มาดามคานทอง (สนพ.พิมพ์คำ พิมพ์ครั้งที่ 8)

ตอนที่ 3 : Chapter 3 : ขู่ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45,623
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 155 ครั้ง
    9 เม.ย. 60




 









หมอปุณณ์

 


                

 

บทที่ 3 : ขู่

“เฮ้ย!!!”

สิ่งที่ประจักแก่สายตาแทบทำให้ตรีประดับช็อค เพราะที่เจ้าสุนัขตัวอ้วนกลมคาบเข้ามาหาคือกระเป๋า Hermès แสนแพงซึ่งเธอใช้เวลาถึงสองปีกว่าจะเก็บตังค์ซื้อมันมาได้!

ร่างบอบบางถลาเข้าไปหา ‘รีเบกก้า’ ก่อนจะพยายามแงะมันออกจากปากที่เปียกเยิ้มไปด้วยน้ำลายของเจ้าส้มแสด ทว่าในขณะที่เธอกำลังลูบๆคลำๆและตรวจสอบว่าสภาพกระเป๋ายังคงเดิมอยู่ไหม กลิ่นบางอย่างภายในนั้นก็กระจายกำจรออกมาจนต้องรีบเปิดออกดู

“นะ…นิมันอะไร!”

ตรีประดับเอ่ยถามเสียพร่างครั้นพบว่าภายในนั้นแฉะชื่นไปด้วยของเหลวกลิ่นฉุนและรุนแรง ในตอนนั้นเธอไม่ได้สนใจว่าเครื่องมือสื่อสาร กระเป๋าตังค์ และสมบัติอื่นๆที่ใส่ไว้ภายในหายไปไหนหมดแล้ว เพราะสติสัมปชัญญะของเธอกำลังลางเลือน สุดท้ายจึงทำได้เพียงเงยหน้าที่ซีดเผือดขึ้นมองบิดา ก่อนจะเลื่อนสายตาไปที่ปุริม ซึ่งเขาเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ทำหน้างงงวยเช่นคนอื่นๆ

คนเป็นหมอมองตรีประดับที่ยืนแข็งค้างพร้อมกระเป๋าอ้วกในมือ เขาเดินเข้าไปใกล้ ตั้งท่ารอรับคนที่คาดน่าว่ากำลังจะเสียหลักในไม่ช้า ใบหน้านิ่งเฉยของคนอารมณ์นิ่งมองตอบคนปากสั่นพับๆ ก้มมองมือบางที่กำลังสั่นระริกขณะรอคำตอบ ก่อนจะยอมเอ่ยคำตอบที่หญิงสาวต้องการออกไป

“จำไม่ได้เหรอว่าในกระเป๋านั้น…คืออ้วกของแก”

ตรีประดับไม่ได้พูดอะไรหลังจากที่เธอได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย หญิงสาวก้มมองกระเป๋าราคาหลายแสนในมือ กระเป๋าสุดรักที่เธอต้องทารุนตัวเอง อดมื้อกินมื้อเพื่อที่จะได้ครอบครองมัน!

“อ้วก…ฉะ ฉันอ้วกใส่ Hermès ขะ ของฉัน”

และแทบจะในทันทีที่หญิงสาวพูดจบ สติสุดท้ายที่พยุงร่างกายของเธอเอาไว้ก็หลุดลอยออกไปอย่างแท้จริง

‘ โครม!’

“ปริม!/ไอ้หนู!!/”
 


 

ผกายฤทธิ์จัดท่านอนให้บุตรสาวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างสลบไสลไม่ได้สติ นัยน์ตาของคนเป็นพ่อนิ่งมองดวงหน้ายามหลับใหลนั้นอยู่นาน ก่อนความสบายใจที่ได้ลูกกลับบ้านจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นโมโหโกรธา ครั้นนึกถึงตัวต้นเหตุที่ทำให้ดวงใจทั้งดวงของเขาร้องห่มร้องไห้ราวกับเด็กๆ

“ฮึก รันโทรมาขอเลิกหนู เขาบอกว่าเขาหมดรักหนูแล้ว ฮือๆ หมดรักอะไรกัน เราสองคนกำลังจะหมั้นแท้ๆ ฮือ หนูเจ็บตรงนี้จังพ่อ ไม่มีแผลแต่ทำไมหนูเจ็บ”

เสียงคร่ำครวญของบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนดังชัดในมโนความรู้สึก พลันนั้นคนมีนัยน์ตาดุดันก็กำหมัดแน่น หันหลังกลับออกไปจากห้องนอนสีหวาน เมื่อเห็นปุริมยืนรออยู่ด้านนอกห้องอย่างเช่นที่ควรเป็น รุ่นเก๋าก็เอ่ยเสียงเบา ไม่แสดงท่าทีใดๆนอกจากความโกรธเกรี้ยวเต็มพิกัดบนใบหน้า

        “ไอ้ลูกชาย”

           “ครับคุณลุง”

“มาด้วยกัน!”

        กล่าวแค่นั้นผกายฤทธิ์ก็เดินนำลงบันไดไปโดยไม่หันกลับมามองนายแพทย์หนุ่มอีก และดูเหมือนปุริมจะเข้าใจความหมายนั้น จึงหันไปล็อคและปิดประตูห้องนอนให้ตรีประดับ ก่อนเดินตามผกายฤทธิ์ไปที่ด้านล่าง ซึ่งที่นั้นคนเป็นเจ้าของบ้านกำลังปลดระวางปืนลูกซองประดับบ้านลงมาจากผนัง

         “ผมขอจับมันซักประเดี๋ยวหทัย”

ผกายฤทธิ์กล่าวกับภรรยาในกรอบรูปราวกับกำลังขออนุญาตหล่อน

“ขอลั่นมันแค่นัดเดียวเท่านั้น…แค่นัดเดียวก็เกินพอ”

ว่าจบบิดาของคนเมามายก็หันหลังเดินดุ่มออกจากบ้านดั่งว่าได้รับคำจากภรรยาแล้ว เขาปีนขึ้นรถจิ๊บฮัมวี่ที่จอดนิ่งสนิทอยู่ตรงที่จอดรถ และทันทีที่นายแพทย์ปุริมตามมานั่งตรงตำแหน่งข้างคนขับ รุ่นเก๋าก็ขับทะยานเจ้ารถบึกบึนหน้าเกรงขามสมคนเป็นเจ้าของออกจากบ้าน ตรงไปยังแหล่งที่อยู่อาศัยของตรัน

คนที่เคยเกือบจะได้เป็น…ลูกเขยของเขา หึหึ

 

 

บ้านใจกลางกรุงหลังสวยเติมแต่งไปด้วยสีสันของไฟในงานปาร์ตี้ริมสระซึ่งอยู่ติดกับตัวบ้าน สาวสวยนุ่งน้อยห่มน้อยหลายสิบคนเต้นยั่วยวนอยู่ในสระว่ายน้ำขนาดใหญ่พร้อมถูกไถลูบไล้กายบางที่เปลือยโพล่พ้นบิกินี่ตัวจิ๋วไปด้วย เหล่าบุรุษซึ่งล้วนประกอบไปด้วยหนุ่มหล่อไฮโซต่างจ้องมองเหล่าสาวน้อยที่เจ้าภาพงานจ้างมาตาเป็นมัน ที่ใจกล้าหน่อยถึงขนาดกระโจนลงสระ ตามไปซัดนัวกันในน้ำไม่สนหน้าอินหน้าพรหม

ผกายฤทธิ์ที่พึ่งมาถึงเป้าหมายจอดรถฮัมวี่ของตนขว้างทางเข้าออกอย่างไม่สนใคร ก่อนก้าวลงมาด้านล่างพร้อมปืนลูกซองในมือ เดินตรงเข้าไปด้านใน ผ่านงานปาร์ตี้ ไม่สนใจเหล่าเพื่อนของคนที่มีธุระด้วย ว่าจะให้ความสนใจต่อการปรากฏตัวของร็อครุ่นใหญ่อย่างเขาแค่ไหน

“เฮ้ย! นั้นฤทธิ์วงเพื่อนชีวิตใช่หรือเปล่า ว่าแต่เขามาทำอะไรที่นี่วะ”

ผู้ชายคนหนึ่งกล่าวขณะคว้าแก้วค็อกเทลมาจากบาร์เทนเดอร์ซึ่งเจ้าภาพของงานเช่น ‘ตรัน’ จ้างมาเป็นกรณีพิเศษ

“ถุยไอ้วิน นี่มึงไม่รู้ว่าฤทธิ์เพื่อนชีวิตคือพ่อเมียให้ตรันเหรอ”

“เมียไอ้รัน…คนไหนวะ”

ชายคนเดิมถามอย่างสงสัย ก็เขาสงสัยจริงๆนี่ เพราะ 'ตรัน' เพื่อนของเขามีเมียแค่คนเดียวที่ไหน มันมีเป็นโหล จริงๆโหลเดียวยังน้อยไปหากจะนับแบบไม่ลำเอียง

“ก็ต้องเป็นปริมสิวะ แต่จะว่าไปมันพึ่งบอกกูตอนบ่ายว่าโทรไปขอเลิกปริมแล้ว”

คำพูดของเพื่อนทำเอาชายหนุ่มคนแรกร้องอ้อ ก่อนจะทำเสียงเหอะเมื่อนึกอะไรขึ้นได้

“ไอ้โง่นั้นเลิกกับปริมเพราะติดใจยัยเบ็ตตี้ มันคิดยังไงของมันถึงได้เลือกผู้หญิงคนนั้นแทนปริมวะ ดูก็รู้ว่ายัยเบ็ตตี้ร้ายแค่ไหน นี่ฉันไม่ได้ตัดสินหล่อนจากหน้าตานะ แต่คนดีๆที่ไหนจะลับหลังแฟนเพื่อนตัวเอง เว้นแต่ยัยนั้นจะจิตอ่อนๆ”

“แล้วใครบอกมึงว่าปริมกับเบตตี้เป็นเพื่อนกัน ที่กูรู้คือสองคนนั้นไม่ถูกกันตั้งแต่มหาลัยไม่ใช่เหรอ”

“อ้าว นี่กูตกข่าวอีกแล้วเหรอเนี้ย”

“เออ มึงตกข่าวตลอดล่ะ”

ชายหนุ่มคนแรกยักไหล่อย่างไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญก่อนจะยกแก้วค็อกเทลขึ้นจิบ นัยน์ตาหันมองตามหลังร็อครุ่นเดอะไป ในใจแอบลุ้นว่าการมาครั้งนี้ของคนผู้นั้นจะนำพาหายนะใดมาให้เพื่อนจอมเจ้าชู้ของตน

“แปลว่าการมาของลุงแกก็คงมาเพื่อกระทืบไอ้รัน”

“น่าจะเปล่า แกก็เห็นว่าเขาถือลูกซองมาด้วย จะลงแรงกระทืบไอ้รันอีกทำไม”

“โหดชิบหาย…เราไปช่วยไอ้รันมันหน่อยดีไหมวะ”

“ไม่อะ ฤทธิ์เพื่อนชีวิต ไม่ใช่แค่ลุงแก่ๆ วัยเกษียณอย่างที่แกคิดในหัวหรอกนะ ฉันบอกเลย…คนนี้เบื้องหลังไม่ธรรมดา”

ชายหนุ่มคนแรกเหล่ตามองเพื่อนของเขาก่อนจะยกแก้วค็อกเทลขึ้นจิบอีกครั้งแล้วตอบเสียงเบา

“อืม…กูกลัวจนเยี่ยวเหนียวแล้วเนี้ย”

 


 

ไล่หลังคนด้านนอกที่ลุ้นกันจนเยี่ยวเหนียว ที่ด้านในตรงห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่กลับกำลังร้อนระอุจนเพลิงปรารถนาแทบจะมอดไหม้สองร่างจนแหลกเป็นจุล ตรันไล้ริมฝีปากไปตามซอกคออ่อนนุ่มของตัวท็อปเบอร์ตองของคืนวันนี้ ขณะที่หญิงสาวในชุดบิกินี่สีแดงใต้ร่างครางกระเส่าเพราะได้รับการปรนเปรอ มือของชายหนุ่มเริ่มปลดเปลืองเสื้อผ้าของหล่อนออกไปทีละชิ้นๆ ทว่าในตอนนั้นเองที่ฝีเท้าประหลาดเดินเข้ามาหยุดที่ด้านหลัง เช่นเดียวกับร่างอ่อนของสาวน้อยซึ่งเขาจ่ายไปแพงเหลือเกินเริ่มเกร็งแข็งราวกับพบเจอบางสิ่งที่น่าหวาดกลัว

“ว่าไงไอ้ลูกหมา…”

เสียงปริศนาที่ดังขึ้นทำให้ตรันผละออกจากร่างหญิงสาวที่นัวเนียอยู่ในทันที เมื่อหันไปมองก็พบร่างของผกายฤทธิ์ซึ่งกำลังยืนจังก้าถือปืนตั้งท่ารออยู่ เพียงแค่นั้นหนุ่มจบนอกอย่างตรันก็แข้งขาอ่อนยวบ ไถลตกจากโซฟา มือปากสั่นพับๆยกขึ้นร้องขอชีวิต

“คะ คุณพ่อ”

ผกายฤทธิ์นิ่งมองตรันที่สั่นงกๆเพราะหวาดกลัวสิ่งที่อยู่ในมือของเขา ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ เล็งปลายกระบองปืนไปที่กลางหน้าผากของอดีตคนรักบุตรสาว และท่าทางคุกคามนั้นทำให้สาวน้อยเบอร์ตองรีบเก็บซากบิกินี่ขึ้นแนบอก วิ่งกรี๊ดออกไปด้านนอกอย่างลนลาน และดูเหมือนเสียงนั้นจะทำให้คนในปาร์ตี้เริ่มให้ความสนใจจนต้องวิ่งเข้ามาออดู

         “ว่ายังไง แกมีอะไรจะพูดสั่งเสียก่อนตายไหม”

ผกายฤทธิ์ถามเสียงเหี้ยม ใบหน้าที่ปกติแม้ไม่แสดงอารมณ์ก็น่ากลัวมากพออยู่แล้วปรากฏยิ้มอ่อนขึ้นมา ทว่ามันกลับดูคล้ายอีกฝ่ายกำลังแสยะยิ้ม เป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกียมที่เล่นเอาตรันหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม!

“คะ คุณพ่อ ปะ ปริมสบายดีหรือครับ”

ถามจบตรันก็นึกอย่างกัดลิ้นที่พลันกันจนยุ่งของตัวเองเสีย เขาคิดยังไงถึงถามออกไปอย่างนั้น เพราะตรีประดับคงจะฟูมฟายย้ำแย่มิใช่หรือ พ่อของเธอถึงบุกเข้ามาที่บ้านเขา เอาปืนมาจ่อที่หัวเขาแบบนี้!

“เป็นคำถามที่ดี แต่คำตอบ...ดูเหมือนคนหน้าตัวเมียอย่างแกจะไม่มีโอกาสได้อยู่ฟัง”

กล่าวจบผกายฤทธิ์ก็ดันประบอกปืนไปชิดหน้าผากตรันจนศีรษะของจอมเจ้าชู้แหงนเงยไปตามแรงดัน ในตอนนั้นเองที่กางเกงในตำแหน่งหว่างขาของชายหนุ่มมีน้ำบางอย่างไหลออกมา และมันยิ่งปรากฏเด่นชัดขึ้นไปอีก เมื่อผกายฤทธิ์เลื่อนปลายประบองปืนไปจ่อที่บริเวณเป้าของตรันสับเปลี่ยนจากตำแหน่งกลางหน้าผาก

“ดูเหมือนน้องชายแกมีอะไรอยากจะพูดกับฉัน”

“มะไม่ครับคุณพ่อ ไม่ ไม่มีจริงๆ”

“แล้วทำไมมันถึงพ้นน้ำลายออกมาอย่างนั้นละ หรือที่แท้มันไม่ใช่น้ำลาย…แต่เป็นฉี่”

สิ้นคำว่าฉี่ คนในปาร์ตี้ก็เริ่มหัวเราะคิกคักอย่างเห็นเป็นเรื่องตลก ตรันรู้สึกอับอายจนอยากวิ่งหนี เขาซึ่งเป็นหนุ่มเนื้อหอมในสังคม พวงตำแหน่งนักเรียนจบนอกอนาคตไกล กลับต้องเจอเรื่องอัปยศเช่นฉี่รดกางเกงกลางงานปาร์ตี้ของตนแบบนี้ เขาคงถูกใครๆหัวเราะเยอะไปอีกนาน ไม่สิ คงถูกหัวเราะเยาะไปจนตายมากกว่า ทว่าความกลัวกลับมีอยู่เยอะจนเขาไม่กล้ากระดุกกระดิก ทำเพียงนั่งจมบ่อปัสสาวะของตนต่อไปอย่างนั้น จำทนให้คนอื่นๆเขาหัวเราะ ดีกว่าให้อดีตว่าที่พ่อตาคิดว่าเขากำลังขัดขืน

“คะคุณพ่อ ผม ผะผมขอโทษ”

รอยยิ้มแสยะของผกายฤทธิ์หายไปจากใบหน้าครั้นได้ยินสิ่งที่ตรันพูด และท่าทีนั้นดูราวกับเสือดำตัวใหญ่ที่หมอบต่ำไม่ไหวริกเพื่อรอกระโจนปลิดชีวิตเหยื่อ

“ตลอดชีวิตการเป็นพ่อของฉัน ถนอมยัยปริมยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด บนตัวลูกสาวฉันไม่เคยมีแผลเลยแม้แต่รอยข่วนเดียว…แล้วแกคิดว่าตัวเองมีสิทธิอะไร ถึงมาทำให้ลูกสาวฉันเจ็บ”

คนเป็นพ่อเอ่ยถาม เสียงหัวเราะรอบตัวหายไปแล้ว คงเหลือไว้แต่ความตึงเครียดกับสถานะการณ์ที่ดูจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

“ผมจะไปขอโทษปริม ผะผมจะไปกราบเท้าปริมครับพ่อ ผม ผะผม”

ผกายฤทธิ์เลิกคิ้วขึ้นมองตรันอย่างสนใจในคำพูด ก่อนจะยิ้มแสยะอีกครั้ง เวลาเดียวกับที่ปลายกระบองปืนลูกซองอัดจ่อไปที่หน้าผากของตรัน

“คิดว่าฉันจะปล่อยให้แกมีโอกาสได้ทำแบบนั้นเหรอ…หึ ขืนปล่อยแกไป มีหวังลูกสาวฉันใจอ่อนให้แกกันพอดี”

ตรันอ้าปากค้างกับคำพูดที่ดูเหมือนจะไม่ยอมรับการขอโทษจากเขา ซ้ำยังทำท่าเหมือนจะขัดขว้างหากเขาจะกลับไปหาตรีประดับอีก แต่ยังไม่ทันที่ตรันจะได้ร้องถามว่าคนตรงหน้าจะเอายังไงกันแน่ เสียงโวยวายกีดร้องจากทางสระว่ายน้ำก็ดังขึ้น พร้อมกำลังตำรวจในชุดสีแก่วิ่งเข้ามาตรึงรอบบ้านของตรันไว้

ตรันเบิกตาตื่นตระหนกมองร่างของนายตำรวจยศสูงท่านหนึ่งที่เดินฝ่าความแตกตื่นจนดูผิดปกติของแขกเข้ามาในห้อง นายตำรวจท่านนั้นปรายตามองตรันเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหันมองผกายฤทธิ์แล้วค่อยถอดหมวกออก

“แกปลุกฉันตอนตีสองอีกแล้วไอ้ฤทธิ์”

พันตำรวจเอกพันศักดิ์พูดแกมรำคาญขณะมองเพื่อนสนิทที่มองตอบกลับมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว อีกฝ่ายไม่มีสีหน้าขอบคุณด้วยซ้ำ ที่นายตำรวจยศสูงอย่างเขายอมแงะตัวเองออกมาจากเตียงนอนแสนนุ่มเพื่อมัน

“ไอ้ใหญ่ ยัดข้อหา‘เพิ่ม’ให้ไอ้ฉี่แตกนี้ที”

“หื้ม…ยัดกันเลยเหรอ ฉันจะทำงั้นได้ไง มันไม่ถูกต้องนา…” พันตำรวจเอกพันศักดิ์กล่าวเสียงลังเล ทว่านัยน์ตาที่หันมองตรันดูเอาเรื่องจริงจังตามเพื่อนสนิท

ไม่ทันที่จะมีใครเอยอะไรต่อไป นายตำรวจคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาในห้องรับแขกด้วยท่าทางรีบร้อน ก่อนส่งถุงบางอย่างให้พันตำรวจเอกพันศักดิ์ เขารายงานการตรวจพบสารเสพติดภายในงานปาร์ตี้อย่าจริงจัง ก่อนจะได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาการให้ทำการจับกุมทุกๆคนในบริเวณไปสอบปากคำที่โรงพัก

พันตำรวจเอกพันศักดิ์ถือถุงใสที่มีผงสีขาวบริสุทธิ์เอาไว้ในมือก่อนจะชูมันขึ้นเสมอหน้า

“เล่นน้ำแข็งเยอะขนาดนี้ ไอ้หมอนี้มันรวยหรือเจ้าฤทธิ์”

ผกายฤทธิ์ไม่ตอบ เขายังคงจ้องที่ตรันก่อนจะพูดเสียงเหี้ยมแบบเดิม

“แค่นั้นมันน้อยไป…ยัดข้อหาเพิ่มให้มันเข้าไปอีก”

พันตำรวจเอกพันศักดิ์หันมองผกายฤทธิ์อย่างเริ่มสงสัย ว่าเจ้าหนุ่มซึ่งนั่งจมบ่อฉี่ไปทำอะไรให้เพื่อนของเขาแค้นเคืองจนไม่สนถูกผิด ปกติผกายฤทธิ์ไม่ใช่คนอยุติธรรมแบบนี้ซักหน่อย

“หมอนี้มันไปทำอะไรลูกสาวแกหรือไง” คนเป็นเพื่อนถามอย่างพอเดาได้

“อืม…มันเป็นแฟนเก่าของยัยปริม”

“โอ้ว…หึหึ”นายตำรวจอุทานก่อนจะหันกลับไปมองตรัน “งั้นนายก็หลุดคดียากหน่อยแล้วล่ะเจ้าหนู"

 


 

หลังจากตรันและทุกๆคนในงานปาร์ตี้ถูกรวบตัวไปสอบปากคำที่โรงพัก ผกายฤทธิ์ก็เดินกลับออกมาด้านนอก ที่นั้นเขาพบปุริมยืนรออยู่ และใบหน้าหล่อเหลาของนายแพทย์หนุ่มยังคงสงบนิ่ง มองตอบผกายฤทธิ์โดยไม่พูดอะไรแม้ร่างกายดูคล้ายจะอิดโรยก็ตาม

“ตอนที่แกให้ปุณณ์ไปตาม ฉันบอกเลยว่าอยากจะซัดแกให้ตาย เพราะนอกจากแกจะหาญกล้ามาใช้ฉัน แกยังใช้หลานอีกคนด้วย แค่งานหมอที่ปุณณ์ทำมันคงยังเหนื่อยไม่พอสินะไอ้ฤทธิ์ ถึงได้ลากมาวุ่นเรื่องลูกสาวแกเพิ่มอีก”

พันตำรวจเอกพันศักดิ์กล่าวเมื่อเดินมาถึงตัวหมอหนุ่ม เขาเอื้อมมือตบไหล่ให้กำลังใจนายแพทย์ลูกชายของไกรราส เพื่อนสนิทอีกคนของเขาและผกายฤทธิ์ ทว่าชายหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ก่อนกลับพูดแก้

“ผมเต็มใจครับลุงใหญ่”

“นั่น มันต้องอย่างนั้น” ผกายฤทธิ์กล่าวเสริมคำปุริม แต่ไม่คิดอธิบายต่อว่าอย่างนั้นคืออย่างไหน พันตำรวจพันศักดิ์พอรู้ความนัยจึงแสร้งทำเป็นพูดเรื่องอื่นไปเสีย ไม่อยากเจาะจงอะไรหากมันยังไม่ถึงเวลาอันควร

“แต่ฉันสงสัยอยู่อย่างไอ้ฤทธิ์ ว่าแกรู้ได้ยังไงเรื่องเด็กตรันนั้นมันมียาไว้ในครอบครอง”

“ฉันรู้มานานแล้ว เพียงแต่ไม่ได้บอกใคร”

“แปลว่าแกตรวจสอบปูมหลังแฟนลูกสาวอีกคนแล้วซิ มิน่าถึงรู้ว่าไอ้เด็กนี้มันค้าด้วย ยังไงแกก็ไม่ยอมให้หมอนั้นเลื่อนเป็นลูกเขยอยู่ดีใช่มะ”

“อืม”

“บอกเลยนะ ยัยปริมมันจะขึ้นคานจริงๆก็เพราะแกนี้ละ แฟนคนไหนๆแกก็ให้คนไปตรวจสอบหมด ความผิดตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหายังสืบจนรู้แล้วตามไปเอาผิดเขาได้!”

“ฉันจะกลับไปบอกยัยปริมให้ว่าลุงใหญ่พูดว่าปริมจะขึ้นคาน”

พันตำรวจเอกพันศักดิ์ทำตาโต หมดความเคร่งขรึมไปแล้วเพราะลูกน้องกลับโรงพักไปหมด

“อย่าเชียวนะโว้ย ไม่งั้นยัยปริมมันมาแหกอกฉันแน่ ลูกแกน่ะมันร้ายยิ่งกว่าเสือ เผลอๆ เกิดมันแค้นฉันขึ้นมา ไปพูดใส่ความว่าฉันมีเมียน้อยกับคุณหญิงฉันได้ตายกันพอดี”

“ประโยคนี้ฉันก็จะเป็นธุระเอาไปบอกยัยปริมให้เหมือนกัน แกไม่ต้องห่วง”

“ไอ้ฤทธิ์!”

ผกายฤทธิ์หัวเราะน้อยๆเช่นเดียวกับปุริมที่ยิ้มมุมปากครั้นนึกถึงฤทธิ์เดชของตรีประดับ

ในกลุ่มเพื่อนสนิทของพ่อเขา ประกอบด้วยลุงผกายฤทธิ์ ลุงพันศักดิ์ และพ่อ ล้วนมีตรีประดับเป็นหลานสาวเพียงคนเดียว ธรรมดาของผู้ชายที่จะเอ็นดูและหวงเด็กผู้หญิงเป็นพิเศษ นี่ก็เช่นกัน เพราะสำหรับตรีประดับแล้ว เธอจะเป็นหลานสาวฤทธิ์มากของบรรดาลุงๆเสมอ แม้แต่กับพ่อผู้ซึ่งเคร่งเครียดเอาแต่โหมงานตั้งแต่ ‘น้องปราย’ น้องสาวของเขาตายไป ก็ยังยอมลงให้ตรีประดับคนนี้หลายส่วน สำหรับปุริมทราบดีว่าพ่ออ่อนลงเมื่ออยู่กับตรีประดับ เพราะสำหรับพ่อ ตรีประดับคือตัวแทนน้องปรายผู้ลาลับ ‘แม้จะมีใครที่เหมือนกว่า’ ใกล้เคียงกับน้องปรายมากกว่า พ่อของเขาก็ยังเอ็นดูเพียงตรีประดับคนเดียว และความเอ็นดูนั้นก็ส่งไปถึงคุณแม่ และภรรยาของลุงใหญ่ด้วย

พันตำรวจเอกพันศักดิ์เหลือตามองนายแพทย์ปุริมที่มีรอยยิ้มค้างอยู่ตรงมุมปาก เขายิ้มในใจก่อนจะแสร้งถามขึ้นคำหนึ่ง

“นี่ไอ้ฤทธิ์ ฉันถามจริงๆ นะ ที่แกคอยตามสืบปูมหลังบรรดาแฟนยัยปริมแบบนี้ เพราะแกอยากได้ลูกเขยที่เพอร์เฟคใช่หรือปล่า”

ผกายฤทธิ์มองตอบเพื่อนสนิท ก่อนจะเอยเสียงเรียบต่อความตั้งใจจริงที่คนเป็นพ่อเช่นเขาปรารถนา

“มันไม่มีหรอกผู้ชายที่เพอร์เฟคนะ ฉันก็แค่ต้องการคนธรรมดาที่สามารถดูแลปริมได้ดีไม่น้อยไปกว่าฉัน”

คนมีสีแสร้งพยักหน้าเข้าใจในประโยคที่เคยได้ยินเพื่อนพูดมาไม่ต่ำว่าพันครั้ง กระนั้นคนเป็นตำรวจก็ยังแสร้งถามต่อไป ไม่ใช่อยากรู้ เพียงแต่อยากให้ใครอีกคนในวงสนทนาได้รู้และได้รับฟัง

“แล้วตอนนี้โพล่มาลางๆบ้างหรือยังล่ะ ลูกเขยในอุดมคติน่ะของแก่น่ะ”

ถามจบพันตำรวจยศใหญ่ก็เหล่ตามองไปที่หมอปุริม ซึ่งทำเพียงยืนเงียบฟังอย่างสงบเท่านั้น ผกายฤทธิ์มองตามสายตาเพื่อน ก่อนรอยยิ้มก่อนน่าจะหายไป เปลี่ยนเป็นจริงจังหนักแน่นไม่อ่อนข้อ!

“อาจจะเจอ แต่ที่รู้คือฉันจะไม่ให้อภิสิทธิกับใครเป็นกรณีพิเศษทั่งนั้น ถ้ามันจะเข้ามา มันก็คือศัตรูของฉันเท่าเทียมกับคนอื่นๆ”

“ถึงแม้ว่าไอหนุ่มคนนั้น แกจะเคยเลี้ยงและเห็นมันมาตั้งแต่เด็กๆ อย่างนั้นเหรอ”

คราวนี้คนเป็นพันตำรวจไม่เหล่ตามองอีกแล้ว แต่เขาจ้องตรงๆไปที่หมอหนุ่มเลย แน่นอนว่าผกายฤทธิ์เองก็เช่นกัน เพราะพ่อจงอางหวงไข่จ้องเขม่งไปที่ลูกชายเพื่อน พูดเสียงเข้ม ให้รู้กันตรงๆว่าเขากำลังหมายถึงใคร!

“ใช่ ถึงไอหนุ่มคนนั้นฉันจะเอ็นดูเหมือนลูกชายแท้ๆ แต่ถ้ามันยังรับปากกับฉันไม่ได้ว่าจะไม่ทำให้ลูกสาวของฉันต้องเสียใจอีก 'เป็นครั้งที่สอง' ต่อให้รักเหมือนลูก ฉันก็ไม่ยอม!”

“...”


---------------------------------
เผอลลบไป แง ไม่เหมือนเดิมเลย T_T


 

 ผลงานของเฌอมา 







 ฝากเพจด้วยจ้า 







 

__________________________________________________________________________________________________________________________________________

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นตามจิตนาการและความคิดของผู้แต่งเท่านั้น ทั้งตัวละคร เนื้อเรื่อง สถานที่ ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงบุคคลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มอรรถรสเนื้อหาของนิยายให้มีความน่าสนใจขึ้นเท่านั้น ผู้อ่านที่รักโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ
นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 
ห้ามคัดลอก  ทำซ้ำ ดัดแปลง
หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งใน นิยายไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นการกระทำที่มีความผิดทางกฎหมายตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติที่ได้ระบุไว้และจ่ายค่าเสียหายตามแต่เจ้าของผลงานจะกำหนด
[ สำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ สมาคมนักเขียน ]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 155 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,240 ความคิดเห็น

  1. #13223 Ciel En Rose (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:57
    งานเข้าคุณหมอแล้ว
    #13,223
    0
  2. #11685 Parkjimin19 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 23:20
    ครั้งที่2หรอ หืมมมมมม
    #11,685
    0
  3. #10284 +tO Dr3aM,To f Ly+ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 05:35
    คุณเฌอมาเขียนสนุก เข้มข้นทุกเรื่องเลยค่ะ
    #10,284
    0
  4. #8381 แม่หญิงหญิงหญิง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 03:24
    เอาหลาวๆ พี่หมอปุณณ์มีชะนักติดหลังก็ต้องระวังหน่อยนะคะ
    #8,381
    0
  5. #7750 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 20:40
    ง่า หมอปุณณ์ เคยเป็นแฟนกับปริม เหรอ
    #7,750
    0
  6. #7076 BB oi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 20:44
    เอะๆ ยังไง หมอปุณเคยเป็นแฟนกับปริมหรอ
    #7,076
    0
  7. #5858 CHOO56162 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 07:04
    เปิดผ่านหลายรอบ แล้วกลับมาอ่านต้องบอกว่าไม่ผิดหวังสนุกมากค่ะ
    #5,858
    0
  8. #4290 9namfon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 15:34
    หมอปุณ
    #4,290
    0
  9. #3578 มูตี้ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 17:03
    ^_____^
    #3,578
    0
  10. #2715 Nomomind (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 11:59
    ย้อนกลับมาอ่านแล้วสงสัย ใครที่เหมือนกว่านี่หมายถึง มิ้ม หรอคะ
    #2,715
    0
  11. #1639 PuiPui--r (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 08:53
    สงสัยค่ะพ่อฤทธิ์มีปริมตอนเรียนแล้วหมอปุณณ์ก็อายุไล่เลี่ยกับปริมคือพ่อแม่หมอมีหมอตอนเรียนเหมือนกันใช่มั้ยคะ
    #1,639
    1
    • #1639-1 ปลาโก๋ (จากตอนที่ 3)
      15 เมษายน 2560 / 13:10
      ไม่น่าใช่นะคะ รุ่นพ่อน่าจะอายุต่างกันค่ะ
      #1639-1
  12. #1618 tob y (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 21:38
    มีเเก้ตรงคำว่าเหลือบตานะคะ พิมพ์ บ.ใบไม้ตกไปค่า
    #1,618
    0
  13. #1608 I:AM XXI (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 19:50
    ครั้งที่สองนี่คืออะไร หมอเคยทำไรไว้รึป่าวหนอ
    #1,608
    0
  14. #1387 Irish66 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 14:06

    อ่านนิยายเพื่อความบันเทิงไม่ซีเรียสค่า....อ่านแล้วต้องคลายเคลียด.นิยายก็คือนิยายไม่ใช่ความจริง
    ..เอ..สงสัยจัง..หมอปุณกับมาดามมีซัมซิงอะไรกันมาก่อนอ๊ะป่าว

    #1,387
    0
  15. #1111 las vegus (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 02:50
    พระเอกนิ่งๆไม่พูดอะไร แต่คุณลุงกับคุณพ่อคุยกันซะเราฟินหนักมากก มโนหนักมากกกก มโนไปไกล
    #1,111
    0
  16. #993 Fresher Aeolus Zephyrus (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 21:42
    เอาตามจริง ถ้า-ตรันนั่นรวยและแบ็คใหญ่เหมือนกัน ไม่จบแค่นี้นะครับ โดนข้อหาบุกรุก ข้อหาข่มขู่ แถมอาจหนักถึงฟ้องวางแผนฆ่าได้เลย เพราะพกอาวุธหนัก เข้าพื้นที่ส่วนตัว ข่มขู่คุกคาม แถมหมิ่นประมาทต่อหน้าธารกำนัลอีก ได้ไม่คุ้มเสีย แน่นี่นิยายก็ตามนั้น
    #993
    2
    • #993-1 เฌอมา(จากตอนที่ 3)
      9 เมษายน 2560 / 16:19
      แล้วควรทำไงดี เอาหนังสติ๊กไปขู่?
      #993-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  17. #922 Nannan-ja (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 15:38
    ทำไมมีครั้งแรกครั้งที่สองด้วยอะ ??? ยังไงๆ
    #922
    0
  18. #903 LylaLavinn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 00:14
    หมอปุณณ์นี่คือแบบแฟนคนแรกของปริมไรงี้รึปล่าว. เนื้อเรื่องสนุกดีค่ะไรท์ ชอบๆ
    #903
    0
  19. #637 noodao (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 16:47
    คุณพ่อน่ารักมากเลย ต้องแบบนี้สิค่ะทำลูกสาวเสียใจมันต้องไม่เป็นสุข
    ลูกเขยแบบหมอคุณพ่อก็ไม่มีอภิสิทธิ์นะสนใจไหม

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 เมษายน 2560 / 16:22
    #637
    0
  20. #330 Meamooging (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 11:28
    สนุกมากค่ะๆไรท์
    #330
    0
  21. #299 นู๋นก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 09:49
    #ทีมพ่อฤทธิ์ หมอปุณนิ่งได้อีก ครั้งที่สองนี่ยังไง เคยจุ๊บก็ด้วย โอ๊ย!! อยากรู้ ขอบคุณค่า สนุกมากก
    #299
    1
    • #299-1 นู๋นก (จากตอนที่ 3)
      17 ธันวาคม 2559 / 09:56
      ปอลิง. เค้าลืม

      รุ่นเก๊า - รุ่นเก๋า อันนี้ไม่รู้ว่า เฌอมาตั้งใจรึป่าว แต่เค้าฮามาก พ่อฤทธิ์เป็นเก๊า 555 ขำปวดแก้มเลย

      ถูกไถลูบไล้ - ถูไถลูบไล้
      #299-1
  22. #210 สายเผือก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 11:51
    หืมมม ครั้งที่สอง???? แล่ว แล่ว แล่วว
    #210
    0
  23. #209 NichThaNuT (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 01:04
    ครั้งที่ 2 นั้นไงล่ะว่าแล้ว หมอคงต้องเหนื่อยหนักแน่ๆเลย
    #209
    0
  24. #208 9namfon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 23:02
    ครั้งที่2 โอ๊ะโอหมออออออ วอนแล้วไง


    #208
    0
  25. #206 Sun Oranut (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 22:17
    คุณพ่อ
    เจอลูกเขยในอุดมคติแหละ
    รอลุ้นต่อไปค่ะ
    #206
    0