ซีรีส์ [H.E.A.R.T.] ❤ หัวใจ...รัก [END]

ตอนที่ 60 : คลั่งรักครั้งที่ 14 ปรับความเข้าใจ + บทส่งท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,436
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 281 ครั้ง
    27 ก.ค. 61





Part 14# Pie ปรับความเข้าใจ

               หลังจากนั้นผมกับเพลิงก็เป็นแค่เพื่อนร่วมคณะกันแค่นั้นจริงๆ เวลาเจอกันโดยบังเอิญหรือว่าเดินสวนกันเพลิงไม่มีแม้แต่จะมองหน้าผมด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นมันก็ทำให้ผมรู้สึกจุกและหน่วงๆ ในใจ แต่ผมได้เตรียมใจเอาไว้แล้วเลยไม่ได้เจ็บมากอย่างที่คิดเท่าไหร่

คงไม่มีเรื่องอะไรทำให้ผมเจ็บได้เท่ากับวันนั้นที่เพลิงทำกับผมอีกแล้ว...

               มาพูดถึงเรื่องของอินน์กันบ้าง ดูเหมือนว่าหลังจากวันนั้นก็จะไปได้สวยกับเพลิง ก็ไม่รู้ว่ากำลังคบกันหรืออยู่ในสถานะเดียวกันกับที่ผมเคยเป็น แต่ผมก็ไม่คิดจะถามเพราะได้ปล่อยวางเรื่องของเพลิงไปแล้ว แถมผมยังรู้สึกยินดีที่ในที่สุดอินน์ก็ได้อยู่ข้างเพลิงอย่างที่ตัวเองต้องการ แม้ว่านั่นจะทำให้อินน์ต้องสูญเสียเพื่อนสนิทอย่างผมไป

               พูดตามตรงผมรู้สึกไม่ค่อยสนิทใจกับอินน์อีกแล้ว ส่วนอินน์ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยกล้าสู้หน้าผมเหมือนกัน เพราะงั้นเราสองคนเลยค่อยๆ ห่างกัน จะมีคุยกันบ้างก็แค่เรื่องงานที่ทำคู่กันเท่านั้น ส่วนเรื่องกินข้าวหรือไปไหนมาไหนด้วยกันนี่ตัดทิ้งไปได้เลย

               อ้อ แต่ถึงจะไม่ได้ไปกับผมก็ใช่ว่าอินน์จะไปกับเพลิง เพราะเท่าที่ผมเห็นเพลิงก็อยู่แต่กับกลุ่มเพื่อน นานๆ ทีจะเห็นอินน์อยู่ข้างๆ บ้าง แต่ผมว่าอินน์ก็น่าจะมีความสุขนะ เพราะถึงนานๆ ทีจะได้อยู่ด้วยกัน แต่อินน์ก็เป็นคนเดียวนอกจากกลุ่มเพื่อนที่ได้อยู่ข้างกายเพลิง

               “ฝากคืนให้เพลิงด้วยนะ เราคงไม่เหมาะที่จะใส่มันแล้วล่ะ” ผมยื่นสร้อยเกียร์ของเพลิงที่ผมใส่เป็นประจำให้กับอินน์ ซึ่งอินน์ก็ดูจะอึ้งๆ ไปนิดนึงแต่ก็ยื่นมือมารับเอาไว้

               ผมคิดว่าจะปล่อยเพลิงออกไปจากใจตั้งแต่คืนสร้อยเส้นนั้น...

               โชคดีที่ไม่กี่วันหลังจากนั้นก็ถึงฤดูกาลสอบไฟนอล ตลอด 2 สัปดาห์ผมเลยไม่ต้องไปมหาลัยนอกจากวันที่สอบ ผมหมกตัวเองอยู่แต่ในห้องเพื่ออ่านหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องดีเพราะมันทำให้ผมแทบไม่มีเวลาคิดถึงเพลิงอีกเลย

               วันเวลาผ่านไปจนกระทั่งการสอบวันสุดท้าย วันนี้เป็นวิชาที่ผมเรียนรวมกับเพลิงเลยต้องสอบห้องเดียวกัน ความจริงยังมีอีกวิชาแต่วิชานั้นไม่มีการสอบ เพราะงั้นนี่จึงเป็นวันแรกใน 2 สัปดาห์ที่ผมจะได้เจอเพลิง ผมเลยอดที่จะตื่นเต้นนิดหน่อยไม่ได้

               ผมมาถึงห้องสอบก่อนเวลาเกือบ 1 ชั่วโมง โดยที่ผมมักจะเหลือบสายตาจากหนังสือที่อ่านขึ้นมามองหาเพลิงเป็นระยะ กะว่าแค่ได้เห็นหน้าผมก็พอใจแล้ว แต่จนแล้วจนรอดกระทั่งตอนที่อาจารย์เรียกเข้าห้องสอบเพลิงก็ยังไม่มา ก็ไม่รู้ว่าเพลิงมักจะเข้าห้องสอบสายอยู่แล้ว หรือเป็นเพราะตั้งใจจะหลบหน้าผม แต่ผมก็หวังว่าเพลิงจะมาเข้าห้องสอบทันนะ

               และด้วยความที่เอาแต่คิดเรื่องของเพลิง ผมเลยไม่ทันได้ดูตาม้าตาเรือเลยเดินไปชนเพื่อนคนหนึ่งที่หน้าประตูห้องสอบเข้าอย่างจัง

               “อ๊ะ! ขอโทษนะ เจ็บตรงไหนมั้ย” ผมขอโทษอย่างรู้สึกผิดและถามอย่างห่วงใย ถ้าจำไม่ผิดเพื่อนคนนี้น่าจะเคยเป็นคู่ขาเก่าของเพลิงล่ะมั้ง

               “ประตูตั้งกว้างมึงเดินชนกูได้ไง คิดจะหาเรื่องกูหรอมึง” เพื่อนคนนั้นตั้งท่าจะเอาเรื่องผม ผมที่เป็นคนไม่สู้คนอยู่แล้วเลยยอมก้มหัวพร้อมกับขอโทษไปอีกครั้ง

               “ขอโทษนะ แต่เราแค่เหม่อเฉยๆ ไม่ได้ตั้งใจจะหาเรื่องนายจริงๆ”

เรื่องก้มหัวขอโทษมันแทบจะเป็นเรื่องปกติของผมในช่วงนี้อยู่แล้ว เพราะตั้งแต่ที่มีข่าวว่าเพลิงเฉดหัวผมทิ้ง ผมก็ถูกอดีตคู่ขาของเพลิงหลายๆ คนแกล้งบ้าง ถูกถากถาง เหน็บแนม หรือสมน้ำหน้าบ้าง ซึ่งผมก็ไม่รู้สาเหตุเหมือนกันว่าทำไม ดีที่ช่วงนี้เป็นช่วงสอบนานๆ ทีผมเลยจะเจอสักครั้ง

“ถ้าขอโทษแล้วหายจะมีตำรวจไว้ทำซากอะไร” เหมือนเพื่อนคนนั้นจะไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆ ผมที่ไม่รู้จะทำยังไงเลยได้แต่ยืนนิ่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่จู่ๆ ที่ด้านหลังของผมก็มีเสียงๆ หนึ่งดังขึ้น

“อาจจะเอาไว้รับแจ้งเหตุคนตายเพราะปากหมาก็ได้ใครจะไปรู้” ทั้งน้ำเสียงและวิธีการพูดที่คุ้นหูทำให้ผมรีบหันกลับไปมองด้านหลัง ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมเห็นเพลิงที่อยากเจอหน้ามาโดยตลอด

“เพลิง...” ผมรู้สึกดีใจจนอดที่จะยิ้มออกมาเล็กน้อยไม่ได้ แต่เพลิงกลับไม่ได้มองมาที่ผมเลยด้วยซ้ำ จนทำให้เมื่อกี้ที่แว้บหนึ่งผมแอบคิดว่าเพลิงมาช่วยผมมันคงจะไม่ใช่ซะแล้ว

“ถอยไป นี่มันหน้าประตูห้องสอบไม่ใช่ที่ยืนเถียงกัน แม่งเกะกะฉิบหาย” เพลิงพูดจบก็กระแทกไหล่เพื่อนคนนั้นแล้วเดินเข้าไปในห้อง โดยที่เพลิงก็ยังคงไม่ได้มองมาที่ผมเช่นเดิม บางทีเพลิงอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนี้คือผม

“เอ้า! ตรงนั้นน่ะจะไม่เข้าห้องสอบรึไง!” อาจารย์ผู้คุมสอบที่คงเห็นว่าผมยืนอยู่นานแล้วแต่ยังไม่ยอมเข้าไปสักทีก็เลยตะโกนเรียก ผมที่ได้ยินแบบนั้นเลยสะบัดเรื่องอื่นที่อยู่ในหัวทิ้ง ก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องไปนั่งประจำที่ แล้วก็ทำข้อสอบโดยไม่คิดเรื่องอื่นอีกเลย

ผมใช้เวลาเต็ม 3 ชั่วโมงในการทำข้อสอบ เพราะงั้นกว่าที่ผมจะสอบเสร็จเพื่อนคนอื่นเลยกลับกันไปหมดแล้ว แน่นอนว่าเพลิงก็เช่นกัน และแล้ววันสุดท้ายของภาคเรียนที่ 1 ของผมก็ปิดฉากลงแต่เพียงเท่านี้...

...................................................
..................................
.................

               พอเปิดภาคเรียนที่ 2 สิ่งที่ผมและเหล่านักเรียนทุนทุกคนต้องทำเป็นอันดับแรกก็คือการรายงานตัว โดยจะเอาสำเนาเอกสารต่างๆ รวมทั้งเกรดของภาคเรียนที่ 1 มายื่น ซึ่งเกรดของผมที่ออกมาก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจมากๆ

               “เทอมเมื่อกี้ได้เกรดเท่าไหร่หรอพาย” ก่อนจะเข้ามาคุยกับผมอินน์มีท่าทีเหมือนไม่ค่อยกล้า แต่พอได้สบตากันแล้วผมส่งยิ้มให้นั่นแหละอินน์ถึงค่อยกล้าเดินมาคุยกับผม ตลอด 1 เดือนที่ปิดเทอมเราสองคนไม่ได้พูดคุยหรือว่าติดต่อกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว

               “3.82 อินน์ล่ะ?

               “โห เกรดดีกว่าเดิมอีกนี่พาย เราเกรดตกเหลือแค่ 3.16 เอง” อินน์ยิ้มแห้งๆ ก็ไม่รู้ทำไมอินน์ถึงได้เกรดตกลงขนาดนั้น ปกติจะอยู่ที่เท่าๆ กับผมเมื่อเทอมก่อนๆ คือประมาณ 3.50 แต่ก็ยังดีที่ครั้งนี้เกรดของอินน์ไม่ต่ำกว่า 3.00 ไม่อย่างนั้นคงได้ถูกตัดออกจากระบบเด็กทุนแน่นอน

               สำหรับเรื่องที่ผมได้เกรดดีกว่าเดิม นั่นก็เป็นเพราะผมทุ่มเทให้กับการอ่านหนังสือเพื่อที่จะไม่ต้องคิดถึงเพลิง ตอนนั้นก็ไม่คิดหรอกว่าทำเพื่อให้ได้เกรดดีขึ้น แต่ผลพลอยได้นี้ก็ทำให้ผมรู้สึกมีกำลังใจ พ่อกับแม่ที่เห็นเกรดตอนอยู่ที่บ้านก็พลอยมีความสุขไปด้วย

               “จริงสิ ช่วงปิดเทอมเมื่อกี้เราไปคิดหัวข้อโปรเจคมาคร่าวๆ แล้วนะ มีเรื่องเจ๋งๆ อยู่ 2 – 3 เรื่องนี่แหละ เดี๋ยวเราจะเอาให้พายเลือกนะว่าเราควรทำเรื่องอะไรกันดี” อินน์พูดจบก็เปิดกระเป๋าทำท่าจะหยิบเอกสารข้อมูลเรื่องโปรเจคจบขึ้นมา แต่ผมก็ห้ามอินน์เอาไว้ก่อน

               “ไม่ต้องให้เราดูหรอกอินน์ เอาไว้ค่อยให้คู่ของอินน์ช่วยอินน์เลือกจะดีกว่านะ”

               “หา? ทำไมพายพูดแบบนั้นล่ะ หรือว่าพายไม่อยากจับคู่ทำโปรเจคกับเราแล้ว” อินน์ทำหน้าราวกับจะร้องไห้ คงกลัวว่าผมจะโกรธหรือตัดเพื่อนอะไรแบบนี้ล่ะมั้ง ซึ่งเรื่องนั้นผมไม่คิดจะทำอยู่แล้ว สำหรับผมเพื่อนยังไงก็คือเพื่อน แต่ถ้าจะให้เป็นเพื่อนที่สนิทด้วยเหมือนเดิมนั้นก็คงจะเป็นไปไม่ได้

               “เปล่าหรอก คือเราจะเรียนต่อโทเลยต้องทำโปรเจคคนเดียวน่ะ” พอได้ยินแบบนี้สีหน้าของอินน์ก็ดูโล่งใจขึ้นมาหน่อย

               “อ๋อ อย่างนั้นเองหรอ แล้วพายตั้งใจจะต่อโทที่ไหน”

               “ก็ไกลจากที่นี่พอสมควร ไว้เดี๋ยวเราทำเรื่องเสร็จแล้วที่นั่นรับเราแน่ๆ เราจะบอกอินน์อีกทีนะ”

               “อืม” อินน์พยักหน้ารับรู้ จากนั้นก็ทำท่าจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจไม่พูดมันออกมา แล้วบทสนทนาของเราสองคนก็จบลงเพียงเท่านั้น

วันแรกของการเปิดเรียนของผมนั้นจบลงอย่างเรียบง่าย แต่สำหรับวันที่สองก็ดูจะเป็นที่ฮือฮาอยู่สักหน่อย เพราะผมมาเรียนด้วยลุคใหม่ที่ไม่ใช่เด็กเนิร์ด แว่นตาเชยๆ ถูกแทนที่ด้วยคอนแทคเลนส์ ส่วนทรงผมที่มักจะปิดหน้าปิดตาก็ถูกเซตให้เป็นทรง ซึ่งก็เป็นทรงเดียวกันกับที่เพลิงเคยทำให้ผมวันนึงเมื่อเทอมก่อน

               การที่ผมลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ใช่เป็นเพราะเพื่อดึงดูดเพลิงหรือใคร แน่นอนว่าผมยังรักเพลิงอยู่แต่ผมก็ไม่คิดจะกลับไป แต่ที่ผมทำแบบนี้เป็นเพราะคิดว่าบางทีอาจจะไม่มีคนมาแกล้งผม เหน็บแนมผม หรือว่าดูถูกผมอีกก็ได้

ที่ผมมีความคิดแบบนี้เพราะไปอ่านเจอบทความหนึ่งที่เขียนถึงมนุษย์ประเภท Loser ว่ามักจะคอยหาเรื่องเหยียบย่ำคนที่ตัวเองคิดว่าต่ำกว่า ถ้าผมอยู่เหนือกว่าพวกเขาก็จะไม่มายุ่งกับผม นี่คือการปกป้องตัวเองเพราะต่อจากนี้คงไม่มีใครมาปกป้องผมแล้ว ประสบการณ์แย่ๆ ที่ผ่านมานั้นทำให้ผมเข้มแข็งขึ้น ซึ่งผลลัพธ์มันก็ออกมาเป็นอย่างที่ผมคิดเอาไว้

แต่ไม่สิ...เหนือความคาดหมายเลยด้วยซ้ำ เพราะนอกจากคนที่เคยแกล้งผมจะไม่มี คนที่เข้ามาชวนผมคุยกลับมีมากขึ้นอีกต่างหาก แต่ก็น่าแปลกอยู่อย่างนึง หลังจากนั้นแค่ไม่กี่วันคนพวกนั้นกลับหายไปซะดื้อๆ ไม่มอง ไม่ทัก ไม่คุย และไม่สนใจผมสักนิดจนผมถึงกับงงไปเลย แต่ก็เอาเถอะ ใช่ว่าผมจะชอบการที่มีคนเข้ามาคุยด้วยอยู่แล้ว อยู่คนเดียวมันเงียบสงบดีไม่วุ่นวายจะตาย

วันเวลาผ่านไปอีกเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงปลายเทอมที่ 2 อีกไม่ถึงสัปดาห์ผมก็จะเรียนจบและเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว จะว่าเร็วก็เร็ว จะว่าช้าก็ช้า แต่ว่าที่แน่ๆ ผมเริ่มเกิดรู้สึกใจหายขึ้นมา ก็นะ 4 ปีที่อยู่ในรั้วมหาลัยมันไม่ใช่เวลาน้อยๆ เลยนี่นา

ช่วงเวลาที่ผ่านมามีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นกับผมมากมาย โดยเฉพาะปีสุดท้ายที่ผมได้เจอกับเพลิงมันเป็นความทรงจำที่ล้ำค่าที่สุด ถึงแม้สุดท้ายผมกับเพลิงจะไม่สมหวังแล้วกลับมาอยู่ในจุดเดิมก่อนที่จะเจอกัน แต่ความรักมันก็เป็นสิ่งสวยงามสำหรับผมเสมอ

ผมจะไม่มีวันลืมเพลิง และเพลิงก็จะอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไป...

 “พาย! อยู่ที่นี่เองเราตามหาตั้งนาน” อินน์วิ่งกระหืดกระหอบมาหาผมที่อยู่ตรงโรงจอดรถของคณะ

ที่ผมมาที่นี่ก็เป็นเพราะผมนึกถึงตอนที่เพลิงปกป้องผมและโอบกอดผมเอาไว้ ผมอยากเก็บช่วงเวลานั้นเอาไว้ในหัวใจของผม ก่อนที่ผมจะไปจากที่นี่ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้กลับมาอีกเมื่อไหร่

“มีอะไรรึเปล่าอินน์”

“อาจารย์เกศฝากเอกสารมาให้” แล้วอินน์ก็ยื่นซองสีน้ำตาลมาให้ผม ถ้าได้จากอาจารย์เกศที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา งั้นในซองนี้คงจะเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับมหาลัยที่ผมขอทุนไปเรียนต่อเมื่อปลายเทอมที่แล้วล่ะมั้ง ซึ่งหลังจากที่ผมเปิดดูคร่าวๆ ก็ใช่อย่างที่ผมคิดเอาไว้จริงๆ

“ขอบใจนะอินน์”

“ไม่เป็นไร ยังไงเราก็มีเรื่องจะคุยกับพายอยู่แล้ว ว่าแต่นั่นเอกสารอะไรหรอ” อินน์ถามอย่างสนอกสนใจ ผมเลยคิดว่าคงถึงเวลาที่จะได้บอกอินน์สักที

“เป็นเอกสารเกี่ยวกับมหาลัยที่เราขอทุนไปเรียนต่อน่ะ”

“อ๋อ จริงด้วยสิ พายยังไม่ได้บอกเราเลยนี่นะว่าจะไปเรียนต่อที่ไหน” ที่ผ่านมาผมยังไม่ได้บอกใครเพราะไม่มั่นใจว่าตัวเองจะขอทุนได้รึเปล่า แต่ว่าผมยื่นเรื่องผ่านไปหลายขั้นตอนจนตอนนี้ได้รับเอกสารยืนยันวันรายงานตัวแล้ว เพราะงั้นคงไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะ

“เราจะไปเรียนต่อที่คิงส์คอลเลจ ลอนดอน”

“หา! ว่าไงนะ! ประเทศอังกฤษงั้นหรอ!” อินน์อุทานออกมาดังลั่นด้วยความตกใจ สีหน้าตอนนี้ของอินน์ดูสับสนและกระวนกระวายมากจนผมชักรู้สึกผิด

“ขอโทษนะที่เราพึ่งมีโอกาสได้บอก”

“ไม่...ไม่...พายไม่ต้องขอโทษเรา ไม่สิ...ถ้าพายอยากขอโทษเราพายต้องห้ามไปเรียนต่อที่นั่นนะ!” อินน์พุ่งเข้ามารวบมือของผมเอาไว้ ดวงตากลมโตอ้อนวอนผมด้วยความร้อนใจสุดขีด

“เอ่อ...คงไม่ได้หรอกอินน์” ผมพยายามจะแกะมือของตัวเองออก แต่อินน์ก็ไม่ยอมแถมยังจับให้แน่นขึ้นอีกต่างหาก

“ขอร้องล่ะพาย อย่าไปเรียนที่นั่นเลยนะ...อ๊ะ! นี่หรือว่าพายตั้งใจจะไปเรียนที่นั่นเพื่อให้ลืมเพลิง!” พอได้ยินอินน์พูดแบบนี้ จากที่ผมกำลังพยายามแกะมือออกมาจากมือของผมอินน์ก็ถึงกับชะงัก

“ใช่จริงๆ ใช่มั้ย!

“คือ...” ผมได้แต่อึกอักเพราะไม่รู้จะตอบไปว่ายังไง จริงอยู่ว่าผมตั้งใจจะไปเรียนในที่ไกลๆ เผื่อจะตัดใจจากเพลิงได้ แต่ผมก็ไม่อยากให้อินน์รู้สึกไม่ดีเพราะดูเหมือนว่าอินน์กับเพลิงจะยังคงคบกันอยู่

นอกจากนี้อีกเหตุผลหนึ่งก็คือผมอยากไปเปิดโลกทัศน์ของตัวเอง อยากได้ความรู้ มุมมอง และประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ในประเทศให้ไม่ได้ ผมอยากจะลองใช้ชีวิตในที่ที่ตัวเองไม่รู้จัก เพื่อที่สักวันผมจะได้เป็นคนที่เข้มแข็งมากขึ้นกว่านี้

“พายไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น! แล้วพายก็ไม่ต้องคิดที่จะลืมเพลิงด้วย!

“อะไรน่ะอินน์ ทำไมจู่ๆ ถึงได้พูดแบบนี้...”

“เราจะบอกความจริงทุกเรื่องให้ก็ได้ แต่พายต้องรับปากนะว่าถ้าเราบอกพายแล้วพายจะไม่ไปเรียนต่อ” อินน์มองตรงเข้ามาในดวงตาของผมอย่างเว้าวอน นอกจากนั้นยังมีความรู้สึกผิดที่ฉายชัดอยู่ในแววตาอีกต่างหาก

“อินน์ต้องการจะบอกอะไรกับเรา”

“ความจริงแล้วเราไม่ได้คบกับเพลิงหรอกนะ ส่วนวันนั้นคนที่พายเจอที่หอสมุดก็ไม่ใช่เพลิง แต่เป็นพี่ชายฝาแฝดของเพลิงที่ชื่อพฤกษ์ต่างหาก!

“วะ...ว่าไงนะ?” ผมแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน เรื่องที่อินน์บอกว่าไม่ได้คบกับเพลิงยังไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องที่อินน์บอกว่าเพลิงมีพี่ชายฝาแฝดชื่อพฤกษ์ เรื่องที่ฟังดูน่าเหลือเชื่อขนาดนั้นมันคือเรื่องจริงแน่หรอ?

“พายอาจจะไม่เชื่อ แต่ว่าเราพูดความจริงนะ เอาเรื่องที่เพลิงมีพี่ชายฝาแฝดชื่อพฤกษ์ก่อน เรามีทั้งรูปแล้วก็คลิปยืนยันเลย” อินน์พูดจบก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา จากนั้นก็เข้าเฟซบุ๊คแล้วค้นหาชื่อแฟนเพจอะไรวายๆ สักอย่างแต่ผมดูไม่ทัน จากนั้นอินน์ก็เลื่อนฟีดลงมาสักพักจนเจอคลิป VDO หนึ่งก็กดเล่นแล้วส่งให้ผมดู

คลิปนั้นเป็นคลิปของผู้ชายคนหนึ่ง ถึงจะมองหน้าไม่ค่อยชัดเพราะแสงค่อนข้างน้อยและคลิปค่อนข้างสั่น แต่ผมก็พอมองออกว่ารูปร่างหน้าตาของเขาเหมือนกับเพลิงมาก ต่างกันก็แค่ทรงผมและคนคนนั้นสวมแว่นสายตา ลุคเดียวกันกับที่ผมเห็นในหอสมุดนั่นแหละ โดยที่เขากำลังร้องเพลงและหอบช่อดอกไม้ที่ทำจากเงินขนาดใหญ่ทำเซอร์ไพรส์ผู้ชายที่ผมเห็นอยู่ด้วยกัน บรรยากาศดูอบอุ่นและโรแมนติกมากจนผมนึกอิจฉาในใจ

หลังจากนั้นอินน์ก็เลื่อนคลิปไปจนถึงช่วงท้ายๆ ตอนนั้นมีเสียงกองเชียร์ตะโกนให้ทั้งคู่จูบกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้ผู้ชายที่คนหน้าตาเหมือนเพลิงทำเซอร์ไพรส์ให้ถึงกับเหวอและลนลาน

ทำไงดีวะไอ้พฤกษ์

ก็ไม่ต้องทำยังไง ทำตามที่พวกนั้นบอกก็จบ

เฮ้ยๆๆ นี่มึงเอาจริงดิ

จริงไม่จริงเดี๋ยวมึงก็รู้

อะ...ไอ้...ไอ้พฤกษ์...

และแล้วเสียงของเขาก็เงียบไปแต่เพียงเท่านั้น เพราะโดนริมฝีปากของผู้ชายที่หน้าตาเหมือนเพลิงแนบลงมาปิดเอาไว้ซะก่อน แต่ว่าคิสซีนนั้นผมและผู้ชมที่รายล้อมอยู่มองไม่เห็น เนื่องจากผู้ชายที่หน้าตาเหมือนเพลิงเอื้อมมือไปคว้าช่อดอกไม้ที่ทำจากเงินมาปิดบังใบหน้าของพวกเขาเอาไว้

“พายได้ยินชัดเลยใช่มั้ยว่าผู้ชายที่อยู่ในคลิปชื่อพฤกษ์ไม่ใช่ชื่อเพลิง” อินน์ถามผมเมื่อคลิปจบลง

“อืม” ผมพยักหน้า คลิปที่ยอดดูเกือบล้านขนาดนี้คงไม่ใช่คลิปที่จัดฉากขึ้นเพื่อหลอกผมแน่ๆ อีกอย่างวันที่ที่ลงมันก็ตั้งแต่เทอมที่แล้ว เพลิงคงไม่หยั่งรู้อนาคตจนสร้างคลิปนี้มาเตรียมเอาไว้หรอก

ชักรู้สึกผิดขึ้นมาเลยแฮะ

ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วแหละว่าทำไมวันนั้นเพลิงถึงได้เกรี้ยวกราดถึงขนาดนั้น...

“จริงๆ คลิปนี้มันดังมากเลยนะ แต่พายไม่เคยเห็นเพราะไม่ค่อยเล่นโซเชียลใช่มั้ยล่ะ”

“อืม” ผมพยักหน้า ถึงอย่างนั้นก็เถอะแต่ทั้งเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ แล้วก็อินสตราแกรมผมมีแอคเคาท์ทั้งหมดเลยนะ แต่ที่ผมแทบไม่ได้เข้าจนฟีดรกร้างเป็นเพราะผมไม่รู้จะเข้าไปทำไม ก็ผมแทบไม่มีเพื่อนสักคนเลยนี่นา เวลาโพสต์อะไรสักอย่างคนกดถูกใจแทบจะเป็นศูนย์

“จะว่าไป ถ้าอินน์รู้เรื่องคลิปนี้ แสดงว่าอินน์ก็รู้อยู่แล้วงั้นหรอว่าเพลิงมีพี่ชายฝาแฝดชื่อพฤกษ์” แต่ก็น่าแปลกนะ ถ้าอินน์รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ตอนนั้นอินน์จะแนะนำให้ผมเปลี่ยนชื่อเป็นพฤกษ์เพื่อหนีเพลิงทำไม ชื่อที่เหมือนกับฝาแฝดของตัวเองขนาดนี้ยิ่งจะสะดุดตาล่ะสิไม่ว่า

“เราเคยเห็นคลิปนี้มาแล้วแต่เราไม่รู้ว่าเป็นเพลิง พายก็เห็นนี่ว่าคลิปมันทั้งมืดทั้งสั่น แถมผู้ชายในคลิปยังใส่แว่นแล้วก็ชื่อพฤกษ์อีกต่างหาก”

ส่วนเรื่องที่ว่าอินน์รู้เรื่องนี้ได้ยังไง ก็เป็นเพราะวันนั้นหลังจากที่เพลิงลากอินน์ออกไป พี่ชายฝาแฝดของเพลิงก็โทรมาถามข่าวคราวพอดี เพลิงเลยเล่าให้ฟังทั้งหมด จากนั้นก็หันมาขู่อินน์ว่าถ้าเอาเรื่องนี้มาบอกผมจะกระทืบให้ตาย

“กระทืบเนี่ยนะ!? ทำไมเพลิงถึงได้ใจร้ายแบบนั้น! อย่างน้อยอินน์ก็เป็น...” ตอนแรกผมก็กะจะพูดว่าเป็นคนที่คบด้วย แต่พอนึกออกว่าก่อนหน้านี้อินน์บอกว่าไม่ได้คบกับเพลิง ผมเลยชะงักแล้วก็เงียบไป

“เราไม่ได้เป็นอะไรกับเพลิงทั้งนั้น ขนาดเพื่อนยังเป็นไม่ได้ด้วยซ้ำแล้วเพลิงจะดีกับเราทำไม อีกอย่างทั้งโลกคงมีแค่พายคนเดียวแหละมั้งที่เพลิงดีด้วย พายอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้ แต่ว่าเพลิงคอยเฝ้าดูพายอยู่ห่างๆ ตลอดเลยนะ”

“เฝ้าดู...งั้นหรอ?” ผมพูดอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่พอค่อยๆ ทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาดูผมก็ถึงได้เข้าใจ เหตุการณ์ที่หน้าห้องสอบเพลิงคงตั้งใจจะมาช่วยผมจริงๆ สินะ ส่วนเรื่องที่ตอนผมเปลี่ยนลุคใหม่ๆ แล้วมีหลายคนเข้ามาคุยด้วยแต่จู่ๆ ก็หายไป คิดว่านั่นก็คงจะเป็นฝีมือของเพลิงเหมือนกัน

อีตาบ้าเอ๊ย

ผมอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ก็ไม่รู้จะมองว่าการกระทำแบบนั้นของเพลิงมันน่ารักหรือว่าน่าหมั่นไส้ดี

“ที่เราได้อยู่ข้างๆ เพลิง ก็เพราะเพลิงให้เราคอยจับตาดูพาย แล้วก็ให้รายงานเรื่องพายให้ฟังนี่แหละ” น้ำเสียงของอินน์ที่ติดจะเศร้าๆ เล็กน้อยทำให้ผมที่กำลังอมยิ้มอยู่ถึงกับต้องรีบหุบลง ถึงแม้ตอนนี้ผมกับอินน์จะไม่ได้สนิทกันเหมือนเมื่อก่อน แต่ผมจะไปมีความสุขในขณะที่เพื่อนกำลังทุกข์ได้ยังไง

“แรกๆ เราคิดว่าแค่ได้อยู่ใกล้เพลิงเท่านี้ก็มีความสุขมากแล้วนะ แต่หลังๆ เราแทบจะลืมไปแล้วว่าความสุขมันคืออะไร และที่เราเสียใจมากที่สุดก็คือตอนที่เลือกเพลิงแล้วหันหลังให้พาย ในสายตาของพายเราคงจะเป็นเพื่อนที่เลวมาก แล้วเราก็ไม่คิดหรอกนะว่าพายจะยอมยกโทษให้ แต่ว่าอย่างน้อยก็ขอให้รับคำขอโทษของเราเอาไว้เถอะนะ...เราขอโทษจริงๆ” อินน์พูดทั้งน้ำตา ผมรับรู้ได้ถึงความจริงใจในคำขอโทษ ที่ผ่านมาอินน์รู้สึกผิดต่อผมจริงๆ

“ไม่ต้องร้องไห้นะอินน์ เรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้วอย่าไปคิดมากเลย” ผมพูดจบก็สวมกอดอินน์เอาไว้ การกระทำนั้นยิ่งทำให้อินน์ร้องไห้หนักเข้าไปใหญ่แล้วขอโทษผมซ้ำไปซ้ำมา

ผมกอดปลอบและลูบหลังอินน์อยู่สักพัก ในขณะนั้นผมกำลังก้มหน้าอยู่เลยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง จนกระทั่งอินน์หยุดร้องนั่นแหละผมถึงได้เงยหน้าขึ้นมา ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมเห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าไม่ไกลมาก ผมเห็นสีหน้าของเขาอย่างชัดเจนว่ากำลังเศร้าแค่ไหน

“เพลิง...” ผมพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่อินน์ก็ได้ยินจึงค่อยๆ คลายอ้อมกอดออกมา จากนั้นก็ใช้หลังมือปาดน้ำตาที่นองหน้าของตัวเองทิ้ง

“พายไปปรับความเข้าใจกับเพลิงเถอะนะ” อินน์ตบที่บ่าของผมเบาๆ โดยที่ใบหน้ายังคงเปื้อนคราบน้ำตา แต่ผมก็รับรู้ได้ว่าอินน์เอาใจช่วยให้ผมคืนดีกับเพลิงจากใจ เพราะรอยยิ้มของอินน์นั้นกลับมาสดใสเหมือนกับที่เคยเป็นแล้ว

ผมส่งยิ้มให้แล้วมองแผ่นหลังของอินน์ที่ค่อยๆ เดินจากไปสักพัก จากนั้นจึงหันไปหาเพลิงที่กำลังเดินใกล้เข้ามา จนกระทั่งเพลิงมายืนอยู่ตรงหน้าผม เราสองคนจึงได้เอ่ยปากพูดออกมาพร้อมกัน

“เราขอโทษนะ”

“กูขอโทษนะ”

ผมกับเพลิงเราสองคนถึงกับอึ้งและทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ เพราะไม่คิดว่าต่างฝ่ายต่างก็ตั้งใจจะขอโทษตัวเอง พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ผมกับเพลิงเลยยิ้มออกมาน้อยๆ ความประหม่าจากการที่ไม่ได้เผชิญหน้ากันมาอย่างยาวนานจึงค่อยๆ จางลง

“กูขอเป็นคนพูดก่อนแล้วกัน” เพลิงเป็นคนเอ่ยปากขึ้นก่อนทั้งที่ผมก็ตั้งใจจะพูดแบบนั้น แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยอมพยักหน้าลง

“ที่ผ่านมากูมักจะเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง แถมยังทำประชดมึงหลายๆ อย่างทั้งที่รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ กูขอโทษที่ควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ค่อยได้ ขอโทษที่กูมีทิฐิมากเกินไป แล้วก็ขอโทษที่กูทำให้มึงเสียใจนะพาย”

“เราก็ต้องขอโทษนายเหมือนกัน ที่ผ่านมาเราเอาแต่หนีปัญหา เราปิดกั้นทุกอย่างเพราะไม่กล้าเผชิญความจริง เราอาจจะผิดมากกว่านายด้วยซ้ำก็ได้ อย่างที่นายเคยบอกว่าเราไม่เคยถาม ไม่เคยเปิดโอกาสให้นายได้แก้ตัว เราขอโทษจริงๆ”

“ไม่ กูต่างหากที่ผิดมากกว่า ทั้งๆ ที่กูรู้อยู่แล้วว่ามึงเข้าใจผิดเรื่องอะไร แต่กูก็ไม่พยายามอธิบายให้มากพอ แถมกูยังหัวร้อนจะจับเพื่อนมึงทำเมียประชด แล้วหลังจากนั้นก็แกล้งทำเป็นคบกันด้วย เพราะงั้นคนที่ควรขอโทษก็คือกู กูผิดไปแล้ว ยกโทษให้กูเถอะนะ”

น้ำเสียงของเพลิงอ้อนวอนผมมากกว่าครั้งไหนๆ ที่ผมเคยได้ยินมา ส่วนสายตาและสีหน้าก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่ากำลังรู้สึกผิดและเสียใจกับการกระทำของตัวเองจริงๆ เพราะงั้นผมจึงได้คลี่ยิ้มออกมา จากนั้นก็ยื่นมือออกไปสัมผัสที่ข้างแก้มของเพลิงด้วยความอ่อนโยน

“อืม” เท่านั้นแหละเพลิงก็พุ่งเข้ามากอดผมทันที วินาทีแรกผมรู้สึกตกใจจนตัวแข็งค้าง แต่หลังจากนั้นความคิดถึงและโหยหามันก็ทำให้ผมน้ำตารื้นขึ้นมา ก่อนที่ผมจะกอดตอบเพลิงอย่างแนบแน่นไม่แพ้กัน

“กูรักมึงนะพาย รักมาก รักแบบที่ไม่เคยรักใคร แล้วกูก็คิดว่าทั้งชีวิตของกูคงจะรักมึงได้แค่คนเดียว”

คำสารภาพรักที่แทบไม่อ่อนหวาน แถมยังติดจะแข็งกระด้างไปด้วยซ้ำ แต่ผมกลับรู้สึกถึงความหนักแน่นและจริงใจที่เพลิงส่งมาให้ ซึ่งนั่นก็ทำให้น้ำตาของผมที่เอ่อคลออยู่มันไหลลงมาเป็นสายทันที

“เราก็รักนายเหมือนกันเพลิง” ผมไม่รู้เหมือนกันว่าหลงรักเพลิงตั้งแต่ตอนไหน รู้ตัวอีกทีผมก็รักเพลิงเข้าให้แล้ว และผมก็ไม่เคยเสียใจที่รักเพลิงเลยแม้แต่เสี้ยววินาที เพราะอย่างที่เคยบอกไปว่าสำหรับผมความรักแม้จะสมหวังหรือผิดหวังมันก็ยังสวยงามเสมอ

“เรื่องที่มึงจะไปเรียนต่อที่ลอนดอน กูจะไม่บอกว่าจะไม่ให้มึงไป เพราะไม่ว่ามึงจะไปที่ไหนกูก็จะตามมึงไปด้วย...กูไม่อยากอยู่ห่างจากมึงอีกแล้ว” พูดถึงตรงนี้เพลิงก็กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ความรู้สึกเศร้า เหงา เดียวดาย และเสียใจส่งผ่านเข้ามาจนถึงหัวใจของผม ซึ่งแน่นอนว่าตลอดมาผมก็รู้สึกอย่างนั้นเช่นเดียวกัน

“ขอบคุณนะที่นายคิดจะทำเพื่อเราขนาดนี้ เราก็ไม่อยากอยู่ห่างจากนายเหมือนกัน” พูดจบผมก็ออกแรงกอดรัดเพลิงให้แน่นขึ้นพลางหลับตาลง เพื่อให้รู้สึกถึงความรักและความอบอุ่นของเพลิงให้ได้มากที่สุด ก่อนที่ผมจะกลั้นใจดันอ้อมกอดนั้นออก แล้วเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว

“แต่เราว่านายอยู่ที่นี่ไม่ต้องตามเราไปหรอกนะ” ทันใดนั้นจากสีหน้าที่มีความสุขของเพลิงก็เปลี่ยนเป็นขมวดคิ้วด้วยความสับสนและไม่เข้าใจ

“ทำไม...”

“นายควรจะเลือกทางเดินของตัวเองไม่ใช่เดินตามทางของใคร อีกอย่างเราสองคนก็ห่างกันนานเกินไป จนเราคิดว่ามันเลยจุดที่จะบอกรักกัน คบกัน แล้วก็อยู่ด้วยกันแล้ว” ระยะเวลาหลายเดือนที่ห่างกับเพลิงทำให้ผมชินที่ต้องอยู่คนเดียว จริงอยู่ที่บางเวลาผมอาจจะเหงาอยู่บ้าง แต่ผมก็สามารถอยู่กับมันและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้

“ที่ผ่านมาเราสองคนอาจจะรักกันไม่พอ ถึงไม่เคยพยายามจะเข้าใจอีกฝ่ายและปรับความเข้าใจกัน เพราะงั้นเราสองคนลองห่างกันอย่างจริงๆ จังๆ ดูนะ เผื่อจะทำให้เราสองคนรักกันมากขึ้น ถึงตอนนั้นเราค่อยมาคบกันนะเพลิง” พูดถึงตรงนี้ผมก็น้ำตาคลอ แต่ผมก็พยายามจะไม่ร้องไห้ เพราะที่ผ่านมาผมร้องไห้มามากเกินพอแล้ว

“มึง...ต้องอยู่ที่นั่นนานเท่าไหร่” น้ำเสียงของเพลิงดูสั่นนิดๆ ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นเจ็บปวดราวกับจะขาดใจเมื่อได้ยินคำตอบของผม

“เราต้องเรียนที่นั่น 2 ปีและทำงานใช้ทุนอีก 2 ปี”

“4 ปีเลยงั้นหรอ” เพลิงเงยหน้าขึ้นแล้วหลับตาลง คงจะไม่อยากให้ผมเห็นดวงตาแดงก่ำที่ราวกับจะร้องไห้ออกมา

“ถ้าหาก 4 ปีที่เราอยู่ที่นั่นนายรอเราไม่ได้เราก็ไม่...”

“ยังไงกูก็จะรอ!” โดยไม่ทันที่ผมจะได้พูดจนจบประโยคเพลิงก็พูดขัดขึ้น สายตาคู่นั้นถึงแม้จะแดงก่ำแต่ผมก็เห็นถึงความจริงจัง หนักแน่น และมั่นคง

“นายยังไม่ต้องรีบตอบเราตอนนี้ก็ได้”

“จะตอนนี้หรือตอนไหนคำตอบของกูมันก็คือคำเดิม กว่าจะมาเจอมึงจนได้รักมึงกูยังรอตั้ง 22 ปีได้เลย เพราะงั้นกะอีแค่ 4 ปีทำไมกูจะรอไม่ได้ ระหว่างนี้กูจะพยายามเป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อรอมึงกลับมา” เพลิงฝืนยิ้มแม้ว่าที่ใบหน้ากำลังมีน้ำตาไหลลงมา ภาพที่เห็นทำเอาผมรู้สึกเจ็บปวดและทรมานมากไปถึงใจกลางของหัวใจ

น้ำตาของลูกผู้ชายมันไม่ได้ไหลออกมาง่ายๆ ถ้าไม่ถึงที่สุดจริงๆ...

“แม่งเอ๊ย ให้มึงเห็นสภาพแย่ๆ ของกูจนได้ นี่กูเป็นคนอ่อนแออย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ” เพลิงสบถออกมาอย่างหัวเสีย แล้วจะยกมือขึ้นมาปาดน้ำตา แต่ผมก็ใช้มือคว้าเอาไว้แล้วยื่นอีกข้างขึ้นไปเช็ดน้ำตาของเพลิงแทน

“ขอโทษนะที่เราอาจดูเหมือนเอาแต่ใจ แต่เราสัญญาเลยว่าหลังจากกลับมาเราจะไม่ห่างนายไปไหนอีกแน่นอน” คำสัญญานี้ผมขอใช้ชีวิตและหัวใจของตัวเองเป็นหลักประกัน

“4 ปีที่มึงอยู่ที่นั่นกูขอไปหามึงบ้างได้มั้ย”

“ไม่ต้องมาหรอกเพลิง เราสองคนยังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย อีกอย่างเราคงตั้งหน้าตั้งตาคอยจนไม่มีกะจิตกะใจจะเรียนแน่ๆ”

เรื่องนั้นก็ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนสำคัญคือผมไม่อยากให้เพลิงเสียเวลาและเสียเงินตั้งมากมายเพื่อผม ถ้าบินตรงไปกลับครั้งนึงก็เสียเวลาไปเต็มๆ 1 วัน ส่วนราคาตั๋วก็น่าจะเหยียบ 2 แสนได้ คนอย่างเพลิงไม่มีทางรอต่อเครื่องและนั่งชั้นประหยัดเพื่อเซฟค่าใช้จ่าย แล้วไหนจะค่ากินค่าอยู่ในระหว่างที่อยู่ที่นั่นอีก

“ถ้ามึงจะพูดแบบนี้กูก็คงทำได้แค่รออย่างเดียวสินะ” เพลิงพูดอย่างเศร้าๆ จากนั้นก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเพื่อเอาอะไรสักอย่างออกมา ก่อนที่ผมจะเห็นว่าเป็นสร้อยเกียร์ 2 เส้น เส้นหนึ่งเป็นของผม ส่วนอีกเส้นเป็นของเพลิงที่ผมฝากอินน์เอาไปคืนตั้งแต่เทอมที่แล้ว

“เรานึกว่านายทำของเราหายไปแล้วซะอีก” เพราะหลังจากที่ผมฝากสร้อยเกียร์ไปคืนให้เพลิง อินน์ก็บอกว่าเพลิงหาของผมไม่เจอจนคิดว่ามันน่าจะหายไปแล้ว

“กูเก็บเอาไว้อย่างดีเลยต่างหาก แต่กูไม่กล้าคืนเกียร์ให้มึง เพราะกูทำใจไม่ได้ถ้าต้องปล่อยมึงไป” พอได้รู้แบบนี้ จากที่เคยเสียใจและน้อยใจต่างๆ นานา แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกมีความสุขจนมันเอ่อล้นไปทั้งหัวใจ

“มึงช่วยรับเกียร์ของกูไปอีกครั้งจะได้มั้ย” เพลิงถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจ ครั้งที่แล้วเพลิงเป็นคนบังคับให้ผมใส่ แต่ครั้งนี้ผมยินดีและเต็มใจ แถมยังสัญญาด้วยว่าจะใส่ติดตัวและจะรักษามันเป็นอย่างดีแน่นอน

“อืม” เมื่อผมพยักหน้าเพลิงก็สวมสร้อยเกียร์เข้าที่คอของผม ก่อนที่เราสองคนจะจ้องมองเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย คำพูดแทนใจนับร้อยพันถูกส่งไปถึงกันและกัน ก่อนที่สักพักผมจะค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงเมื่อเพลิงเคลื่อนใบหน้าลงมาหาผมช้าๆ

จูบนี้ไม่มีความเร่าร้อนและไม่ได้เป็นจูบที่ลึกซึ้ง เป็นเพียงแค่การที่ริมฝีปากสัมผัสกันอย่างแผ่วเบาเท่านั้น แต่ผมกลับรับรู้ได้ถึงทุกความรู้สึกของเพลิงที่ส่งผ่านมา โดยเฉพาะความรักที่ตอนนี้ได้อัดแน่นและตราตรึงอยู่ในหัวใจ

ผมจะจดจำช่วงเวลานี้ไว้ในความทรงจำตลอดไป...

“กูรักมึงนะพาย”

“อืม เราก็รักนายเหมือนกัน”

แล้วหลังจากวันนั้นเพียงไม่ถึง 2 สัปดาห์ผมก็ต้องขึ้นเครื่องไปลอนดอน ที่ผมต้องไปก่อนทั้งๆ ที่ยังไม่เปิดเทอมเป็นเพราะต้องไปเรียนคอร์สปรับพื้นฐานด้านภาษา ในวันนั้นมีแค่ครอบครัวของผมมาส่งเพราะผมขอร้องไม่ให้เพลิงมา ช่วงเวลาที่ต้องจากลามันคงจะเศร้าและหน่วงมาก ผมไม่อยากจากไปด้วยความรู้สึกแบบนั้น แล้วผมก็ไม่อยากให้เพลิงต้องรู้สึกแบบเดียวกันด้วย

แต่ผมก็ไม่รู้เลยว่าในวันนั้นเพลิงได้แอบมา โดยมองส่งผมเข้าเกทจนแผ่นหลังลับสายตา จากนั้นก็เดินไปที่หน้าต่างแล้วมองเครื่องบินที่ผมนั่งไปจนลับขอบฟ้า ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยใบหน้าอันแสนเศร้า

“รีบกลับมานะพาย...”


บทส่งท้าย

               “เร็วๆ สิวา! เดี๋ยวพี่ก็ไปสนามบินไม่ทันหรอกเว่ย!” ผมตะโกนเร่งวาที่ยังคงอยู่ในห้อง ไม่รู้ว่าจะแต่งตัวอะไรนานกันนักกันหนา ผมก็บอกแล้วว่า 2 ทุ่มจะออกจากบ้าน แต่นี่ปาไปตั้ง 2 ทุ่ม 15 แล้วแต่วาก็ยังไม่ยอมออกจากห้องสักที

               “เสร็จแล้วๆ จะรีบอะไรนักหนาก็ไม่รู้ อีกเกือบ 3 ชั่วโมงเครื่องถึงจะลงนะไม่ใช่อีก 30 นาที” วาเปิดประตูห้องออกมาแล้วทำหน้าเบื่อหน่ายใส่ผม

ใบหน้าเมื่อในอดีตที่ติดจะน่ารักตอนนี้กลับออกไปทางสวยซะมากกว่า ส่วนสูงที่เคยถึงแค่ไหล่ของผมก็ขยับขึ้นมาจนถึงต้นคอ ทรงผมที่เคยตัดสั้นก็ไว้ยาวซะจนเกือบประบ่า รวมๆ แล้วทั้งรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนจากเด็กกะโปโลโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะเลย

               ก็นะ...นี่มันผ่านไป 4 ปีแล้วนี่นา

               “แกว่ารถในกรุงเทพมันมีน้อยรึไง ทางไปสนามบินแม่งติดจะตายห่า พี่ก็ต้องเผื่อเวลาเอาไว้น่ะสิวะ”

               “แต่ก็ไม่ต้องเผื่อตั้ง 3 ชั่วโมงก็ได้ปะ วันเสาร์รถมันไม่ค่อยเยอะเหมือนวันธรรมดา วิ่งบนมอเตอร์เวย์แป๊บๆ ก็ถึงแล้ว ไม่รู้จะรีบเวอร์วังไปไหน” วากลอกตาใส่แล้วเดินหนีผมลงไปข้างล่าง

หนอย...ไอ้น้องบ้านี่มันน่าเขกกบาลสั่งสอนจริงๆ ทีกับพี่ภู พี่ธาร หรือไอ้พฤกษ์นี่พูดเสียงอ้อนเสียงหวาน แถมยังมีครับแทบจะทุกประโยค แต่ทีกับผมนี่แทบจะเล่นหัว ส่วนไอ้คำว่าครับก็แทบจะไม่มี มันน่าโมโหจริงๆ!

แต่ก็เอาเถอะ วามันก็สองมาตรฐานกับผมมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพราะถ้ามองย้อนกลับไปผมก็ชอบแกล้งมันหนักกว่าใครในบ้าน ทำตัวไม่น่าเคารพ แล้วก็ชอบหาเรื่องชวนทะเลาะกับมันเป็นประจำ จนมันคงจะคิดว่าผมเป็นเพื่อนมันแทนที่จะเป็นพี่ชายไปแล้ว

เฮ้ออออออ อนาถใจ!

“พร้อมกันหมดแล้วใช่มั้ยทุกคน” ผมถามเมื่อเดินมาถึงข้างล่าง ตอนนี้ที่ห้องรับแขกแทบจะดูแออัดเพราะมีตั้ง 8 ชีวิตอยู่รวมกัน ซึ่งก็มีทั้งพี่ภู ตะวัน พี่ธาร หมอก ไอ้พฤกษ์ ไอ้ซ่า วา แล้วก็ผม การที่ทุกคนมารวมตัวกันแบบนี้ก็เพราะกำลังจะไปรับว่าที่สะใภ้ของครอบครัวคนล่าสุด ที่กำลังเดินทางกลับมาจากลอนดอน

“พร้อม!!!!!!! 7 เสียงตอบกันอย่างพร้อมเพรียง ท่าทางแต่ละคนจะดูตื่นเต้นไม่ต่างจากผมเลยนะเนี่ย

“โอเค ถ้างั้นก็ไปกันเลย!” ผมพูดจบก็เดินนำออกไปขึ้นรถที่จอดอยู่ด้านนอก ก่อนที่รถทั้ง 4 คันจะขับตามกันออกมา โดยที่แต่ละคันก็นั่งกันเป็นคู่ๆ ส่วนผมที่คู่ยังมาไม่ถึงก็เลยต้องหิ้ววาที่ยังไม่มีคู่มานั่งด้วยอย่างช่วยไม่ได้

แต่จะว่าไปถ้าจะบอกว่าวาไร้คู่มันก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะตั้งแต่ขึ้นปี 2 ก็มีรุ่นพี่คนหนึ่งคอยมารับมาส่งวาอยู่ตลอดนี่หว่า

“เออ แกไม่ชวนไอ้รุ่นพี่คนนั้นมาด้วยล่ะวา” ผมถามในขณะที่กำลังขับรถ

“จะชวนมาทำไมล่ะ ผมไม่ได้คบกับพี่เขาสักหน่อย”

“ไม่ได้คบแต่ตามรับตามส่งแกเป็นปีๆ เนี่ยนะ?

“ก็แล้วผมบังคับที่ไหน พี่เขาสมัครใจมารับมาส่งเองต่างหาก” วาตอบอย่างไม่ยี่หระ เออ! เอากับมันสิ!

“แกนี่จะใจแข็งไปถึงไหน ไอ้รุ่นพี่คนนั้นมันก็ดูเป็นคนดีจะตาย ขนาดพี่ภูยังให้สามผ่านเลย หรือว่าแกยังไม่ลืมไอ้รุ่นพี่เหี้ยนั่นที่มันเคย...”

“ไฟแดงแล้วพี่เพลิง!” วารีบพูดขัดขึ้น ผมจึงได้รีบเหยียบเบรกก่อนที่จะเลยเส้นขาวไปแค่นิดเดียวเท่านั้น

เฮ้ออออออ เกือบไปๆ

“เป็นไงล่ะมัวแต่พูดมาก หรือว่าเดือนนี้ยอดใบสั่งที่ส่งมาบ้านยังไม่ถึงเป้าเลยจะทำยอดเพิ่ม?” วาทำหน้ากวนประสาทใส่แถมยังแลบลิ้นให้ผมอีกต่างหาก

“หนอย...กวนตีนจริงนะไอ้น้องเวร” ว่าแล้วผมก็จัดการเขกกะโหลกวามันไปทีนึง มันจึงทำเป็นเล่นใหญ่โอดครวญโวยวายเหมือนจะตายซะให้ได้ ซึ่งการที่มันทำแบบนั้นผมรู้ว่ามันไม่อยากให้ผมพูดถึงเรื่องในอดีต เพราะงั้นผมก็จะหยุดพูดแค่นี้ก็ได้

               หลังจากนั้นเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียวผมก็ขับรถต่อไป ไอ้ผมมันก็เป็นพวกตีนผีที่ขับรถเร็วอยู่แล้วเลยมาถึงก่อนใครในบ้าน โดยทำเวลาไปแค่ประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น เพราะงั้นเวลาที่เหลือผมถึงได้เอาแต่นั่งฟังวาบ่น แต่ผมก็ไม่สนเพราะหัวใจของผมกำลังจดจ่ออยู่กับคนที่กำลังเดินทางกลับมา

               เวลา 4 ปีมันยาวนานและทรมานมากสำหรับผม โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ที่ผมแทบไม่เป็นอันทำอะไร ถ้าไม่มัวแต่นั่งเหม่อลอยก็เอาแต่ส่องเฟซบุ๊ค ไอจี และทวิตเตอร์ที่แทบจะรกร้างของพาย ผมที่มีสถานะเป็นแค่เพื่อนจึงทำได้เพียงแค่เท่านี้

การตัดสินใจของพายหลายคนอาจจะมองว่าใจร้าย แต่สำหรับผมนั้นคิดว่ามันสาสมแล้ว ที่พายตัดสินใจไปเรียนต่อส่วนหนึ่งก็เพราะตัวผมเอง ถ้าตอนนั้นผมไม่เอาแต่ประชดและถือทิฐิบ้าบอ ตอนนี้ผมกับพายอาจจะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไปแล้วก็ได้

เฮ้อออออ ชีวิตของคนเรามันก็แบบนี้ อีกอย่างมันก็คงเป็นเวรกรรมของผมด้วยมั้งที่เมื่อก่อนมีความสัมพันธ์กับคนอื่นไปทั่ว ไม่เคยเห็นหัวใคร แล้วก็คิดว่าการมีแฟนมันเหมือนกับการมีห่วงผูกคอ แต่ตอนนี้ผมได้เปลี่ยนไปแล้ว ไม่ว่าจะมีใครเข้าหาผมก็ไม่เคยสนใจ ในเมื่อผมเจอคนที่ใช่แล้วผมจะไปสนคนอื่นทำไม สายตาของผมมีเอาไว้มองพาย ส่วนหัวใจของผมก็มีไว้เพื่อรักพายได้แค่คนเดียว

               เกือบเดือนที่ผมมีสภาพแห้งเหี่ยวเหมือนคนใกล้ตายอยู่ที่บ้าน ก่อนที่ผมจะลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองเมื่อพายทักไลน์มาหา ถามว่าผมสบายดีมั้ย งานที่ทำอยู่เป็นยังไง มีความสุขดีรึเปล่า นั่นแหละผมถึงคิดว่าจะอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไปไม่ได้ เกิดพายรู้ว่าสารรูปผมเป็นยังไงแล้วปันใจไปให้หนุ่มๆ ที่อังกฤษก็ฉิบหายกันพอดีน่ะสิผม

               เพราะงั้นหลังจากที่คุยกับพายจบผมเลยรีบโทรไปบอกที่ทำงาน ซึ่งเป็นบริษัท IT ชั้นนำว่าพร้อมทำงานแล้ว หลังจากที่ผมขอเลื่อนไป 1 เดือนโดยอ้างว่าติดปัญหาทางบ้านนิดหน่อย ซึ่งที่นั่นก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะอยากได้ผมเข้าทำงานอยู่แล้ว

ก็นะ...คนมันเก่งก็งี้ พูดแล้วจะหาว่าคุย บริษัทนั้นขอจองตัวผมโดยให้เงินเดือนสูงลิ่วตั้งแต่ซัมเมอร์ปี 3 ที่ผมไปฝึกงานนู่น

                การที่ผมลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองทำให้คนในบ้านโดยเฉพาะพี่ภูถึงกับทำหน้างง เพราะที่ผ่านมาพี่แกขู่ผมสารพัดว่าให้เลิกซึมกะทือแต่ผมก็โนสนโนแคร์ แถมพี่แกยังงงมากขึ้นไปอีกเมื่อผมไปขอเบิกเงินเพื่อเรียนต่อโท

ก็ผมจะยอมน้อยหน้าว่าที่แฟนในอนาคตได้ยังไงล่ะจริงมั้ย ผมอยากจะเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบและดีพร้อมเพื่อให้คู่ควรกับพาย ที่สำคัญเรียนกับทำงานไปพร้อมกันมันก็อาจจะทำให้ผมฟุ้งซ่านเรื่องของพายน้อยลงก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าความรู้สึกของผมจะเปลี่ยนไป ผมยังคงรักพายเหมือนเดิม

               พอพายรู้ว่าผมกำลังเรียนต่อโทก็ยินดีกับผมใหญ่ แถมยังดีใจเพราะจะได้มีเพื่อนคอยปรึกษา ตอนนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจถูกจริงๆ ที่คิดเรียนต่อ ถึงแม้ว่าผมจะเหนื่อยจนบางวันแทบไม่มีเวลานอน แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมมีเรื่องได้คุยกับพาย

               เราสองคนคุยกันประมาณเดือนละ 2 – 3 ครั้ง ซึ่งทุกครั้งจะเป็นการคุยเรื่องเรียน เรื่องทั่วไป และถามสารทุกข์สุกดิบเท่านั้น ไม่ได้คุยกันเรื่องอื่นหรือเรื่องหัวใจเลยแม้แต่น้อย เพราะพายกางเขตเฟรนด์โซนได้อย่างชัดเจนมากจนผมไม่กล้าข้ามไป แต่ถึงอย่างนั้นผมก็รู้ว่าในหัวใจของพายยังคงมีผม ส่วนผมก็เหมือนกัน ผมขีดฆ่าปฏิทินทุกวันเพื่อนับถอยหลังรอพายกลับมา

               ก็ไม่รู้ว่าป่านนี้พายจะเป็นยังไงบ้าง เพราะเลยครึ่งปีแล้วที่พายไม่ลงรูปตัวเองในโซเชียลเลย แต่ไม่ว่าจะอ้วนขึ้น เป็นสิว เป็นฝ้า เป็นกระ หรือเป็นอะไรก็ตาม แต่ผมก็มั่นใจว่าผมยังคงรักพายเหมือนเดิม ตอนนี้ผมอยากเจอพายจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว

               “พี่เพลิง ใช่ไฟล์ทนี้รึเปล่าที่พี่สะใภ้นั่งมา” วาสะกิดผม ผมที่กำลังอยู่ในภวังค์เพราะเอาแต่จินตนาการถึงพายอยู่เลยสะดุ้ง แล้วก็ตั้งใจฟังประกาศถึงเที่ยวบินที่กำลังจะมาถึง

               “เออ ไฟล์ทนี้แหละ” แล้วผมก็รีบบอกให้ทุกคนเดินไปยังจุด meeting point ที่อยู่ตรงชั้น 2 ประตู 3 เพื่อรอรับพาย

วันนี้การที่พายบอกให้ผมมารับแทนที่จะเป็นพ่อกับแม่ นั่นก็เป็นเพราะว่าพายบินมาถึงดึกเลยไม่อยากรบกวนพวกท่าน ส่วนการที่บรรดาคนในครอบครัวของผมพากันแห่มารับพายด้วย ก็เป็นเพราะอยากเจอหน้าว่าที่แฟนของผมใจจะขาด อีกอย่างคืนนี้ผมก็จะไม่กลับบ้านด้วยแหละ

ถามว่าผมจะไปนอนบ้านพาย?

               เรื่องนั้นเอาไว้วันหลังที่ผมจะไปฝากตัวเป็นลูกเขยอย่างเป็นทางการ ส่วนคืนนี้ผมกับพายจะไปนอนที่อื่น ซึ่งก็ไม่ใช่ที่ไหน เป็นโรงแรมที่เมื่อ 4 ปีที่แล้วผมกับพายมักจะไปใช้บริการบ่อยๆ นั่นแหละ

               “หึหึ” ผมแอบยิ้มที่มุมปากเมื่อสมองกำลังจินตนาการไปไกล แต่แล้วผมก็ถูกไอ้พฤกษ์เอาศอกกระทุ้งไหล่ เพราะดูเหมือนว่ามันจะรู้ความคิดในสมองของผม อีกอย่างผู้โดยสารขาเข้าก็เริ่มทยอยกันออกมาแล้ว ผมเลยลืมเรื่องสัปดนที่อยู่ในสมองเพื่อชะเง้อมองหาพาย และในที่สุดผมก็เจอเข้าจนได้

               วินาทีนั้นราวกับว่าโลกทั้งใบได้หยุดชะงักลง ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวผมดูเหมือนว่ากำลังหยุดเคลื่อนไหว ไม่เว้นแม้แต่ผมกับพายที่กำลังจ้องมองใบหน้าของกันและกัน ซึ่งหลังจากนั้นดวงตากลมโตคู่สวยก็มีหยดน้ำตาไหลลงมา

                พายดูโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ใบหน้าที่สวยหวานอยู่แล้วยิ่งสวยหวานขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว อาจเป็นเพราะพายดูมีน้ำมีนวลและสมส่วนไม่ผอมแห้งเหมือนเมื่อก่อน แต่ไม่ว่าจะเป็นพายแบบไหนผมก็ชอบด้วยกันทั้งนั้น ไม่สิ...ต้องพูดว่ารักต่างหาก เพราะความรู้สึกของผมมันได้เลยคำว่าชอบไปเป็นรักตั้งนานแล้ว

               “เพลิง...”

               “พาย...”

               เราสองคนต่างก็เรียกชื่อของอีกฝ่าย ก่อนที่พายจะก้าวมาหาผมโดยที่ผมก็ก้าวไปหาพายเช่นกัน ระยะทางที่ความจริงก็สั้นๆ แต่สำหรับเราสองคนมันกลับยาวมาก เพราะงั้นจากขาที่กำลังก้าวเดินเลยกลายเป็นวิ่งโดยเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นเรื่อยๆ

จนกระทั่งระยะห่างจากไม่รู้กี่สิบเมตรเหลือเพียงแค่ศูนย์ พายก็พุ่งตัวเข้าสู่อ้อมกอดของผมด้วยความคิดถึงโดยไม่สนใจสายตาของใคร ส่วนผมเองก็ไม่สนใจเช่นกัน ผมกอดรัดพายเอาไว้แน่นด้วยความรักอย่างสุดหัวใจ

“เป็นแฟนกูนะพาย” ในที่สุดประโยคที่ผมอยากจะพูดตั้งแต่ 4 ปีที่แล้วก็ได้พูดมันออกไปสักที

“อืม แต่ไม่ใช่แค่แฟน เพราะเราจะเป็นทุกอย่างให้นายเลยเพลิง” พายส่งยิ้มที่สวยที่สุดในชีวิตมาให้ผม จากนั้นก็โผเข้าสู่อ้อมกอดของผมอีกครั้งด้วยความสุขล้น ซึ่งผมก็เช่นเดียวกัน

การที่อยู่ห่างกันมันไม่ได้ทำให้ความรักของเราสองคนน้อยลงไปเลย แต่กลับกันมันยิ่งเพิ่มขึ้นทุกวันจนมันแทบจะทะลักออกมา จากนี้ผมสัญญาเลยว่าจะไม่มีวันปล่อยพายไปไหนอีกเด็ดขาด เราสองคนจะอยู่เคียงข้างกันและรักกันตลอดไป...

 

...จบบริบูรณ์...

 

สวัสดีค่า หลังจากที่ติดตามอ่านกันมาหลายเดือน ในที่สุดคู่เพลิงพายก็แฮปปี้เอนดิ้งอีกคู่ตามพวกพี่ๆไปเรียบร้อยแล้วค่า เย่! ถึงแม้ก่อนจะแฮปปี้คู่นี้ต้องเจอดราม่าศึกใหญ่กว่าใครในบ้าน แต่คนเจ้าชู้และร้ายกาจอย่างอีตาเพลิงก็ต้องเจอแบบนี้แหละค่ะจะได้รู้จักเห็นค่าของความรักเนอะ 
ตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนสุดท้าย หวังว่าทุกคนจะชื่นชอบและประทับใจความรักของคู่นี้กันนะคะ ความหวานๆอาจจะไม่มีเท่าไหร่เพราะไม่ใช่สไตล์อีตาเพลิง แต่ความแซ่บและกร้าวใจเชื่อว่ามันมีกว่าใครในบ้านแน่นอน และถ้าหากชื่นชอบก็คอมเมนท์บอกกันนิดนึงนะที่ร้ากกก 

ส่วนเรื่องของน้องวาที่หลายๆคนกำลังรอกัน วันนี้เค้าก็แอบแง้มเรื่องหนุ่มที่จะมาเป็นหวานใจน้องวามานิดนึง ซึ่งจะเป็นคนไหนเอาไว้มาลุ้นกันนะคะ ตอนนี้ขอเค้าพักไปจัดการรูปเล่มของอีตาเพลิงสักพัก ประมาณต้นเดือนหน้าอาจจะสามารถเริ่มลงได้ค่า 

แอบกระซิบบอกชื่อเรื่องก่อนเลยก็คือ...
T. Trap หัวใจพ่ายรัก เอ...ดูจากชื่อเรื่องแล้วพอเดากันออกมั้ยน้อว่าจะเป็นแนวไหน? ได้ข่าวว่าหลายๆคนเตรียมต้มมาม่าเอาไว้ จะใช่แนวนี้มั้ยน้อ เพราะแต่ละเรื่องที่เคยเดากันก็พลิกล็อกกันหมด ทั้งคุณธาร พฤกษ์ แล้วก็อีตาเพลิง อิอิ

แล้วเจอกันเรื่องน้องวานะคะ ขอขอบคุณทุกคนมากๆเลยนะคะที่ติดตามอ่านคู่เพลิงพายมาจนถึงตอนนี้ ขอบคุณจริงๆค่ะ 
 รักทุกคนมากๆเลยนะคะ บ๊ายบายยยยย บายๆ
ปล.ขออนุญาตขายลูกชายนิดนึงเนอะ หนังสือ Rabid หัวใจคลั่งรัก จะปิดจองในวันที่ 31 ก.ค. นี้แล้วน้า ราคาสินสอดเบาๆแค่ 279 บาท การ์ดใสยังได้อยู่นะคะ หากสนใจสามารถกดสั่งจองได้เลยน้า >>> จิ้มๆ <<< มีตอนพิเศษในเล่ม 2 ตอนด้วยกัน คือ1.หลังกลับจากสนามบิน และ2.ตอนที่เพลิงไปฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกเขยของบ้านพาย รับรองเซอร์วิสจัดหนักแน่นอน -///-
(27 ก.ค. 61)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 281 ครั้ง

2,129 ความคิดเห็น

  1. #1684 Ieffa (@Ieffa) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 02:11
    เป็นคู่ที่คิดถึงอนาคตของคนรักมากกว่าการยึดติดกันเป็นปลิง เราชอบคู่นี้ที่สุดในครอบครัวนี้แล้ว รักกกก//สุดท้าย เราเป็นกำลังใจให้ แล้วก็ สู้ๆนะไรต์เต๋อ;)
    #1684
    0
  2. #1677 Bebepatta (@Bebepatta) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 13:17
    พี่เพลิงคนแมน 2018
    #1677
    0
  3. #1676 Mil Worasa (@milmil) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 09:54
    ในที่สุดก็ได้เป็นแฟนกันนน เย้!
    #1676
    0
  4. #1675 My Boy (@jyfb) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 08:46
    ฮื่ออออ จบแล้วอ่าาา โลกนี้มีแค่เราสองคนจิงๆคู่นี้ ไม่สนพี่ น้องหรื่อคนอื่นเลยจิงๆ สีชมพูลายล้อมหมดละ
    #1675
    0
  5. #1674 minminii (@minminii) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 00:23
    ฮื้ออออ จบซะแล้วอ่ะ จบได้ดีมากเลย ฮื้อออ ตอนจบก็ยังอยากฟาดก้นอิเพลิงอยู่นะ เพราะแกเจ้าชูมามาก กรรมตามทันเลย ไอ่เราก็ลุ้นไปกับความรักของนาง 555 บ้าบอ
    #1674
    3
    • #1674-1 (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 00:39
      55555 ฟาดมันสัก 3 ยกเลยที่รัก หื่นยันบทส่งท้าย 55555
      #1674-1
    • #1674-3 (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 01:12
      55555 ใช่แล้วค่ะที่รัก
      #1674-3
  6. #1673 Haikyuu!! (@prashya34) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 23:40

    ใจหาย จบซะแระ ไม่อยากให้จบเลย ชอบคู่เพลิงพายที่สุด

    #1673
    1
    • #1673-1 (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 00:39
      ใจพายเหมือนกันค่า แต่งานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกราเนอะ
      #1673-1
  7. #1672 sakunsakun (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 23:30
    อย่าทำให้พายเสียใจอีกนะเพลิง หึ
    #1672
    2
    • #1672-1 (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 00:39
      ต่อไปนี้ถ้าพายจะร้องได้คงจะแค่บนเตียงเท่านั้นแหละที่ร้าก อิอิ
      #1672-1
    • #1672-2 sakunsakun (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 08:44
      ไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันแน่นอนพายเอ๊ย หายไป4ปี กลับมาทีต้องโดนชุดใหญ่5555555555555555
      #1672-2
  8. #1671 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 23:09
    อยากได้nc... //โดนตบไปอยู่กับเพลิง
    ขนาดพี่ภูยังให้ผ่าน อื้อหื้ิออ น้องวาาา
    #1671
    1
    • #1671-1 (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 00:38
      NC มีแน่นอน ขากลับจากสนามบินนั่นแหละที่รัก พายบรรยายด้วยนะคะ (แอบยั่วเตง อิอิ) //มารอลุ้นหนุ่มของน้องวาได้เยย
      #1671-1
  9. #1670 fahpsk (@fahpsk) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 22:51
    มาอย่างหื่น แต่จบหวานโรแมนติกมากกกก ผิดเรื่องปร้ะคะ /หยอกกก55555 ฮื่อ~ น่ารักกก รักกันยาวนานมาก ปลื้มใจ
    #1670
    1
    • #1670-1 (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 00:37
      55555 เค้าก็แอบสับสนว่าเขียนผิดเรื่องรึเปล่า แรกๆหื่น ท้ายๆดราม่า จบหวาน 55555
      #1670-1
  10. #1669 0895426863 (@0895426863) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 22:40
    จบแล้วอ่ะ. .ฮืออออ ชอบมากกกก
    เหรอน้องวา คนสวยแล้ว
    #1669
    1
    • #1669-1 (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 00:37
      งือออ เขินนน ดีใจชอบนะคะที่รัก //น้องวาจากคิวท์บอยกลายเป็นบิวตี้บอยแล้วค่า อิอิ
      #1669-1
  11. #1668 Piggeefat (@piggeefat) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 22:31
    ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้นะไรท์ ร้ากกๆๆ เรารอเรื่องน้องวาอยู่น้าาาา
    #1668
    2
    • #1668-1 (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 00:36
      รักเตงด้วยค่า เรื่องน้องวารอต้นเดือนหน้าน้าาา
      #1668-1
  12. #1667 _DARKGHOST_ (@Kate2549) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 22:27
    เราชอบเรื่องนี้มากๆเลยอ่า อยากให้มีตอนพิเศษ
    #1667
    1
    • #1667-1 (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 00:36
      ดีใจที่เตงชอบน้าที่ร้ากกก ตอนพืเศษมีในเล่มค่าที่ร้าก
      #1667-1
  13. #1666 mameaw_bts (@mameaw_bts) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 22:20
    จบเเบบละมุนนนนนน
    #1666
    1
    • #1666-1 (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 00:36
      จนบางคนอาจจะคิดว่าผิดเรื่องรึเปล่า 55555
      #1666-1
  14. #1665 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 22:19
    ฮึ้ย~ไม่ประชดกันต่ออีกล่ะ หมั่นไส้จริงๆ
    #1665
    1
    • #1665-1 (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 00:35
      55555 จากนี้ชีวิตเพลิงพายคงจะมีแต่ความหวานและหื่นแล้วค่า
      #1665-1
  15. #1664 PopzA (@popzalimited) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 22:13

    จบได้ดีประทับใจมากคะ

    #1664
    1
    • #1664-1 (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 00:35
      อั๊ยยยย ดีใจที่เตงชอบน้า
      #1664-1
  16. #1663 Yingchin177 (@Yingchin177) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 22:08
    เป็นผู้ชายที่ดีพร้อมสักทีนะเพลิง ไม่เสียแรงที่เราเชื่อใจนาย :) #ทีมเพลิง
    #1663
    1
    • #1663-1 (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 00:35
      จากแบดบอยตอนนี้กลายเป็นเพอร์เฟคแมนไปแล้ว อิอิ
      #1663-1
  17. #1662 Noknoy2525 (@Noknoy2525) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 22:07
    หวานนนมากๆๆอยากได้พิเศษสักตอนคะ5555
    #1662
    1
    • #1662-1 (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 00:34
      มีในเล่มน้าที่ร้ากกก
      #1662-1
  18. #1661 aommknj (@phaC) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 22:02
    เย้ๆๆๆๆๆ 4ปีกับการอดทนรอ ซึ้งอ่ะ
    #1661
    1
    • #1661-1 (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 00:34
      ถึงช่วงแรกๆอีตาเพลิงมันจะซังกะตายก็เถอะ อิอิ
      #1661-1
  19. #1660 ariyamile9044 (@ariyamile9044) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 21:34
    ซึ้งอ่ะ ในที่สุดก็กลับมาเจอกัน
    #1660
    1
    • #1660-1 (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 00:34
      แฮปปี้เอนดิ้งแล้ว เย่ๆ
      #1660-1
  20. #1659 คนอ่าน (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 17:22

    เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความรักอย่างนึงนะ จากกันไปเพื่อรอเจอกันใหม่แค่มันก็นานมากเลยนะนั่น แต่ถ้ารักกันมากพอมันคงไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่หลวงนักใช่มั้ยละ

    จบเรื่องแบบนี้ก็ถือว่าไม่ happy or sad เท่าไหร่หรอค่ะ

    #1659
    1
    • #1659-1 (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 00:32
      เนอะ ถ้ารอได้ยังไงก็แฮปปี้
      #1659-1
  21. #1658 My Boy (@jyfb) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 17:16
    ทำไมมันเศร้างี้อะ ฮืออออT^T
    #1658
    1
    • #1658-1 (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      28 กรกฎาคม 2561 / 00:31
      มีเศร้าหรอกที่รัก แฮปปี้ๆ อิอิ
      #1658-1
  22. #1657 amporn12 (@amporn12) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 21:03
    เศร้า&#128557;&#128557;&#128557;&#128557;&#128557;
    #1657
    1
    • #1657-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      26 กรกฎาคม 2561 / 04:51
      เอาน่า อย่างน้อยทั้งสองคนก็บอกรักกันแล้วน้าา
      #1657-1
  23. #1656 Kurose_Shirotani (@ouytop1901) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 20:10

    มันก็จบHappyนะไรท์แต่ทำไมน้ำตาไหลอ่ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-10.png

    #1656
    1
    • #1656-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      26 กรกฎาคม 2561 / 04:51
      กอดปลอบเตงน้า ยื่นทิชชู่ให้เตงเช็ดน้ำตานะคะ
      #1656-1
  24. #1655 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 13:02
    นึกถึงs*x phone //โดนตบ
    #1655
    1
    • #1655-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      26 กรกฎาคม 2561 / 04:50
      55555 อย่าพึ่งคิดถึงเรื่องนั้นเลยเตง ไปลุ้นให้ 4 ปีนี้เพลิงกับพายได้คุยกันบ้างก่อนดีกว่า อิอิ
      #1655-1
  25. #1654 Noknoy2525 (@Noknoy2525) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 12:52
    ฮือออออเศร้าาาาโว้ยยย
    #1654
    1
    • #1654-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 60)
      26 กรกฎาคม 2561 / 04:49
      เศร้าทามมายที่ร้าก มันก็แฮปปี้อยู่น้า ห่างกันแค่ 4 ปีเอง อิอิ
      #1654-1