Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 59 : Episode 59 Sword (ดาบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,602
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 167 ครั้ง
    3 ก.พ. 62

Phase 2 Episode 59 

 

       แสงสีดำพุ่งฝ่าอากาศเข้าใส่มาร์เวลลัสในจังหวะเดียวกันกับที่เขากำลังหันหน้ากลับมา มาร์เวลลัสโยกตัวหลบตามสัญชาตญาณ ก่อนจะพบว่าสิ่งพุ่งเข้ามาและไปเสียบอยู่ที่ผืนทรายด้านล่างคือดาบโทรมๆเล่มหนึ่ง

 

          ชิงชัง... เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวมาร์เวลลัส แต่ทั้งอย่างนั้นเขาก็ไม่มีเวลามาสนใจเพราะบัดนี้ที่ด้านหน้า ปรากฏดาบนับร้อย ๆ เล่มที่ลอยขึ้นมารวมกันกลางอากาศจนแทบจะกลายเป็นลูกศรยักษ์ที่สร้างมาจากสารพัดอาวุธ

 

          ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว

อาวุธถูกยิงออกมาจากลูกศรยักษ์อย่างต่อเนื่องราวกับกระสุนปืนกล มาร์เวลลัสที่ไร้อาวุธทำได้แค่โยกตัวหลบไปมา บางจังหวะมาร์เวลลัสพยายามที่จะไปคว้าจับอาวุธที่อยู่ใกล้ๆหรือแม้กระทั่งอาวุธที่ถูกยิงมาแต่เมื่อพวกมันอยู่ในมือเขา พวกมันก็สูญสลายเป็นละอองเหล็กไปในทันทีอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามด้วยความสามารถของเด็กหนุ่มในปัจจุบันการหลบเลี่ยงอาวุธเหล่านั้นนับว่าง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปาก

 

หลอกลวง...

 

ฟิ้ว

และแล้วเหล่าศาสตราก็เล่นไม่ซื่อ มันเปลี่ยนไปยิงกระสุนอาวุธใส่ร่างบนไม้กางเขนอาวุธอย่างรวดเร็ว มาร์เวลลัสได้แต่สบถเบาๆกับตัวเองก่อนจะกระโดดและยกมือทั้งสองขึ้นพนมประกบดาบไว้ราวกับจอมยุทธในหนังกำลังภายใน ทว่าดอกที่ตามมาประกอบกับเขาก็กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศดังนั้นไม่มีทางที่จะหลบเลี่ยงหรือป้องกันลูกนี้ได้แน่

 

เคร้ง

ในวินาทีวิกฤติ ด้านหน้าของนักดาบหนุ่มพลันปรากฏแสงสว่างขึ้นรับกระสุนศาสตราไว้ ก่อนที่แสงสว่างจะหายไปและปรากฏสหายร่วมศึกคนใหม่ของเขา

 

“เดสตินี้ไชลด์...” สิ่งที่ปรากฏออกมาช่วยเขาคือดาบที่พึ่งหลอมขึ้นมาใหม่นั่นเอง มาร์เวลลัสคว้าจับด้ามของมันที่หันมาทางเขา ก่อนที่ใบหน้าขาวใสจะปรากฏรอยยิ้มคล้ายเด็กขึ้น

 

สักวันมันก็จะทิ้งเจ้า...

 

เสียงที่เต็มไปด้วยความแค้นยังคงกล่าวต่อไป เดสตินี้ไชลด์สั่นไหวเหมือนส่งความรู้สึกบางอย่างเพื่อตอบพวกมันแต่พวกห่าดาบนับร้อยก็ไม่ได้สนใจและยังคงยิงกระสุนอาวุธใส่ไม่ยั้ง นักดาบนิลและดาบของเขาเองก็ไม่ได้หวั่นไหวกับสิ่งที่พบ มาร์เวลลัสที่มีดาบอยู่ในมือก็เหมือนกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง ดาบที่พุ่งมาหาเขาเจ้าตัวก็โยกหลบและคอยปัดคอยรับแค่ดาบที่พุ่งไปหาร่างบนไม้กางเขนเท่านั้น สิบ ร้อย สองร้อย ห้าร้อย หนึ่งพัน สองพัน อาวุธมากมายพุ่งเข้ามาด้วยความบ้าคลั่งแต่ก็ยังทำอันตรายอะไรทั้งคู่ไม่ได้

 

ไหนว่าข้ากับเจ้าจะสู้ไปด้วยกัน...

 

ไหนว่าเจ้าจะซ่อมแซมข้าต่อให้ข้าจะพังไปกี่ครั้ง...

 

          ไหนว่าเราจะยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน...

 

          ไหนว่าเราจะสร้างตำนวนที่ยิ่งใหญ่...

 

          ไอ้พวกโกหก!!!

         

          เสียงตะโกนอันเต็มไปด้วยความแค้นดังสะท้อนไปทั่วทะเลทรายแห่งซากอาวุธ มาร์เวลลัสรวบรวมตะกอนจากคำพูดเหล่านั้นได้ลางๆแล้ว แต่ยังไม่มีเวลาจับคางคิดอย่างจริงจังเพราะจากที่ยิงทีละลูกในจังหวะที่ต่อเนื่องกันมันก็ยิงเร็วขึ้น บางจังหวะก็เพิ่มเป็นสองลูกสามลูกพร้อมกัน และมันไม่ได้เล็งมาที่เขาแล้วเพราะรู้ว่ามาร์เวลลัสจะหลบ มันจึงยิงไปที่ร่างของชายกลางคนที่ถูกแขวนไว้ เพื่อบังคับให้มาร์เวลลัสต้องกระโดดขึ้นไปสกัดมันไว้

 

          เคร้ง ๆ  ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

          ทั้งรับ ทั้งเบี่ยง ทั้งฟันสวน ทั้งปัด สารพัดรูปแบบการใช้ดาบ จะให้พุ่งเข้าไปใส่ตัวยิงก็ไม่ได้เพราะมันเล็งมาที่ผู้อาวุโสข้างหลังอยู่ตลอดเวลา ถ้าพลาดไปจังหวะหนึ่งรับรองว่าพรุนเป็นรังผึ้งอย่างแน่นอน มาเวลลัสเพ่งสมาธิอย่างหนัก แรกๆก็นับบ้างว่าป้องกันไปได้แล้วกี่ลูกแต่หลังๆมาสมาธิทั้งหมดก็จดจ่อไปที่การป้องกัน เสียงการปะทะกันของเหล็กดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนแสบแก้วหู

 

          พวกแกมันก็เห็นข้าเป็นแค่เครื่องมือ...

 

          มีประโยชน์ก็แค่ยามต้องใช้ฆ่าชีวิตอื่น...

 

          แล้วก็ละทิ้งพวกข้า!!!

 

          ไอ้พวกหลอกลวง..

 

          รูปแบบการโจมตีกำลังจะเปลี่ยน นั่นคือสิ่งที่มาร์เวลลัสตั้งสมมติฐานไว้และก็เป็นไปตามที่คิด ด้านข้างทั้งสองและด้านหลังอาวุธที่เสียบอยู่ที่ทรายดีดตัวขึ้นมาใส่มาร์เวลลัส ทางด้านหลังเขาไม่ค่อยกังวลนักเพราะมันถูกไม้กางเขนกั้นไว้จึงมีช่องลอบโจมตีจำกัดกว่าที่ควรจะเป็น ถึงอย่างนั้นมาร์เวลลัสก็ต้องเอาจริงขึ้นอีกระดับ

 

          Accel Frontier(แดนสนธยาชั่วขณะจิต)

 

          แขนและขาของมาร์เวลลัสเคลื่อนที่รวดเร็วขึ้นเป็นทวีคูณ ดวงตาสีนิลกลิ้งกลอกไปมาอ่านการเคลื่อนไหวกลางอากาศของเหล่าดาบที่พุ่งมาราวกับฝูงแร้งเหล็กที่หิวกระหาย สถานการณ์ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับครั้งแรกที่แดนสนธยาชั่วขณะจิตสำแดงเดชออกมา ที่แตกต่างคือตอนนั้นเขาสามารถหลบได้เพราะมีตัวเองคนเดียว แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ถ้าเขาหลบคนที่เขาต้องคุ้มกันก็จะตายและภารกิจก็น่าจะล้มเหลว...

 

มาร์เวลลัสวิ่งวุ่นไปทั่วรอบ ๆไม้กางเขนเพื่อปัดป้องดาบนับไม่ถ้วนที่พุ่งเข้ามา ระบบไม่ได้แจ้งเตือนอะไร เขาจึงมีหน้าที่ที่ต้องหาให้ได้ว่าเงื่อนไขการผ่านภารกิจโรคจิตนี้คืออะไร สองสิ่งที่มาร์เวลลัสคิดว่าน่าจะใช่น่าจะเป็นการบุกไปโจมตีเจ้าลูกศรอาวุธหรือไม่ก็รับการโจมตีให้ครบตามเงื่อนไข ถ้าเป็นเงื่อนไขอย่างหลังนับได้ว่าบั่นทอนกำลังใจเอาเรื่องว่าต้องรับไปเท่าไหร่กันแน่

 

มาร์เวลลัสที่กลายเป็นเส้นสีดำจากการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วหยุดเท้าจากการวิ่งจนไถลไปกับพื้นทราย นี่ก็เป็นอุปสรรคอีกอย่างสำหรับสายเคลื่อนที่เพื่อโจมตีแบบเขา มาร์เวลลัสตวัดดาบขึ้นจากกด้านข้างลำตัวฟันดาบเล่มหนึ่งออกไป ก่อนจะบิดข้อมือเป็นวงกลมเพื่อตวัดดาบลงฟันอีกเล่ม ก่อนจะกระโดดต่ำ ๆหมุนตัวในแนวเอียงฟันดาบสามเล่มที่พุ่งเข้ามาพร้อมกันออกไป ผู้รับภารกิจด้วยความจำเป็นกะคร่าวๆว่าเขาน่าจะรับการโจมตีไปแล้วประมาณหนึ่งพันถึงสองพันครั้ง มือของมาร์เวลลัสชาจนแทบจะไม่รู้สึกอะไรจากแรงกระแทกที่เกิดขึ้นรัวๆ เขาออกแรงบีบมือแน่นเพื่อพยายามกำดาบไว้ให้ได้ จนเมื่อผ่านไปอีกหลายร้อยกว่าเล่มมาร์เวลลัสก็ต้องกัดฟันใช้มืออีกข้างช่วยกุมดาบเพื่อไม่ให้หลุดมือ

 

เขาออกแรงฮึด วาดดาบเป็นครึ่งวงกลมปัดกวาดเหล่าอาวุธออกไปนับสิบกว่าชิ้น แต่ทั้งอย่างนั้นมันก็ยังไม่ดีพอและมีดาบเล่มหนึ่งพุ่งเข้ามาในช่องว่างที่เปิดไว้ช่องหนึ่ง มาร์เวลลัสอ่านออกอยู่แล้วแต่ดาบเล่มเดียวไม่อาจตอบสนองต่อความถนัดของเขาได้ เขายกมือข้างหนึ่งเพื่อใช้ฝ่ามือรับดาบจนทะลุมือและเลือดพุ่งทะลักออกมาในทันที แต่เด็กหนุ่มก็ไม่มีเวลามาร้องโอดครวญ เขาใช้มือที่แหว่งเป็นรูกลับมากุมดาบอย่างรวดเร็วและรีบปัดป้องดาบอย่างบ้าคลั่งไม่ต่างกับดาบของพวกมันที่พุ่งเข้ามาจากทุกสารทิศด้วยความเคียดแค้นชิงขัง

 

“ปล่อยให้ข้าตายซะไอ้หนู” เสียงชายบนไม้กางเขนกล่าวขึ้นมาอย่างยากลำบาก “ถ้าข้าตายมันก็จะปล่อยเจ้ากลับไป”

“ไม่ครับ!

“ไปเสียเจ้าเด็กโง่ เจ้าไม่จำเป็นจะต้องมาลำบากเสี่ยงตายมาเพื่อปกป้องคนที่ไม่รู้จักเช่นข้า!!

“ไม่ครับ!” มาร์เวลลัสกำดาบแน่นจนเลือดจากแผลที่มือไหลอาบไปทั่วดาบของเขา ในจังหวะเดียวกันที่หัวของเขาเริ่มปวดจากการใช้แดนสนธยาชั่วขณะจิตมากเกินไป ก็มีดาบสองเล่มหลุดจากการป้องกันมาเสียบที่ท้องและต้นขาของเขา มาร์เวลลัสทรุดฮวบเพราะเสียหลักจากขาที่บาดเจ็บ แต่เจ้าตัวก็รีบยกดาบแล้วกระแทกลงพื้นอย่างแรงเพื่อให้ตนยืนหยัดขึ้นป้องกันทั้งตัวเองและชายวัยลุงที่ด้านหลังอย่างรวดเร็วอีกครั้ง

“ถ้าเจ้ากำลังทำเพื่อเงิน เพื่อชื่อเสียง หรือเพื่อเกียรติยศข้าขอบอกเลยว่าข้าไม่มีอะไรจะให้เจ้า แต่ถ้าเจ้าทำเพื่อช่วยเหลือข้าจากใจจริงข้าก็ขอบใจ แต่มันไม่จำเป็นแล้ว ข้าไม่ต้องการให้ผู้ใดมาลำบากกับบาปที่ข้าต้องแบกรับ ให้ข้าได้ทรมานและตายเพื่อชดใช้บาปของข้าเสียเถอะ”

“ผมไม่รู้หรอกนะว่าอะไรคือบาปที่ลุงต้องแบกรับ...” มาร์เวลลัสกึ่งพูดกึ่งหอบในสภาพที่พร้อมจะล้มได้ตลอดเวลา ขาข้างเดิมถูกซ้ำอีกแผลจนมาร์เวลลัสยืนได้นี่ก็มหัศจรรย์มากแล้วแต่ทั้งอย่างนั้นเขาก็ยังคงออกวิ่งจนเลือดพุ่งออกจากแผล “คุณลุงคิดว่าคุณลุงตายแล้วทุกอย่างจะจบงั้นเหรอครับ สำหรับผมนั่นไม่ใช่การชดใช้บาปแต่มันคือการพยายามหนีบาปต่างหาก ถ้าอยากชดใช้จริง ๆลุงก็สู้สิครับ ดิ้นรนมีชีวิตอยู่กับบาปนั้นเพื่อหาทางชดใช้ให้กับคนที่ต้องลำบากกับบาปที่ลุงได้ก่อไว้สิครับ การที่ลุงยังไม่ตายจนถึงตอนนี้มันก็หมายถึงพวกเขาไม่ได้ต้องการให้ลุงตายแต่ต้องการให้ลุงเข้าใจความทนทุกข์ของพวกเขาต้องการให้ลุงชดใช้ให้กับสิ่งที่ลุงทำกับพวกเขา”

“ไม่จริง!! อย่ามาทำเป็นรู้ดีไปหน่อยไอ้หนู แกมันก็แค่คนนอก ข้าอยู่ที่นี่และถูกทรมานมานานนับปี ทำไมข้าจะไม่รู้ว่าพวกเขาต้องการให้ข้าตายแต่ตายอย่างทรมานต่างหาก!!

 

เจ้าต้องชดใช้ให้พวกข้า...

 

ข้าแค้นแสนแค้น ข้าชิงขังข้าเกลียด พวกเจ้าหักหลังข้าทั้งที่ข้าสู้เพื่อพวกเจ้า...

 

ทั้งที่ข้าสละตัวเองเพื่อพวกเจ้า

 

          ทั้งที่ข้าต้องเจ็บปวดล้มตายเพื่อพวกเจ้า...

 

ทำไมกัน... ทำไมพวกเจ้าถึงไม่เห็นคุณค่าในตัวพวกข้า!!!

 

การโจมตีเปลี่ยนรูปแบบอีกครั้ง อาวุธทั้งหมดนับไม่ถ้วนที่มีอยู่ในมิติทะเลทรายแห่งเหล่าศาสตราลอยขึ้นไปรวมกับกับลูกศรเหล็กและกลายเป็นอีกาสีดำ แม้แต่ไม้กางเขนที่ตรึงชายอาวุโสไว้ยังแยกออกจากกันจนปล่อยให้ร่างโทรมร่วงลงมาบนผืนทรายและลอยขึ้นไปรวมกับวิหคทมิฬที่สูงใหญ่หลายสิบเมตร บัดนี้เหลือเพียงมาร์เวลลัสในสภาพโชกเลือดกำดาบแน่นด้วยสองมือเผชิญหน้ากับอีกาเหล็กโดยมีร่างใกล้ตายอีกร่างอยู่ด้านหลังของมาร์เวลลัส ท่ามกลางทะเลอันว่างเปล่าทรายที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด

 

“ไม่รู้นะครับว่าก่อนผมจะมาที่นี่พวกเขาพูดอะไรกับลุงบ้าง...” มาร์เวลลัสกล่าวโดยไม่ได้หันมามองคนด้านหลัง ส่วนอีกาเหล็กก็ลอยนิ่งกลางอากาศราวกับรอฟังอย่างตั้งใจ “แต่ตั้งแต่ที่ผมมาที่นี่ ผมยังไม่ได้ยินพวกเขาพูดสักคำว่าอยากให้ผมหรือลุงต้องตาย”

“..........”

“ผมได้ยินแค่พวกเขาที่กำลังบอกความรู้สึกของตัวเองตรง ๆ และกำลังพยายามระบายอารมณ์และความอัดอั้นทนทุกข์เหมือนพยายามที่จะให้ใครสักคนรับฟังและเข้าใจ ใครสักคนที่แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่รับฟังอะไรอย่างลุง รับฟังเสียงของพวกเขาบ้างสิครับ พวกเขาตะโกนใส่หน้าลุงอยู่ตลอดเวลาเป็นปีจนกระทั่งตอนนี้ก็ด้วย ลุงไม่ได้ยินเสียงที่พวกเขากำลังกรีดร้องใส่ลุงเหรอครับ...”

“.......”

 

แกว๊กกก!!!

เสียงร้องของนกที่คล้ายกับดังสะท้อนมาจากลำคอที่เป็นเหล็กดังขึ้น มาร์เวลลัสจึงกระชับดาบแน่นเข้าไปอีก แน่นจนเลือดอาบใบดาบของเดสตินี้ไชลด์

 

“ผมเชื่อนะครับว่ายังมีคนอีกมากที่เห็นคุณค่าของพวกคุณ อย่างน้อยก็มีไอ้บ้าอย่างผมนี่ละคนหนึ่ง เพื่อนเก่าที่กลายเป็นเพื่อนใหม่ผมคนนี้เป็นพยานได้...” เจ้าดาบสั่นไหวคล้ายกับยืนยันคำตอบ ก่อนที่มาร์เวลลัสจะยิ้มอย่างอ่อนโยน

 

“ผมเองคนเดียวคงจะทำให้ทุกคนใส่ใจเรื่องนี้ไม่ได้ คุณลุงข้างหลังผมเองก็ใช่ว่าจะทำได้เหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้... ขอโอกาสสักครั้งให้ลุงเขาได้ออกไปชดใช้ด้วยเถอะครับ ส่วนพวกคุณ อย่างน้อยถ้าไม่มีที่ไปหรือไม่มีที่ระบาย ถึงจะไม่รู้ว่าจะทำได้มั้ย แต่จะมาอยู่กับผมก็ได้นะครับ ผมมีเวลาว่างฟังพวกคุณบ่นอีกเยอะ...”

 

แกว๊กกก!!!

เสียงร้องแสบแก้วหูดังขึ้นพร้อมกับอีกาเหล็กดำที่พุ่งดิ่งลงมาราวกับดาวตกหายนะ มาร์เวลลัสยังคงยิ้มไม่เปลี่ยน เขาไม่ได้สู้เพื่อปกป้องลุงเพียงอย่างเดียวแต่เขาสู้มาจนถึงตอนนี้ก็เพื่อปกป้องทางเดินของเขาด้วย ไม่ว่าทางเดินนั้นเจ้าตัวจะเลือกมันเองหรือไม่ได้เลือกมันก็ตาม แต่เมื่อมันมาถึงและตราบใดที่เขายังมีดาบอยู่ในมือเขาก็จะยังคงสู้ต่อไป สู้เพื่อการผจญภัยของเขาเอง

 

นี่คือเจตจำนงแห่งมาร์เวลลัส...

 

“มาเลยครับ...ผมจะโอบกอดพวกคุณไว้เอง...”

 

เด็กหนุ่มผมสีราตรีพลิกเอาใบดาบยกขึ้นในแนวนอนโดยใช้มือที่กุมดาบข้างหนึ่งเปลี่ยนไปผลักที่ปลายใบดาบต้านรับการโจมตีที่กำลังจะมาถึง ปากแหลมๆของอีกาพุ่งกระแทกกลางใบดาบจนร่างของมาร์เวลลัสลื่นไถลไปตามพื้นทรายเป็นรอยลึก มาร์เวลลัสกัดฟันใช้พลังกายในฐานะนักรบที่มีรับการโจมตีไว้จนเมื่อไถลไปจนเกือบถึงร่างของคนที่เขาต้องปกป้องเด็กหนุ่มจึงสามารถหยุดเอาไว้ได้

 

เพล้ง!

มาเวลลัสถอนหายใจพร้อมกับยิ้มที่จางลง เดสตินี้ไชลด์ที่พึ่งหลอมเกิดรอยแตกที่กลางใบดาบ ก่อนจะหักกลางอีกครั้ง พร้อมกับปากแหลมที่ยังพุ่งเข้าหาอกของมาร์เวลลัสเพราะไม่มีอะไรปกป้องเขาอีกต่อไป

 

“ไว้เจอกันใหม่ที่ด้านนอกนะ ชั้นจะหลอมนายเองต่อให้จะหักอีกสักกี่ครั้งตาม...”

 

อย่าผิดคำพูดเสียละเจ้านายท่านแห่งข้าทั้งหลาย...

 

อีกาเหล็กแตกตัวออกกลางอากาศกลายเป็นนกกระจอกตัวเล็ก ๆนับไม่ถ้วนในพริบตาเดียว พวกมันกระจายกันบินพุ่งเข้าไประหว่างรอยหักของดาบทั้งสอง ก่อนจะมีแรงดึงดูดลึกลับดึงให้รอยหักประกบเข้าหากัน จากนั้นนกกระจอกที่เหลือจึงพุ่งบินเข้าไปในดาบเดสตินี้ไชลด์อย่างต่อเนื่อง ดาบในมือของมาร์เวลลัสส่องแสงสีดำขึ้นสว่างจ้าจนผู้เป้นเจ้าของไม่อาจมองมันตรง ๆได้เช่นกัน

 

............................................................

 

“เอาแล้วไง...” พนักงานหนุ่มขยี้ผมจนแทบเป็นจะบ้า ก่อนจะรีบติดต่อหัวหน้าของตนอย่างเซ็งๆ ในขณะที่พนักงานคนอื่น ๆที่อยู่ใกล้ๆก็รีบเดินมาดู ก่อนจะส่ายหน้าและตบไหล่เพื่อนร่วมงานอย่างให้กำลังใจ ไม่นานนักชายในชุดสูทสีดำท่าทางมีภูมิฐานก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินมาหาเขา

“มีอะไรจีเอ็ม 690125 ผมกำชับแล้วนะว่าถ้าเกิดเขาเคลียร์ภารกิจสำเร็จให้ค่อยบอกผมทีหลังหลังจากผมประชุมแล้ว เพราะยังไงระดับเขาก็คงผ่านไปได้ไม่ยาก ตอนนี้ผมกำลังคุยกับบอร์ดบริหารเรื่องที่เขาเข้าไปทำภารกิจเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับการอัพเดตแพทช์ใหม่อยู่...”

“ก็เรื่องนั้นละครับ เขาสามารถรอดจากการโจมตีเจ็ดพันครั้งที่เปลี่ยนรูปแบบการโจมตีให้โหดขึ้นทุก ๆ 2,500 ครั้งได้อย่างที่หัวหน้าคาดการณ์ไว้และยังสามารถช่วยตัวประกันได้สมบูรณ์อีกด้วย แต่ที่เป็นปัญหาคือเขาทำยิ่งกว่านั้นอีกครับ..”

“ยิ่งกว่านั้น?

จีเอ็มที่ฐานะต่ำกว่ากดรีเพลย์การทำภารกิจอีกครั้งให้หัวหน้าของตนดูพร้อมกับอธิบายไปด้วย “ตามปกติของรางวัลที่จะได้รับคือค่าประสบการณ์และเงินจำนวนมหาศาลแถมมีสิทธิ์ประกาศชื่อในฐานะผู้เล่นดำเนินเนื้อเรื่องสำเร็จด้วย แถมยังมีค่าสนิมสนมกับเอ็นพีซีสายช่างที่เพิ่มเต็มหลอดจนได้รับสิทธิ์ส่วนลดในการสร้าง ซ่อม หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆเกี่ยวกับไอเทมจากแบล็กสมิธลงอีก 5% ตลอดกาล ปัญหาคือจริง ๆแล้วมิติแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อรับข้อมูลขยะประเภทอาวุธจากเกม ก่อนที่เธอจะเอามันไปใช้เป็นพื้นที่ภารกิจ และเขาก็ดันไปเคลียร์เงื่อนไขที่ไม่ได้มีอยู่ในกำหนดครับ...” จีเอ็มหนุ่มกุมขมับจนต้องยกยาขึ้นมากินถึงสองสามเม็ด

“ผลลัพธ์ของมันคือ...” หัวหน้าจีเอ็มเริ่มขนลุกอย่างไม่มีที่มา

“ไอเทมประเภทดาบที่แหกทุกกฎเกณ์และไม่สามารถรู้ข้อจำกัดของมันที่แน่นอนได้ครับ...”

 

“นี่มันไอเทมติดบัคชัดๆ...”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 167 ครั้ง

949 ความคิดเห็น

  1. #871 cosawa_akira (@cosawa_akira) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:46
    บัคที่เค้าพูดถึงมันคือความรู้สึกของAIอะ การที่มาบอกว่าข้อมูลที่มีความรู้สึกเป็นบัคดูเป็นอะไรที่จำกัดขอบเขตของAIเพื่อใช้งานพวกเค้าโดยห้ามรู้สึก เรารู้สึกว่ามันแย่มากๆเลย (ถึงจะบอกว่ามันเป็นสิ่งไม่มีชีวิตก็เถอะ แต่การสร้างบางสิ่งที่มีความรู้สึกออกมาแล้วไม่ให้อิสระทางความคิด ก็ดูเป็นอะไรที่ค่อนข้างโหดร้ายสำหรับเรา ตัวอย่างที่เห็นชัดๆคือยุยในsay) //อินหนักมาก ฮื้ออ สงสารน้องๆที่โดนทิ้ง
    #871
    1
    • #871-1 cosawa_akira (@cosawa_akira) (จากตอนที่ 59)
      5 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:47
      sao ดิ อิแป้นเธอจะเปลี่ยนคำเองแบบนี้ไม่ได้นะ
      #871-1
  2. #870 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:38

    สนุกมากกกกก #มาต่อไวๆนะไรท์
    #870
    0
  3. #869 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:26
    ได้พวกนอกกฏเกณมากแร่ะ ชอบอ่ะ แหกเลยๆ
    #869
    0
  4. #868 Parichat1009 (@Parichat1009) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:00
    สุดยอดไม่เอาผู้หญิงมาได้ป่ะตัวถ่วงอ่ะน่ารำคาญด้วย
    #868
    0
  5. #867 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:52
    เดี๋ยวใช้ท่านั้นของเจ้าขาวได้หรือเปล่าเนี่ย
    #867
    0
  6. #866 โจนาทาน (@pharm4555) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:34

    ชอบเรื่องนี้ที่สุดเลย!!
    #866
    0