่งที่แย่ยิ่งกว่าคือการบุกเข้ามาแหกหน้าเบ็ตตี้ จริงอยู่ที่ระบบของคีย์นิวเอจคือสร้างทีมให้สองทีมแข่งขันกันเองง เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่ดีที่สุดก่อนส่งมอบให้ลูกค้าของเรา แต่สุดท้ายเราทุกคนคือทีมเดียวกันนะปริม ไม่ว่าเธอ เบ็ตตี้ ตัวพี่ หรือแม้แต่แม่บ้านทำความสะอาดต่างก็เป็นคีย์นิวเอจ แต่สิ่งที่เธอทำเมื่อกี้คือการขายองค์กรของเรา พี่ถามหน่อยว่ามันควรไหม”

“…ไม่ควรค่ะ”

รมย์รุจีมองตรีประดับอย่างผิดหวัง ท่าทีเข้มงวดค่อยๆจางหายไปหลงเหลือแค่แววตาสงสัยและเป็นห่วง อันเป็นสายตาที่ตรีประดับมักได้รับอยู่เสมอจากหัวหน้าที่เธอเคารพรักดุจญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง

“เธอไม่เคยเป็นแบบนี้" รมย์รุจีกล่าวต่อเสียวแผ่ว "นี่ไม่ใช่ Group Head ที่เอเจนซี่ทั้งประเทศต้องการซื้อตัวคนนั้นที่พี่รู้จัก คีย์นิวเอจมีทุกวันนี้ได้พี่พูดได้อย่างเต็มปากว่าเป็นเพราะมันสมองของเธอ ผลงานต่างๆ รวมถึงรางวัลที่บริษัทได้รับมาจากความสามารถในการนำทีมของเธอทั้งนั้น แต่นี้มันเกิดอะไรขึ้นปริม”

ตรีประดับหลับตาลงครั้นรมย์รุจีพูดมาถึงประโยคนี้ เธอนึกย้อนถึงความผิดพลาดของตัวเอง

เธอเสียศูนย์

ใช่เธอยอมรับ เพราะการถูกตรันบอกเลิกทำให้เธอเป็นบ้าเป็นหลังจนลืมการลืมงาน เธอจะไม่โทษว่าเป็นเพราะเขาหรอก เพราะที่สุดแล้วความรักบ้าๆบอๆไม่สามารถมาทำลายงานของเธอได้ แต่เป็นตัวเธอ เธอนั้นแหละที่ทำมันพัง ซ้ำยังฉุดลูกทีมของตัวเองให้ลงนรกตามมาด้วย!

“ปริมไม่ขอแก้ตัว” ตรีประดับเอ่ยเสียงเบาก่อนจะลืมตามองตอบรมย์รุจี “ปริมโมโหมากไปเพราะสงสารลูกทีมที่ทำงานหนักมาตลอดสามเดือน พี่จีนคะ ปริมยอมรับผิดครั้งนี้ แต่ลูกทีมของปริมไม่เกี่ยว เขาควรได้รับคำชม ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นทีมที่คิดโปรเจกนี้ ตัวปริมไม่รับก็ได้ แต่ลูกทีมทุกคนของปริมต้องไม่ถูกลืม!”

“ตกลงเธอจะไม่เล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้นใช่ไหม”

“ปริมไม่อยากพูดถึงเพราะมันไร้สาระเกินไปที่จะเล่า แต่อยากขออะไรพี่จีนซักเรื่องค่ะ”

รมย์รุจีขมวดคิ้วสงสัย “เธอต้องการอะไร”

“ให้เครดิตลูกทีมปริม และช่วยปลดปริมออกจากการเป็น Group Head ของทีมที”

การตัดสินใจและน้ำเสียงที่ชัดเจนเด็จขาดทำให้คนเป็นหัวหน้าเช่นรมย์รุจีเบิกตาโตต่อต้าน “ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้น เธอมีความผิดก็จริง แต่ไม่ได้ผิดขนาดต้องปลด”

“แต่ปริมต้องการอย่างนั้นค่ะพี่จีน"

ตรีประดับตอบทันควันคล้ายไม่ลังเลต่อการตัดสินใจของตัวเอง

"เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ปริมคิดได้ว่าปริมยังไม่พร้อมที่จะเป็นผู้นำของใครจริงๆ ปริมนึกถึงแต่ปัญหาของตัวเอง เอาอารมณ์ตัวเองนำทุกอย่าง ปริมไม่นึกถึงส่วนรวม ไม่เห็นค่าในงานที่ลูกทีมทำ ปริมไม่สามารถนำทีมขอปริมได้ และถ้าทำไมได้ ปริมก็จะไม่ฝืนทำมัน”

รมย์รุจีมองลูกน้องที่เห็นและดูการเติบโตมาตลอดตั้งแต่เป็นเพียงนักศึกษาฝึกงาน ความเอ็นดูนั้นยอมรับว่ามีอยู่มาก เพราะตรีประดับเป็นคนหัวไว มีความสามารถและใช้คนเป็น คุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำทุกอย่าง จะผิดก็แค่วันนี้ ซึ่งคนเป็นหัวหน้าพอเดาได้เหมือนกันว่าสาเหตุมาจากอะไร

“บอกมาตามตรงว่าเรื่องที่ทำให้เธอเขว เป็นเรื่องของนายตรันใช่ไหม”

ตรีประดับเงียบไปครู่ ก่อนจะตอบกลับไป “แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นค่ะ...แต่ที่ปริมรู้คือตอนนี้ปริมเหนื่อย ปริมอยากอยู่กับตัวเองซักพัก ทบทวนเรื่องบางเรื่องให้สมองกับหัวใจมันเข้าใจตรงกันเสียที ไม่อย่างนั้นปริมต้องบ้าไปแน่ๆ”

รมย์รุจีถอนใจ เมื่อเป็นความต้องการจากใจจริงไม่ใช่น้อยใจที่โดนตำหนิหล่อนก็ป่วยการที่จะยื้นคนหัวแข็งเช่นตรีประดับ

“แต่พี่อยากให้เราลองกลับไปคิดดูอีกที"

"พี่จีนรู้จักปริมดีนี่คะ ถ้าปริมไหว ถึงตายปริมก็ไม่ถอย"

หัวหน้าและลูกน้องมองสบตากันราวกับกำลังสื่ออะไรบางอย่างให้อีกฝ่ายเข้าใจ และเป็นรมย์รุจีที่ยอมแพ้ให้กับการตัดสินของตรีประดับ

"พี่จะลองคุยกับคุณพิมานถึงความต้องการของปริม ท่านอาจจะหา Group Head คนใหม่มาแทนจนกว่าปริมจะพร้อมกลับมารับตำแหน่งเดิมของตัวเอง แต่ว่า…แค่เปลี่ยนตำแหน่งชั่วคราวเท่านั้นนะ ยังไงปริมก็ยังต้องอยู่ในทีม”

“ขอบคุณค่ะพี่จีน”

รมณ์รุจีพยักหน้ารับก่อนจะยกมือตบไหล่หญิงสาว “เอาเถอะ วันนี้พี่อนุญาตให้ลากลับบ้านได้ ไปพักผ่อนเติมพลังให้เต็มที่ แล้ววิคหน้ากลับมาไฟท์กันใหม่นะ”

ตรีประดับไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอทำเพียงยกมือไหว้ แล้วหมุนตัวเดินออกไปจากห้องประชุม

ที่ด้านนอก ลูกทีมทั้งสี่ของเธอยืนเรียงรออยู่ ดูเหมือนการสนทนาทั้งหมดระหว่างเธอและรมย์รุจีจะไม่ใช่ความลับเสียแล้ว

“มาดาม / พี่ปริม”

เสียเรียกอันสั่นสะท้านทำให้ตรีประดับจำต้องยกยิ้มทั้งที่ปากรู้สึกหนักอึ้ง “แบบนี้แหละดีแล้ว อีกอย่าง…ขอโทษนะทุกคนที่ทำให้ต้องลำบาก”

บุริศร์เป็นคนแรกที่เดินเข้าหาตรีประดับ ยกหลังมือปาดน้ำตาปอยๆก่อจะเริ่มพูด “ยังไงพี่ปริมก็คือหัวหน้าทีมของเรา”

ต่อด้วยนิดา ฐากร และคนอื่นๆที่เดินเข้ามาใกล้ราวกับเห็นด้วยในคำพูดของบุริศร์

“ขอบใจทุกคนมาก…รีบกลับไปทำงานกันเถอะ”

กล่าวจบหญิงสาวก็เดินแวกทางไปขึ้นลิฟท์ ทิ้งลูกทีมทั้งสี่ให้มองส่งอยู่ทางด้านหลังโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย


-----------------------------
กำลังแต่งอยู่น้า
โอ๊ยต้องขุนความรู้ที่เรียนมา จบมาพึ่งได้ใช้ กร๊ากกก
มันละเอียนิดน้าาาา จบตอนนี้ก็ไม่มีแล้ววววว

 

ขอบคุณที่ช่วยไรท์ดูคำผิดจ้าา รักเหลือเกินนนน  มีคำผิดแจ้งได้นะคะ T_T
คลิ๊ก! >>  เพจเฌอมา <<




 

 ผลงานของเฌอมา 










 ฝากเพจด้วยจ้า 





 



 

__________________________________________________________________________________________________________________________________________

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นตามจิตนาการและความคิดของผู้แต่งเท่านั้น ทั้งตัวละคร เนื้อเรื่อง สถานที่ ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงบุคคลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มอรรถรสเนื้อหาของนิยายให้มีความน่าสนใจขึ้นเท่านั้น ผู้อ่านที่รักโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ
นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 
ห้ามคัดลอก  ทำซ้ำ ดัดแปลง
หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งใน นิยายไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นการกระทำที่มีความผิดทางกฎหมายตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติที่ได้ระบุไว้และจ่ายค่าเสียหายตามแต่เจ้าของผลงานจะกำหนด
[ สำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ สมาคมนักเขียน ]

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 137 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,240 ความคิดเห็น

  1. #13071 K.One (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 00:07
    หาชื่อคุณ "เฌอมา" ใน dek-D แต่หาไม่เจอค่ะ เจอแต่นักเขียนชื่อคล้ายกัน

    จนต้องหาคำว่า "ภรรยาเจ้า" ถึงขึ้นมา 555 เพิ่งเจอนิยายใหม่นี่ล่ะค่ะ

    ชอบแนวขำ ตลก ซึ้ง กินใจ แบบนี้เลยค่ะ ติดตามนะคะ


    #13,071
    0
  2. #12313 NatweeNoo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 01:06
    เห็นความคิดของปริม แล้วก็รู้เลยทำไมปริมถึงก้าวมาเป็นหัวหน้าได้ คนที่รู้จักฟังสิ่งที่คนอื่นแนะนำ ยอมรับผิด รับผิดชอบทุกอย่าง และปกป้องลูกน้องเสมอคือคนที่เหมาะจะเป็นหัวหน้ามากๆค่ะ สู้ต่อไปนะมาดาม

    ---------------------------------------------------

    รับจ้างพิมพ์งานค่ะ ส่งได้ทั่วประเทศทางไปรษณีย์ ติดต่อ 0818088069
    Word ภาษาไทย หน้าละ 5 บาท / Word ภาษาอังกฤษ หน้าละ 7 บาท
    *ราคาอาจเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสมหากเป็นงานเร่ง) **ยังไม่รวมค่าปรินท์
    #12,313
    0
  3. #11688 Parkjimin19 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 23:42
    ตอนช่วงแรกๆยังใช้ คะ ค่ะ ผิดอยู่บางคำเน้อ แล้วก็ วันพุธจ้า แต่ชอบมากเลย ดำเนินเรื่องสนุกมาก????
    #11,688
    0
  4. #8399 The White Rabbit with Red Hood (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 15:57
    มีคำผิดจ้าาา
    วันพุธ ไม่ใช่ ไม่วันพุทจ้าา
    #8,399
    0
  5. #8396 แม่หญิงหญิงหญิง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 13:39
    พี่หมอปุณณ์ต้องรับผิดชอบ!! ขอกระเป๋าอีกใบค่ะ #ใช่หราาาา 5555555555
    #8,396
    0
  6. #7780 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 21:35
    ง่า น่าสงสารปริมจังเลยอะ แต่จะโทษใครละ เห้อ
    #7,780
    0
  7. #5882 kissmeshidae (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 19:59
    ลาออกมั้ย?? เป็นนี่นี่ไม่ยอม
    #5,882
    0
  8. #5881 kissmeshidae (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 19:59
    ไม่โอเค แบบนี้ก็ได้หรอ แย่งผลงานกันแบบนี้??
    #5,881
    0
  9. #5859 CHOO56162 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 08:26
    สนุกค่า
    #5,859
    0
  10. #4295 9namfon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 16:06
    มาดามปริม
    #4,295
    0
  11. #3596 มูตี้ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 17:58
    ^_____^
    #3,596
    0
  12. #3572 TakserserTJ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 15:15
    เกลียดอีเบ็ตตี้ อินหนักมาก
    #3,572
    0
  13. #2394 Atom:) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 00:45
    เกลียดนางเบ็ตอ่าาาเเย่งเเฟน(เก่า)เเย่งงานอีก//อิน
    #2,394
    0
  14. #1819 MiiMoZaa_002 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 14:02
    ไปอยู่บริษัทอื่นให้รู้ไปเลยยยย !!!
    #1,819
    0
  15. #1612 I:AM XXI (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 20:37
    โอ้ย สงสารนางเอก
    #1,612
    0
  16. #1577 noodao (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 16:25
    มาดามอย่าไปยอมแพ้นะ ถือว่าเป็นกรรมของเรา ที่มีมารมาคอยผจญ
    #1,577
    0
  17. #1285 YulSica (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 23:43
    รีอีกรอบ5555
    #1,285
    0
  18. #1075 หญิง นันทิยาื (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 12:29
    เบตตี้ทำอะไรไม่ได้หรอก ถ้าปริมไม่ทำตัวเองให้เป็นแบบนี้
    #1,075
    0
  19. #1069 i-tim007 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 01:01
    เกลียดว่ะ นังเบ๊ตตี้อะไรนั้น พาลเกลียดยัยหัวหน้าด้วย
    #1,069
    0
  20. #851 Artitiya Puntalee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 22:56
    บอกเลยอินตอนโดนแย่งงานมาก นี่ถ้าเป็นตัวเราเอง ไม่หยุดแค่นั้นจริงๆอะ ออกก็ออกวะ 55555555555
    #851
    0
  21. #642 noodao (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 17:01
    ปริมสู้ๆ โดนแย่งผู้ชายห่วยๆไปยังไม่เจ็บเท่าโดนแย่งงานที่ทุ่มเท กลับไปพักแล้วมาสู้ต่อ
    #642
    0
  22. #468 เพ้อ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 21:31
    เอาเบ็ตตี่ไปฝังงงงงกลบเป็นปุ๋ยคอกค่ะ
    #468
    0
  23. #454 bewbeii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 09:43
    หัวร้อนยันเบตตี้มากกก
    #454
    0
  24. #345 Chariyaiem (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 18:57
    น่าสงสารถูกแย่งแฟนแล้วยังแย่งงาน รับความดีไปเต็มๆ น่าเจ็บใจแทน
    #345
    0
  25. #338 Riboflavin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 15:48
    ปริมมมมมท โอ๋ๆๆๆๆ
    #338
    0