Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 69 : Episode 69 Potion and request (ยาและคำขอ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    19 พ.ย. 62

Phase 2 Episode 69

 

       ท่ามกลางเมืองสไตล์กรีกโบราณผสมกับอาคารสมัยใหม่ มีโบสถ์แห่งหนึ่งตั้งอยู่ทางประตูทิศใต้ของเมือง ร่างของสองคู่หูต่างวัยคู่หนึ่งกำลังเดินเข้าโบสถ์ท่ามกลางสายตาเหล่าผู้เล่นสายนักบวชและพรรคพวกนับร้อยที่กำลังเดินเข้าออกเมืองเพื่อทำภารกิจประจำอาชีพ

 

          “ครั้งที่ 8” ไครอนกล่าว ในขณะที่คนหนุ่มกว่าได้แต่ยิ้มแหยๆ

 

          มาร์เวลลัสและไครอนไปที่โบสถ์ของแต่ละเมืองมาแล้วเจ็ดที่และนี่คือโบสถ์หลังที่แปดที่พวกเขามาเยือน ซึ่งด้วยรัศมีนักบุญของมาร์เวลลัสบวกกับจิตใจที่โอบอ้อมอารีเหล่าหลวงพ่อทั้งหลาย พวกเขาแม้จะไม่รู้เกี่ยวกับยาที่ว่า แต่ก็แนะนำให้ตลอดว่าหลวงพ่อประจำโบสถ์ที่นู่นที่นี่อาจจะรู้ก็เป็นได้ ซึ่งผ่านมาแล้วเจ็ดโบสถ์ มาร์เวลลัสก็ไม่พบเค้าลางของยาที่ว่า

 

สามโบสถ์แรกมาร์เวลลัสยังขี่หลังไครอนและเดินทางไปมา แต่หลังจากนั้นเด็กหนุ่มก็เริ่มเกรงใจเลยเปลี่ยนไปใช้ประตูเคลื่อนย้ายแทน ซึ่งราคาก็ขึ้นอยู่กับว่าใกล้ไกลกันแค่ไหนคูณด้วยจำนวนสองคนเข้าไป แต่อย่างน้อยก็ยังถูกกว่าตอนข้ามดินแดน(50,000ยูธ)นั่นคือที่เด็กหนุ่มปลอบใจตัวเอง

 

“โอ้ ท่านนักบุญพเนจร มีอะไรให้หลวงพ่อช่วยรึ” หลวงพ่อประจำโบสถ์ที่แปดกล่าวอย่างเมตตา

“หลวงพ่อมีนามว่า...”

“หลวงพ่อชื่อ เปาโล...” มาร์เวลลัสถอนหายใจทันที แค่ชื่อก็ไม่ใช่แล้ว แต่ก็ต้องลองถามดูซึ่งผลก็ไม่ต่างจากทั้งเจ็ดที่ผ่านมา “หลวงพ่อเปาโลครับ หลวงพ่อพอจะรู้จักกับหลวงพ่อลอร์เรนซ์ที่อยู่ที่โบสถ์สักแห่งในทวีปกีเซอร์นี้หรือเปล่าครับ”

“โอ้... หลวงพ่อลอร์เลนซ์เป็นสหายของพลวงพ่อเอง จริงด้วย... ถ้าเป็นหลวงพ่อลอร์เรนซ์น่าจะรู้จักยาที่ท่านนักบุญพเนจรตามหาก็เป็นได้”

ตาของมาร์เวลลัสเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวัง “หลวงพ่อลอร์เรนซ์อยู่ที่ไหนเหรอครับ

“อยู่ที่โบสถ์เก่านอกเมืองนี้ไปทางเหนืออีกประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นโบสถ์ของหมู่บ้านกลางป่าแห่งหนึ่ง” หลวงพ่อเลาโลกล่าวตอบ ซึ่งจู่ ๆตาของมาณ์เวลลัสก็กระตุกขึ้นมาดื้อๆเมื่อฟังจบ

“ขอบคุณมากนะครับหลวงพ่อ...” มาร์เวลลัสก้มหัวขอบคุณอย่างสุภาพ

“......” หลวงพ่อยิ้มรับและโบกมือลา ก่อนจะมีผู้เล่นนักบวชคนหนึ่งวิ่งเข้ามาส่งภารกิจพอดี

 

“ถือว่าไม่ไกลนัก” ไครอนกล่าว “ท่านคิดว่ายานั่นจะช่วยท่านได้จริงรึ”

“นี่เป็นวิธีเท่าที่ผมนึกออกครับ แต่ก็คิดว่าอาจจะลองหาวิธีอื่นอีก” มาร์เวลลัสกล่าว ดวงตาและท่าทางมีแววกังวลแลไม่มั่นใจเล็กน้อย “แข่งกันมั้ยครับว่าใครจะไปถึงที่นั่นก่อนกัน แต่ห้ามใช้ร่างเทพอสูรนะครับ”

“โห ท่านกล้าท้าทายเทพอสูรเซนเทอร์เรื่องความเร็วรึ ย่อมได้... ถ้าข้าชนะองค์ราชันต้องซื้อสุราที่ข้าต้องการให้หนึ่งขวด”

“ก็ได้ครับ แต่ถ้าผมชนะ คุณไครอนต้องสอนการต่อสู้ให้ผม”

 

ไครอนประหลาดใจไม่น้อยกับเป้าหมายของมาร์เวลลัสและความมั่นใจว่าตนจะชนะ แต่ก็พยักหน้ารับอย่างง่ายดาย

 

เด็กหนุ่มกวาดตามองเหล่าผู้เล่นจำนวนหนึ่งที่กำลังล่าสัตว์อสูรอยู่ที่นอกเมืองและที่กำลังเดินออกจากเมือง ไม่นานนักแสงสีดำก็พุ่งออกจากแหวนกลายเป็นร่างของราชสีห์ขนสีนิลที่ดูองอาจ ทว่าครั้งนี้กลับแตกต่างไปกว่าทุกครั้ง เพราะบัดนี้ลิโอะมีความสูงทั้งที่ยืนสี่ขาสูงกว่ามาร์เวลลัสไปแล้ว แน่นอนว่าร่างของสิงโตดำที่สูงสองเมตรเรียกความสนใจผู้เล่นไม่น้อย ซึ่งความสูงนี้มีที่มาจากค่าประสบการณ์อีกส่วนหนึ่งของมาร์เวลลัสที่หายไปจนเลเวลตัวเองขึ้นช้ากว่าปกตินั่นเอง ตอนนี้ลิโอะมีระดับ 50 และรอการวิวัฒนาการเพื่อข้ามไปเลเวล 51 ซึ่งวิธีการนั่น เด็กหนุ่มจะไปปรึกษากับริเสะอีกทีพร้อมกับวัตถุดิบทำอาวุธไปให้เธอ

 

“ช่วยด้วยครับ ลุงคนนี้เขา...!!” มาร์เวลลัสที่ขี่หลังลิโอแล้วตะโกนขึ้นสุดเสียงและบังคับให้ลิโอะพุ่งออกไป

“ฮ่า ๆ มาไม้นี้งั้นรึ” ไครอนรีบพุ่งตัวตามออกมา ในขณะที่มาร์เวลลัสก็ร้องตะโกนอย่างต่อเนื่อง

 

ภาพที่ผู้เล่นคนอื่น ๆเห็นจึงเป็นชายกลางคนท่าทางดุร้ายเต็มไปด้วยหนวดเคราผู้หนึ่งที่วิ่งไล่ตามเด็กหนุ่มหน้าอ่อนบนหลังสิงโตที่กำลังตกใจกลัวสุดขีด ถึงประโยคคนนี้จะบอกว่าลุงคนนี้เขา....แล้วขาดหายไปว่าลุงแกทำอะไร แต่ด้วยสภาพที่ไม่ต่างจากวิ่งไล่ล่าแบบนี้ก็คงอนุมานได้ไม่ยากว่าหมายความว่าอย่างไร

 

“รังแกเด็กเหรอลุง!!

“ช่วยเด็กคนนั้นเร็ว ขัดขวางเขาไว้”

“ไอ้น้องรีบหนีไป ทางนี้พวกพี่จัดการเอง”

“.....” ส่วนพวกผู้เล่นที่พึ่งออกมาจากเมืองและเห็นว่ามาร์เวลลัสและไครอนเดินทางมาพร้อมกัน ก่อนจะเกิดเหตุก็งุนงงจนจับต้นชนปลายไม่ถูกและได้แต่กระพริบตาปริบๆ ไม่รู้ว่าควรจะบอกคนที่เข้าไปรั้งลุงไว้ว่าอย่างไร

 

ผู้เล่นส่วนมากที่นี่ได้อาชีพขั้นที่สองกันแล้วจึงมีความกล้าหาญกว่าผู้เล่นโดยทั่วไป ยิ่งสังเกตว่าลุงคนนี้ไม่มีตราของกิลด์หรือสมาพันธ์ดัง พวกเขายิ่งไม่ต้องกลัวว่าจะซวยติดร่างแหไปด้วยและตัดสินใจเข้าช่วยเหลือทันที แน่นอนคนที่ไม่สนใจและฟาร์มต่อไปก็ยังมี แต่คนที่เข้าช่วยก็มากพอสมควร

 

“หลบไป!!” ไครอนตวาด

 

ในฐานะเทพอสูรที่มีความอาวุโสและทรงภูมิจะใช้พลังเทพอสูรกับผู้เล่นพวกนี้ก็ดูจะเกินเหตุไป เทพอสูรเซนเทอร์จึงได้ชักช้าลงไปเล็กน้อย เพราะคอยหลบหลีกและผลักดันผู้เล่นออกไปให้พ้นทาง ในขณะที่ผู้เล่นสายอาชีพโจรขั้นที่สองบางคนก็คอยทำหน้าที่วิ่งไล่ตามมาขัดขวาง นักเวทก็ร่ายเวทมนต์โจมตีดักทาง จนไม่มีใครทันสังเกตเลยว่าชื่อของพวกเขาไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีแดง(เพราะโจมตีเทพอสูรไม่ใช่ผู้เล่น) วุ่นวายพอสมควรในขณะที่มาร์เวลลัสบนหลังลิโอะวิ่งด้วยความสูงสุดของสิงโตเลเวล 50 จนหายลับไปนานแล้ว   

 

ตลอดทางก็ตะโกนคำเดิมใส่ผู้เล่นที่กำลังล่ามอนสเตอร์อยู่ใกล้ๆ แต่คราวนี้บอกไปด้วยว่ามีลุงคนหนึ่งกำลังไล่ตามเขามา แต่ไม่ได้บอกเหตุผลอะไรยืดยาวเพราะกำลังหนีอยู่ น่าเสียดายที่มีการสกัดกั้นได้เพียงแค่ระยะสั้นๆเพราะเมื่อพ้นระยะ 5 กิโลเมตรจากตัวเมืองก็ไม่มีผู้เล่นอีกต่อไปแล้วและระยะที่ไครอนไล่ตามมาก็เร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนเมื่อผ่านระยะ 15 กิโลเมตรหรือครึ่งทาง ไครอนก็ห่างกับมาร์เวลลัสเพียง 2 กิโลเมตร และลดลงเรื่อย ๆ

 

“โดนตามทันแน่ ๆ” มาร์เวลลัสคำนวณความเร็วในการเคลื่อนที่ของไครอนกับระยะทางที่ใช้แข่ง ไครอนจะตามมาร์เวลลัสทันเมื่อเขาเคลื่อนที่เข้าสู่ระยะทาง 23 กิโลเมตร “เร็วกว่านี้ลิโอะ เราต้องเร็วกว่านี้...”

 

มาร์เวลลัสก้มหัวลงจนชิดหลังลิโอะ ลิโอะโก่งคอคำราม ก่อนที่ร่างกายจะส่องแสงสีขาวออกมาและความเร็วก็พุ่งทะยานขึ้นไปอีกขั้น มันคือหนึ่งในทักษะที่ช่วยเพิ่มความเร็วของลิโอะสองเท่าเป็น 5 นาที นี่คือไม้ตายสุดท้ายในการแข่งที่ทำให้มาร์เวลลัสกล้าเดิมพัน ระยะห่าง 2 กิโลเมตรยังคงถูกรักษาไว้ได้ภายใต้ห้านาทีของความเร็วสองเท่า จนเข้าสู่ระยะสองกิโลเมตรสุดท้ายก่อนถึงหมู่บ้านผลของทักษะก็หมดลง

 

ระยะห่างจากไครอน 2 กิโลเมตรและระยะห่างจากหมู่บ้าน 2 กิโลเมตร...   

 

“ฮ่า ๆ ไม่ไหวเหรอเนี้ย” มาร์เวลลัสหัวเราะอย่างขมขื่น เขาแพ้แล้ว ไครอนจะตามมาทันและแซงเขาไปในไม่ช้า “พวกเรานี่อ่อนแอจังเลยนะ...”

 

ลิโอะส่งเสียงคำรามด้วยท่าทางไม่พอใจ น่าเสียดายที่มาร์เวลลัสฟังไม่ออกว่าคู่หูของตนต้องการจะสื่ออะไร จนเมื่อเข้าสู่หนึ่งกิโลเมตรสุดท้าย มาร์เวลลัสก็หันหลังไปพบร่างของชายคนหนึ่งที่กำลังวิ่งตามมาใกล้เรื่อย ๆจนห่างเพียงสี่ร้อยห้าร้อยกว่าเมตรจากหมู่บ้าน ทว่าผลสุดท้ายกลับเป็นมาร์เวลลัสที่มาถึงหมู่บ้านก่อนและชนะไป ตามมาด้วยไครอนที่ไม่มีท่าทีเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ในขณะที่ลิโอะหอบจนเป็นหมา

 

“แหม สมเป็นราชสีห์ที่อยู่ใต้อาณัติของท่าน ความเร็วช่างน่าตกใจนัก”

“ทำไมถึงจงใจแพ้ละครับ”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ”  ไครอนหัวเราะแต่ไม่ยอมตอบคำถาม “จัดการสิ่งท่านต้องทำก่อน เราจะคุยเรื่องนี้กันภายหลัง”   

 

มาร์เวลลัสพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินเข้าไปในหมู่บ้านโดยมีชายกลางคนกับสิงโตยักษ์เดินขนาบข้างเข้าไปในหมู่บ้าน โดยมีชาวบ้านสองสามคนเดินออกมามุงดู พวกเขาล้วนเป็นเอ็นพีซีทั้งสิ้น น่าแปลกที่หมู่บ้านนี้ไม่มีผู้เล่นมาทำภารกิจอะไร ซึ่งมาร์เวลลัสเดาว่าน่าจะเพราะระยะทางจากเมืองที่ใกล้ที่สุดก็ไกลถึง 30 กิโลเมตร ต่อให้เป็นไวเวิร์นก็ยังลำบากที่จะเดินทางไกลขนาดนี้โดยไม่หยุดพักกลางทาง(ไวเวิร์นเร็วกว่าลิโอะ แต่ค่าพลังกายต่ำกว่าจึงเดินทางระยะไกลได้ไม่นานเท่า)

 

“ขอโทษนะครับ โบสถ์อยู่ไหนเหรอครับ ผมมาหาหลวงพ่อลอร์เรนซ์” มาร์เวลลัสกล่าวถามกับชาวบ้าน แต่พวกเขาไม่ตอบอะไร มีเพียงชาวบ้านที่ดูอาวุโสที่สุดคนหนึ่งที่ใช้ไม้เท้าพยุงตนเองเข้ามาหามาร์เวลลัส

“เป็นเกียรติที่ได้พบท่านนักบุญพเนจร ท่านคงจะมาช่วยเหลือเราร่วมกับหลวงพ่อลอร์เลนซ์ใช่หรือไม่”

 

งานเข้าแหงๆ... มาร์เวลลัสรับรู้ได้ทันทีว่านี่เป็นภารกิจประจำหมู่บ้านนี้ ดูท่าคงจะเสียเวลาไปอีกไม่น้อย

 

“ช่วยพาผมไปพบหลวงพ่อได้มั้ยครับ”

“.....” ชายขราพยักหน้ารับ ก่อนจะนำทางไปโดยมีชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งที่ตามมาด้วย ท่าทางแต่ละคนล้วนเต็มไปด้วยความทุกข์

 

คงไม่ได้ให้ไปปราบตุ๊กตาผีอะไรหรอกนะ... เด็กหนุ่มคิดเพราะดันนึกถึงหนังสยองขวัญเก่าๆเรื่องหนึ่งในอดีต แถมชื่อของหลวงพ่อก็ดันคล้องกันพอดี ถึงที่จริงชื่อมันควรจะคล้องกับหลวงพ่อในวรรณกรรมของเชกสเปียร์เรื่องนั้นก็ตาม

 

แม้จะเป็นบรรยากาศตอนกลางวัน แต่หมู่บ้านกลับปล่อยบรรยากาศชวนอึดอัดอยู่ตลอดเวลา หัวหน้าหมู่บ้าน(ชายอาวุโสคนนั้น)พามาร์เวลลัสมายังโบสถ์เก่าๆโทรมๆที่อยู่นอกหมู่บ้านโดยชาวบ้านที่ตามมายืนอยู่หน้าโบสถ์โดยมีลิโอะอยู่ด้วยเพราะแคบเกินกว่าที่มันจะเข้าไปได้ และปล่อยให้หนึ่งผู้เล่นและหนึ่งเทพอสูรเข้าไปในศาสนสถานเพียงสองคน

 

ในโบสถ์ มาร์เวลลัสพบร่างของชายคนหนึ่งที่กำลังคุกเข่าสวดมนต์ต่อหน้าพระคริสต์ที่ถูกตรึงไม้กางเขน เด็กหนุ่มจึงยืนรอเงียบๆจนนักบวชคนดังกล่าวลุกขึ้นโดยที่ทั้งสองมือยังกุมไม้กางเขนที่สวมไว้ที่คอ

 

“ท่านนักบุญพเนจรมีธุระอันใดกับหลวงพ่อรึ”

“สวัสดีครับหลวงพ่อลอร์เรนซ์ ผมทราบมาว่าหลวงพ่ออาจจะรู้จักยาตัวหนึ่งที่ผมกำลังตามหา” มาร์เวลลัสบอกเล่าสรรพคุณของยาที่เขาต้องการโดยในใจก็คาดหวังว่าให้มีและให้เจอสักที ทว่าหลวงพ่อลอร์เลนซ์ก็เพียงเงียบฟังอย่างสงบนิ่งจนเดาความคิดไม่ออก

“เป็นเช่นนี้เอง...” ลอร์เลนซ์กล่าว “ยานั่นงั้นรึ ครั้งล่าสุดที่มีผู้ใช้มัน...นั่นถือเป็นโศกนาฏกรรมและเป็นบาปครั้งใหญ่ของหลวงพ่อ”

“หรือว่าหลวงพ่อ...”

“หลวงพ่อมียานั่น และถ้าท่านต้องการ หลวงพ่อก็ให้ได้ แต่...”

“.......”

“มีภารกิจอย่างหนึ่งที่ข้าอยากให้ท่านช่วย เมื่อสำเร็จข้าจะมอบมันให้ท่าน”

“ภารกิจคืออะไรครับ...”

“เนื่องด้วยเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใจกลางป่า ชาวบ้านที่หมู่บ้านนี้จึงมักจะถูกหลอกหลอนจากวิญญาณร้ายเสมอ ในอดีตก็มีบ้างตนสองตนเป็นธรรมดาของทุกที่ แต่ช่วงสองสามปีมานี้ จำนวนวิญญาณที่คอยหลอกหลอนคนในหมู่บ้านนับวันจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และพวกวิญญาณร้ายเหล่านั้นก็มีพลังมากขึ้นจนถึงขั้นทำร้ายผู้คนได้” หลวงพ่อกล่าวด้วยแววตาเศร้าสร้อย “หลวงพ่อในฐานะนักบวชที่ได้มาประจำอยู่ที่โบสถ์แห่งนี้ได้ไม่กี่ปีพยายามออกปราบวิญญาณร้ายและช่วยเหลือชาวบ้านเท่าที่ทำได้ ทว่าจำนวนของพวกเขามีมากเกินไปที่หลวงพ่อคนเดียวจะจัดการได้ หลวงพ่อจึงอยากขอให้ท่านช่วยหลวงพ่อในการปราบวิญญาณเหล่านั้น”

“พวกเขาจะมาคืนนี้ใช่มั้ยครับ”

“ถูกต้อง เมื่ออาทิตย์ตกดิน เหล่าวิญญาณร้ายจะเริ่มออกมาหลอกหลอนผู้คนทันที ภารกิจของท่านจะเริ่มขึ้นเมื่อนั้น”

“รับทราบครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะออกไปเตรียมตัวรอที่หน้าเมืองนะครับ” มาร์เวลลัสพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินออกไปจากโบสถ์โดยมีไครอนตามไปติด

 

เมื่อเด็กหนุ่มออกมาจากโบสถ์ก็บอกกับชาวบ้านว่าคืนนี้เขาจะช่วยหลวงพ่อปราบผีให้ ระหว่างนี้ก็ให้ชาวบ้านไปพักผ่อนอย่างสบายใจ ส่วนตัวเองจะไปรออยู่หน้าประตูเมือง ในระหว่างทางที่เดินไปไครอนที่เงียบมาตลอดก็กำลังจะกล่าวบางอย่าง แต่ก็ถูกมาร์เวลลัสกล่าวแทรก

 

“หลวงพ่อน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกวิญญาณร้าย”

“ท่านรู้?

“ผมมีทักษะที่เห็นวิญญาณได้ครับ เมื่อกี้นี่ถึงจะจางๆแต่ก็เห็นเงาลางๆของบางสิ่งแอบซ่อนจากสายตาผมอยู่ หลวงพ่อและวิญญาณพวกนั้นรู้ว่าผมเป็นนักบุญพเนจรและก็น่าจะรู้ด้วยว่ามีทักษะที่ใช้มองเห็นวิญญาณจึงพยายามหลบซ่อนจากสายตา น่าเสียดายที่วิญญาณพวกนั้นซ่อนไม่แนบเนียนพอ แต่ผมก็พยายามแสดงออกว่ายังไม่เห็น ไม่รู้ว่าจะหลอกพวกเขาได้มั้ย”

“ข้าเพียงสัมผัสได้ว่าพลังเวทจากมนุษย์ผู้นั้นให้ความรู้สึกแปลกๆ ไม่คิดว่าท่านจะเห็นมากกว่าข้าถึงเพียงนั้น” ไครอนกล่าว

“คุณไครอนไม่ใช่สายเวทนี่ครับ จะไม่ค่อยเห็นก็คงไม่แปลก”

“แล้วท่านจะทำอย่างไรต่อไปองค์ราชันย์”

“เขาใบ้เรามาเยอะพอแล้วครับ ตอนนี้ผมอย่างตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้สักพัก อีกสามชั่วโมงพระอาทิตย์จะตกดิน” มาร์เวลลัสกล่าวเมื่อดูเวลาบนหน้าต่างระบบ “ยังดีที่เป็นกลางคืน...”

 

ใต้ต้นไม้ที่หน้าหมู่บ้าน มาร์เวลลัสเรียกหน้าต่างระบบออกมา ก่อนจะปัดออกไปเป็นหน้าต่างระบบย่อยนับสิบและเริ่มรัวลงบนแป้นพิมพ์ของหน้าต่างระบบเพื่อสร้างผังความคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้

 

ภารกิจนี้ตามปกติเป็นภารกิจแบบที่ให้ผู้เล่นสามารถทำได้เรื่อย ๆคือปราบวิญญาณร้ายในคืนนั้นจนถึงเช้าจากนั้นเควสก็จะสำเร็จได้รับค่าประสบการณ์ เงิน หรือไอเทม แต่มาร์เวลลัสอิงเรื่องทั้งหมดกับเหตุการณ์จริงเพราะยูโธเปียมีความลึกของเนื้อหามากกว่านั้น ปราบวิญญาณร้านทุก ๆคืนมันจะมีประโยชน์ออะไรในเมื่อมันก็เป็นการจัดการปัญหาที่ปลายเหตุ ท้ายที่สุดจัดการไปวิญญาณร้ายเหล่านั้นก็จะกลับมาอยู่ดี ดังนั้นจึงจะดีเสียกว่าถ้าจัดการตรงจุดที่เป็นที่มาของภารกิจโดยตรง ซึ่งด้วยความเป็นนักอ่านตัวยงเด็กหนุ่มค่อนข้างเชื่อไปแล้วว่าลอร์เรนซ์นั่นละที่อาจจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด แต่มาร์เวลลัสก็ไม่อยากสรุปส่งเดชแถมเป็นการปรักปรำอีกฝ่าย จึงได้ลองเอาข้อมูลที่ได้มาลองตีความ ทว่าจากคำพูดของลอร์เรนซ์ที่มาร์เวลลัสหยิบมาคิด มันก็ยิ่งทำให้รัดตัวหลวงพ่อคนนี้มากขึ้น

 

อย่างแรกคือระยะเวลาของการเพิ่มขึ้นของวิญญาณคือช่วงไม่กี่ปีมานี้ ซึ่งก็น่าจะเป็นช่วงเวลาไล่เลี่ยกันไม่กี่ปีที่หลวงพ่อย้ายมาประจำที่นี่เช่นกัน จะบอกว่าวิญญาณร้ายเพิ่มขึ้นเมื่อหลวงพ่อมาถึงที่นี่ก็คงได้

อย่างที่สองคือ หลวงพ่อบอกว่าเมื่ออาทิตย์ตก วิญญาณร้ายก็จะเริ่มออกมาหลอกหลอนผู้คนทันที ถึงขนาดใช้คำว่าทันทีเหมือนกับรู้ล่วงหน้าหรือกำหนดได้ แต่นี่อาจจะเป็นแค่มาร์เวลลัสคิดมากไปเองก็ได้

อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือ ถ้าหลวงพ่อเป็นต้นเหตุทำไมต้องคอยออกปราบ? การทำแบบนี้จะทำให้เขาได้ประโยชน์อะไรงั้นเหรอ เพื่อสร้างชื่อเสียงในหมู่บ้านเล็ก ๆแบบนี้งั้นเหรอ... เพื่ออะไรที่คิดง่ายๆแบบนั้นจริงเหรอ  

ชิ้นส่วนสุดท้าย ยาแห่งโศกนาฏกรรมและบาปครั้งใหญ่ ถึงจะใกล้เคียงมาก แต่นี่ก็ไม่ได้ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าลอร์เรนซ์คนนี้คือหลวงพ่อลอร์เรนซ์คนเดียวกันกับที่ทำพิธีแต่งงานและแนะนำยาให้ แม้อีกฝ่ายจะบอกว่าจะมอบยาให้แต่ก็ไม่มีอะไรยืนยันว่าหลวงพ่อพูดความจริง

 

“ถ้ายืนยันตัวตนของหลวงพ่อให้แน่ชัดได้ คงพอเดาเรื่องราวได้มากกว่านี้...” ดวงตาสีดำแหงนมองไปยังเส้นขอบฟ้าทางตะวันตกที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง

 

“หรือว่า...”

 

 

 

 

 

 

 

 

   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

1,030 ความคิดเห็น

  1. #933 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 14:45

    ยังรอตามอ่านอยู่นะไรท์
    #สู้ๆนะไรท์
    #อัพทีไรต้องย้อนอ่านหมดทุกที
    #933
    0
  2. #930 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 20:05
    หรือว่า..อะไรอ่ะ???
    #930
    0
  3. #929 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 09:49
    ขอบคุงงับ
    #929
    0