Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 64 : Episode 64 Confrontation (การเผชิญหน้า)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 123 ครั้ง
    27 ก.ค. 62

Phase 2 Episode 64 Confrontation

 

       เด็กหนุ่มยังคงนั่งอยู่ในอาคารเปลี่ยนอาชีพ ในขณะที่เฮอร์มิสบอกว่าเจ็บแผลและขอไปนอนพัก(ที่แท้ก็หาข้ออ้างอู้งาน มาร์เวลลัสพึ่งเข้าใจ)โดยให้พวกผู้ช่วยมานั่งเฝ้าอาคารแทน ส่วนมาร์เวลลัสซึ่งตั้งใจจะตรวจสอบข้อมูลก่อนออกไปจึงยังคงนั่งเขี่ยหน้าต่างระบบอยู่

 

---------------------------------------

ชื่อ : มาร์เวลลัส

รหัสประจำตัว : XXXXXXXXXXXXX137

ระดับ : 50 ชั้น : c

เงิน : 383,941 ยูธ

บัตรประจำตัวนักผจญภัย : สีเหลือง(ระดับ 2)

ฉายา : ยังไม่มีการแสดงฉายา

 [ผู้สืบทอดแห่งปรมาจารย์ดาบคู่] 

-         โอกาสได้รับอาวุธประเภทดาบจากภารกิจและการล่าเพิ่มขึ้น 8 %

-         การโจมตีเมื่อใช้อาวุธดาบคู่รุนแรงขึ้น 7 %

[จักรพรรดิอสูรเขาเดียว]

-         ค่าสถานะพลังโจมตีกายภาพ และความเร็วความคล่องตัวเพิ่มขึ้น 250 หน่วยในเวลากลางคืน

 

อาชีพหลัก  : นักรบคลั่ง

อาชีพเสริม :

[ที่ 1 จักรพรรดิบรรพกาล]

-         ผู้นำที่อยู่เหนือกว่าทุกผู้นำ บุรุษหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าปกครองทุกสรรพสิ่งนับแต่อดีตกาล

[ที่ 2 นักบุญพเนจร]

-         นักบุญจรผู้ไม่ยึดติดกับหลักความเชื่อของศาสนาหรือลัทธิใด ๆ ทั้งสิ้น ออกเดินทางเพื่อให้ความช่วยเหลือเหล่าสัตว์โลกที่ตกทุกข์ได้ยากและเหล่าสัมภเวสีผู้ยังติดอยู่ในบ่วงอาวรณ์ตามที่นักบุญพเนจรเห็นสมควรโดยไม่สนใจชาติกำเนิด เผ่าพันธุ์ หรือสิ่งอื่นใดในทำนองเดียวกัน

[ที่ 3 ไม่มี]

 

ไอเทมการ์ดที่สวมใส่ :

[โกเลมกรวด]

-         เพิ่มพลังป้องกายภาพ 50 หน่วย 

---------------------------------------  

 

          ส่วนค่าสถานะนั้นถึงจะไม่มากมายนัก แต่ระบบก็เพิ่มขึ้นอัตโนมัติทั้งสามด้านที่กล่าวไปแต่ไม่เท่ากัน โดยพลังโจมตีกายภาพเพิ่มขึ้นมาสามส่วน พลังกายเพิ่มขึ้นมาสองส่วน ส่วนพลังป้องกันกายภาพเพิ่มขึ้นมาครึ่งส่วน ซึ่งส่งผลให้พลังชีวิตของมาร์เวลลัสเพิ่มขึ้นด้วย จากนี้ก็ไปเก็บระดับเพิ่มมาร์เวลลัสก็น่าจะทนทายาดขึ้น ประกอบทักษะแรกของนักรบคลั่งก็ยิ่งทำให้โอกาสรอดชีวิตของมาร์เวลลัสเพิ่มมากขึ้น

 

----------------------------------------------------

เบอร์เซิร์ก อินสติงต์ ระดับ 1(พิเศษ)

รายละอียด

เมื่อผู้เล่นถูกโจมตีด้วยความเสียหายที่มากกว่าพลังชีวิตในขณะนั้นจนพลังชีวิตจะกลายเป็นศูนย์ในการโจมตีดังกล่าว ผู้เล่นจะสามารถรอดชีวิตหนึ่งครั้งจากการโจมตีนั้นโดยมีพลังชีวิตเหลือเพียง 10, 100, 1,000 10,000... ขึ้นอยู่กับจำนวนพลังชีวิตที่เหลืออยู่ในขณะที่ถูกโจมตี

----------------------------------------------------

 

ตัวอย่างเช่น มีพลังชีวิตเหลือ 9,000 หน่วย ถูกโจมตีด้วยความเสียหาย 50,000 หน่วย จะรอดจากการโจมตีนั้นโดยมีพลังชีวิตเหลือ 1,000 หน่วย เวลาคูลดาวน์ของทักษะนี้คือ 12 ชั่วโมงในเกม ไม่เร็วไม่ช้าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติที่ค่อนข้างดีในความคิดของเด็กหนุ่ม พอบวกเข้ากับสองจากสี่ทักษะที่เลื่อนระดับขึ้นมาเป็น 2 ของอาชีพเสริมนักบุญพเนจร มาร์เวลลัสก็ยิ่งมีโอกาสรอดสูงขึ้นไปอีก

 

----------------------------------------------------

พรรักษา ระดับ 2(พิเศษ)

รายละเอียด

ผู้เล่นมีความสามารถในการรักษาหรือฟื้นคืนพลังชีวิตคิดเป็น 13% ของพลังชีวิตดั้งเดิมของเป้าหมายต่อ 3 วินาที สามารถใช้กับตนเองได้

----------------------------------------------------  

         

ทักษะสำหรับเปลี่ยนพลังเวทไปเป็นพลังชีวิตชัดๆ

 

----------------------------------------------------

เมตตาคุ้มครอง ระดับ 2(พิเศษ)

รายละเอียด

หากผู้เล่นต้องต่อสู้เพื่อปกป้องชีวิตอื่นหรือจำเป็นต้องต่อสู้ อัตราการฟื้นพลังชีวิตอัตโนมัติในเพิ่มขึ้น 32% ผลนี้ทำงานเฉพาะในระหว่างเวลาที่กำลังต่อสู้เท่านั้นและสิ้นสุดลงเมื่อการต่อสู้จบลง

----------------------------------------------------

 

ส่วนทักษะรัศมีนักบุญนั้นอัตราความสำเร็จของทักษะเพิ่มขึ้น 5 % จากเดิม ส่วนทักษะดวงตาแห่งการปลอบประโลมมีความสามารถที่เพิ่มเข้ามาคือ นอกจากจะเห็นวิญญาณได้แล้ว ผู้ใช้ยังสามารถสื่อสารได้เล็กน้อยกับวิญญาณที่มองเห็น อันนี้จะเรียกว่าดีขึ้นได้รึเปล่าเจ้าตัวมาร์เวลลัสเองก็ไม่รู้

 

ส่วนสกิลของสายอาชีพนักรบทั้งสามเองก็เพิ่มประสิทธิภาพของมันขึ้นเล็กน้อยเมื่อเพิ่มเป็นระดับขึ้นเป็น 2 ตัวเช่น ลดคูลดาวน์ลง เพิ่มระยะของการทำงานให้มากขึ้น เป็นต้น

 

“อาชีพเสริมเปลี่ยนเป็นจักรพรรดิบรรพกาล แต่ทักษะจากอาชีพเหมือนเดิม รายละเอียดก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก เฮ้อ...” บ่นไปคอตกไปอย่างเซ็งๆ แถมเทพอสูรกรีกที่มาคอยติดตามก็ยังไม่มา “ช่วยไม่ได้แฮะ กลับไปที่เมืองเอเธนส์แล้วเดินเล่นสักหน่อยแล้วค่อยกลับไปตามสืบปริศนาที่เซเปียสดีกว่า ที่นี่ก็ไม่ค่อยมีอะไรเลยด้วย ขนาดท้องฟ้าก็ยังไม่สวยเลย”

 

มาร์เวลลัสกล่าวลาเอ็นพีซีในอาคารอย่างสุภาพและฝากลาเฮอร์คิสก่อนจะออกไป ไม่รู้ว่าในอนาคตเขาจะได้มีโอกาสเจอเฮอร์คิสรวมไปถึงยามาโมโตะอีกหรือเปล่า แต่ถ้ามีโอกาสก็น่าจะกลับไปเยี่ยมเยือนอีกในสักวันหนึ่งก็คงจะดี ขึ้นอยู่กับวาสนาละนะ

 

พ้นประตูได้เพียงหนึ่งก้าว มาร์เวลลัสก็กุมขมับและอยากกลับเข้าในอาคารอีกรอบ

 

ที่ด้านหน้าอาคารเปลี่ยนอาชีพที่ต้องเดินลงบันไดหินลงไป ร่างของชายหญิงหนึ่งคู่กำลังยืนตระหง่านนิ่งราวเป็นต้นเสา โดยมีเหล่าผู้เล่นที่เป็นยูโธเปียมุงอยู่รอบ ๆ โดยเฉพาะฝ่ายหญิงที่มีพวกผู้เล่นชายมายืนแซวยืนหยอกล้อทำชีกอหน้าหมอหูดำใส่จนน่ารำคาญแทน ทว่าเธอก็ยังยืนนิ่งมาก ๆ ส่วนฝ่ายชายกลับถูกผู้เล่นจ้องมองโดยเว้นระยะพอสมควรเพราะมีรังสีอำนาจบางอย่างส่งออกมาจนน่าเกรงขาม

 

มาร์เวลลัสพ่นลมหายใจและเดินลงไปหาทั้งสองเพราะรู้ได้ทันทีว่าหน้าตาดีเหนือมนุษย์ด้วยกันทั้งสองคนแบบนี้ต้องเป็นญาติพี่น้องที่รู้จักกับตนเองแน่ ๆ อย่างเดียวที่เป็นปัญหาคือเหล่าผู้เล่นที่มารวมกันจนวุ่นวายนี่ละ

 

“สวัสดีครับทั้งสองท่าน ถ้ายังไงก่อนจะแนะนำตัวกัน เราเปลี่ยนที่พูดคุยกันหน่อยดีกว่ามั้ยครับ”

“อะไรไอ้น้อง พวกพี่ยืนจีบน้องคนสวยนี่ตั้งนาน เอ็งจะมาชุบมือเปิบหรือไง”

“อ๋อ หรือว่าน้องสาวคนสวยจะมารอไอ้หน้าอ่อนนี่? อย่าไปสนใจไอ้ถั่วงอกนี่เลย มากับพี่ดีกว่า”

“เฮ้ย น้องเขาต้องไปกับข้า เอ็งอยากมีเรื่องเหรอ”

“ก็มาดิว่ะ ไอ้พวกอ่อนเอ้ย”

...............

 

จากหาเรื่องมาร์เวลลัส เปลี่ยนเป็นเริ่มทะเลาะกันเอง มาร์เวลลัสถอนหายใจ ก่อนเขาจะมาทำไมไม่ทะเลาะกันมาทะเลาะกันทำไมตอนนี้

 

“ถ้ายังไงพาหายตัวหรือเคลื่อนย้ายออกไปจากเมืองนี้ได้หรือป่าวครับ” มาร์เวลลัสกล่าวพร้อมกับหลบอาวุธที่หลุดหลงมาทางตนอย่างคล่องแคล่วไปด้วย

“.......”

 

ชายคนข้างๆนิ่ง ส่วนหญิงสาวปริศนาก็นิ่ง ก่อนจะใช้การกระทำแทนคำตอบโดยการถือวิสาสะจับข้อมือมาร์เวลลัสขึ้น เพียงพริบตา ภาพของเมืองที่วุ่นวายและกำลังเกิดการทะเลาะวิวาทจากหญิงงามคนนี้ก็หายไปหมดสิ้นต่อหน้าต่อตา เหลือเพียงลานกว้างกลางป่าที่มีเพียงเธอและเขาเท่านั้น

 

หญิงสาวปล่อยข้อมือและถอยไปด้านหลังหลายก้าว ก่อนที่ร่างกายของนางจะเปล่งแสงสว่างสีเหลืองงดงามเพื่อแปรเปลี่ยนอาภรณ์ที่สวมใส่

 

หญิงสาวใบหน้างามดุจเทพธิดาที่มีเส้นผมสีน้ำตาลและดวงตาคู่งามสีฟ้ากำลังสวมอาภรณ์ผ้าสีขาวแบบกรีกชิ้นเดียวที่ยาวถึงข้อเท้า โดยมีผ้าสีน้ำเงินพาดจากไหล่ข้างหนึ่งลงมาที่เอวอีกข้างโดยมีเข็มขัดสีทองรัดเอวไว้ ศีรษะสวมด้วยหมวกเกราะของสปาร์ตันที่ขนบนหมวกเกราะเป็นสีน้ำเงินเช่นเดียวกับผ้าที่พาดตัว แขนขวาคือโล่กลมทองหนึ่งเดียวในตำนานที่สลักรูปศีรษะสตรีที่มีผมเป็นอสรพิษ แขนซ้ายถือหอกยาวงดงามสีเดียวกับโล่

 

มือของมาร์เวลลัสวางไปที่ด้ามดาบที่เอวตามสัญชาตญาณ ก่อนที่เสียงจากระบบจะยืนยันตัวตนตรงหน้า

 

“ผู้เล่น มาร์เวลลัส ค้นพบ เทพอสูร เทพีแห่งการสงครามและปัญญา อาเธน่า ระดับ 120 ผู้เล่นที่ถูกอาเธน่าสังหาร ระดับลดลง 20 สุ่มทิ้งไอเทม 50 ชิ้น เวลาเกิดเพิ่มเป็น 72 ชั่วโมง”

 

“คุณอาเธน่าคือเทพอสูรที่จะมาคุ้มกันผมหรือเปล่าครับ”

“เปล่าเลย ท่านองค์ราชันย์ ข้าไม่ใช่...” เทพีแห่งปัญญาแม้จะเปลี่ยนชุดแล้วแต่ก็ยังคงมีรูปร่างและส่วนสูงเท่ามนุษย์ปกติเดินสาวเท้าเข้าหาเด็กหนุ่มช้า ๆอย่างสง่างามและไร้ซึ่งแววใด ๆที่จะคาดเดาความคิด

 

ผู้เล่นหนุ่มอ่านเจตนาเธอไม่ออกจึงได้แต่กุมด้ามดาบที่เอวไว้แน่น ถ้าต้องรับมือกับเทพอสูรดาบดาร์กแพนเทอร์กับดาบพูดได้เพลนทิเวียรับมือไม่ไหวแน่ ๆ แต่อย่างน้อยก็ต้องถ่วงเวลาจนกว่าจะเปลี่ยนเอาดาบผนึกร้อยอาณัติกับคุโรมุรามาซะออกมา

 

ระยะห่างเหลือเพียงแค่เอื้อมมือ...

 

“แด่เทือกเขาโอลิมปัสเถิด.... กว่าข้าจะตามมา ณ ที่แห่งนี้ได้ ช่างไกลนัก” เงาดำสูงจู่ ๆก็ปรากฎขึ้นที่ด้านข้างลำตัวของทั้งสองที่เผชิญหน้ากันอยู่ ก่อนที่ใบหน้าของเงาดำที่สูงเกือบสามเมตรจะก้มลงมามองหน้าบุรุษหนุ่มและหันไปมองหน้าเทพีแห่งสงคราม “ท่านทั้งสองอยู่ใกล้กันเกินไป บุรุษและสตรีมิควรเข้าใกล้กันเกินงาม โดยเฉพาะท่าน ท่านองค์ราชันย์ ยอดบุรุษควรให้เกียรติสตรี” มือขนาดใหญ่กว่าปกติผลักอกจนมาร์เวลลัสแทบจะกระเด็นไปด้านหลัง ก่อนที่เสียงจากระบบจะเหมือนพึ่งรู้ตัว

 

“ผู้เล่น มาร์เวลลัส ค้นพบ เทพอสูร ปรมาจารย์แห่งเหล่าวีรบุรุษ ไครอน ระดับ 130 ผู้เล่นที่ถูกไครอนสังหาร ระดับลดลง 25 สุ่มทิ้งไอเทม 70 ชิ้น เวลาเกิดเพิ่มเป็น 72 ชั่วโมง

 

ร่างของเซนเทอร์คนครึ่งม้าสวมเกราะแบบกรีกตั้งแต่ศีรษะจนถึงเอวและมีผ้าคลุมสีแดงอยู่ที่หลังคือภาพที่มาร์เวลลัสได้พบ ร่างของหนึ่งในอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตำนานกรีกมีความสูงเกือบสามเมตรและมีร่างกายกำยำสมเป็นยอดนักรบและยอดอาจารย์ของเหล่าวีรบุรุษที่มีชื่อเสียง ไครอนถอยหลังและกลายเป็นร่างมนุษย์ที่รูปร่างไม่ต่างจากเดิมนักเพียงแค่เกราะและลำตัวล่างที่เป็นม้าหายไป ก่อนจะเดินเข้ามาหามาร์เวลลัส

 

“ข้าคือ ไครอน คิดว่าองค์ราชันย์คงจะทราบนามของข้าแล้ว ข้าเป็นผู้ที่จะมาติดตามท่านในระหว่างที่เดินทางอยู่ในดินแดนแห่งนี้” ไครอนในรูปร่างของคุณลุงหนวดเคราเฟิ้มกล่าวเสียงดังเหมือนอาจารย์ดุศิษย์

“........” บุตรีแห่งมหาเทพเหลือบตามองไครอน ก่อนจะหันกลับไปหามาร์เวลลัสด้วยท่าทีนิ่งสงบ “ข้าได้รับคำสั่งจากพระบิดามหาเทพซุสให้มาเตือนท่าน แม้ทวยเทพแห่งเขาโอลิมปัสเราจะมิอาจห้ามให้ท่านเข้ามาในดินแดนของเราได้ แต่ก็ขอให้ท่านจงระลึกไว้เสมอว่าพวกเราจับตาดูท่านอยู่ หวังว่าท่านจะไม่ก่อปัญหาใด ๆให้เกิดขึ้นจนเราต้องลงมาจัดการปัญหา”

“ครับ....” เด็กหนุ่มกล่าวตอบนิ่งๆ

“ขอตัว...” อาเธน่าสะบัดอาภรณ์ผ้าและบินขึ้นไปบนฟ้าโดยไม่หันกลับมามองอีก ส่วนมาร์เวลลัสก็มองตามอีกฝ่ายไปด้วยทีเสียดายปนเสียใจเล็กน้อย

“สตรีงามมักมีหนามแหลม ความงดงามของนางคงทำให้ท่านเคลิบเคลิ้มแต่ก็อันตราย” ไครอนมองตามไปและกล่าว

“นั่นสิครับ ดูเหมือนคุณอาเธน่าจะไม่ค่อยชอบผมเท่าไหร่ เมื่อกี้จะขอลายเซ็นก็เลยไม่กล้า”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆท่านเป็นดั่งที่ไดเทนกุกล่าวไม่มีผิด”

“ไดเทนกุ? อ๋อ นายเหนือหัวของคุณการาสุเทนกุนั่นเอง” มาร์เวลลัสกล่าวเมื่อนึกถึงตำนานที่อ่านทวนก่อนเข้ามาในเกม “ที่เป็นพวกเดียวกับเราใช่มั้ยครับ”

“.......” ไครอนนิ่งไม่ตอบ ก่อนจะขมวดคิ้วมองมาร์เวลลัสอย่างรู้ทัน “ปัญญาท่านช่างเฉียบแหลมและเจ้าเล่ห์นัก ถึงกับจะหลอกถามข้าผู้นี้ ฮ่า ๆ ๆ น่าสนใจๆ”

“แล้วคำตอบคือ...” หลอกไม่ได้ก็ถามตรง ๆ

“ท่านต้องหาคำตอบด้วยตนเอง” อาจารย์แห่งเหล่าวีรบุรุษกล่าวและหัวเราะตบท้ายเมื่อมาร์เวลลัสทำหน้าเซ็ง

“ขอบคุณนะครับที่เมื่อกี้ช่วยไว้...”

“นางไม่อาจลงมือทำอะไรท่านได้ เพียงแต่อาจจะทดสอบฝีมือเล็กน้อย”

“........” มาร์เวลลัสพยักหน้ารับเบาๆ

“เอาละท่านองค์ราชันย์ เราจะไปที่ใดกัน...”

“ที่จริงผมกำลังคิดจะกลับเซเปียสครับ”

“ฮือ....” ไครอนส่งเสียงขึ้นมาเมื่อการมาถึงของตนกำลังจะสูญเปล่า

 

มาร์เวลลัสยังจำได้ดีว่าตนเองมีแผนจะกลับไปที่เซเปียสเพื่อขอโทษน้ำมนต์ แต่ถึงอย่างนั้นไครอนที่อุตส่าห์มาถึงที่นี่ด้วยตนเองเพื่อคอยคุ้มกันและดูแลมาร์เวลลัส จะให้รีบกลับไปเลยมันก็ดูไม่ดีต่อไครอนที่เสียเวลามา

 

“แต่ผมเปลี่ยนใจแล้วครับ แต่คงต้องรบกวนคุณไครอนหน่อยนะครับ”

“ฮ่า ๆ ข้ามาที่นี่เพื่อสิ่งนั้น เชิญกล่าวมา...”

 

....................................................

 

ไครอนกลับสู่ร่างเทพอสูรเซนเทอร์ โดยมีร่างของมาร์เวลลัสนั่งอยู่บนหลังส่วนที่เป็นม้า ก่อนที่ร่างครึ่งม้าจะทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงจนมาร์เวลลัสต้องเกาะไว้แน่น

 

“ที่นี่ห่างจากเมืองที่พวกเราพึ่งมาแค่ไหนครับ”

“ในภาษาของท่านก็ประมาณ 8 กิโลเมตร” ไครอนกล่าว นั่นหมายถึงไครอนใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีในการเดินทางมาที่นี่ผ่านระยะทางนับแปดกิโลเมตร คนปกติคงจะแปลกใจแต่กับมาร์เวลลัสที่เคยเดินทางกับการาสุเทนกุมาแล้วเจ้าตัวจึงไม่ค่อยประหลาดใจกับพลังเหนือสามัญสำนึกของเหล่าเทพอสูรนัก

 

ไครอนวิ่งไปบนพื้นอย่างรวดเร็ว ทว่าทุกย่างก้าวกลับไร้ซึ่งรอยเหยียบที่ควรจะเกิดเมื่อร่างขนาดใหญ่ที่มีพลังมหาศาลเคลื่อนที่ไปบนพื้นดิน ทว่าเมื่อเคลื่อนที่ไปได้สักพักจู่ ๆกีบเท้าทั้งสี่ก็พลันชะลอลง ก่อนจะหยุดนิ่ง

 

“พวกมันมาแล้ว...” เซนเทอร์ผู้ทรงภูมิกล่าว

 

มวลอากาศรอบ ๆ หนึ่งผู้เล่นและหนึ่งเทพอสูรบิดตัวและฉีกออก ก่อนจะปรากฎอสูรกายน่าเกลียดน่ากลัวจำนวนนับร้อยที่ปรากฎออกมาล้อมรอบทั้งสองไว้ ทว่าท่ามกลางเหล่าอสูรกายเหล่านั้นมียักษ์ตนหนึ่งที่ดูจะโดดเด่นกว่าผู้ใดเป็นผู้นำขบวนมาเพียงผู้เดียว

 

มาร์เวลลัสกระโดลงจากหลังไครอน เกราะสีดำถูกสวมทั้งแต่อกจนถึงเท้า ตามด้วยเสื้อคลุมฮู้ดสีขาวที่สวมทับอีกที เอวถูกเปลี่ยนเป็นดาบคู่ของจักรพรรดิอสูรเขาเดียว พร้อมกับฉายาศิษย์ปรมาจารย์ดาบที่ถูกแสดง ทุกอย่างถูกเปลี่ยนผ่านหน้าต่างระบบอย่างรวดเร็วจนไครอนยังอดชื่นชมไม่ได้

 

“สมกับเป็นเจ้า ปัญญามีแต่หาได้ใช้ก่อนจะกระทำสิ่งใด เอพิมีธีอุส...” ในมือไครอนมีดาบและโล่ปรากฎออกมาในสภาพพร้อมรบเต็มที่

“บุรุษผู้นั้นคือจุดกำเนิดของทุกสรรพสิ่งที่พวกเรากำลังเวียนศีรษะ ข้ามิอาจเข้าใจความคิดของพวกเจ้าว่า ใยถึงได้ปล่อยจุดกำเนิดแห่งความโกลาหลนั่นไว้โดยมิยอมทำสิ่งใด หากไม่มีผู้ใดทำข้าผู้นี้จะเป็นคนจบสิ้นซึ่งทุกอย่างเอง”

“กล่าวสิ่งใดไปสมองไททันปัญญาต่ำเช่นเจ้าก็คงไม่เข้าใจ” ไครอนทำท่าทางเหนื่อยหน่าย “อสูรกายเหล่านั้น... โครนอสเป็นผู้มอบให้เจ้ามาสินะ”

“ข้ามิจำเป็นต้องตอบคำถามของเจ้า!” เอพิมีธีอุสพุ่งเข้ามาพร้อมกับเหล่าอสูรกายนับร้อยที่พุ่งตามเข้ามาจนพื้นดินสั่นสะเทือน

 

“ข้าจะรับมือกับเอพิมีธีอุส เหล่าอสูรกายเหล่านั้นคงต้องเป็นหน้าที่ท่าน”

“พวกเราไม่มีกองหนุนบ้างเหรอครับ” ดวงตาสีนิลฉายแววจริงจัง

“ท่านคิดว่าไททันที่หนุนหลังเอพิมีธีอุสกับเทพแห่งขุนเขาโอลิมปัสที่ส่งตัวแทนมากล่าวเช่นนั้นจะให้การช่วยเหลือเรารึ”

“ผมแค่เคยเจอกับคุณอีคิดนาแล้วเธอดูไม่เป็นศัตรูกับผมน่ะครับ เลยคิดว่าอาจจะมีคนที่อยู่ข้างเราอีก”

“เช่นนั้นเรื่องที่นางละเมิดกฎก็เป็นเรื่องจริง แต่เรื่องนั้นไว้พูดคุยกันในภายหลัง” ไครอนยกขาคู่หน้าขึ้นกลางอากาศประดุจอาชาหาญ “อย่าพลาดตายเสียละองค์ราชันย์ ข้าเองก็อยากเห็นฝีมือท่านเต็มแก่แล้ว”

“จะพยายามครับ แต่อย่าคาดหวังกับผู้เล่นเลเวล 50 มากเลยนะครับ”

 

ร่างครึ่งม้าที่ส่วนสูงต่างกับยักษ์เอพิมีธีอุสมหาศาลพุ่งเข้าสู้กับหนึ่งในไททันแห่งตำนานอย่างไม่กลัวเกรง มาร์เวลลัสไม่ได้เป็นห่วงไครอนแม้แต่น้อย อีกฝ่ายคือยอดนักรบและยอดอาจารย์ในเวลาเดียวกัน แถมยังมีพรวิเศษที่จะเป็นอมตะ ตอนนี้ห่วงเงาหัวตนเองน่าจะดีกว่า

 

“ทุกตัวระดับหนึ่งร้อยเท่ากัน จำนวนคือ 257 ตัว... ดาบเราจะไปได้แค่ไหนกันนะ”

 

นี่คือช่วงเวลาจวนตัวที่ทักษะหายนะทั้งสองจะต้องถูกนำมาใช้แล้ว แต่อย่างน้อยมาร์เวลลัสก็อยากรู้ว่าตนเองในตอนนี้จะไปได้ไกลแค่ไหนกับอาวุธคู่กายทั้งสอง

 

“ขอโทษล่วงหน้าด้วยนะครับ แต่ผมคงยอมให้พวกคุณเอาชีวิตผมไปไม่ได้...”

 

ลมถูกสูดเข้าจนเต็มปอด ดาบทั้งสองถูกกระชับจนแน่น ดวงตาสีดำเย็นชาจ้องมองศัตรูที่ระดับห่างกันถึงสองเท่าและจำนวนพอที่จะถล่มกองทัพผู้เล่นในพริบตาเดียว

 

“บินฝ่ากันไปเลย...”

 

 

          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 123 ครั้ง

949 ความคิดเห็น

  1. #941 เอเรบัส (@FlookBaa) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 14:09
    เงิน 5.500.000 หายไปไหน
    #941
    0
  2. #908 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 11:41
    ขอบคุณ​ครับ​
    #908
    0
  3. #907 oolnwoo (@hartjub) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 06:19

    งื้อออค้างอ่าาา

    #907
    0
  4. #904 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 15:48

    อยากอ่านต่ออ่าไรท์
    #สู้ๆนะไรท์
    #904
    0
  5. #903 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 10:38
    พี่จะโชว์เทพแล้วนะฮะ รอคร้าาาา..
    #903
    0
  6. วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 07:10
    ง่ะ...ค้าง
    #902
    0