ซีรีส์ [H.E.A.R.T.] ❤ หัวใจ...รัก [END]

ตอนที่ 35 : ซ่อนรักครั้งที่ 5 นัดเดท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    9 ก.พ. 61






Part 5# Niza นัดเดท

แสงแดดแรงๆ ในช่วงสายๆ ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามากระทบเปลือกตา ผมที่กำลังนอนฝันหวานอยู่เลยรู้สึกตัวตื่นอย่างช่วยไม่ได้ แต่ความรู้สึกสบายและอบอุ่นที่กำลังโอบกอดผมเอาไว้เลยไม่ได้ทำให้ผมลืมตา ผมกะว่าจะนอนเล่นต่ออีกสักพัก เพราะหมอนข้างที่กำลังกอดอยู่มีขนาดพอดี ไม่นุ่มไม่แข็งเกินไปแถมยังมีขนาดใหญ่กอดแล้วอุ่นอีกต่างหาก

หืม...หมอนข้าง?

ที่ห้องผมมีหมอนข้างตั้งแต่เมื่อไหร่?

พอคิดได้แบบนั้นผมก็รีบลืมตาขึ้นมาทันที เท่านั้นแหละผมถึงได้เห็นว่าไอ้ที่กอดอยู่ไม่ใช่หมอนข้าง แต่เป็นคุณชายอย่างไอ้พฤกษ์ต่างหาก!

“ตื่นได้สักทีนะ นึกว่ามึงจะกอดกูไปจนค่ำซะแล้ว” ไอ้พฤกษ์พูดยิ้มๆ เป็นเชิงล้อ ส่วนผมก็ได้แต่เหวอและตัวแข็งทื่อทำอะไรแทบไม่ถูก

“มะ...มะ...มะ...มึงตื่นมาตั้งแต่ตอนไหน”

“จริงๆ กูตื่นตั้งแต่ 8 โมงแล้ว แต่พอจะลุกมึงก็ไม่ยอมกอดกูไว้แน่น กูเลยนอนต่อจนถึงประมาณ 20 นาทีที่แล้วนี่แหละ” ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่ามันนอนมองผมอยู่นิ่งๆ แบบนี้ตั้ง 20 นาทีเลยเรอะ!

“แล้วทำไมมึงไม่ยอมปลุกกู” ถึงแม้ใจจริงอยากจะโวยวาย แต่ผมก็ทำได้แค่ก้มหน้างุดแล้วพูดด้วยเสียงอ้อมแอ้มเท่านั้น เพราะสายตาของไอ้พฤกษ์ที่จ้องมองมามันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ แถมหัวใจก็เริ่มที่จะเต้นไม่เป็นจังหวะแล้วด้วย

“กูไม่ใช่คนโหดร้ายขนาดที่กล้าปลุกคนที่กำลังหลับสบายได้หรอกนะ ว่าแต่...ได้กอดกูแล้วรู้สึกดีขนาดนั้นเลยหรอ” ประโยคสุดท้ายของไอ้พฤกษ์ทำเอาผมรีบเงยหน้าขึ้นไปทันที จึงเห็นว่าตอนนี้มันกำลังยิ้มน้อยๆ ล้อเลียนผมอยู่

“กูต่างหากที่ต้องเป็นคนถามประโยคนี้ เพราะเมื่อคืนมึงต่างหากที่เป็นคนกอดกูไว้แน่นไม่ยอมปล่อย”

“สงสัยตอนนั้นกูคงคิดว่ามึงเป็นหมอนข้างล่ะมั้ง ว่าแต่มึงเถอะขึ้นมาทำอะไรบนเตียง อย่าบอกนะว่าแอบคิดอะไรกับกู?” ไอ้พฤกษ์หรี่ตาลง ส่วนผมก็ได้แต่ทำหน้าเหยเก

“ช่างกล้าพูด สมองกูปกติไม่ได้มีปัญหานะไอ้คุณชาย” พูดจบผมก็เบ้ปาก จากนั้นก็ว่าจะลงจากเตียงหนีไปให้ไกลจากไอ้คนหลงตัวเอง แต่ว่ามันก็กระชับวงแขนกอดเอวผมไว้แน่นไม่ยอมให้ไปไหน

“ถ้าอย่างนั้นแล้วมึงแอบย่องขึ้นมานอนบนเตียงทำไม” ถามเฉยๆ ได้มั้ย ทำไมต้องกอดกูซะแน่นแถมยังก้มหน้าลงมาใกล้กูด้วย!

“ก็พื้นมันแข็งซะขนาดนั้นจะให้กูนอนได้ยังไงกันเล่า!” พูดจบผมก็พยายามผลักที่อกแล้วก็แกะแขนของไอ้พฤกษ์ออก แต่ว่าผมก็สู้แรงของมันไม่ได้

“อืม...พื้นแข็งมันก็ฟังดูมีเหตุผล แต่ตรงนั้นของมึงที่แข็งอันนี้จะแก้ตัวว่ายังไง?” ไม่พูดเปล่าไอ้พฤกษ์ยังเลื่อนมือลงไปจับที่บั้นท้ายของผม จากนั้นก็ออกแรงดันให้เข้าไปหาตัวมัน จนตอนนี้ส่วนนั้นของเราสองคนกำลังดุนดันกัน และที่สำคัญ...ไอ้นั่นของผมกำลังแข็งอย่างที่ไอ้พฤกษ์พูดจริงๆ ด้วย!

“เชี่ย!” ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ จนเมื่อได้สติผมก็รีบรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีผลักไอ้พฤกษ์จนกระเด็นติดฝา จากนั้นก็รีบลงจากเตียงมาก่อนที่จะถูกคว้าตัวเอาไว้ได้

“เรื่องที่มันแข็งตอนเช้าทำไมกูต้องอธิบาย! มันก็เป็นปกติของผู้ชายไม่ใช่รึไงไอ้เหี้ยพฤกษ์!” ผมโวยวายหน้าแดงหูแดงด้วยความโมโหปนอับอาย ก่อนที่จะรีบคว้าผ้าเช็ดตัวแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปอย่างไว โดยมีเสียงหัวเราะ หึหึของไอ้พฤกษ์ดังหลอกหลอนอยู่ทางด้านหลัง

ให้ตายสิ เมื่อกี้ผมเกือบจะหัวใจวายตายอยู่แล้ว ตั้งแต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ผมไม่เคยใกล้ชิดใครจนไอ้นั่นกับไอ้นั่นแนบกันถึงขนาดนี้ จริงอยู่ว่ามันมีกางเกงขวางเอาไว้ แต่เนื้อผ้ามันบางจะตาย แล้วอย่างนี้มันจะต่างอะไรกับการสัมผัสโดนกันตรงๆ กันเล่า

วายร้าย...มึงมันวายร้ายในคราบคุณชายชัดๆ!

ผมขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างฮึดฮัดที่ประเมินไอ้พฤกษ์ต่ำไป แต่จะให้ทำไงได้ เรื่องนี้ผมผิดเองที่แอบปืนขึ้นไปนอนเตียงเดียวกันกับมัน ไม่สิ ต้องบอกผมผิดตั้งแต่งกเงิน 720 บาทต่างหาก ถ้าผมตัดใจเอาให้มันไปตั้งแต่แรก มันก็คงไม่มีทางได้แกล้งผมอย่างเมื่อกี้นี่หรอก

เฮ้อออออ เมื่อคืนก็ได้เงินมาตั้งเกือบ 4000 แท้ๆ ถึงแบ่งไอ้พฤกษ์ไปก็ยังเหลืออีกตั้ง 3000 กว่าบาท ไม่น่างกเงินที่ไม่ถึง 20 % เล้ยยยยย

แต่เอาเถอะ ถึงจะคร่ำครวญไปก็เท่านั้น ตอนนี้สิ่งที่ผมควรทำคือการอาบน้ำ ทำกับข้าว แล้วก็ออกไปทำงานพิเศษต่างหาก ถึงแม้ผมจะอยากเอาคืนที่ไอ้พฤกษ์มันแกล้งผม แต่เอาไว้ผมค่อยหาทางเอาคืนมันคราวหลังก็ได้ เรื่องทำงานเลี้ยงปากเลี้ยงท้องมันสำคัญกว่าการแก้แค้นเยอะ

หลังจากที่อาบน้ำเสร็จผมก็พันผ้าเช็ดตัวออกมา ผมรีบเดินไปใส่เสื้อผ้าเลยไม่ได้สังเกตถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังมองมา จนเมื่อผมแต่งตัวเรียบร้อยแล้วนั่นแหละ เจ้าของสายตาคู่นั้นถึงได้คว้าผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป โดยใช้เวลาไม่นานก็อาบน้ำเสร็จแล้วเดินออกมา แต่ก็สวมเสื้อผ้าชุดเดิมที่ใส่นอนเพราะซื้อมาแค่ชุดเดียว ก็นะ...เดี๋ยวก็กลับบ้านอยู่แล้ว แถมเมื่อคืนก็ใส่ชุดนั้นนอนแค่แป๊บเดียวเท่านั้นเอง

“มึงหิวรึยัง ถ้าหิวแล้วก็ไปกินได้เลย อาหารสุดพิเศษแสนอร่อยที่กูตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือ” ผมยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วหันหน้าไปทางโต๊ะญี่ปุ่นที่ผมเอาไปกางไว้กลางห้อง ส่วนตอนนี้ผมกำลังจัดกระเป๋าเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับทำงานพิเศษ

“นี่มึงกล้าใช้คำว่า อาหารสุดพิเศษแสนอร่อยที่ตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือกับมาม่าคัพที่แค่เปิดฝาแล้วก็เทน้ำร้อนใส่เนี่ยนะ?” ไอ้พฤกษ์ยืนกอดอกแล้วมองผมนิ่งๆ

“ถ้ามึงมีปัญหาก็ไม่ต้องกิน เดี๋ยวกูจะกินมันทั้ง 2 ถ้วยเอง” พูดจบผมก็แบกกระเป๋าที่เก็บเสร็จเรียบร้อยแล้วไปนั่งที่โต๊ะ จากนั้นก็ยื่นมือไปจับถ้วยมาม่าส่วนของไอ้พฤกษ์แล้วลากเข้ามาหาตัวเอง

“จริงอยู่ที่กูมีปัญหา แต่กูก็ไม่ได้บอกสักหน่อยว่ากูจะไม่กิน” ไอ้พฤกษ์นั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามผม ก่อนจะยื่นมือมาเอาถ้วยมาม่าคืนไป

ผมสังเกตเห็นว่าตอนที่เปิดฝาออกท่าทางของมันคาดหวังให้มีอะไรนอกจากเส้น แต่นั่นมันก็แค่ความหวังลมๆ แล้งๆ มันแกล้งกวนประสาทผมแต่เช้าผมคงจะใส่นู่นนั่นนี่เข้าไปให้มันหรอก แค่ใส่น้ำร้อนเข้าไปให้ก็บุญขนาดไหนแล้ว

“จริงสิ กูยังไม่ได้ถามเลยว่ามึงทำงานพิเศษเกี่ยวกับอะไร” ไอ้พฤกษ์ถามในระหว่างที่กำลังฉีกซองเครื่องปรุงเทลงในมาม่า

“สอนพิเศษเด็กม.6 เตรียมแอดฯ”

“หืม? เป็นงานที่ดีเลยนี่” ไอ้พฤกษ์เลิกคิ้วด้วยท่าทางแปลกใจ

“อะไรของมึง ทำหน้าอย่างกับเห็นมิจฉาชีพทำงานสุจริต”

“มึงพูดเองนะ” ไอ้พฤกษ์พูดยิ้มๆ ผมเลยแยกเขี้ยวใส่แล้วยกส้อมขึ้นทำท่าจะจิ้มไปที่มัน มันเลยยกมือขึ้นทั้งสองข้างเพื่อแสดงออกว่ายอมแพ้

“อย่าโหดนักสิ ความจริงกูก็ไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้นสักหน่อย แต่กูแค่แปลกใจเฉยๆ เพราะคิดว่ามึงน่าจะทำพวกพาร์ทไทม์”

“เฮอะ! งานพวกนั้นแม่งเหนื่อยจะตายห่า ค่าจ้างก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ให้เงินหลักพันแต่ใช้งานหลักแสนแม่งโคตรไม่คุ้ม สู้เอาเวลาไปรับจ็อบนู่นนั่นนี่ดีกว่าเยอะ”

งานพวกนั้นผมผ่านมาหมดแล้ว ทั้งร้านฟาสต์ฟู้ด ร้านสะดวกซื้อ หรือว่าร้านอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ในห้างและศูนย์การค้า ตอนนั้นที่ผมตัดสินใจทำเพราะไม่มีทางเลือก แต่ในเมื่อมีหนทางอื่นที่ได้เงินมากกว่าแถมยังไม่เหนื่อยเท่า ทำไมผมต้องไปทำงานพวกนั้นด้วยล่ะ

“แล้วงานสอนพิเศษมึงได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่”

“หวังว่าที่ถามนี่มึงคงจะกะไม่มาแย่งงานกูหรอกนะ” ผมมองไอ้พฤกษ์อย่างไม่ไว้ใจ ขืนมันหมั่นไส้ผมจนอยากทำแบบนั้นจริงๆ มีหวังผมได้ตกงานแหง

“มึงนี่ก็คิดในแง่ร้ายกับกูจังนะ ที่กูถามก็เพราะอยากรู้ค่าตอบแทนเฉยๆ เผื่อบางทีกูอาจจะมีงานอะไรให้มึงทำ”

“ถ้างั้นก็แล้วไป ส่วนค่าสอนกูได้ชั่วโมงละ 200 กูสอน 2 คนเลยได้ชั่วโมงละ 400 สอนทุกเสาร์ – อาทิตย์ตั้งแต่บ่ายโมงถึง 4 โมงเย็น”

“แสดงว่าอย่างน้อยมึงก็จะได้ค่าสอนเดือนละ 9600 ยิ่งถ้าเดือนไหนมี 5 สัปดาห์มึงก็จะได้ 12000 นี่ยังไม่รวมกับเงินที่มึงหาได้ยิบย่อยรายวันอีก เดือนนึงมึงคงได้ไม่ต่ำกว่า 20000 สินะ หาเงินเก่งเหมือนกันนี่นา” สายตาของไอ้พฤกษ์ดูชื่นชมผมหน่อยๆ แปลกคน ปกติมีแต่คนมองว่าผมหน้าเงินกันทั้งนั้น

 “เอาจริงๆ กูไม่เคยได้เงินเดือนละมากขนาดนั้นหรอก เงินที่นอกเหนือจากสอนพิเศษใช่ว่ากูจะได้ทุกวัน มีพักหลังตั้งแต่ที่รู้จักมึงกูถึงได้เงินเยอะหน่อย”

“จะบอกว่ากูเป็นสายเปย์?” ไอ้พฤกษ์อมยิ้มอย่างมั่นหน้า

“เปล่า กูหมายความว่ามึงเป็นตัวเงินตัวทอง” ผมพูดหน้าตาย เท่านั้นแหละไอ้พฤกษ์ก็ถึงกับเงิบจนพูดไม่ออก สีหน้าและท่าทางแบบนั้นของมันตลกมากจนผมถึงกับหลุดขำออกมา

“มีอะไรน่าหัวเราะรึไง” ไอ้พฤกษ์พยายามเก๊กหน้านิ่ง แต่ผมก็ดูออกแหละว่าตอนนี้มันกำลังเสียหน้าสุดๆ

“เปล๊า ไม่มีอะไร รีบกินมาม่าได้แล้วเดี๋ยวมันก็อืดหมดหรอก” ผมพูดทั้งที่ยังคงขำอยู่ ไอ้พฤกษ์ที่ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืเพราะจะยิ่งเข้าตัวเลยลงมือกินมาม่าไปเงียบๆ จนกระทั่งหมดถ้วยนั่นแหละมันถึงได้พูดออกมาอีกครั้ง

“กูขอถามได้มั้ยว่าทำไมมึงต้องหาเงินให้ได้มากขนาดนี้ ที่บ้านไม่ได้ส่งเงินให้ใช้หรอ”

“ก็กูเหลือตัวคนเดียวจะให้ใครมาส่งล่ะ ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าเทอม กูต้องจ่ายเองทั้งหมด” พอผมพูดแบบนี้สีหน้าของไอ้พฤกษ์ที่พอจะเดาอะไรได้ก็ถึงกับนิ่งและสลดลงไปเลย

“ไม่เอาน่ามึงอย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เรื่องมันผ่านมาตั้งเป็นชาติกูไม่เศร้าแล้วล่ะ” ผมยิ้มออกมาได้โดยไม่ต้องฝืน จริงอยู่ว่าผมยังคิดถึงพ่อกับแม่ทุกวัน แต่ผมก็ทำใจได้ไม่ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนช่วงแรกๆ แล้ว

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ยังไงกูก็เสียใจด้วยนะ”

“อืม” ผมพยักหน้าลง จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินเศษมาม่าที่ยังเหลืออยู่ก้นถ้วย

อันที่จริงผมอิ่มและตั้งใจจะทิ้งอยู่แล้ว แต่จู่ๆ ผมก็เกิดอาการทำตัวไม่ถูกขึ้นมา ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะสีหน้าและคำพูดของไอ้พฤกษ์ที่เปลี่ยนไป เหมือนว่ามันมองผมเป็นคนใหม่ ทำไมถึงไม่กวนประสาทหรือหาเรื่องแกล้งผมเหมือนเดิมก็ไม่รู้ เป็นแบบนั้นยังเข้าหน้ากันง่ายมากกว่าอีก

“เย็นนี้มึงว่างมั้ย”

“หืม?” ผมเงยหน้าขึ้นแล้วทำหน้างง เพราะจู่ๆ ไอ้พฤกษ์ก็พูดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“หลังจากสอนพิเศษเสร็จไปกินข้าวกัน เดี๋ยวกูเป็นเจ้ามือเอง”

“พูดจริง?” ผมหรี่ตามองไอ้พฤกษ์อย่างไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่ อารมณ์ไหนเนี่ยถึงได้อยากเลี้ยงข้าวผม

“อืม แล้วก็ไม่ใช่แค่วันนี้ แต่หลังจากนี้ทุกๆ เย็นเดี๋ยวกูเลี้ยงเอง...ไปกินข้าวด้วยกันนะ” ไอ้พฤกษ์พูดจบก็ยิ้มออกมา แถมยังส่งสายตาอันอบอุ่นมองมาอีกต่างหาก ทำเอาผมเริ่มรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว ส่วนหัวใจก็เริ่มที่จะเต้นไม่เป็นจังหวะ

“ก็...ก็ได้กูไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่มึงอย่าคืนคำแล้วกัน ไม่งั้นกูจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรหลอกหลอนมึงไปทั้งชาติเลย” ผมทำเป็นขู่เพื่อกลบเกลื่อนอาการ จากนั้นก็รีบลุกขึ้นแล้วหยิบมาม่าทั้งสองถ้วยไปทิ้งที่ถังขยะ เพราะบรรยากาศที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนไปทำเอาผมแทบทำอะไรไม่ถูกอยู่แล้ว

บ้าจริง นี่ผมกำลังเขินอยู่ใช่มั้ยเนี่ย!

“จริงสิ มึงต้องไปสอนพิเศษแถวไหน เดี๋ยวกูจะแวะไปส่ง” ไอ้พฤกษ์ถามพร้อมกับลุกขึ้นเก็บโต๊ะญี่ปุ่นไปไว้ที่เดิม ก็ดีที่มันไม่รู้ว่าผมเขินเลยเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น

“แถวลาดพร้าว”

“ดีเลย ไม่ไกลจากบ้านกูเท่าไหร่”

“งั้นมึงไปเก็บของเถอะ กูว่าจะออกไปแล้ว” ความจริงผมจะออกไปช้ากว่านี้สัก 20 นาทีก็ได้ แต่ที่ผมรีบออกไปก็เพราะรู้สึกทำตัวไม่ถูกนี่แหละ

“ไปตอนนี้เลยก็ได้ ของที่กูซื้อเมื่อคืนก็เอาไว้ที่นี่แหละ” คำพูดของไอ้พฤกษ์ทำเอาผมถึงกับขมวดคิ้วด้วยความงุนงง

“เพื่อ? กูกับมึงใช้คนละยี่ห้อ มึงเอาไว้ที่นี่กูก็ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว”

“กูก็ไม่ได้บอกว่าเอาไว้ให้มึงใช้สักหน่อย” ไอ้พฤกษ์ตอบหน้าตาย นี่มันตั้งใจจะกวนตีนผมใช่มั้ยเนี่ย

“แล้วมึงจะเอาไว้ที่นี่ทำมะเขืออะไร” ผมกอดอกมองมัน ตอนนี้ผมชักจะไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่แล้ว แต่พอได้ยินคำตอบเท่านั้นแหละ จากที่ไม่สบอารมณ์ก็เปลี่ยนเป็นความงุนงงทันที

“ก็เผื่อวันไหนกูกลับบ้านไม่ได้เลยต้องนอนค้างที่นี่อีกน่ะสิ”

“หา?

“ไม่ต้องมาหาเลย อย่างวันนี้มึงก็หลอกกูให้ออกมาจากบ้าน แล้วก็มัดมือชกให้กูนอนค้างที่นี่ไม่ใช่รึไง” พอโดนไอ้พฤกษ์ย้อนความจริงมาแบบนี้แล้วผมจะไปเถียงอะไรได้ล่ะ

“ถ้างั้นก็ตามใจ จะเอาของไว้ที่นี่ก็แล้วแต่มึง” อนาคตมันก็ไม่แน่นอน ถึงผมจะไม่ค่อยอยากให้ไอ้วายร้ายในคราบคุณชายอย่างไอ้พฤกษ์มานอนที่นี่กับผมเท่าไหร่ แต่บางทีอาจจะมีเรื่องอะไรที่ให้ผมต้องตามมันมาก็ได้ใครจะไปรู้

“ถ้างั้นไหนๆ ก็ไหนๆ กูเอาเสื้อผ้าชุดเมื่อคืนไว้ที่นี่แล้วฝากมึงซักด้วยแล้วกัน” แม่งได้คืบจะเอาศอกนะไอ้คุณชาย แต่ผมขี้เกียจจะพูดกับมันแล้ว อยากทำอะไรก็เอาที่สบายใจเลยแล้วกัน

“เออ เดี๋ยวกูเอาไปซักให้”

“ขอบใจ เดี๋ยวกูเอาเงินให้แป๊บนึง” แล้วไอ้พฤกษ์ก็หยิบกระเป๋าตังออกมา ผมไม่รู้หรอกว่ามันจะให้ผมเท่าไหร่ แต่ผมก็เอามือไปจับมือของมันไว้ก่อน

“ไม่ต้องหรอกมึง ยังไงวันนี้มึงก็ต้องไปส่งกูอยู่แล้ว” การที่ผมซักเสื้อผ้าให้ยังไม่คุ้มค่าน้ำมันเลยด้วยซ้ำ

“งั้นเดี๋ยวเย็นนี้กูเลี้ยงข้าวมึงเต็มที่เลยแล้วกัน” ไอ้พฤกษ์ยิ้มออกมา ไอ้นี่ท่าทางจะบ้า ได้เสียเงินแล้วยิ้มอย่างมีความสุข

“เออ กูจะถล่มให้ยับเลยคอยดู” พอได้ยินแบบนี้ไอ้พฤกษ์ก็หัวเราะออกมา ก่อนที่เราสองคนจะเดินออกจากห้องไปขึ้นรถ แล้วมุ่งตรงไปยังบ้านของเด็กที่ผมต้องสอนพิเศษ

ระหว่างทางที่อยู่บนรถด้วยกันเกือบชั่วโมงผมก็ชวนไอ้พฤกษ์คุยไปเรื่อย ผมรู้ว่ามันเป็นคนไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ ถ้าหากผมเงียบไปอีกคนบรรยากาศได้ชวนอึดอัดแน่ๆ

ผมชวนไอ้พฤกษ์คุยหลายเรื่อง ตอนแรกก็แค่เพื่อไม่ให้รถเงียบเท่านั้น แต่ไปๆ มาๆ กลับทำให้ผมได้รู้จักมันมากขึ้น ซึ่งนั่นก็ทำให้มุมมองความคิดที่ผมมีต่อมันเปลี่ยนไป ความจริงแล้วมันไม่ใช่คุณชายที่เกิดมาบนกองเงินกองทองอย่างที่ผมคิดเลย

ช่วงวัยเด็กของไอ้พฤกษ์ลำบากกว่าทั้งชีวิตของผมอีกมั้ง แถมมันยังไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากพ่อและแม่อีกต่างหาก มันกับพี่น้องรวมทั้งหมด 5 คนเกิดจากความผิดพลาด แม่ไม่ต้องการมันเพราะกระทบกับงานเลยเอามาทิ้งไว้กับยาย ถึงจะส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือนแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร แถมยายก็แก่มากแล้วคนที่ดูแลทุกคนเลยเป็นพี่ชายคนโตที่ยังคงเรียนอยู่

               การที่ได้เห็นพี่ชายทำหน้าที่ทุกอย่างเลยทำให้มันรู้สึกว่าจะเป็นภาระไม่ได้ ดังนั้นมันเลยตั้งใจเรียนและประพฤติตัวให้อยู่ในกรอบทุกอย่าง ถึงแม้หลังจากนั้นหลายปีจะลืมตาอ้าปากได้จากเงินประกันหลังแม่ตาย แต่มันก็ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรเพราะไม่ใช่เรื่องเสียหาย แล้วมันก็ไม่ได้รู้สึกว่าฝืนที่ต้องทำแบบนี้ด้วย

“พอได้รู้แบบนี้กูก็ชักรู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้ที่เคยไม่ชอบมึง คือกูคิดว่าโลกแม่งโคตรไม่ยุติธรรม เลยหมั่นไส้คุณหนูคุณชายแบบมึงที่ชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่กูต้องพยายามแทบตายยังไม่มีอะไรสู้มึงได้เลย” คนที่คิดแบบนี้ไม่ได้มีแค่ผมคนเดียว แต่ผู้ชายเกือบครึ่งมหาลัยก็คิดแบบนี้ด้วยกันทั้งนั้น ใครอยากให้วันๆ มันมีแต่สาวๆ สวยๆ รุมล้อมกันล่ะ ความอิจฉามันก็เลยพุ่งปรี๊ดน่ะสิ

“กูก็เคยไม่ชอบมึงเหมือนกัน แต่พอได้มารู้จักมึงจริงๆ กูก็ไม่ได้คิดแบบนั้นแล้ว ว่าแต่มึงเถอะ ที่ตอนแรกบอกว่าไม่ชอบกู แล้วตอนนี้ล่ะ...ชอบกูรึเปล่า?” ในจังหวะที่ถามรถกำลังจอดไฟแดงอยู่พอดี เพราะงั้นไอ้พฤกษ์เลยหันหน้ามาทางนี้แล้วมองมาข้างในดวงตาของผม

“อะ...เอ่อ...” จู่ๆ ผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนติดอ่าง ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าแค่คำถามง่ายๆ ทำไมมันถึงได้ตอบยากนัก

“ว่ายังไง ชอบหรือไม่ชอบ?” ไอ้พฤกษ์โน้มตัวเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น สายตาที่จ้องมองมาราวกับจะอ่านผมเข้าไปข้างในถึงจิตใจ ผมที่โดนเร่งเอาคำตอบมากๆ เข้าเลยไม่รู้จะว่ายังไง เลยต้องหาทางตอบให้พ้นตัวไปก่อน

“แล้วมึงล่ะ เมื่อกี้บอกว่าเคยไม่ชอบกู แต่ไม่เห็นบอกเลยว่าตอนนี้มึงคิดยังไง” พอโดนผมถามแบบนี้ไอ้พฤกษ์ก็นิ่งไป ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมคำถามนี้มันถึงได้ตอบยากนักก็ไม่รู้ ทั้งมันทั้งผมต่างก็อึกอักด้วยกันทั้งนั้น

“กูก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน บางทีกูอาจจะ...”

ปี๊นนนนนนน ปี๊นนนนนนนน

แต่ยังไม่ทันที่ไอ้พฤกษ์จะพูดจนจบประโยคเสียงบีบแตรของรถคันหลังก็ดังขึ้น นั่นแหละเราสองคนถึงได้เห็นว่าตอนนี้ไฟสัญญาณจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวแล้ว ไอ้พฤกษ์เลยหันหน้ามองตรงแล้วรีบขับรถออกไป ไม่อย่างนั้นรถคันหลังได้ลงมาด่าพ่อเราสองคนแน่ๆ

“เดี๋ยวมึงเลี้ยวซ้ายแยกหน้า แล้วก็เลี้ยวซ้ายในซอยที่ 3 อีกที” ผมบอกทางไอ้พฤกษ์ซึ่งมันก็พยักหน้า จากนั้นไม่นานรถก็มาจอดอยู่ที่หน้าบ้านเด็กที่ผมต้องสอนพิเศษ

“ขอบใจนะ กูไปล่ะ” พูดจบผมก็จะเปิดประตูลงจากรถ แต่ไอ้พฤกษ์ก็ยื่นมือมาคว้าที่แขนของผมเอาไว้ก่อน

“เดี๋ยวสิ ตอนเย็นให้กูมารับมั้ย”

“ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวกูไปเอง ว่าแต่มึงจะให้กูไปเจอที่ไหน”

“อเวนิวมั้ยล่ะใกล้ดี”

“โอเค ประมาณ 4 โมงครึ่งเจอกัน งั้นกูไปล่ะ” ผมโบกมือลาไอ้พฤกษ์ จากนั้นก็เปิดประตูลงจากรถแล้วกดกริ่งหน้าบ้าน จนกระทั่งแม่ของเด็กออกมาเปิดประตูให้แล้วเดินนำผมเข้าไปในบ้าน นั่นแหละไอ้พฤกษ์ถึงวางใจแล้วค่อยขับรถออกไปในที่สุด

“ใครมาส่งอะพี่นิ” แนน เด็กที่ผมสอนพิเศษถามขึ้นหลังจากที่ผมเดินขึ้นไปบนห้อง ท่าทางจะมองลงมาจากระเบียงในห้องที่อยู่ชั้นสอง คนอื่นๆ นอกจากเพื่อนจะเรียกผมว่า นิ กันทุกคน

“เพื่อนมาส่ง แล้วนี่แนนอยู่คนเดียวหรอ ภูมิไปไหนซะล่ะ” ผมมองซ้ายมองขวาหาภูมิ เด็กอีกคนที่ผมสอนพิเศษไปพร้อมกับแนน สองคนนี้เป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันและอยู่ในหมู่บ้านนี้เหมือนกันด้วย

“วันนี้ภูมิไม่มาหรอกพี่นิ”

“อ้าวทำไมล่ะ”

“ก็...วันก่อนแนนบอกชอบภูมิ แต่ภูมิบอกว่ายังไม่อยากคิดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องแอดฯ แล้วหลังจากนั้นภูมิก็หลบหน้าแนนมาตลอด” แนนพูดจบก็ถอนหายใจด้วยใบหน้าเซ็งๆ

“เอาน่าอย่าเสียใจไปเลย ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลกสักหน่อย” ไอ้ผมก็ไม่เคยอกหักซะด้วย เลยคิดคำปลอบใจที่ดีที่สุดได้เท่านี้แหละ

“แต่ผู้ชายแบบภูมิมีคนเดียวนะพี่นิ แล้วแนนก็ไม่ได้เสียใจด้วย แต่เซ็งแล้วก็เบื่อผู้ชายโง่เง่าที่ไม่รู้ใจตัวเองต่างหาก”

“หืม? แนนคิดว่าภูมิชอบแนนว่างั้น?

“ไม่ใช่แค่คิดแต่ว่ามั่นใจเลยล่ะ ต้องทำยังไงนะไอ้ซื่อบื้อนั่นถึงจะรู้ใจตัวเองสักที...จริงสิแนนนึกออกแล้ว! พี่นิช่วยแกล้งเป็นแฟนแนนให้ภูมิหึงได้มั้ย!

“หา? เรื่องแบบนั้นพี่ไม่เอาด้วยหรอก ลองไปให้คนอื่นช่วยดูนะแนน” ทุกวันนี้ชีวิตของผมก็วุ่นวายจะตายห่า แล้วอย่างนี้ผมจะไปหาเรื่องเสี่ยงตีนอีกทำไม ยิ่งแนนดูมั่นใจนักหนาว่าภูมิชอบตัวเองด้วยอีก พิษรักแรงหึงมันน่ากลัวจะตาย

“แต่แนนไม่ได้จะให้พี่นิช่วยฟรีๆ สักหน่อย”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่ถ้าจะให้รับเงินค่าจ้างจากลูกศิษย์ตัวเองพี่ว่ามัน...”

“แนนให้พี่นิพันนึง”

“โอเคงั้นจัดไป” ผมยิ้มหวานแล้วรีบตอบรับไปโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ก็เงินพันนึงผมอยู่ได้เป็นอาทิตย์เลยนี่นา อีกอย่างภูมิก็ดูเป็นเด็กเนิร์ดๆ คงไม่โมโหหึงถึงขนาดใช้กำลังกับผมหรอก...มั้ง

“พอเป็นเรื่องเงินนี่ว่าง่ายเลยนะพี่นิ” แนนอมยิ้มแล้วยื่นแบงค์พันมาให้ผม

“ก็ถ้าพี่สังเคราะห์แสงแทนอาหารได้ก็คงไม่ต้องดิ้นรนหาเงินขนาดนี้หรอก ว่าแต่แนนจะให้พี่ทำอะไรบ้าง” ไหนๆ ก็ไหนๆ วันนี้ไม่ต้องสงต้องสอนมันแล้ว ถึงสอนไปแนนก็คงจดจ่ออยู่กับแผนที่จะทำให้ภูมิหึงอยู่ดี เพราะงั้นเรื่องที่จะสอนวันนี้ผมยกยอดไปเป็นพรุ่งนี้ก็แล้วกัน แน่นอนว่าค่าจ้างของวันนี้ผมก็ต้องไม่เอาอยู่แล้ว

หลังจากนั้นผมกับแนนก็ปรึกษากันเรื่องแผนการยาวไปเป็นชั่วโมง ซึ่งบางแผนมันก็น่ารักดี แต่บางแผนนี่ผมก็เสี่ยงโดนตีนมากๆ ดีนะที่พอคัดค้านแล้วแนนยังพอฟังบ้าง แต่บางเรื่องก็ยืนยันที่จะทำจนผมต้องยอมอย่างช่วยไม่ได้

สรุปแล้วตามแผนคือแนนจะให้เพื่อนที่นัดกันเรียบร้อย ทำเป็นบังเอิญเห็นเราสองคนอยู่ด้วยกันอย่างกระหนุงกระหนิงแล้วถ่ายรูปส่งไลน์ไปให้ภูมิ แผนการง่ายๆ แต่ก็เรียกตีนได้ง่ายเช่นกัน ขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองผมด้วยเทอญ...

“พี่นิไปรอหน้าห้องนะเดี๋ยวแนนเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บนึง”

“โอเค” พูดจบผมก็สะพายกระเป๋าแล้วเดินออกไปรอนอกห้อง ก่อนที่สักพักแนนที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นแนวเซ็กซี่เล็กๆ เปิดนิดปิดหน่อยจะเดินออกมานอกห้อง แต่ก่อนออกบ้านก็ต้องสวมเสื้อกันหนาวทับไว้ไม่งั้นเดี๋ยวจะถูกแม่ดุ

“พร้อมยังพี่นิ”

“พร้อมตั้งแต่ได้แบงค์เทาๆ แล้ว” พอได้ยินแบบนี้แนนก็หัวเราะออกมา ก่อนที่จะเดินนำผมลงไปข้างล่างเพื่อขอแม่ออกไปข้างนอก ซึ่งท่านก็อนุญาตแต่กำชับว่าอย่ากลับดึกก็พอ

“เออใช่ แล้วเราจะไปที่ไหนกัน” ผมถามในขณะที่กำลังรอรถแท็กซี่ที่หน้าบ้านแนน

“อเวนิวใกล้ๆ นี่แหละพี่นิ พอภูมิเห็นรูปแล้วจะได้รีบออกมาหาเร็วๆ” แนนอมยิ้มเขินๆ พลางบิดไปมาด้วยท่าทางดี๊ด๊า แต่ผมนี่สิกลับตาเหลือกเพราะดันลืมเรื่องสำคัญ...

เย็นนี้ผมมีนัดกับไอ้พฤกษ์กินข้าวนี่หว่า!

“แนน! แผนเราเอาไว้ทำพรุ่งนี้ได้มั้ย! พี่ลืมไปว่าเย็นนี้พี่มีนัดแล้ว!

“ไม่รู้แหละ พี่นิรับเงินไปแล้วแนนไม่ยอมให้เลื่อนหรอกนะ”

“งั้นแนนเอาเงินคืนไป เย็นนี้พี่ไปด้วยไม่ได้จริงๆ” พูดจบผมก็เอาเงินคืนแนน ถึงจะเสียดายจนน้ำตาแทบไหลก็เถอะ แต่ผมไม่อยากผิดคำพูดที่ให้ไว้กับไอ้พฤกษ์นี่นา

“ง่ะ ได้ไงล่ะพี่นิ แนนนัดเพื่อนกับเตี๊ยมแผนการทุกอย่างเอาไว้แล้วนะ” แนนยัดเงินคืนใส่กระเป๋าเสื้อของผม

“โธ่...แต่พี่มีนัดแล้วจริงๆ แนนหาคนอื่นมาช่วยเล่นละครแทนพี่ไม่ได้หรอ”

“กระชั้นชิดแบบนี้แนนจะไปหาทันได้ยังไงกันเล่า...เอางี้มั้ยพี่นิ พี่ไม่ต้องยกเลิกนัดก็ได้ แต่เลื่อนเวลาออกไปสัก 2 ชั่วโมง...ไม่สิ แค่ชั่วโมงเดียวก็ได้ นะๆๆๆ ช่วยแนนหน่อยนะพี่นิ น้าาาาา” แล้วแนนก็กอดแขนผมพร้อมกับช้อนตาปริบๆ ขึ้นมามอง ไอ้ผมที่เป็นคนแพ้ลูกอ้อนอยู่แล้วเลยใจอ่อนอย่างช่วยไม่ได้

“โอเคๆ เดี๋ยวพี่จะเลื่อนนัดเพื่อนก็แล้วกัน” ตอนนี้พึ่งบ่าย 3 ครึ่ง ผมกับไอ้พฤกษ์นัดกันในอีก 1 ชั่วโมง บ้านมันก็อยู่ใกล้ๆ เพราะงั้นผมว่ามันคงยังไม่ออกมาหรอกมั้ง

“เย้ๆๆ พี่นิใจดีที่สุดเลย” แนนกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ จากนั้นก็หันไปโบกแท็กซี่ที่ขับผ่านมาพอดี ในขณะที่ผมก็ต่อสายโทรหาไอ้พฤกษ์ แต่มันก็ไม่รับสายผมเลยไลน์ไปบอกว่าติดธุระสำคัญ ขอเลื่อนนัดเป็นตอน 5 โมงครึ่งแทน

พอไปถึงที่อเวนิวผมกับแนนก็นัดแนะกับเพื่อนที่ไปถึงก่อนแล้วทำตามแผนทันที แนนควงผมไปตรงนั้นตรงนี้อย่างสนุกสนาน ส่วนผมก็ยิ้มด้วยท่าทางร่าเริงเพราะไม่มีเรื่องที่ต้องกังวล แถมยังมีโอบเอว กอดไหล่ ป้อนขนม เช็ดปาก รวมทั้งอื่นๆ อีกมากมายหลายอย่าง พูดเลยว่าถ้าทำขนาดนี้แล้วภูมิยังไม่หึงก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว...ก็ถ้าภูมิชอบแนนจริงๆ ล่ะนะ

“เป็นไงบ้าง ภูมิได้ส่งอะไรตอบกลับมามั้ย” ผมถามแนนหลังจากเดินวนอเวนิวมาร่วมชั่วโมง ก่อนที่เราสองคนจะมาหยุดนั่งพักกันที่ร้านไอติม โดยนั่งที่โซฟาตัวเดียวกัน

“หน้าแนนเป็นแบบนี้พี่นิคิดว่าภูมิจะตอบอะไรกลับมาอีกมั้ยล่ะ” แนนทำหน้าหมดอาลัยตายอยาก เพราะหลังจากที่เพื่อนแนนส่งรูปไปให้ภูมิก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ไม่หึง ไม่เกรี้ยวกราด และไม่ซักถามอะไรทั้งนั้น เรียกได้ว่าตรงข้ามกับที่แนนมโนเอาไว้อย่างสุดขั้วเลยล่ะ

“เอาน่าอย่าเศร้าไปเลย แนนอายุแค่นี้ยังมีโอกาสเจอคนดีๆ อีกเยอะ” ผมลูบศีรษะเล็กๆ เพื่อปลอบใจ

“แนนไม่สวย ไม่น่ารัก ไม่มีเสน่ห์หรอพี่นิ” แนนพูดอย่างเศร้าๆ แล้วเอียงศีรษะมาซบที่ไหล่ของผม

“ใครว่าล่ะ แนนทั้งสวย ทั้งน่ารัก แล้วก็มีเสน่ห์มากๆ ต่างหาก แต่การที่จะชอบหรือรักใครสักคนมันไม่ได้มองกันแค่ตรงนั้นหรอกนะ หรือแนนจะบอกว่าชอบภูมิตรงที่หน้าตา?

“เด็กเนิร์ดใส่แว่นหนาแบบนั้นพี่นิก็ช่างกล้าถาม แนนชอบภูมิตรงที่นิสัยต่างหากเล่า”

“นั่นไงล่ะ เพราะงั้นก็ไม่ต้องนอยด์เรื่องหน้าตาหรอกนะแนน แล้วก็ไม่ต้องนอยด์เรื่องนิสัยหรือว่าอย่างอื่นของตัวเองด้วย บางทีคนไม่ใช่มันก็ไม่ใช่ล่ะนะ อย่าคิดมากแล้วก็อย่าเศร้าไปเลย ร่าเริงแล้วก็ยิ้มเข้าไว้น้องสาวคนสวยของพี่” พูดจบผมก็ขยี้ที่ศีรษะของแนนเบาๆ แนนที่กลัวผมจะยุ่งเลยบ่นอุบแล้วลุกขึ้นมาจัดทรงผม แต่ในที่สุดก็ยิ้มออกมาจนได้

“แนนขอบคุณมากๆ เลยนะพี่นิ ขอน้องสาวคนนี้กอดพี่ชายอีกทีได้มั้ย”

“ด้วยความเต็มใจเลยล่ะสาวน้อย” ผมอ้าแขนออก แนนเลยโผเข้าสู่อ้อมกอดของผม

เราสองคนกอดกันกลมราวกับเป็นพี่น้องกันจริงๆ ผมที่ไม่เคยมีพี่น้องและตอนนี้เหลือตัวคนเดียวเลยรู้สึกมีความสุขมาก แต่แล้วเมื่อผมมองออกไปนอกกระจกความสุขก็ถึงกับชะงักลง เพราะว่าผมเห็นไอ้พฤกษ์กำลังมองตรงมาทางนี้!

“อ๊ะ!” ทันทีที่สบตากันผมก็อุทานออกมา แม้จะรู้ว่าระยะห่างขนาดนี้แถมยังมีกระจกกั้นเสียงของผมคงส่งไปไม่ถึง แต่ผมก็อยากอธิบายเพราะไม่อยากให้ไอ้พฤกษ์เข้าใจผิด ทั้งที่เป็นอย่างนั้นมันกลับฝืนยิ้มออกมาบางๆ ราวกับว่าเข้าใจทุกอย่างและไม่อยากรบกวน จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไปเลย...

2BC

สวัสดีค่ะทุกคน Avert หัวใจซ่อนรักตอนที่ 5 ก็จบลงไปแล้วน้า ตอนนี้มีหลายฉากที่น่าจะทำให้ทุกคนยิ้มได้ ระหว่างพฤกษ์กับซ่าแต่ละคนชอบใครมากกว่ากันน้อ? ไหนใครชอบฉากไหนมาเม้ามอยกันเนอะ  
ส่วนพารากราฟสุดท้าย...มาลุ้นกันค่ะว่าจบอย่างนี้แล้วตอนหน้าจะเป็นยังไง นี่พฤกษ์จะคิดว่าตัวเองอกหักซ้ำสองรึเปล่านะ เรื่องนี้จะเปลี่ยนจากสายฮาเป็นสายเศร้า สายหวาน สายซึ้ง สายมุ้งมิ้ง หรือจะเป็นสายเดิม ยังไงก็มาลุ้นและเอาใจช่วยพฤกษ์กับซ่าด้วยน้า แล้วเจอกันตอนหน้าประมาณวันอาทิตย์นะคะทุกคน 
ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์มากๆเลยค่า 
(8 ก.พ. 61)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

2,129 ความคิดเห็น

  1. #1915 Shipnielong (@Shipnielong) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 20:53
    ซวยแล้วไง
    #1915
    0
  2. #1244 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 10:23
    พี่พฤกษ์ฟังน้องก่อนนนน
    #1244
    0
  3. #841 fahpsk (@fahpsk) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:31
    ง่า.... พฤกษ์ อย่าเพิ่งปายยยยย ;_;
    #841
    1
  4. #840 PopzA (@popzalimited) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:19
    ง่าาาาาา พฤกษ์อ่ารอฟังซ่าก่อนนะ
    #840
    1
  5. #839 Haikyuu!! (@prashya34) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:54
    เวลาพฤกษ์ทอดสะพานไปหาซ่าก้อน่ารักดีนะ
    #839
    1
  6. #838 Namrk... (@R_T_K_07) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:10
    ซวยเพราะเงิน5555
    #838
    1
  7. #837 Kurose_Shirotani (@ouytop1901) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:07
    สะเทือนตับไต พฤกษ์อย่าใจน้อยดิ
    #837
    1
  8. #834 sakunsakun (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:24
    เห็นแก่เงินจนได้เรื่องเลยซ่าเอ๊ยยยย รีบๆตามไปง้อผู้เดี๋ยวนี้นะ ก่อนที่จะเข้าใจผิดไปไกลกว่าเดิม
    #834
    1
  9. #833 หางสีเงิน (@lookplapla) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:10
    โอ้ย หน้าเงินจนซวยเลยลูก
    #833
    1
  10. #832 Noknoy2525 (@Noknoy2525) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:48
    งานนนงอกจร้าา
    #832
    1
  11. #831 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:21
    ภูมิเอ้ยยยมาเอาน้องแนนไปเก็บเร็วค่ะลูกกก
    กลับมาก่อนค่ะพฤกษ์ กลับม้าาาา
    #831
    1
    • #831-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 35)
      9 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:52
      ไม่น่าจะได้ยิน ซ่าต้องวิ่งตามไปแล้ว
      #831-1
  12. #830 bellabellabella (@bellabellabella) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:51
    อย่าม่านะไรท์
    #830
    1
  13. #828 PopzA (@popzalimited) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:00
    จะเอาๆๆๆๆ ชี้ไปที่พฤกษ์
    #828
    1
  14. #827 TideJatuporn (@TideJatuporn) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:27
    รอๆๆๆตอนต่อไปนะ
    #827
    1
  15. #826 Noknoy2525 (@Noknoy2525) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:36
    5555ซ่าาหนูเขินหราลูกก
    #826
    1
    • #826-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 35)
      9 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:50
      มันก็อาจจะมีนิดนึง...นิดนึงจริงจิ้งงงง
      #826-1
  16. #825 Namrk... (@R_T_K_07) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:46
    ไม่ได้เห็นแก่เงินเฟ้ย...เค้าเห้นเเก่กิน555 #คุณชายสายเปย์
    #825
    1
  17. #824 น้ำเน่าสีออน (@aoi2536) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:00
    จีบเขาหรอคุณชายยยยยยยย
    #824
    1
    • #824-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 35)
      9 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:49
      บร้าาา สงสารเลยอยากเลี้ยงข้าวเฉยๆ อิอิ
      #824-1
  18. #822 Haikyuu!! (@prashya34) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:04
    กี๊สสสสสสถ้าจะพูดแบบนี้ก้อขอเป็นแฟนไปเถอะคร่ะ
    #822
    1
  19. #821 sakunsakun (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:40
    ชวนกินข้าวไปอี๊ก แถวบ้านเรียกชวนเดตนะเฮ้ยยยยยยยยยย ฮิ้ววววววววววววววววววว
    ปล.นอกจากซ่าจะหาเงินเก่งแล้ว นางก็สามารถหาผู้มีเงินมาเปย์ได้เช่นเดียวกัน เออ ดีเว่อร์
    #821
    1
  20. #820 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:20
    แถวบ้านเขาเรียกว่าจีบอะแกกกก5555555
    #820
    1
    • #820-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 35)
      4 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:13
      เปล๊าาาา แค่สงสารที่ต้องหาเงินเรียนเฉ้ยๆ
      #820-1
  21. #819 bellabellabella (@bellabellabella) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:34
    น่ารักเวอร์ จะเลี้ยงดูตลอดชีวิตเรยป่าว แอร๊ยๆๆๆๆๆๆ
    #819
    1
  22. #818 Red Witch (@supisara8162) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:25
    โง้ยยย น่ารักมากค่าาา ซ่ามีความแอบเขินชายพฤกษ์ >/////<
    สองคนนี้เขากำลังจะร้ากกันนนนน
    #818
    1
    • #818-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 35)
      4 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:12
      พูดขนาดนี้ ทำขนาดนี้ ไม่เขินก็ไม่ใช่คนแล้ววว >< .
      #818-1
  23. #817 nanaanime (@nanaanime) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:23
    คุณชายยยยยยยยมาเปย์หนูที55555555//ชอบความเฮียของนาง><
    #817
    1