Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 63 : Episode 63 Fighting (การต่อสู้)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,150
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    18 ก.ค. 62

Phase 2 Episode 63 Fighting

 

       “เอา เจ้าหนุ่ม...” เสียงหนึ่งทักขึ้นพร้อมกับแก้วของเครื่องดื่มที่ยื่นมาให้

          “ขอบคุณมากครับ คุณ...”

          “ฮ่า ๆ ๆ ข้าก็แค่ลุงแก่ๆที่ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร เจ้าอยากรู้ชื่อข้าด้วยรึ”

          “ครับ”

          “เรียกข้าว่าเฮอร์คิสแล้วกัน” ชายกลางคนที่เป็นพนักงานประจำอาคารกล่าว

          “ครับ ผมชื่อมาร์เวลลัสนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

          “โอ้ว ไม่ต้องมากพิธีนัก ดื่มสิ อร่อยนะ”

 

          มาร์เวลลัสมองดูก่อนจะสูดดมกลิ่นของเครื่องดื่มสีเขียวประหลาดๆที่ถูกส่งให้ ก่อนจะยกขึ้นดื่มและทำพะอืดพะอมออกมาทันทีที่ลิ้นสัมผัส ไม่ต้องเดาให้ยากก็รู้ว่ามันไม่ได้อร่อยจริงอย่างที่พูด

 

          “ฮ่า ๆ ๆ ๆ” อีกฝ่ายหัวเราะอย่างพอใจ “ขอโทษที่ต้องให้รอนะเจ้าหนุ่มมาร์เวลลัส พอดีมันนานมากแล้วที่ไม่มีคนมาเปลี่ยนเป็นอาชีพนี้ ผู้ให้การทดสอบเราก็เลยไม่ค่อยได้เข้ามาในสำนักงานสักเท่าไหร่”

          “ครับ ไม่เป็นไรหรอกครับ ว่าแต่ว่า อาชีพนี้ไม่ค่อยมีผู้เล่นมาเปลี่ยนเหรอครับ ผมว่ามันเป็นสายอาชีพที่ค่อนข้างน่าสนใจมากทีเดียว”

          “ปากหวานจริง ๆนะเจ้าหนุ่ม แต่พูดหวานไปข้าก็ไม่มีอะไรให้เจ้าหรอกนอกจากเครื่องดื่มนั่น...” ชายกลางคนชี้มาที่แก้วในมือมาร์เวลลัส ซึ่งเจ้าตัวก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธเรียกเสียงหัวเราะไปอีกครืนใหญ่ “มันก็มีมาเปลี่ยนแบบเจ้าหนุ่มบ้างคนสองคนแหละ แต่ก็นาน ๆทีละนะ ส่วนใหญ่พวกผู้เล่นจะไปเปลี่ยนเป็นพาราดิน นักดาบเวท หรืออัศวินกันเสียส่วนใหญ่ เพราะมันฟังดูเท่กว่าแล้วก็เหมาะกับการสนับสนุนกลุ่มมากกว่า และอีกอย่าง... ไม่ค่อยมีผู้เล่นที่ไหนบ้าใส่แต้มสถานะกับด้านไหนด้านหนึ่งเยอะจนเข้าเงื่อนไขการเปลี่ยนอาชีพนี้หรอก” อีกฝ่ายส่งสายสมเพชปนสงสารมาให้ผู้เล่นหนุ่มอย่างไม่ปกปิด

          “........” จี้ใจดำจนแทบกระอักเลือดตาย มาร์เวลลัสอยากจะบอกเหลือเกินว่าเป็นความผิดของน้องกระต่ายตัวนั้น น้องไม่ได้ตั้งใจ

          “แล้วเจ้าหนุ่มใส่แต้มค่าสถานะด้านไหนไปมากที่สุดละ พลังกาย พลังโจมตีกายภาพ หรือพลังป้องกันกายภาพ”

          “ความเร็วความคล่องตัวครับ”

          “อย่างนี้นี่เอง สมกับที่เป็นคนคลั่งละนะ... เมื่อกี้เจ้าว่าอะไรนะ”

          “อย่างที่ได้ยินแหละครับ”

          “ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ” อีกฝ่ายกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะกุมท้องและระเบิดเสียงหัวเราะออกมาจนน้ำตาไหล จากนั้นจึงชี้นิ้วมาที่เด็กหนุ่ม “เจ้าบ้าไปแล้วรึไงเจ้าหนุ่มมาร์เวลลัส เจ้าจะเป็นเบอร์เซิร์กเกอร์สายความเร็วหรือไง ฮ่า ๆ ๆ ๆ โอ้ย แค่คิดก็ขำแล้ว คนคลั่งก็ต้องตีแรง แรงเยอะ ไม่ก็ทนมือทนเท้าสิ นี่เจ้าจะเคลื่อนที่เร็ว โอ้ย ข้าปวดท้อง...” เฮอร์คิสหัวเราะจนแทบขาดใจ ในขณะที่มาร์เวลลัสยิ้มเจื่อนสนิทรับ จะเถียงก็ไม่รู้จะเถียงยังไง

          ตาลุงเฮอร์คิสพยายามจะกลั้นขำหลายครั้งจนในที่สุดก็ทำได้ทั้งที่หน้าแดงก่ำ “เปลี่ยนใจยังทันนะเจ้าหนุ่มมาร์เวลลัส ข้าว่าสายนักดาบโดยตรงน่าจะเหมาะกับเจ้ามากกว่านะ”

          “ขอบคุณที่แนะนำครับ แต่ผมยังยืนยันคำเดิมว่าผมจะเป็นเบอร์เซิกเกอร์”

          “ไหนข้าขอฟังเหตุผลของเจ้าหน่อยสิ”

          “ผมเป็นโซโล่เพย์เยอร์ครับ ที่จริงถึงจะไม่ใช่ความคิดที่ดีนักแต่ผมก็อยากให้ค่าสถานะของตัวเป็นค่าสถานะแบบกลางๆสมดุลๆเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางคนเดียว น่าเสียดายที่ด้วยความผิดพลาดเลยกลายเป็นว่าผมมีดีแค่ความเร็วความคล่องตัวอย่างเดียว ดังนั้นการเปลี่ยนอาชีพเป็นเบอร์เซิร์กเกอร์จึงสำคัญมาก เพราะหลังเปลี่ยนแล้วค่าสถานะอย่างพลังกาย พลังโจมตีและพลังป้องกันกายภาพจะเพิ่มขึ้นอีกจำนวนหนึ่งซึ่งจะช่วยชดเชยส่วนที่ผมขาดไปและยังน่าจะสอดคล้องส่งเสริมกับค่าสถานะด้านความเร็วของผมด้วย แถมทักษะประจำสายอาชีพนี้เองผมว่าก็น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้เล่นอิสระแบบผมด้วย”

          “แต่เจ้าจะเสียเปรียบคนอื่นด้านการโจมตีเวทและพลังป้องกันเวทเอานะ” เฮอร์คิสกล่าว

          “ช่วยไม่ได้นี่ครับ โลกนี้ไม่มีทางเลือกที่สมบูรณ์แบบ เลือกทางหนึ่งก็ย่อมต้องเสียทางหนึ่งไป”

 

          เฮอร์คิสพยักหน้ารับ แต่ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของมาร์เวลลัสแต่อย่างใด จนในที่สุดเจ้าตัวก็ผุดลุกขึ้นอย่างกะทันหัน

 

          “ไป... เจ้าหนุ่มมาร์เวลลัส ไปเข้าทดสอบเปลี่ยนอาชีพได้แล้ว”

          “อ้าว แต่ผู้ให้การทดสอบยัง...”

          “เอ้า!! ก็ข้านี่ไง ไปได้แล้ว เสียเวลาจริง...”

          “หา!??” เด็กหนุ่มอุทานขึ้น ก่อนจะโดนเฮอร์คิสลากเข้าไปในห้องทดสอบอย่างง่ายดายโดยมีเอ็นพีซีคนอื่น ๆในอาคารที่โบกมือให้คล้ายมาส่งวิญญาณ

 

          ผู้เล่นหนุ่มถูกพาตัวมาด้านในอาคารที่เป็นลานดินวงกลมที่ประดับด้วยหินก้อนเท่ากำปั้นอยู่ตามจุดต่าง ๆของพื้นดิน เฮอร์คิสยกกระบองไม้ยาวกว่าห้าสิบถึงเจ็ดสิบเซนมิตรขึ้นพาดบ่าด้วยท่าทีสบายและเดินไปยังกลางลานดิน โดยมีมาร์เวลลัสที่หยิบดาบไม้คู่ที่ทางอาคารเปลี่ยนอาชีพเตรียมไว้ให้เดินมากลางลานเดียวกันที่เป็นฝั่งตรงข้ามของเฮอร์คิส

 

          “ก่อนหน้านี้เป็นบททดสอบอะไรหรือป่าวครับ”

          “ฮ่า ๆ ไม่มีอะไรมาก ก็แค่นาน ๆทีแบบนานมาก ๆจะมีคนหนุ่มหน้าตาดีมาเปลี่ยนอาชีพกับข้าก็เลยสนใจเท่านั้น ถ้าเป็นคนปกติทั่วไปข้าคงโยนเข้ามาในลานแล้วก็ทุบๆให้มันจบนั่นละ  ฮ่า ๆ ๆ” เฮอร์คิสเอามืออีกข้างเท้าเอวและอ้าปากแผดเสียงหัวเราะอีกครั้ง “แต่ข้าก็ชอบความเด็ดเดี่ยวในการตัดสินใจของเจ้านะ แต่เอาเถอะ วิธีการของข้าย่อมไม่เปลี่ยนแปลง แสดงให้ข้าเห็นทีว่าเจ้าไม่ได้มีดีแค่หน้าตาเจ้าหนุ่มมาร์เวลลัส!!

 

          นับเป็นสัญญาณเริ่มการต่อสู้ เฮอร์คิสพุ่งตัวเข้ามาตรง ๆทำให้เด็กหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ยังตั้งท่ารับอย่างไม่ประมาท เพราะความเร็วเขาเหนือกว่าแน่ ๆ แต่แง่อื่นเขาแพ้อย่างขาดดิ้น ฝีมือยังประเมินไม่ได้ว่าใครเหนือกว่ากันแต่ก็คงต่างหรือห่างกันไม่มากนัก ท้ายที่สุดต่อให้คิดอะไรมากมายก็มีแต่ต้องลุยลูกเดียวเท่านั้น   

 

          เฮอร์คิสพลันหยุดเท้าลงเมื่อห่างมาร์เวลลัสเพียงไม่กี่เซนติเมตร ก่อนจะยกเท้าเตะก้อนหินและดินบนพื้นใส่มาร์เวลลัส ท่ามกลางความตกใจกับวิธีการต่อสู้ที่คิดไม่ถึงของชายกลางคน

 

          มาร์เวลลัสโยกร่างหลบก้อนหินตามสัญชาตญาณอย่างง่ายๆ แต่ดินที่ตามมาเข้าตาเขาเต็มๆจนมองไม่เห็น เสียงแหวกอากาศดังมาจากด้านข้าง มาร์เวลลัสจึงทิ้งตัวลงฉีกขาหลบ ก่อนจะทิ้งตัวไปด้านหลังและยกขาขึ้นควงเป็นวงกลมและถีบพื้นดินจนกลิ้งไปด้านหลังพร้อมกับพยายามเช็ดดินออกอย่างเอาเป็นเอาตาย เสียงฝีเท้าหนักๆย่ำตามมาอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มจึงรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งถอยหลังหนี

 

          “ออกจากเวทีถือว่าแพ้นะ ข้าไม่เปลี่ยนอาชีพให้คนแพ้หรอก”

         

          เท้าของมาร์เวลลัสสัมผัสถึงขอบเวทีที่เป็นหิน ก่อนจะใช้ปลายดาบไม้แทงไปที่ขอบและวิ่งอ้อมตามขอบสนามโดยอาศัยการสัมผัสที่สัมผัสได้ผ่านดาบไม้และการคาดเดาระยะจากรูปวงกลมของมันโดยที่เฮอร์คิสยังคงวิ่งไล่มาไม่หยุด

 

          “อย่าหนีเลย มาให้ตาแก่คนนี้ทุบตีซะดี”

 

          ปลายดาบอีกข้างกลางออกและลากไปที่พื้นจนเกิดฝุ่นดินขึ้นคลุ้งเป็นทางยาว ซึ่งด้วยลักษณะสนามที่เป็นวงกลม แม้จะขีดไปไม่ถึงครึ่งวงกลมแต่ก็ทำให้คลุ้งจนทำให้การมองเห็นเรือนลาง จะลืมตาเต็มๆก็อาจโดนฝุ่นเข้าไปอีก คนที่ถูกย้อนศรการกระทำหัวเราะอย่างพอใจเมื่อโดนตัดคมกลับ แต่เสียงการเคลื่อนไหวยังมีให้ตามได้

 

เฮอร์คิสพุ่งหมายจะไปดักทางที่มาร์เวลลัสต้องไปเมื่อไต่ตามขอบ แต่เมื่อเข้าจนจวนจะถึงตัว เสียงแหวกอากาศก็ดังออกมาในระยะกระชั้นชิด จะหลบก็ไม่ทันหน้าผากของอีกฝ่ายจึงถูกกระแทกด้วยบางอย่างจนสัมผัสได้ถึงเลือดที่ไหลออกมา จะลืมตาดูก็เต็มไปด้วยฝุ่นที่ล้อมรอบตัวไว้ เฮอร์คิสฟาดกระบองมั่วซั่วไปด้านหน้าที่สัมผัสเสียงมาร์เวลลัสได้ล่าสุดเพราะยังไม่มีเสียงการเคลื่อนไหวอื่นแสดงว่ามาร์เวลลัสหยุดอยู่กับที่

 

ในระหว่างที่ฟาดออกไป เสียงแหวกอากาศก็ดังออกมาอีกจนครั้งนี้ต้องรีบหลบ แต่ก็มีอีกเสียงแหวกพุ่งมาดักทางอีกจนครั้งนี้ต้องยกกระบองมาฟาดสิ่งที่พุ่งเข้ามา

 

“เบามาก หรือว่า...”

 

ที่กระแทกก่อนหน้านี้คือก้อนหินแน่ ๆ แต่เสียงที่แหวกมาและถูกฟาดออกไปคือเบาซึ่งต้องเป็นดาบไม้ แต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรต่อ เสียงแหวกอาศที่สามก็ตามมาแต่จะหลบหรือฟาดก็ไม่ทันแล้วเพราะพึ่งฟาดออกไป ซึ่งด้วยน้ำหนักของกระบอง จะรั้งกลับโดยเร็วนับว่ายาก

 

เสียงแหวกอากาศดังข้ามไหล่ ก่อนที่เฮอร์คิสจะสัมผัสได้ถึงแรงกดที่ไหล่ เท้า... ไหล่กลายเป็นที่ยั้งเท้าให้ข้ามไปข้างหลังของเฮอร์คิส นอกจากนี้ยังมีอีกแรงกระแทกซ้ำที่ในจังหวะไล่เลี่ยกันซึ่งน่าจะเป็นเท้าอีกข้าง ผู้ให้การทดสอบวัยกลางคนเข้าใจแผนการทันที มาร์เวลลัสคงตั้งใจจะส่งให้เขาออกนอกเวทีไป

 

“แรงแค่นี้ไม่พอผลักคนคลั่งอย่างข้าหรอก!

 

เฮอร์คิสยืนหยัดสู้แรงถีบอย่างง่ายดายและหันกลับมาฟาดมาร์เวลลัสที่ด้านหลังอย่างรวดเร็วแต่ก็โดนหลบไปได้อีก ทำเอาอีกฝ่ายเริ่มหัวร้อนขึ้นมาเล็กน้อยและลืมตาขึ้นมาเพราะคิดว่าฝุ่นน่าจะจางแรง

 

“โอ้ย!!!” เฮอร์คิสร้องเสียงหลง เมื่อทันทีที่ลืมตาดินกำใหญ่ก็ถูกโยนใส่ตาของเขาอย่างจัง “ไอ้เด็กเฮงซวย เจ้าเล่นโกง”

“ใครเริ่มก่อนละครับ”

 

เฮอร์คิสโมโหจนฟาดกระบองไปทั่ว ในขณะที่มาร์เวลลัสที่ตอนนี้ตากลับมามองเห็นอยู่ฝ่ายเดียวแล้วก็หลบอย่างง่ายดาย แต่จะเข้าโจมตีก็ยากเพราะอีกฝ่ายเล่นฟาดมั่วแบบนี้ ต่อให้เขาเอากระบี่ไปจี้จุดตายและบอกว่าชนะแล้วก็อาจจะโดนฟาดมาอีก

 

“ยอมแพ้เถอะครับ”

“ไม่!!

 

เฮอร์คิสยังคงฟาดและพยายามเช็ดดินออก แต่พอลืมตาได้ก็ถูกมาร์เวลลัสเล่นมุกเดิมจนยิ่งหัวร้อนเข้าไปใหญ่ อันที่จริงเจ้าตัวเองเองก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้นัก แต่พออีกฝ่ายใช้ก่อนเขาจึงถือว่ามันเป็นวิธีการต่อสู้รูปแบบหนึ่งที่ใช้ได้ในการทดสอบครั้งนี้และแปลว่ามันไม่ได้ผิดกติกาแต่อย่างใด ท้ายที่สุดหมองูก็ตายเพราะงู หลังจากโดนมุกเดิมไปสิบกว่ารอบจนเฮอร์คิสรู้สึกว่าตัวเองน่าสมเพช แม้จะยังเต็มไปด้วยโทสะแต่ก็ต้องยอมรับว่าแพ้แล้วและตะโกนบอกยอมแพ้ในที่สุด

 

“เออ ข้ายอมแพ้...” ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างเซ็งๆคละกับยังโกรธเคืองอยู่

 

อย่างไรก็ตาม มาร์เวลลัสก็ไม่ได้เชื่อใจและยังคงเว้นระยะหางจนอีกฝ่ายสามารถลืมตาได้สักที

 

“เห็นหน้าซื่อ ๆ แสบนักนะเจ้าหนุ่มมาร์เวลลัส...” อีกฝ่ายกดเสียงกล่าวด้วยท่าทางไม่พอใจ

“แฮะๆ ผมผ่านแล้วใช่มั้ยครับ”

“ยัง จนกว่าข้าจะได้ทุบตีเจ้า!!” กระบองถูกควงและวิ่งไล่โดยเบอร์เซิร์กเกอร์ผู้รับเปลี่ยนอาชีพที่หน้าอาบไปด้วยเลือด ส่วนมาร์เวลลัสก็ได้แต่ร้องห้ามและวิ่งหนีไปทั่วสนามประลอง แต่พอจะออกนอกสนามก็ถูกขู่ว่าจะเท่ากับแพ้จึงได้แต่วิ่งวุ่นไปทั่วและหลบไปมาอย่างคล่องแคล่วงราวกับวานร คนฟาดลมก็หัวร้อนจนไม่รู้จะร้อนยังไง

 

ท้ายที่สุดเอ็นพีซีที่ด้านนอกสนามประลองซึ่งแท้จริงเป็นศิษย์และผู้ช่วยของเฮอร์คิสที่ได้ยินเสียงโวยวายก็เข้ามาช่วยกันห้ามอาจารย์ แต่ก็โดนลูกหลงจนสะบักสะบอมกันไปทุกคน เหลือแต่เจ้าตัวก่อเหตุที่ไร้รอยแผลใด ๆเพราะหลบได้ตลอด กว่าสถานการณ์จะสงบก็อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมาเมื่อเฮอร์คิสได้รับการติดต่อจากใครสักคนจนน่าเสีย ซึ่งมาร์เวลลัสเดาว่าคงจะไม่พ้นเป็นจีเอ็มแน่ ๆ ทำให้มาร์เวลลัสได้รับรู้ความจริงอีกอย่างว่า เอ็นพีซีบางคนของเกมนี้ไม่ใช่ปัญญาประดิษฐ์ทุกคน

 

ในที่สุดการทะเลาะเบาแว้งเล็ก ๆนี้ก็จบลงได้สักที

 

“เออ เจ้าผ่านการทดสอบแล้ว นับแต่นี้ต่อไปเจ้าคือหนึ่งในเบอร์เซิร์กเกอร์...”

 

“ผู้เล่นมาร์เวลลัส ผ่านเงื่อนไขเปลี่ยนอาชีพขั้นที่สองเป็น นักรบคลั่ง เรียบร้อยแล้วค่ะ”

“ค่าประสบการณ์ที่สะสมไว้ ระดับของผู้เล่น มาร์เวลลัส เท่ากับ 50 ค่ะ” เนื่องจากค่าประสบการณ์ที่สะสมไว้มีน้อยจึงไม่ทำให้ระดับของเด็กหนุ่มเลื่อนขึ้นแม้แต่ระดับเดียว

“ผู้เล่น มาร์เวลลัส ได้รับทักษะจากอาชีพขั้นที่สอง ทักษะ เบอร์เซิร์ก อินสติงต์ ค่ะ”

“ทักษะ เมจิก วอร์ริเออร์,ทักษะ วอร์ริเออร์มัสเซิล และทักษะ อกิลิตี้ ฟาสเทสต์ ของสายอาชีพหลักนักรบเลื่อนเป็น ระดับ 2 ค่ะ”

“อาชีพเสริม ผู้แสวงบุญ เปลี่ยนเป็น นักบุญพเนจร ค่ะ”

“ทักษะ รัศมีนักบุญ, ทักษะ พรรักษา, ทักษะ เมตตาคุ้มครอง, ทักษะ ดวงตาแห่งการปลอบประโลม ของสายอาชีพเสริมเลื่อนเป็น ระดับ 2 ค่ะ”

“อาชีพเสริม ผู้นำทัพ เปลี่ยนเป็น จักรพรรดิบรรพกาล ค่ะ

 

และแล้วสิ่งที่มาร์เวลลัสเฝ้ารอก็มาถึง เมื่ออาชีพหลักเปลี่ยนเป็นขั้นที่สอง อาชีพเสริมหรืออาชีพรองก็จะเปลี่ยนไปเป็นขั้นที่สองตามไปด้วยพร้อมกับรายละเอียดและเรื่องราวเกี่ยวกับอาชีพที่จะเพิ่มเติมเข้ามาใหม่ นี่อาจจะเป็นข้อมูลที่ทำให้เขาได้เบาะแสเกี่ยวปริศนารอบ ๆตัวเองเพิ่มขึ้น แต่คงต้องเอาไว้ดูทีหลังเพราะเฮอร์คิสยังคงมองมาที่มาร์เวลลัสด้วยความไม่พอใจ ซึ่งก็ลองคิดสภาพว่าถ้ามีชายวัยกลางคนหน้าดุแถมใบหน้าอาบไปด้วยเลือดมาจ้องเขม็งอยู่ใครจะไปกล้าเมินทำอย่างอื่นต่อหน้าต่อตา

 

“เอ่อ... ไปทำแผลที่หน้าก่อนดีมั้ยครับ” เด็กหนุ่มกล่าวพร้อมกับพยายามยิ้มให้

“เหอะ...” พ่นลมและสะบัดหน้าหนีโดยมีเหล่าผู้ช่วยตามไปด้วย ส่วนมาร์เวลลัสก็เดินรั้งท้ายออกมาจากสนามทดสอบและมาคอยยืนดูตลอดที่เหล่าเอ็นพีซีผู้ช่วยทำแผลล้างตาให้นักรบคลั่ง ในใจของเด็กหนุ่มก็นึกสงสัยว่า

 

ทำไมไม่ใช้น้ำยาฮีล?...

 

จะเสนอวิธีก็จะหักหน้ากันเกินไป เดี๋ยวอีกฝ่ายจะยิ่งโกรธไปกันใหญ่ เจ้าตัวเลยเลือกที่จะเงียบปากไว้ดีกว่า

 

“เจ้าเสร็จธุระแล้ว ทำไมยังไม่รีบไปจากที่นี่อีก”

“ผมอยากจะมาขอโทษน่ะครับ”

“นี่เป็นการทดสอบ ย่อมต้องมีการบาดเจ็บล้มป่วยกันเป็นธรรมดา เจ้าไม่จำเป็นต้องขอโทษ ข้าเองต่างหากที่ควบคุมอารมณ์ไม่ดีเองจนทำแบบนั้นไป หึ... แต่มันก็นานมากแล้วที่ข้าไม่ได้ถูกใครสู้แบบก่อกวนแบบนี้ใส่ เจ้าหนุ่มมาร์เวลลัส นับว่าเจ้ากล้ามาก”

“แฮะๆ” 

          “ข้าประหลาดใจกับความเร็วของเจ้าจริง ๆ ทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายก็สุดยอด น่าเสียดายที่ไม่ทันได้เห็นว่าฝีมือดาบคู่ของเจ้าเป็นยังไง”

          “จะทดสอบใหม่เหรอครับ”

          “อ้าว ไอ้เด็กนี่ ท้าทาย.... เดี๋ยวตาก็โยนเข้าสนามทดสอบอีกรอบหรอก”

          “ป่าวครับ แค่เผื่อว่าคุณเฮอร์คิสจะคิดว่ามันเป็นการต่อสู้ที่ไม่คู่ควรกับการเปลี่ยนอาชีพ”

          “ฮ่า ๆ เจ้าหนุ่มมาร์เวลลัส ฟังตาแก่คนนี้ไว้นะ ส่วนตัวข้าคิดว่าเจ้าพวกอัศวินหรือนักรบมันบ้าสิ้นดีที่ท้าให้คนอื่นสู้ซึ่งๆหน้าอย่างตรงไปตรงมา การต่อสู้สำหรับข้าคือทำยังไงก็ได้ให้ศัตรูเสียเปรียบที่สุดและเราได้เปรียบที่สุด พูดไปก็เข้าตัวเอง... ถึงข้าจะพูดไปก่อนหน้านี้ว่าเจ้ามันไอ้ขี้โกง แต่นั่นมันก็แค่ข้ออ้างของไอ้พวกที่ตัวเองเสียเปรียบแล้วไม่ยอมจะโทษความอ่อนหัดของตัวเองต่างหาก คนที่เก่งการใช้พิษเขาก็ต้องใช้พิษที่ตัวเองเก่งสู้สิ คนที่ถนัดลอบสังหารเขาก็ต้องลอบสังหารสิ ให้ไปสู้ซึ่งๆหน้าพวกนั้นก็เสียเปรียบแย่แล้วมันจะเป็นการต่อสู้ที่ยุติธรรมได้ไงในเมื่อฝ่ายไอ้พวกขอสู้ซึ่งๆหน้าได้เปรียบอยู่ฝ่ายเดียว บ้าบอสิ้นดี...”

          “.......” มาร์เวลลัสพยักหน้ารับพร้อมกับคิดตามคำพูดของเฮอร์คิสด้วยความประหลาดใจที่ตนไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นมาก่อน “ขอบคุณมากครับ นี่นับเป็นความรู้ใหม่ของผมเลย”

          “พูดเกินไปเจ้าหนุ่มมาร์เวลลัส อ๋อ อีกอย่างหนึ่ง คำพูดของข้าก่อนหน้านี้ไม่ได้แปลว่าให้เจ้าคิดอะไรโง่ๆอย่าง... อืม... ข้าสมมติว่า มีคนๆหนึ่งด่าว่าผู้อัญเชิญมันขี้โกงที่เรียกอสูรมาสู้แทนโดยที่ตัวเองไม่ต้องทำอะไร นั่นไม่ได้แปลว่าเจ้าจะเที่ยวเอาไปอ้างว่า ก็เป็นผู้อัญเชิญจะให้ไปหยิบดาบสู้หรือไงเพียงอย่างเดียวหรอกนะ ลองคิดว่าถ้าวันหนึ่งเจ้าอัญเชิญอสูรไม่ได้ขึ้นมา เจ้าจะเอาชีวิตรอดยังไง? ไม่เท่ากับเจ้าต้องยืนโง่ๆรอความตายเข้ามาโดยที่สู้ไม่ได้หรอกรึ เพราะฉะนั้นการต่อสู้ที่แท้จริงของข้าคือทำยังไงก็ได้ให้ตนองอยู่รอดปลอดภัยจนถึงท้ายที่สุด นักดาบไม่จำเป็นต้องใช้แค่ดาบ จงอย่าจำกัดกรอบของตัวเอง...”

 

          เฮอร์คิสไม่ได้รู้เลยว่า คำพูดของตนในวันนี้จะนำมาซึ่งอะไร...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

948 ความคิดเห็น

  1. #901 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 20:11
    สู้ๆนะคะไรท์ เรานอนรออ่านอยู่คะ
    #901
    0
  2. #899 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 16:15
    อยากได้อีกอ่าไรท์
    #สู้ๆนะไรท์
    #899
    0
  3. #898 อควารีเน่ (@12012543) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 15:32

    ได้แต่ถอนหายใจ​ เฮ้อออออ
    #898
    0
  4. #897 Mulderers (@Mulderers) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 09:58
    ขอบคุณ​ครับ​ แต่ขออีกตอนได้มั้ยยยยย
    #897
    0