พระพายทายรัก (สนพ.พิมพ์คำ พิมพ์ครั้งที่ 13)

ตอนที่ 6 : Chapter 6 : จุดริเริ่ม (100%) รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33,618
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 239 ครั้ง
    26 ก.ค. 59



 



พ ร ะ พ า ย ท า ย รั ก

_______________________________________________________________________________________________________________________________________

By เฌอมา





 

 
 

“คุณหมอ ลูกกับเมียผมล่ะ”

“คุณหมอลูกเมียผมอยู่ที่ไหน!!

          ร่างแบบบางบนเตียงทรงสูงสะดุ้งเฮือกอย่างรุนแรง นัยน์ตาเบิกโพลงกับฝันร้ายที่ทำให้หัวใจตรงอกซ้ายเต้นรัวเร็วราวกับกลองศึกในวันอวสานโลก คุณหญิงก้อยกวาดสายตามองรอบห้องนอนของตนซึ่งเปิดไฟหัวเตียงทิ้งไว้ด้วยอาการตื่นตระหนก ภาพฝันที่ตามหลอกหลอนจิตใจอยู่ทุกวี่วันทำให้น้ำตาสีใสคลอหน่วยตรงม่านตา ก่อนเธอจะสะดุ้งตกใจอีกครั้ง เมื่อเสียงเปิดประตูดังผ่าความเงียบอันแสนสงบภายในห้องเข้ามา

“ขอโทษค่ะคุณหญิง พี่เกดทำคุณหญิงตื่นหรือเปล่า”

การเกดถามเสียงใสก่อนจะเดินนวดนายเข้ามาในห้อง ตรงไปยังหน้าต่างบานสูงแล้วรูดผ้าม่านผืนหนาออก เป็นเหตุให้แสงแรกของวันสาดแสงละมุนละไมเข้ามาบอกโมงยามแก่เจ้าของห้องเช่นคุณหญิงก้อย

“เปล่าค่ะ...ก้อยตื่นพอดี” คนเป็นคุณหญิงรี่ตาปรับแสงที่เสียดแทงดวงตา ก่อนจะวาดเท้าก้าวลงจากเตียง ในขณะที่การเกดเดินนำผ้าขนหนูผืนนุ่มมาให้

“ท่านธีปเสด็จกลับจากฝรั่งเศลแล้วนะคะ เสด็จถึงเมื่อครู่นี้ ทรงรับสั่งให้คุณหญิงเข้าเฝ้าทันทีที่ตื่นนอน แต่พี่เกดแนะนำให้คุณหญิงของพี่เกดอาบน้ำก่อนไปเข้าเฝ้าจะดีกว่า”

          คุณหญิงก้อยหัวเราะเสียงใส เอื้อมรับผ้าขนหนูในมือของคุณพนักงานคนสนิทมาครอง “สอนก้อยเป็นเด็กๆไปได้ ถ้าก้อยดูไม่รู้ความขนาดนั้น พี่เกดไม่สู้อาบน้ำแต่งตัวให้ก้อยแบบตอนเด็กๆไปเลยละคะ”

          การเกดยกนิ้วปราบเจ้านาย รี่ตามองอย่างทีเล่นทีจริง “อย่าคิดท้านะคะ พี่เกดทำจริงด้วย”

“ก้อยกลัวแล้วค่ะ พี่เกดช่วยไปทูลท่านพ่อให้ก้อยดีกว่าว่าอีก 10 นาทีก้อยจะไปเข้าเฝ้า ส่วนที่เหลือก้อยจัดการเอง”ว่าจบหญิงสาวก็ตรงรี่เข้าไปในห้องน้ำ ไม่สนใจคำกล่าวไล่หลังของคุณพนักงานคนสนิท

“10 นาที นั้นอาบน้ำหรือวิ่งผ่านน้ำกันค่ะ!!


วรกายสูงสง่าของหม่อมเจ้าธีราธรประทับยืนนิ่งหันพระพัตรเข้าหาบานหน้าต่างของวังภานุพงศ์ เสื้อกั๊กตัวในสีเทาอ่อนเช่นเดียวกับกางเกงสแล็คของชุดสูทตัวหรูสวมอยู่บนเชิ้ตขาวซึ่งบัดนี้ถูกพับแขนอย่างเรียบร้อยเช่นเดียวกับสูทตัวนอกที่ถูกพาดขว้างไปบนผนังเก้าอี้ในห้องทรงงาน นัยเนตรของผู้เป็นใหญ่ในวังภานุพงศ์นิ่งเรียบทอดมองออกไปยังวิวด้านหลังของวังอันเป็นรโหฐานของราชสกุล จับจ้องอยู่ที่เรือนกายของสตรีชุดขาวสะอาดตา ที่มักจะนั่งประทับนิ่งนานอยู่ที่ศาลาพุดซ้อนเหมือนเดิมซ้ำๆจนทุกๆคนในวังชาชิน

คุณหญิงก้อยเดินเข้ามาในห้องทรงงานของท่านพ่อพลางอมยิ้ม ทว่าในทันทีที่หญิงสาวมองตามสายพระเนตรเรียบลึกของท่านไป ความหมองหม่นในใจก็เข้ากลืนกินรอยยิ้มของเธอไปจนสิ้น เรียวแขนบอบบางตรงเข้าสวบกอดกฤษฎีของพระบิดา เป็นเหตุให้ท่านธีปที่กำลังจับจ้องอยู่แต่ที่เรือนกายของภรรยาคืนสติ ยกพระหัตถ์ทาบทับไปบนหลังมืออุ่นของบุคคลซึ่งทรงเดาได้ว่าเป็นใคร

“...ก้อย”

คุณหญิงก้อยคล้ายกอดของตนออก ก่อนจะทรุดตัวลงกราบพระบิดาของตน ซึ่งหันวรกายมาหาแล้วยกพระหัตถ์ลูบศีรษะบุตรสาวอย่างเอ็นดู ไม่ต่างจากตอนที่เธอเป็นเด็กๆ

“คิดถึงพ่อหรือ ถึงมากอดแน่นอย่างนี้”

“คิดถึงเพคะ พอท่านพ่อไม่ประทับที่วังก็มีแต่คนแกล้งลูก”

ท่านธีปแย้มโอษฐ์ก่อนจะประคองบุตรสาวให้ลุกตามพระองค์ไปประทับนั่งยังโซฟาภายในห้องทรงงาน

“พวกวายะวงศ์ไม่ได้มาแกล้งไม่ใช่หรือ เขามาขอแต่งต่างหาก”

คุณหญิงก้อยชะงักครั้นรู้แน่แล้วว่าพระบิดาทราบเรื่องการสู่ของของวายะวงศ์ “แล้วทรงคิดจะยกลูกให้พวกเขาหรือเพคะ จะยกลูกสาวคนเดียวให้คนอื่น ไม่กลัวเหงาพระทัยบ้างเลยหรือเพคะ”

ท่านธีปยกโอษฐ์กว้างขึ้นไปใหญ่ก่อนตรัสกลับ “พ่อยังไม่ได้พูดอะไรเลย”

คนเป็นคุณหญิงแสร้งถอนหายใจ “งั้นลูกก็ชักจะน้อยใจขึ้นมาบ้างแล้ว ปกติถ้าท่านพ่อไม่เห็นด้วยท่านพ่อก็จะปฏิเสธในทันที แต่นี้ท่านพ่อทราบเรื่องการสู่ขอของพวกเขา แต่กลับไม่ยอมปฏิเสธ...ทรงคิดยกลูกให้พวกวายะวงศ์จริงๆ”

“ดีจริง คิดแทนให้พ่อหมด งั้นก็ให้เป็นไปตามที่ก้อยว่า”

“ท่านพ่ออออออ”

“เบาเสียงลงหน่อยจะงามกว่านี้” พระพักตร์คมคายของท่านธีปที่ใครเห็นก็ต่างดูออกว่าสมัยหนุ่มๆคงหล่อเหลานักแสร้งดุบุตรสาว

“ขอประทานอภัยเพคะ แต่ลูกไม่อยากแต่ง สาเหตุเพราะอะไรท่านพ่อก็ทรงทราบ”

“พ่อทราบว่าเขาอยากได้ลูกพ่อเพราะการเสี่ยงทาย แต่ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร เจ้าบ่าวถึงได้รีบร้อนอยากจะแต่งนัก...”

คนเป็นคุณหญิงฉุนกึกขึ้นในทันทีที่บทสนทนากล่าวมาถึงบุคคลที่สาม ซึ่งเธอเกลี๊ยดเกลียด (ทำไมต้องเสียงสูง)

“นายนั้นต้องการแกล้งลูกน่ะสิเพคะ เขาแกล้งลูกมาโดยตลอดท่านพ่อก็ทราบ ตั้งแต่ลูกเรียนที่โรงเรียนหลวง นายนั้นก็ตามยั่วโมโหไม่เลิกรา ตอนงานโรงเรียนเขาก็ดึงผมเปียลูกจนโบว์เบี้ยวจำได้หรือเปล่าเพคะ พอลูกเข้ามหาลัยก็ยังตามไปเรียนหมอแบบลูกอีก ตอนไปใช่ทุนที่โรงพยาบาลชุมชน เขาก็ตามไปรังควาน ทั้งที่มีโรงพยาบาลอีกตั้งเยอะแยะให้เลือกไป เขามีความสุขที่ได้ระรานลูก เขามันคนชั่วร้ายเพคะ”

หม่อมเจ้าธีราธรพินิจท่าทีของบุตรสาวที่แสดงอาการแปลกตาออกมา กริยาเอาเรื่องเอาราวนั้นทำให้ความคิดบางอย่างในพระทัยกระจ่างขึ้น

“แต่พ่อกลับเห็นต่างจากก้อย”

“ตรัสว่าอย่างไรน้ะเพคะ”

หม่อมเจ้าธีราธรไม่ได้ตรัสต่อ เพียงแต่เงียบงันอย่างคนที่ใช้ความคิด นานชั่วขณะ สุรเสียงทรงอำนาจก็ดังขึ้น

“พรุ่งนี้พอจะเรียกเด็กคนนั้นมาพบ พ่ออยากคุยกับเขาก่อนที่จะตัดสินใจ”

คนเป็นลูกกระตุกวาบในช่องอก ครั้นฟังสิ่งที่พระบิดาตรัสออกมา

หม่อมเจ้าธีราธรมองความหวั่นวิตกของบุตรสาวอย่างเอ็นดู ก่อนตรัสปลอบแล้วยกพระหัตถ์ลูบศีรษะเล็กซึ่งปกคลุมไปด้วยเส้นผมนุ่มละเอียดเฉกเช่นของน้องน้อย ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนสถานะมาเป็นภรรยาและมารดาของลูก

“อย่ากลัวไปก่อน เพราะถ้าจะมีงานแต่งระหว่างสองราชสกุลเกิดขึ้น เหตุนั้นต้องเกิดด้วยความสมัครใจของก้อย...ไม่ใช่เพราะพ่อบังคับ
 

************************
 

          คุณวิรงรอง คุณพนักงานในชุดข้ารับใช้ประจำวังภานุพงศ์ก้าวเท้าสำรวมขณะย่างกายเข้าสู่บริเวณสวนพุดซ้อน ก่อนจะนั่งแล้วคลานเข่าเข้าไปใกล้ที่ประทับของท่านหญิงกมล ก้มกราบ แล้วเงยหน้าทูลสิ่งที่ตั้งใจมาเรียน

“ท่านหญิงเพคะ ท่านธีปเสด็จถึงวังแล้วเพคะ”

ท่านหญิงกมลผละสายพระเนตรออกจากดอกพุดซ้อนที่คนสวนทูลถวายให้เมื่อครู่ ก่อนทอดสายตามองไปยังใบเขียวครึ้มของดงไม้ดอกที่อยู่ไกลออกไป ทว่าภายในใจกลับล่องลอยไปไกลกว่านั้น...ไกลอย่างไม่มีจุดหมาย

“ยกปูหลนทรงเครื่องที่หญิงทำขึ้นโต๊ะเสวยแล้วใช่ไหม เครื่องเคียงจัดไว้ครบถ้วนตามที่ทรงถูกทัยหรือเปล่า”

เสียงหวานเอ่ยถามคุณพนักงานโดยไม่หันพระพักตร์มอง คุณพนักงานผู้ชรายิ้มบางก่อนทูลตอบไปอีกครั้ง

“เพคะ หม่อมฉันตั้งเครื่องตามที่ทรงสั่งเรียบร้อยแล้ว แต่ท่านธีปเสด็จลงมาช้ากว่าปกติเพราะทรงเรียกคุณหญิงก้อยเข้าเฝ้า เมื่อครู่หม่อมฉันจึงให้นางเล็กๆไปอุ่นปูหล่นและจัดเครื่องเคียงใหม่อีกรอบเพคะ”

ท่านหญิงกมลเงียบฟังเรื่องราวของพระสวามี มิได้เอ่ยโอษฐ์อันใดเพื่อถามไถ่หรือคิดเสด็จไปหาสวามีตามหน้าที่ของพระภรรยา ทั่งๆที่ทรงตื่นเช้ากว่าปกติเพื่อลงครัวทำปูหล่อนทรงเครื่อง อันเป็นเครื่องเสวยที่พระสวามีทรงโปรดที่สุด...

ตอนนี้กลับเป็นคุณพนักงานมากกว่าที่เริ่มกระอักกระอวลใจ สุดท้ายคุณวิรงรองจึงได้แต่กลั่นใจ ทูลสิ่งที่จำเป็นต้องถามอีกเรื่องออกไป นั้นเพราะมันเป็นหน้าที่ของตัวหล่อนที่ต้องเป็นผู้จัดเตรียมที่ทาง หากท่านหญิงของตนประสงค์จะหวนคืนห้องวิวาห์...

“แล้ว...แล้วคืนนี้ท่านหญิงจะบรรทมที่ไหนเพคะ ที่ห้องของท่านธีป หรือที่ห้องส่วนพระองค์อย่างเช่นทุกๆคืน...”

เกิดความเงียบขึ้นทั่วอาณาบริเวณ และนานเกิดกว่าที่ใครจะได้จดจำเวลา เสียงหวานอ่อนของท่านหญิงกมลก็ตรัสแผ่วเบาออกมา

“บรรทม...ที่ห้องของหญิง”

 คุณวิรงรองก้มกราบรับก่อนจะลุกออกไปเพื่อปฏิบัติหน้าที่ของนางต้นห้องประจำวังภานุพงศ์ หากแต่น้อยคนนักที่จะได้รู้ที่จะได้เห็น ว่าพระหัตถ์บางของท่านหญิงกมลที่ก่อนหน้าเคยประคองดอกพุดช้อนในมืออย่างทะนุถนอม บัดนี้กำลังกำกลีบดอกแน่น แน่นเสียจนปลายเล็บจิกลึกลงกลางฝ่าพระหัตถ์ ดั่งว่าคนเป็นเจ้าของ...ต้องการที่จะลงโทษองค์เอง

 

************************

        คุณหญิงก้อยทราบดีว่าสิ่งที่พระบิดาตรัสเมื่อวันก่อนไม่ใช่เรื่องลอยลม เพราะในวันรุ่งขึ้นดลวัฒน์ก็ถูกเรียกตัวมาที่วังภานุพงศ์เพื่อเข้าเฝ้า ซ้ำยังเป็นการเข้าเฝ้าอย่างเป็นทางการและเป็นการส่วนตัว ซึ่งแม้แต่ตัวเธอก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมรับฟัง ตัวคุณหญิงยอมรับว่ารู้สึกวิตกอยู่ไม่น้อยกับการที่ท่านพ่อของเธอเรียกชายหนุ่มมาที่วัง แต่หญิงสาวก็ไม่คิดออกไปต้อนรับหรือขัดขวาง ทำเพียงเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง รอจนกระทั้งคู่อริของตนกลับไปคนเป็นคุณหญิงถึงยอมออกมา คล้ายดั่งว่าเธอไม่อยากจะเห็นหน้าค่าตาคนที่ทำชีวิตเธอวุ่นวายเช่นหม่อมหลวงดลวัฒน์คนนั้นอีกแล้ว

          หลังจากวันนั้นคุณหญิงก้อยก็ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆในชีวิต ทุกๆเช้าหมุนเปลี่ยนไปตามตารางชีวิตที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง หากจะมีพิเศษขึ้นมาหน่อย ก็ตรงที่วันลอยกระทงประจำปีใกล้มาถึง ทำให้ทั้งโรงพยาบาลวุ่นอยู่กับการจัดงานเล็กๆ ซึ่งเปลี่ยนโรงพยาบาลในบางจุดให้เข้ากับเทศกาลประจำปี ทำให้เหล่านางพยาบาล บุรุษพยาบาล เจ้าหน้าที่ หรือแม้แต่คุณหมอด้วยกันเองก็วุ่นวายอยู่กับการตกแต่งตามแผนกของตน และสิ่งที่หน้าพอใจกว่าอะไรทั้งหมด ก็คือการที่ดลวัฒน์ไม่มีเวลาว่างมาตามรังควานเธออีก ทว่าดอกพุดซ้อนที่ถูกส่งมาวางบนโต๊ะทำงานของเธอทุกๆเช้า ก็ยังคงถูกส่งมาให้ทุกๆเช้าเช่นเดิม ผิดกันเพียงแต่ว่าคนให้ไม่มานั่งเสนอหน้ารอเธออย่างเช่นวันก่อนๆ

          คุณหญิงก้อยถอนหายใจแผ่วเบาเมื่อก้าวเข้ามาในห้องทำงานและไม่พบใครรออยู่ นึกไม่ออกว่าตนถอนหายใจเพราะโล่งอกที่ไม่เจอจอมวุ่นวายเป็นวันที่สาม หรือถอนหายใจเพราะ...ไม่ได้เจอตาบ้านั้นหลายๆวันกันแน่

หญิงสาวปัดความคิดที่เอาแต่คิดจะกังขาตัวเธอเอง ก่อนมือเรียวเล็กจะเอื้อมหยิบดอกพุดซ้อนสีขาวบนโต๊ะทำงานขึ้นมาด้วยอาการคล้ายไม่ใส่ใจ ก่อนจะพลิกกาดใบเล็กที่คล้องอยู่กับตัวก้านขึ้นอ่าน


เพราะอุณหภูมิของวันนี้มันลดลง

เลยอยากชวนคนที่เรา ‘หลง ไปลอยกระทงด้วยกัน

                                        ดลของก้อย 


คุณหญิงก้อยหัวเราะหึก่อนจะยิ้มอ่อนให้กับกลอนบ้าบอของตัวต้นเรื่อง และด้วยความลืมตัวหรือเพราะอะไรก็ตามแต่ มือบางจึงยกดอกพุดซ้อนขึ้นสูดความหอมอย่างเผลอไผล ก่อนเจ้าตัวจะชะงัก หันซ้ายมองขวาอย่างตกใจ ไม่ลืมโยนเจ้าดอกไม้หอมทิ้งลงถังขยะไปอย่างรวดเร็ว 

 

****************************
 

คุณหญิงก้อยมีลางว่าหลังเลิกงานดลวัฒน์คงโพล่มาดักชวนเธอไปลอยกระทงแน่ๆ หญิงสาวจึงรีบออกจากโรงพยาบาลก่อนราวครึ่งชั่วโมง หมายใจจะรีบขับรถตรงดิ่งกลับบ้านไปก่อนที่ชายหนุ่มจะมาถึง ทว่าหมอรุ้ง เพื่อนหมอด้วยกันกลับชวนให้เธอไปงานลอยกระทงของมหาลัยเสียนี้

“น้ะๆก้อย พี่อิฐผิดนัดไม่มาลอยกับรุ้งแล้ว ก้อยจะใจร้ายไม่ไปด้วยกันอีกคนเหรอ”

รุ้งนรินถามอย่างน่าสงสาร ทำให้คุณหญิงก้อยต้องถอนใจ นึกไปถึงรุ่นพี่ของเธอ หรือหมออิฐ ที่วันนี้มีเคสผ่าตัดด่วน จึงมาลอยกระทงกับแฟนสาวเช่นรุ้งนรินไม่ได้

“แต่ก้อยไม่อยากไปลอยที่มอนี้รุ้ง ก้อยกลัวจะเจอ...”

คนเป็นคุณหญิงกล่าวเพียงแค่นั้นแล้วไม่พูดต่อ แน่นอนว่าเพื่อนอย่างหมอรุ้งย่อมเข้าใจความนัยนั้น

“ถ้ากลัวจะเจอดลก็สบายใจได้เลยเพราะรายนั้นก็ติดผ่าเคสเดียวกับพี่อิฐเหมือนกัน ดูเหมือนช่วงนี้จะเรียนหนักด้วยนะ เวลากินข้าวยังแทบจะไม่มี”

คุณหญิงก้อยชะงักก่อนจะถามเพื่อสาว “ชัวร์นะรุ้ง”

"อื้อ! ชัวร์สิ!"

สรุปว่าคุณหญิงก้อยตกลงไปงานลอยกระทงกับหมอรุ้ง แต่ก่อนจะไปเธอขอเอากระเป๋าและสัมภาระทั้งหมดไปเก็บไว้ในรถก่อน หมอรุ้งเดินไปเป็นเพื่อน ก่อนจะเสนอให้คุณหญิงก้อยพกไปแต่เพียงกระเป๋าตังค์เท่านั้น เพราะไม่อยากให้เพื่อนถือของหนักระหว่างเดิน
         สองสาวเดินเท้าแปบเดียวก็เข้าสู่งานลอยกระทงของมหาลัย นั้นเพราะโรงพยาบาลที่เธอทั้งคู่ทำงานอยู่ในบริเวณเดียวกับมหาลัยซึ่งทั้งคู่เคยร่ำเรียน บรรยากาศโดยรอบงานเต็มไปด้วยนิสิตและคนนอกที่เดินสวนกันไปมาอย่างเนื่องแน่น ร้านรวงมากมายจากทั้งแม่ค้าแม่ขายและร้านของเหล่านิสิตเองตั้งแน่นขนัดทอดยาวเป็นทิวแถวอยู่รอบสระน้ำขนาดใหญ่ของมอ มีทั้งร้านขายอาหารง่ายๆ เช่นลูกชิ้น ไข่นกกระทา ไปจนถึงผัดไทหอยทอด และร้านขายของ ที่มีตั้งแต่ร้านขายเสื้อผ้า ไปจนถึงกิ๊ฟช้อปชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทว่าแม้จะมีผู้คนเดินไปมาแทบจะแนบชิดติดตัวกัน แต่อากาศวันนี้กลับไม่ร้อนอบอ้าว ซ้ำยังมีสายลมเย็นต้นฤดูหนาวพัดโชยอยู่เนื่องๆ ทำให้คุณหญิงก้อยเพลิดเพลินจนลืมดูเวลา

“เสียดายเน้อ คณะเราพลาดถ้วยรางวัลประกวดขบวนพาเหรดปีนี้อีกแล้ว แต่ก็ยอมรับล่ะว่าของคณะนิเทศสวยกว่าจริงๆ เฮ้อ เราไปปลอบน้องกันหน่อยดีไหมก้อย เห็นว่าคณะเราออกร้านด้วยนี่ ไปดูกันหน่อยม๊ะ!”

รุ้งนรินกล่าวก่อนจะหันมาชักชวนคุณหญิงก้อย และแน่นอนว่าคุณหญิงไม่คิดขัดเพื่อนสาวอยู่แล้ว เพราะเธอเองก็อยากจะเจอรุ่นน้องร่วมคณะและอาจารย์ด้วยเหมือนกัน

สองคุณหมอเดินทอดน่องลัดเลาะไปบนทางเท้ารอบสระหน้ามหาลัยซึ่งใช้เป็นสถานที่ลอยกระทง เพียงไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงซุ้มของคณะแพทย์ศาสตร์ ซึ่งเนรมิตภายในซุ้มเป็นงานวัดย้อนยุค มีทั้งการละเล่นแบบเก่าๆเช่นสาวน้อยตกน้ำและปาโป่งยิงปืน ทางซีกหนึ่งคุณหญิงมองเห็นเหล่าอาจารย์ของคณะกำลังช่วยกันหมุนถังไอติมแท่ง ท่าทางน่าสนุกจนเธอและหมอรุ้งอดที่จะเดินไปร่วมวงด้วยไม่ได้

“โหอาจารย์คะ มองไกลๆนึกว่ากลุ่มบอยแบนด์ที่ไหน”

           เสียงแจ้วๆของรุ้งนรินลูกศิษย์ตัวป่วนทำให้เหล่าอาจารย์ผละออกจากถังไอติมทันทีด้วยกลัวจะเสียความเคารพ ก่อนจะยกมือรับไหว้ศิษย์ทั้งคู่ที่ยืนยิ้มแฉ่งรออยู่

“ยัยรุ้งนี้จริงๆเลย ทักอาจารย์มาได้ กำลังใช้สมาธิอยู่แท้ๆ”

คุณหญิงก้อยและรุ้งนรินหัวเราะเสียงใส ก่อนทั้งคู่จะแตกตัวออกจากกันเพื่อแยกทักทายอาจารย์

อาจารย์แพทย์ประสิทธิ์ วงวิทย์คืออาจารย์ที่คุณหญิงก้อยตรงเข้าไปทักทายเป็นคนแรก และดูเหมือนท่านจะทราบดีว่าหญิงสาวต้องเข้าไปหา จึงเอ่ยสนทนาขึ้นก่อน

“ไงก้อย ได้ข่าวว่าจะมีข่าวดีหรือ”

คุณหญิงก้อยขมวดคิ้วงงงัน แต่เธอก็เลือกที่จะไม่จับประเด็นนั้น เพราะตนมีเรื่องที่สนใจมากกว่า

“อาจารย์ค่ะ ก้อยขอโทษที่ไม่ได้ไปแม่ฮ่องสอนด้วย ก้อย...”

อาจารย์แพทย์ประสิทธิ์ยกมือโบกไปมาอย่างไม่ใส่ใจ ยิ้มมองคุณหญิงที่ดูยังไม่คลายความทุกข์ใจกับเหตุการณ์เลวร้ายในอดีต

“ไม่เป็นไรๆ อาจารย์บอกเลียเกอะให้แล้วล่ะว่าก้อยติดงานไปไม่ได้...แล้วเป็นยังไง ยังโทษตัวเองอยู่หรือ

คุณหญิงก้อยหน้าหมองลงไปกว่าครึ่งยามคิดถึงเรื่องราวในอดีต “ลืมไม่ได้นี่ค่ะ...ชาตินี้ก้อยก็คงลืมไม่ได้”

คนแก่วิชากว่าถอนหายใจก่อนยกมือตบไหล่ลูกศิษย์เบาๆ “ต้องใช้เวลาก้อย แต่อาจารย์ขอย้ำอีกครั้งว่ามันไม่ได้ผิดที่ก้อย สองแม่ลูกชาวม้งถึงได้ตาย เพราะกว่าที่ญาติๆจะพาเขามาถึงโรงพยาบาล ทุกอย่างมันก็สายไปแล้ว”

ต่อนี้จ้ะ

 

เสียงแผ่วแสดงถึงความอาลัยทำให้คุณหญิงก้อยแทบกลั่นน้ำตาแห่งความสะเทือนใจไว้ไม่ได้ จิตใจที่ยังหวั่นไหวพาตัวเธอดิ่งลึกลงสู่หุบเหวดำมืด สู่ภาพของฝันร้ายที่ตามหลอหลอนเธออยู่ในทุกคืนวัน

ในตอนนั้นเธอยังเป็นแพทย์ใช้ทุนอยู่ที่โรงพยาบาลแพทย์ในต่างจังหวัด ตั้งใจกับตัวเองว่าหากใช้ทุนหมดจะเรียนสูติต่อ ตัวเธอตั้งมั่นกับความคิดนี้มาก กระทั่งเหตุการณ์หนึ่งได้เกิดขึ้น เหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตเธอจนไม่สามารถห้วนกลับสู่เส้นทางเดิมได้อีก

เธอยังจำได้ถึงวันฝนพรำในคืนไร้ดาว เธอได้รับเคสด่วนอย่างกะทันหัน หญิงชาวม้งกำลังเจ็บครรภ์อย่างรุนแรง ญาติที่มาด้วยบอกว่าหมอผีของหมู่บ้านไม่สามารถทำคลอดตามประเพณีของชาวม้งได้ ตอนที่เธอเจอผู้ป่วย เธอก็พอดูออกว่าเคสนี้ไม่ได้ปวดใกล้คลอดธรรมดา เพราะหยาดเลือดที่ไหลโชกเป็นสายน้ำแสดงหลักฐานทุกอย่าง หลังจากทำการตรวจพบว่าผู้ป่วยอยู่ในภาวะรกเกาะต่ำ ทำให้เด็กทารถในครรภ์ไม่สามารถคลอดออกมาตามการบีบตัวของมดลูก และเพราะการฝืนดึงดันที่จะเบ่งคลอดออกมาในตอนแรก ทำให้ทั้งแม่และลูกอยู่ในขั้นวิกฤต คนเป็นคุณหญิงบอกตัวเองว่าตนทำเต็มที่แล้ว และเธอเชื่อว่า ณ วินาทีนั้น ไม่มีหมอคนได้ทำได้ดีไปกว่าเธอ แต่สุดท้ายเธอก็ยื้อชีวิตของสองแม่ลูกชาวม้งไว้ไม่ได้ เด็กทารกหยุดหายใจเพราะรกพันคอ ส่วนมารดาสิ้นใจตามไปเพราะหัวใจวายเนื่องจากเลือดไหลออกจากร่างกายมากเกินไป

เธอรู้ว่าการเป็นหมอสำคัญที่จิตใจต้องเข้มแข็ง แต่เธอไม่อาจคงสติไว้ได้เมื่อรู้ว่ามือของเธอไม่สามารถที่จะช่วยชีวิตสองแม่ลูก ที่แย่ยิ่งกว่าคือการตอบคำถามญาติผู้ป่วย นั้นเพราะสายตาของพวกเขา แววตาของพวกเขา มองมาที่เธอราวกับตัวเธอเป็นฆ่าตกร!

“คุณหมอ! ลูกเมียผมล่ะ...คุณหมอลูกกับเมียผมอยู่ไหน!

“เป็นไปไม่ได้!! นังขิ่นจะตายได้ยังไง คุณหมอทำอะไรมัน!  ฮึก มึงทำอะไรเมียกู!!!

การอาละวาดและด่าทอทำให้คุณหญิงก้อยเจ็บปวด การสาปแช่งอย่างโกธรแค้นของคนที่เสียบุคคลอันเป็นที่รักถึงสองคนในคราวเดียวกันทำให้คนเป็นคุณหญิงแทบเสียสติ เธอบอกตัวเองตั้งแต่ตอนนั้นว่าเธอจะไม่ยอมทำคลอดให้ใครอีกแล้ว เพราะเธอกลัว กลัวเหลือเกินว่ามือของตนจะพรากเอาลมหายใจของใครไปอีก เธอกลับมากรุงเทพอย่างคนไม่มีจุดหมาย แผนเรียนต่อเฉพาะทางด้านสูตินารีแพทย์ถูกพับเก็บเพราะเธอไม่สามารถทำคลอดให้ใครได้ ความกลัวฝั่งลึกในจิตใจเธอเสียแล้ว ภาพของเด็กทารกเพศหญิงที่สิ้นลมหายใจอยู่บนฝ่ามือยังติดตาราวรอยตราบาป ทุกคืนเธอฝัน ฝันถึงภาพๆนั้น มันคอยย้ำเตือนว่าเหตุใดเธอถึงมีสิทธิไปพิพากษาชีวิตเขา ทำไมเขาถึงไม่มีโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ มันคือความผิดของเธอ ถ้าเธอพยายามมากกว่านี้ ถ้าเธอไม่ทะนงตัวว่ามีความสามารถพอ เธอก็คงส่งต่อให้หมอท่านอื่นช่วยทัน ทั้งหมดเป็นเพราะเธอ ที่สองแม่ลูกต้องตายก็เพราะเธอ!

ไม่เป็นไรนะก้อย ไม่เป็นไร

ศีรษะที่บีบรัดแน่นอย่างคนเครียดจัดคลายลงอย่างรวดเร็วทันทีที่ความทรงจำพาเธอทบทวนไปถึงเหตุการณ์ในวันนั้น  และใช่ เธอยังจำได้ ในตอนที่เธอร้องไห้โฮอย่างเสียใจ มีมือคู่หนึ่งของใครบางคนตระกองกอดเธอเอาไว้อย่างปกป้อง เสียงที่คอยแต่จะเหน็บแนมเสียดสี กลับเปลี่ยนเป็นอบอุ่นปลอบโยน

"ไม่เป็นไรก้อย ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไร"


-----------------------
 ชอบไม่ชอบบอกด้วย ขอแค่เนี้ยย

 

__________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________

นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก  ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งใน นิยายไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นการกระทำที่มีความผิดทางกฎหมายตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติที่ได้ระบุไว้และจ่ายค่าเสียหายตามแต่เจ้าของผลงานจะกำหนด
[ สำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ สมาคมนักเขียน ]

 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 239 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,801 ความคิดเห็น

  1. #7786 weerarak-ali (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 23:01
    ชอบบบบบนิยายเรื่องนี้มากกกกนะคะ แวะเข้ามาให้กำลังใจไรท์ค่ะ
    #7,786
    0
  2. #7768 I:AM XXI (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 13:37
    หมอดลรึป่าวหนอ
    #7,768
    0
  3. #7731 K.One (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 23:50
    ชอบนะคะ..ตามอ่านอยู่ค่ะ
    #7,731
    0
  4. #7424 mOouaN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 17:31
    กลับมาอ่านอีกรอบ
    #7,424
    0
  5. #5383 ผักติ้ว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 17:11
    ฝรั่งเศล --> ฝรั่งเศส

    หันพระพัตร -- > หันพระพักตร์
    #5,383
    0
  6. #4761 Ale (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 08:35
    สนุกค่ะ
    #4,761
    0
  7. #2728 ลูกเจี๊ยบแก้มยุ้ย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 08:31
    ชอบค่ะ แต่เขียนผิดเยอะไปนิสนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้ไรท์ค่ะ
    #2,728
    0
  8. #1706 แอน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 21:14
    ชอบค่ะ
    #1,706
    0
  9. #1354 Tint123 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 21:17
    ชอบมาก ขอบคุณค่ะ
    #1,354
    0
  10. #1024 pin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 14:53
    ท่านหญิงกมล กับ หม่อมเจ้าหญิงกนกนารี คนเดียวกันไหมคะ ชื่อมาโผล่ใกล้ๆกันในฉากที่ยังต่อเนี่องอยู่ อ่านแล้วงงๆ กับชื่อคะ ถ้าเปลี่ยนชื่อตัวละคร ก็รบกวนแก้นะค่ะ อ่านแล้วมันขัดๆ ติดตามมานานอยากได้เป็นเล่มอีก
    #1,024
    1
    • #1024-1 เฌอมา(จากตอนที่ 6)
      6 กรกฎาคม 2559 / 18:36
      คนเดียวกันค่ะ ชื่อจริงกับชื่อเล่น
      #1024-1
  11. #819 Pamm11 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 21:26
    หมอดลต้องแอบชอบหญิงก้อยตั้งแต่เด็กๆแน่เลย
    #819
    1
    • #819-1 เฌอมา(จากตอนที่ 6)
      1 กรกฎาคม 2559 / 12:32
      แกล้งบ่อยจนเผลอรักไม่รู้ตัวววววววว
      #819-1
  12. #671 kungking (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 14:06
    รีบแต่งไวไวนะไรท์ จะรออ่าน และรอซื้อหนังสือเรื่องนี้ด้วย
    #671
    0
  13. #639 V.Lek (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 23:15
    ชอบค่ะ อยากเห็นมอดลมาหนอดบ่อยๆ55555 ปล.ไรต์คะ 'ปูหล่น' รึเปล่าคะ เห็นไรต์พิมว่า 'ปูหล่อน'
    #639
    0
  14. #603 s.s (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 22:40
    แพทย์ใช้ทุน ค่ะ ไม่ใช่ นักศึกษาแพทย์ใช้ทุน

    ถ้าเป็น นักศึกษาแพทย์ ต้อง เป็น นักศึกษาแพทย์ฝึกงาน
    #603
    1
    • #603-1 เฌอมา(จากตอนที่ 6)
      9 พฤษภาคม 2559 / 23:06
      ขอบคุณค่ะ แก้ไขแล้วน้า ขอบคุณมากๆจ้า ^^
      #603-1
  15. #596 ตุ้ยนุ้ย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 22:00
    ชอบมาก
    #596
    0
  16. #595 Tresedias (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 21:47
    ดลลลลล ต้องเป็นดลแน่ๆเลยที่มาปลอบก้อย :)
    #595
    0
  17. #591 fsn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 09:56
    ตามต่อค้า
    #591
    0
  18. #586 Fon Proy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 07:53
    ชอบมาก บอกเลย^^
    #586
    0
  19. #584 ปลาซิว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 07:01
    ชอบมากมายค่ะ
    #584
    0
  20. #541 SuperAnne33 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 01:05
    ติดตามอยู่นะค๊าาา
    #541
    0
  21. #536 lin elle (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 00:11
    ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกก มันคนละรสชาติกับภรรยาเจ้าแต่ว่าก็ชอบมาก ติดตามผลงานต่อๆไปค่ะสู้ๆ
    #536
    0
  22. #520 แก้วพิรุณ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 22:45
    อินมากค่ะน้ำตาจะไหล อยากกอดปลอบหญิงก้อยบ้าง แต่ดูเหมือนจะมีคนทำหน้านั้นแล้ว เราจะหลีกทางให้พระเอกค่ะ 555+
    #520
    0
  23. #518 Muk Musttang (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 22:40
    ชอบค่ะ
    #518
    0
  24. #516 เปีย จะบอก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 21:23
    สงสารคุณหมอก้อยอ้ะTTนี่ก็ปริ่มๆ ตามละเพิ่งเข้าใจว่าทำไมตอนนั้นหมอก้อยซึมไป แต่หมอก้อยคะเราว่าหมอดลเค้าชัดเจนมานานละนะหมอก้อยก็ลองแง้มๆประตูหัวใจหน่อยดิ๊ แต่จากตะกี้เราว่าน่าจะเข้าไปนานแล้วล่ะแค่ต้องลบ เรื่องระหว่างตระกูลไปก่อนนาาาาาา
    #516
    0
  25. #515 มาเชรี (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 20:56
    ท่านพ่อท่านแม่มีปัญหาอะไรกันหนอ
    สู้ๆน้าหมอก้อย
    #515
    0