พระพายทายรัก (สนพ.พิมพ์คำ พิมพ์ครั้งที่ 13)

ตอนที่ 18 : Chapter 18 : เจ้าที่วังวายะวงศ์ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41,734
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 210 ครั้ง
    31 ก.ค. 59







พ ร ะ พ า ย ท า ย รั ก

___________________________________________________________________________________________________________________________

By เฌอมา



ต้มกุ้ย 

 


ตอนที่ 18 เจ้าที่วังวายะวงศ์

แสงแรกของวันทอรัศมีอาบยอมทั่ววังวายะวงศ์
นกกระจิบนกกระจอกตัวจ้อยที่โผล่บินออกจากรังนอนทั้งแต่เช้ามืดร่อนปีกถลาลมกลับมาที่รังของมันอีกครั้ง เสียงสนทนาจิบๆจอแจของนกคู่รักสองตัวปลุกให้คุณหญิงก้อยตื่นจากนิทรา หญิงสาวพลิกใบหน้าไปอีกทางก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเจ้านกน้อยช่างเจรจาผ่านหน้าต่างใกล้ๆกับเตียงนอน

หญิงสาวยิ้มน้อยๆให้กับเจ้านกปีกบอบบางทั้งสอง เจ้าตัวทางขวากำลังไซร้ปีกทำความสะอาดให้อีกตัว ดูเหมือนพวกมันกำลังพลอดรักกันอยู่บนเถาของต้นกระดังงาที่พันเกี่ยวเลี้ยวลด เธอเดาว่าตัวที่พยายามเอาอกเอาใจอีกฝ่ายน่าจะเป็นตัวผู้ เพราะเจ้าตัวนั้นชอบแสร้งทำดีเอาอกเอาใจเหมือนนายดลไม่มีผิด

พลันนั้นหญิงสาวก็นึกขึ้นได้ว่าเธออยู่ในห้องของคนที่กำลังปรามาสในใจ ซ้ำเธอก็ไม่ได้โสดและตัวเปล่าเล่าเปลือยอีกแล้วด้วย คิดได้ดังนั้นคนเป็นคุณหญิงก็กระเด้งตัวลุกขึ้น หันมองคนที่ควรจะนอนอยู่ข้างๆ ทว่ากลับพบเพียงเตียงหนานุ่มที่แสนว่างเปล่า

“หายไปไหนนะ”

“อยู่นี่”

คุณหญิงก้อยสะดุ้งเมื่อเสียงตอบกลับดังชิดใบหู เมื่อหันมองเธอพบดลวัฒน์ซึ่งแต่งตัวในชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วด้วย

ดลวัฒน์มองคุณหญิงก้อยก่อนจะส่งผ้าขนหนูให้

“ไปอาบน้ำสิ อีกเดี๋ยวคุณพนักงานจะขึ้นมาแล้ว”

คุณหญิงก้อยรับผ้าขนหนูมาจากมือของชายหนุ่ม เธอมองเขาอย่างสงสัยแต่ไม่ได้เอ่ยถาม คนเป็นคุณหญิงทำเพียงก้าวลงจากเตียงเดินตรงไปทางห้องน้ำ ก่อนจะชะงักมองผ้าขนหนูในมือ

ดลวัฒน์คล้ายจะเข้าใจในท่าทีของเธอจึงตอบแทนคำถามในใจให้ “นั่นผืนใหม่ เช็ดหน้าได้”

หญิงสาวหันควับมาขบเขี้ยวฟันใส่คนเป็นหม่อมหลวง ก่อนจะเดินสาวเท้าเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายของตนเอง

ประมาณยี่สิบนาทีคุณหญิงก้อยก็เดินกลับออกมาพร้อมแต่งกายอย่างเรียบร้อย ทว่าเมื่อเดินพ้นจากประตูห้องนำมาได้สามสี่ก้าวเธอก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อเห็นหมอดลยืนถือแก้วใสซึ่งมีของเหลวสีแดงอยู่ภายใน มืออีกข้างของเขากำลังขนมันไปมา

“นายจะทำอะไร”

หมอหนุ่มเงยหน้ามองตอบหญิงสาวก่อนจะหยุดคนของเหลวสีแดงเปลี่ยนเป็นใช้ช้อนตักมันขึ้นมาแทน “ก็ทำพิธีเข้าหอให้สมบูรณ์ไง อีกเดี๋ยวคุณพนักงานจะมาเก็บผ้าปูที่นอนไปให้ป้าใหญ่ตรวจสอบแล้ว”

ว่าจบเขาก็ทำท่าจะเทของเหลวสีแดงนั้นลงไปตรงกึ่งกลางที่นอน แต่คุณหญิงก้อยซึ่งในขณะนี้เริ่มเข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะทำอะไรก็รีบวิ่งปรู๊ดเข้าไปห้าม

“เดี๋ยวๆ คุณพนักงานทำไมต้องมาเก็บผ้าปูที่นอน แล้วไอ้ของเหลวสีอุบาดนั้นมันอะไร เลือดเหรอ!

“ทีละคำถามละกัน หนึ่งเพราะการเก็บผ้าปูที่นอนหลังคืนเข้าหอเป็นหนึ่งในธรรมเนียมเก่าแก่ของราชสกุลเรา” ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะยิ้มแหย่ภรรยาในนามของตน “สองนี้แค่สีผสมอาหาร ไม่ใช่เลือดหรอก”

คุณหญิงก้อยมองคนตอบอย่างเหยียดๆ “เหอะ ราชสกุลนายนอกจากจะเชื่อเรื่องแฟนตาซีแล้วยังหัวโบราณคร่ำครึ พิธีอะไรนั้นก็แค่อยากรู้ว่าเจ้าสาวยังบริสุทธิ์อยู่ใช่ไหมล่ะ”

หมอดลยักไหล่ “ก็คงใช่”

หญิงสาวมองท่าทางของคนตอบอย่างหมั้นไส้ก่อนจะออกแรงแย่งแก้วสีผสมอาหารมาไว้ในมือแทน “แล้วถ้าเจ้าสาวไม่บริสุทธิ์ละ ก็ต้องหย่ากันงั้นเหรอ”

หมอดลแย่งแก้วที่ถูกฉกไปกลับคืนมาก่อนจะตอบ “ประมานนั้น”

“เหยียดเพศ! แปลว่าสำหรับนายผู้หญิงที่เคยผ่านมาแล้วก็ไม่มีคุณค่าเลยสินะ”

หมอดลมองคนที่จู่ๆก็โกรธก่อนจะตั้งคำถาม“แล้วทำไมภรรยาต้องโกรธ สามีรู้หรอกนาว่าภรรยายังบริสุทธิ์ทั้งกายและใจไม่เคยคิดสงสัยซักนิด”

เขาว่าก่อนจะเดินเข้าไปใกล้แล้วกระซิบภรรยาที่กำลังหน้าแดง “เพียงแต่เมื่อคืนสมองส่วน cingulate cortex กับกลีบสมอง insular lobe ของสามีมันกลับไปเป็นปกติแล้ว...ไม่อย่างนั้นเช้านี้ก็คงไม่ต้องพึ่งสีผสมอาหารหร๊อก

นัยน์ตาแพรวพราวแก้มเจ้าเล่ห์ทำให้คุณหญิงก้อยทั้งโกรธทั้งอาย ทว่าหมอดลก็ไม่คิดสนใจด้วยซ้ำ เขาทำเพียงเดินกลับไปที่เตียงอีกครั้ง ตั้งท่าหยดสีแดงเหนียวข้นนั้นลงไปบนที่นอน แต่แล้วแรงฉุดจากทางด้านหลังก็หยุดมือของเขาเอาไว้

ทว่ามันเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคเล็กน้อย ทำให้การพุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็วของคุณหญิงจบลงที่ของเหลวทั้งแก้วในมือของหมอดลเทราดท่วมที่นอนสีขาวราวกับพึ่งมีเหตุการณ์นองเลือด!

“เฮ้ย!/เฮ้ย!

สองหนุ่มสาวร้องขึ้นอย่างตกใจ แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้จัดการแก้ไขอะไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน

ก๊อกๆ

“คุณดล คุณหญิงคะ ตื่นกันหรือยังคะ ถึงพิธีตรวจสอบผ้าปูที่นอนแล้วคร่า”

กล่าวจบประตูห้องก็เปิดออก คุณอังกาบพนักงานอาวุโสซึ่งเป็นต้นห้องตนสนิทของท่านพัฒน์สาวเท้าเข้ามาภายในก่อนจะเงยหน้ายิ้มให้คู่ข้าวใหม่ปลามันที่กำลังยืนแข็งถือและเหงื่อแตกพลักๆอยู่ข้างเตียง ก่อนเธอจะพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้คุณพนักงานคนอื่นๆที่เดินตามาด้านหลังเข้าไปเอาผ้าปูที่นอนออกมา

"ต้องขอโทษที่มาปลุกเสียเช้าแบบนี้ค่ะคุณดลคุณหญิง เนื่องจากเช้านี้ท่านพัฒน์ทรงโปรดให้ทุกคนมาร่วมเสวยมือเช้าด้วยกันที่วังใหญ่ เลยจะต้องเร่งนำผ้าปูไปให้คุณหญิงพรรณนีตรวจตราเสียก่อน"

คุณอังกาบกล่าวก่อนจะลอบมองใบหน้าของคนเป็นเจ้าสาวที่พึ่งผ่านคืนเข้าหอมาหยกๆ ทว่ายังไม่ทันที่คุณทองพลับจะได้เอ่ยทักทายนายหญิงคนใหม่ของวัง เสียงคุณพนักงานที่เดินไปเอาผ้าปูที่นอนตามคำสั่งก็ดังขึ้น ฟังดูตะกุกตะกักช่างน่าขัดใจ!

"เอ่อออ คะคุณอังกาบค่ะ คะคือว่า..."

คุณอังกาบกวาดตาไปมองใบหน้าซีดเซียวของคุณพนักงานคนดังกล่าว ก่อนจะหันไปโค้งให้สองคู่ข้าวใหม่ปลามันที่ดึงแขนกันไปมายิกๆ แล้วถึงผละไปที่หน้าเตียงนอนนั้น

"อะไรกันนังนุ่น ทำท่าทำทางอย่างกับเห็นผีตอนกลางวัน! ฉันสั่งให้ดึงผ้าปูที่นอนออก มันยากนักระ...!"

พลันนั้นเสียงปรามของคุณอังกาบก็ขาดหายไปในทันทีที่สายตาของหล่อนปราดไปเห็นหยาดเลือดย่อมเบ้อเล่อบนที่นอนซึ่งมีสีแดงดุจมณีสีเลือดนก!!

คุณพนักงานอาวุโสผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวและทำพิธีเก็บผ้าปูที่นอนมานานยกมือขึ้นทาบอก ก่อนอุทานออกมาอย่างตกใจ ลืมสิ้นแล้วกิริยาท่าทางอันดีงามของสาวชาววัง

"ตาเถน!!"


 ต่อนี้จ้า 
 


ภายในห้องเสวยของวังวายะวงศ์เต็มไปด้วยเหล่าพระญาติที่เหลือค้างจากงานเลี้ยงเมื่อคืนนับรวมได้ราวสิบคน และทุกๆคนทราบถึงการตรวจผ้าปูที่นอนตามธรรมเนียมของราชสกุลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะเหตุนั้นสายตาทุกๆคู่จึงจับจ้องอยู่แต่ที่ตัวเจ้าสาว ไม่ได้สนใจอาหารมากมายบนโต๊ะเสวยเลยแม้แต่กระพลีกเดี๋ยว

คุณหญิงก้อยซึ่งรับรู้สายตาเหล่านั้นดีพยายามนั่งนิ่งอยู่บนโต๊ะเสวย ทว่าเธอก็อดไม่ได้ที่จะเผลอไปสบตาผู้ใหญ่คนนั้นบ้างคนนี้บ้าง และสายตาที่ตอบกลับมาคือสายตาสำรวจตรวจตรา ไม่ก็สายตาเห็นอกเห็นใจในโชคชะตาของลูกผู้หญิงด้วยด้วยกัน ความอับอายกลืนกินตัวเธอจนอดไม่ได้ที่จะหันไปมองค้อนคนข้างๆ ทว่าหมอหนุ่มซึ่งเป็นตัวต้นเหตุของเรื่องเข้าใจผิดทั้งหมดกลับทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว ซ้ำสั่งไข่ลวกมากินราวกับต้องการจะโดปทดแทนพลังกายที่สูญเสียไป!

‘ขอถามหน่อยเถอะ นายสูญเสียพลังงานร่างกายไปตั้งแต่ตอนไหนไอ้ดลวัฒน์!’

หมอดลที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ้ยๆหันมองหญิงสาวก่อนจะยิ้มหวานส่งให้ ไม่วายเอื้อมมือไปตักจานดอกกุยช่ายผัดตับขึ้นมาจนพูนช้อนกลาง แล้ววางไปบนจานข้าวของคุณหญิงก้อย “มองเราอยู่ได้ เอ้าทานตับเยอะๆ จะได้ช่วยทดแทนธาตุเหล็กในเลือดที่เสียไป”

น่านนนน มันพูดให้ทุกคนยิ่งคิดถึงเรื่องนั้นอีกด้วยยย!’

หญิงสาวมองคนชอบแกล้งก่อนจะบิดเนื้อน่องของเขาอย่างแรงที่บังอาจทำให้ทุกคนมองเธออย่างเวทนาแบบนี้ เพราะนอกจากเขาจะไม่แก้ตัวใดๆแล้ว ยังเออออรับบทตามน้ำไปอีก แล้วดูสิ เธอต้องมานั่งทนกับสายตาของญาติเขา คนพวกนี้คงคิดว่าเธอเชิงกรานพังพินาศไปแล้วหลังจากเข้าหอเมื่อคืน!!!

          ท่านพัฒน์ซึ่งนั่งอยู่ทางหัวโต๊ะมองหลานชายและหลานสะใภ้ก่อนจะตรัสถามขึ้นเป็นคนแรก “วันนี้ตาหนูกับภรรยาจะกลับไปค้างที่วังภานุพงศ์ใช่หรือไม่”

          คำของท่านพัฒน์ทำให้มือของคุณหญิงก้อยและหมอดลเลิกยุกยิกอยู่ใต้โต๊ะ เปลี่ยนเป็นนั่งตรงเรียบร้อยอย่างคนปกติแทน

“ใช่แล้วกระหม่อม คุณหญิงเธอว่าเป็นธรรมเนียมของภานุพงศ์”

ท่านพัฒน์พยักพักตร์รับก่อนจะหันไปทางคุณอังกาบที่ยืนสูดยาหอมอยู่ไม่ไกลให้เดินเข้ามาใกล้

“แม่อังกาบช่วยจัดของฝากไปให้ภานุพงศ์ที แล้วก็ให้พาทิศเตรียมรถให้ทั้งสองคนด้วย”

คุณหญิงก้อยยิ้มรับพระกรุณาของท่านพัฒน์ ก่อนจะเหลือบสายตาไปยิ้มให้คุณอังกาบ ทว่ารายนั้นกลับมองเธออยากตระหนกแล้วหลบตาไหววูบ คุณพนักงานผู้อาวุโสกลับไปยินสูดยาหอมอีกครั้งแล้วหลับตาลง

คุณหญิงพรรณีที่นั่งรับประทานอาหารอยู่บนโต๊ะฝั่งตรงข้ามมองหลานทั้งสองอย่างลำบากใจ ก่อนตัดสินใจเอ่ยถึงสิ่งที่อัดอั้นและเป็นห่วง

“เอ่อ...ดล”

ดลวัฒน์หันมองพี่สาวคนโตของบิดาก่อนจะขานรับ “ครับคุณป้า”

“ก่อนจะพาคุณหญิงกลับวังภานุพงศ์ ป้าว่าดลพาภรรยาไปหาหมอก่อนดีไหมลูก....ให้หมอตรวจซักหน่อยเผื่อว่าอาจจะมีตรงไหนต้องเย็บต้องรักษา”

คำกล่าวอย่างเป็นห่วงของคุณหญิงพรรณีทำเอาช้อนข้าวในมือของคุณหญิงก้อยร่วงดังเพล้ง! ตามมาด้วยเสียงหัวเราะคิกคักและใบหน้าขวยเขินของคุณพนักงานสาวๆ ที่ยินเรียงอยู่เต็มห้องเสวย ในเวลานั้นหากสังเกตดีๆจะเห็นพระโอษฐ์ของท่านพัฒน์ยกยิ้มขึ้นบางๆอย่างขนขัน ทว่าคนโดนเป็นห่วงเช่นคุณหญิงก้อยกลับยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่ เธอรู้สึกอยากมุดลงไปใต้โต๊ะ จะได้ไม่ต้องทนรับสายตาทั้งหลายแหลที่มองเธอแบบนี้

ดลวัฒน์หัวเราะเบาๆก่อนจะหันมองภรรยาของตนที่เอาแต่ก้มหน้าหงุดๆไม่ยอมสบตาใครอีก

“ไม่ต้องให้หมอที่ไหนเย็บให้หรอกครับคุณป้า...เดี๋ยวหลานนี้แหละจะเย็บซ้ำให้เอง”

ว่าจบชายหนุ่มก็ขยิบตาให้เจ้าสาวราวกับทั้งสองมีเรื่องกลุ้มกริ่มต่อกัน และไอ้กิริยานั้นทำให้คุณหญิงก้อยนึกอยากข่วนหน้ากวนโอ๊ยของสามีในนามเหลือเกิน!
          ทว่าในความคิดของคนอื่นๆที่ได้ยินกลับหนาวสะท้าน ทั้งๆที่เลือดไหลนองผ้าปูที่นอนขนาดนั้น ยังจะซ้ำอีกหรือ รสนิยมของเด็กสมัยนี้ชั่งหน้าหวาดเสียวเสียจริง!

ท่าทางหยอกเย้าของลูกชายและลูกสะใภ้ทำให้หม่อมหลวงจุรีมาศที่เฝ้าสังเกตและจับผิดมาตลอดเริ่มขัดใจ ก่อนหล่อนจะชิงเอ่ยขึ้นบ้าง “จริงสิดล วันพรุ่งนี้ตอนบ่ายๆไปรับน้องที่สนามบินได้หรือเปล่า”

คำถามที่แทรกความหวานระหว่างสามีภรรยา (เหรอ) ทำให้ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมอง ดลวัฒน์เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที ก่อนจะหันไปมองพระพักตร์เย็นชาของท่านปู่ ซึ่งยังคงกริ้วทุกครั้งยามมีคนพูดถึงหม่อมหลวงมณีมาลา น้องสาวเพียงคนเดียวของเขา

“แค่น้องสาวที่ทำเรื่องงามหน้าให้ราชสกุลจะกลับบ้าน ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากให้คนอื่นต้องไปรับไปส่ง”

ท่านพัฒน์ตรัสเสียงหนัก บนพักตร์ไม่แสดงความอบอุ่นใดๆ เป็นสิ่งบ่งบอกแค่ทุกๆคนว่าท่านไม่โปรดหลานสาวคนนี้ซักเท่าไร

หมอดลก้มหน้านิ่งไม่ว่าอะไรเพิ่มเติม เขาทราบดีว่าท่านปู่ยังทรงกริ้วกับสิ่งที่น้องสาวของเขาทำ มันก็สมควรอยู่หรอกเพราะท่านห่วงเรื่องพระเกียรติของราชสกุลที่สุด แล้วน้องสาวของเขายังไปทำเรื่องงามหน้า บุกไปตบตีนางแบบสาวคู่อริถึงกลางเวทีเดินแบบการกุศล ที่สำคัญคือกำลังอยู่ในช่วงถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ทำให้ราชสกุลของเขาตกเป็นข่าวอยู่ในวงสัมคมและโชว์หราอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์เกือบอาทิตย์ เรื่องในครั้งนั้นทำให้น้องสาวของเขาต้องบินไปหลบข่าวไกลถึงอเมริกาหลายเดือน ขนาดวันแต่งงานของเขาท่านปู่ก็ยังไม่ประทานอนุญาตให้กลับ ดูท่าการมาคราวนี้ก็คงตัดสินใจเอาเองไม่ได้ทูลกับท่านก่อน ช่างเป็นเด็กที่เอาแต่ใจจริงๆ

การรับประทานอาหารดำเนินไปด้วยความเงียบเชียบต่อจากนั้นกระทั่งทุกๆคนรับประทานอาหารเสร็จ หมอดลพาคุณหญิงก้อยไปกลับลาท่านพัฒน์ก่อนจะไปวังภานุพงศ์ ทว่าคนที่ทั้งสองจะได้ก้าวขึ้นรถที่ท่านพัฒน์ให้คนที่วังเตรียมให้ คุณพนักงานชายคนหนึ่งก็วิ่งหลุนๆเข้ามาใกล้แล้วกระซิบกระทราบกับหมอดล

“คุณดลครับ แย่แล้วล่ะครับต้มกุ้ยไม่ยอมกินข้าว ขนาดผมเอาตับย่างไปให้กินยังเบือนหน้าหนีเลย!

สรรพนามอันเป็นชื่อเฉพาะทำให้คุณหญิงก้อยสะดุดในใจอย่างคลับคล้ายคลับคลา พอหันไปมองคนข้างกายเธอก็เห็นเขาขมวดคิ้วราวกับการที่ ต้มกุ้ยอะไรนั้นไม่ยอมกินตับย่าง ทำให้เขาไม่สบายใจ

“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเอาตับย่างไปให้ต้มกุ้ยกินอีก มันเป็นของไม่มีประโยชน์ มีแต่เพิ่มไขมันในเส้นเลือด”

คนเป็นหมอว่าก่อนจะคว้ามือคุณหญิงก้อยให้เดินตามเขาไปทางด้านหลังวัง โดยมีคุณพนักงานชายคนนั้นวิ่งตามพลางแก้ต่างให้กับตัวเองไปด้วย

“ก็ผมไม่รู้จะทำยังไงนี้ครับคุณดล กลัวว่าถ้าต้มกุ้ยไม่ยอมกินอะไรแล้วเกิดไม่สบายขึ้นมา คุณดลจะมาด่าผมได้ แต่แปลกนะครับปกติต้มกุ้ยกินง่ายจะตาย แต่นี้ไม่ยอมแตะอะไร น้ำก็ไม่กินขนาดตับย่างของโปรดยังไม่แตะ เราควรพามันไปโรงพยาบาลไหมครับ ”

หมอดลไม่ตอบ เขาสาวเท้ายาวๆไปตามทางเดิน และเพราะขายาวๆนั้นเอง ทำให้คุณหญิงก้อยที่โดนลากมาด้วยต้องวิ่งตามให้ทันแรงฉุด

ทั้งสามคนมาหยุดอยู่ที่เรือนหลังหนึ่ง ที่นั้นคุณหญิงก้อยพบก้อนสีขาวก้อนโตถูกวางอยู่บนพื้นหญ้าสีเขียวขจี เจ้าก้อนขาวนั้นมีตาโตดำขลับ มีหูแหลมๆตั้งตรง ใบหน้าแหลมเรียวทามกลางขนฟูฟ่องวางอย่างหมดอาลัยอยู่บนพื้นระหว่างสองขาหน้า มันคือหมา หมาสีขาวตัวโตพันชามอยด์! ขนาดของมันเท่ากับคนสองคนรวมกันได้ โอ้ ตัวมันใหญ่โตอย่างกับหมีแน่ะ!

หมอดลผ่อนฝีเท้าลงครั้นเดินมาถึงเจ้าก้อนขาวนามต้มกุ้ยนั้น ทว่าเจ้าหมากลับทำท่าไม่สนใจเขา มันวางใบหน้าที่มีขนาดใหญ่กว่าสองฝ่ามือไว้ที่เดิมไม่เปลี่ยน ทว่าใบหูกลับหันไปมาฟังความเคลื่อนไหวอย่างกระตือรือร้น ดูท่าไอ้เจ้าตัวนี้จะปากไม่ตรงกับใจซักเท่าไรนะ

“นายมีปัญหาคับข้องใจอะไรฮะต้มกุ้ย”

คุณหญิงก้อยมองสามีในนามของเธอที่นั่งยองอยู่หน้าหมาตัวใหญ่ แถมยังสนทนากับมันราวกับหัวหน้าแก๊งคุยกับลูกน้องผู้ภักดีอีกด้วย

“จะประท้วงฉันโดยการไม่กินข้าวหรือไง ไม่เอานานายโตเป็นหนุ่มแล้วนะ”

หมอดลกล่าวขำๆก่อนจะยื่นมือไปลูบหัวเจ้าหมา ทว่าต้มกุ้ยกลับยกศีรษะของมันหลบ เปลี่ยนจากวางบนพื้นระหว่างสองขาของมัน เป็นวางบนขาซ้ายแทน

น่านนน มีงอนด้วย

และเพราะการเปลี่ยนท่าทางนั้นเองทำให้หมาตัวโตมองเห็นเธอที่ยืนอยู่ มันทำจมูกฟูตฟิตตรวจสอบกลิ่น ก่อนจะผงกหัวขึ้น หางเป็นพวงพูใหญ่กระดิกไปมาน้อยๆ มันจ้องมองเธอตาเป็นประกาย

เอ๋ มันถูกใจเธอใช่หรือเปล่าถึงได้ทำท่าทำทางแบบนี้

หมอดลหัวเราะให้กับท่าทางของหมี เอ้ย หมาของเขา ก่อนจะลูบศีรษะของเจ้านั้นแล้วเงยหน้ามองคุณหญิงก้อย

“จำคุณหญิงหน้ายักษ์ได้เหรอต้มกุ้ย”

คำถามของเขาทำหญิงสาวถลึงตาใส่ ก่อนเธอจะก้มตัวนั่งยองๆมองหมาตัวโตที่กำลังแลบลิ้นของมันเลียหลังมือของเธอ

“อย่าบอกนะว่าภรรยาจำต้มกุ้ยไม่ได้”

หญิงสาวหันมองเขาก่อนร้องถาม “หมายความว่ายังไง”

“นี้ลืมจริงๆเหรอ ภรรยาจำของขวัญที่พี่รหัสให้ตอนปีหนึ่งไม่ได้จริงๆสินะ”

คุณหญิงก้อยเงียบไป สมองของเธอกำลังประมวลผลตามคำพูดของหมอดล ก่อนใบหน้าที่ขมวดคิ้วเครียดจะคล้ายลง เปลี่ยนเป็นอ้าปากค้าง “เฮ้ยเดี๋ยว นี้เอ็ดเวิร์ดเหรอ!

หมอดลที่กำลังยิ้มเปลี่ยนเป็นหน้าขรึมในทันที “เอ็ดเวิร์ดอะไรล่ะ นี้ต้มกุ้ย เรียกเขาว่าพี่ต้มกุ้ย”

คุณหญิงก้อยยิ้มดีใจก่อนจะโน้มตัวกอดหมา ของตนซึ่งเป็นของขวัญที่พี่รหัสมอบให้ตอนเธอเรียนอยู่ปีหนึ่ง ทว่าเพราะเธอแพ้ขนสัตว์ทำให้ไม่สามารถเลี้ยงได้ สุดท้ายคนที่รับอาสาเอาไปเลี้ยงแทนคือดลวัตน์ ใช่ เธอจำได้แล้ว!

“ชื่อเอ็ดเวิร์ดต่างหาก โอ๊ยทำไมตัวใหญ่เป็นหมีขนาดนี้”

“ก็เราเลี้ยงดี”

“ตัวก็หอมฟุ้งเลย น่าร้ากกกกกก”

“ก็บอกแล้วว่าเราเลี้ยงดี นี้ฟังอยู่หรือเปล่า”

คุณหญิงก้อยไม่ได้สนใจคนพร่ำข้างๆ เธอกำลังกอดรัดหมาตัวโตที่ลุกมาเล่นกับเธอแล้ว ทว่าดลวัฒน์กลับดึงเธอและหมาแยกออกจากกันพร้อมทำสีหน้าประท้วง

“อย่าเอาหน้าไปซุกขนมันสิ แพ้ขนสัตว์ไม่ใช่เหรอ”

“อย่าทำเป็นหวงนา เอ็ดเวิร์ดไม่ใช่ของนายซักหน่อย

“บอกว่าชื่อต้มกุ้ย”

เอ็ดเวิร์ด

“ต้มกุ้ย”

“เอ๊ะ บอกว่าเอ็ดเวิร์ด!

“เอ๊ะ ก็บอกว่าชื่อต้มกุ้ยไง”

สองหนุ่มสาวเถียงกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายคุณพนักงานชายคนนั้นจึงต้องเป็นฝ่ายห้ามทัพ

“จะชื่อต้มกุ้ยหรือเอ็ดเวิร์ดก็เอาไว้ก่อนเถอะครับ ตอนนี้ผมว่าทำยังไงให้เอ็ดกุ้ยยอมกินข้าวน่าจะสำคัญกว่า

คุณพนักงานที่ตัดสินไม่ได้ว่าจะให้เจ้าตัวสีขาวชื่ออะไร จึงผสมชื่อทั้งสองเข้าด้วยกันเสียเลย และคำพูดเตือนสตินั้นทำให้หมอดลและคุณหญิงก้อยชะงัก ก่อนชายหนุ่มจะลูบหัวหมาของเขาแรงๆแล้วลุกขึ้นยืน

“ฉันว่าเพราะต้มกุ้ยคิดถึงที่นอนเก่ามากกว่า ก็เลยประท้วงไม่ยอมกินอะไร”

คุณหญิงก้อยลุกขึ้นยืนบ้างก่อนจะถามอย่างไม่เข้าใจ “อ้าว ถ้านายรู้อย่างนั้นแล้วทำไมไม่ให้เอ็ดเวิร์ดไปนอนที่เดิมของมันล่ะ

หมอดลหันมองหญิงสาว ทำท่าทางราวกับจะบอกว่ามันเป็นความผิดของเธออ“ก็เพราะคุณหญิงแย่งที่นอนของต้มกุ้ยไปแล้วไง”

“ห๊ะ! นี้นายจะบอกว่าปกตินายนอนกับหมาเหรอ!

“บ้า ปกติต้มกุ้ยนอนในห้อง...บนพื้น”

คนเป็นคุณหญิงถึงบางอ้อในทันที แปลว่าเมื่อคืนเสียงครูดแกรกๆที่เธอได้ยินคงเป็นฝีมือของเจ้าก้อนขาวนี้สินะ เพราะดลวัฒน์ไม่ยอมให้หมาเข้าห้อง เจ้า(ของ)ที่ถึงได้มาครูดประตูขอเข้าห้องแบบนั้น หมอนี้มันใจร้ายชะมัดเลย!

หญิงสาวส่ายหน้าอย่างระอาก่อนจะถามต่อ “แล้วทำไมนายไม่ให้มันนอนที่พื้นแบบเดิมล่ะ ฉันก็ไม่ได้นอนบนพื้นซักหน่อยนี่”

“พูดง่าย ทำอย่างกับว่าตัวเองไม่ได้แพ้ขนสัตว์งั้นแหละ”

“...!!

สิ้นคำพูดของหมอหนุ่มคุณหญิงก็เริ่มอึกอัก เธอกำลังคิดว่าที่เขาทำแบบนี้เพราะเป็นห่วงเรื่องโรคภูมิแพ้ของเธอ หมอดลพอจะอ่านความคิดทางสีหน้าของภรรยาในนามออก จึงเบิกตาอย่างลืมตัว แสร้งหันไปมองคุณพนักงานชายด้านหลัง ทำทีเปลี่ยนเรื่องเปลี่ยนราวเพื่อหลบหลีกอะไรบางอย่าง

“ยะ ยังไงนายก็ต้องทำให้ต้มกุ้ยกินข้าวให้ได้ แล้ววันพรุ่งนี้ฉันจะกลับมาฟังข่าวดี”

ดลวัฒน์กล่าวก่อนจะหันมองคุณหญิงก้อยอีกครั้ง สุดท้ายเอื้อมมือไปจับข้อมือหญิงสาว แล้วจูงให้เดินไปด้วยกัน แน่นอนว่าฝ่ายหญิงก็ยอมเดินตามต้อยๆโดยไม่ปริปาก

'ก็ใครจะยังเถียงฉอดๆอยู่ได้ ในเมื่อคู่อริแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเป็นห่วงเธอขนาดนี้นี่'


--------------------------------
อ่านแล้วเบื่อไหม ชอบตรงไหน ไม่ชอบตรงไหน บอกคนแต่งได้นะคะ
ฝากติดตามเพจด้วยจ้า ^^
tern2106 : 5555 รอดูหมอดลให้ดีๆ
หวานใจนิยาย : 555 ผ่าไฟแดงก็ไม่โชกขนาดนี้ นี้แทบเต็มเตียง!!
Morny Shine  : ข้าวใหม่ปลามันไง 55
showgail : 25+ เลยใช่ไหมล้าา
กระต่ายตาโต๊โต : รอฉากโต๊ะเสวยนา 555
[:.Last_Ray.:] : 555 ชอบเม้นนี้ >_<
drn_ptk : เตรียมตังค์ำไว้ได้เลยยยยยยยยยยยยย
ริปไทด์ : นิยายเรื่องอื่นเขาทำกันเยอะล้าววววววววววว
pphetlada1 : ร้องตาเถนเลยค่ะ 55555555555
fahpsk : ดุเดือดเลือดพล่าน!
fahpsk : เสียงเจ้าที่!!
Tee_Teemaporn : นั้นซี่ไม่คีพลุคเลยยย
ToNAoRLoYLoM : ขอบคุณสำหรับแก้คำผิดจ้าา รักๆๆ
PieceofCake : นางแรดเร้ออ
ไรเฟิล : งานนี้หมอดลมีเย็บค่ะ!
mook : คอยดูฝีมืออีดล (ต้องเรียกอีแล้วเพราะนางแรดเกิน)
Cupid01 : ที่แทนว่าสามีๆใช่ไหม 55
ป้ามโน : เป็นลมล้มพับไปเลบทีเดียวว
eleen  : ดีใจที่ชอบคร่าาา >_<
lin elle : ต่อจ้ะๆ อัพนิดนึ่งก่อนเดียวขอไปอาบน้ำแพร้บเดียวมาต่อน้าาา 
Panisprincess : ต้องบอกว่าซวยแล้วคุณหญิองก้อย เพราะหมอดลเราแม่งให้คนเข้าใจผิดแบบนี้ 555555
Kanoknart Mangsathong : หมอว่าเลือดขนาดนี้น่าจะถึงขนาดปากมดลูกขาดเลย เชื่อหมอสิ หมอเรียนมา หมอรู้ 

ขอเม้นกำลังใจด้วยค่ะขุ๋นลูกกกกก

 

 

 

__________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________

นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก  ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งใน นิยายไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นการกระทำที่มีความผิดทางกฎหมายตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติที่ได้ระบุไว้และจ่ายค่าเสียหายตามแต่เจ้าของผลงานจะกำหนด
[ สำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ สมาคมนักเขียน ]


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 210 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,801 ความคิดเห็น

  1. #7779 I:AM XXI (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 16:30
    ไม่เนียนอะหมอดลลลล555555คิคิ
    #7,779
    0
  2. #7378 mexo9031 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 23:57
    5555ขำ ดล!นางแรดดดดดดด
    #7,378
    0
  3. #6533 DrEaM_DoLo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 20:37
    วรั๊ยๆๆๆๆๆ ห่วงกันขนาดนี้ บอกรักเลยรัวๆ
    #6,533
    0
  4. #6024 พออ...จัยยย (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 09:50
    น้าร้ากกกกกกกกกกกกกกก>*<
    #6,024
    0
  5. #4881 k-mind (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 14:20
    เอ็ดกุ้ยย.?>\\3\\\<)
    #4,881
    0
  6. #4764 MeNiMeNie (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 11:39
    เย็บซ้ำ55555 แหมมมมม่ //ต้องระวัง พิมผิดล่ะยุ่งเลย T T
    #4,764
    0
  7. #4251 Penn_Hun (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 01:41
    โอ้ยยยย ติดหนักมาคร้าาาาา นี่จะฉีกผ้าห่มแล้วอ่ะเออ😁 ยังไงก็สู้ๆนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้ค่ะ✌🏻
    #4,251
    0
  8. #2021 Soodteerak San D (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 21:44
    ต้มกุ้ยๆๆๆๆๆ
    #2,021
    0
  9. #1794 juthamardsan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 14:58
    ไม่สนพระ ไม่สนนางแล้ว โอ้ย ต้มกุ้ย จะเอาต้มกุ้ย ออกฉากเยอะ ๆ ได้ม๊ายยย
    #1,794
    0
  10. #1767 ผ่องจ้า (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 10:09
    5555 เอ็ดกุ้ย น่ารักอ่ะ
    #1,767
    0
  11. #1718 Loveyou Nuunoy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 22:30
    เชิงกรานพังพินาศ,ต้องเย็บต้องรักษา,เย็บซ้ำ
    ฮาแตกค่ะ คิดได้ไงคะไรท์ 555555
    #1,718
    0
  12. #1716 Tint123 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 22:07
    ขอบคุณค่ะ
    #1,716
    0
  13. #1695 ริปไทด์ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 19:32
    หมอดลขี้แกล้ง น่ารักกก ฮืออ
    #1,695
    0
  14. #1676 Bumbim's Tepamongkol (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 14:43
    น่าร้ากกกงื้ออหมอดล ><
    #1,676
    0
  15. #1674 olahe (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 14:36
    ไม่ชอบเลย อ่านแล้วเสียจริตมากกกกก
    กลัวคนรอบข้างหาว่า "บ้า"

    ป.ล. น่อง = ด้านหลังหน้าแข้ง
    หญิงก้อยน่าจะบิดต้นขา/หน้าขาหมอดล มากกว่าหรือเปล่าคะ
    #1,674
    0
  16. #1655 Bow Malinee Jang (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 12:52
    หมี เอ้ย หมา ของภรรยา เลี้ยงดูให้อย่างดี แล้วบอกว่าไม่คิดอะไร อิอิ
    #1,655
    0
  17. #1651 Dawrung669 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 12:12
    ฮั่นแน่ะ!!! อิอิ. มีกลบเกลื่อนอาการ แน่ะๆๆๆ กิ้วๆๆๆ ..เอ๊ดกุ้ย 555
    #1,651
    0
  18. #1649 Too30385 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 12:04
    ชื่อต้มกุ้ยหมอดลตั้งให้เองเหรอ มีความมุ้งมิ้งในตัวสูงนะเนี่ย55
    #1,649
    0
  19. #1639 รัตติกาล (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 11:34
    เป็นพร๊อตเรื่องที่ครบทุกรสชาติเจ้าค่ะ

    ฮาๆ รั่วๆ หวานปนรักลึกซึ้ง ฟินม๊ากก ถึงมากที่สุดเจ้าค่ะ
    #1,639
    0
  20. #1638 puphaa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 11:07
    เข้าใจดลไหม
    #1,638
    0
  21. #1634 Rarissara (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 10:39
    อ่านแล้วฟิน
    #1,634
    0
  22. #1633 [:.Last_Ray.:] (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 10:35
    ถึงขนานเชิงกราพังเลยหรอ ว่าแต่หมอดลทำเองเย็บเองไม่ถามสุขภาพหมอก้อยเลย คุณป้าก็เข้าใจถามจริงๆ
    #1,633
    0
  23. #1631 Cupid01 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 09:56
    พี่เอ็ดกุ้ย 55555555555555
    #1,631
    0
  24. #1629 ณิชา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 09:45
    ต้มกุ้ยตัวเชื่อมความสัมพันให้หมอดลกับหญิงก้อย
    #1,629
    0
  25. #1627 Niinewna (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 09:42
    หมอดลลลล น่ารักป๊ายยยยย
    #1,627
    0