Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 68 : Episode 68 Literature (วรรณกรรม)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 863
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    28 ต.ค. 62

Phase 2 Episode 68

 

       “ผู้เล่น มาร์เวลลัส ได้รับทักษะจากอาชีพเสริม ทักษะ หอวิจัยที่สาบสูญ ค่ะ”

       “ผู้เล่น มาร์เวลลัส ได้รับทักษะจากอาชีพเสริม ทักษะ ประดิษฐ์อุปกรณ์สำรวจ ค่ะ”

          “ผู้เล่น มาร์เวลลัส ได้รับทักษะจากอาชีพเสริม ทักษะ คุณค่าแห่งสมบัติ ค่ะ”

          “ผู้เล่น มาร์เวลลัส ได้รับอุปกรณ์ประจำอาชีพเสริม บันทึกลับคนจร ค่ะ”

 

          หนังสือปกหนังเก่าๆที่เป็นบันทึกของบุคคลนิรนามเปลี่ยนสภาพเป็นหนังสือเล่มหนาที่มีปกแข็งสีกรมท่า โดยที่ปกหน้ามีรูปสีเงินครึ่งตัวทางด้านข้างของบุรุษผู้หนึ่งที่สวมผ้าคลุมและสวมหมวกติดขนนกคล้ายกับนักเดินทางกลางทะเลทราย ปากถูกซ่อนใต้ผ้าคลุมที่ถูกมือข้างหนึ่งดึงขึ้นมาปิดปากไว้ ปีกหมวกตกลงมาปิดดวงตาจึงเห็นเพียงจมูกและหูเท่านั้น ใต้รูปดังกล่าวเขียนด้วยตัวอักษรสีเงินภาษายูโธเปียโบราณไว้ว่า “บันทึกลับคนจร”

 

          มาร์เวลลัสเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะเปิดคำอธิบายเกี่ยวกับอาชีพเสริมขึ้นมาอ่านก่อนเป็นอย่างแรก

         

-------------------------

[ที่ 3 นักสำรวจอ่อนหัด]

          หนึ่งในอาชีพของบรรพชนนิรนามไม่กี่คนซึ่งไม่ถูกเล่าขานตำนานสู่คนรุ่นหลัง เป็นผู้ออกเดินทางสำรวจไปทั่วยูโธเปียโดยใช้ปัญญาและสิ่งประดิษฐ์ของตนผ่านพ้นอันตรายและอุปสรรคต่าง ๆ

-------------------------

 

          “อาชีพเสริมลับสามอาชีพ... พูดแบบนั้นจะได้มั้ยนะ”

 

          อาชีพเสริมจักรพรรดิบรรพกาลนั้นเป็นอาชีพเสริมลับหรือไม่เจ้าตัวก็ไม่อาจทราบได้ ส่วนนักบุญพเนจรถึงจะบอกว่าเป็นอาชีพลับแต่ผู้เล่นสายนักบวชของกิลด์หรือสมาพันธ์ใหญ่ๆ ส่วนมากก็มักมีเป็นอาชีพเสริมอยู่แล้ว เพราะวิธีการได้รับไม่ใช่เรื่องยากเสียแต่ข้อมูลการได้รับมันถูกกิลด์กระต่ายคาบสารที่เป็นกลุ่มคนในเกมที่หากินกับข้อมูลคอยควบคุมและปกปิดไว้ มาร์เวลลัสเองก็พอได้ยินเรื่องนี้มาบ้างจึงไม่ได้ลงข้อมูลวิธีการได้รับอาชีพเสริมนี้ที่ตนมีลงในบอร์ดผู้เล่น เพราะไม่อยากไปแหกกฎ แหกประเพณีหรือธรรมเนียมของผู้เล่นที่มีกันมานานแล้ว ซึ่งจะวุ่นวายเอาเปล่าๆ

 

          ไล่ต่อไปที่ทักษะใหม่ของอาชีพเสริมที่คราวนี้มีด้วยกันสามทักษะเท่ากับจักรพรรดิบรรพกาล ในขณะที่นักบุญพเนจรมีสี่ทักษะ ซึ่งมาร์เวลลัสก็ไม่รู้ว่าในอนาคตแต่ละอาชีพเสริมจะมีทักษะเพิ่มมาอีกหรือไม่ โดยครั้งนี้ที่น่าแปลกคือทั้งสามทักษะเป็นทักษะใช้งานทั้งหมด

 

--------------------------------------------

หอวิจัยที่สาบสูญ ไม่มีระดับ (พิเศษ)

รายละเอียด

          สามารถเข้าไปยังมิติพิเศษหอวิจัยที่สาบสูญของอาชีพเสริมนักสำรวจอ่อนหัดได้ตามใจต้องการ และสามารถกลับออกมาที่จุดเดิมซึ่งเคลื่อนย้ายเข้าไป

--------------------------------------------

--------------------------------------------

คุณค่าแห่งสมบัติ ระดับ 0 (พิเศษ)

รายละเอียด

          สามารถใช้ทักษะนี้ได้เฉพาะในมิติพิเศษหอวิจัยที่สาบสูญของอาชีพเสริมนักสำรวจอ่อนหัดและต้องใช้ควบคู่กับบันทึกลับคนจรเท่านั้น ใช้ทักษะผ่านบันทึกลับคนจรเพื่อประเมินค่าไอเทมต่างๆที่ไม่ใช่ประเภทอาวุธ ค่าที่ได้จากการประเมินจะเป็นถูกนำไปพัฒนาระดับของทักษะนี้

แต่ละระดับของทักษะจะปลดล็อกไอเทมที่สามารถสร้างขึ้นได้จากทักษะประดิษฐ์อุปกรณ์สำรวจ สามารถดูไอเทมที่สร้างได้จากบันทึกลับคนจร

--------------------------------------------

--------------------------------------------

ประดิษฐ์อุปกรณ์สำรวจ ไม่มีระดับ (พิเศษ)

รายละเอียด

          สามารถใช้ทักษะนี้ได้เฉพาะในมิติพิเศษหอวิจัยที่สาบสูญของอาชีพเสริมนักสำรวจอ่อนหัดเท่านั้นและใช้ควบคู่กับทักษะคุณค่าแห่งสมบัติ เมื่อมีวัตถุดิบที่กำหนดไว้ครบจะสามารถสร้างไอเทมที่ปลดล็อกโดยทักษะคุณค่าแห่งสมบัติได้

--------------------------------------------

 

          “เห... น่าสนุกแฮะ...” ตาของมาร์เวลลัสเป็นประกายราวกับเด็กที่ได้ของเล่นใหม่ แต่ก่อนที่จะได้ลองของ เจ้าตัวต้องตรวจสอบทักษะที่สมบูรณ์ก่อนหน้านี้ก่อน

 

--------------------------------------------

การเรียนรู้ภาษายูโธเปียโบราณ ระดับ 100(สมบูรณ์)

รายละเอียด

          ทำให้สามารถอ่าน แปล ฟัง และตีความภาษายูโธเปียโบราณได้

--------------------------------------------

 

          ส่วนทักษะที่ได้มาจากการคอมพลีททักษะก่อนหน้านี้คือ

 

--------------------------------------------

แก่นแท้แห่งภาษา ไม่มีระดับ

รายละเอียด

          สามารถอ่าน ฟัง แปล และตีความภาษาในยูโธเปียได้ทุกภาษา ยกเว้นแต่อักษรหรืออักขระเกี่ยวกับเวทมนต์

--------------------------------------------

 

          ก็ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์อะไรหรือไม่ เพราะตอนนี้มาร์เวลลัสไม่ได้สนใจจะคิดและห่วงการทดสอบทักษะใหม่จากอาชีพเสริมที่สามของตนมากกว่า ถ้าความสามารถมันน่าสนใจและดีมาก ๆ เจ้าตัวก็คิดว่าน่าจะลองตามหาหนังสือเล่มอื่นที่คล้ายกันดู เพราะคำอธิบายใช้คำว่า “หนึ่งในอาชีพของบรรพชนนิรนามไม่กี่คน” แสดงว่ายังมีอีก ถึงแม้อาชีพเสริมของตนจะเต็มแล้วแล้วก็ตามมาร์เวลลัสก็อยากลองตามหาดูเล่นๆ

 

          “คุณไครอนมีธุระอะไรต้องไปทำหรือเปล่าครับ”

          “โอ้... ท่านสะดวกแล้วรึ เมื่อครู่ข้าพบบุรุษหนึ่งคู่จูงมือกันด้วยความรักใคร่ผ่านหน้าข้าไป ดูเหมือนว่าที่โลกของท่านเองก็มีจารีตค่านิยมแบบเดียวกับดินแดนของข้าสินะ น่าสนใจๆ” เทพอสูรเซนเทอร์กล่าวด้วยแววตาใคร่รู้

          “แฮะๆ แล้วสรุปมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”

          “ไม่มี เจ้ามีเรื่องอันใดรึ”

          “พอดีผมต้องข้ามมิติไปทำธุระสักพักหนึ่งก่อนน่ะครับ”

          “ไม่เป็นปัญหา เช่นนั้นข้าจะรอท่านอยู่ที่นี่”

          “ครับ รอสักครู่นะครับ”

 

          มาร์เวลลัสกระดกกาแฟรวดเดียว ก่อนจะลุกไปสั่งของกินเล่นให้ไครอนเผื่อไว้และจ่ายเงิน ก่อนจะกลับมาที่นั่งและเรียกใช้ทักษะใหม่ทันที

         

          หอวิจัยที่สาบสูญ...

 

          ร่างของเด็กหนุ่มเปล่งแสงสีขาวและหายไปจากพื้นที่ดังกล่าวโดยไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจนัก ภาพที่ปรากฏขึ้นอีกครั้งในห้วงจักษุของผู้มาเยือนคือห้องไม้อัดสีน้ำตาลอ่อนที่เป็นรูปวงกลม มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-4 เมตร ไม่ได้กว้างอะไรมากมาย ที่น่าตื่นตกใจคือผนังของห้องซึ่งมีชั้นวางของทรงกลมหลายชั้นที่ตั้งชิดผนังซ้อนกันล้อมรอบห้องและสูงขึ้นไปเรื่อยตามความสูงของห้องที่มองไม่เห็นยอดหรือเพดาน ราวกับหอคอยแคบ ๆที่สูงเสียดฟ้า...

ที่กึ่งกลางของห้องมีโต๊ะและเก้าอี้ไม้อย่างละตัว โดยบนโต๊ะและพื้นห้องบางจุดมีสิ่งของและหนังสือหลายอย่างกระจัดกระจายจนดูรกพอสมควร

 

“เฮ้อ...”

 

มาร์เวลลัสถอนหายใจและเริ่มลงมือเก็บกวาดห้องก่อนเป็นอย่างแรก ในระหว่างนั้นเด็กหนุ่มก็ต้องหักห้ามใจอย่างบ้าคลั่งไม่ให้เปิดอ่านหนังสือพวกนั้นอ่าน ยังดีที่ห้องๆนี้ไม่มีฝุ่นแม้แต่นิดเดียว ราวครึ่งชั่วโมงห้องจึงถูกเก็บจนเป็นระเบียบอีกครั้ง ก่อนที่ก้นจะถูกหย่อนลงบนเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อนเล็กน้อย

 

“สูงขนาดนี้เก็บอะไรไว้บ้างละเนี้ย ต้องปีนชั้นขึ้นไปดูสินะ” กล่าวจบเพียงลมหายใจเดียว เก้าอี้ที่นั่งอยู่ก็พลันลอยขึ้นทำเอาคนนั่งตกใจไปเล็กน้อย “เจ๋ง...”

 

แค่คิดเจ้าเก้าอี้ก็พาเคลื่อนที่ลอยไปมาในอากาศอย่างอิสระ ทำเอามาร์เวลลัสบินเล่นไปมาอย่างสนุกสนานอยู่นาน กว่าจะกลับมาสำรวจชั้นวางของอีกครั้งก็ยี่สิบนาทีหลังจากนั้น ทว่าชั้นวางของชั้นบนทั้งหมดกลับมีแต่เพียงความว่างเปล่า มีเพียงชัดล่างที่มาร์เวลลัสเก็บของใส่เข้าไปเท่านั้นที่มีของวางไว้

 

มาร์เวลลัสเริ่มต้นจากของที่อยู่ในห้องก่อน หนังสือทั้งหมดในห้องไม่ให้ค่าความเป็นสมบัติแม้แต่หน่วยเดียว เด็กหนุ่มจึงเอาไอเทมที่มีอยู่ในห้องอยู่ก่อนแล้วไปประเมินค่า ทว่าบันทึกลับลับคนจรกลับบอกว่าใช้ประเมินไปแล้วจึงไม่ให้ค่าการประเมินอีกเช่นกัน

 

“ฮึ ๆ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง...”

 

ไม่ว่าจะบังเอิญหรืออะไรก็ช่าง ครั้งนี้กลับกลายเป็นว่างานอดิเรกที่ชอบซื้อไอเทมแปลกๆของมาร์เวลลัสดันมีประโยชน์ขึ้นมา เด็กหนุ่มเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดูไอเทมที่รกกล่องไอเทมจำนวนหนึ่ง คิดๆไปแล้วก็ดูย้อนแย้งในตัวเอง นั่งเลือกอาวุธเตรียมออกขายเพื่อเอาเงินกับทำให้กล่องไอเทมในหน้าต่างระบบโล่งขึ้น แต่ไอเทมไร้ประโยชน์แปลกๆกลับเก็บไว้เต็ม ตัวอย่างเช่น ไอรอนเมเดน(Iron maiden)โลงเหล็กติดหนามแหลมภายในสำหรับสังหารสตรีเพื่อรีดเอาเลือดซึ่งเป็นของที่บรรพชนในตำนานผู้หนึ่งเคยใช้และเป็นเจ้าของ และอื่น ๆอีกหลายชิ้น โดยของแต่ละชิ้นให้ค่าความเป็นสมบัติจนระดับของทักษะคุณค่าแห่งสมบัติเพิ่มขึ้นเป็น 2 และมีไอเทมสี่ชิ้นถูกคลายผนึกและสามารถสร้างได้แล้ว

 

ผลจากการทดลอง มาร์เวลลัสพอสรุปได้ว่าค่าความเป็นสมบัติส่วนมากนั้นจะอิงกับความเก่า ความแปลก และมักจะไม่ใช่ไอเทมที่มีไว้ใช้งานในฐานะผู้เล่น หรือจะเรียกว่าเฉพาะของสะสมที่ไร้ประโยชน์เสียมากกว่า ในขณะที่บันทึกลับคนจรก็มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับเนื้อหาในบันทึก

 

โดยแต่เดิมถัดจากปกในเข้ามา หน้าแรกคือประวัติเจ้าของเดิม หน้าที่ 2-10 คือเรื่องเล่าของการเดินทางที่ถูกสรุปจนเหลือแต่ใจความสำคัญ หน้าที่ 11-15 คือไอเทมที่สามารถสร้างได้จากทักษะประดิษฐ์ ซึ่งตอนนี้ปลดล็อคออกมาได้แค่สี่ชิ้น หน้าหลังจากนั้นจะเป็นชื่อ ภาพ และเรื่องราวเกี่ยวกับไอเทมที่ถูกใช้ทักษะคุณค่าแห่งสมบัติในแต่ละหน้าคล้ายกับสมุดบันทึกรายชื่อสมบัติ มาร์เวลลัสเอาไอเทมที่ประเมินแล้วไปจัดวางตามชั้น พอเสร็จและกลับมาดูกล่องไอเทมอีกครั้งซึ่งมันก็มีพื้นที่ว่างขึ้นอีกเยอะ

 

“ลองเอากล่องแพนโดร่าประเมินดีมั้ยนะ” คิดอยู่ชั่วครู่ มาร์เวลลัสก็ลงมือทันที “คุณค่าแห่งสมบัติ...”

 

น่าเสียดาย บันทึกลับคนจรบ่งบอกว่าทั้งสองเป็นไอเทมประเภทอาวุธจึงไม่สามารถประเมินได้ มาร์เวลลัสเองก็ไม่ได้ว่าอะไรและเก็บของอันตรายที่ว่าเข้าหน้าต่างระบบ ก่อนจะกลับมานั่งตรวจไอเทมที่สามารถสร้างได้ด้วยทักษะใหม่

 

โชคดีคือวัตถุดิบทั้งหมดที่นำมาใช้สร้างนั้นล้วนไม่ใช่ของหายากและก็ไม่ได้ต้องการจำนวนมากมายนัก แต่ที่โชคไม่ดีคือสร้างหนึ่งชิ้นต้องใช้วัตถุดิบหลากหลาย มีทั้งชิ้นส่วนสัตว์อสูร พืชพรรณสมุนไพร หรือแม้แต่แร่บางชนิด จะหาเองก็คงต้องวิ่งวุ่นไปทั่วทวีป มาร์เวลลัสจึงคิดว่าน่าจะไปหาซื้อที่ตลาดของเมืองหลวงเอา

 

“มีโรงประมูลออนไลน์ แต่ไม่มีร้านค้าออนไลน์ ผู้พัฒนานี่คิดอะไรแปลกๆ” เด็กหนุ่มกล่าว ก่อนจะตัดสินใจใช้ทักษะหอวิจัยที่สาบสูญเพื่อกลับมายังร้านกาแฟร้านเดิม

 

“กลับมาแล้วรึ” เสียงทักขึ้น ก่อนที่นักดาบหนุ่มจะปรือตาขึ้นและพบกับไครอนที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ใกล้ๆกันนั้นมีผู้เล่นขวัญอ่อนบางคนที่ตกใจไม่น้อยที่จู่ๆก็มีคนโพล่ออกมาซึ่งมาร์เวลลัสก็หันไปก้มหัวขอโทษ

“เราไปที่อื่นกันต่อเถอะครับ”

“รับทราบ”

 

สองบุรุษต่างวัยออกจากร้านกาแฟและเดินไปตามถนนผ่านผู้เล่นในเมืองที่ไม่ค่อยมีมากนัก มีบางคนที่เข้ามาชวนทั้งสองให้ไปทำภารกิจหรือเข้าปาร์ตี้บ้างเพราะขาดคนแต่เด็กหนุ่มก็ต้องกล่าวปฏิเสธอย่างสุภาพและตรงมาที่ร้านแบล็คสมิธในเมืองนี้ที่มีคนอยู่ในร้านจำนวนหนึ่ง มาร์เวลลัสขอติดต่อกับช่างทำอาวุธประจำร้านที่เป็นเอ็นพีซีแทนผู้เล่น ซึ่งเมื่อเอ็นพีซีคนดังกล่าวเห็นมาร์เวลลัสก็ตาโตด้วยความยินดีเพราะรู้ได้ทันทีว่ามาร์เวลลัสคือผู้มีพระคุณของเหล่าแบล็คสมิธทั้งปวง

 

“นับเป็นเกียรติจริงๆที่ท่านผู้มีพระคุณแวะมาเยือนที่ร้านของข้า”

“อย่าเรียกอย่างนั้นเลยครับ เรียกผมว่ามาร์เวลลัสเถอะ” เด็กหนุ่มกล่าวอย่างระแวดระวัง เพราะกลัวว่าจะมีคนรู้ว่าตัวเองเป็นคนบรรลุภารกิจเนื้อเรื่อง

“รับทราบ แล้วท่านมาร์เวลลัสมีอะไรให้ข้ารับใช้รึ”

 

มาร์เวลลัสจัดแจงเอาอาวุธระดับ 1-3 ออกมาขายให้แบล็คสมิธคนตรงหน้า ได้เงินมาจำนวน 72,650 ยูธและทำให้กล่องไอเทมของหน้าต่างระบบมีช่องว่างเพิ่มขึ้นอีกนับสิบช่อง จากนั้นก็จัดการนำการ์ดของอสูรกายมาตีบวก(ใช้การ์ดชื่อเดียวกันและระดับเดียวกันจะได้ +1 ทันที แต่ถ้าเป็นคนละใบจะคิดเป็นเปอร์เซ็นแทนและทำให้มีโอกาสล้มเหลว) น่าเสียดายที่ความสามารถมันดูจะไม่เหมาะกับเขานัก จะเอาลงประมูลก็ลังเลเพราะตลาดไอเทมการ์ดอยู่ในช่วงเริ่มต้น ความผันผวนของราคาจึงยังคงมีอยู่ ดังนั้นจึงตัดสินใจเก็บมันไว้ก่อน   

 

--------------------------------------------

ชื่อ : การ์ดอสูรกายแห่งทาร์ทารัส(R) +1

ประเภท : การ์ด (ระดับ 6)

ความสามารถ : เมื่ออยู่ในปาร์ตี้ ค่าสถานะทุกอย่างยกเว้น พลังเวท พลังโจมตีเวท และพลังป้องกันเวทเพิ่มขึ้น 280 หน่วย

ทักษะติดเครื่องประดับ : ไม่มี

เงื่อนไขสวมใส่ : ไม่มี

สถานะ : ปลดล็อกแล้ว

ประวัติ : ดรอปได้จากอสูรกายแห่งทาทารัส ระดับ 100 ที่กำเนิดมาจากความมืดของมหานรกทาร์ทารัสแห่งทวีปกีเซอร์

--------------------------------------------

 

หลังจากจ่ายเงินค่าอัพเกรดการ์ด มาร์เวลลัสก็เดินทางไปต่อที่ร้านขายยา เพราะการต่อสู้ครั้งที่ผ่านมาทำให้มาร์เวลลัสรู้ว่านอกจากน้ำยาฮีลและน้ำยามาน่าแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่มาร์เวลลัสต้องการคือ น้ำยาชูกำลัง ที่มีคุณสมบัติรักษาสถานะเหนื่อยล้าและฟื้นฟูอาการเหนื่อยล้า ซึ่งข้อแตกต่างของไอเทมธรรมดาและโพชั่นหรือน้ำยาคือมันไม่มีระดับ 1-10 เหมือนไอเทมทั่วไป แต่แบ่งเป็นเล็ก-กลาง-ใหญ่-ใหญ่พิเศษหรืออาจจะเรียกเป็นเล็ก-ปานกลาง-ดี-ดีมากก็ได้แล้วแต่ผู้เล่นจะเรียกกัน ราคาและคุณภาพก็ตามชนิด

 

มาร์เวลลัสซื้อชนิดใหญ่ยี่สิบขวดและสูญเงินหนึ่งแสนไปในพริบตา แต่นี่ก็ต้องทำเพื่อแลกกับความปลอดภัย นอกจากนี้ยังเติมน้ำยาฮีลและน้ำยามาน่าเข้าไปในกระเป๋ามิติอีกจำนวนหนึ่งคิดเป็นเงินอีกแสนกว่า จากนั้นก็น้ำยาแก้สถานะต่าง ๆ ขนาดกลางเท่าที่หาได้ในร้านชนิดละห้าขวด จนเหลืออยู่ 308,076 ยูธ แผนที่จะไปตลาดเลื่อนออกไปจนกว่าจะมีเงินอีกสักแสนสองแสนยูธ

 

ผู้เล่นหนุ่มกวาดตามองชื่อโพชั่นในร้านอย่างละเอียด ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจเดินไปถามเจ้าของร้าน แต่หญิงชราเจ้าของร้านก็ส่ายหน้าปฏิเสธ

 

“ท่านตามหาสิ่งใดรึ” ไครอนกล่าวถามด้วยความสงสัย

“ผมเองก็ไม่รู้ชื่อของมันหรอกครับ แต่สรรพคุณที่ต้องการคือทำให้หลับลึกยาวนานจนแทบก่ำกึ่งระหว่างการหลับและความตาย” มาร์เวลลัสกล่าวและถอนหายใจ “ว่าแล้วเชียวว่าร้านขายยาทั่วไปคงไม่มี...”

“ท่านเคยได้ยินเรื่องยาตัวที่ว่ามาจากที่ใดรึ”

“ก็แค่คาดเดาน่ะครับ คือเรื่องมันอย่างนี้ครับ....”

 

ยาตัวที่ว่านี้ มาร์เวลลัสใช้พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับยูโธเปียเป็นตัวตั้ง ซึ่งตำนานเทพที่หล่อหลอมและใช้สร้างโลกเสมือนนี้ขึ้นมา คือตำนานเทพจีนกับญี่ปุ่น กรีก พระคัมภีร์ไบเบิล ตำนานนอร์สของชาวไวกิ้ง และความเชื่อในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เป็นดินแดนหลักทั้งห้าทวีปก็จริง แต่เบื้องหลังลึกๆลงไปแล้วยูโธเปียกว้างใหญ่และลึกว่านั้น เพราะแทรกด้วยตำนานตั้งแต่ปฐมกาลเมโสโปเตเมียลากยาวมาจนถึงวรรณกรรมที่มีชื่อเสียงของแต่ละประเทศในปัจจุบัน หนึ่งในนั้นที่มาร์เวลลัสนึกถึงคือวรรณกรรมรักอมตะ อย่างโรมิโอและจูเลียตของเชกสเปียร์ที่กล่าวถึงสองตระกูลในอิตาลี และสิ่งที่เขาตามหาคือยาที่จูเลียตดื่มเข้าไปเพื่อแกล้งตายซึ่งรู้มาจากนักบวชท่านหนึ่ง

 

มาร์เวลลัสกล่าวเล่าเรื่องที่ไครอนแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่เคยรู้มาก่อน ทว่าคำตอบที่ได้กลับน่าคาดหวังสมเป็นปรมาจารย์แห่งเหล่าวีรบุรุษ

 

“ถ้าเป็นนักบวชของพวกเอนเดส ที่ดินแดนแห่งนี้เองก็มีอาคารที่พวกนั้นอาศัยอยู่ ท่านต้องการไปที่นั่นรึ”

“จริงเหรอครับ รบกวนพาผมไปด้วยนะครับ”

“ว่าแต่องค์ราชันย์จะเอายาแบบนั้นไปทำอะไรรึ หรือว่าท่านอยากไปพบฮาเดส?” ไครอนกล่าวติดตลก ทว่า...

“ก็ใกล้เคียงครับ แต่ไม่ใช่ของที่นี่....”

 

เทพอสูรเซนเทอร์จ้องมองเด็กหนุ่มด้วยความตกใจ แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรต่อจนออกจากเมืองมาเป็นระยะหนึ่ง มาร์เวลลัสก็ขี่หลังลิโอะและไครอนก็วิ่งด้วยความเร็วเหนือมนุษย์จนพ้นระยะที่น่าจะเกิดปัญหาก็กลายเป็นร่างเทพอสูรและพามาร์เวลลัสเดินทางจากไปอย่างรวดเร็ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

948 ความคิดเห็น

  1. #926 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 12:33
    ชอบอ่ะ คือมันอิงตำนานต่างๆอ่ะ ไรท์สุดยอด โยงกันได้เยี่ยมเลย บางตัว้ราก้อไม่รุ้จัก บางทียังจำสลับกันมั่วอ่ะ..
    #926
    0
  2. วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 07:47

    สนุกมากค่ะ
    #925
    0
  3. #924 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 07:01
    ขอบคุงงับ
    #924
    0