ซีรีส์ [H.E.A.R.T.] ❤ หัวใจ...รัก [END]

ตอนที่ 69 : พ่ายรักครั้งที่ 8 พี่โซ่โหมดดาร์ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,036
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    9 ต.ค. 61






Part 8# Wayo พี่โซ่โหมดดาร์ก

               หลังจากนั้นเวลาที่ผมไปเดทกับไอ้พี่โซ่ก็จะมีพี่ธามและพี่เชนตามไปด้วยเสมอ คือผมก็พยายามห้ามแล้วนะเพราะกลัวพี่ธามจะเจ็บ แต่พี่ธามก็บอกไม่เป็นไรและยืนยันที่จะไป พอได้ยินแบบนี้แล้วผมจะห้ามอะไรได้อีกล่ะ แต่ประเด็นคือพี่เชนนี่สิที่จะตามมาเพื่อ งานการไม่มีทำรึไงก็ไม่รู้ถึงว่างมาเป็นเพื่อนพี่ธามได้ตลอด ต้องขอบคุณแต้มบุญจริงๆ ที่ไอ้พี่โซ่ไม่คิดสงสัย

               อ้อ แต่ผมบอกไว้ก่อนเลยนะว่า ถึงจะไปเดทกันเกือบทุกอาทิตย์ผมก็ยังไม่เลื่อนขั้นให้ไอ้พี่โซ่หรอก ตอนนี้เป็นแค่พี่น้องไม่มีมากกว่านั้น ก็แหม...ยิ่งต้องพยายามมากไอ้พี่มันก็จะยิ่งหลงผมหนักรักผมมากใช่มั้ยล่ะ เพราะงั้นมันก็ต้องเล่นตัวกันหน่อย

               เวลาอยู่ด้วยกันข้างนอกกับที่ทำงานไอ้พี่โซ่จะปฏิบัติกับผมต่างกัน อย่างถ้าอยู่ข้างนอกไอ้พี่มันก็จะสกินชิพผมหนักมาก แต่ถ้าอยู่ที่ทำงานก็จะลดลงมาเพื่อไม่ให้ใครรู้ ถึงไอ้พี่มันจะบอกว่าเพื่อหวังดีกับตัวผม แต่เชื่อเถอะ ไอ้พี่มันกลัวจะโดนนินทาและความนิยมจะตกมากกว่า

               ถ้าจะไม่เชื่อและบอกว่าผมอคติก็ดูนู่น ยิ้มหวานโปรยเสน่ห์แล้วก็ทำเป็นอาสาไปช่วยงานกลุ่มพี่ผู้หญิงที่อยู่ตรงนั้น อยากจะไปใกล้ชิดและอยู่ท่ามกลางสาวๆ ล่ะสิไม่ว่า!

               “น้องวาๆ ตอนนี้ว่างปะมาช่วยนี่พี่หน่อย” พี่ฟลุคกวักมือเรียกผมหยอยๆ ผมที่กำลังนั่งว่างๆ และเบื่อเอามากๆ เลยรีบเดินไปหาพี่แกที่โต๊ะ

               “มีอะไรให้ช่วยครับพี่ ตอนนี้ผมว่างสุดๆ เลย”

“งานลูกค้าที่ผอ.พึ่งให้มา แต่ว่าพี่มีงานค้างอยู่เลยไม่ว่าง ถ้าจะให้น้องมิ้งทำมันก็...” แล้วพี่ฟลุคก็ยิ้มแห้งๆ ผมล่ะสงสารพี่แกจริงจริ้งที่ต้องเป็นพี่เลี้ยงของมิ้ง ซึ่งตอนนี้คงจะหนีไปนั่งเมาท์กับเด็กฝึกงานของแผนกไหนสักแผนกนั่นแหละมั้ง

ช่วงเช้าก็เอาแต่อ่อยไอ้พี่โซ่ ส่วนช่วงบ่ายก็หนีไปเมาท์ที่แผนกอื่น ชีวิตของยัยนี่จะบันเทิงเริงรื่นเกินไปแล้ววววววว

“เดี๋ยวผมช่วยเองครับพี่ฟลุค แล้วนี่ลูกค้าจะเอาวันไหนครับ”

“จันทร์หน้านู้น วันนี้พึ่งวันศุกร์เองเพราะงั้นน้องวาทำชิลๆ ก็ได้ แล้วถ้ามีเรื่องสงสัยหรืออยากรู้อะไรก็ถามพี่จ๋าได้เลย งานนี้พี่กับพี่จ๋ารับผิดชอบคนละครึ่ง”

“โอเคครับ”

“ขอบใจมากนะน้องวา จบงานแล้วเดี๋ยวพี่พาไปเลี้ยงหนม”

“งั้นผมจะทำอย่างสุดความสามารถเลยครัช!” ผมตะเบ๊ะท่าแบบทหารอย่างขึงขัง พี่ฟลุคเลยหัวเราะอย่างขำๆ แล้วยื่นงานให้ผม

ตลอดทั้งบ่ายผมโทรติดต่อลูกค้าและหาข้อมูลเกี่ยวกับงานที่ได้รับมอบหมาย เมื่อมีตรงไหนไม่เข้าใจผมก็จะถามไอ้พี่โซ่เพราะอยู่ข้างๆ ซะก่อน แต่ถ้าไอ้พี่มันไม่แน่ใจผมถึงจะเดินไปถามพี่จ๋าที่โต๊ะอยู่ห่างออกไปหลายบล็อก จนกระทั่ง ประมาณ 4 โมงนิดๆ ผมถึงได้ลงมือทำ แต่ว่าก็เริ่มไปได้ไม่กี่นาทีเท่านั้นพี่ฟลุคก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบมาหาผม

“งามไส้แล้วน้องวา! ผอ.มาบอกพี่ใหม่ว่าลูกค้าจะเอางานจันทร์นี้ไม่ใช่จันทร์หน้านู้น!

“หา! จริงดิพี่!

ด้วยเหตุนี้พี่ฟลุคเลยเทงานที่ทำค้างอยู่แล้วดึงงานนี้กลับไปทำเอง ผมที่เห็นว่าพี่แกรวมถึงพี่จ๋าที่ทำคู่กันกำลังหัวหมุนเลยเข้าไปช่วยอีกแรง แต่ก็แน่นอนล่ะมีเวลาแค่ชั่วโมงกว่าๆ มันจะไปเสร็จทันได้ยังไง ต่อให้มีคนเพิ่มอีก 10 ยังไงก็ไม่มีทางทัน

“จ๋ากับฟลุค ผมขอความร่วมมือทำโอทีงานนี้ให้เสร็จก่อนวันจันทร์ตอน 9 โมงด้วยนะ” ผอ.เดินมาหาพวกพี่เขาด้วยใบหน้าดุดัน แต่ไอ้ขอความร่วมมืออะไรนั่นมันก็คือคำสั่งดีๆ นี่แหละ

“แต่ถึงจะทำโอทั้งวันทั้งคืนผมว่ามันก็ไม่ทันหรอกครับ ผอ.ช่วยพูดกับลูกค้าว่าขอเลื่อนเป็นสักวันพุธได้มั้ย” พี่ฟลุคต่อรอง

“ไม่ได้หรอก งานนี้ผู้ใหญ่เขาสั่งผมลงมาอีกที” พอได้ยินแบบนี้พี่ฟลุคกับพี่จ๋าก็ทำหน้าเหมือนอยากลาตาย ผมที่รู้สึกเห็นใจและกำลังหาโปรเจคงานที่ต้องเขียนลงในรายงานการฝึกพอดี เพราะเหลืออีกแค่ 1 เดือนเท่านั้นการฝึกงานก็จะจบลง ผมเลยยกมืออาสาจะช่วยพวกพี่เขาอีกแรง

“ผมขอช่วยพวกพี่เขาได้มั้ยครับ ยังไงงานนี้ผมก็ได้ช่วยทำตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” เท่านั้นแหละจากที่ทำหน้าซังกะตาย พี่ฟลุคกับพี่จ๋าก็ทำตาลุกวาวเหมือนเทวดามาโปรดทันที

“ได้จริงๆ หรอน้องวา!

“จริงสิครับพี่ฟลุค”

“งั้นผมขออยู่ช่วยอีกคนนะครับ” ทายซิว่าเสียงใคร? ก็ไอ้พี่โซ่ไงจะใครล่ะ!

“น้องโซ่ของพี่ นอกจากจะหล่อแล้วยังมีน้ำใจขนาดนี้ไม่เสียแรงเลยที่พี่รัก” พี่จ๋าส่งสายตาหวานซึ้งไปให้ ส่วนไอ้พี่โซ่ก็ยิ้มโปรยเสน่ห์ตามสไตล์ ผมล่ะหมั่นไส้จริงจริ้งงงงงง

“ก็ถ้าโซ่ยินดีมาช่วยผมก็ไม่มีปัญหา เอาอย่างนี้แล้วกัน ผมจะทำเรื่องเพิ่มค่าโอทีให้พิเศษ แล้วผมก็จะออกค่าอาหารช่วง 3 วันนี้ให้ด้วย”

“ขอบคุณมากครับ/ค่ะผอ.!” พวกเรา 4 คนไหว้ขอบคุณ ถึงจะไม่โอเคที่แกสั่งให้ทำงานแบบเร่งด่วน แต่ชีวิตการทำงานมันก็แบบนี้ บางทีมันก็จะมีงานเข้าแบบไม่คาดคิดอย่างนี้ล่ะนะ หลายบริษัทใช้งานลูกจ้างหนักกว่านี้ราวกับแรงงานทาสก็มี การที่ผอ.จะเพิ่มโอทีให้พิเศษและออกค่าอาหารให้อีกนับว่าดีสุดๆ แล้ว

การทำโอทีของที่นี่กำหนดค่าตอบแทนในระเบียบไว้ว่า จะคูณ 1.5 เท่าของค่าแรงเป็นชั่วโมงในวันธรรมดา หากเป็นวันหยุดค่าโอทีจะคูณ 2 ไม่มีกำหนดลิมิตชั่วโมงแต่มีกำหนดเวลาว่าสามารถทำได้ถึงแค่ 4 ทุ่มเท่านั้น หากยังอยู่ต่อจากโอทีก็จะกลายเป็นโอฟรีไป

หลังจากที่ผอ.กลับเข้าไปในห้องพวกเรา 4 คนก็ประชุมแบ่งหน้าที่การทำงาน อย่างไอ้พี่โซ่ที่ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยทำตั้งแต่แรก แต่ก็รู้รายละเอียดงานทั้งหมดจากที่ผมคอยถามก่อนหน้านี้อยู่แล้วเลยไม่มีปัญหา พวกเราประชุมกันจนเกือบ 6 โมงนู่นแหละถึงได้แยกย้ายไปทำงานของใครของมัน

“พี่โซ่ไม่เหนื่อยหรอครับ ช่วยงานคนนู้นคนนี้ไปทั่ว” เหนื่อยที่ผมหมายถึงคือเหนื่อยจากการสร้างภาพเป็นเทวดา ไม่ใช่เหนื่อยจากการทำงานหรอกนะ

“ถ้าเหนื่อยมากกว่าเดิมไม่เท่าไหร่ แต่สามารถช่วยให้คนอื่นเหนื่อยน้อยกว่าเดิมได้มาก พี่ว่ามันก็คุ้มนะ” ไอ้พี่โซ่ยิ้มออกมาบางๆ ถ้าผมลบอคติในใจออกก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่า ไอ้พี่มันเป็นคนดีมีน้ำใจขนาดไหน

“แหม...พูดซะหล่อเชียวนะครับพี่”

“หลงรักพี่เข้าแล้วใช่มั้ยล่ะครับ” ไอ้พี่โซ่พูดยิ้มๆ แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ

เฮอะ! ใครจะไปหลงรักคนชอบสร้างภาพอย่างพี่กันเล่า!

“ผมพึ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้บอกพี่เรื่องที่ต้องทำโอเลย เดี๋ยวผมขอออกไปโทรแป๊บนึงนะครับ” ผมจัดการเปลี่ยนเรื่องแล้วก็จะเดินหนีซะ แต่ไอ้พี่โซ่ก็เรียกผมเอาไว้ก่อน

“ถ้าจะบอกให้พี่ชายมารับก็ไม่ต้องนะ เดี๋ยวพี่ไปส่งเองยังไงก็ทางเดียวกัน”

“เอางั้นก็ได้ครับ” ผมพยักหน้ารับแล้วก็เดินเข้าไปในครัว

สายแรกที่ผมโทรหาคือพี่ธาม ตอนที่ได้ยินว่าวันนี้ผมต้องกลับดึก ส่วนเสาร์กับอาทิตย์นี้ผมก็ต้องมาทำงาน น้ำเสียงของพี่ธามก็ดูหงอยๆ ลงนิดหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นพี่ธามก็เข้าใจแล้วก็บอกให้ผมตั้งใจทำงาน

หลังจากวางสายกับพี่ธามแล้วผมก็โทรหาพี่ภูต่อ ตอนแรกพี่ภูก็เป็นห่วงกลัวผมเหนื่อยเลยไม่ค่อยอยากให้ผมช่วยพวกพี่เขาทำงาน แต่ผมก็โน้มน้าวด้วยเหตุผลคลาสสิคนั่นก็คืออยากหาประสบการณ์ ก็ชักแม่น้ำทั้ง 5 อยู่นานเลยล่ะกว่าพี่ภูจะยอม

“ขอโทษนะครับที่หายไปนาน คือพี่ชายไม่ค่อยอยากให้ผมทำน่ะเลยเสียเวลาเกลี้ยกล่อมซะนาน” ผมยิ้มแห้งๆ ให้ไอ้พี่โซ่เมื่อเดินกลับมาที่โต๊ะ ตอนนี้พวกพี่คนอื่นๆ ได้กลับกันไปหมดแล้วยกเว้นผมกับไอ้พี่มัน แล้วก็พี่ฟลุคและพี่จ๋าที่นั่งห่างออกไปแทบจะอีกฟาก

“คงจะเป็นพี่คนโตที่ชื่อภูสินะ พี่เข้าใจเพราะเขาดูรักและเป็นห่วงวามาก”

“แต่บางทีผมว่าก็มากเกินไป...เอ๊ะเดี๋ยวนะครับ ทำไมพี่โซ่ถึงได้รู้เรื่องพี่ภูได้ล่ะ” งงในงงเลยสิผม ผมจำไม่เห็นเคยได้เลยว่าเคยพูดชื่อพี่ภูตอนไหน ยิ่งเล่าเรื่องนิสัยด้วยแล้วก็ยิ่งไม่น่าเคย

ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผมไม่เคยพูดเรื่องพี่ภูให้ไอ้พี่โซ่ฟังเลยสักครั้ง!

“อยากรู้หรอครับ?” ไอ้พี่โซ่ยิ้มกริ่ม

“ก็ต้องอยากรู้น่ะสิครับไม่งั้นผมจะถามทำไม”

“ถ้าอยากรู้พี่จะบอกให้ก็ได้ แต่...” ไอ้พี่โซ่พูดถึงตรงนี้ก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วพูดเบาๆ ด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน “วาต้องจ่ายค่าเปิดปากเป็นจูบหวานๆ ให้พี่ก่อน”

“จะบ้าหรอพี่! ใครจะไปทำแบบนั้นกันเล่า!” ผมโวยวายแล้วรีบถอยเก้าอี้ออกห่าง พี่ฟลุคกับพี่จ๋าเลยมองมาทางผมด้วยสายตาประมาณว่ามีเรื่องอะไรกันหรอ

“แฮ่ ไม่มีอะไรครับ พี่โซ่แค่แกล้งกวนผมน่ะครับ” พอได้ยินแบบนั้นพวกพี่เขาก็ก้มหน้าทำงานต่อ ส่วนไอ้พี่โซ่ตัวต้นเหตุก็แอบหัวเราะขำๆ อย่างไม่รู้สึกรู้สา

“เพราะพี่นั่นแหละที่พูดอะไรแปลกๆ” ผมแยกเขี้ยวใส่แล้วเลื่อนเก้าอี้กลับไปที่เดิม “ว่าแต่จะบอกผมได้รึยังว่าพี่รู้เรื่องของพี่ภูได้ยังไง”

“วาจูบพี่เมื่อไหร่พี่ก็จะบอกเมื่อนั้นแหละ”

“พี่โซ่!

“ชู่วววว อย่าเสียงดังสิวา พี่จ๋ากับไอ้ฟลุคกำลังทำงานอยู่นะ” คือผมจะไม่ว่าอะไรเลย ถ้าไอ้พี่มันเอานิ้วชี้แตะที่ปากตัวเองไม่ใช่ที่ปากของผม! ไอ้คนฉวยโอกาส!

“ถ้าพี่ไม่ยอมบอกผมจะโกรธพี่จริงๆ แล้วนะครับ” ผมตีหน้ายักษ์ใส่ แต่ไอ้พี่โซ่ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วหยิบเรื่องงานมาคุยกับผมต่อเฉย แถมพอผมไม่ยอมคุยด้วยก็โดนหาว่าไม่มีสปิริตที่เอาเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานมาปนกัน มันน่าโมโหจริงๆ สิให้ตาย!

จนแล้วจนรอดกระทั่งตอน 4 ทุ่มที่ต้องกลับบ้านผมก็ยังไม่รู้เรื่องเลย ไอ้พี่โซ่เอาแต่ลีลาเล่นตัวไม่ยอมบอกความจริงอยู่นั่น แต่ถ้าจะให้ผมจูบเพื่อแลกกับการรู้เรื่องนั้นผมก็ไม่ยอมหรอกนะ ทุกวันนี้ผมก็เปลืองตัวให้ไอ้พี่มันสกินชิพมากเกินพอแล้ว

“พรุ่งนี้ 8 โมงครึ่งเดี๋ยวพี่มารับนะครับ” ไอ้พี่โซ่พูดกับผมเมื่อขับรถมาถึงหน้าบ้าน แต่นอกจากเรื่องงานผมก็ไม่ยอมเปิดปากพูดอะไรกับไอ้พี่มันเลย

ก็เอาซี้ว่าจะทนได้ถ้าผมไม่ยอมพูดด้วย!

ผมสะบัดหน้าหนีแล้วเปิดประตูลงจากรถ จากนั้นก็เดินเข้าไปในบ้านโดยไม่ยอมพูดอะไรกับไอ้พี่โซ่สักคำ ส่วนเช้าวันต่อมาก็เหมือนกัน ผมเดินขึ้นรถตอนที่ไอ้พี่มันขับมาจอดที่หน้าบ้าน แล้วตลอดเวลาจนกระทั่งถึงบริษัทผมก็ไม่ยอมเปิดปากพูดกับไอ้พี่มันแม้แต่คำเดียว

“นี่วาจะไม่ยอมพูดกับพี่จริงๆ หรอครับ” ไอ้พี่โซ่พูดในระหว่างที่เราสองคนกำลังอยู่ในลิฟต์ ผมแอบยิ้มในใจเพราะอีกไม่นานไอ้พี่มันต้องยอมบอกผมแน่ๆ แต่แล้วพอลิฟต์เปิดออกเท่านั้นแหละ สิ่งที่ผมคิดเอาไว้มันก็ถูกพังลงไม่เป็นท่า เพราะดันเจอคนที่ไม่น่าจะเจอที่นี่ซะได้

“อ๊ะ! มาแล้วหรอคะพี่โซ่!” เสียงแป้นแล้นแบบนี้ก็ยัยมิ้งไงจะใครล่ะ!

“อ้าว มาได้ยังไงครับมิ้ง”

“ลุงผอ.พึ่งบอกมิ้งน่ะค่ะว่าเสาร์ - อาทิตย์นี้พี่โซ่เข้ามาทำโองานด่วนที่บริษัท มิ้งก็เลยขอมาช่วย” เฮอะ! มาช่วยหรือมาวุ่นวายให้เป็นภาระกันแน่!

“นี่มิ้งกำลังจะลงไปซื้อกาแฟพอดี พี่โซ่ไปเป็นเพื่อนมิ้งหน่อยนะคะ” แล้วแม่คุณก็จัดการควงแขนไอ้พี่มันหมับ จากนั้นก็หันมองมาที่ผมแล้วส่งสายตาไล่

“งั้นเราไปก่อนนะมิ้ง เชิญไปซื้อกาแฟแสนหวานตามสบาย” ประโยคสุดท้ายผมตั้งใจประชดพร้อมกับมองไอ้พี่โซ่ตาขวาง ไอ้พี่มันเลยยิ้มเจื่อนๆ แล้วพยายามแกะมือของยัยมิ้งออก แต่ยัยนั่นที่กำลังบิดไปมาอย่างเขินจัดก็เกาะหนึบอย่างกับตุ๊กแก

เฮอะ! ถ้าอยากจะแกะออกจริงๆ ทำไมจะทำไม่ได้! แรงของผู้หญิงมันจะสู้แรงของผู้ชายได้ยังไงกันเล่า!

ผมสะบัดหน้าหนีแล้วรีบเดินออกมาจากลิฟต์อย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนที่ผมจะอารมณ์บูดแบบนี้ไปตลอดทั้งวัน เพราะยัยมิ้งเอาแต่ออเซาะฉอเลาะไอ้พี่โซ่อยู่นั่น งานการก็แทบไม่ได้ช่วยทำ ส่วนไอ้พี่มันก็ไม่ได้ไล่อย่างเด็ดขาดจริงจัง นี่ถ้าไม่ติดว่าผอ.ก็อยู่ด้วยนะ ผมคงจะวีนให้ออฟฟิศแตกไปแล้ว!

 “เอาล่ะ วันนี้ก็พอแค่นี้แล้วกันนะทุกคน วันพรุ่งนี้ค่อยมาลุยกันต่อ” ผอ.เดินออกมาจากห้องตอน 3 ทุ่ม 50 น. พวกผมที่ได้ยินแบบนี้เลยพากันวางงานในมือแล้วก็เก็บของ

“มิ้งต้องกลับแล้วล่ะค่ะพี่โซ่ แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้มิ้งจะมาช่วยใหม่นะคะ” ยัยมิ้งยิ้มหวานแล้วโบกมือลาไอ้พี่มัน จากนั้นก็ถือกระเป๋าแล้วเดินตามผอ.ที่พึ่งออกไปเมื่อกี้นี้

“อีเด็กนี่ นั่งหัวโด่ตั้งหลายคนเสือกลาแค่คนเดียว” พี่จ๋าแยกเขี้ยวใส่ยัยมิ้งลับหลัง อันที่จริงวันนี้พี่แกก็บอกให้ผมกันซีนยัยนั่นนะ แต่ผมไม่มีอารมณ์จะทำเลยหนีไปนั่งกับพี่แกซะเลย

ตอนกลับบ้านไอ้พี่โซ่ก็ไปส่งผมเหมือนเดิม โดยที่ตลอดทางไอ้พี่มันก็พยายามง้อและชวนผมคุย แต่ว่าผมก็นั่งหน้าบูดไม่สนใจที่ไอ้พี่มันพูดเลยแม้แต่น้อย ขนาดตอนก่อนจะนอนที่ไอ้พี่มันโทรหาและไลน์มาผมก็ยังไม่สนใจเลยสักนิด

เช้าวันอาทิตย์ก็เหมือนกับเมื่อวาน ไอ้พี่โซ่มารับผมตอนเช้า วันนี้ผมก็ไม่ยอมพูดกับไอ้พี่มันเหมือนเดิม แต่ไอ้พี่มันดันไม่เหมือนเดิม เพราะไม่พยายามง้อและชวนผมคุยเหมือนเมื่อวาน

ไหงเป็นงั้นไปได้ล่ะไอ้พี่โซ่!

หนอย...การที่ไอ้พี่มันทำเป็นไม่ใส่ใจผมยังไม่เท่าไหร่ แต่การที่ไปคุยหัวร่อต่อกระซิกอย่างสนิทสนมกับยัยมิ้งตลอดทั้งวันนี่คืออะไร ไม่สบอารมณ์จริงๆ โว้ยยยยยยยย!

“ตกลงว่าพี่ชอบผม ชอบมิ้ง หรือว่าชอบมันทุกคนที่อยู่รอบตัวพี่กันแน่!” ผมลากไอ้พี่โซ่เข้ามาในครัวเพื่อคุยกันให้รู้เรื่อง หลังจากรอจนถึง 3 ทุ่มกว่าๆ ที่งานทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ ตอนนี้ก็เหลือแค่รอผอ.เช็คความเรียบร้อยเท่านั้น

“ในที่สุดก็ยอมคุยกับพี่แล้วหรอ” ไอ้พี่โซ่พูดยิ้มๆ ท่าทางที่อารมณ์ดีแบบนั้นทำเอาผมที่กำลังจะวีนถึงกับชะงัก

“นี่อย่าบอกนะว่า พี่จงใจเข้าใกล้มิ้งเพื่อให้ผมโมโหงั้นหรอ!” พอได้ยินแบบนั้นไอ้พี่โซ่ก็ยิ่งยิ้มกว้างมากขึ้นกว่าเดิม

“กว่าจะรู้ตัวก็เกือบหมดวันเลยนะ พอโมโหหึงนี่หัวช้าเชียว แต่ก็น่าร้ากกกก” พูดล้อเลียนอย่างเดียวไม่พอ ไอ้พี่บ้านี่ยังมีการเอี้ยวหน้าลงมาหอมแก้มผมอีกด้วย!

“พี่โซ่!” ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ผมควรจะโกรธเรื่องที่ไอ้พี่มันขโมยหอมแก้มผม หรือว่าเรื่องที่ขี้ตู่โมเมเอาเองว่าผมหึงกันแน่ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้วีน ก็มีบุคคลที่ 3 เดินเข้ามาในนี้ซะก่อน

“พี่โซ่อยู่ที่นี่เอง” เวรล่ะสิ! ยัยมิ้งจะเห็นเรื่องที่ไอ้พี่โซ่ขโมยหอมแก้มผมมั้ยเนี่ย!

“มิ้งตามหาพี่ทำไมหรอครับ” ไอ้พี่มันรีบทำตัวให้เป็นปกติ ผมจึงแอบแยกเขี้ยวใส่ แล้วก็ขยับปากพูดโดยไม่ออกเสียงด้วยว่า “ฝากไว้ก่อนเถอะ”

“คือลุงผอ.เรียกพบที่ห้องน่ะค่ะ ตอนนี้พี่ฟลุคกับพี่จ๋าก็อยู่ในนั้น” ท่าทางของยัยมิ้งก็ดูเฉยๆ คงจะไม่เห็นแล้วก็ไม่ได้ยินอะไรหรอกมั้ง

“อ๋อ ขอบใจมากครับมิ้ง” แล้วไอ้พี่โซ่ก็รีบเดินออกไป ส่วนผมที่ไม่รู้จะอยู่ทำไมเลยว่าจะไปนั่งรอที่โต๊ะ แต่ว่ายัยมิ้งก็เอาตัวเข้ามาขวางไว้ซะก่อน

“เมื่อกี้เราโกหก”

“ว่าไงนะ?” โอเคแหละว่าผมได้ยิน แต่ผมก็แค่ถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจเฉยๆ

“เรามีเรื่องอยากคุยกับวาตามลำพัง” ยัยมิ้งเลิกแอ๊บแล้วจ้องหน้าผมอย่างไม่พอใจ

“เรื่องอะไร” หวังว่ามันจะไม่ใช่เรื่องที่ผมคิดหรอกนะ

“บอกมาว่าวากับพี่โซ่เป็นอะไรกัน เราเห็นนะว่าเมื่อกี้พี่โซ่หอมแก้มวา!” นั่นไงล่ะ! ยัยมิ้งเห็นอย่างที่ผมคิดเอาไว้จริงๆ ถึงได้ทำตาขวางจ้องผมซะขนาดนี้ ท่าทางงานจะเข้าแล้วล่ะสิผม!

“เอ่อ...มิ้งแค่มองผิดไปเองต่างหาก พี่โซ่กับเราเป็นผู้ชายทั้งคู่นะจะมาหอมแก้มกันได้ไง” ก็รู้แหละว่าเหตุผลมันฟังไม่ขึ้นและดูแถหน้าด้านๆ แต่ผมก็ไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่เพราะยัยนี่ต้องปากสว่างแน่ๆ

“มองผิดเนี่ยนะ? ถามจริงว่าเราเหมือนคนตาบอดงั้นหรอ?” โอเค ถ้ายัยนี่จะพูดแบบนี้ก็ไม่ถงไม่แถมันต่อละ

“เออ เรายอมรับก็ได้ เมื่อกี้พี่โซ่หอมแก้มเรา”

“หึ ที่แท้แฟนพี่โซ่ก็คือวาเองสินะ” ยัยมิ้งยิ้มหยัน คงจะเจ็บใจน่าดูที่รู้ว่าตัวเองโดนหลอก ตอนนั้นผมบอกยัยนี่ว่าไอ้พี่โซ่มีแฟนแล้ว ถึงแม้จะแก้ตัวไปว่าไอ้พี่มันไม่ใช่แฟนผม แต่ยัยมิ้งก็คงไม่เชื่อ

“ตอนนั้นที่งานเลี้ยงต้อนรับน้องฝึกงาน วาก็คงจะแกล้งเมาตัดหน้าเราสินะ เฮอะ! ดันช้าไปซะได้” ผมขอถอนคำพูดที่เคยดูถูกว่ายัยนี่โง่ก็แล้วกัน ประติดประต่อได้ขนาดนี้ก็แสดงว่ายัยนี่ก็ต้องมีสมองเอาเรื่อง

“เข้าเรื่องมาเลยดีกว่า มิ้งต้องการจะพูดอะไรกับเรากันแน่”

“ก็แค่อยากจะเตือนความจำวา”

“เตือนความจำ?”

“ใช่” ยัยมิ้งยิ้มที่มุมปาก “จำได้มั้ย ตอนที่วาบอกว่าพี่โซ่มีแฟนแล้วเราพูดว่ายังไง”

“...” ผมไม่ตอบอะไร แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าผมจะจำไม่ได้ คำพูดที่เห็นแก่ตัวและน่ารังเกียจแบบนั้นใครจะไปลืมได้ล่ะ

“เราบอกว่าพี่โซ่มีแฟนแล้วยังไง มีได้ก็เลิกได้ เราจะแย่งมาให้ดู ยิ่งคู่แข่งเป็นผู้ชายแบบนี้ก็ยิ่งของหมูๆ วาคงจำได้สินะว่าเราพูดแบบนี้” พูดถึงตรงนี้ยัยมิ้งก็ยิ่งแสยะยิ้มกว้าง คงจะมั่นใจในตัวเองเอามากๆ ท่าทางชีวิตนี้พอเล็งผู้ชายคนไหนก็คงจะไม่เคยนกเลยสินะ ก็แหงล่ะ ถึงไม่อยากชมแต่ผมก็ต้องยอมรับว่ายัยนี่สวยจริงๆ

“ถ้ามิ้งอยากแย่งก็แย่งไปเลย” ที่ผมพูดแบบนี้ก็เพราะอยากตัดรำคาญ แต่ยัยมิ้งกลับคิดไปอีกอย่างนั่นก็คือ...

“ที่พูดแบบนี้คงจะมั่นใจมากเลยสินะว่าจับพี่โซ่ได้อยู่หมัดแล้ว เฮอะ! อยากหัวเราะเป็นบ้า!

“เออ ถ้าอย่างนั้นก็เชิญตามสบาย” ผมล่ะรำคาญยัยนี่จริงๆ เลยจะเดินหนีออกไป แต่ก็โดนขวางเอาไว้ทำให้หนีไปไหนไม่ได้

“เรายังพูดไม่จบ”

“ก็แล้วจะพูดอะไรก็รีบๆ พูดมาสิ” ผมพูดอย่างเบื่อหนายเสียเต็มประดา นี่ถ้าผมกับยัยนี่เป็นเพศเดียวกันป่านนี้ผมลุยแหลกไปแล้ว เกิดเป็นผู้ชายมันเสียเปรียบตรงนี้แหละถ้าจะมีเรื่องกับผู้หญิง

“ตอนนี้พี่โซ่อาจจะแค่กำลังหลงของแปลกอย่างวา หรือว่ากำลังเบื่อผู้หญิงเลยอยากลองกิ๊กกับผู้ชายดู แต่วาก็รู้นี่ว่าผู้ชายมันจะไปมีอะไรสู้ผู้หญิง แล้วอย่างนี้วายังคิดว่าพี่โซ่จะคิดจริงจังกับตัวเองงั้นหรอ อย่ามั่นหน้ามั่นโหนกด้วยความมั่นใจไปหน่อยเลย” ยัยมิ้งพูดพร้อมกับเหยียดสายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นก็หัวเราะเยาะเย้ยอย่างสมเพชเวทนา ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเห็นใครหัวเราะได้สกปรกเท่ากับยัยนี่เลย

 “เรื่องที่จะพูดมีแค่นี้ใช่มั้ย” ผมตอบด้วยใบหน้านิ่งๆ เรื่องที่ยัยมิ้งพูดผมไม่รู้สึกอะไรหรอกเพราะเคยเจอมาหนักยิ่งกว่านี้

“ยังมีอีก เมื่อกี้ที่เราพูดดูเหมือนว่าวาจะยังไม่เข้าใจ ถ้างั้นเราก็จะพูดเอาบุญเพื่อให้วาหายโง่ก็ได้ คนฉลาดอย่างพี่โซ่ก็ต้องเลือกไม่ผิดอยู่แล้วว่าจะเลือกผู้ชายหรือผู้หญิงจริงมั้ย?” แต่ยังไม่ทันที่ผมจะตอบอะไร เสียงๆ หนึ่งก็ดังขึ้นมาตรงประตูซะก่อน

“จริงครับ” เท่านั้นแหละผมกับยัยมิ้งก็รีบหันมองไปทางต้นเสียง ซึ่งก็ทำให้พบกับ...

“พี่โซ่” ผมเรียกชื่อไอ้พี่มันเบาบางยิ่งกว่าเสียงกระซิบ ก็ไม่รู้ว่าผมอึ้งที่เห็นไอ้พี่มันยืนอยู่ตรงนี้ หรือว่าอึ้งที่ได้ยินในสิ่งที่ไอ้พี่มันพูด

“พะ...พี่โซ่มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” ยัยมิ้งก็ดูเหมือนว่าจะอึ้งไม่ต่างกัน นอกจากนั้นใบหน้ายังถอดสีอีกด้วย

“มาตั้งแต่เมื่อไหร่? อืม...จะตอบยังไงดี เอาเป็นว่าพี่ไม่ได้ไปไหนตั้งแต่แรกน่าจะเป็นคำตอบที่ตรงที่สุดครับ” ไอ้พี่โซ่พูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ผิดกับยัยมิ้งที่ยิ่งหน้าซีดมากกว่าเดิม

“ถะ...ถ้างั้นก็แสดงว่า...”

“ครับ พี่แอบอยู่หลังประตู”

“ถะ...ถ้างั้นพี่โซ่ก็ได้ยิน”

“แน่นอน ตั้งแต่แรกเลยครับ”

“ตะ...แต่ลุงผอ.เรียกให้พี่โซ่...”

“พี่ไม่ได้รับผิดชอบงานนี้โดยตรง เพราะงั้นผอ.ไม่น่าจะเรียกพบพี่หรอกครับ หรือถ้าจะเรียกจริงๆ ผอ.ก็คงเรียกไปคุยพร้อมไอ้ฟลุคกับพี่จ๋าไปแล้ว”

“อะ...อ๋อ...มิ้งก็ลืมคิดไปเลย” แล้วยัยมิ้งก็หัวเราะแห้งๆ ออกมา ส่วนไอ้พี่โซ่ก็ยังคงยิ้มแย้มเหมือนเดิม เพราะงั้นยัยมิ้งเลยคิดว่าพี่โซ่คงไม่ถือโทษโกรธตัวเองล่ะมั้ง

“มิ้งขอโทษนะคะที่โกหก แต่ที่มิ้งทำแบบนี้ก็เพราะสงสารวา พี่โซ่คงจะเข้าใจแล้วก็ไม่โกรธมิ้งนะคะ” เปลี่ยนจากทำผิดเป็นเอาดีเข้าตัวเฉยเลยยัยนี่

“ครับ พี่เข้าใจ” เอาเข้าไป ศีลเสมอกันดี คนหนึ่งก็สัมภเวสีอีกคนก็ผีตายซาก!

“มิ้งคิดอยู่แล้วค่ะว่าพี่โซ่ต้องเข้าใจ ก็มิ้งไม่ได้ทำอะไรผิดนี่คะ แถมมิ้งยังช่วยวาให้หายโง่ด้วยซ้ำ ในอนาคตพี่โซ่ก็ต้องแต่งงานมีครอบครัวแล้วจะจริงจังกับวาได้ยังไง”

“นั่นสินะ จริงอย่างที่มิ้งพูด ใครจะไม่อยากแต่งงานมีครอบครัวล่ะจริงมั้ย” พอได้ยินแบบนี้หัวใจของผมมันก็เจ็บแปลบขึ้นมา ยิ่งพอนึกภาพที่ไอ้พี่โซ่ได้เข้าพิธีแต่งงาน ได้อุ้มลูก และได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว มันก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดจนหายใจแทบไม่ออก

เรื่องนั้นผมรู้...

รู้อยู่แล้วว่าต้องมีวันนั้นสักวัน...

ก็ไอ้พี่มันเป็นผู้ชายแท้ๆ ที่ชอบผู้หญิงนี่นา...

ผมไม่กล้าหันไปมองหรอกนะว่าไอ้พี่โซ่กำลังทำหน้าแบบไหน แต่แค่มองยัยมิ้งที่กำลังยิ้มเยาะผมก็พอจะเดาได้ไม่ยาก แล้วอย่างนี้ผมยังจะมีหน้าอยู่ที่นี่ได้อีกงั้นหรอ

“ผมขอตัวก่อนแล้วกัน” ผมพูดจบก็รีบเดินออกไป แต่แค่ก้าวไปได้ไม่เท่าไหร่ไอ้พี่โซ่ก็คว้าที่ข้อมือของผมเอาไว้ซะก่อน

“วาจะไปไหน”

“มันไม่เกี่ยวอะไรกับพี่ ปล่อยผม!” แล้วผมก็สะบัดข้อมืออย่างแรง แต่ไม่ว่าจะสะบัดยังไงไอ้พี่โซ่ก็ยังจับข้อมือของผมไม่ยอมปล่อยอยู่ดี

“วาชอบหนีปัญหาตลอดเลยนะ”

“หนีปัญหาบ้าบออะไรของพี่!

“ทำไมวาถึงชอบหนีโดยที่ไม่รอฟังอะไรจากพี่เลย”

“พี่อย่าพูดเหมือนกับว่ามันเคยเกิดเรื่องอย่างนี้มาก่อนจะได้มั้ย!” ผมไม่เข้าใจว่าไอ้พี่โซ่พูดบ้าอะไร ผมหนีปัญหาที่ไหน แต่ที่ตรงนี้มันไม่ใช่ที่ของผมต่างหากแล้วผมจะอยู่ต่อไปเพื่อ!

“พี่ขอล่ะครับ อยู่ตรงนี้ อย่าหนีพี่ไปไหนอีก” ไอ้พี่โซ่มองตรงเข้ามาในดวงตาของผม สีหน้า แววตา และคำพูดที่ทำให้รู้สึกเหมือนมีอะไรค้างคาในใจทำเอาผมเริ่มลังเล ก่อนที่ในที่สุดผมก็ยอมอยู่นิ่งๆ ตามที่ไอ้พี่มันขอ ไอ้พี่มันจึงได้หันมองไปยังยัยมิ้งที่ดูเหมือนจะกำลังงงๆ ทำอะไรไม่ถูก

“มิ้งบอกว่าคนฉลาดอย่างพี่ไม่มีทางเลือกผิดแน่นอนใช่มั้ย ระหว่างผู้หญิงอย่างมิ้งและผู้ชายอย่างวา แน่นอนว่าพี่ก็ต้องเลือกวาอยู่แล้ว”

“วะ...ว่าไงนะคะ?” ยัยมิ้งถามอย่างแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน อย่าว่าแต่ยัยมิ้งเลย เพราะผมก็แทบไม่เชื่อเหมือนกัน

ไอ้พี่โซ่น่ะหรอจะเลือกคนอย่างผม?

“พี่โซ่...” แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ถามออกไป ใบหน้าของไอ้พี่มันก็ก้มลงมาจนริมฝีปากของเราสองคนสัมผัสโดนกันซะแล้ว

!!!

ด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่าไอ้พี่โซ่จะทำแบบนี้ผมเลยเบิกตากว้าง ส่วนยัยมิ้งก็ไม่ต่างกัน ตาโตๆ ด้วยบิ๊กอายเบิกออกกว้างจนแทบจะถลนออกมาอยู่แล้ว

นานหลายวินาทีกว่าที่ไอ้พี่โซ่จะถอนจูบออกไป แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับว่าผมถูกมนต์สะกดจากจูบยังไงยังงั้น

“ชัดนะครับมิ้งว่าพี่เลือกวา” ไอ้พี่โซ่หันไปหายัยมิ้งที่ยืนแข็งเป็นท่อนไม้

“พะ...พี่โซ่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ก็เมื่อกี้พี่โซ่ยังบอกมิ้งอยู่เลยว่าอยากแต่งงานมีครอบครัว”

“ใช่ พี่พูดอย่างนั้น แต่ถึงจะเป็นผู้ชายเหมือนกันก็สามารถแต่งงานกันได้นี่ครับ ส่วนคำว่าครอบครัวมันจำเป็นด้วยหรอว่าต้องมีลูก หลายครอบครัวไม่เห็นมีก็ยังอยู่กันได้จริงมั้ยครับ” ไอ้พี่โซ่ยิ้มบางๆ คำพูดนั้นทำให้ผมรู้สึกอุ่นวาบในใจ แต่ก็ตรงข้ามกับยัยมิ้งที่ราวกับว่าหัวใจได้ถูกจุดไฟเผา

“พี่โซ่คิดดีแล้วหรอคะที่หักหน้ามิ้งแบบนี้ การทำให้ผู้หญิงโกรธ โดยเฉพาะผู้หญิงอย่างมิ้งพี่โซ่คิดบ้างมั้ยว่าจะโดนอะไร...มิ้งจะเอาเรื่องนี้ไปแฉให้ทุกคนรู้ว่าพี่โซ่กับวาเป็นคู่เกย์กัน!” ยัยมิ้งประกาศกร้าวพร้อมกับกำหมัดแน่น ผมเชื่อว่ายัยนี่ต้องทำจริงแน่เพราะว่าแค้นพวกผม แต่ถึงอย่างนั้นไอ้พี่โซ่ก็ยังคงยิ้มอยู่เช่นเดิม

ในสถานการณ์แบบนี้ทำไมไอ้พี่มันถึงยังสามารถยิ้มได้!

“ถ้ามิ้งอยากจะเอาเรื่องนี้ไปแฉให้ทุกคนรู้ก็ได้ พี่ไม่ว่า ไม่แคร์ แล้วก็ไม่อาย แต่คนที่อายน่าจะเป็นมิ้งมากกว่านะครับ”

“พี่โซ่หมายความว่าไง” อย่าว่าแต่ยัยมิ้งเลย เพราะผมก็ไม่เข้าใจที่ไอ้พี่มันพูดเช่นกัน

“ก็คนทั้งแผนก เผลอๆ แทบจะทั้งบริษัทรู้กันหมดแล้วว่ามิ้งพยายามให้ท่าพี่แค่ไหน แต่ถ้ามิ้งเอาเรื่องนี้ไปแฉ มันก็เท่ากับว่ามิ้งประกาศความพ่ายแพ้ของตัวเองนะครับ” พอได้ยินแบบนั้นยัยมิ้งก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

“ละ...แล้วไง แพ้ก็แพ้สิมิ้งไม่สนหรอก” ถึงจะบอกว่าไม่สน แต่สีหน้าและท่าทางของยัยมิ้งนั้นดูลนลานสุดๆ เลย

“แน่ใจหรอครับว่าไม่สนจริงๆ? สาวมั่นอย่างมิ้งจะทนได้หรอถ้าต้องถูกคนทั้งบริษัทนินทาว่าสู้ผู้ชายไม่ได้ แล้วยิ่งตลอดเวลาที่ผ่านมามิ้งทำตัวให้คนอื่นหมั่นไส้ด้วยแล้ว ลองคิดดูนะครับว่ามิ้งจะถูกเหยียบซ้ำให้จมดินแค่ไหน เพราะงั้นคิดให้ดีๆ นะครับว่ายังจะแฉเรื่องนี้อยู่อีกรึเปล่า” ในขณะที่พูดไอ้พี่โซ่ก็ยังคงยิ้มแย้มเช่นเดิม นี่ถ้าไม่ได้ยินกับหูและเห็นกับตา ผมไม่มีทางเชื่อแน่นอนว่าไอ้พี่มันจะเป็นคนพูด

รู้สึกขนลุกและเย็นวาบขึ้นมาเลย ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือเมื่อ 7 ปีที่แล้วผมไม่เคยเห็นไอ้พี่โซ่โมโหเลยสักครั้ง ปกติใบหน้าของไอ้พี่มันก็จะยิ้มแย้มเป็นเทวดาตลอดเวลา ก็พึ่งรู้นี่แหละว่าถึงจะเข้าสู่โหมดดาร์กไอ้พี่มันก็จะยังคงยิ้ม

ซึ่งนั่นทำให้แว้บหนึ่งผมรู้สึกกลัว...

แต่ก็เป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นความรู้สึกอย่างอื่นก็เข้ามาแทน ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าความรู้สึกนั้นมันเรียกว่าอะไร รู้แต่ว่ามันทำให้หัวใจของผมที่เหมือนจะตายไปแล้วฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง

“หึ! ที่เขาว่ากันว่าผู้ชายส่วนใหญ่มักโง่เป็นควายสงสัยท่าจะจริง ถ้าพี่โซ่จะใฝ่ต่ำขนาดนี้มิ้งก็ไม่อยากดึงขึ้นมาหรอกค่ะ เชิญจมอยู่กับปลักโคลนอย่างที่พี่ต้องการก็แล้วกัน!” ยัยมิ้งพูดจบก็สะบัดหน้าหนีแล้วเดินออกไปเลย

“เฮ้ออออ” คงจะหมดเรื่องแล้วล่ะมั้ง ที่พูดแรงขนาดนั้นคงเป็นเพราะต้องการประกาศว่าตัวเองไม่ได้แพ้ให้ผม แต่เป็นเพราะตัวเธอเองเป็นฝ่ายไม่เอาไอ้พี่โซ่แล้วต่างหาก

ไอ้โกรธผมก็โกรธอยู่หรอกนะ แต่บางทีชีวิตของคนเรามันก็ต้องรู้จักคำว่า ช่างแม่งบ้าง จะไปเก็บเรื่องทุกอย่างมาใส่ใจมันก็คงไม่ไหวเหมือนกัน

“วาโอเคมั้ยครับ” ไอ้พี่โซ่ถามผมด้วยความห่วงใยพร้อมกับลูบศีรษะของผมด้วยความแผ่วเบา

“ครับ ขอบคุณมากนะครับที่เข้ามาช่วย”

“มันเป็นเรื่องที่พี่ต้องทำอยู่แล้ว ก็วาเป็นคนสำคัญของพี่...พี่รักวานะครับ” คำพูดที่ไม่คาดฝันว่าจะได้ยินมาก่อนทำเอาหัวใจของผมถึงกับพองโตขึ้นมา เมื่อสบตากับไอ้พี่โซ่ผมก็มองเห็นถึงความจริงใจไม่ได้โกหกเลยแม้แต่น้อย

“พี่โซ่...” ผมไม่รู้ควรจะตอบอะไร ตอนนี้สมองของผมราวกับว่ามันได้หยุดทำงานไปแล้ว ตรงข้ามกับหัวใจที่มันเต้นแรงขึ้นทุกทีๆ

“เมื่อกี้ที่พี่จูบวาโกรธรึเปล่า” ผมไม่ตอบแต่ก็ส่ายหน้าไปมา “แล้วถ้าพี่ขอจูบอีกครั้งล่ะครับ วาจะยอมแล้วก็จะไม่โกรธพี่ใช่มั้ย”

ผมไม่ตอบอะไรเช่นเดิม แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้พยักหน้าตอบรับหรือว่าส่ายหน้าปฏิเสธ ไอ้พี่โซ่ที่เห็นอย่างนั้นเลยยื่นข้อเสนอออกมา

“เอางี้แล้วกันนะครับ วาก็คิดซะว่าตัวเองไม่ยอม แต่ว่าพี่เป็นคนไม่ดีที่ฉวยโอกาสจูบวาเอาเอง” สิ้นเสียงนั้นไอ้พี่โซ่ก็ค่อยๆ ก้มหน้าลงมา ก่อนที่ริมฝีปากของเราสองคนจะสัมผัสโดนกัน วินาทีนั้นผมรู้สึกได้ถึงลมหายใจ ความอ่อนนุ่ม และความอบอุ่นจากอุณหภูมิของร่างกาย รวมไปถึงความรักจากไอ้พี่โซ่...     

2BC

 เฮลโหลวววว สวัสดีค่าทุกคน Trap หัวใจพ่ายรัก ตอนที่ 8 ก็จบไปแล้ว ตอนนี้เป็นตอนที่ยาวที่สุดของเรื่องนี้เลยมั้งคะ ก็จะมีเรื่องราวหลายอย่างเลยล่ะ ทั้งชวนโมโห ชวนงง ชวนสงสัย แล้วก็ชวนให้ฟิน แต่ก็หวังว่าทุกคนจะสนุกแล้วก็ชื่นชอบตอนนี้กันน้าตาใส
ว่าแต่ไหนใครเดาอะไรออกบ้างมาเม้ามอยกันหน่อยยย เรื่องราวที่เกี่ยวกับพี่โซ่ได้ถูกเปิดเผยออกมาทีละเล็กละน้อยแล้ว แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าจะเฉลยเหมือนที่ทุกคนเดากันรึเปล่า

ส่วนตอนที่ 9 เจอกันวันเสาร์นะคะ แบบว่าพรุ่งนี้ (วันที่10เดือน10) เป็นวันเกิดเราน่ะค่ะ 
 มีโปรแกรมเดินสายกินกับกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ต่อกันยาวไปเลยกลัวไม่มีเวลา แหะๆ แล้วยังไงก็มาเอาใจช่วยพี่โซ่กับน้องวากันด้วยน้า ส่วนน้องมิ้งคนงามคงจะไปแล้วไปลับไม่กลับมาแล้วล่ะค่ะ ก็โดนพี่โซ่พูดใส่ขนาดนั้นนี่เนอะ แอบปากร้ายเหมือนนะเนี่ยพี่โซ่ Shocked
(9 ต.ค. 61)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

2,129 ความคิดเห็น

  1. #1977 pegger15384 (@pegger15384) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 09:48

    โซ่ไม่เคยลืมวา เผลอๆรักวาตั้ง แต่ตอนอ้วน วาคิดไปเองฟังคนอื่นมากเกินไป? ช่ะ
    #1977
    1
  2. #1965 คนอ่าน (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 21:24

    ยินดีด้วยนะวา ที่พี่โซ่ฉลาดไม่หลงกลมารร้าย แถมยังตอกกลับได้อย่างเจ็บแสบที่เดียวเชียว ทั้งยังโดนบอกรักอีก ดีต่อใจจัง

    happy Birthday นะค่ะคุณ writer

    #1965
    1
    • #1965-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 69)
      11 ตุลาคม 2561 / 01:26
      อิอิ ดีใจที่เตงชอบนะคะที่ร้ากกก ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่าาา
      #1965-1
  3. #1960 Haikyuu!! (@prashya34) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 04:15

    สะใจอีนี่มากแต่จะสะใจกว่านี้ถ้าน้องวาตบชะนีมิ้นซักที55

    #1960
    1
    • #1960-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 69)
      10 ตุลาคม 2561 / 18:51
      ถ้าเพศเดียวกันน้องวาคงไฟท์เต็มที่ อิอิ
      #1960-1
  4. #1959 nongkammm (@nongkammm) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 03:59
    พี่โซ่ เขาไม่ได้ลืม น้องวา นะ
    ....คิดไปเองรึเปล่าหว่า....????
    #1959
    3
    • #1959-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 69)
      10 ตุลาคม 2561 / 18:51
      นั่นสิน้า เตงจะคิดไปเองรึเปล่าน้อ
      #1959-1
    • #1959-3 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 69)
      10 ตุลาคม 2561 / 19:10
      ดีใจที่เตงชอบน้าาา
      #1959-3
  5. #1958 sakunsakun (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 00:29
    เอ๊ะ ทำไมอิพี่โซ่พูดจาแปลกๆ ที่บอกว่าวาหนีนี่ใช่เรื่องเมื่อ7ปีก่อนป่ะ โอ๊ย ไม่คิดแล้ว ปวดหัว นอนดีกว่า -3-
    #1958
    1
  6. #1957 amporn12 (@amporn12) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 00:14
    ยิ่งอ่านยิ่งสงสารพี่ธามรักมาตั้งหลายปีทำอะไรให้หลายอย่างแต่ไม่ได้อะไรกลับมา#ส่วนวาจะเอาคืนอิพี่โซ่สุดท้ายก็รักเหมือนเดิมปะสุดท้ายคนที่เจ็บสุดๆก็พี่ธามปะ#ขอโทษที่อินไปหน่อย
    #1957
    1
    • #1957-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 69)
      10 ตุลาคม 2561 / 18:50
      อาจมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่ทำให้พี่โซ่ต้องหายไปก็ได้น้า แต่เรื่องพี่ธามเค้าสัญญาว่าจะดูแลอย่างดีไม่ทำให้เจ็บอีกแน่นอนค่ะเตง อิอิ
      #1957-1
  7. #1956 PopzA (@popzalimited) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 00:09

    กดใจให้พี่โซ่รัวๆ

    #1956
    1
  8. #1955 fahpsk (@fahpsk) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 23:50
    พี่โซ่พูดเหมือนจำน้องวาได้? แต่ไม่หรอกมั้งงง ... ไม่เหลือแล้วใจชั้น เค้าจูบกันสองครั้งค่ะแม่! ><
    #1955
    1
  9. #1954 fahpsk (@fahpsk) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 23:48
    แฮปปี้เบิร์ดเดย์คับคุงไรท์! มีความสุขมากๆ คิดอะไรก็สมปรารถนานะคะ &#9825;
    #1954
    1
    • #1954-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 69)
      10 ตุลาคม 2561 / 18:48
      งือออ ขอบคุณนะคะที่ร้าก กอดเตงแน่นมากกกก
      #1954-1
  10. #1953 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 23:22
    วาตบไม่ได้ แต่คูมแม่ตบได้ค่ะ!

    //วิ่งไปตบยัยมิ้ง
    #1953
    1
  11. #1952 Kurose_Shirotani (@ouytop1901) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 16:01

    ยังไม่เฉลยก็ต้องรอต่อไป แต่ครือเกลียดอิมิ้งมาก

    #1952
    1
    • #1952-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 69)
      10 ตุลาคม 2561 / 18:47
      เชื่อว่าไม่น่ามีใครชอบนางแน่ๆค่ะเตง อิอิ
      #1952-1
  12. #1950 bellabellabella (@bellabellabella) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 07:02

    ลุ้นกว่าเดิมอีกไรท์

    #1950
    1
  13. #1949 ariyamile9044 (@ariyamile9044) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 00:09

    ขณะนี้ร่างกายอยากปะทะ มากคะ อย่าแม้แต่จะคิดทำไรน้องวานะยัยมิ้ง
    #1949
    1
    • #1949-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 69)
      7 ตุลาคม 2561 / 14:01
      คืนนี้แผ่เมตตาให้นางน้าเตง เผื่อกุศลจะไปถึงนางจะได้ลดความแรงลง อิอิ
      #1949-1
  14. #1948 sakunsakun (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 23:51
    อยากจะง้างปากอิพี่โซ่มาก ณ จุดนี้ ปากแข็งนักใช่มั้ย!! ได้ๆๆๆ เดี๋ยวเจอกัน ขอไปหาชะแลงแปปนึง ฮึ่มมมม!!! ส่วนยัยมิ้ง... อยู่กันดีๆไม่ได้ใช่มั้ย อยากมีเรื่องนักใช่มั้ย ได้!!! พร้อมบวกเสมอ
    .
    .
    .
    อินเกินไปป่ะ555555
    #1948
    1
    • #1948-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 69)
      7 ตุลาคม 2561 / 14:00
      เดี๋ยวเค้าส่งชะแลงไปให้เตงงัดปากพี่โซ่เลย อิอิ // มีใครบวกอีกยกมือหน่อยยยย 55555
      #1948-1
  15. #1947 PopzA (@popzalimited) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 23:03

    ไรท์จ๋ามาเฉลยเถอะมันค้าง ฝากตบมิ้งที

    #1947
    1
  16. #1946 mameaw_bts (@mameaw_bts) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 22:53
    อยากอ่านๆรีบมาต่อด้ายเเล้ววววววววว
    #1946
    1
    • #1946-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 69)
      7 ตุลาคม 2561 / 14:00
      เค้าพึ่งลงเองที่ร้าก ขอเวลาปั่นก่อนน้าาา
      #1946-1
  17. #1945 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 22:51
    พี่ภูอาจจะเคยไปต่อยพี่โซ่ก็เป็นได้...
    #1945
    1
  18. #1944 yeolbjin (@yeolbjin) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 20:59

    เกลียด ยัยมิ้งจริงๆ
    #1944
    4
    • #1944-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 69)
      6 ตุลาคม 2561 / 21:03
      เชื่อว่าหลายๆคนง้างเกิบรอแล้วเตง อิอิ
      #1944-1
    • #1944-3 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 69)
      6 ตุลาคม 2561 / 21:09
      ใจหายเหมือนกันค่า นี่ก็เลยครึ่งเรื่องมาละ ฮือออ
      #1944-3
  19. #1943 fahpsk (@fahpsk) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 20:39
    อิพี่โซ่เนียนฉวยโอกาสน้องวา หอมแก้มเลยนะ หอมแก้ม! น้องน้อยของชั้น &#12636;&#12636; และแบบน้องวาก็ซึน ทำไมใจแข็งไม่สุดนะยัยหนู คุยกับพี่ธามให้พี่โซ่มันโวยวายบ้างได้มั้ย55555 หรือใครก็ได้ เบื่ออิพี่โซ่ชอบโปรยเสน่ห์เรี่ยราด ;(
    #1943
    1
    • #1943-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 69)
      6 ตุลาคม 2561 / 20:42
      ใจน้องวาแข็งยวบๆเลยเนอะเตง แต่ถ้าเค้าเป็นวาเค้าก็คงไม่ต่าง ก็พี่โซ่แกชอบทำให้ใจบาง 55555
      #1943-1
  20. #1942 fahpsk (@fahpsk) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 20:37
    คุณไรท์ 9 ทุ่มมาจากไหนคับ.. ?
    #1942
    1
    • #1942-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 69)
      6 ตุลาคม 2561 / 20:40
      กรี๊ดดดด ความเบลอนี้ เค้าแก้แล้วขอบคุณค่า
      #1942-1
  21. #1941 Haikyuu!! (@prashya34) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 20:28

    ชะนีไม่ควรมีที่ยืน เอานางออกปัยhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-04.png

    #1941
    1