มาดามคานทอง (สนพ.พิมพ์คำ พิมพ์ครั้งที่ 8)

ตอนที่ 2 : Chapter 2 : ดวงยี่หวาของพ่อ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51,951
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 161 ครั้ง
    21 มิ.ย. 60








 
 


มาดามปริม
 




บทที่ 2 ดวงยี่หวาของพ่อ

Land Rover Evoque สีเงินยวงพุ่งทะยานออกสู่ซอยทองหล่อ 10 ตรงสู่ถนนเอกมัย นายแพทย์ปุริมนั่งหน้านิ่งประจำอยู่ที่ตำแหน่งคนขับ สายตาจ้องมองไปบนถนน ทว่าสองหูกลับจดจ่ออยู่ที่เสียงร้องของคนข้างกาย

“ฮือๆ พ่อจ๋า ไอ้ตรันมันทิ้งหนู พ่อเอาปืนไปยิงมันนะพ่อ!”

ไม่ว่าเปล่าแขนเรียวก็เอื้อมไขว้คว้าช่วงแขนของชายหนุ่ม เขย่าบ้าง กระชากบ้างสลับกันไป

“เลิกครวญครางซักที ก่อนที่ฉันจะตีแก”

ตรีประดับที่โดนพ่อดุเริ่มเบะปากร้องไห้อีกรอบ ความน้อยเนื้อต่ำใจของพิษสุรา ทำให้หญิงสาวกลายเป็นเด็ก 6 ขวบที่ไม่รับไม่ได้เมื่อโดนพ่อดุ แต่เดี๋ยว...นั้นมันพ่อเธอที่ไหนกันเล่า!

“ทำไมพ่อพูดกับหนูงี้ ไหนพ่อว่าหนูเป็นดวงยี่หวาของพ่องาย พ่อพูดเส้!” (ยี่หวา :ดวงใจ ดวงชีวิต )

“ปล่อยคอเสื้อฉัน...แล้วกลับไปนอนอย่าได้กระดิก”

“พ่อมีเมียใหม่แล้วใช่มะ! ฮึก พ่อจะทิ้งหนูอีกคนแล้ว ฮือๆ ผู้ชายก็แบบนี้เหมือนกันหมดทั้งโลก! หนูจะ! หนูจะ...อึก!”

หมอหนุ่มที่ง่วนอยู่กับมือไม้ซึ่งเกาะเกี่ยวแขนเขาเป็นพัลวันหันมองหญิงสาวข้างตัวที่ทำเหมือนจะอาเจียนออกมา

“หยุดนะ อย่าได้อ้วกในรถฉันเชียว”

คนรักรถ คนรักสะอาด ซ้ำยังเป็นคนดุเอ่ยขึ้นทันที ทว่าตรีประดับจะฟังหรือก็เปล่า เพราะบัดนี้สิ่งปฏิกูลในร่างกายของเธอถูกขย่อนออกมาจ่อที่คอหอยเรียบร้อยแล้ว!

ปุริมมองปฏิกิริยานั้นตาโต เขารีบเปิดไฟขอทางแล้วจอดรถ ก่อนจะหันไปชี้นิ้วใส่หน้าจอมวุ่นวายในชีวิตซึ่งกำลังเบิกตาโตทำแก้มป่องใส่เขาเช่นกัน เหมือนจะบอกว่าเธอห้ามมันไม่ได้จริงๆ

“หยุด! กลืนมันกลับเข้าไปปริม...กลืน!”

จะด้วยเสียงขรึมหรือเพราะสติกลับมาเพียงแว้ปหนึ่งก็ตาม ตรีประดับกลืนเจ้าของเหลวนั้นกลับลงไปในคออย่างยากลำบากก่อนจะทิ้งตัวนอนแผ่ไปบนเบาะ ในขณะที่คนใจหายใจคว่ำเช่นปุริมมองหญิงสาวอย่างไม่ไว้วางใจครู่ใหญ่

ทว่าในนาทีสุดท้ายที่ชายหนุ่มกำลังจะเอี้ยวตัวกลับไปขับรถ ร่างแบบบางของตรีประดับก็พุ่งตัวขึ้นนั่งอีกครั้ง ด้วยความว่องไวของนายแพทย์ซึ่งมีสัญชาตญาณการตัดสินใจในเวลาคับขันเป็นเยี่ยม ชายหนุ่มคว้ากระเป๋า Hermès ที่วางเอียงกระเท่เร่อยู่ตรงเบาะหลังขึ้นมา ก่อนจะดันมันไปตรงหน้าหญิงสาวซึ่งรีบคว้ากระเป๋าแสนรักแสนหวงของตนไว้อย่างเต็มใจ

“อ้วกกกกกกกกกก!!”

นารีรำพึง พญาเสือโคร่ง ช้างกระถีบโรง และกับแกล้มนิดๆหน่อยที่หญิงสาวทานไปเมื่อหัวค่ำพุ่งโพละลงไปในกระเป๋ายี่ห้อหรูจนแทบจะล้นปริ่ม เสียงอาเจียนยังมีต่อไปมีระยะใหญ่ ส่วนปุริมนั้นหรือ…

เขานั่งมองหญิงสาวด้วยสีหน้าไร้ซึ่งอารมณ์แบบสุดๆ

 

------------------

 

‘ตื้อดืออออ’

ประตูเลื่อนร้านสะดวกซื้อเปิดออกพร้อมร่างสูงโปร่งของนายแพทย์ปุริมที่ถือถุงของร้านเดียวกันนั้นก้าวออกมา ชายหนุ่มเดินกลับมาที่รถโดยที่ใบหน้ายังคงเป็นแบบเดิม ก่อนจะก้าวกลับขึ้นไป ปิดประตูรถ แล้วมองหญิงสาวซึ่งยังคงหลับสบายทั้งที่ทำรถของเขาเหม็นโฉ่

นายแพทย์หนุ่มเอื้อมปรับเบาะไฟฟ้าตรงตำแหน่งของตรีประดับให้ราบลง จับจัดศีรษะที่เอียงรูดไปกับกระจกตามจังหวะเลื่อนของเบาะนั่งให้เข้าที่ ก่อนที่เขาจะหยิบเอา Remover หรือแผ่นเช็ดเครื่องสำอางออกมาจากถุงที่พึ่งไปซื้อมา เริ่มเช็ดทำความสะอาดใบหน้าให้หญิงสาว ไม่ว่าจะเป็นคราบอ้วกตรงมุมปาก คราบลิปสติกที่เบลอเบิร์นไปรอบใต้จมูกถึงคางเรียว และคราบมาสคาร่า อายแชโดว์ อายไลน์เนอร์ รวมถึงรองพื้นแสนหนาที่แม่ตัวดีโบกทาเอาไว้แบบจัดเต็ม

“อื้อออออ อะไรเปียกๆเนี้ยพ่อ!”

“อยู่นิ่งๆ!”

             ตรีประดับขมวดคิ้วเมื่อตามใบหน้าและลำคอถูกความเย็นบางอย่างไล้ผ่านไปมาเบาๆ เธอพยายามปัดป้องและดันเจ้าสิ่งนั้นออกไป แต่สุดท้ายก็โดนคนที่เธอคิดว่าเป็นบุพการีหักนิ้วเบาๆราวกับจะบอกว่าถ้าเธอไม่นิ่งตามคำเตือน เขาก็จะทำแบบนี้เรื่อยไป

หญิงสาวขมวดคิ้วและเบะปากอีกครั้ง ก่อนความง่วงจะทำให้เธอค่อยๆหลับไปอย่างรวดเร็ว

ตลอดระยะเวลาในการเช็ดเครื่องสำอางให้หญิงสาว คนเป็นหมอก็ยังคงคีพลุคด้วยใบหน้านิ่งสนิทแบบเดิม ทว่าเขากลับทำทุกอย่างอย่างรวดเร็วคล่องแคล่ว ราวกับนี่มิใช้ครั้งแรกที่ต้องมาดูแลคนหมดสภาพคนนี้

...ใช่แล้ว ก็นี้มันตั้งครั้งที่ 20

ครั้งที่ 20 ที่เขาต้องมาเห็นตรีประดับอกหักแบบนี้

ครั้งที่ 20 ที่เขาต้องมาหอบเอาคนเมามายกลับบ้าน

ครั้งที่ 20 ที่เขาต้องมองเห็นเธออ้วก เห็นการนอนตัดพ้อ ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อ และสุดท้าย...เห็นน้ำตา

ทั้งที่ปกติหญิงสาวไม่ใช่คนดื่มหรือเที่ยวกลางคืนเลยด้วยซ้ำ ตรีประดับนับว่าเป็นคนที่รู้หน้าที่ของตัวเองในระดับที่คนอย่างเขายังนับถือ เธอเป็นคนเก่ง หัวไว มีความสามารถและมีความมั่นใจ แม้จะมีความคิดผิดแปลกจากชาวบ้านไปบ้าง แต่นั้นมันก็คือวิสัยของคนเป็นครีเอจมิใช่หรือ หญิงสาวไม่เคยเหลวไหลจนเสียงานเสียการ ทว่าเธอมักจะน็อตหลุดอย่างนี้ทุกครั้งที่มีเรื่องความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง…

หลุดทุกครั้งที่คนรักของเธอตัดร้างความสัมพันธ์

หมอหนุ่มคิดในจังหวะสุดท้ายที่เขาใช้แผ่นทำความสะอาดเช็ดใบหน้าให้ตรีประดับเสร็จ นัยน์ตาคมของคนที่นิ่งสงบมาตลอดจ้องมองใบหน้าของคนข้างบ้านซึ่งพวงตำแหน่ง‘คนในครอบครัว’ มาด้วย

ใบหน้าของคนหมดสภาพยังคงเห่อแดงเพราะพิษแอลกอฮอล์ที่ยังหลงเหลืออยู่ เปลือกตาใต้วงคิ้วสีอ่อนปกปิดนัยน์ตากลมโตเอาไว้ มันปิดสนิทแน่นราวกับเธอกำลังหลับลึกและคงไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว จมูกได้รูปไม่โด่งเกินไปไม่เล็กเกินไปมีปลายเชิดเล็กน้อยบอกอุปนิสัยของลูกสาวเพียงคนเดียว มันจรดลงมาบนเรียวปากอิ่มสีซีดซึ่งมีความชมพูระเรื่อซ่อนอยู่ภายใน กลีบปากอบอุ่นที่ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว

เขาเคยครอบครองและได้สัมผัสมัน...

“หึ อย่างแกน่ะไอ้ตรัน ไม่มีวานเชิดชูเกียรติวงศ์ตระกูลได้เป็นอันคาด!”

ทว่าจู่ๆการขยับอย่างกะทันหันของคนถูกจ้องก็ทำให้ปุริมชะงัก เขาหยุดความคิดเรื่อยเปื่อยที่มักผุดขึ้นในใจเสมอเวลาตัวเขาเสียการควบคุม ก่อนหมอหนุ่มจะกลับไปนิ่งคิดเรื่องบางอย่างในใจพรางปรายตามองคนเมาที่เริ่มชี้โบ้ชี้เบ้กลางอากาศ

“สภาพแบบนี้…กลับ‘บ้านเรา’ก็แล้วกัน”

ก่อนจะตัดสินใจเอื้อมตัวเข้าไปใกล้หญิงสาว คาดเบลท์ให้ แล้วขับรถออกไป

 

 



ผกายฤทธิ์


 

เสียงกีต้าร์โปร่งตัวเก่าดังเล็ดออกมาจากบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ เสียงที่ฮัมเบาๆ ไปตามทำนองเพลงเศร้ามีแววอาทรคล้ายกำลังรำพึงรำพันถึงใครบางคนที่จากไปไกลแสนไกล นัยน์ตาดำขลับของผู้บรรเลงและขับร้องเช่น ‘ผกายฤทธิ์’ มีแววอ่อนล้าอยู่ภายในขณะเหม่อมองไปยังผู้หญิงในกรอบรูปซึ่งแขวนอยู่ห่างออกไปตรงผนังบ้าน

การจากไปของ ‘หทัย’ ภรรยาแสนรักนำพาความเศร้ามาสู่จิตใจของอดีตมือกีต้าร์วง ‘เพื่อนชีวิต’ วงดนตรีแนวคันทรีของไทยซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ทว่าขณะเดียวกันที่ความเศร้าจากการสูญเสียแทรกเข้ามาจนใจของเขาแทบด้านชา ความสุขน้อยๆที่ชื่อว่า ‘ตรีประดับ’ ก็ลืมตาดูโลกและมอบรอยยิ้มทั้งน้ำตามาให้

นัยน์ตาของชายวัยเฉียดห้าสิบเหลือบไปมองยังรูปใบน้อยที่ตั้งอยู่ข้างตัว ใบหน้ากลมแป้นของเด็กหญิงตรีประดับ แก้วตาดวงใจของเขากำลังส่งยิ้มสดใสกลับมาให้ ลูกสาวแสนรักที่เกิดมาด้วยความไม่พร้อมเพราะทั้งพ่อและแม่ยังอยู่ในวัยเรียน ทว่าเขาและหทัยก็ยินดีที่จะเก็บเด็กน้อยไว้ ตัวเขาออกจากโรงเรียนเพื่อหาเลี้ยงภรรยาและลูกในท้องด้วยอาชีพนักดนตรีในร้านเหล้า อันเป็นสิ่งเดียวในชีวิตคนเหลวแหลกอย่างเขาที่สามารถทำได้ ทว่าหลัง 9 เดือนแห่งความเปลี่ยนแปลง ครรภ์น้อยนั้นกลับพรากเอาลมหายใจของหทัยไป แม้จิตใจของนักดนตรีหนุ่มจะอ่อนแอ อยากจะปลดระวางสังขารตามภรรยาไป ทว่าสัญญาใจที่ลั่นเอาไว้ว่าจะอยู่เพื่อดูแลลูกสาวตัวน้อย ทำให้คนเป็นพ่อกัดฟันทน เขามุ่งหน้าสู่การเป็นนักดนตรีมืออาชีพ ออกทัวร์คอนเสิร์ตกับเพื่อนๆในวงเพื่อหาเงิน เก็บหอมรอบบิมและเลิกสำมะเลเทเมา ทั้งหมดนั้นก็เพื่อให้ตัวเองเป็นผู้เป็นคน เพื่อสร้างอนาคตให้ลูกสาว หลังจากตรีประดับเรียนจบคณะที่ใฝ่ฝัน เขาก็ประกาศรามือจากอาชีพตัวเอง กลับมาใช้ชีวิตเรียบง่าย อย่างการเปิดโรงเรียนสอนดนตรีเล็กๆที่บ้าน เพื่อให้ตนมีเวลาว่างเฝ้ามองการเติบใหญ่ของบุตรสาวเพียงคนเดียว

ในชีวิตของผกายฤทธิ์มีตรีประดับเป็นเหมือนความชื่นใจของเขา เป็นความสุขที่เขาไม่ต้องการสิ่งใดมาเติมเต็ม กว่ายี่สิบปีที่เขาสูญเสียภรรยาและแม่ของลูก นักดนตรีรุ่นเก๋าไม่เคยมีหญิงใดข้างกายอีก เสือถอดเล็บได้ถอดซึ่งพิษคมเขี้ยวไปตั้งแต่รู้ตัวว่ามีลูก และมันคงเป็นอย่างนั้นต่อไป

จนกว่าจะถึงเวลาที่เขาจะได้ไปพบหทัย...หัวใจดวงแรกของเขา

รอยยิ้มตรงมุมปากของคนเป็นพ่อยกขึ้นอย่างน้อยครั้งที่ใครจะได้เห็น แต่มันกลับถูกบดบังด้วยหนวดซึ่งถูกตกแต่งเอาไว้อย่างดี  ทว่าในขณะที่ผกายฤทธิ์กำลังนั่งยิ้มอยู่นั้นเอง ความคิดทั้งหมดทั้งมวลของเขาก็ถูกทำให้หยุดลง ด้วยเสียงรถ SUV สัญชาติอังกฤษที่ขับมาจอดด้านหน้าบ้าน

นิ้วมือเรียวยาวอย่าคนที่จับกีต้าร์มาแทบจะทั้งชีวิตจับคอเครื่องดนตรีบนตักก่อนจะยกกลับไปวางตรงขาตั้งโชว์ ร่างสูงของชายวัยเลยแก่หยัดยืนขึ้นเต็มความสูง

‘โฮ่ง!’

แต่ดูเหมือนจะมีคนไวกว่า เพราะบัดนี้เจ้า ‘ส้มแสด’ สุนัขพันธ์เวลช์คอร์กี้ที่นอนหมอบพิงขาผกายฤทธิ์อยู่กลับวิ่งทะยานส่ายหางดุ๊กๆไปทางประตูด้านหน้า มันยืนส่ายก้นอยู่อย่างนั้น ทำราวกับมันจำเสียงรถของผู้มาเยือนได้

ผกายฤทธิ์มองกิริยาหมาของบุตรสาวก่อนจะเดินตามไป เอื้อมมือเปิดประตูหน้าบ้านเพื่อปล่อยเจ้าหมาตัวกลม ก่อนเขาจะเงยหน้ามองไปยังรถของแขกยามวิกาล และภาพที่เห็นก็ทำให้คนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อ ซ้ำยังเป็นนักเลงเก่าเย็บวาบไปทั่งตัว!


 

ปุริมอุ้มตรีประดับลงมาจากรถของเขาอย่างทุลักทุเล เขาพยายามปลุกแม่ตัวดีให้ตื่นแล้ว แต่เหมือนเธอจะยิ่งเพ้อและตัดพ้อเสียงดังเข้าไปใหญ่ ความเป็นคนไม่ชอบให้เกิดความวุ่นวายและกลัวเสียงของเจ้าหล่อนจะไปรบกวนใครๆ เขาจึงเลือกที่จะอุ้มหญิงสาวลงมาเสียเอง ทว่ายัยคนข้างบ้านกลับรีบกระโจนเข้าหา ยกขาเกี่ยวกระหวัดรัดเอวสอบของเขาในท่าเดิม ทำให้เขาจำต้องสอดมือรับน้ำหนักและกระชับตัวเธอให้แนบแน่นเพราะกลัวเธอจะตกตุ้บลงไป แต่เขาลืมคิดไปว่าท่าทางอย่างนั้นออกจะดูไม่ดีไม่งามไปซักหน่อยในสายตาผู้หลักผู้ใหญ่

โดยเฉพาะในสายตาของผู้หลักผู้ใหญ่ที่กำลังจ้องเขม่งมา ที่สำคัญยังเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่หวงลูกสาวราวกับจงอางหวงไข่อีกด้วย!

นายแพทย์ปุริมเดินเข้าไปหาผกายฤทธิ์ทั่งที่ยังอุ้มลูกสาวของคนมองเอาไว้ใน ‘ท่าลิงอุ้มแตง’ เขาไม่ได้หลบเลี่ยงสายตาของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย กลับยังคงสบตาจริงจังกระทั่งมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเพื่อนของพ่อซึ่งเขาเคารพรักและนับถือ

“เมาครับ”

“อืม…อีกแล้วสินะ”

ผกายฤทธิ์ขานรับเบาๆโดยที่ยังจับจ้องคนที่เขานับเป็นลูกชายและลูกสาวแท้ๆซึ่งยังเกี่ยวกันไว้อยู่ในท่าลิงอุ้มแตง

ผู้ชายสองคนในส่วนสูงใกล้เคียงกันมองหน้ามองตากันอย่างไม่มีใครหลบเลี่ยง ก่อนผกายฤทธิ์จะยิ้มมุมปาก ยกมือตบไหล่นายแพทย์หนุ่มอย่างออมน้ำหนัก แล้วเบี่ยงเปิดทางให้ชายหนุ่มอุ้มแม่แตงร่มใบของพ่อจงอางหวงไข่เข้าไปในบ้าน


 

ปุริมวางตรีประดับบนโซฟาตัวยาวกลางห้อง หญิงสาวทำท่าเหมือนจะตื่นเมื่อถูกแกะมืออันเหนียวหนึบออกจากร่างสูงโปร่งของคนเป็นหมอ

“อื้ออออ”

เสียงครางเบาๆดังออกมาจากเรียวปากอิ่มของร่างเพียวในชุดเดรสตัวสวย ก่อนหญิงสาวจะพลิกกายไปมา สีหน้าบึ้งตึง ควานหาหมอนมาหนุนอิงแล้วนิ่งนอน นายแพทย์หนุ่มเมื่อเห็นตรีประดับนิ่งลงแล้วก็ตั้งท่าจะลากลับบ้าน แต่พอหันไปพบผกายฤทธิ์เดินเข้ามาใกล้ พร้อมน้ำในอ่างและผ้าขนหนูเนื้อละเอียดเขาก็หยุดเท้าและเฝ้ามอง

“เล่าให้ลุงฟังหน่อย”

เสียงราบเรียบเอยขึ้นขณะที่รุ่นเก๋ากว่านั่งลงบนโซฟาใกล้กับบุตรสาว นายแพทย์ปุริมมองคนหน้าดุที่เริ่มบิดผ้าจนหมาดน้ำแล้วเช็ดตามตัวและใบหน้าให้ตรีประดับ เขายอมนั่งลงยังโซฟาตามฝ่ายตรงข้าม เริ่มเล่าสิ่งที่ทราบและสิ่งที่พอเดาได้ให้บุพการีของอีกฝ่ายฟัง

ผกายฤทธิ์ไม่ได้พูดอะไรครั้นฟังวีรกรรมความอาภัพรักของตรีประดับจบ เขาทำเพียงเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้บุตรสาวอย่างถนอม ในครานั้นเองที่เปลือกตาสีอ่อนของคนไม่ได้สติเริ่มไหว ผกายฤทธิ์ยั้งมือของตนลง นิ่งมองกิริยาของบุตรสาวที่ดูยังไม่สางเมาไปเสียทีเดียว

นัยน์ตากลมโตของตรีประดับค่อยๆ ลืมมองคนตรงหน้า เมื่อเธอเห็นว่าใบหน้าใจดีนั้นคือบุพการีมิใช้คนใจร้ายที่กระทืบหัวใจของเธอจนแหลกคามือก็เริ่มร้องไห้ หญิงสาวถลาเข้าหาผู้เป็นพ่อ ซบไหล่กว้างอย่างคนร่างกายบาดเจ็บที่ต้องการที่หลบภัยซักแห่งไว้รักษาตัว

“พ่อ…”

“ว่ายังไงไอ้หนู”

ผกายฤทธิ์เอ่ยทักบุตรสาวที่โตเป็นสาวจนเลยวัยสาวไปแล้ว ทว่าสรรพนามที่คนเป็นพ่อใช้เรียกกลับไม่เคยเปลี่ยนไปเลย มืออุ่นยกลูบศีรษะเล็ก ภายในใจรู้สึกคันยิบเมื่อเห็นน้ำตาสีไสไหลออกมาจากหางตาแก

“ฮึก พ่อออ” หญิงสาวร้องเรียกผู้เป็นพ่ออีกครั้ง ก่อนเธอจะพูดเสียงสั่นระบายความปวดร้าวข้างในจิตใจออกมา “หนูโดนทิ้งอีกแล้ว ฮือๆ”

ผกายฤทธิ์เขยิบเข้าใกล้บุตรสาว กอดตอบร่างสั่นทึมของอีกฝ่ายคล้ายกำลังปลอบใจ

“…มันทำอะไร”

“ฮึก รันโทรมาขอเลิกหนู เขาบอกว่าเขาหมดรักหนูแล้ว ฮือๆ หมดรักอะไรกัน เราสองคนกำลังจะหมั้นแท้ๆ ฮือ หนูเจ็บตรงนี้จังพ่อ ไม่มีแผลแต่ทำไมหนูเจ็บ”

คนเมามายร้องถามพลางชี้ไปตรงตำแหน่งหัวใจ สติขอเธอค่อยๆกลับมาแม้จะไม่ครบทั้งหมด กระนั้นน้ำตาสีใสก็ยังไหลอาบแก้มไม่หยุด น้ำตาที่เป็นดั่งพยานปากสำคัญว่าความปวดร้าวได้เคลือบอยู่ทั่วหัวใจเธอ แม้ความเมามายกี่สิบดีกรีก็ไม่อาจพาเธอหนีจากความเสียใจนี้พ้น

นัยน์ตาวาวโรจน์ของคนเป็นพ่อเหลือบมองไปยังปืนประดับตรงผนังบ้าน ในสมองนึกถึงตรัน หนุ่มนักเรียนนอกอนาคตไกลที่คบหาดูใจกับบุตรสาวของตนมากว่าครึ่งปี คนเป็นพ่อคาดหน้าอยู่แล้วว่าผู้ชายคนนี้ดูไม่เอาไหน นัยน์ตาไม่สบคน ท่าทางเหลาะแหละไม่จริงใจ ซ้ำยังพูดไทยคำอังกฤษคำฟังไม่รู้เรื่อง ไม่เคยคิดถูกชะตาตั้งแต่ตรีประดับพามาแนะนำตัวที่บ้าน

‘ไอ้ผู้ชายท่าทางตุ้งติ้งเหมือนตุ๊ด นิสัยยังเหมือนตุ๊ดอีก!’

ทว่าความกรุ่นโกรธเพราะมีคนมาเหยียบย้ำดวงใจกลับชะงักลงหลังจากนั้น เมื่อนัยน์ตาดุดันของผกายฤทธิ์เหลือบไปเห็นใบหน้าแสนคิดถึงของภรรยาแสนรักซึ่งกำลังยิ้มตอบกลับมาภายในกรอบรูป พลันนั้นความกรุ่นโกรธของเขาก็เย็นลงหนึ่งระดับ จากที่อยากฆ่าอดีตคนรักบุตรสาวให้ตาย

ก็เปลี่ยนเป็นอยากทำให้ปางตายแต่ไม่ถึงกับตายพอ!

ผกายฤทธิ์กอดรัดร่างบุตรสาวเมื่อตัดสินใจได้ว่าจะทำเช่นไรกับอดีตคนรักของแก ทว่าตัวคนเป็นพ่อไม่อยากให้ตรีประดับรับรู้ความคิด จึงปรับสีหน้าท่าที ยกมือข้างหนึ่งลูบเส้นผมนุ่ม อีกข้างตบแผ่นหลังเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจ

“เฮ้อ ไอ้หนูเอ้ย…โตแล้วนะลูก ทำไมชอบทำให้พ่อเป็นห่วงอย่างนี้”

คำพูดเบาๆที่คล้ายไร้พิษสรงใดกลับทำให้สติที่กระเจิงไปไกลของตรีประดับกลับมารวมกันในบัดดล

“ทุกครั้งที่เห็นปริมร้อง พ่อจะคิดเสมอว่าเป็นเพราะพ่อดูแลปริมไม่ดี ถ้าแม่เขารู้คงจะผิดหวังในตัวพ่อ พ่อไม่มีหน้าไปพบแม่เขาแล้วปริม…ขอโทษนะลูก”

หญิงสาวสะอึกกับคำพูดและน้ำเสียงเหนื่อยล้าของผู้เป็นพ่อ และเธอเริ่มรู้สึกผิด

ใช่ เธอทำพ่อเหนื่อยล้ามาหลายต่อหลายครั้ง ทั้งที่เธอโตจนป่านนี้ แต่กลับยังสร้างความทุกข์ใจให้พ่อไม่เลิกราเลย เธอไม่รู้ตัวเลยว่าได้ยัดเหยียดความทุกข์ใจให้พ่อไปเท่าไร พ่อที่พยายามทำเพื่อเธอมาทั้งชีวิต พ่อที่เป็นผู้ชายแสนดีที่เธอยกเป็นต้นแบบของสามีในอนาคต ว่าหากจะต้องแต่งงานกับใครซักคน ผู้ชายคนนั้นต้องดีได้เท่าพ่อ ต้องรักลูกรักเมีย และมีความซื่อสัตย์ได้เท่าพ่อของเธอคนนี้

หลังจากที่แม่ตายไปพ่อดูแลเธออย่างดี พ่อทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เธอร้องไห้ ทว่าดูตัวเธอสิ เธอกลับเอาร่างกายที่พ่อถนอมไปสำมะเรเทเมา เอาหัวใจที่พ่อรักไปให้คนอื่นเหยียบยำและยอมให้ผู้ชายหน้าตัวเมียคนนั้นมีสิทธิเหนือมัน ทำไมเธอถึงได้เป็นคนอกตัญญูแบบนี้นะ!

หญิงสาวนิ่งงันและเลิกร้องไห้ไปแล้วในตอนนี้ เธอเหลือบตาขึ้นมองชายหนุ่มอีกคนซึ่งเธอพึ่งรู้เดี๋ยวนั้นว่าเขาอยู่ที่นี้ด้วย นัยน์ตาแสนคุ้นเคยของคนตรงหน้าเต็มไปด้วยรอยตำหนิ สายตาที่เธอไม่ชอบเลย ไม่ใช่เพราะเธอไม่ผิด แต่เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายตำหนิถูกทุกอย่าง เธอถึงไม่ชอบมันอย่างไรเล่า

ตัวต้นเหตุหลบตาปุริมโดยการเบือนใบหน้าหนี น้ำตาของเธอท่วมท้นอีกครั้ง เธอสงสารพ่อ อายนายแพทย์ปุริมและนึกโกรธแค้นตรัน ผู้ชายที่หยามเธอ ผู้ชายที่ยอดแย่พันธ์นั้นมีสิทธิอะไรมาทำให้เธอและพ่อเศร้าเสียใจ! ที่สำคัญ ไอ้หมอนั้นมีสิทธิอะไรถึงกล้ามาทำให้เธอขายขี้หน้าต่อหน้าไอ้คุณหมอปุณณ์!

หึ ไอ้ตรัน! ไอ้ผู้ชายหน้าตัวเมีย รอบหน้าเจอกันฉันจะทบต้นทบดอกแกให้สาสมเลย!

คนอารมณ์พลิกคิดปรามาสอดีตคนรักเมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้วในใจ แผนการมากมายประดังขึ้นในหัวของยอดนางพญาแห่งบริษัทคีย์นิวเอจ ทว่าในขณะที่สองมือของเธอเริ่มกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ร่างสีส้มจัดจ้านของสุนัขพันธ์เตี้ยแสนคุ้นเคยกลับวิ่งอย่างร่าเริงเข้ามาภายในห้อง และที่ใต้ปากซึ่งหยาดไปด้วยน้ำลายของมัน ได้คาบวัตถุปริศนาบางอย่างมาด้วย

แต่เดี๋ยว… นั้นส้มแสดคาบอะไรเข้ามาน่ะ ทำไมดูคุ้นๆ คล้ายกับเป็นของรักของหวง…

ตรีประดับคิดก่อนจะผละออกจากอ้อมกอดผู้เป็นพ่อ เธอขยี้ตาก่อนจะรี่ตาจ้องมองเจ้าวัตถุปริศนานั้นอย่างตั้งใจ…

“เฮ้ย!!!”

----------------------------------
ชอบไหม เม้นบอกด้วยนะคะ ดีไม่ดีหนูจะได้ปรับปรุง // ยืนตรงก้มหน้ามองสองมือที่ผสานกันไว้ (มีความเจียมตัว)


รสสภัน/นัสสภร  : รับทราบคร่าา
ChaowEva  : 555 ให้เป็นนางเอกบทนึ่งก็ดะ
Juk Naja  : นั้นเสะ หมอเนี้ยไม่รู้เรื่องเล้ยยยย
mummy_yaoi  : รอดูพ่อดูแลลูกน้า อ้าย
YaaYaaaa  : 555 มาดามไม่รั่วหร้อกกก คอยดู
Loris.  : พ่อเราไวกว่านั้น 55555555
JanyaRuadrew  : 555 อย่าพึ่งอ้วกเองซะละ
Koy Jung  : ขอบคุณคร่าา
NichThaNuT : พระเอกคือคุณหมอสายพันหนุ่มวิดวะ อ้ายยยๆ
Poonah3943  : จัดชุดใหญ่ให้เลย เต็มๆ
มังน้อย : นิสเดียวววววว
เปีย จะบอก  : ขอบคุณคร่าาา เย่ๆๆ
mitsu : ดีใจที่หลอกคนให้เข้ามาด้าย กร๊ากกกกกกก
ธรมาน : อย่าเลย แค่นางเอกเราคนเดียวก็เป็นภัยกับโลกมากพ่อแล้ว 55
ฮอตเทส : อีกนาน มีเวลาเก็บบ ซื้อซัก2 เล่มนะ กิกิ
hamtaroaee  : ขรึมแต่จริงๆใจดีน้า
Ning Oo : ยอมใจนาง
Sevilla  : 5555 มีป้ายฟงป้ายไฟ!!
zobey6366 : ไอนี้ เปิดเรื่อง 2 ตอนก็จะแย้งพระเอกฉันซะแล้วววววววววว
ppiyada  : สายย่อ ต้องเอาให้สุด 55
นู๋นก : นึกท่าเต้นทางออกใช่มะ
Miniko song : ไม่แปลกใจที่ยังโสด กร๊ากกกกกกกกก
wanpink  : รับทราบแจะ
koy_areekily : นางเอกชื่อปริม ไรท์เขียนผิด 55555555
JanyaRuadrew  : ชอบไม่พอต้องรัก รักไม่พอต้องติดตาม ฝากเป็นกำลังใจเจ้ด้วยน้าาาาาา
NichThaNuT : ลิงถือลูกท้อๆ
RawiK : เดี๋ยวก็ชิน 55555555 มันต้องใช้เวลาปรับตัวววว
Poonah3943  : เพลงนี้เฌอมาฟังบนรถ ฟังทีไรเหยียบเลนขวาตัลลอดดดดดดดดดด
Soodteerak San D : กร๊ากกกกกกกก คนมันเมา ไม่รู้เรื่องหร้อกกกกกกกก
mummy_yaoi  : ดีใจที่ชอบนาาาาาาา
ธรมาน  : เห็นภาพใช่ไหม กร๊ากกก
rubiieye : ขอบคุณคร่าา ชอบคำนี้จัง ไม่ทำให้ผิดหวังเนี้ยย >_<
สิริลักษณ์ เรืองศรีธัญกิจ  : ขอรั่วนิสนึ่ง 5555555555555555555
Riboflavin : พ่อหล่อเชียววววววววววว




 

ฝากกดติดตามเพจด้วยจ้า
v
v

 



 

_______________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นตามจิตนาการและความคิดของผู้แต่งเท่านั้น ทั้งตัวละคร เนื้อเรื่อง สถานที่ ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงบุคคลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มอรรถรสเนื้อหาของนิยายให้มีความน่าสนใจขึ้นเท่านั้น ผู้อ่านที่รักโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ
นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 
ห้ามคัดลอก  ทำซ้ำ ดัดแปลง
หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งใน นิยายไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นการกระทำที่มีความผิดทางกฎหมายตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติที่ได้ระบุไว้และจ่ายค่าเสียหายตามแต่เจ้าของผลงานจะกำหนด
[ สำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ สมาคมนักเขียน ]

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 161 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,240 ความคิดเห็น

  1. #13222 Ciel En Rose (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:31
    อ้วกใส่เป๋าแพงงงง
    #13,222
    0
  2. #12121 NatweeNoo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 00:07
    หมอโหดมากค่ะ ให้อ้วกใส่กระเป๋าตัวเอง 5555555

    -----------------------------------------

    รับจ้างพิมพ์งานค่ะ ส่งได้ทั่วประเทศทางไปรษณีย์ ติดต่อ 0818088069
    Word ภาษาไทย หน้าละ 5 บาท / Word ภาษาอังกฤษ หน้าละ 7 บาท
    *ราคาอาจเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสมหากเป็นงานเร่ง) **ยังไม่รวมค่าปรินท์


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 16 กรกฎาคม 2560 / 00:27
    #12,121
    0
  3. #11679 Parkjimin19 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 22:17
    เราเดาว่าไม่กางเกงในก็เสื้อใน ไม่ก็....กระเป๋า!!!!!
    #11,679
    0
  4. #9697 PLUS-P (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 19:08
    คาบเป๋ามาใช่ไหม 5555555
    #9,697
    0
  5. #8379 แม่หญิงหญิงหญิง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 03:12
    พี่หมอ... ให้อ้วกใส่กระเป๋าเลยหรอ พี่หมอจะใจร้ายไปแล้วนะ!!!!
    #8,379
    0
  6. #7745 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 20:25
    หมอ ปุริม น่ารักจังเลยอะ ว่าแต่ส้มแสด คาบอะไรมาอะ
    #7,745
    0
  7. #7060 BB oi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 18:04
    คาบอะไรมานะ
    #7,060
    0
  8. #4864 atenxinz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 13:24
    พึ่งเข้ามาอ่านได้สองตอน ขอบอกว่าชอบมากๆ ค่ะ
    ออกตัวก่อนว่าไม่เคยอ่านภรรยาเจ้ามาก่อน แต่พออ่านเรื่องนี้ติดใจเลยค่ะ กดติดดาวแค่อ่านบทนำ
    ชอบสุดๆเลยค่ะ
    #4,864
    0
  9. #4765 nangpranee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 03:40
    สำมะเลเทเมา  ไม่ใช่  สำมะเรเทเมา
    #4,765
    0
  10. #4287 9namfon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 15:18
    คุณหมอ
    #4,287
    0
  11. #3573 มูตี้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 15:38
    ^_____^
    #3,573
    0
  12. #1757 tob y (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 01:19
    ย้อนมาอ่านอีกรอบเพื่อลดความโกรธที่มีให้คุณปุริมในตอนล่าสุด =.=
    #1,757
    0
  13. #1605 I:AM XXI (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 19:28
    หมอดูมีซัมติงนะคะ
    #1,605
    0
  14. #1575 noodao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 16:15
    พร้อมไปทุกแย่างแบบนี้ทำไมโดนทิ้งนะ
    #1,575
    0
  15. #1326 1661507 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 18:01
    ขอแก้คำผิดค่ะ
    จ้องเขม่ง เป็น จ้องเขม็ง
    เหยียบย้ำ เป็น เหยียบย่ำ
    #1,326
    0
  16. #1110 las vegus (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 02:28
    หมอแอบมีซัมติงในใตชิม้ายนนน
    #1,110
    0
  17. #1056 TeeLeeChen (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 21:25
    ไปจูบกันตอนไหนคร๊ะ
    #1,056
    0
  18. #992 Fresher Aeolus Zephyrus (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 21:31
    เง้อ ปกติผมไม่อ่านนิยายรัก แต่ไหงไปๆมาๆเริ่มติด 555
    ผู้ชายไม่ค่อยใช้สรรพนามแทนตัวว่า ฉัน ครับ มันดูตุ๊ดไป
    ถ้าเรียกลูกสาว อีหนู มันเหมาะกว่า -หนูนะครับ เหมือนเรียกเด็กชาย ==
    - sheet sheet ไรนั่น งงว่าพระเอกทำไมทำเป็น แถมทำมา21ครั้ง สาบานได้ว่าผู้ชายร้อยทั้งร้อยใช้แม่งไม่เป็นหรอก และจะมาลงทุนไปศึกษามาเช็ดให้รำคาญตายชัก ส่งให้ที่บ้านสาวเช็ดให้น่ะดีแล้ว (กรณียังไม่ใช่แฟน ถ้าแฟนคงต้องดูแลหน่อยล่ะมั้ง)
    #992
    0
  19. #854 9namfon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 02:29
    ออกสู่ซอยทองหล่อ 10 = ออกจากซอยทองหล่อ 10
    ที่ไม่รับไม่ได้ = ที่รับไม่ได้
    นั้นมันพ่อเธอ = นั่นมันพ่อเธอที่ไหน
    ทว่ตรีประดับ = ทว่าตรีประดับ
    กับแกล้มนิดๆหน่อย = กับแกล้มนิดๆหน่อยๆ,นิดหน่อย
    ยังมีต่อไปมีระยะใหญ่ = ยังมีต่อไประยะใหญ่
    มิใช้ครั้งแรก = มิใช่ครั้งแรก
    ก็นี้มันตั้ง = ก็นี่มันตั้ง
    แต่นั้นมันก็คือวิสัย = แต่นั่นมันก็คือวิสัย
    ได้เป็นอันคาด! = ได้เป็นอันขาด!
    ชี้ไม่ชี้มือ = ชี้ไม้ชีมือ
    เก็บหอมรอบบิม = เก็บหอมรอมริบ
    ทว่าในในขณะ = ทว่าในขณะ
    เย็นวาบไปทั่งตัว = เย็นวาบไปทั้งตัว
    ทั่งที่ยังอุ้ม = ทั้งที่ยังอุ้ม
    ว่ายังไง-หนู = ว่ายังไงไอหนู
    น้ำตาสีไส = น้ำตาสีใส
    จากหางตาปรินทร์ = จากหางตาตรีประดับ
    หนูจับได้ว่ารันมีคนอื่น = หนูจับได้ว่าตรันมีคนอื่น
    พ่อคาดหน้าอยู่แล้ว = พ่อคาดล่วงหน้าอยู่แล้ว
    เหยียบย้ำดวงใจ = เหยียยย่ำดวงใจ
    -หนูเอ้ย = ไอหนูเอ้ย
    ไร้พิษสรง = ไร้พิษสง
    ว่าได้ยัดเหยีด = ว่าได้ยัดเยียด
    ให้คนอื่นเหยียบย้ำ = ให้คนอื่นเหยียบย่ำ
    แบบนี้นะปรินทร์! = แบบนี้นะตรีประดับ!
    เขาอยู่ที่นี้ด้วย = เขาอยู่ที่นี่ด้วย
    -หมอนั้นมี = ไอหมอนั่นมี
    หึ -ตรัน = หึ ไอตรัน


    มาดามจัดหนักไอตรันเลย
    #854
    0
  20. #636 noodao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 16:37
    หมอกับปริมต้องเคยเป็นแฟนกันมาก่อนใช่ไหมอ่ะ
    #636
    0
  21. #618 0865421943 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 14:27
    ชอบๆ ชอบท่าอุ้ม 5555
    #618
    0
  22. #298 นู๋นก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 09:33
    ท่าเต้นนี่แว๊บมาเลยค่ะ เห็นภาพชัดเจน มีความรั่ว มีความซึม รักนาง #มาดามปริม #มาดามคานทอง ขอบคุณไรท์มากๆค่ะ สนุกมาก มีความสุขกับการอ่านสุดๆ #ยิ้มหน้าบาน 555
    #298
    0
  23. #267 novasi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 18:31
    ตกลงนางโดนบอกเลิก 17 หรือ 27 คะ ตอนยุกะพ่อ 17 ยุกะพระเอก 27 คืองงค่ะ
    #267
    0
  24. #207 9namfon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 22:49
    มาดามมมมม
    #207
    0
  25. #176 G G (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 22:37
    งงอายุ+ปีค่ะ



    ถ้าปิมอายุ เกือบ30

    ทำไมแม่เสียแค่20ปี
    #176
    0