Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 71 : Episode 71 New card (การ์ดใหม่)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 624
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    18 ม.ค. 63

Phase 2 Episode 71

 

       เวลาผ่านไปนานนับหลายชั่วโมง พลังชีวิตของดาร์กโซลลอร์เรนซ์ลดลงจนเหลือเพียง 30% ได้ในที่สุด มาร์เวลลัสเสียน้ำยาที่เก็บไว้ไปแล้วหลายขวดและดูจากลักษณะแล้วภารกิจจำเป็นครั้งนี้เด็กหนุ่มคงเรียกได้ว่าขาดทุนย่อยยับเพราะวิญญาณร้ายที่ถูกอัญเชิญมาโดยนักบวชที่ถูกสิงผู้นี้เป็นแค่ร่างอัญเชิญจากทักษะที่ไม่ดรอปไอเทมและไม่ให้ค่าประสบการณ์แม้แต่นิดเดียว ของดรอปและค่าประสบการณ์จากวิญญาณร้ายเองก็ระดับต่ำกว่าเด็กหนุ่มจนน้อยนิด ถ้าจะได้กำไรกลับมาบ้างก็อาจจะมีแค่ตัวโซลอีทเตอร์ที่สู้กับลิโอะมานับชั่วโมงและร่างสถิตวิญญาณร้ายที่ถูกปราบลงเท่านั้นที่น่าจะดรอปอะไรดี ๆมาบ้าง ถ้าเขาโชคดีพอ

 

          น้ำยาลดอาการเหนื่อยล้าถูกดื่มไปอีกขวด ก่อนที่จะเก็บขวดเปล่าเข้าหน้าต่างระบบทั้งน้ำตาที่ไหลอยู่ภายใน ยังดีที่ร้านขายน้ำยามีโปรโมชั่นพิเศษที่สามารถเอาขวดยาเปล่าไปเป็นส่วนลดได้ ถึงจะลดได้เพียงน้อยนิดก็ตาม 

 

          “พรรักษา..”

 

          มาร์เวลลัสไม่ได้สนใจที่จะนับจำนวนครั้งแล้ว พลังชีวิตของอีกฝ่ายลดลงไปอีกห้าเปอร์เซ็นต์ ก่อนที่มาร์เวลลัสจะถอยหลบการโจมตีจากวิญญาณร้ายอัญเชิญที่เข้ามาช่วยเจ้านายของมันจากการโจมตี นักดาบสีดำกลับมารับมือวิญญาณร้ายต่อเพื่อรอคูลดาวน์สำหรับการโจมตีถัดไปยังดีที่มาร์เวลลัสไม่เคยใช้ทักษะพลาดเลยสักครั้ง ไม่เช่นนั้นก็คงนานกว่านี้อีกแน่ 

 

แน่นอนความเบื่อหน่ายที่ต้องอดทนทำอะไรซ้ำ ๆซากๆและยุ่งยากย่อมมีอยู่ในหัวของเขา แต่นี่ก็เป็นเรื่องธรรมดาของเกมเอ็มเอ็มโออาพีจี คนอื่นที่ลำบากกว่าเขาที่ต้องฟาร์มแทบตายเพื่อให้ได้มาแต่ละระดับก็มีอยู่มากเต็มยูโธเปีย มาร์เวลลัสแค่ต้องรอไม่กี่ชั่วโมงทำไมจะต้องบ่นหรือหงุดหงิดอะไร นอกจากนี้ยังถือเป็นการฝึกทบทวนวิชาดาบไปในตัวอีกด้วย

 

“พรรักษา..”      

 

ลดลงไปอีกห้า แค่อีกสี่ครั้งหรือประมาณชั่วโมงกว่า ทุกอย่างก็จะจบลงสักที

 

“พรรักษา..”     

 

 

“พรรักษา..”     

 

10% สุดท้ายพร้อมกับคลื่นไอสีดำที่แผ่ออกมาจากลอร์เรนซ์ที่เริ่มจางลงอย่างเห็นได้ชัด แต่มาร์เวลลัสไม่ได้ดีใจเพราะรู้ดีว่ามอนสเตอร์จำพวกบอส เมื่อพลังชีวิตยิ่งน้อยมันก็จะยิ่งอันตราย โดยเฉพาะสกิลที่เหมือนไม้ตายที่จะมาในช่วงนี้

 

วิญญาณร้ายที่เคยล้อมมาร์เวลลัสจู่ ๆก็หยุดโจมตี ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้าไปหาดาร์กโซลลอร์เรนซ์และกลืนหายไป ออร่าสีดำที่เคยจางก็เข้มขึ้นเรื่อย ๆทุกครั้ง ในขณะที่มาร์เวลลัสก็เร่งกำจัดพวกมันเพื่อตัดกำลังก่อนที่จะเข้าไปรวมกับร่างสถิตวิญญาณร้ายแต่ก็ช่วยได้เพียงน้อยนิดเท่านั้น ร่างมนุษย์ที่ถูกสิ่งกลืนหายไปในเงาดำของวิญญาณร้ายที่ขยายขนาดขึ้นจนใหญ่โตราวเจ็ดเมตร ซึ่งสูงกว่าโซลอีทเตอร์ไปแล้ว 

 

เด็กหนุ่มรีบหันไปทางที่ลิโอะสู้กับโซลอีทเตอร์อยู่และพบว่ามันเองก็พยายามจะมารวมกับวิญญาณร้ายขนาดใหญ่นี้เช่นกัน แต่ก็ถูกลิโอะฉุดรั้งไว้อย่างดี 

 

“ฮูมม” เสียงคำรามของดาร์กโซลลอร์เรนซ์ดั่งสนั่น ทำให้ขาของมาร์เวลลัสถึงกับอ่อนลงและหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นอย่างผิดปกติ พลังชีวิตลดลงอย่างรวดเร็วราวกับถูกเปิดก๊อกพลังชีวิต 

 

เขากำลังติดสถานะหวาดผวาที่ทำให้เคลื่อนไหวร่างกายได้ยากขึ้นและพลังชีวิตจะลดลงทุก ๆ วินาทีอย่างต่อเนื่องชั่วระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นก่อนหน้านี้มาร์เวลลัสอาจจะต้องลำบากจนอาจเสี่ยงตาย แต่น้ำยาแก้อาการหวาดผวาเด็กหนุ่มก็ซื้อมาเช่นกัน แต่กว่าจะยกซดได้ก็โดนไปหนึ่งฮิตจนพลังชีวิตแทบหมดในการโจมตีเพียงครั้งเดียวเพราะไม่ได้ใส่เกราะและเสื้อคลุมที่ช่วยเพิ่มพลังป้องกันอย่างที่เคยทำ

 

ถ้ามีการโจมตีตามมาอีกฮิตมาร์เวลลัสก็ยังคงรอดได้ด้วยผลของทักษะนักรบคลั่ง แต่เมื่อสถานะหวาดผวาถูกแก้ด้วยน้ำยาไปแล้วเจ้าตัวก็ไม่จำเป็นจะต้องยืนรับอีกและกระดกน้ำยาฮีลเพื่อฟื้นพลังชีวิตและหลบการระดมโจมตีด้วยกรงเล็บวิญญาณและกระสุนพลังวิญญาณที่ยิงลงมาใส่ตน จนคูลดาวน์พรรักษาครบก็พุ่งเข้าไปใช้ทักษะใส่อีกครั้งจนพลังชีวิตเหลือแค่ 5% สุดท้าย มันก็ส่งเสียงร้องออกมาอีกแต่ครั้งนี้มาร์เวลลัสย่อมไม่พลาดรอบสองเพราะตั้งค่าให้ใช้น้ำยาอัตโนมัติแล้วจึงแก้อาการได้แทบจะในทันทีสร้างความไม่พอใจจนมันต้องอาละวาดทุบทำลายไปทั่ว แต่ก็ไม่อาจตามผู้เล่นที่เร็วราวกับวอกผู้นี้ได้ทันแม้แต่น้อย

 

จนในที่สุดร่างที่เคยหายไปก็โพล่ออกมาออกมายืนอยู่หน้าของดาร์กโซลลอร์เรนซ์อีกครั้งโดยที่ห่างจากขาของอีกฝ่ายเพียงแค่เอื้อมมือเท่านั้น นักดาบนิลแหงนหน้ามองดวงสีแดงที่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะหลับตาลงอย่างช้า ๆ

 

“จบสักที...”

 

“พรรักษา..”     

 

ร่างสีดำขนาดใหญ่สั่นสะท้านไปทั่วร่าง ดวงตาสีแดงนิ่งค้างก่อนจะไร้แววใด ๆ และค่อยๆสูญสลายไล่ตั้งแต่ศีรษะลงมาเรื่อย ๆจนเมื่อมาถึงบริเวณอกก็ปรากฎร่างของนักบวชกลางคนที่กำลังหลับตาหมดสติ มาร์เวลลัสรับร่างที่ตกลงมาไว้ได้ทันเป็นจังหวะเดียวกันกับเท้าของวิญญาณสีดำที่สลายหายไปจนหมดสิ้น มีไอเทมและเงินดรอป แต่มาร์เวลลัสยังไม่มีเวลาสนใจและวางร่างของหลวงพ่อลอร์เรนซ์ลงที่พื้นอย่างเบามือ ก่อนจะกวาดตามองไปรอบ ๆซึ่งบัดนี้เหลือวิญญาณร้ายไม่กี่ตนรวมไปถึงโซลอีทเตอร์ด้วย แต่พวกมันเพียงแค่ลอยนิ่งๆอยู่เหนือพื้นโดยไม่เคลื่อนไหวใด ๆราวกับไร้เป้าหมาย 

 

ผู้เล่นหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งหอบรอพลังชีวิตฟื้นคืนหลายสิบนาที ลอร์เรนซ์ก็ค่อยๆได้สติกลับคืนมาอีกครั้งและลืมตาออกมา 

 

“สองคนนั้นอยู่ที่ใด” สิ่งที่นักบวชผู้ได้สติร้องหากลับเป็นวิญญาณคู่รักที่ถูกกลืนโดยวิญญาณร้ายไปแล้ว

“........” เด็กหนุ่มส่ายหน้าช้า ๆ เขาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าชะตากรรมของวิญญาณทั้งสองเป็นอย่างไร

“เป็นบาปของหลวงพ่ออีกแล้ว ทำไมหลวงพ่อถึงได้ทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำไมหลวงพ่อถึงไม่ชี้ทางออกให้พวกเขา” ลอร์เรนซ์ยกมือทั้งสองขึ้นจับศีรษะด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

“ทางออกที่หลวงพ่อว่า หมายความว่ายังไงครับ มันมีสิ่งอื่นที่หลวงพพ่อสามารถทำได้นอกจากนี้อีกเหรอครับ”

“.......” นักบวชที่ดวงตาดูชราขึ้นไม่อาจให้คำตอบใด ๆได้ เขาคิดไม่ออกเหมือนกันว่าตนเองจะช่วยอะไรพวกเขาทั้งสองได้มากกว่านี้ เขาเป็นผู้อุทิศกายใจช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ไม่ใช่พระเจ้าที่ทำได้ทุกสรรพสิ่ง เขาทำได้เพียงแค่เท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำเพื่อช่วยเหลือกันได้เท่านั้น

“หลวงพ่อทำดีที่สุดเท่าที่หลวงพ่อทำได้แล้วครับ แม้สุดท้ายมันจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรมแต่มันก็ทำให้ทั้งสองได้อยู่ด้วยกันแม้จะในรูปของโลกหลังความตายก็ตาม สิ่งเดียวอาจจะห่วงก็คงมีแต่หลวงพ่อแหละครับ ผู้มีพระคุณที่คอยช่วยเหลือพวกตนมาตลอดกลับต้องมานั่งโทษตัวเองว่าทำบาปทำผิดพลาด หลวงพ่อคิดว่าทั้งสองคนจะมีความสุขที่เห็นผู้มีพระคุณต้องทนทุกข์แบบนั้นเหรอครับ”

“.......” ดวงตาของอีกฝ่ายจ้องมองเด็กหนุ่มอย่างเงียบงัน “หลวงพ่อควรจะทำอย่างไรต่อไป...”

“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนครับ แต่ที่แน่ ๆคือหลวงพ่อต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีความสุขครับ ผมคิดว่าพวกเขาคงอยากเห็นแบบนั้นมากกว่า”

 

สาบลมพัดผ่าน พร้อมกับความเงียบระหว่างทั้งสองที่เกิดขึ้นอยู่นาน จนในที่สุดก็เป็นฝ่ายหลวงพ่อที่ถอนหายใจออกและลุกยืนขึ้นมองท้องฟ้า ก่อนจะยืนอย่างสงบและเริ่มสวดมนต์บางอย่าง มาร์เวลลัสจึงลุกขึ้นและยืนก้มหน้าอย่างสงบตามจนลอร์เรนซ์สวดจบ

 

“หลวงพ่อขอไปตรวจดูและช่วยเหลือชาวบ้านก่อน จากนั้นหลวงพ่อจะไปนำยาที่ท่านนักบุญต้องการรมาให้”

“ครับ งั้นผมขอสะสางอะไรตรงนี้ก่อน เดี๋ยวจะตามไปช่วยนะครับ”

“.....” หลวงพ่อลอร์เรนซ์จ้องมองไปยังเหล่าวิญญาณร้ายที่เหลือและพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินออกไป ทิ้งไว้แต่หนึ่งเพียงผู้เล่น หนึ่งสัตว์เลี้ยง และหนึ่งเทพอสูร กับเหล่าวิญญาณร้าย 

 

“คุณไครอนครับ ผมขอรบกวนช่วยรวบรวมไอเทมที่ดรอปตั้งแต่หน้าหมู่บ้านมาให้หน่อยได้หริอเปล่าครับ”

“ไม่เป็นปัญหา...” เทพอสูรเซนเทอร์กล่าวตอบทันควันและจากไปอีกคนเพื่อทำตามคำขอของมาร์เวลลัส

 

นักดาบหนุ่มกวาดตามองวิญญาณที่ยืนนิ่งไม่ยอมจากไปไหน ก่อนจะเดินไปหยิบของที่ตกจากดาร์กโซลลอร์เรนซ์ซึ่งเป็นเงินจำนวนหนึ่งกับไอเทมประเภทการ์ดใบหนึ่ง การ์ดจากสัตว์อสูรระดับบอสตัวแรกที่มาร์เวลลัสได้รับ เด็กหนุ่มดีใจจนเนื้อเต้นแต่พยายามสงบนิ่งไว้ละหยิบเอาการ์ดขึ้นมาอ่านความสามารถของมัน

 

--------------------------------------------

ชื่อ : การ์ดร่างสถิตวิญญาณร้าย ดาร์กโซลลอร์เรนซ์(SR)

ประเภท : การ์ด (ระดับ 7) 

ความสามารถ : -

ทักษะติดเครื่องประดับ : 

มนต์พันธะวิญญาณ ความสามารถ เรียกใช้ : ทำพันธะสัญญากับวิญญาณหรือสัตว์อสูรประเภทวิญญาณได้สูงสุด 5 ตัว อัตราความสำเร็จในการทำพันธะสัญญาขึ้นอยู่กับความยินยอมหรือขัดขืนของอีกฝ่าย ความต่างของระดับ และพลังชีวิตของอีกฝ่าย

อัญเชิญวิญญาณ ความสามารถ เรียกใช้ : สามารถเรียกวิญญาณหรือสัตว์อสูรประเภทวิญญาณที่ทำพันธะสัญญาด้วยมาใช้งานหรือร่วมต่อสู้ด้วยได้

เงื่อนไขสวมใส่ : ใช้ได้ทุกสายอาชีพ แต่เฉพาะผู้ที่ผ่านภารกิจการจนได้รับมาเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ 

สถานะ : ปลดล็อกแล้ว

ประวัติ : ดรอปได้จากการปราบดาร์กโซลลอร์เรนซ์

--------------------------------------------

 

“สุดยอด!!” มาร์เวลลัสร้องขึ้นมาด้วยความดีใจ แต่เพราะเลเวลของมาร์เวลลัสยังคงอยู่ที่ 58 เขาจึงติดตั้งไอเทมการ์ดได้แค่ใบเดียว แต่มีหรือเด็กหนุ่มจะชักช้า เขาถอดดการ์ดโกเลมกรวดออกโดยเสียเงินไปจำนวนหนึ่ง จากนั้นก็ติดตั้งการ์ดใบใหม่ลงไปทันที เป้าทดสอบสกิลติดการ์ดก็พร้อม มาร์เวลลัสไม่รั้งรอให้เสียเวลาและเดินไปหาหนึ่งในวิญญาณร้ายที่ยังไม่ได้จากไป

 

“ช่วยเป็นผู้ทดลองให้ทีนะครับ” มาร์เวลลัสพนมมือไหว้วิญญาณร้าย “มนต์พันธะวิญญาณ...”

 

เกลียวคลื่นสีดำหมุนวนรอบวิญญาณร้ายตัวดังกล่าว ก่อนที่มีมันจะกลายเป็นแท่งควันสีดำและพุ่งเข้าใส่ร่างของมาร์เวลลัส

 

“ผู้เล่น มาร์เวลลัส ได้รับสัตว์เลี้ยงใหม่จากทักษะติดการ์ด กรุณาตั้งชื่อด้วยค่ะ”

 

หน้าต่างระบบบอกรายละเอียดของวิญญาณร้ายตนดังกล่าวเด้งขึ้นมา รายละเอียดแตกต่างกับหน้าต่างสถานะของลิโอะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ที่ดีกว่าคือมันไม่หารค่าประสบการณ์จากมาร์เวลลัสตลอดเวลาเหมือนลิโอะ แต่จะได้รับต่อเมื่อร่วมสู้ด้วยเท่านั้น มาร์เวลลัสจับคางคิดชั่วครู่ก็ตั้งชื่อสหายคนใหม่ว่า อิจิมารุ ระดับ 47 แน่นอนว่าผู้เข้ารับการทดลองอีกคนก็คือเจ้าโซลอีทเตอร์ที่กำลังยืนนิ่งโดยที่มาร์เวลลัสเองก็ไม่ทราบสาเหตุ อาจจะเพราะไม่มีวิญญาณสีเทาทั้งสองที่คอยกระตุ้นความกระหายอีกต่อไปมันจึงได้นิ่งแบบนี้ก็เป็นได้

 

“มนต์พันธะวิญญาณ...”

“การทำพันธะสัญญาล้มเหลวค่ะ”

 

“มนต์พันธะวิญญาณ...”

“การทำพันธะสัญญาล้มเหลวค่ะ”

 

คูลดดาวน์สั้นที่สุดเท่าที่มาร์เวลลัสเคยพบมา ทำให้สามารถใช้ได้เรื่อย ๆแต่ก็เปลืองพลังเวทพอสมควร คูลดาวน์ที่น่าจะนานหรือปกติสำหรับสกิลทั่วไปคงจะเป็นสกิลที่สองอัญเชิญวิญญาณ 

  

“มนต์พันธะวิญญาณ...”

“การทำพันธะสัญญาล้มเหลวค่ะ”

“มนต์พันธะวิญญาณ...”

“การทำพันธะสัญญาล้มเหลวค่ะ”

“มนต์พันธะวิญญาณ...”

“การทำพันธะสัญญาสำเร็จค่ะ ผู้เล่น มาร์เวลลัส ได้รับสัตว์เลี้ยงใหม่จากทักษะติดการ์ด กรุณาตั้งชื่อด้วยค่ะ” 

 

พลังเวทหมดหลอดไปหนึ่งรอบจนต้องเติมพลังเวทด้วยโพชั่น ไม่น่าเชื่อว่าแค่ระดับมากกว่าสองระดับ กว่าจะสำเร็จก็ต้องใช้ขนาดนี้ 

 

“อานิกิมารุ” นั่นคือชื่อใหม่ของเจ้าโซลอีทเตอร์

 

นอกจากนี้มาร์เวลลัสยังทำสัญญากับวิญญาณร้ายระดับ 49 อีกหนึ่งตัวและระดับ 48 อีกสองตัวจนเต็มจำนวนสูงสุด ส่วนวิญญาณร้ายที่เหลือเมื่อพวกนั้นไม่ได้คิดจะต่อสู้อีกและเพียงลอยอยู่นิ่งๆ มาร์เวลลัสเองก็ทำอะไรไม่ลงเหมือนกันเมื่ออีกฝ่ายไม่คิดจะสู้ จึงตัดสินใจปล่อยพวกเขาไป อย่างน้อย ๆหลังจากวันนี้ไปวิญญาณแถวนี้ก็คงลดน้อยลงไปมากและคงไม่เกินมือหลวงพ่อลอร์เรนซ์

 

มาร์เวลลัสผนึกลิโอะที่มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยจากการต่อสู้เข้าไปในกำไล ก่อนจะเดินตรงมาที่ตัวหมู่บ้านโดยมีแสงอาทิตย์ของวันใหม่ที่เริ่มฉายขึ้นมาที่เส้นขอบฟ้าอีกครั้ง วิญญาณร้ายทั้งหมดเร่งทยอยหลบหนีหายไปจนหมด เหลือทิ้งไว้แต่ซากความเสียหายของโบสถ์ไว้เบื้องหลัง

 

มาร์เวลลัสที่ตามสมทบใช้พรรักษาและน้ำยาฮีลช่วยเหลือชาวบ้านจำนวนไม่กี่คนที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์ในคืนที่ผ่านมา ยังดีที่พวกเขาทำตามคำเตือนและหลบอยู่ในบ้าน อาการบาดเจ็บส่วนใหญ่จึงเกิดจากการพยายามป้องกันวิญญาณร้ายไม่ให้เข้ามาในบ้านกันเสียส่วนใหญ่ ซึ่งเมื่อผู้บาดเจ็บคนสุดท้ายได้รับการรักษา ลอร์เรนซ์ก็ขอตัวกลับไปที่โบสถ์เพื่อหายาที่มาร์เวลลัสต้องการมาให้ ในระหว่างนี้เด็กหนุ่มจึงตรวจสอบกองไอเทมที่ได้ไครอนช่วยเก็บรวบรวมมาให้ทั้งหมด ประกอบไปด้วย

 

เศษเนื้อเน่า จำนวน 14 ชิ้น

กระดูกผุ จำนวน 23 ชิ้น

เศษผลึกวิญญาณ จำนวน 248 ชิ้น

ดาบวิญญาณ ระดับ 4 จำนวน 2 เล่ม

เงินจำนวน 37,561 ยูธบวกกับที่ได้จากดาร์กโซลลอร์เรนซ์อีก 10,523 ยูธ เป็น 48,084 ยูธ 

 

ถ้าไม่นับการ์ดระดับเอสอาร์ที่ได้มาหนึ่งใบ ครั้งนี้ก็เรียกได้ว่ามาร์เวลลัสขาดทุนย่อยยับที่เสียน้ำยาไปจำนวนไม่น้อย เศษเนื้อเน่าและกระดูกผุ มาร์เวลลัสมอบให้ชาวบ้านนำไปฝังที่สุสานใกล้โบสถ์ ไอเทมที่เหลือนอกจากนั้นเขาก็เก็บเข้ากล่องไอเทม หลังจากนั้นพักใหญ่ๆหลวงพ่อประจำหมู่บ้านก็มาพร้อมกับขวดยาสีม่วงลี้ลับที่ถูกยื่นให้เด็กหนุ่ม

 

“หลวงพ่อจะไม่ถามว่าท่านนักบุญจะเอามันไปทำอะไร แต่ขอท่านจงระวังไว้ด้วย ยานี้หาได้ปลอดภัยที่จะใช้ไม่ โปรดระวัง... ไม่เช่นนั้นท่านอาจจะหลับใหลไปตลอดกาล” ขวดยาดังกล่าวถูกส่งให้มาร์เวลลัส ซึ่งเขาก็รับมาและตรวจสอบเล็กน้อย ก่อนจะเก็บเข้าหน้าต่างระบบ

“ขอบคุณหลวงพ่อจริง ๆ ครับ”

“หลวงพ่อเองก็ต้องขอบใจท่านนักบุญเช่นกัน เมื่อไหร่ที่ต้องการความช่วยเหลือจากโบสถ์ ท่านสามารถบอกได้ว่ารู้จักกับหลวงพ่อ พวกเขาจะช่วยอำนวยความสะดวกให้”

“ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวลาตรงเลยแล้วกันนะครับ”

“ขออำนาจแห่งพระเจ้าคุ้มครองท่าน”

 

ลอร์เรนซ์และเหล่าชาวบ้านเดินมาส่งมาณ์เวลลัสและไครอนที่หน้าหมู่บ้าน พวกเรายืนโบกมือส่งจนกระทั่งสองบุรุษต่างวัยหายลับไปจากสายตา ก่อนจะกลับไปดำเนินชีวิตประจำวันอีกครั้ง นักบวชวัยกลางคนเป็นคนสุดท้ายที่ยังคงยืนอยู่ เขาจ้องมองไปยังท้องฟ้า ก่อนจะคลี่รอยยิ้มออกมา

 

.......................................

 

“เรื่องทั้งหมดเป็นไปตามที่ท่านเล่าไว้สินะ”

“ไม่รู้สิครับ...”

“หืออ...”

“ท้ายที่สุดผมก็ไม่รู้แน่นอนอยู่ดีว่าวิญญาณทั้งสองดวงนั้นใช่สองคนที่ผมเล่าให้คุณไครอนฟังหรือเปล่า เรื่องทั้งหมดอาจจะใช่ หรือเรื่องทั้งอาจจะแค่บังเอิญเหมือนกันก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนผมก็คิดว่าปล่อยให้มันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้ต่อไปน่าจะดีกว่านะครับ”

“ฮ่า ๆ ตามใจท่านเถิด” เทพอสูรเซนเทอร์กล่าว “แล้วจากนี้ท่านจะทำสิ่งใดต่อไป กลับเซเปียสรึ”

“อย่าลืมสิครับว่าเรายังติดเรื่องการแข่งกันอยู่... ทำไมถึงได้จงใจแพ้ล่ะครับ”

“เรื่องนั้นเองรึ ฮ่า ๆ จะอย่างไรผลของทุกสิ่งก็เป็นเช่นเดิม ไม่ว่าจะแข่งขันกันหรือไม่ข้าก็เป็นตัวแทนมาที่นี่เพื่อทำสิ่งที่ท่านต้องการในท้ายที่สุด”

“หมายความว่า...”

 

“จะว่าข้าเป็นยักษ์เป็นมารก็ได้ แต่ข้าจะเคี่ยวเข็ญท่านให้หนัก เตรียมใจไว้เถิดองค์ราชันย์...”

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

949 ความคิดเห็น

  1. #940 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 14:39
    เปนเราอีกคนที่ยังอยู่จร้า สู้ๆเน้อ..
    #940
    0
  2. #939 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 09:47

    ยังติดตามอยู่น้าาาา
    #สู้ๆนะไรท์
    #939
    0