พระพายทายรัก (สนพ.พิมพ์คำ พิมพ์ครั้งที่ 13)

ตอนที่ 2 : Chapter 2 : น้อมรับการเสี่ยงทาย (100%) รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43,653
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 209 ครั้ง
    27 ก.ค. 59




 


พ ร ะ พ า ย ท า ย รั ก

_______________________________________________________________________________________________________________________________________

By เฌอมา






หม่อมเจ้าหญิงกนกนารี ท่านหญิงกมล


 

บทที่ 2 น้อมรับการเสี่ยงทาย 

ข่าวที่หม่อมราชวงศ์กนกวลี คุณหญิงในราชสกุลภานุพงศ์พลัดตกลงมาสู่อ้อมกอดของหม่อมหลวงดลวัฒน์ แพร่สะพัดไปในหมู่ราชนิกูลด้วยกัน ซ้ำการที่ฝ่ายหญิงกล่าวออกไปว่าเหตุที่ตกลงมานั้นเพราะถูกลมหอบใหญ่วูบเข้ามาปะทะจนเสียการทรงตัว ทำให้เชื้อราชวงศ์ทั้งวงศ์ใหญ่วงศ์น้อยต่างพากันพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน เสียงเล่าลือปากต่อปากถึงความเชื่อเรื่องพระพายเสี่ยงทายรักถูกยกขึ้นมาพูดถึง ทำให้การตกวังของหม่อมราชวงศ์กนกวลี มิใช่เพียงอุบัติเหตุแสนธรรมดาที่จะมองข้ามไปได้ โดยเฉพาะกับคนในราชสกุลวายะวงศ์ ซึ่งเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ อันมีความสำคัญเพียงพอที่พวกเขาจะมารวมตัวกัน ณ วังวายะวงศ์อย่างเช่นเช้าวันนี้

ดลวัฒน์หันมองไปยังเหล่าพระญาติในราชสกุลวายะวงศ์ ซึ่งบัดนี้นั่งเรียงกันอยู่เต็มห้องรับแขก ไม่ว่าจะเป็นเชื้อราชสกุลสายหลักหรือสายรอง ทุกๆคนล้วนตกอยู่ในภาวะตึงเครียดจนสามารถสังเกตเห็นได้จากสีหน้าท่าทาง ทว่าเขารู้ดี เหล่าพระญาติไม่ได้เครียดเรื่องพระพายเสี่ยงทายรัก แต่เครียดเพราะหญิงสาวที่ถูกเสี่ยงทายนั้น คือคนในราชสกุลภานุพงศ์ต่างหาก

“ถึงอย่างไรแม่ก็ไม่ยอม” หม่อมหลวงจุรีมาศกล่าวน้ำเสียงไม่เบาไม่หนัก “แต่งงานกับภานุพงศ์งั้นหรือ ลูกก็รู้ว่าวายะวงศ์กับภานุพงศ์น่ะมีความสัมพันธ์อย่างไรต่อกัน แล้วทำไมยังยืนยันรับเด็กคนนั้นเข้ามาร่วมวงศ์กับพวกเราอีก”

คำตัดสินเกินฐานะของสะใภ้ใหญ่วายะวงศ์ทำให้ทุกคนในห้องรับแขกหันมองอย่างตำหนิ แต่เมื่อตรองดูแล้วหม่อมหลวงจุรีมาศเองก็พูดถูก เพราะวายะวงศ์กับภานุพงศ์มิใช่ราชสกุลเครือมิตรกัน หากแต่เป็นอริซึ่งมีรอยบาดหมางร่วมกันมาตั้งแต่อดีต ซ้ำเหตุของรอยร้าวที่ว่านั้น ยังเป็นเรื่องพระพายเสี่ยงทายรัก มันจึงยิ่งตอกย้ำให้รอยบาดหมางยิ่งทวีความรุนแรงเข้าไปใหญ่

“อาเห็นด้วยกับแม่เขานะดล" คุณชายภาค หรือ หม่อมราชวงศ์ดนัยภาค ลูกชายคนเล็กของท่านพัฒน์กล่าวก่อนจะละสายตาจากดลวัฒน์ กวาดสายตามองไปรอบๆห้องรับแขกอย่างเตือนสติทุกคน "เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการแต่งงานเกิดขึ้น เพราะเรากับภานุพงศ์เสมือนยืนอยู่คนละฝั่ง เช่นเดียวกัน ทางนั้นก็คงไม่ยอมยกลูกสาวเขาให้เรา อย่าลืมสิว่าเมื่อ 28 ปีก่อนมันเกิดอะไรขึ้น”

เป็นที่รู้กันว่า พระพายเสี่ยงทายรัก’ คือทำเนียมเก่าแก่ของวายะวงศ์ เสมือนประเพณีที่จะเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อถึงคราวที่บุตรชายคนโตสมควรที่จะมีคู่ครองเรือน ทว่าจู่ๆ พระพายอันเป็นประเพณีมงคลกลับไม่เสี่ยงทายใดๆให้คุณชายภพ หรือ หม่อมราชวงศ์ดลภพ บุตรชายคนโตของเจ้าวังวายะวงศ์ ทำให้เขาเลือกที่จะรักใคร่ชอบพอกับท่านหญิงราชสกุลภานุพงศ์คนหนึ่งและทำการสู่ขอหญิงสาวมาเป็นภรรยา ทว่าโศกนาฏกรรมความรักก็ได้เกิดขึ้น หลังจากฤกษ์งามยามดีถูกกำหนด จู่ๆพระพายกลับเสี่ยงทายให้คุณชายภพครองคู่กับหญิงสาวอีกคน การแต่งงานของเขากับท่านหญิงคนดังกล่าวจึงจำต้องถูกยกเลิกไป สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้พระบิดาของฝ่ายเจ้าสาวทรงกริ้วอย่างหนัก ที่วายะวงศ์ทำให้บุตรสาวของพระองศ์เป็นหม้ายขันมาก ทั้งยังเสียพระพักตร์ เสื่อมเกียรติอย่างที่ไม่มีสิ่งใดจะมาลบล้างได้ พระองค์จึงประกาศตัดขาดจากวายะวงศ์ ออกปากจะเป็นอริกันสืบไป ไม่มีวันคบค้าเป็นกัลยาณมิตรกันอีก ทว่าสิ่งที่เศร้ายิ่งกว่าพึ่งจะเริ่มขึ้น เพราะหลังจากที่คุณชายภพแต่งงานกับหม่อมหลวงจุรีมาศตามการเสี่ยงทาย เขาก็ตรอมใจตายหลังจากนั้นไม่นาน การสูญเสียทำให้วายะวงศ์โถมความผิดใส่ภานุพงษ์ โทษว่าเพราะฝ่ายหญิงเป็นตัวกาลกีนี คำกล่าวนั้นจึงยิ่งเติมเชื้อไฟแห่งความโกรธแค้นของสองราชสกุล อะนิจจา เรื่องเก่าแผลยังไม่ทันสมานจนหายดี วันนี้พระพายกลับเลือกสตรีจากภานุพงศ์ให้หลานชายคนโตของพวกเขา แล้วเหตุใดต้องให้สองราชสกุลมาเกี่ยวดองกันอีก แค่ความบาดหมางในครั้งนั้นยังไม่เพียงพออีกหรือ

ดลวัฒน์มองการถกเถียงกันของเหล่าวายะวงศ์ ก่อนจะเบือนสายตาไปทางพระเนตรของหม่อมเจ้าพงศ์พัฒนา ท่านปู่ของเขา

ท่านพัฒน์มองตอบหลานชายด้วยนัยเนตรนิ่งสงบ คนเป็นปู่ถึงแม้จะแก่ชราจนเกศาเปลี่ยนสี ก็ยังสังเกตเห็นท่าทีแน่วแน่ไม่มีลังเลของหลานชายคนโต

“แล้วตาหนูล่ะ เห็นว่ายังไงกับเรื่องนี้”

เสียงแหบแห้งที่แฝงไปด้วยอำนาจของเจ้าวังวายะวงศ์ทำให้ทุกๆ คนชะงักและหันมอง และเป็นดลวัฒน์ที่พูดตอบกลับไป ไม่คิดสนใจคำโต้แย้งต่างๆนาๆ ของคนอื่น

“มันไม่เกี่ยวว่าคุณหญิงก้อยคือคนในราชสกุลใดกระหม่อม แต่คุณหญิงคือคนที่พระพายเสี่ยงทายให้หลานแล้ว” ชายหนุ่มที่นั่งนิ่งฟังมาโดยตลอดกล่าวอย่างมั่นคง

“ครั้นที่พระพายเสี่ยงทายให้คุณพ่อแต่งงานตามการเสี่ยงทาย วายะวงศ์ยอมที่จะสูญสายสัมพันธ์อันดีงามกับภานุพงศ์ ท่านปู่ยอมที่จะเป็นอริกับกัลยาณมิตรอย่างสหายรักเช่นเสด็จชายกนกนรนาถ นั้นเพราะเราเคารพในประเพณีที่วายะวงศ์ยึดปฏิบัติมานมนาน ถึงแม้จะต้องทำร้ายจิตใจคนรัก หรือต้องตัดความรู้สึกส่วนตัวออกไป เราก็ยังเลือกที่จะทำเพื่อวายะวงศ์ มิใช่หรือกระหม่อม“

“...”

“ครั้งนี้ก็เช่นกัน หลานเองเป็นคนในราชสกุลวายะวงศ์ หลานยืนยันรับการเสี่ยงทาย ยินดีที่จะรับคุณหญิงก้อยมาเป็นภรรยาของหลาน อีกในหนึ่งมันเป็นสิ่งอันสมควรแล้วที่พวกเราจะชดใช้คืนให้ภานุพงศ์ การหักหน้าพวกเขาในครั้งอดีต ทั้งสายสัมพันธ์ที่สะบั้นขาดไป ในฐานะที่หลานเป็นวายะวงศ์ และเป็นเจ้าวังวายะวงศ์คนต่อไป หลานถือว่าสิ่งนี้คือหน้าที่ที่หลานควรกระทำ หลานจะชดใช้คืนให้พวกเขา เพราะงั้นการแต่งงานครั้งนี้ หลานเห็นสมควรกระหม่อม”

ท่านพัฒน์มองหลายชายคนโต คำพูดทุกคำสั่นสะท้านในมโนความรู้สึก การออกตัวยอมเป็นคนผสานรอยร้าวที่กินลึกมาเนินนาน ทำให้หม่อมเจ้าพงศ์พัฒนาคล้ายความหนักอึ้งที่สุ่มอุระมาเนินนานปี

“งั้นจงเป็นไปตามนั้น”
          สุรเสียงสุขุมเอ่ยขึ้นจนสะท้อนกังวานไปทั่วห้องรับแขก

“พรรณนี" ท่านพัฒน์ตรัสเรียกบุตรสาวคนโต หรือหม่อมราชวงศ์พรรณราย ที่นั่งฟังอยู่เงียบๆไม่ออกความเห็นใดๆตั้งแต่แรกเริ่ม
          "เพคะท่านพ่อ"
           "พรุ่งนี้แจ้งข่าวไปที่ภานุงพงศ์...แจ้งว่าวายะวงศ์จะไปสู่ขอหม่อมราชวงศ์กนกวลี ให้ตาหนูของฉัน”

------------------------------------------------------

 

ที่วังภานุพงศ์

โต๊ะเสวยตัวยาวของเช้าวันนี้มีอาหารนานาชนิดจัดวางไว้แต่กลับไร้ซึ่งบุคคลใดนั่งรับประทาน คุณหญิงก้อยที่พึ่งก้าวลงมาจากบันไดวังขมวดคิ้วมองภาพตรงหน้าอย่างสงสัย ก่อนจะหันไปถามคุณพนักงานที่ยืนเรียงรอรับคำสั่งอยู่ใกล้ๆ

ท่านพ่อเสด็จออกไปแล้วหรือพี่เกด

การาเกด คุณพนักงานของวังภานุพงศ์โค้งรับก่อนจะสั่งให้นางเล็กๆ เตรียมตักข้าวและรินน้ำดื่มให้คุณหญิงก้อย บุตรสาวเพียงคนเดียวของหม่อมเจ้าธีราธรและหม่อมเจ้าหญิงกนกนารี เจ้าวังในราชสกุลภานุพงศ์

ท่านธีปเสด็จออกไปตั้งแต่เช้าแล้วค่ะคุณหญิง รับสั่งว่าถ้าท่านเสด็จถึงฝรั่งเศลแล้วจะโทรมาบอก”

คุณหญิงก้อยพยักหน้ารับก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้แล้วเริ่มทานอาหาร “แล้วท่านแม่ได้เสด็จไปด้วยหรือเปล่าพี่เกด”

“เอ่อ ไม่ได้เสด็จด้วยค่ะ ท่านหญิงกมลประทับอยู่ที่...”

อยู่ที่ศาลาพุดซ้อนสินะ

คุณหญิงก้อยกล่าวต่ออย่างรู้ทัน ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพินิจมองไปยังโต๊ะเสวยแสนกว้างใหญ่ตรงหน้า

โต๊ะตัวยาวเท่ากับความยาวของห้องเสวยช่างดูเงียบเหงาจนน่าใจหาย เก้าอี้ฝั่งละสิบสองตัวเปล่าเปลี่ยวจนคนมองมักตั้งคำถามอยู่บ่อยๆว่าจะมีมันไว้ทำไม เพราะสุดท้ายคนที่นั่งทานอาหารก็มีเพียงตัวเธอ

หญิงสาวคิดก่อนจะเอื้อมหยิบช้อนกลางของจานผัดผัก ตักกับที่ว่ามาใส่ในจานอาหารของตน ตามด้วยอาหารจานอื่นๆที่ละเล็กละน้อย เสร็จแล้วก็ยกจานอาหารติดมือขึ้นมา วาดขาเดินออกไปหลังวัง ตรงสู่สวนพุดซ้อนเพื่อไปพบมารดาของตน

สวนสวยด้านหลังวังดกครึ้มไปด้วยดอกไม้สีขาวที่ให้กลิ่นหอมอ่อน ใบเขียวขจีเป็นมันเงาของพวกมันก็ช่วยเสริมให้เช้านี้ดูสดชื่นและสบายตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ถึงแม้สวนพุดซ้อนจะอยู่ไม่ไกลจากวังใหญ่ แต่ทัศนียภาพแถวนี้กลับผิดไปจากตัววังที่ดูโอ่อ่ามีระเบียงเบื้องหลังเป็นอย่างมาก ร่างแบบบางยิ้มทักทายคุณพนักงานที่เดินสวนไปมาอยู่ตลอด และในที่สุดบุตรสาวเพียงคนเดียวของภานุพงศ์ก็มองเห็นศาลาไม้สีขาวสะอาดตา ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางสวนไม้หอมขนาดย่อมของวังภานุพงศ์

คุณหญิงก้อยเร่งฝีเท้าเข้าไปใกล้ศาลาสีขาวอย่างไม่รอช้า ยิ่งฝ่าเท้าของเธอก้าวเข้าไปใกล้มากเท่าไร กลิ่นหอมอันอ่อนหวานของดอกพุดซ้อนนับร้อยๆดอกที่พากันเบ่งบานเบียดเสียดกันอยู่ในนั้นก็กระจายกำจรเข้าสู่ปลายจมูกโด่งสวยของเธอมากขึ้นเท่านั้น ทว่าสิ่งที่ดูจะดึงดูดกว่าอะไรทั้งหมดไม่ใช่ศาลาไม้หลังสวยที่ตั้งอยู่ใจกลางสวน ไม่ใช่เหล่าบุปผาชาติสีขาวดอกโตที่พากันเบ่งดอกบานสะพรั่งอย่างเนื่องแน่นจนแทบจะมองไม่เห็นก้านใบ แต่สิ่งที่สะดุดตากว่าอะไรทั้งหมด คือร่างสมส่วนของสตรีคนหนึ่งซึ่งประทับนั่งเม่อลอยอยู่ในศาลาไม้หลังนั้นต่างหาก

ร่างในชุดลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ตรงหน้าดูบอบบางอมทุกข์อมโรคอย่างหน้าใจหาย  ใบหน้างามพิลาสนิ่งเรียบเงียบสงบไม่บ่งบอกอารมณ์ยินดียินร้ายคล้ายดั่งว่าเจ้าของร่างไม่มีความรู้สึกใดๆหลงเหลืออยู่อีกแล้ว เกลียวผมสีน้ำตาลเข้มเรียบลื่นดุจแพรพรรณเนื้อดีถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย ทิ้งความยาวไปบนแผ่นหลังที่ตั้งเหยียดตรงถึงแม้เจ้าของร่างจะโรยแรงคล้ายบุคคลนี้ไร้ชีวิตและจิตใจก็ตาม

คุณหญิงก้อยรู้สึกกระตุกวาบตรงอกซ้ายครั้นยืนมองมารดาของตนอยู่เงียบๆ มารดาผู้เศร้าสร้อยเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในรั้ววังเรื่อยมาตั้งแต่เกิดเรื่อง 'พระพายเสี่ยงทาย' ในอดีต เหตุการณ์ที่เป็นชนวนเหตุให้สองราชสกุลอย่างภานุพงศ์และวายะวงศ์ต้องตัดสัมพันธ์กัน ทั้งที่ทั้งสองราชสกุลเกือบจะได้เกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกันอยู่แล้ว และนี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ข่าวลือพวกนั้นไม่มีทางเป็นจริงขึ้นมาได้ เพราะเธอไม่มีวันยอมแต่งกับดลวัฒน์ ลูกชายของผู้ชายคนนั้น คนที่ทำให้ท่านแม่ของเธอต้องตายทั้งเป็น!

หากจะกล่าวถึงวายะวงศ์ คนเป็นคุณหญิงยอมรับว่าโกธรเกลียดราชสกุลนั้นอยู่มาก เพราะจากที่เธอทราบมา คนพวกนั้นจิตใจโหดร้าย พรากเอางานแต่งของท่านแม่ของเธอไป หักหน้าภานุพงศ์ หักพระพักตร์ของเสด็จตา ซ้ำร้ายยังจัดงานแต่งให้หม่อมราชวงศ์ดลภพกับผู้หญิงคนนั้นในฤกษ์ยามเดี่ยวกับวันแต่งท่านแม่อีก คนพวกนั้นไม่เพียงแต่ไม่ไว้หน้ากัน แต่ยังไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ ไม่มีคำว่าใจเขาใจเรา ในตอนนั้นท่านแม่ของเธอชอกช้ำอยู่มาก แต่ก็ยังสามารถครองสติกลับมาได้ดั่งเดิม ทว่าความเศร้าตรอมตรมไม่เคยจางหายไป เสด็จตาจึงบังคับให้ท่านแม่เสกสมรสกับท่านพ่อของเธอซึ่งเป็นท่านชายในราชสกุลเดียวกัน ในครั้นนั้นท่านแม่ไม่ได้ปฏิเสธเสียด้วยซ้ำ ยินยอมรับการแต่งงานแต่โดยดี ทว่าใครๆต่างก็รู้ว่าท่านแม่ท่านพ่อไม่เคยรักกันเลย ก็เพียงคนไร้หัวใจสองคน ก็แค่ทำเพื่อดำรงไว้ซึ่งชื่อเสียงของราชสกุลเรา สำหรับเธอที่เป็นลูก เธอไม่เคยมองเห็นความรักระหว่างท่านทั้งสอง มันมีเพียงความห่างเหิน มีเพียงการให้เกียรติซึ่งกันและกัน และมันเป็นเช่นนั้นเสมอมา จืดจาง เย็นชา ไร้ความรู้สึก ช่วงเวลาแห่งความมืดมนนั้นกินเวลายาวนานมา 28 ปี และเธอเชื่อว่ามันคงจะเป็นเช่นนั้นเรื่อยไป

คุณหญิงก้อยรำพึงในใจก่อนใบหน้าของเธอจะเปลี่ยนเป็นกระจ่างใสขึ้น เมื่อคนเป็นลูกมองเห็นร่างของลุงพฤกษ์ คนสวนของวังภานุพงศ์ที่คลานเข่าเข้าไปใกล้มารดาของตน มือหยาบกร้านของคนดูแลสวนพุดซ้อนทูลถวายดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ดอกโตให้แก่ท่านหญิงกมลอย่างเช่นทุกวัน ครานั้นเองที่ร่างของท่านเริ่มขยับไหว นัยน์ตาเศร้าลึกก้มมองดอกไม้หอมในมือข้ารับใช้ ก่อนจะยอมเอื้อมรับพุดซ้อนหอมละมุนที่คนสวนของท่านทูลถวายขึ้นมาให้ด้วยหัวใจที่ภักดี

“...พุดซ้อนส่งถึงฉันแล้วนายพฤกษ์ ขอบใจนะ

เสียงหวานนุ่มละมุนตรัสเบาๆกับคนสวนตัวดำคร่ำแดด ลุงพฤกษ์โค้งเคารพ ก่อนจะคลานถอยออกไปจากศาลาไม้ทรงปั้นหยา แล้วนั่งลงไปบนพื้นหญ้าตัดสวยนอกศาลาไม้ ไม่เกี่ยงไม่หลบไปไหนเฉกเช่นคุณพนักงานคนอื่นๆ

ซีกหน้าครึ่งหนึ่งของผู้เป็นแม่ที่กำลังยิ้มบางทำให้คุณหญิงก้อยเร่งก้าวเท้าเข้าไปในศาลาไม้สีขาว และในครานั้นเองที่ท่านหญิกมลผินใบหน้าอีกซีกกลับมามองผู้มาเยือน ก่อนรอยยิ้มกว้างแสนอบอุ่นจะกระจายไปทั่วใบหน้า อาจจะกล่าวได้ว่า นอกจากพุดซ้อนแสนสวยแล้ว สิ่งอันเป็นเรื่องหน้าอภิรมย์ในชีวิตของท่านหญิงผู้แสนอาภัพ ก็คือลูกสาวแสนสวยอย่าง ‘หมอก้อย’ คนนี้นั้นเอง

ก้อย ตื่นแล้วหรือลูก แล้วนั้นจะถือจานข้าวไปไหนกัน

คุณหญิงก้อยยิ้มรับรอยยิ้มกระจ่างของผู้เป็นแม่ ก่อนจะนั่งลงเทียบค้าง วางจานอาหาร แล้วโน้มตัวกอดเอวซบอกอุ่นหอมกรุ่นของมารดา ท่านหญิงกมลหัวเราะเสียงชื่นก่อนจะลูบแผ่นหลังลูกสาวเบาๆคล้ายจะบอกว่าให้เลิกอ้อนแม่ แล้วเงยหน้ามาคุยกันหน่อย

อะไรกันวันนี้ กอดแม่แน่นเป็นหมีเลย

คำพูดนั้นทำให้คุณหญิงก้อยยิ่งกอดรัดร่างมารดาเข้าไปใหญ่ ก่อนจะพูดเสียงเบาถึงสิ่งที่ตนกำลังคิดอยู่ “ลูกรักท่านแม่นะเพคะ...รักมากจริงๆ

ท่านหญิงกมลชะงักรอยยิ้มก่อนจะรั้งร่างลูกสาวให้ขึ้นมามองตอบกันอีกหน แม่ก็รักก้อยเหมือนกัน รักมากกว่าอะไรทั้งหมด

แล้วรักท่านพ่อบ้างไหมเพคะ...

คำถามของลูกทำให้ภายในใจของท่านหญิงกมลเย็นวาบไปหมด “...ต้องรักสิจ้ะ ต้องรักท่านพ่ออยู่แล้วท่านหญิงกมลกว่าพลางมองบุตรสาวเพียงคนเดียวด้วยนัยน์ตาเอ็นดูระคนรู้สึกผิด

...จริงสิก้อย เห็นหม่อมป้าปิ๋วโทรมาบอกว่าก้อยตกวังนรังสรรค์ จริงหรือลูก

คุณหญิงก้อยมองตอบนัยน์ตาเศร้าลึก ซึ่งคนเป็นแม่พยายามอย่างเหลือเกินที่จะกลบกลืนไม่ให้คนเป็นลูกเช่นตนค้นเห็น ก่อนเธอจะขมวดคิ้วให้กับคำถาม เริ่มรู้สึกหงุดหงิด เพราะคำถามนั้นเชื่อมโยงไปหาดลวัฒน์และราชสกุลวายะวงศ์อีกแล้ว

เพคะท่านแม่ แต่โชคดีที่...มีคนมารับไว้...

ประโยคบอกเล่าที่แผ่วปลายเสียจนจับใจความแทบไม่ได้ ทำให้ท่านหญิงกมลอบยิ้มและเริ่มต้อนเอาคำตอบจากลูกสาว

หื้ม ตกเข้าไปได้ยังไงตัวก็หนักออกปานนี้  มีใครแกล้งหรือเปล่าจ้ะ

คุณหญิงก้อยลังเลที่จะเล่าต่อ แต่พอเห็นสายพระเนตรแสนสงสัยของผู้เป็นแม่ คนเป็นลูกก็ยินยอมที่จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดไปตามความจริง เพราะจากที่เธอคาด ท่านแม่คงทราบเรื่องจากหม่อมป้าปิ๋วมาก่อนแล้ว

ไม่มีหรอกเพคะ แค่ตอนนั้นก้อยรู้สึกเหมือนมีลมพัดมาแล้วก้อยก็ตกวังไปเลย

ท่าทีที่ดูอมพะนำทำให้ท่านหญิงกมลซึ่งเฝ้ามองกิริยาบุตรสาวมาโดยตลอดยิ่งอิ่มในใจอย่างบอกไม่ถูก

แต่พอตกลงมาก็มีหนุ่มมารับไว้ด้วยใช่ไหม เห็นหม่อมป้าปิ๋วบอกว่าเป็นคนราชสกุลวายะวงศ์ด้วยนี้

คุณหญิงก้อยยืดตัวขึ้นครั้นได้ฟังคำพูดกำกวมของมารดา ไม่ทราบสิเพคะ เฮ้อ ลูกว่าลูกควรไปอาบน้ำแล้วค่อยกลับมาทานข้าวดีกว่า อากาศร้อนเหนี่ยวเนื้อเหนี่ยวตัวไปหมดแล้ว

คุณหญิงก้อยรีบยันกายลุกขึ้น อาศัยจังหวะนี้อ้างเรื่องฝนฟ้าอากาศเพื่อหลีกหนีบางสิ่งที่คาดว่าตนคงจะได้ยินจากปากผู้เป็นแม่

ทว่าท่านหญิงกมลเหมือนจะจับไต๋บุตรสาวได้ จึงเอื้อมจับลำแขนของคุณหญิงก้อยไว้ “เดี๋ยวสิจ้ะ แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่อยากจะบอกก้อยว่า...

“...”

รู้ตัวหรือเปล่าว่าลูกน่ะ...ได้พระพายมาทายรักแล้วน้า

ทันทีที่จบประโยคของผู้เป็นแม่คุณหญิงก้อยรู้สึกได้ว่าขนบนเรือนกายของเธอลุกพรึบไปจนถึงใบหู ก่อนความร้อนมากมายที่มาจากไหนไม่ทราบจะบังเกิดขึ้นบริเวณใบหน้าลามไปจนถึงลำคอ

พระพายทายรัก พระพายของพวกวายะวงศ์อีกแล้ว!

“กะ...ก้อยต้องไปอาบน้ำแล้วเพคะ ขอตัวเพคะ

ว่าจบบุตรสาวเพียงคนเดียวของราชสกุลภานุพงศ์ก็ตวัดตัวหันหลังเดินกึ่งวิ่งออกไปจากบริเวณศาลาพุดซ้อน ทิ้งให้ท่านหญิงกมลมองตามพร้อมรอยยิ้มจากส่วนลึกของหัวใจ

เพียงครู่เดียวลุงพฤกษ์ที่ลุกหายออกไปก็วิ่งกลับเข้ามาใหม่ ร่างใหญ่โตดูรีบร้อนขณะคุกเข่าแล้วคลานเข้ามาใกล้ที่ประทับของท่านหญิงกมล

ท่านหญิง ทะ...ท่านหญิง

นัยน์ตาที่กำลังเปี่ยมสุขของท่านหญิงกมลฉายแววสงสัยในท่าทีของลุงพฤกษ์คนสวนที่ปกติจะเป็นคนพูดน้อย ทว่าเมื่อท่านหญิงกมลมองเห็นสิ่งที่คนสวนของวังทูลขึ้นมาถวายด้วยมืออันสั่นเทา พระทัยที่หลับใหลมาเนินนานของท่านหญิงกมลก็เต้นไต่ระดับขึ้นมาในทันที

“...นี่มัน

น้ำเสียงละมุนสั่นไหวขณะเอ่ยถึงสิ่งที่รับมาไว้ในมือ ปลายพระหัตร์เรียวสวยประคองจับดอกพุดซ้อนดอกโตและสวยงามไร้ที่ติในมืออย่างทะนุถนอม ใบสีเขียวจัดมันปราบเงางามของมันถูกประทับตราประจำราชสกุลวายะวงศ์เป็นรอยฉลุดูสวยงามเอาไว้

ดอกพุดซ้อนจากราชสกุลวายะวงศ์กระหม่อม" นายพฤกษ์กล่าวขณะมองตรงไปยังจดหมายสีครีมสะอาดตาที่แนบมาคู่กับดอกพุดซ้อนเทียบเชิญ "จากหม่อมเจ้าพงศ์พัฒนา ส่งมาเทียบเชิญเพื่อกำหนดวันสู่ขอคุณหญิงก้อยไปเป็นเจ้าสาวของหม่อมหลวงดลวัฒน์ พระภาติยะคนโตของพระองค์

ท่านหญิงกมลมองตอบสายตาของคนพูดที่กำลังแสดงความปิติไม่ต่างจากตัวท่าน ก่อนใบหน้างามจะก้มอ่านจดหมายที่วางมาคู่กันเพื่อย้ำความแน่ใจ อย่างนั้นหรือ...พระพายของวายะวงศ์ท่านเลือกยัยก้อยจริงๆ งั้นหรือ..

หยดน้ำตาสีไสไหลแหมะลงบนกลีบดอกสีขาวนวลอย่างห้ามไม่ได้ พุดซ้อนเทียบเชิญ ดอกไม้อันเป็นสัญลักษณ์ของตราประจำราชสกุลวายะวงศ์ ดอกไม้ซึ่งแสดงถึงหญิงสาวที่วายะวงศ์เลือก หากวายะวงศ์มอบให้ใคร นั้นหมายถึงวายะวงศ์ได้เลือกเธอแล้ว

ใบหน้าเปื้อนน้ำตาของท่านหญิงกมลทำให้นายพฤกษ์ร้องถามอย่างร้อนรน “ทรงดีพระทัยหรือไม่กระหม่อม ที่วายะวงศ์เทียบเชิญคุณหญิงของเราไปเป็นภรรยา ทั้งๆที่ภานุพงศ์กับวายะวงศ์นั้น...

ท่านหญิงกมลเงยพระพักตร์มองตอบนายพฤกษ์ ข้าเก่าที่อยู่ดูแลท่านหญิงมานาน คอยปลูกดอกพุดซ้อน ดูแลให้งามบานสะพรั่ง เพื่อปลอบใจและเยี่ยวยาบาดแผลในใจของตน

ดีใจสิพฤกษ์" เสียงสั่นเอ่ยตอบตามตรงอย่างไม่อาย "เพราะในที่สุดหญิงก็ได้เข้าใจแล้ว ฮึก ได้เข้าใจว่าทำไมพระพายถึงเลือกทำลายความรักของหญิงกับคุณชายภพในครั้งก่อนนั้น

นัยน์ตาที่เคลือบไปด้วยน้ำไสๆก้มมองพุดซ้อนเทียบเชิญในมืออีกครั้ง 

นั้นก็เพราะท่านต้องการจะเลือกลูกสาวของหญิง ให้ลูกชายของคุณชายภพอย่างเช่นในวันนี่นี้เอง

ว่าจบท่านหญิงกมลก็ก้มลงสูดความหอมจากกลีบดอกของพุดซ้อนในมือ ความเจ็บปวดที่ยังคงคลุ้มคลั่งอยู่ในใจคล้ายจะเบาบางลงไปกว่าครึ่ง และบัดนั้นเองที่รอยยิ้มบางผุดขึ้นบนกลีบปากอิ่ม เนตรงามมองตอบคนสวนของวังแล้วสั่งการ

“แจ้งกลับไปที่วังวายะวงศ์...บอกพวกเขาว่าหญิงทราบเจตนาของพวกเขาแล้ว และยินดีต้อนรับ หากวายะวงศ์จะมาสู่ขอหญิงก้อยตามกำหนดการที่ทางนั้นแจ้งมา”

________________
รีไรท์นะคะ ขอโทษด้วย ดำเนินเรื่องแบบเดิม แต่เปลี่ยนจังหวะในการเล่า่ 55 ขออภัยที่ช้าน้าา ^^

 


 

__________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________

นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก  ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งใน นิยายไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นการกระทำที่มีความผิดทางกฎหมายตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติที่ได้ระบุไว้และจ่ายค่าเสียหายตามแต่เจ้าของผลงานจะกำหนด
[ สำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ สมาคมนักเขียน ]

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 209 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,801 ความคิดเห็น

  1. #7787 ปุญ อรุณ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 10:25
    เพิ่งเข้ามาอ่านค่ะ

    สนุก และน่าติดตามมากๆ
    #7,787
    0
  2. #5027 เหงาอยู่ตัว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 19:33
    ทำเนียม - ธรรมเนียม
    กาลกีนี - กาลกินี
    อะนิจจา - อนิจจา
    อีกในหนึ่ง - นัย
    มาเนินนาน - เนิ่น
    คล้ายความหนักอึ้ง - คลาย
    สุ่มอุระ - สุม
    เนินนานปี - เนิ่นนาน
    ภานุงพงศ์ - ภานุพงศ์
    ท่านธีป - ธี
    มีระเบียงเบื้องหลัง ?????
    อย่างเนื้องแน่น - เนือง
    นั่งเม่อลอย - เหม่อลอย
    อย่างหน้าใจหาย - น่าใจหาย
    โกธร - โกรธ
    ฤกษ์ยามเดี่ยวกับ - เดียว
    ในครั้นนั้น - ครั้งนั้น
    หน้าอภิรมณ์ - น่าอภิรมย์
    นั่งลงเทียบค้าง - เคียงข้าง
    อบยิ้ม - อม
    เหนี่ยวเนื้อเหนี่ยวตัว - เหนียว..เหนียว
    ..
    มาเนินนาน - เนิ่นนาน
    พระหัตร์ - พระหัตถ์
    สีไส - สีใส
    เยี่ยวยา - เยียว
    น้ำไสๆ - ใสๆ
    วันนี่นี้เอง - วันนี้นี่

    #5,027
    0
  3. #2936 nunpanu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 12:11
    สนุกจริงๆ ต้องตามต่อไป
    #2,936
    0
  4. #2817 Lucifer (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 21:40
    คำว่า
    อะนิจจา -> อนิจจา
    ฝรั่งเศล -> ฝรั่งเศส (ไรต์อาจจะเบลอ)
    #2,817
    0
  5. #2362 imavikur (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 05:51
    สนุกๆชอบ
    #2,362
    0
  6. #1433 JRP (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 21:19
    ช่วยแก้คำผิดนะคะ.......... เสียงการทรงตัว=เสียการทรงตัว , หลายชายคนโต=หลานชายคนโต,ความรู้สึกส่วนตัวสออกไป=ความรู้สึกส่วนตัวออกไป,สายสัมพันธ์ที่สะบั่น=สะบั้น ( เอิ่ม......เริ่มคิดว่าเดียวไรท์น่าจะมีฝ่ายตรวจสอบอยู่แล้วงั้นพอแค่นี้ดีกว่า)

    แสดงความคิดเห็น........"แล้วตาหนูล่ะเห็นเป็นยังไงกับเรื่องนี้" น่าจะเป็น"แล้วตาหนูล่ะเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้"
    #1,433
    0
  7. #1347 วชิรวีร์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 11:18
    อ่านแล้วมันขัดแปลกๆอ่าค่ะ คือแบบว่า ภานุพงษ์ควรจะโกรธ แต่ทำไมยกหมอก้อยของเราให้ง่ายๆแบบนี้ โดยเฉพาะท่านหญิงกมลที่ควรจะเสียใจและโกรธมานานในส่วนลึกกลับดีใจขนาดนั้นตอนเขามาสู่ขอลูกสาว คือแบบว่า มันขัดกันอ่ะค่ะ
    #1,347
    2
    • #1347-1 เฌอมา(จากตอนที่ 2)
      18 กรกฎาคม 2559 / 13:06
      อ่านให้ถึงตอนที่ 16 แล้วมาเม้นบอกไรท์อีกทีว่าเหตุผลยังขัดกันอยู่ไหม
      #1347-1
  8. #1023 pim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 14:30
    รู้สึกว่าชื่อจะมั่วๆนะค่ะ รูปที่ขึ้นคือนางเอกรึแม่นางเอกค่ะ ทำไมใช้ชื่อว่ากนกวลี แต่เป็นยศหม่อมเจ้า แล้วท่านหญิงกมล กับท่านหญิงกนกนารี นี่คนเดียวกันไหมคะ
    #1,023
    1
    • #1023-1 เฌอมา(จากตอนที่ 2)
      6 กรกฎาคม 2559 / 18:39
      ท่านหญิงกมล กับท่านหญิงกนกนารี นี่คนเดียวกัน
      ในรูปตอนที่ 2 คือ ท่านหญิงกมลค่ะ แต่ไรท์เขียนชื่อผิด
      #1023-1
  9. #693 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 19:26
    อ่า งานนี้ หญิงก้อย รอดยาก 
    #693
    0
  10. #692 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 18:43
    อ่า งานนี้ หญิงก้อย รอดยาก 
    #692
    0
  11. #663 Sukanya Paileeklee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 10:35
    ภาณุพงศ์โกรธยังพอเข้าใจ แต่น่าจะเป็นว่าวายะวงศ์รู้สึกผิดสิ ทำไมวายะวงศ์ถึงกลายเป็นฝ่ายโกรธตอบ อ่านแล้วงง
    พ่อพระเอกตรอมใจตายแล้วต้องโกรธวายะวงศ์เหรอ ไม่ได้ถูกเขาฆ่าสักหน่อย
    #663
    1
    • #663-1 *Chocolate Milk*(จากตอนที่ 2)
      6 กรกฎาคม 2559 / 00:30
      ตรงนี้เราอ่านกะงงเหมือนกันค่ะ
      #663-1
  12. #434 Napaporn Kamchan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 02:19
    ไรท์ค่ะ ที่พูดถึงเสด็จปู่ที่บังคับให้แม่ของหญิงก้อยแต่งงาน ตามที่เล่าเสด็จปู่นี่ใช่พ่อของแม่หญิงก้อยหรือเปล่าคะถ้าใช่ก้อน่าจะเรียกเสด็จตานะคะ หากเข้าใจผิกต้องขอโทษด้วยค่ะ
    #434
    0
  13. #372 pimmyla (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 14:27
    ความขมขื่นนี้~
    #372
    0
  14. #371 fahpsk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 12:16
    หมอดลยอม แต่หญิงก้อยยอมรึเปล่าน้าาา
    #371
    0
  15. #323 นิ ล น ลิ น (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 14:50
    ไรท์คะ เขียนตรงหม่อมแม่ผิดหรือเปล่าคะ เพราะแม่ของหญิงก้อยเป็นท่านหญิงอ่ะค่ะ ต้องเป็นท่านแม่หรือเปล่า เพราะหม่อมนี่คือคนสามัญแต่เข้ามาเป็นหม่อมของหม่อมเจ้าขึ้นไปอ่ะค่ะ
    #323
    2
    • #323-1 เฌอมา(จากตอนที่ 2)
      19 มีนาคม 2559 / 19:44
      ขอโทดจ้าา เดียวแก้น้า ขอโทดๆๆ
      #323-1
    • #323-2 นิ ล น ลิ น(จากตอนที่ 2)
      24 มีนาคม 2559 / 22:40
      ไม่เป็นไรค่าาาา
      ปล.อนิจจา เขียนผิดนะคะ ค่อยๆแก้นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ????????????
      #323-2
  16. #312 nuinuinui56 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 06:19
    หายป่วยไวๆนะคะสู้ๆ
    #312
    0
  17. #276 น้องปุญ เมืองแก้ว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2559 / 08:26
    หายป่วยไวๆนะคะ รอคอยอย่างจดจ่อ
    #276
    0
  18. #275 Ozon_OO (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 17:08
    หายไวๆนะคะไรท์ ชอบไรท์เขียนมาก
    #275
    0
  19. #274 foxxylady fox (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 07:22
    ตามอ่านมาตั้งแต่หม่อมลูกไม้กับชายติเลยนะคะเนี่ย นึกว่าไรท์จะทิ้งกันไปซะแล้ว ขอให้หายไวๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ จะติดตามหญิงก้อยกับชายดลต่อ ^^
    #274
    1
    • #274-1 เฌอมา(จากตอนที่ 2)
      17 มีนาคม 2559 / 18:42
      55 ขอบคุณนะคะที่ยังไม่ลืมกัน ^_^
      #274-1
  20. #273 นำภา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 10:44

    นึกว่า โดนเฌอมา ทิ้งซะแล้ว

    #273
    1
    • #273-1 เฌอมา(จากตอนที่ 2)
      16 มีนาคม 2559 / 12:39
      .ครจะไปทิ้งคนอ่านได้ลงคออออออออออออออออออออ
      #273-1
  21. #272 paewoil (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 18:43
    หวาน อบอุ่นเหมือนกันเลย ขอบคุณค่ะ
    #272
    0
  22. #271 กมล (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 08:39
    สงสัยค่ะ ทำไมถึงใช้คำว่า คุณพนักงาน แทนคำว่า คุณข้าหลวง ละค่ะ?
    #271
    0
  23. #270 กมล (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 08:37
    สงสัยค่ะ ทำไมถึงใช่คำว่า คุณพนักงาน แทนคำว่า คุณข้าหลวง ละค่ะ?
    #270
    0
  24. #269 kulnweiei (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 08:21
    ติดตามค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ <3
    #269
    0
  25. #266 Sunday muay (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 18:53
    หูยยยยยย ชอบมากกกกกก อัพตอนสามเร็วๆนะคะ

    หายไวไวนะคะคุณเฌอมา
    #266
    0