การิน ปริศนาคดีความรัก"สีเทา"

ตอนที่ 38 : บทที่ 34 ลุกลาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 665
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    2 ต.ค. 60

บทที่ 34

ลุกลาม

 

ประตูรั้วเหล็กดัดลายอ่อนช้อยสีดำขลับถูกล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนา มองเห็นภายในที่มีเขาวงกตคดเคี้ยวไกลเสียจนไม่อาจมองเห็นอาคารภายใน

นี่น่ะเหรอบ้านยัยเบื๊อก คฤหาสน์ซะล่ะมั้ง…” รุทรมองเครื่องสแกนลายนิ้วมือตรงหน้าด้วยความสงสัยพลางสลับกับมองกล้องวงจรปิดตรงหน้าประตู

 

เครื่องสแกนลายนิ้วมือ…?

มีไว้เพื่ออะไรล่ะเนี่ย?

 

…………………………………………..

 

คุณท่านคะมีเด็กผู้ชายคนนึงมายืนอยู่หน้ารั้วค่ะหญิงรับใช้คนหนึ่งเดินมารายงานชายชราที่กำลังนั่งจิบชาเขียวร้อนอย่างสบายใจ

ฉายภาพขึ้นจอซิ…”

สิ้นคำสั่งเธอก็เดินไปดึงจอโปรเจคเตอร์ลงมาก่อนจะกดรีโมท บนจอปรากฏภาพของรุทรจากกล้องวงจรปิดหลายตัว ใบหน้าที่ดูไม่คุ้นตาของเขาทำให้ชายชราไม่ไว้ใจสักเท่าไหร่นัก

เด็กคนนั้นมาทำอะไรที่นี่?” เจ้าของคฤหาสน์หันไปถามหญิงรับใช้

เขาบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทของคุณหนู ต้องการมาพบค่ะ

“!?!” เขาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ ใบหน้าที่ดูไร้อารมณ์ของเด็กหนุ่มที่ทำให้รู้สึกเหมือนอีกฝ่ายดูเป็นคนน่ากลัว ทำให้ยิ่งไม่มั่นใจว่าหลานสาวของตนไปคบกับผู้ชายได้ยังไง

ก็ในเมื่อเธอ

 

อายาเมะเนี่ยนะมีเพื่อนเป็นผู้ชาย?

จะเป็นไปได้ยังไง เธอเกลียดผู้ชายซะขนาดนั้น...

 

ชายชราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งพลางใช้นิ้วลูบบริเวณคาง ดวงตาสีมรกตจ้องมองดวงของเด็กหนุ่มในจอโปรเจคเตอร์เหมือนจะวัดใจก่อนจะได้ข้อสรุป

 

ให้เขาเข้ามา

 

หลังจากที่รุทรได้เข้ามาภายในคฤหาสน์โดยมีหญิงรับใช้เป็นคนนำทางเดินผ่านเขาวงกตดอกไม้อันคดเคี้ยว ในที่สุดก็สามารถออกจะเขาวงกตได้เสียที

สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้าก็คือคฤหาสน์ทรงยุโรปขนาดใหญ่ ดูแล้วรู้สึกถึงความเก่าในระดับหนึ่งแต่ความสวยงามของมันก็ยังคงอยู่ แต่ทว่าเขากลับรู้สึกคลื่นไส้เมื่อยิ่งได้เข้าใกล้

 

นี่มันสัมผัสของมนตร์ดำ…?

 

เมื่อได้เข้ามาภายในคฤหาสน์ สิ่งที่เขาเห็นอย่างแรกก็คือเหล่าหญิงรับใช้ในชุดเมดกระโปรงยาวสีดำที่กำลังยุ่งกับงานของตัวเอง ให้ความรู้สึกวุ่นวายเป็นพิเศษ

ที่นี่ไม่มีคนรับใช้ผู้ชายเลยเหรอ?” รุทรถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

ไม่มีหรอกค่ะมีแค่คนขับรถกับคนทำสวนเท่านั้นแหละค่ะที่เป็นผู้ชาย เพราะว่าเคยมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น…”

เรื่องไม่ดีงั้นเหรอ…?” รุทรบ่นพึมพำกับตนเอง สิ่งที่เขานึกถึงก็มีเพียงเรื่องการลักขโมยรึว่าทำผิดกฎบางอย่างเท่านั้น

ค่ะถึงจะแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้ดูแลคุณหนูก่อนเธอจะออกไปอยู่คนเดียว ฉันก็รู้สึกว่าเธอโดดเดี่ยวมากเลยนะคะเป็นไปได้ก็อยากจะเห็นเธอยิ้มแบบจริงใจบ้างหญิงสาวถอนหายใจครู่หนึ่ง ช่างเถอะค่ะ…”

 

ดูผูกพันกับยัยนั่นชะมัด

 

เขาเดินมาภายในห้องรับแขกที่ดูปลอดโปร่งสบายตาเพราะกระจกบานโตทั้งสองด้านของผนัง ด้านบนเพดานสูงมีโคมไฟระย้าสไตล์คลาสสิกบ่งบอกถึงฐานะของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี ภายในห้องตกแต่งด้วยเครื่องเรือนแบบบาโรกสีขาวและทอง

ที่โซฟามีชายชรานั่งอ่านหนังสือจิตวิทยาอยู่ เมื่อรู้ว่าแขกได้เขามาถึงแล้วจึงถอดแว่นสายตาทรงกลมออกเหน็บไว้ที่กระเป๋าเสื้อก่อนจะปิดหนังสือเล่มนั้นแล้ววางไว้ข้างๆ

สวัสดีครับ…” รุทรยกมือไหว้เจ้าของบ้าน ชายชรายิ้มเล็กน้อยก่อนผายมือให้เขานั่งลงบนโซฟาตัวข้างกัน

เพื่อนอายาเมะสินะ…”

ครับ

ชื่ออะไร?”

รุทร ศิวะกรครับรุทรตอบเสียงเรียบนิ่งพลางมองอีกฝ่ายที่มองเขาด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย

ศิวะกรงั้นเหรอ? นามสกุลไม่คุ้นเลยนะพ่อแม่เป็นใครมาจากไหนกันล่ะ?”

คำถามนี้ทำให้รุทรผงะไปชั่วครู่ก่อนจะหลุบตาลงต่ำ

พ่อแม่จริงๆ ผมไม่รู้หรอกครับแต่ตอนนี้ผมออกมาอยู่คนเดียวเพราะไม่อยากเข้าไปยุ่งกับพ่อแม่บุญธรรมอีกแล้ว

ขอโทษที่จี้ใจดำนะ…” ชายสูงวัยถอนหายใจก่อนที่ใบหน้าจะปรากฏรอยยิ้มบางๆ ขึ้นมา คล้ายกับหลานสาวฉันเลยนะเธอเองก็ไม่มีพ่อแม่เหมือนกัน อายาเมะน่ะเป็นคนในครอบครัวคนเดียวที่ฉันเหลืออยู่

..เหรอครับ…” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่วขณะละสายตาไปมองรอบๆ ห้อง

บนตู้สำหรับเก็บของและโต๊ะภายในห้องถูกวางประดับด้วยการจัดดอกไม้แบบอิเคบานะซึ่งเป็นศิลปะแขนงหนึ่งของญี่ปุ่น แต่ทว่ามันมีทั้งดอกไม้ที่สดใหม่เหมือนเพิ่งถูกจัดวันนี้ และดอกไม้ที่เริ่มแห้งเหี่ยว

 

ทำไมดอกไม้เยอะขนาดนี้…?

มีเวลาว่างทั้งวันจนจัดดอกไม้ได้เยอะขนาดนี้เลยงั้นเรอะ?

 

ปกติแล้วอิเคบานะจะแสดงถึงความสมดุลย์และความรู้สึกนึกคิดของผู้จัด แต่อิเคบานะเหล่านี้

มันไม่มีความสมดุลย์ดูบิดเบี้ยวราวกับไม่มีสมาธิในการทำ ดอกไม้ดูไร้ชีวิตชีวาทั้งที่สีสันก็ออกไปทางโทนร้อน

ทำไมถึงมาตามหาอายาเมะที่นี่กันล่ะ?” ชายชราถามขึ้นมาในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังเหม่อลอย

หา…?”

อายาเมะไม่ได้อยู่ที่นี่มาหลายเดือนแล้วนะทำไมถึงได้คิดมาตามหาที่นี่กันล่ะ?” ชายชราถามดังนั้นก่อนจะกวักมือเรียกหญิงรับใช้มาพร้อมกระซิบบางอย่างก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้องไป

ก็จู่ๆ เธอหายตัวไปพร้อมกับสภาพห้องที่เต็มไปด้วยเลือด ผมก็เลยคิดว่าเธออาจจะกลับมาที่นี่

เฮ้อเธอเองอาจจะมองว่าฉันบ้านะแต่ฉันคิดว่าหลานสาวฉันคงจะไม่ใช่มนุษย์ปกติแล้วล่ะ…”

น้ำเสียงของชายสูงวัยเริ่มแผ่วเบาลงราวกับรู้สึกไม่ดีที่จะเล่ามันออกมา

ทั้งที่พ่อแม่ของเธอก็ตายไปกับอุบัติเหตุเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว แต่ทำไมเด็กตัวเล็กๆ อย่างอายาเมะถึงรอดมาได้? แล้วไหนจะยังคำพูดที่เธอชอบย้ำบ่อยๆ อีก…”

 

งั้นหนูตายไปซะยังดีกว่า คงไม่ทำอะไรโง่ๆ อย่างการขอร้องให้รอดตายวันนั้นหรอก!!’

 

หลายครั้งที่ฉันเห็นเธอพูดคนเดียว ไม่แน่ใจว่าเป็นอาการของประสาทหลอนรึเปล่าแต่ฉันคิดว่าเธอคงไปทำอะไรไว้จนทำให้เธอต้องปกปิดมันและหนีฉันไป…”

หากเป็นตัวรุทรในอดีตเขาคงมองว่าสิ่งที่ชายชราพูดเป็นเรื่องงมงายไร้สาระ...

แต่ทว่าในตอนนี้...ตัวเขาที่ได้ผ่านอะไรมามากมาย ทั้งอาถรรพ์และมนตร์ดำ...

เอ่อ...เรื่องบางเรื่องอายาเมะก็ไม่อยากให้คุณรู้หรอกครับรู้ไปจะทำให้คุณลำบากเปล่าๆ…” รุทรยิ้มฝืดเฝื่อนเพราะตัวเองกำลังกุมความลับของเธอเอาไว้

 

ก็ยัยนั่นออกจากบ้านมาเพราะกลัวจะเผลอทำร้ายคนในบ้านอีกนี่นา….

 

ดูท่าจะสนิทกับหลานฉันมากสินะถึงได้รู้เรื่องที่อายาเมะไม่อยากให้ฉันรู้เนี่ยชายชรายิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะถามต่อ แฟนกันเหรอ?”

ไม่ใช่ครับ!!” รุทรรีบปฏิเสธไปในทันที ถึงจะโดนถามแบบนี้บ่อยแต่ก็ยังไม่ชินสักที

งั้นเหรอ…?” ชายชรายังคงยิ้มอยู่ และดูเหมือนเขาจะไม่เชื่อคำตอบนั้นสักเท่าไหร่เสียด้วย กลับเข้าเรื่องดีกว่านะคนแก่ก็งี้แหละ ชอบพานอกเรื่องไปเรื่อย

ครับ…” รุทรยิ้มแห้งๆ แต่ทว่าสิ่งที่เขาได้ยินมันกลับทำให้รอยยิ้มนั้นเลือนหายไปจากใบหน้าของเขาทันที

 

หลานสาวของฉันอยู่ที่นี่อย่างที่เธอคิดนั่นแหละ

“…!!!”

ไม่รู้ว่าเธอกลับมาที่นี่ได้ยังไงแต่คืนนั้นฉันกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนี้ตอนนั้นเกิดเสียงคล้ายกับของหล่นดัง ตุบ…!’ ฉันก็เลยลุกขึ้นเดินไปดูแต่ไม่คิดว่าจะเป็นร่างหลานสาวของฉันที่สภาพร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลและก็เลือด…” ชายชราถอนหายใจก่อนที่บานประตูจะเปิดขึ้น

 

ปัง!

หญิงรับใช้คนเดิมเปิดประตูเสียงดังพร้อมกับหอบด้วยความเหนื่อยล้า

มีอะไร?” ชายชราถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรมากนัก

..คุณหนูคุณหนูหายตัวไปจากห้องนอนอีกแล้วค่ะ!”

อะไรนะ!?!” รุทรลุกขึ้นจากเก้าอี้ในทันทีก่อนจะหันไปถามชายชราผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์ พอจะรู้มั้ยครับว่าอายาเมะชอบอยู่ที่ไหนในคฤหาสน์นี้บ้าง?”

เอ่อถ้าไม่ใช่เรือนจัดอิเคบานะก็คงเป็นแล็บปรุงน้ำหอมกับห้องสมุดน่ะ

งั้นระหว่างแล็บปรุงน้ำหอมกับห้องสมุดห้องไหนอยู่ใกล้ห้องนอนเธอมากกว่ากันครับ?”

แล็บปรุงน้ำหอมใกล้กว่านะ

ทันทีที่ได้คำตอบรุทรก็วิ่งออกไปจากห้องโดยไม่ถามสักนิดว่าห้องแล็บอยู่ส่วนไหนของคฤหาสน์

แหมเป็นห่วงอายาเมะมากกว่าปู่แท้ๆ ซะอีกชายชราถอนหายใจพร้อมทั้งคลี่ยิ้มบางๆ

 

ไม่เห็นต้องรีบร้อนขนาดนั้นเลย

ด้วยสภาพร่างกายแบบนั้นไปไหนเองได้ไม่ไกลหรอก

 

…………………………………………..

 

รุทรวิ่งออกมาจากห้องรับแขกโดยที่ไม่ได้ศึกษาเส้นทางภายในคฤหาสน์นี้เลยสักนิด

เออ วิ่งออกมาแบบนี้แล้วจะเจอได้ไงฟะรุทรรู้สึกหงุดหงิดกับความสิ้นคิดของตัวเองจนแทบอยากเอาหัวโขกผนัง แต่ว่ายัยนั่นโดนอาถรรพ์อยู่ไม่ใช่เหรอ? ญาณอาถรรพ์ก็ต้องหาได้สิ…”

เขาพยายามเพ่งสมาธิจนกระทั่งเห็นรอยเส้นตรงสีดำบนพื้นรอยทั้งสองเส้นนั้นขนานกันคล้ายกับรอยล้อรึอะไรสักอย่าง มันส่งกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจางๆ บ่งบอกว่า มันกัดกินร่างกายและวิญญาณของเธอมามากแล้ว

 

ไม่ใช่…’

กลิ่นแบบนี้ก็ยังไม่เหมือน…’

ฉันต้องใส่อะไรลงไปอีก?’

 

เสียงความคิดของอายาเมะดังเข้ามาภายในหัวของรุทร ได้ยินดังนั้นเขาจึงแน่ใจแล้วว่าหากตามรอยนี้ไปจะต้องเจอเธออย่างแน่นอน

เมื่อเดินตามรอยสีดำบนพื้นมาก็มาถึงจุดสิ้นสุด ณ หน้าบานประตูไม้แกะสลักเป็นลวดลายของดอกไม้และเถาวัลย์รายล้อมพร้อมกับกลิ่นหอมของน้ำหอมหลากหลายชนิดปะปนกันจนเกือบจะฉุน

เด็กหนุ่มไม่รอช้า เปิดประตูห้องเข้าไปในทันทีโดยไม่มีการเคาะบอกคนภายในล่วงหน้า แต่แล้วสิ่งที่เขาได้เห็นตรงหน้าก็ทำเอาเขารู้สึกใจหาย

เฮ้ย...นี่เธอ…!?” รุทรเบิกตากว้างเมื่อได้เห็นเด็กสาวที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดอยู่ในสภาพที่แตกต่างกับคนเดิมที่เขารู้จักนัก

เด็กสาวผมทองร่างกายดูซูบผอมลงไปมาก ใบหน้าและริมฝีปากขาวซีด สวมชุดนอนกระโปรงสีขาวสะอาดตา เสื้อแขนยาวจรดข้อมือเหมือนพยายามปกปิดแขนที่เนื้อแทบจะติดกระดูก ตามเรือนร่างของเธอไล่ลงมาจากลำคอเต็มไปด้วยผ้าพันแผลจนถึงข้อเท้า เธอกำลังผสมน้ำหอมตามกลิ่นที่เธอต้องการอย่างขะมักเขม้น

โดยที่นั่งอยู่บนรถเข็นผู้ป่วย

นัยน์ตาสีมรกตที่ดูขุ่นมัวละสายตาขึ้นมาจากหลอดทดลอง มองแขกผู้มาเยือนด้วยใบหน้าเคลือบแคลงสงสัย

 

คุณเป็นใครกัน?”

เด็กสาวกะพริบตาปริบๆ ตามความเคยชิน เธอไล่สายตามองรุทรตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าก่อนจะกลับไปสนใจหลอดแก้วในมือกับน้ำหอมที่ถูกบรรจุไว้ในขวดแก้วทรงเหลี่ยม

..อย่าล้อเล่นแบบนี้สิยัยเบื๊อก…”

ใบหน้าของเด็กหนุ่มซีดลงอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งชายวัยชราเดินเข้ามาภายในห้องนี้พร้อมกับหญิงรับใช้คนหนึ่ง

อายาเมะไปล้อเล่นแบบนั้นกับแฟนได้ไง แรงไปนะชายชรามองหลานสาวอย่างดุๆ ในขณะที่ในใจก็แอบอมยิ้มกับพฤติกรรมของเธอ

หนูไม่รู้จักนายหงอกนี่จริงๆ นะคะคุณปู่…!” อายาเมะพยายามจะพูดเสียงดังแต่ก็รู้สึกเจ็บบริเวณลำคอจึงต้องยกมือขึ้นมากุมไว้

 

เดี๋ยวยัยนี่เรียกฉันว่า นายหงอกงั้นเหรอ?

 

คุณเป็นใคร? ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาที่นี่?” อายาเมะมองรุทรด้วยสายตาเย็นเยียบ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดูมีพิรุธอยู่ดี

เด็กหนุ่มเดินเข้าไปใกล้เธอก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ท่ามกลางสายตาของหญิงรับใช้และชายชราที่ตกใจสุดขีดกับพฤติกรรมของเขา

นายจะทำอะไรน่ะ!?”

เด็กหนุ่มยื่นใบหน้าเข้ามาประชิดเด็กสาว มองดูแก้มที่เริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาเพราะความเขินอาย เขาแย่งหลอดแก้วทดลองมาจากมือของเธอและหยิบมาดม

..อย่ายุ่งกับมันนะยะตาบ้า!”

นี่มันกลิ่นน้ำหอมผู้ชายไม่ใช่เหรอ? คนที่เกลียดผู้ชายอย่างเธอจะทำไปให้ใครล่ะหืม?”

เอ่อ..ก็มัน…” อายาเมะมีท่าทีเลิกลั่กกังวล ใบหน้าแดงระเรื่อไปจนถึงใบหู เม้มริมฝีปากแน่นราวกับเจ็บใจ

อีกอันคงเป็นของลัลทริมาใช่มั้ยล่ะ? ไม่ต้องมาแอ๊บหรอกนะว่าความจำเสื่อมน่ะ ถึงสีหน้าเธอจะเนียนแค่ไหนแต่การที่เธอหลุดเรียกฉันว่า นายหงอกกับ ตาบ้านี่มันคงจะติดปากเธอมากสินะ

เอาคืนมานะ…” อายาเมะหยิบหลอดแก้วคืนมาจากรุทรก่อนจะถอนหายใจเบาๆ หนูขออยู่กับรุทรแค่สองคนนะคะ…”

ชายชราพยักหน้า เท่านั้นทั้งคุณปู่และคนรับใช้ก็พากันเดินออกไปจากห้อง เหลือเพียงเด็กหนุ่มและเด็กสาวบนรถเข็นเท่านั้น

บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบ มีเพียงกลิ่นน้ำหอมหลากหลายกับกลิ่นเมล็ดกาแฟเท่านั้น เธอหยิบหัวน้ำหอมชนิดอื่นมาผสมลงในหลอดแก้วก่อนจะไอออกมาเพราะกลิ่นที่แรงจนฉุน

แค่กๆ…!! ขอขอเมล็ดกาแฟตรงนั้น…” อายาเมะชี้ไปยังถ้วยเมล็ดกาแฟ รุทรก็รีบหยิบมาให้เธอดมกลบกลิ่นน้ำหอม เฮ้อค่อยยังชั่ว

เขามองดูเด็กสาวบนรถเข็นที่กำลังปรับจมูกของตนให้เป็นปกติก่อนจะย่อตัวลงเพื่อที่จะได้สะดวกคุยกับเธอ

เกิดอะไรขึ้นทำไมเธอถึงได้อยู่ในสภาพนี้…?”

เด็กสาววางถ้วยเมล็ดกาแฟลงบนโต๊ะก่อนจะใส่หลอดแก้วลงในตะแกรงใส่หลอดทดลอง

ก็…” อายาเมะก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะเสมองไปยังสวนดอกไม้นอกหน้าต่าง ...ฉันคงเดินไม่ได้อีกพักใหญ่ๆ เลยล่ะ…”

“…!?!”

หมอบอกว่าฉันอาจจะเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงแต่ก็แค่เดาล่ะนะ ขาฉันแค่ไม่มีแรงเฉยๆ แต่ถ้าหายจากอาถรรพ์แล้วอาจเดินได้อีกก็ได้นะ

มือบางกุมกระโปรงชุดนอนเอาไว้แน่นก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นเครือ

นี่มันแย่กว่าตอนเด็กๆ อีกแฮะฉันคิดผิดจริงๆ ที่เลือกกลับมารักษาตัวเองที่นี่มันเหงามาก ทำอะไรเองก็ไม่ได้ อยากจะออกไปเที่ยวก็ทำไม่ได้เป็นแค่ภาระของคนอื่น ที่ฉันมาที่นี่ก็เพราะไม่อยากสัมผัสกับญาณอาถรรพ์แต่ฉันก็ยังอยากเจอนาย ต่อให้ฉันใกล้จะตายฉันก็ยังอยากเจอนายอยู่ดี

 

ฉันมันก็แค่คนเห็นแก่ตัว...ดื้อด้านเอาแต่ใจตั้งแต่ขอร้องให้ตัวเองมีชีวิตรอด พอใกล้จะตายตามเงื่อนไขสัญญาทั้งนายและทุกคนถึงต้องมาดูแลฉันเพราะความเห็นแก่ตัวของฉัน…”

เฮ้อ…” รุทรถอนหายใจก่อนจะถือวิสาสะเอื้อมไปกุมมือของเธอเอาไว้ ไม่ต้องคิดมากเรื่องที่ตัวเองเป็นภาระให้ใครหรอกนะเธอรู้มั้ยว่าทั้งคุณปู่ของเธอ คนรับใช้ในบ้านนี้เขาพร้อมใจที่จะดูแลเธออยู่แล้ว

มันก็แค่หน้าที่ที่ต้องดูแลคนป่วยอย่างฉัน คนรับใช้พวกนั้นเขาทำไปก็เพื่อเงินเดือนไม่ใช่รึไง?” เด็กสาวหันกลับมาจ้องใบหน้าของรุทรด้วยสายตาที่เศร้าหมอง

ก็อาจจะเป็นส่วนนึง แต่จากที่ฉันเห็นบางคนเขาก็เอ็นดูเธอนะ บางคนเขาก็เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็กไม่ใช่รึไงฉันเองยังอิจฉาเลยที่เธอได้รับความรักจากคนอื่นน่ะ...

นายจะไปรู้อะไรล่ะมันก็แค่การคาดเดาของนาย นายไม่รู้หรอกว่าในบ้านนี้ยังมีอีกกี่คนที่คิดร้ายกับฉัน!” เด็กสาวขมวดคิ้วแน่น อยากจะจบบทสนทนากับเขาเพราะความน้อยใจ แต่อีกฝ่ายก็ยิ่งกุมมือเธอแน่นยิ่งขึ้น

ต่อให้จะมีใครคิดร้ายกับเธอฉันเองก็เป็นคนนึงที่พร้อมจะดูแลเธอต่อให้ไม่ได้อะไรเป็นของตอบแทนเลยก็เถอะ

อยากดูแลฉันไปทำไมเสียเวลาเปล่าน่าเธอถอนหายใจครู่หนึ่งก่อนจะชี้ไปทางประตูกระจกด้านขวามือ แต่ถ้าอยากดูแลจริงๆ ล่ะก็ช่วยเปิดประตูกระจกนี่แล้วพาฉันเข้าไปในเขาวงกตทีสิ ฉันอยากออกไปสูดอากาศข้างนอก

เดี๋ยวเปลี่ยนอารมณ์ไวไปมั้ย?”

อ้าว เรื่องของฉันนี่ แล้วนี่จะยืนนิ่งอยู่ทำไมล่ะคะคุณ เบ๊

รุทรยิ้มเนือยๆ ก่อนจะถอนหายใจกับท่าทีกวนประสาทของคนป่วย

ครับคุณหนูรุทรลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินอ้อมไปอยู่ด้านหลังรถเข็นของเด็กสาว

นี่เป็นคำสั่ง ต่อจากนี้ไปนายต้องมาหาฉันที่นี่ทุกวัน

หา? มันไกลจากคอนโดฯ มากเลยนะรู้มั้ย!?”

เดี๋ยวให้คนขับรถไปรับ ห้ามปฏิเสธด้วย เพราะฉันไม่มีเพื่อน โอเคนะ?”

ยังเอาแต่ใจเหมือนเดิมเลยนะ…” รุทรยิ้มบางๆ กับท่าทีของเธอ มันทำให้เขารู้ได้ว่าเธอคงจะโดดเดี่ยวมากจริงๆ

 

…………………………………………..

 

คิดยังไงถึงได้อยากออกมาข้างนอกกันนะดีนะเนี่ยที่วันนี้แดดไม่ร้อนรุทรบ่นอุบอิบในขณะที่กำลังหลงทางอยู่ในเขาวงกตที่รอบข้างเป็นพุ่มดอกกุหลาบแดงสูงจนไม่สามารถเขย่งขึ้นไปชะเง้อมองทางข้างหน้าได้

ก็เพราะแดดไม่ร้อนเนี่ยแหละฉันถึงอยากออกมา

ไปทางไหนต่อเนี่ย? ฉันมึนไปหมดแล้ว

เลี้ยวซ้ายมั้ง?” เด็กสาวบนรถเข็นคอยบอกทางให้กับรุทร

เมื่อเลี้ยวซ้ายตามที่เธอสั่ง ก็พบกับลานกว้างกลางเขาวงกต ตรงมีโต๊ะน้ำชาสองที่นั่ง ด้านขวามือของโต๊ะน้ำชามีสระดอกบัวหลวงสีชมพูกว้างขวาง

ห่างจากสระบัวหลวงไปไม่มาก มีหญิงรับใช้คนหนึ่งยืนอยู่ เธอเป็นคนจัดโต๊ะน้ำชานี้และนำของทุกอย่างมาวางบนโต๊ะ ทั้งถ้วยและกาน้ำชา คุกกี้ ขนมเค้ก และช้อนกับส้อมสำหรับรับประทานขนมหวาน

ช่วยยกเก้าอี้ตัวนั้นออกแล้วเลื่อนวิลแชร์ไปแทนที่ทีจะได้มั้ย?” อายาเมะหันมายิ้มให้กับรุทร แต่เขาไม่ยอมทำตามที่เธอสั่ง เดินอ้อมมาอยู่ข้างหน้าก่อนจะโน้มตัวลงเล็กน้อย

ขอโทษนะ

หา? เอ๊ะเดี๋ยวสิ!” เด็กสาวร้องลั่นเมื่อถูกช้อนตัวขึ้นอุ้มในท่าเจ้าหญิง ใบหน้าของเธอแนบกับอกซ้ายของเด็กหนุ่ม ได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นอย่างสม่ำเสมอ และกลิ่นกายอันคุ้นเคยที่ทำให้เธอรู้สึกสบายใจมากกว่าอึดอัดที่ถูกสัมผัสตัวโดยผู้ชาย

 

รู้สึกอบอุ่นจัง

ราวกับถูกคุณพ่ออุ้มอยู่เลยแหน่ะ

 

ร่างบางถูกวางลงบนเก้าอี้และถูกเลื่อนให้เข้าไปชิดกับโต๊ะมากยิ่งขึ้น ก่อนที่รุทรจะเดินไปนั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

ขอบคุณนะ…”

ไม่เป็นไรหรอกก็เธอเดินไม่ได้นี่นา...

ถึงปกติจะไม่ค่อยชอบให้นายแตะตัวก็เถอะแต่รู้สึกครั้งนี้มันอบอุ่นไม่รู้สิ คงเป็นเพราะรู้สึกเหงาอยากได้รับความรักความอบอุ่นเหมือนเมื่อก่อนอยากถูกคุณพ่อคุณแม่กอดแบบตอนพวกท่านยังอยู่ล่ะมั้ง…” อายาเมะฉีกยิ้มหวานก่อนจะกวักมือเรียกคนรับใช้ให้รินชาลงในถ้วย กลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์เป็นเอกลักษณ์ลอยขึ้นมาแตะจมูก ว้าว~ วันนี้เป็นชาดาร์จีลิงล่ะ ขึ้นชื่อว่าเป็นแชมเปญแห่งชาเลยนะ เหม่ออะไรอยู่? เดี๋ยวชาก็เย็นหมดหรอก

 

มันก็มีความสุขดีอยู่หรอกที่ยัยนั่นชอบใจน่ะ

แต่ว่า

ที่เธอกำลังมองฉันมีภาพของคนอื่นซ้อนทับตัวฉันอยู่รึเปล่า?

 

รุทร!!!” อายาเมะตะโกนเรียกสติด้วยความลืมตัว บาดแผลกลางหน้าอกของเธอเริ่มเจ็บแปลบอีกครั้ง มือบางเอื้อมไปกุมชุดนอนเอาไว้แน่น ขมวดคิ้วเพราะความเจ็บที่แล่นพล่านเข้ามา

รู้ตัวว่ายังไม่หายดีแล้วยังตะโกนอีกตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะรุทรหรี่ตาลงเล็กน้อยพลางมองอีกฝ่ายที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมาน

ฉันไม่เป็นไร

ไม่เป็นไรได้ไงเล่า!” รุทรลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปหาอายาเมะแล้วย่อตัวลงนั่ง สายตาเหลือบไปเห็นผ้าพันแผลชุ่มเลือดก็ยิ่งทำให้เขาเป็นห่วงเธอมากยิ่งขึ้น

บาดแผลตรงอกเหมือนกับในความฝัน

 

ต่อจากนี้ไม่ต้องพูดแล้วนะ ลืมไปแล้วรึไงว่าฉันอ่านใจเธอได้น่ะ!”

 

นั่นสินะก็รุทรอ่านใจได้นี่นา

 

กลับไปนั่งได้แล้วน่ารุทรอายาเมะยิ้มหวานก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบ

ยังจะฝืนพูดอีกนะยัยบ้า

แหม นานๆ พูดทีไม่เห็นเป็นไรเลย แถมตอนที่ฉันอยู่ที่นี่โดยไม่มีนายก็ไม่ได้พูดกับใครเลยนะอายาเมะหัวเราะคิกคัก ท่าทางสดใสร่าเริงนั่นผิดกับสภาพร่างกายที่ดูอิดโรย ซูบผอม

 

ที่กำลังหัวเราะนั่น

เธอไม่ได้แกล้งทำเป็นมีความสุขเพื่อให้ฉันสบายใจใช่มั้ย?

 

แต่สุดท้ายรุทรก็ลุกขึ้นก่อนจะเดินกลับไปนั่งแล้วยกถ้วยชาขึ้นจิบ

อึกร้อน!” รุทรปล่อยถ้วยชาลงบนจานรองด้วยความตกใจ รสชาหวานหอมร้อนๆ ลวกลิ้นของเขาจนพองถึงแม้มันจะตากลมมาสักพักแล้วก็ตาม

ดูทำเข้าสิ ไม่รู้จักเป่าก่อนรึไงยะตาบ้าอายาเมะหัวเราะขึ้นมาอีกครั้งกับท่าทางซื่อบื้อของอีกฝ่าย ก่อนจะตักเค้กสตรอว์เบอร์รีเข้าปาก ของหวานเต็มโต๊ะไปหมดเลย ช่วยฉันกินทีนะ กินคงเดียวคงไม่หมดแน่

ฉันช่วยกินน่ะหมดแน่ แต่ลูกผู้ดีที่ไหนเขากินไปพูดไปห๊ะยัยเบื๊อก?”

ช่างฉันเหอะน่า ขอแค่มีความสุขกับการกินก็พอเธอพูดทั้งๆ ที่ยังเคี้ยวเค้กอยู่ในปากจนกระทั่งมีเศษเค้กร่วงออกมาจากปาก อุ๊บ…!”

นั่นหกอีก บุคลิกไม่ดีเลยนะเธอเนี่ยรุทรหัวเราะเยาะเด็กสาวในขณะที่เธอกำลังใช้ผ้าเช็ดปากซับริมฝีปากที่เปรอะเปื้อนเศษขนมเค้กแก้อาการเคอะเขิน

..ช่างมันเถอะช่วยเข้าเรื่องกันสักทีอายาเมะยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ วางถ้วยลงโดยใช้ปลายนิ้วก้อยสัมผัสจานรองก่อนเพื่อลดแรงกระแทกระหว่างถ้วยและจานรองเมื่อหลายวันก่อนฉันเกือบตายแล้วนะรู้มั้ย?”

“หา?”

 

“คุณวิทูร...มาหาฉันที่นี่

 

…………………………………………..

 

ณ ตอนนั้นสติของเธอกระเจิงไปในทันที

การที่วิทูรมาหาเธอที่นี่แสดงว่าเขารู้ความเคลื่นไหวของเธอแล้ว

เธอไม่ซื่อตรงกับพระเจ้าแห่งโลกใหม่อีกต่อไป

..อย่าเข้ามา…!!’

 

ไม่นะ…!

นี่เขารู้แล้วอย่างงั้นเหรอ!?!

แบบนั้นที่เราไม่ได้ฆ่ารุทรจริงๆ

มันจะทำให้รุทรกลายเป็นเป้าหมายรายต่อไปของวิทูรรึเปล่า!?

 

หึสภาพในตอนนี้ของคุณมันช่างน่าสมเพชจริงๆ นะครับ ทั้งโรคประสาทหลอนรุมเร้า แล้วไหนจะขานั่นอีก…’ วิทูรเดินเข้าไปหาร่างเด็กสาวก่อนจะเหยียบลงบนขาขวาของเธอ

กรี๊ด!!!!’

ดวงตาสีเขียวกรอกขึ้นจนเกือบจะกลายเป็นดวงตาสีขาวโพลน นิ้วมือจิกลงบนพื้นเพื่อระบายความเจ็บปวดในขณะที่ขาของเธอกำลังถูกฝ่าเท้าของวิทูรบดขยี้อย่างไร้ความปรานี

ถึงแม้เธอจะฟื้นฟูตัวเองได้เร็วกว่ามนุษย์ทั่วไป

แต่เธอก็มีความรู้สึกเจ็บปวดอย่างสิ่งที่มนุษย์ควรจะเป็น

 

ไม่นะขาฉัน…!

เหมือนกระดูกกำลังจะแหลก…!

ไม่ฉันเจ็บนะออกไป…!!!

 

จู่ๆ ก็เกิดไฟลุกติดรองเท้าหนังคู่สวยขึ้นมาทันทีจนต้องผละตัวออกไป ภายในหัวมีแต่ความสับสนตอนนี้เธอควรจะทำยังไงเขาถึงจะปรานีเธอ?

ฉันฆ่าแกไปแล้วทำไมถึงยังอยู่ตรงนี้ล่ะ…!?! ใครก็ได้ช่วยด้วย! ช่วยหนูด้วย!!’

สิ่งที่เธอนึกออกในตอนนี้คือการเสแสร้งว่าตนยังคงเป็นประสาทหลอนอยู่เท่านั้น

หากทำตัวเป็นคนวิกลจริตเขาคงจะไม่กำจัดเธอทิ้ง

แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิด

โอ้ ดูท่าว่าอาการประสาทหลอนของคุณจะหนักกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ ก็คุณไม่เคยฆ่าผมนี่นางั้นผมจะช่วยสงเคราะห์ให้ก็แล้วกันวิทูรเงื้อมมือขึ้นหมายจะสังหารเธอด้วยไพ่เอซโพธิ์ดำ ดูเหมือนตอนนี้คุณจะกลายเป็นคนวิกลจริตไปแล้วสินะครับ...งั้นคุณก็หมดประโยชน์กับพระเจ้าแล้ว และสาวกผู้ภักดีของพระเจ้าจะมีเพียงแค่ผมคนเดียวเท่านั้น…’

 

สาวกที่น่าหมั่นไส้แบบคุณน่ะตายไปซะได้ก็ดี!’

ในขณะที่เขากำลังจะขว้างไพ่เอซโพธิ์ดำกลับเกิดเปลวไฟลุกโชนขวางระหว่างอายาเมะและวิทูร เพลิงนั้นเผาไหม้รุนแรงเสียจนชายหนุ่มต้องถอยกลับมาตั้งหลักก่อน

ไอความร้อนจากเปลวไฟและความเจ็บปวดจากบาดแผลทำให้สติของเด็กสาวค่อยๆ เลือนรางลง แต่ตอนนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงของเด็กสาวที่คุ้นหูดังอยู่ไม่ไกล

นี่ๆ คิดจะตายอีกกี่รอบกันคะ? ชีวิตคุณหนูน่ะจืดชืดจนฉันทนไม่ไหวเลยล่ะ…’

 

เสียง…?

ตาฉันมันมัวไปหมดแล้ว

 

ดิ้นรนทรมานกับชีวิตต่อไปงดงามกว่าเป็นไหนๆ

 

เมมฟิสโต…?

 

หลังจากได้เห็นภาพเด็กสาวที่พร่ามัวตรงหน้าเพียงเท่านั้นเธอก็ไม่อาจคงสติไว้ได้อีก เปลือกตาค่อยๆ ปิดลงอย่างอ่อนล้า

 

…………………………………………..

 

หลังจากนั้นรู้สึกตัวอีกทีฉันก็อยู่ในห้องนอนพร้อมกับรอยช้ำขนาดใหญ่ที่หน้าแข้งข้างขวาแต่ตอนนี้มันหายไปแล้วล่ะอายาเมะจิบน้ำชาอีกครั้งหนึ่งแทนการเว้นวรรคทั้งที่มาอยู่นี่เมมฟิสโตไม่เคยมาหาเลยแท้ๆ นะแต่ทำไมตอนนั้นถึงได้ยินเสียงก็ไม่รู้?”

คงไม่อยากให้ผิดแผนล่ะมั้งรุทรยิ้มแห้งๆ แต่ทว่าในใจกลับเริ่มมีความกังวลเล็กๆ

 

ทำไมรู้สึกเหมือนสองคนนี้มี Something กันเลยฟะ?

ไม่น่า….คงคิดมากไปเอง

ทำไมซาตานถึงจะต้องห่วงใยผู้ทำสัญญาด้วยล่ะ?

ต้องการแค่วิญญาณยัยนี่ไม่ใช่รึไง

 

เด็กสาวกระแทกถ้วยชาลงบนจานก่อนจะก้มศีรษะลงจนผมเผ้าลงมาปรกใบหน้า

ขอโทษนะเพราะฉันเลยทำให้นายต้องลำบากตลอดเลย

หา?” รุทรรู้สึกสับสนกับการเปลี่ยนอารมณ์กะทันหันของอีกฝ่าย

ไหนจะตอนนี้อีก ฉันไม่รู้ว่านายจะโดนวิทูรตามฆ่ารึเปล่าถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็เพราะฉัน

ก็ยังดีกว่าตายตอนนั้นละกันน่า…”

แต่ยังไงก็เป็นเพราะฉันเพราะฉันที่สร้างปัญหาให้นาย เป็นได้แค่ตัวถ่วงที่ต้องให้คอยพะวง…!” เด็กสาวหยุดพูดไปชั่วขณะ ที่อกซ้ายรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา ความรู้สึกนั้นยิ่งทวีคูณมากขึ้นก่อนจะลามไปยังศีรษะ ปวดร้าวราวกับถูกบีบให้แหลกละเอียด โอ๊ย…!!!”

เป็นอะไร….!?”

ปวดหัว…!!!” เด็กสาวกุมเส้นผมเอาไว้แน่น ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวลงทุกที

ภาพที่เธอเห็นค่อยๆ กลายเป็นสีดำแม้กระทั่งใบหน้าของรุทรเองก็ขุ่นมัวเสียจนไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นภาพของอะไร

 

ไม่ไหวแล้ว

ทั้งที่ลืมตาอยู่แต่กลับมองอะไรไม่เห็นเลย

 

ตุบ!!

เมื่อสิ้นสติสติร่างของเธอก็ลงล้มลงจากเก้าอี้ในทันที ด้วยร่างกายที่อ่อนแอลงทุกวันโรคร้ายต่างๆ ที่หาสาเหตุไม่ได้ยิ่งถาโถมเข้าใส่แม้จะยังอายุน้อยอยู่ก็ตาม

 

เพราะตอนนี้มันกำลังลุกลามไปทั่วร่างกายของเธอ

 

--------------------------------

 

สวัสดีค่า ^ ^ เราสอบเสร็จแล้วน้า จริงๆ ตอนนี้เขียนเสร็จมาประมาณสองสามวันแล้วมั้ง แต่ว่ารู้สึกว่าคำบรรยายตอนท้ายๆ ไม่ค่อยดีเลยรอสักพักแล้วค่อยเกลา หลังเจอข้อสอบฟิสิกส์ไปนี่แบบ...รู้สึกเหมือนสมองไหลออกมาจากหัว อะไรคือวิชาฟิสิกส์เดี๊ยนไม่รู้จัก! ฉันเคยเรียนด้วยเหรอ? #ผิด

แต่เอาเป็นว่าเราจะพยายามเขียนให้ไวขึ้นนะคะ อาจจะมีบทให้รินลัลสักหน่อยในฐานะบุคคลผู้รอบรู้เรื่องอาถรรพ์ แล้วเราก็ไม่ได้เขียนตอนพิเศษวันเกิดให้ลัล T ^ T ฮืออออ ขอโทษนะคะ จะหาตอนพิเศษอย่างอื่นมาทดแทนน้า อย่าโกรธเค้าเลยนะคะ

 

2/10/2017

  
  
   
O W E N TM.
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

422 ความคิดเห็น

  1. #269 kuroko-love18 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 16:09
    เขียนยาวมากขึ้น(รึเปล่านะหรือคิดไปเอง) ชอบมากเยยท่านเจ้~ รีบๆมาต่อนะ
    #269
    0
  2. #267 leena and linna (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 17:14
    สู้ๆน้าค่าาาาาาาาาา รอรินลัลอยู่
    #267
    0