Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 62 : Episode 62 2nd Career (อาชีพขั้นที่ 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 143 ครั้ง
    21 มิ.ย. 62

Phase 2 Episode 62 2nd Career

 

          แสงสว่างปรากฏขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวอีกครั้งของชายหนุ่มผมสีดำในชุดเสื้อคลุมสีเดียวกัน มาร์เวลลัสลืมตาขึ้นได้ก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาทันที ก่อนจะพบกับหน้าต่างระบบแบบใหม่ที่ปรับรายการและรูปโฉมขึ้นใหม่ที่ดูทันสมัยกว่าเดิม อย่างไรก็ตามหน้าต่างระบบนี้สามารถเปลี่ยนสีหรือซื้อธีมปรับแต่งได้แล้วแต่รสนิยม

 

          “จำนวนช่องเก็บไอเทมเท่ากับกระเป๋ามิติล่าสุดของเราสินะ”

 

          ติ้ง ๆ

          เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นพร้อมกับอีเมลจากระบบที่แจ้งเตือนถึงรายละเอียดการอัพเดตใหม่ตลอดจนคำขอบคุณที่บรรยายอย่างยาวเหยียดจากผู้ให้บริการเกมยูโธเปียฯ แต่สิ่งที่น่าสนใจในอีเมลคือเงินจำนวน 100,000 ยูธกับกล่องสุ่มไอเทมที่แถมมากับอีเมลต่างหาก

 

          “โอกาสสุ่มได้รับการ์ดระดับ 2-5 ฟรีหนึ่งใบ...” มาร์เวลลัสเรียกเอาไอเทมน้ำตาแห่งศรัทธามาถือไว้พร้อมกับพนมมือยกขึ้นไหว้ขอพรสี่ถึงห้าครั้ง ก่อนจะบรรจงเปิดกล่องออกพร้อมกับเสียงจากระบบที่แจ้งเตือนการได้รับไอเทมใหม่

 

          “ผู้เล่น มาร์เวลลัส ได้รับไอเทมการ์ดระดับสาม โกเลมกรวด เป็นของขวัญจากระบบ ขอขอบพระคุณและขอให้สนุกกับยูโธเปียแฟนตาซีออนไลน์ค่ะ”

 

          ในมือของมาร์เวลลัสคือการ์ดขอบสีเทาซีดๆที่มีรูปมอนสเตอร์โกเลมที่สร้างมาจากก้อนกรวดจำนวนมากกำลังชกหมัดมาที่ข้างหน้าของมันอยู่ตรงกลางแผ่นการ์ด ด้านบนคือชื่อของการ์ด ก่อนที่ท้ายชื่อจะมีวงกลมคล้ายลูกแก้วที่เขียนอักษรตัวซี(C)ไว้ ด้านล่างของรูปมอนสเตอร์คือข้อความบอกระดับไอเทมว่าเป็นระดับสาม ถัดลงมาจะระบุว่าเป็นการ์ดชนิดสัตว์อสูร พร้อมกับความสามารถในการเพิ่มพลังป้องกายภาพ 50 หน่วยเมื่อใช้ควบคู่กับระบบการ์ดที่พึ่งเพิ่มเข้ามา 

 

          โดยเนื่องด้วยที่ไอเทมการ์ดก็เป็นไอเทมชนิดหนึ่ง มันจึงมีระดับ 1-10 ไม่ต่างจากไอเทมทั่วไปในเกม แต่ที่เพิ่มเติมเป็นพิเศษคือระดับความหายากที่ไล่ตั้งแต่

1.       C (Common)

2.       UC (Uncommon)

3.       R (Rare)

4.       SR (Super Rare)

5.       SSR (Super Super Rare)

6.       UR (Ultra Rare)

ส่วนชนิดดของการ์ดนั้นจะแบ่งเป็นประเภท สัตว์อสูร บรรพชน วัตถุในตำนาน มังกร และเทพอสูร ซึ่งหลังจากสัตว์อสูรมามักจะเป็นการ์ดหายากซึ่งตามปกติอัตราการดรอปไอเทมประเภทการ์ดก็ค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว ยิ่งมีระดับความหายากเพิ่มเข้ามาอัตราการดรอปการ์ดหายากระดับสูงก็ยิ่งลดลงไปอีก

 

ส่วนระบบการ์ดที่เพิ่มเข้ามานั้นมีอยู่ในหน้าต่างระบบ ซึ่งสามารถนำการ์ดไปติดตั้งเพื่อเพิ่มความสามารถของอวาตาร์ได้สูงสุดสองใบ โดยช่องติดตั้งการ์ดจะปลดล็อกเมื่อเลเวลผู้เล่นถึง 30 และ 60 และถ้าหากต้องการจะเปลี่ยนการ์ดที่ติดตั้งไปแล้วก็ต้องมีการเสียค่าธรรมเนียมตามระดับของไอเทมการ์ดและความหายากของการ์ด กล่าวคือยิ่งการ์ดที่ติดตั้งไปแล้วระดับสูงและหายากมากเท่าไหร่ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมสูงเท่านั้น ยกเว้นการ์ดระดับ UR ทุกระดับ ที่ไม่สามารถถอนการติดตั้งได้เว้นแต่จะทำภารกิจปลดซึ่งก็เป็นภารกิจที่ผู้เล่นจะต้องหาทางค้นหากันเอง ดังนั้นด้วยเลเวลปัจจุบันมาร์เวลลัสจึงใส่การ์ดได้แค่หนึ่งใบ ซึ่งเจ้าตัวก็ติดตั้งลงไปโดยไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะค่าธรรมเนียมการถอดของโกเลมกรวดค่อนข้างจะถูกมากแถมยังช่วยเพิ่มพลังป้องกันได้แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม

 

นอกจากการติดตั้งการ์ดลงไปแล้ว การ์ดบางใบยังมีความสามารถอื่น ๆ อีกหลากหลาย โดยเฉพาะข่าวลือในหมู่ผู้เล่นที่ลอยมาตามลุ่มแม่น้ำไนล์ว่าจะมีการอัญเชิญสัตว์อสูรในการ์ดออกมาสู้ได้ด้วยและเกิดมีมล้อเลียนเกมๆนี้ออกมาจำนวนมาก ที่มักจะเอาระบบนี้ไปเทียบกับเกมการ์ดออนไลน์อีกเกมที่ได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามการล้อเลียนนี้ไม่ใช้ไม่มีที่มา เพราะว่ามีข่าวลือกันอีกว่าบริษัทซอร์ดแดนซ์ที่เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเกมยูโธเปียฯกำลังจะเทคโอเวอร์บริษัทเกมการ์ดดังกล่าวมาเป็นบริษัทในเครือของตน

 

รายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆก็คือเรื่องการอัพเกรดหรือตีบวกเลื่อนขั้นการ์ดที่มาร์เวลลัสอ่านมาหมดจนจำได้ขึ้นใจแล้ว เจ้าตัวจึงเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นแทน

 

เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของโรงแรมออกจากระบบ ก่อนจะเขี่ยหน้าต่างระบบใหม่ที่ตัวเองเปลี่ยนเป็นสีดำเพื่อดูเว็บบอร์ดเกมที่กำลังร้อนฉ่าเพราะเหล่าผู้เล่น บางคนก็นำการ์ดหายากที่ตัวเองสุ่มได้มาอวด บางคนที่ได้การ์ดกากๆก็มาบ่นด่าลมฟ้าอากาศไปเรื่อย บางคนก็เริ่มเสนอซื้อขายการ์ดกันแล้ว หรือมีแม้กระทั่งไปทดลองล่ามอนฯเพื่อหาการ์ดก็ยังมี อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ก็ยังไม่มีการ์ดระดับ SR ขึ้นไปปรากฎออกมาในเว็บบอร์ด แต่มาร์เวลลัสเชื่อว่าน่าจะมีคนได้รับแล้วแต่แค่ไม่แสดงตัวออกมามากกว่า

 

อย่างต่อมาที่มาร์เวลลัสตรวจสอบคือฉายาที่เขาได้รับนั้นมีผลหรือความสามารถอย่างไรบ้าง โดยฉายาที่เขาได้รับนั้นมีทั้งหมดสองฉายาคือ [ผู้สืบทอดแห่งปรมาจารย์ดาบคู่] และ [จักรพรรดิอสูรเขาเดียว] ที่อย่างหลังเกิดจากการที่ผู้เล่นพูดกันปากต่อปากจนระบบประเมินและมอบให้ ซึ่งแต่เดิมมันก็เหมือนมีไว้เพื่อเป็นไม้ประดับไว้อวดคนอื่นเท่านั้น จนกระทั่งการอัพเดตครั้งนี้ที่เปลี่ยนแปลงไป

 

--------------------------------------

[ผู้สืบทอดแห่งปรมาจารย์ดาบคู่]  

-          โอกาสได้รับอาวุธประเภทดาบจากภารกิจและการล่าเพิ่มขึ้น 8 %

-          การโจมตีเมื่อใช้อาวุธดาบคู่รุนแรงขึ้น 7 %

-------------------------------------

[จักรพรรดิอสูรเขาเดียว]

-          ค่าสถานะพลังโจมตีกายภาพ และความเร็วความคล่องตัวเพิ่มขึ้น 250 หน่วยในเวลากลางคืน

-------------------------------------

 

          ปัญหาก็คือหากต้องการจะใช้งานความสามารถจากฉายาจำเป็นจะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งและตั้งให้มันแสดงขึ้นเพื่อให้ผู้เล่นคนอื่นสามารถเห็นได้เมื่อใช้คำสั่งตรวจสอบ หรือใช้ทักษะตรวจสอบ(ในอดีตมีเพียงรหัสประจำตัวผู้เล่น กับจำนวนเงินเท่านั้นที่ระบบป้องกันไม่ให้ใครตรวจสอบได้ แต่ปัจจุบันเนื่องจากเหตุการณ์ไล่แก้แค้นหรือกลั่นแกล้งกันกันโดยใช้ฉายาเป็นการระบุตัวเมื่อสองปีก่อนในโลกเกมจีเอ็มจึงต้องทำการเพิ่มระบบปกปิดฉายาเพื่อความเป็นส่วนตัวที่เพิ่มขึ้น ส่วนการปกปิดชื่อนั้นมีไอเทมสำหรับทำหน้าที่นั้นอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามมันก็กลับกลายเป็นช่องทางให้ผู้เล่นบางกลุ่มใช้มันเพื่อกระทำความผิดกับผู้เล่นด้วยกันในหลายๆครั้งแทน) แน่นอนว่ามาร์เวลลัสย่อมตัดสินใจที่จะไม่แสดงเลยสักฉายาเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

 

          “เหมือนจะเน้นให้ผู้เล่นเปลี่ยนมานิยมโซโล่กันเป็นนัยๆเลยแฮะ...”

 

มาร์เวลลัสกล่าว ก่อนจะปิดหน้าต่างระบบลงและตัดสินใจออกมาจากห้องของโรงแรม จนเมื่อเท้าของเจ้าของเรือนผมสีดำก้าวออกมาจากธรณีประตูอาคารดังกล่าว ภาพที่เผยให้เห็นก็คือวิวทิวทัศน์ใหม่ที่แปลกตาไปกว่าทุกครั้งเพราะสถานที่ที่มาร์เวลลัสอยู่ตอนนี้ คือ

 

          เมืองหลวงเอเธนส์แห่งมหาทวีปกีเซอร์...

 

          “ว้าว...” เด็กหนุ่มอุทานเบาๆ พร้อมกับตาที่เป็นประกายเมื่อพบกับอาคารและสถาปัตยกรรมหินสไตล์กรีกที่เต็มไปด้วยรูปปั้นของเทพกรีกสารพัดตนและเสาหินขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์เด่น “เอาละ ต้องตั้งใจตามหาเทพอสูรของที่นี่ ไม่ใช่ๆ ต้องไปเปลี่ยนอาชีพๆ” 

 

          แม้ความตั้งใจลึกๆจะอยากพบเทพกรีกตัวเป็นๆกับตา แต่ในเมื่อภารกิจต้องมาก่อน มาร์เวลลัสจึงต้องตัดใจและก้าวเดินออกไปยังสถานที่อันเป็นเป้าหมายพร้อมกับขบคิดถึงคำพูดสำคัญที่การาสุเทนกุบอกกับเขาก่อนจะเดินทางมาที่ทวีปแห่งนี้ไปด้วย

 

          “ด้วยกฎเกณฑ์โบราณ ข้าคงจะตามท่านมาร์เวลลัสไปที่นั้นมิได้ อย่างไรก็ตาม ณ ดินแดนแห่งนั้นเองก็มีฝ่ายของเราที่จะทำหน้าที่ปกป้องและช่วยเหลือท่านอยู่ขอรับ ท่านมาร์เวลลัสไม่ต้องเป็นกังวลไป”

 

          ฝ่ายของเรางั้นเหรอ.... เด็กหนุ่มตรึกตรองกับคำ ๆนี้ตั้งแต่ได้ยินครั้งแรกจนถึงเวลานี้ก็ยังไม่หยุดคิด มันทำให้มาร์เวลลัสลืมตื่นเต้นไปเลยว่าครั้งนี้จะมีเทพอสูรตนใดที่จะมาคอยติดตามเขาเหมือนกับที่การาสุเทนกุเคยปฏิบัติมาจนถึงก่อนหน้านี้

 

          “จะเช่าไวเวิร์นไปที่ไหนไอ้หนุ่ม...” เสียงหนึ่งทักขึ้น ก่อนที่มาร์เวลลัสจะแหงนหน้าขึ้นมาและพบว่าตนมาถึงสถานที่เช่าสัตว์ขี่หมือนตอนที่อยู่เมืองเกียวโตเมืองหลวงของเซเปียสแล้ว

          “เมืองโคลอสเซียมที่เก้าครับ...” เด็กหนุ่มตอบ

          “เสาโอเบลิสก์!!” เจ้าของร้านเช่าสัตว์ในชุดผ้าขาวของชาวกรีกโบราณอุทานขึ้น ก่อนจะมองไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้าของมาร์เวลลัส “ไม่ไหวๆไอ้หนุ่ม หุ่นอย่างเอ็งหน้าอย่างเอ็งจะไปที่แดนเถื่อนแบบนั้นเดี๋ยวก็ได้ตายกันพอดี นี่เอ็งรู้มั้ยว่าเมืองนั้นมันเป็นสถานที่แบบไหน”

          “ครับ...” ผู้เล่นผมสีดำตอบรับอย่างง่ายๆ

          “เฮ้อ... พวกคนหนุ่มนี่ใจร้อนกันจริง ๆ ตามใจเอ็ง คนขับไวเวิร์นของข้าจะไปส่งแค่แถวๆนอกเมืองนะ ถ้าไปถึงในตัวเมืองไวเวิร์นข้าคงโดนสอยเอาไปทำไวเวิร์นย่างแน่ ๆ เพราะฉะนั้นที่เหลือเอ็งต้องเดินไปเองนะ เข้าใจ?

          “ครับ ขอบคุณมากนะครับ”

 

          เจ้าของร้านโบกมือไล่เบาๆและบอกว่าให้ชำระเงินกับคนขับไวเวิร์นของเจ้าของร้านแทน มาร์เวลลัสจึงเดินไปซ้อนท้ายคนบังคับไวเวิร์นรุ่นลุงคนหนึ่ง ก่อนจะบินพุ่งขึ้นไปบนฟากฟ้า

 

          “ข้าขออนุญาตไถ่ถามท่านลูกค้าได้รึไม่ว่าทำไมท่านถึงจะไปที่แห่งนั้น” สารถีแห่งไวเวิร์นกล่าวถาม กับมาร์เวลลัสในขณะที่ทั้งคู่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้าด้วยกัน

          “ผมจะไปเปลี่ยนอาชีพที่นั่นน่ะครับ”

          “อาชีพ? ด้วยรูปร่างหน้าตาเช่นท่านน่าจะเป็นอัศวินหรือไม่ก็นักดาบ แต่เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องไปที่แดนเถื่อนเช่นโคลอสเซียมที่เก้า หรือว่าท่านจะหมายตาอาชีพนั้น?

          “ใช่ครับ อาชีพที่เปลี่ยนได้แค่ที่เมืองโคลอสเซียมเท่านั้น”

          “.......” สารถีกลางคนถึงกับใบ้กินไปชั่วขณะก่อนจะปรับลมหายใจและพยักหน้ารับโดยไม่กล่าวสิ่งใดต่อ “คนหนุ่มสมัยนี้รสนิยมหลากหลายเสียจริง”

 

          เวลาผ่านไปพักใหญ่ มาร์เวลลัสก็มาถึงชายป่าใกล้ๆกับเมืองแห่งหนึ่งที่มีกำแพงวงกลมขนาดยักษ์ล้อมรอบเมืองไว้ทั้งเมือง แต่ที่น่าน่ากลัวยิ่งกว่าคือบรรยากาศของเมืองกลับแผ่ออร่าอันตรายออกมาจากตัวเมืองตลอดเวลา แม้แต่ท้องฟ้าที่เคยสว่างปลอดโปร่งมาตลอดการเดินทางก็กลับกลายเป็นเต็มไปด้วยเมฆดำทมิฬเหนือบริเวณรอบ ๆเมืองนี้

 

          สร้างบรรยากาศให้สุดๆไปเลยแฮะจีเอ็มเกมนี้... เด็กหนุ่มคิดโดยแอบเหงื่อตกนิดๆเมื่อเผชิญกับภาพตรงหน้า

 

          “ถ้าเช่นนั้น ข้าขอให้ท่านโชคดีนะท่านลูกค้า”

          “ครับ ขอบคุณมากนะครับ”

 

          ไวเวิร์นและคนขับบินจากไปแล้ว ในขณะที่มาร์เวลลัสเองก็มุ่งหน้าไปที่เมืองพร้อมกับในหัวที่คิดถึงสถานการณ์ต่าง ๆที่ต้องรับมือไว้ด้วย จนเมื่อมาถึงหนึ่งในประตูทางเข้ามาร์เวลลัสก็พบกับชายสองคนที่มีใบหน้าเป็นชาวตะวันตกผิวขาวอย่างชัดเจน ทั้งคู่ใส่ชุกเกราะเต็มยศแถมยังสะพายดาบสองมือขนาดยักษ์ไว้ที่หลังทั้งคู่

 

          “ค่าเข้าเมือง 30,000 ยูธต่อจำนวนที่เข้าหนึ่งครั้ง” หนึ่งในชายสองคนกอดอกกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

 

ซึ่งตามปกติการจะเข้าเมืองนั้นไม่จำเป็นจะต้องจ่ายค่าเข้าแบบนี้ เว้นเสียแต่ว่าผู้เล่นจะทำสงครามชิงปราสาทมาเป็นของกลุ่มตนและเลือกที่จะตั้งค่าเข้าเช่นว่านั้น อย่างไรก็ตามการทำแบบนั้นมักจะไม่เป็นที่นิยมนักเนื่องมาจากผู้เล่นคนอื่นที่ไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกันกับที่ชิงปราสาทมาได้มักจะไม่พอใจและเกิดเป็นการประท้วงหรือก่อความวุ่นวายจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตัวเมือง แต่ในกรณีนี้จากข้อมูลที่มาร์เวลลัสค้นหามา เมืองๆนี้ยังไม่ได้ถูกตีปราสาทแต่อย่างใด การกระทำตรงหน้าของเขาตอนนี้จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นค่าคุ้มครองของเจ้าถิ่นเสียมากกว่า แน่นอนว่า 30,000 ยูธต่อครั้งนี่มันปล้นกันซึ่งๆหน้า แต่ทุกสถานที่มีกฎของมันอยู่ ไม่เว้นแม้แต่โลกเสมือนที่เรียกยูโธเปีย?

 

มาร์เวลลัสส่งเงินให้อีกฝ่ายอย่างว่าง่าย ก่อนที่ทั้งสองจะอนุญาตให้มาร์เวลลัสเข้าไปพร้อมกับคำเตือนที่พูดพอเป็นพิธีการ

 

“พยายามอย่าก่อเรื่องละกันไอ้หนู”

 

ตามมาด้วยคำเตือนจากระบบที่ดังขึ้นทันทีที่เด็กหนุ่มก้าวเข้ามาในเมืองเพียงก้าวเดียว

 

“คำเตือน ผู้เล่นมาร์เวลลัสกำลังอยู่ในพื้นที่สีแดง สามารถทำการต่อสู้ได้ในพื้นที่ดังกล่าวโดยไม่ถูกประเมินเป็นผู้กระทำความผิด โปรดระวังชีวิตและทรัพย์สินของท่าน คำเตือน...”

 

          มาร์เวลลัสสูดลมหายใจเข้าก่อนจะออกเดินต่อท่ามกลางสายตาไม่เป็นมิตรที่ส่งมาให้ทันทีที่เขาเดินผ่านผู้คนจำนวนนับร้อย ๆในตัวเมืองที่หน้าตาแต่ละท่านล้วนแต่ไม่เป็นมิตรนัก

 

          “ไอ้นี่มันใครวะ ไม่คุ้นหน้าเลย”

          “เด็กใหม่งั้นเหรอ มันไม่รู้ซะแล้วว่านรกเป็นยังไง”

          “ว่าไงสาวน้อย จะไปไหนหรือจ๊ะ ฮิ้ว ๆ”

          .....

 

          ท่ามกลางเสียงสารพัด คำแนะนำที่มาร์เวลลัสได้มาจากบอร์ดผู้เล่นก็คือถ้าไม่ทำตัวกระจอกๆก้มหน้าก้มตาเดินไม่สบตากับใครก็ให้เดินเชิดหน้าอย่างมั่นใจไปเลย อย่างไรก็ตามในความคิดของมาร์เวลลัส ไม่ว่าทางไหนถ้าคนมันจะหาเรื่องยังไงมันก็หาเรื่องได้อยู่ดี ดังนั้นเจ้าตัวจึงเลือกที่จะทำตัวตามปกติเหมือนที่เคยทำคือมองดูสินค้าไอเทมประหลาดๆที่เอามาขายตามแผงลอย แต่น่าเสียดายที่แดนเถื่อนสีแดงแห่งนี้มีพ่อค้าอยู่น้อยมาก ๆเมื่อเทียบกับเมืองสีเขียวโดยทั่วไป

 

          “เอาไงดี หน้าตาท่าทางมันน่าจะมีเงินเยอะ ลองไปไถ่เงินมันดีมั้ย”

          “ถ้าเป็นพวกคนของกิลด์หรือสมาพันธ์ใหญ่ๆขึ้นมาจะทำไงล่ะเจ้าโง่”

          “ถ้าเป็นพวกคนใหญ่คนโตจริง ๆ ก็ต้องมีผู้ติดตามด้วยสิ ไอ้พวกกิลด์ใหญ่มันขี้อวดอำนาจตัวเองจะตาย”

          “ถ้างั้นรออะไรอยู่ ไปสิว่ะ” ชายคนนั้นกล่าว พร้อมกับผลักพรรคพวกด้วยเท้าออกไป

          “ถ้าเป็นยอดฝีมือขึ้นมาจะทำไงล่ะ ข้าไม่เอาด้วยหรอก”

          ....................

 

          ท้ายที่สุด ด้วยการปรากฎตัวออกมาด้วยท่าทางนิ่งๆไม่กลัวแต่ก็ไม่โอ้อวดของมาร์เวลลัสกลับกลายเป็นว่าทำให้เหล่าผู้เล่นในเขตสีแดงไม่กล้าพลีพลามที่จะทำอะไร จนในที่สุดมาร์เวลลัสก็เดินมาถึงอาคารที่เป็นเป้าหมายโดยไร้ซึ่งปัญหาใด ๆ ผิดคาด

 

          ที่ด้านหน้าของมาร์เวลลัสคืออาคารที่มีรูปร่างเป็นโคลอสเซียมไม่ต่างจากกำแพงเมือง เพียงแต่มันเล็กกว่าและสูงกว่าจนดูคล้ายกับหอคอยมากกว่าโคลอสเซียมเท่านั้น มาร์เวลลัสกอดอกชื่นชมการออกแบบชั่วครู่ก็ก้าวเข้าไปในอาคารที่แทบจะไม่มีใครอยู่เลย นอกจากเอ็นพีซีประจำอาคารที่นั่งๆนอนๆอย่างเบื่อหน่ายคนสองคน

 

          “มีธุระอะไรเจ้าหนุ่ม...” เอ็นพีซีกล้ามบึกวัยกลางคนกล่าวถามด้วยน้ำเสียงหน่ายๆ ก่อนจะยกมือขึ้นตบยุงตรงหน้ามาร์เวลลัสโดยไม่มีความเกรงใจ

          “ผมมาเปลี่ยนอาชีพขั้นที่สองครับ”

          “ถ้าอยากจะเป็นอัศวินล่ะก็ ไม่จำเป็นต้องถ่อมาถึงที่นี่หรอกไอ้หนุ่ม ไปเปลี่ยนที่เมืองอื่นไป ข้าขี้เกียจ...” ชายกลางคนโบกมือไล่ก่อนจะทำท่าฟุบตัวลงนอนอย่างเกียจคร้านอีกครั้ง

 

          “เงื่อนไขการเปลี่ยนอาชีพคือ เป็นผู้เล่นสายนักรบระดับ 50 บวกกับมีค่าสถานะด้านใดด้านหนึ่งมากกว่าค่าสถานะด้านอื่นเกือบสองเท่าโดยประมาณ สถานที่เปลี่ยนอาชีพได้มีแต่อาคารเปลี่ยนอาชีพในเมืองสีแดงของทวีปกีเซอร์เท่านั้น และยังไม่มีระบบการติดสินบนเพื่อให้ได้อาชีพเหมือนสายอื่น ๆ”

 

มาร์เวลลัสร่ายเงื่อนไขการได้รับสายอาชีพ ก่อนที่ชายผู้เกียจคร้านตรงหน้าจะแหงนหน้าขึ้นมามองด้วยตาเป็นประกายสดใสขัดกับกล้ามโตและใบหน้าดุที่มี

 

           “ระ.. หรือว่าเจ้าจะ...”

          “ใช่ครับ”

 

          “ผมจะมาเปลี่ยนอาชีพเป็นเบอร์เซิร์กเกอร์ครับ...”

 

 

         

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 143 ครั้ง

949 ความคิดเห็น

  1. #896 ..BBooKK.. (@horseaholic) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 03:08
    แงงงงค้างมาก ขอบคุณนะคะไรท์ มาต่อเร็วๆน้าาารออยู่
    #896
    0
  2. #894 Nathwut (@hiruntubtim) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 00:24

    รอต่อไอ

    #894
    0
  3. #892 อควารีเน่ (@12012543) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 23:50

    เห็นชื่ออาชีพแล้วรู้สึกถึงความชิบ-ายในอนาคตกันเลยทีเดียว
    #892
    0
  4. #891 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 22:35

    ค้างอ่าาา
    #สู้ๆนะไรท์
    #891
    0
  5. #890 Parichat1009 (@Parichat1009) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 07:19
    ค้างมากกก
    #890
    0
  6. #889 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 06:22
    อืม~สายคลั่ง มิน่าล่ะ ใครๆก้อว่าไม่เหมาะ พระเอกเราดูสุภาพจะตาย..
    #889
    0