คนละภพ (สนพ.ว้อนท์บุ๊ค, พิมพ์ครั้งที่ 2)

ตอนที่ 33 : บทที่ 14 : เรื่องที่ไม่ทันได้ตั้งตัว (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29,141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,687 ครั้ง
    9 ส.ค. 62

**เปลี่ยนชื่อแม่ของหลวงนิดเป็นคุณหญิงประดับนะคะ พอดีว่าจะใช้ยี่สุ่นมาเป็นชื่อของพี่สาวเจ้าจอมมารดากุหลาบ เห็นว่ายี่สุ่นหมายถึงกุหลาบเหมือนกัน ควรเอามาเป็นชื่อพี่น้องกันเน้อ ฮิฮิ



 

By เฌอมา

    

ถึ ง ม้ ว ย ดิ น สิ้ น ฟ้ า ม ห า ส มุ ท ร

ไ ม่ สิ้ น สุ ด ค ว า ม รั ก ส มั ค ร ส ม า น

เ เ ม้ เ กิ ด ใ น ใ ต้ ห ล้ า สุ ธ า ธ า ร

ข อ พ บ พ า น พิ ศ ว า ส ไ ม่ ค ล า ด ค ล า






ท่านหญิงแม้นวาดมองแผ่นหลังของโขลนคนหนึ่งที่หมอบเฝ้าอยู่เบื้องหน้า ฟังเรื่องราวความเป็นมาแสนพิสดารของ นักโทษวังนรังสรรค์ซึ่งพวกโขลนที่ท่านหญิงให้คนไปดักตามตัวมา เล่าว่าพลุบโพล่เข้าออกในเขตพระที่นั่งไพศาลทักษิณได้ทั้งที่พวกมันเฝ้าประจำทางเข้าออกอยู่ราวกับเรื่องอัศจรรย์ 

         ก่อนท่านหญิงวังดิเรกจะพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ โยนถุงเงินให้ถุงหนึ่งแล้วไล่ออกไป

         บ่าวคนสนิทออกไปส่งโขลนคนนั้นแล้วกลับเข้ามาเข้าเฝ้าท่านหญิงวาดที่ยังคงทำสีพระพักตร์คล้ายครุ่นคิดอยู่ แต่ยังไม่ทันถาม พระองค์กลับประทับยืน ออกพระโอษฐ์สั่งการ ให้คนเตรียมรถไปวังนรังสรรค์ทันที

         ทว่าทันทีที่มาถึง ท่านหญิงแม้นวาดกลับพบนางข้าหลวงใหญ่อย่างคุณยี่สุ่น นางสนองพระโอษฐ์ของสมเด็จหวังใหญ่ พ่วงท้ายฐานะพี่สาวของเจ้าจอมมารดากุหลาบด้วย ดูเหมือนคุณยี่สุ่นจะออกจากวังมาตามพระเสาวนีย์ของสมเด็จ แต่จะมาด้วยเรื่องใดนั้นท่านหญิงแม้นวาดไม่อาจรู้ได้

         “กราบคุณค่ะ หญิงไม่คิดว่าจะพบคุณที่นี่ พอดิบพอดีทีเดียว”

         คุณยี่สุ่นที่กำลังจะเดินทางกลับเข้าวังใหญ่เดียวนี้แล้วก้มลงหมอบเฝ้าท่านหญิงวาด ในขณะที่ทูลกระหม่อมกลางที่ดำเนินออกมาส่งนางสนองพระโอษฐ์ของพระชนนี ได้แต่ทอดพระเนตรนิ่งเฉยมองมา แต่ไม่เอ่ยโอษฐ์ทักทาย

         สายพระเนตรของเจ้าของวังที่มีทำนองพระปุจฉา(ถาม)ว่า หล่อนมาทำอะไรที่นี่ทำให้ท่านหญิงวาดรีบหมอบเข้าเฝ้าที่เบื้องพระบาทของพระองค์ ท่านหญิงไม่ได้สนใจคุณยี่สุ่นอีก เพียงแต่รายงานสาเหตุที่ถือวิสาสะมาวังนรังสรรค์โดยไม่ทูลขอก่อน

         “หม่อมฉันมาด้วยเรื่องของว่าที่พระชายาของพระองค์มังคะ”

         รับสั่งของท่านหญิงที่หมอบเฝ้าอยู่ที่พื้นทำให้ทูลกระหม่อมกลางขมวดพระขนง ในขณะที่คุณยี่สุ่นรีบเงยมอง แสนสงสัยว่าอีกฝ่ายมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับพระนัดดาของตน

         “หม่อมฉันได้ยินพวกโขลนหลวงมันว่า เมื่อไม่นานมานี้พระองค์หญิงแต้วแอบเสด็จเข้าไปในวังใหญ่จนโดนจ่าโขลนเฝ้าประตูจับไว้ได้มังคะ แล้วพวกมันยังพูดกันอีกว่า โชคดีที่ทูลกระหม่อมเสด็จมาพบเข้าถึงได้ช่วยกันออกมา หม่อมฉันจึงอยากจะรู้ความจริงมังคะ เพราะไม่ใช่ว่า พระองค์หญิงแต้วประทับอยู่ที่ปีนังนู้นเหรอหรือ”

         ทูลกระหม่อมกลางได้ฟังก็ไม่ได้มีท่าทีกระโตกกระตากใดๆ เพียงปราดพระเนตรมองคนสอดรู้ที่หมอบอยู่บนพื้นเท่านั้น 

ในความคิดของพระองค์ พวกโขลนนะรึจะออกปากชัดเจนว่าหญิงประลาดเป็นพระองค์หญิงแต้ว ลูกหญิงชั้นลูกหลวงมีอยู่มากมายเกลื่อนวังใหญ่ พวกมันจะจำกันได้หมดได้อย่างไร มีแต่ข่าวนี้จะถูกกุขึ้นมาสะมากกว่า และคนกุก็เห็นจะเป็นหล่อนที่ทะเล่อทะล่าเข้าวังพระองค์มาแบบนี้ แต่หล่อนไปรู้เรื่องราวมาได้ยังไงนี่สิ ซ้ำยังตรงดิ่งหมายมาเอาความถึงที่นี่ หึ หูตาว่องไวราวกับสับปะรดดีนักนะ 

ทว่าคุณยี่สุ่นกลับไม่นิ่งอย่างทูลกระหม่อมกลาง อีกฝ่ายทำตาโตเกินกว่าใครยามได้ยินว่าพระนัดดาโดนใส่ความ

“จะเป็นไปได้อย่างไรมังคะท่านหญิง พระองค์หญิงแต้วย่อมประทับอยู่ที่ปีนังกับเจ้าจอมมารดาของพระองค์อยู่แล้ว โขลนเฝ้าประจำอยู่ที่ไหนกันพูดจาเพ้อเจ้อ กลับไปต้องเรียกมารับหวายรับตรวนเสียบ้าง”

         ท่านหญิงวาดมองคุณยี่สุ่นที่มีน้ำโหขึ้นมา พระองค์ไม่คิดว่าอีกฝ่ายที่เป็นถึงป้าของเหล่ามหิตธรจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางด้วย กลับคิดว่าคุณยี่สุ่นกำลังทำเรื่องปกปิดไปพร้อมพวกมหิตธร เมื่อถึงทีจึงกล่าวแดกดันออกไป

“นั้นสิคะหญิงก็คิดอย่างนั้น แต่เอ พวกโขลนหรือจะกล้าพูดปลด จะเป็นไปได้ไหมว่าพวกมันไม่ได้โกหก แต่จู่ๆ ก็เกิดมี คนหน้าเหมือนพระองค์หญิงแต้วปรากฏตัวขึ้นมากลางวังใหญ่จริงๆ”

“เหลวไหล!

ทูลกระหม่อมกลางที่นิ่งฟังมาโดยตลอดตรัสว่า ทว่าท่านหญิงวาดกลับไม่ยอมปิดพระโอษฐ์ง่ายๆ

“หม่อมฉันแค่พูดไปตามที่ได้ยินมามังคะ ยิ่งพอรู้ว่าหลังโดยจับตัว พระองค์ก็พาคนหน้าเหมือนว่าที่พระชายาคนนั้นมาเก็บไว้ที่นี่ หม่อมฉันเลยตั้งใจจะมาขอดู ว่าหล่อนมีตัวตนจริงไหม และหน้าตาเหมือนพระองค์หญิงแต้วอย่างที่พวกโขลนมันว่าจริงหรือเปล่ามังคะ”

ทูลกระหม่อมกลางมองดวงพักตร์ของคนฉอเลาะ ดำริว่าควรต้องกำราบให้รู้ต่ำสูงซักหน่อย

“ที่นี่ไม่มีใครที่หล่อนว่าทั้งนั้น หรือถ้าจะมี แล้วมันกงการอะไรของหล่อนด้วย? รึคิดว่าหล่อนมีอำนาจอะไรจะมาตรวจสอบวังฉัน อำนาจของวังดิเรกงั้นรึ? บ้านหล่อนขวัญหัวอยู่สูงกันเสียจริงนะ!

ท่านหญิงวาดผงะ พระทัยหายวาบยามได้ฟังรับสั่งเย็นเยียบของทูลกระหม่อมกลาง จู่ๆคนลืมองค์ก็พลันได้สติขึ้นมา

หล่อนลืมไปได้อย่างไรว่าทูลกระหม่อมพระองค์นี้มีพระนิสัย ดุ นัก เพราะนังผู้หญิงหน้าหมือนคนนั้นคนเดียว ทำให้หล่อนเกิดขวัญกล้า บุ่มบ่ามเข้ามา ซ้ำยังต่อปากต่อคำกับทูลกระหม่อมกลางจนพระองค์พิโรธอีก!

“มะ หม่อมฉัน กราบขอประทานอภัยเพคะ”

แต่ทูลกระหม่อมกลางรึจะปล่อยคนกำเริบเสิบสานคิดท้าทายพระองค์ไปง่ายๆ เรื่องบีบเค้นใจคนพระองค์สิถนัดนัก ขนาดหญิงประหลาดที่...พระองค์ยังขู่จนเป็นลมเป็นแร้งมาแล้วเลย แล้วนับประสาอะไรกับท่านหญิงที่พระองค์ไม่สนค่าพระองค์หนึ่ง

“ฉันไม่ให้อภัย เห็นทีคงต้องเรียกพระองค์ดิเรกพ่อของหล่อนมาต่อว่าเสียหน่อย ว่าอบรมพระธิดาอย่างไรให้น้อยมารยาทสตรีอย่างนี้ เป็นหญิงไม่อยู่ติดเรือน กลับแล่นไปทางนั้นทีทางนี้ที ไม่สมเป็นเชื้อพระวงศ์ซักนิด ถ้าฉันเป็นพ่อหล่อน คงอายพิลึก”

ท่านหญิงวาดหน้าม่าน พระพักตร์แดงกร่ำอย่างอับอาย ไม่กล้าแม้แต่จะเงยมองฟ้ามองดิน มองบ่าวไพร่รอบตัวอีก ทว่าทูลกระหม่อมกลางไม่ได้สนใจจะต่อว่าต่อ พระองค์หันมองนางสองพระโอษฐ์ของสมเด็จมารดา เรียกให้ลุกขึ้นจากพื้น

"กลับเข้าวังไปทูลสมเด็จแม่เถอะว่าฉันรับรู้พระเสวนีย์ที่ฝากมาทูลแล้ว และฉันไม่ขัดข้องหากทรงหมายพระทัยจะหาฤกษ์งามยามดีของวันเสกสมรสกับ 'คนที่ปีนัง' ให้ เพียงแต่ฝากแม่ยี่สุ่นไปกราบบังคมทูลสมเด็จท่านหน่อยว่า อย่าได้ทรงเร่งรัดทางนั้นเลย 'คนที่ปีนัง' พร้อมเสด็จนิวัติกลับมาแต่งเมื่อไรก็ให้เป็นไปตามนั้นเถอะ...ฉันรอได้"

คุณยี่สุ่นก้มกราบรับดำรัส ก่อนจะถอยตัวออกไป โดยมีรถม้าซึ่งทางวังนรังสรรค์เรียกไว้ให้ มารอรับพาไปส่งถึงประตูวังใหญ่

ทว่าคุณยี่สุ่นกลับใจไม่สงบนักแม้จะออกมาไกลวังนรังสรรค์มากแล้ว เพราะใจมั่วแต่คิดถึงรับสั่งของท่านหญิงวาดเรื่องพระนัดดาของตนเอง

ท่าทีร้อนใจของคุณยี่สุ่น ร้อนไปถึงบ่าวไพร่ที่ติดตามมารับใช้ให้ร้องถาม

“คุณเจ้าคะ คิดเรื่องที่ท่านหญิงวาดตรัสหรือ”

คุณยี่สุ่นพยักหน้ารับ

“คนอย่างท่านหญิงวาดหรือจะพูดโกหกถ้าพระองค์ไม่มั่นใจว่าเป็นเรื่องจริง ถึงท่านหญิงวังดิเรกพระองค์นั้นจะเอาแต่พระทัยนัก แต่ก็ทรงมีพระทัยนักเลงเช่นพระบิดา ย่อมไม่พูดจาโกหกพกลม ไม่ใส่ร้ายใส่ความใครแน่นอน...เห็นทีฉันต้องทูลขอสมเด็จ ลงไปพบแม่กุหลาบที่ปีนังซักครั้ง สุดแต่ว่า อย่าให้ทางนั้นมีเรื่องข้องเกี่ยวกับคนหน้าเหมือนอะไรนั้นจริงๆเลย...”



___________________



คนอย่างคุณยี่สุ่นทำอะไรฉับไวเสมอ ไม่ใช่เพียงเรื่องการงาน แต่ยังรวมไปถึงการตัดสินใจอีกด้วย ทำให้หลังจากนั้นสองวัน คุณยี่สุ่นก็ขอทูลลาสมเด็จมายังปีนังจริงๆ มาพร้อมจดหมายหนึ่งฉบับที่สมเด็จวังใหญ่ฝากถึงเจ้าจอมมารดากุหลาบและว่าที่สะใภ้หลวง

         ในตอนที่ข่าวการมาของคุณยี่สุ่นมาถึง ทุกคนในตำหนักกำลังนั่งเอกเขนกลอยชายกันอยู่ในสวนย่อมกลางตำนัก พระองค์หญิงแต้วกำลังรับการนวดจากหมอฝรั่งคนใหม่ เจ้าจอมมารดานั่งรับประทานผลไม้ มีท่านหญิงเมฆคอยแปลหนังสือฝรั่งให้ฟังอยู่ใกล้ๆไม่ได้ขาด แต่สุดท้ายทุกความรื่นรมย์ก็ต้องหยุดลง เมื่อคุณเกลี้ยงที่ออกไปจ่ายตลาดพร้อมนางใบ้บาหย๋า วิ่งลกๆทำหน้าตาตื่นกลับมาราวกับกำลังหนีตาย

         “คุณเจ้าคะ! แย่แล้วเจ้าค่ะ!

         เจ้าจอมมารดากุหลาบมองข้าเก่าเต่าเลี้ยงที่ติดตามตนมาตั้งแต่ถวายตัวเป็นเจ้าจอมหม่อมห้าม อดจะเอ็ดบ่าวของตนไม่ได้ ดูทำเข้า วิ่งมาไม่กลัวผ้าผ่อนหลุดบ้างรึ!

         “อะไรกันแม่เกลี้ยง ดูกิริยาหล่อนสิ ทำทะเล่อทะล่านัก ไปเห็นผีห่าที่ไหนมาหรือไง”

         “ไม่ใช่ผีห่าเจ้าค่ะ! บ่าวเห็นคุณยี่สุ่นที่สถานีรถไฟ! เธอกำลังจะตรงมาที่นี่ อีกประเดี๋ยวคงถึงแล้ว!

         “อะไรนะ!

           เสียงอุทานอย่างไม่อยากเชื่อของเจ้าจอมมารดากุหลาบทำให้ทั้งหมดในที่นั้นหยุดทุกกิริยาที่ทำอยู่แล้วหันมอง

         “คุณพี่มารึ! เป็นไปได้อย่างไร หล่อนตาฝาดฝ้าฟางไปหรือเปล่าแม่เกลี้ยง!”

         “ไม่ฟาดเจ้าค่ะๆ บ่าวจำคุณยี่สุ่นได้แม่นทีเดียว!”

         “แล้วคุณพี่มาทำอะไรที่นี่ จะมาเยี่ยมมาเยี่ยนก็ควรจะส่งข่าวคราวมาก่อนสิ หรือ...จะไม่ได้มาเยี่ยม”

         เจ้าจอมมารดากุหลาบขบคิด ก่อนความหวาดระแวงที่มีมาแต่เดิมจะทำให้ท่านเริ่มคาดเดาถึงสิ่งที่เลวร้ายที่สุด

         “ไม่ได้การแล้ว! เราต้องหาที่ซ่อนให้ลูกหญิงแต้ว!

         คราวนี้ท่านหญิงเมฆ พระองค์หญิงแต้ว และหลวงทับเริ่มตกใจบ้างแล้ว แต่ไม่ทันได้เอ่ยอะไร เจ้าจอมมารดาก็มาถึงตัวพระธิดาองค์โตเสียก่อน

         “ลูกหญิงแต้ว ดูเหมือนป้าของลูกจะมีเรื่องให้ออกจากวังมา ลูกก็รู้ว่าป้าใหญ่จะเคลื่อนย้ายทีต้องมีเรื่องใหญ่โตทั้งนั้นถึงจะยอมออกมาได้ แม่กลัวใจท่าน คิดว่าคงเกิดเรื่องที่กรุงเทพเข้าแล้ว!”

พระองค์หญิงแต้วมองมารดา ทรงเอื้อมหัตร์คว้ามืออันสั่นเทาของเจ้าจอมมารดากุหลาบเอาไว้ 

“คุณแม่จะให้หญิงทำอะไร บอกหญิงมาเถอะค่ะ”

“เราจะให้ป้าใหญ่พบพระองค์หญิงแต้วสองคนไม่ได้! ยิ่งพระองค์หญิงที่ดำเนินไม่ได้ยิ่งห้ามให้พบโดยเด็จขาด ลูกต้องไปซ่อนตัว!”

พระองค์หญิงแต้วหน้าซีดเผือด ก่อนหันมองไปทางท่านหญิงเมฆที่ยืนค้างโดยยังถือหนังสืออ่านเล่นไว้ในมือ

“งั้นแปลว่า จะให้เมฆอยู่พบป้าใหญ่หรือคะ แต่ป้าใหญ่จะไม่พบพิรุธหรือ”

เจ้าจอมมารดากุหลาบลังเลอยู่เช่นกัน แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจ

“ไม่มีทางอื่น ยังไงก็จะให้ป้าใหญ่รู้เรื่องลูกดำเนินไม่ได้ไม่ได้เด็ดขาด!”

ก่อนหันไปทางหมอฌอนที่ตั้งแต่ต้นถอยตัวออกไปยืนอยู่ไกลๆ ไม่ได้ร่วมตกใจไปกับสามสาวมหิตธร

“คุณหมอ ลูกหญิงต้องออกไปหาที่ซ่อนตัวกับคุณหมอ! อยู่ให้พ้นสายตาคน อย่าให้ใครเห็นใบหน้า รอจนป้าใหญ่กลับไปแล้วค่อยกลับเข้ามา”

“ส่วนหล่อนแม่เกลี้ยง หล่อนพาแม่เมฆขึ้นไปเตรียมตัวที่ข้างบน อะไรต้องซ่อนต้องเก็บที่บนนั้นก็จัดการให้เร็วเสีย ฉันจะอยู่รับหน้าที่ข้างล่าง ไปเร็ว!

สิ้นคำสั่งทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง

ท่านหญิงเมฆถูกคุณเกลี้ยงลากจูงกลับขึ้นไปข้างบน ในขณะที่พระองค์หญิงแต้วมองสบตาหมอฝรั่ง พระองค์รู้ว่าหมอฌอนเข้าใจสิ่งที่มารดาพระองค์พูด แต่ก็ยังกล่าวอธิบายออกไปด้วยประโยคภาษาอังกฤษอยู่ดี

หมอณอนไม่กล่าวรับคำใดๆตามเดิม ทว่ายามพระพักตร์บอบบางเอื้อมหา มือแข็งแรงก็ช้อนรับจับไว้ ดังว่าไม่ต้องเอื้อนเอ่ย ทั้งสองก็เป็นอันรู้กัน...


________________

 

ตอนที่พระองค์หญิงแต้วถูกหมอณอนพาตัวออกไป ก็พอดีกับที่คุณยี่สุ่นมาถึงตำหนักมหิตภิรมย์พอดี เรื่องนี้คงต้องยกความดีความชอบให้นางบ่าวใบ้บาหย๋าที่ช่วยก่อความวุ่นวายอย่างใหญ่หลวงให้ที่สถานนีรถไฟตามคำสั่งของนางเกลี้ยง ทำให้คุณยี่สุ่นมาช้ากว่าที่ควร จนเหลือเวลาให้ทุกคนเตรียมพร้อม

       เจ้าจอมมารดากุหลาบแสร้งนั่งอ่านหนังสืออยู่ตามเดิม พอได้เห็นพี่สาวคนใหญ่ก้าวตามคุณเกลี้ยงเข้ามาก็อุทานเสียงสูง

“ตายจริงคุณพี่ ลมอะไรหอบมาถึงที่นี่ได้”

ทว่าคุณยี่สุ่นกลับมองน้องสาวเพียงประเดี๋ยว แล้วค่อยกวาดตามองไปรอบตำหนักอย่างสำรวจตรวจตรา

“พระองค์หญิงแต้วประทับอยู่ที่ไหน”

เจ้าจอมมารดากุหลาบวางหนังสือแล้วเดินออกมาจากศาลาเพื่อสมทบกับพี่สาว แต่ใบหน้ายังเจื่อไปด้วยความฉงนต่อการมาของนางข้าหลวงใหญ่อยู่

“ประทับอยู่ข้างบนแหนะค่ะ แม่เกลี้ยง ไปเชิญเสด็จลูกหญิงแต้วลงมาเถอะ ทูลว่าคุณป้าใหญ่มาขอเข้าเฝ้า”

“เจ้าค่ะคุณ”

คุณยี่สุ่นมองตามนางเกลี้ยงไป ก่อนหันกลับมาทางห้องสาว

“เชิญคุณพี่ไปรอที่ห้องรับแขกเถอะค่ะ”

สองพี่น้องพากันเดินมาถึงยังห้องรับแขกของตำหนัก พอนั่งลงได้ คุณยี่สุ่นก็เป็นฝ่ายเริ่ม

"หนนี้พี่มาด้วยเรื่องของพระองค์หญิงแต้วทั้งสิ้น" 

คุณยี่สุ่นเห็นน้องสาวเลิกคิ้วเป็นคำถามตอบกลับมา นางข้าหลวงใหญ่จึงก้มเปิดกระเป๋าย่านลิเภาที่วางอยู่บนตัก หยิบจดหมายฉบับหนึ่งส่งให้

“สมเด็จฝากส่งถึง เรื่องฤกษ์ยามวันพิธีอภิเษกน่ะ”

เจ้าจอมรับมา “ที่แท้ก็เรื่องนี้ คุณพี่ถึงต้องลำบากมาเป็นธุระให้”

“ยังไม่หมดหรอก ที่พี่มาเพราะมีเรื่องอื่นด้วย”

“เรื่องอะไรหรือเจ้าค่ะ?”

คุณยี่สุ่นใช้ดวงตาสงบนิ่งของพี่คนใหญ่มองน้องสาว 

เพราะเจ้าคุณพ่อล้มป่วยและตายจากไปเร็ว ทำให้คุณยี่สุ่นซึ่งถวายตัวเป็นข้ารับใช้ในสมเด็จพร้อมเจ้าจอมมารดากุหลาบตั้งแต่ทั้งสองยังเล็กๆ ต้องทำตนเป็นเสมือนคนดูแล เป็นผู้ปกครองน้องสาวผู้นี้แทน จึงเรียกได้ว่าในช่วงวัยเด็กสู้วัยแรกรุ่นก่อนจะขึ้นถวายตัวของเจ้าจอมมารดากุหลาบ ก็ได้คุณยี่สุ่นผู้พี่นี้ล่ะที่ค่อยดูแลประคับประคองจนเติบใหญ่ คำพูดของคุณยี่สุ่นจึงมีน้ำหนักมาก...มากครั้นเจ้าจอมมารดากุหลาบยังไม่มีพระโอรสพระธิดาให้ต้องค้ำจุนดูแล...

“พี่จะไม่มากความกับเธอน่ะแม่กุหลาบ แต่พี่อยากพูดเตือนสติเธอไว้ว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จทรงมีพระกรุณาเลือกพระองค์หญิงแต้วลูกเธอให้เป็นสะใภ้หลวง ให้สกุลเราได้ดองกับพระโอรสของพระองค์ท่าน เพราะฉะนั้น เรื่องใดก็ตามที่หมายถึงการคิดปิดพระเนตรพระกรรณสมเด็จ พี่จะไม่ยอมให้เกิดขึ้นโดยเด็จขาด เธอเองก็เป็นถึงคุณจอมมารดา รับใช้และให้กำเนิดลูกหลวงย่อมจะรู้หนักเบาดีกว่าใคร พี่จึงมาเตือนให้ตรองให้ดีไม่ว่าเธอคิดจะทำอะไรอยู่ก็ตาม”

เจ้าคุณจอมแสร้งว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณยี่สุ่นพูด ทั้งที่ในใจกำลังเข้าขั้นร้อนรน

“คุณพี่พูดแบบนี้ หมายความว่าอย่างไรคะ”

“หลายวันก่อนตอนที่พี่รับพระเสาวนีย์ของสมเด็จ ออกไปแจ้งเรื่องจดหมายกำหนดเสด็จกลับของพระองค์หญิงแต้วที่วังนรังสรรค์ เผอิญได้เจอกับท่านหญิงแม้นวาดเข้า หล่อนมากราบทูลทูลกระหม่อมกลางถึงเรื่องซุบซิบในวัง ว่าพวกโขลนกลุ่มหนึ่งพูดว่า เกิดจับตัวพระองค์หญิงแต้วได้ในเขตราชฐานชั้นใน”

…!

เจ้าจอมมารดากุหลาบชะงักงัน จู่ๆขนบนกายก็ลุกซู่ ดั่งว่าความผิดที่คิดปกปิดกำลังจะแสดงตัวออกมา

“จะเป็นไปได้อย่างไรคะ! เรื่องเหลวไหลอย่างนี้ รึคุณพี่ก็เชื่อด้วย”

“เพราะพี่ไม่เชื่อเธอหรือเชื่อใครทั้งนั้นจึงต้องมาดูด้วยตา และถามความจริงด้วยปากตัวเอง”

เจ้าจอมมารดากุหลาบมองพี่สาว แสร้งทำหน้าสงสัย

“ท่านหญิงแม้นวาด? พระธิดาของหม่อมอิ่มนั้นหรือเปล่า ถ้าใช่พระองค์เดียวกันแล้วดำรัสของพระองค์ก็พาคุณพี่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาน้องได้ถึงที่ปีนังเชียวหรือ? คุณพี่ก็ทราบว่าท่านหญิงวังดิเรกมีใจปฏิพัทธ์ในทูลกระหม่อมกลางแค่ไหน คราวทราบเรื่องสมเด็จพระราชทานสมรสให้ทูลกระหม่อมกับลูกหญิงแต้ว ก็อาละวาดอยู่ในวังดิเรกเสียยกใหญ่จนชาวบ้านชาวช่องล่ำลือกันไปสามวันแปดวัน ไม่แน่ว่า ที่พระองค์พูดออกไปแบบนั้น เพราะอาจยังริษยาลูกหญิงแต้วอยู่ก็ได้ คนตกอยู่ในวังวนรักน่ะจะพูดอะไรก็ได้ทั้งนั้น หรือไม่จริงคะ”

คุณยี่สุ่นครุ่นคิดตาม และเห็นว่าจริงอย่างน้องสาวว่า แต่ถึงจะเห็นด้วย คุณยี่สุ่นก็ยังไม่ยอมปล่อยวางอยู่ดี

“เอาเป็นว่าพี่มาเตือนให้เธอนึกถึงพระเดชพระคุณของสมเด็จท่านเอาไว้ ทรงมีน้ำพระทัยกับพวกเรา เราเองก็ควรสนองกลับไปอย่างที่ถูกที่ควรเช่นกัน”

เจ้าจอมมารดากุหลาบยกยิ้มเห็นด้วย

“เจ้าค่ะ น้องย่อมสนองพระเดชพระคุณคืนอยู่แล้ว อีกอย่าง ข่าวนี้ก็ถึงพระกรรณของทูลกระหม่อมกลางด้วยไม่ใช่หรือ แล้วทรงคิดเห็นอย่างไรละคะ ทรงมีท่าทีสงสัยด้วยหรือเปล่า”

คุณยี่สุ่นคิดตาม

“ไม่ ทรงไม่สงสัย ไม่แสดงพระกิริยาว่าทรงเชื่อคำพูดของท่านหญิงวาดเลยแม้แต่น้อย แต่”

เจ้าจอมมารดากุหลาบยกยิ้มได้ใจ 

“นั้นอย่างไรคะ ข้อใหญ่ใจความอยู่ที่ฝ่ายที่จะเสกสมรสด้วยต่างหากว่าทรงเห็นควรอย่างไร แต่ในเมื่อตัวเจ้าบ่าวยังไม่คิดอะไร แล้วคุณพี่จะเหนื่อยคิดแทนพระองค์ไปทำไมกัน? เลิกคิดเถอะค่ะ วันมงคลดีๆใกล้เข้ามาแล้ว หญิงอยากให้คุณพี่อวยพรให้ลูกหญิงแต้ว มากกว่าคิดจะมาจับผิดให้ผิดใจกันไปเปล่าๆ”

คุณยี่สุ่นตวัดสายตามองน้องสาวในไส้อย่างไม่ชอบใจในคำพูด

“พี่ไม่ได้มาจับผิด! เธออย่าได้พูดให้หนักไปแม่กุหลาบ! พี่ย่อมยินดีกว่าใครที่หลานสาวจะได้เสกสมรสกับพระโอรสของสมเด็จที่พี่รับใช้ แต่เอาเถอะ พี่ไม่พูดแล้ว พูดกับเธอมีแต่จะทำให้เรื่องเบากลายเป็นหนักไปเท่านั้น”

เจ้าจอมกุหลาบลอบถอนหายใจที่สามารถใช้ความไม่พอใจมากลบความสงสัยของพี่สาวได้ ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นร่างอรชรของท่านหญิงเมฆเดินเข้ามาในห้องรับแขก มีนางเกลี้ยงเดินตามมาด้านหลังไม่ห่างกาย

"นั้นอย่างไร ลูกหญิงแต้วมานู้นแล้วเจ้าค่ะ คุณพี่ก็ถามหลานเอาเถอะว่าหลายวันมานี้ได้กลับไปวิ่งเล่นในวังใหญ่บ้างหรือเปล่า"

คุณยี่สุ่นมองน้องสาวที่เอาแต่แดกดันท่านอย่างปรามๆ ก่อนเอี้ยวกายหันมองไปยังประตูทางเข้าห้อง และไม่ผิด ท่านเห็นพระนัดดาองค์โตดำเนินตรงเข้ามาในห้องรับแขกจริงๆ รอยยิ้มอ่อนหวานยังคงเกลือนอยู่บนพระพักตร์หวานซึ้ง ทว่าดวงพักตร์ออกจะซีดเซียวไปซักหน่อย ครั้นหมอบเฝ้าตามระเบียบแล้วได้ยินหลานสาวเอ่ยยกเว้นพิธีรีตรองให้แล้ว คุณหญิงสุ่นถึงยอมกลับมานั่งลงตามเดิม

"พระองค์หญิง ไม่สบายอยู่หรือเปล่ามังคะ?"

ท่านหญิงเมฆหยุดชะงัก เหลือบมองไปทางเจ้าจอมมารดากุหลาบ ก่อนจะสงวนท่าทีลงตามเดิมแล้วเอ่ยตอบคุณยี่สุ่นไป

"วันนี้ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกตัวรุ่มๆนิดหน่อยค่ะคุณป้า แต่พอแม่เกลี้ยงให้ดมยาฝรั่งหญิงจึงรู้สึกดีขึ้นแล้ว คุณป้าสบายดีหรือคะ?"

คุณยี่สุ่นรอบสังเกตุท่าทางของหลานสาวคนโตอยู่นาน ก่อนตัดสินใจไม่ถามถึงเรื่องซุบซิบในวังหลวงอีก 

ยามนี้นางข้าหลวงใหญ่กำลังนึกโทษความบุ่มบามของตนเอง พระองค์หญิงแต้วผู้เป็นหลานออกจะเรียบร้อยปานนี้ จะมีเรื่องเหลวไหลอย่างแอบเข้าเขตวังใหญ่แล้วถูกจับตัวได้อย่างไร

ฉันยิ่งแก่นับว่ายิ่งเลอะเลือนจริงๆ

"ป้าย่อมต้องสบายดี มาคราวนี้ก็...แค่เป็นตัวแทนนำจดหมายของสมเด็จท่านมาให้แม่ของพระองค์เท่านั้น" 

คุณยี่สุ่นว่าก่อนเลื่อนสายตาไปทางเจ้าจอมมารดาผู้เป็นน้องสาว ทางนั้นก็ยิ้มรับอย่างรับสมอ้างในข้อแก้ตัว เห็นอย่างนั้นคุณยี่สุ่นจึงเปลี่ยนอารมณ์ มีใจจะเย้าแหย่พระนัดดาผู้เรียบร้อยต่อ

"ตอนนี้กฤษ์พิธีเสกสมรสถูกกำหนดขึ้นแล้วนะ ว่าอย่างไร ทรงตื่นพระทัยหรือเปล่า"

ทว่าในขณะที่ท่านหญิงเมฆเดินไปนั่งยังเก้าอี้ไม้ชิงชันเรียบร้อย และกำลังจะเอ่ยตอบคำถามคุณยี่สุ่น การปรากฏตัวอย่างไม่ทันตั้งตัวของบุคคลอีกคนก็ทำเธอหยุดคำพูดทุกอย่าง เพราะตกใจที่จู่ๆบุคคลคนนั้น ก็วิ่งถลาเข้ามาอย่างรวดเร็ว

"กราบคุณแม่ค่ะ!"

เจ้าจอมมารดากุหลาบและคุณยี่สุ่นมองร่างเล็กๆของพระองค์หญิงน้อย พระธิดาองค์เล็กของเหล่ามหิตธรในชุดนักเรียนโรงเรียนกินนอนด้วยรอยยิ้มกว้าง 

ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังยินดี ท่านหญิงเมฆกลับเป็นคนเดียวที่แข็งค้างอยู่กับที่ รู้สึกราวกับยามนี้มีตะปูอันใหญ่ๆ ตอกตรึงสองขาสองแขนเอาไว้ไม่ให้ขยับตัว

หญิงสาวมองพระพักต์อ่อนเยาว์ของร่างน้อยที่กำลังคลุกอยู่ในอ้อมกอดของหม่อมกุหลาบ คำสรรพนามที่ใครๆในห้องต่างใช้เรียกร่างนั้น ทำให้เธอค่อยๆยอมรับในสถานะแท้จริงของเด็กหญิงตัวน้อยได้

พระองค์คือพระองค์หญิงจงกลนี เชื้อพระวงค์ในราชสกุลมหิตธรของเธอที่มีพระชนมายุยาวนานเหลือเกินพระองค์นั้น!

พระองค์ซึ่งเธอได้ยินเสียงในห้วงความฝัน เสียงที่บอกว่าซักวันเธอจะได้กลับไป...จะได้กลับไป!!!

สะ เสด็จย่าน้อย!? ในที่สุดก็ทรงปรากฏตัวแล้ว!

การมาถึงของพระองค์หญิงน้อยผู้ยังอ่อนชันษาทำให้ทั้งเจ้าจอมมารดาและคุณยี่สุ่นลืมเรื่องหมางใจเมื่อครู่ไปในทันที ในเวลานี้ต่างฝ่ายต่างจดจ้องไปที่ร่างเล็กๆในชุดกระโปรงโรงเรียนกินนอนอย่างฝรั่ง เพราะชันษายังน้อยนัก ทำให้ไม่ว่าจะทรงขยับเคลื่อนวรกายไปทางไหน พวกผู้ใหญ่ก็ต่างมองตามอย่างเอ็นดู

         “คุณแม่ หญิงน้อยคิดถึงคุณแม่จัง ซิสเตอร์มารีบอกว่าโรงเรียนจะปิดแล้ว ต่อไปนี้หญิงน้อยจะไม่ต้องไปโรงเรียนอีก”

         เจ้าจอมมารดากุหลาบพยักหน้า “จริงด้วย เดี๋ยวก็ไม่ต้องไปแล้ว เอ้า กลับจากโรงเรียนต้องทำอย่างไร กราบพี่หญิงหรือยัง แล้วนั้นคุณป้าใหญ่ทรงจำได้ไหม ต้องกราบคุณป้าใหญ่ด้วย”

         พระองค์หญิงน้อยหันควับกลับมาทางท่านหญิงเมฆทันที ก่อนพุ่งวรกายเล็กๆมาทางนี้ ทรงกอดรัดหญิงสาวแน่นเพราะคิดว่าเป็นพี่หญิงของพระองค์จริงๆ

         “หญิงน้อยกราบพี่หญิงค่ะ กราบคุณป้าใหญ่ด้วยนะคะ”

         ปากว่าแต่มือไม่ได้ยกไหว้ตามปากไปด้วย นั้นเพราะมือน้อยยังคงกอดรัดเอวท่านหญิงเมฆแน่นจนหญิงสาวแทบกระดิกตัวไม่ได้

ยามนี้นัยน์ตาหวานของท่านหญิงพลัดภพเอาแต่จดจ้องอยู่ที่เปียเล็กๆสองข้างที่กวัดแกว่งไปมา ภาพจำของคนในยุคปัจจุบันกำลังเข้าทับซ้อนกับพระองค์หญิงน้อยที่ตรงหน้า 

เธอรู้สึกว่าสมองของเธอในเวลานี้ ตีรวนกันไปหมดแล้ว






_________________

มาแบบไม่เกลาาา เดี๋ยวมาต่อออ

ปล. ขอเม้นหนักๆให้อิชั้นชื่นใจหน่อยซิ๊ อ่านกันเงียบเลย คนเขียนเหนื่อยนะรู้ม้ายยยยยยย TT_TT

ฝากแอดไลน์เฌอมาไว้ด้วยน้า

v

v



  ฝากเพจด้วยจ้าา 





 
___________________________________________________________________________________________________________________________________

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นตามจิตนาการและความคิดของผู้แต่งเท่านั้น ทั้งตัวละคร เนื้อเรื่อง สถานที่ ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงบุคคลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มอรรถรสเนื้อหาของนิยายให้มีความน่าสนใจขึ้นเท่านั้น ผู้อ่านที่รักโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ

นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 
ห้ามคัดลอก  ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งใน นิยายไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นการกระทำที่มีความผิดทางกฎหมายตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติที่ได้ระบุไว้และจ่ายค่าเสียหายตามแต่เจ้าของผลงานจะกำหนด
[ สำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ สมาคมนักเขียน ]


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.687K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9,555 ความคิดเห็น

  1. #7529 ปิ๊กก้า (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 14:26

    มีตอนที่หมอทับจับมือหญิงแต้วอ่ะค่ะ ใช้คำผิด พระหัตถ์พิมเป็นพระพักตร์

    #7,529
    0
  2. #4581 fsn (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 15:25

    อยากให้สายคุณหมอกับพระองค์แต้ว มีทายาทจัง แล้วได้เจอกัน ญาติห่างๆ ที่รักกันได้

    #4,581
    0
  3. #2679 Ing (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 07:09

    รรอๆ มาต่อด่วนจ้า

    #2,679
    0
  4. #2671 ฉันทนา ศัทโธ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 00:45
    เหนื่อยแทนไรท์ เขียนคำโบราณเหนื่อยมั้ยคะ ชิบอ่านมากเลยค่ะ
    #2,671
    1
  5. #2660 Nutchlawan (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 21:32
    คุณเฌอ ทำไมรี้ดงง คุณยี่สุ่นเป็นนางสนองพระโอษฐ์ ก็ต้องรู้จักท่านหญิงแต้วเพราะเป็นป้าด้วย แต่ทำไมตอนที่ท่านชายพาหญิงเมฆมา ทำไมไม่ทักท่านหญิงเหมือนที่เจ้าจอมทักตอนเจอครั้งแรกที่ห้าง
    #2,660
    1
    • #2660-1 kikijajakiki(จากตอนที่ 33)
      9 สิงหาคม 2562 / 06:23
      คงเพราะนานๆ เจอกันทีนึงมั้งคะ เจอไม่รู้ถึงความต่าง แต่เจ้าจอมมารดาเลี้ยงลูกมาต้องเห็นความต่าง แล้วที่เจ้าจอมมารดาตกใจเพราะพระองค์หญิงแต้วต้องอยู่ปีนัง แต่ทำไมมาเจอให้ห้างทร่พระนคร
      #2660-1
  6. #2659 wayo88 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 21:26

    หินนนนนน ก้อนใหญ่


    เม้นหนักๆเลยเด้อเจ้ คือตอนนี้ก็ลุ้นไปกะเขาว่าจะยังไงต่อ


    อยากซื้ออ่านให้จบๆไป ลุ้น อึดอัดค่ะ

    #2,659
    0
  7. #2641 jukjunka (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 15:21
    ชอบชอบ มาเรื่อยๆ ชอบตัวละครทุกคนเลย
    #2,641
    0
  8. #2633 mint_lan_la (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 14:09
    ดีใจจัง มาต่อยาวๆ เรื่อยๆนะคะ (นี่ไม่ได้กดดันนะคะ 555)
    #2,633
    0
  9. #2596 winanya19 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 08:59
    น้องกำลังจะได้กลับไปหาทูลกระหม่อมแล้วนะเพคะ
    #2,596
    0
  10. #2587 meraploys (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 08:34
    ทำไมอ่านไปน้ำตาไหลไป
    #2,587
    0
  11. #2583 monmanon (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 08:27

    ถุกใจที่สุดค่ะ

    #2,583
    0
  12. #2577 Park_ky (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 08:03
    อยากให้กำลังใจเชอมาเยอะๆ จะได้มีแรงเขียนออกมาแบบรื่นปรื๊ดดดด ตัวเราเป็นคนที่ชอบเนื้อเรื่องแนวๆนี้มากค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ
    #2,577
    0
  13. #2567 n18a06m2544 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 07:38

    จะได้กลับไป กลับไปไหน เงื่อนงำชักจะเยอะไปแล้ว!!!https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-10.png

    #2,567
    0
  14. #2547 ชาขาวกับแก้วใส (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 06:27

    จะได้กลับไปแร้วววว

    #2,547
    0
  15. #2540 blue_lovely (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 05:19
    เจ้มจ้นมากๆ
    #2,540
    0
  16. #2539 PantoPunta (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 04:29
    ตกใจเบา ๆ ทำไมสั้น ๆ แล้วจากไป 5555555
    #2,539
    0
  17. #2538 SureeChtw__ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 03:11
    เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
    #2,538
    0
  18. #2537 Chularat Wankhruea (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 02:02
    เอาอีกค่ะไรท์
    #2,537
    0
  19. #2536 Berkelium (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 01:38
    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ
    #2,536
    0
  20. #2535 Qbnteal♥ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 01:37
    พีคขึ้นเรื่อยๆเลยจ่ะแม่ สุดจะลุ้น
    #2,535
    0
  21. #2534 กนกพร (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 00:37

    อุ๋ย ชอชๆๆๆๆมาต่ออีก ต่ออีก ค้างงงงง เจ้าค่ะ ญ.เฌอ มาต่อเร๊วววว

    #2,534
    0
  22. วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 00:32
    สมเด็จย่าน้อย
    #2,533
    0
  23. #2532 Shayanee (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 00:31

    รักน้า เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #2,532
    0
  24. #2531 เรย์ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 00:20

    วี๊ดดด ตื่นเต้นๆ แล้วเมือไหร่หญิงเมฆจะกลับไปเสกสมรสล่ะเพคะ

    #2,531
    0
  25. #2530 Mommam (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 00:12

    เสด็จย่าน้อยคนนี้นี่เอง

    #2,530
    0